10 อันดับ เมาส์ไร้สาย ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2019

10 อันดับ เมาส์ไร้สาย ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018

ปัจจุบันนี้งานส่วนใหญ่เป็นงานที่ต้องเดินทางออกนอกสถานที่บ่อยๆ บางคนไม่ได้ทำงานแค่ต่างจังหวัดแต่ยังต้องเดินทางไปถึงต่างประเทศ ซึ่งในการออกทริปแต่ละครั้งนั้นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้เลยก็เห็นจะเป็น Notebook พร้อมด้วยเมาส์ไร้สายนี่แหละค่ะ เมาส์ไร้สายนี้มีข้อดีคือง่ายต่อการทำความสะอาด ไม่มีสายรกระเกะระกะพื้นที่ มีระบบการเชื่อมต่อ 2 แบบด้วยกันคือผ่านสัญญาณ Bluetooth และผ่านตัวรับสัญญาณ USB ซึ่งเมาส์ไร้สายที่ขายอยู่ตามท้องตลาดบอกได้เลยว่ามีหลายยี่ห้อมากไม่ว่าจะเป็น logitech, Microsoft บางยี่ห้อยังแบ่งออกเป็นหลายๆ รุ่นและมีฟังก์ชันที่แตกต่างกัน แล้วเมาส์แบบไหนล่ะที่เหมาะกับความต้องการของเรา

ในบทความครั้งนี้ เราจะมาอธิบายวิธีการเลือกซื้อเมาส์ไร้สายและแนะนำเมาส์ไร้สายยอดฮิตขายดีที่หาซื้อออนไลน์ได้กันค่ะ ใครที่อยากเปลี่ยนเมาส์หรืออยากซื้อเมาส์ใหม่ในตอนนี้ ห้ามพลาดบทความนี้เลยค่ะ

สารบัญ

วิธีการเลือกซื้อเมาส์ไร้สาย

ก่อนอื่นเราจะอธิบายถึงวิธีการในการเลือกซื้อเมาส์ไร้สายกันก่อนนะคะ การเลือกซื้อเมาส์สักตัวไม่ใช่แค่ดูที่ขนาดและน้ำหนักอย่างเดียว ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากที่คุณต้องรู้ จะมีปัจจัยอะไรบ้างนั้นเลื่อนลงไปอ่านกันเลยค่ะ

เลือกจากประเภทของการเชื่อมต่อ

อย่างที่ได้กล่าวไป เมาส์ไร้สายมีวิธีการเชื่อมต่อ 2 แบบด้วยกันคือเชื่อมต่อด้วยตัวรับสัญญาณ USB และเชื่อมต่อด้วยสัญญาณ Bluetooth ดังนั้นเรามาทำความเข้าใจการเชื่อมต่อแต่ละแบบกันว่ามีข้อดี-ข้อเสียอะไรบ้างและควรเลือกซื้ออย่างไรให้ตอบโจทย์การใช้งานของคุณค่ะ

แบบเชื่อมต่อผ่านตัวรับสัญญาณ USB : ใช้งานง่ายโดยไม่ต้องตั้งค่าใดๆ

แบบเชื่อมต่อผ่านตัวรับสัญญาณ USB : ใช้งานง่ายโดยไม่ต้องตั้งค่าใดๆ

เมาส์ไร้สายที่มีการเชื่อมต่อผ่านตัวรับสัญญาณ USB มีข้อดีตรงที่ใช้งานง่าย ไม่จำเป็นต้องติดตั้งอะไรให้ยุ่งยาก ใช้งานได้ระยะไกลสูงสุด 10 เมตร หากตัวรับสัญญาณ USB มีขนาดเล็กกว่าขนาดปกติหรือที่เรียกว่า Micro USB ก็ไม่เป็นปัญหาอะไรเพียงแค่มีตัวแปลงก็สามารถใช้งานได้แล้ว

อย่างไรก็ตามเมาส์ชนิดนี้มักมีตัวรับสัญญาณ USB เพียงแค่ 1 อัน หากหายแล้วจะไม่สามารถใช้งานเมาส์ได้อีกเลย ดังนั้นถ้าพกไปทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ ควรเลือกเมาส์ที่สามารถเก็บตัวรับสัญญาณ USB ภายในตัวได้เพื่อป้องกันการสูญหาย

แบบเชื่อมต่อด้วยสัญญาณ Bluetooth : ใช้งานได้หลายอุปกรณ์

การเชื่อมต่อด้วยสัญญาณ Bluetooth : ใช้งานได้หลายอุปกรณ์

เมาส์ไร้สายชนิดนี้ใช้สัญญาณ Bluetooth ในการเชื่อมต่อ ถึงแม้ว่าคอมพิวเตอร์ Notebook ของคุณจะมีช่อง USB Port น้อยก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการใช้งานเม้าส์ชนิดนี้ นอกจากนี้ยังมีข้อดีคือสามารถใช้งานกับ Tablet หรือสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย และหากคอมพิวเตอร์ของคุณไม่ได้มีคุณสมบัติ Bluetooth ในตัว คุณก็เพียงแค่ซื้ออุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาณ Bluetooth ที่มีขายทั่วไปตามท้องตลาดมาติดตั้งกับคอมพิวเตอร์ เพียงเท่านี้ก็ใช้งานได้ตามปกติ

ถึงแม้ว่าในช่วงเวลาการเชื่อมต่อเมาส์กับคอมพิวเตอร์ของคุณอาจจะต้องใช้เวลาอยู่บ้าง แต่สำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมการใช้งานของอุปกรณ์หลายๆ อย่างโดยผ่านการใช้เมาส์เพียงอันเดียว ผู้เขียนขอแนะนำเมาส์ไร้สายชนิดนี้เลยค่ะ

เลือกจากประสิทธิภาพการใช้งาน

ความแม่นยำในการใช้งานของเมาส์ขึ้นอยู่กับวิธีการรับ-ส่งข้อมูล ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆด้วยกัน จะมีประเภทอะไรบ้างนั้น ไปชมกันเลยค่ะ

Blue LED เมาส์ – ไม่ต้องใช้แผ่นรองเมาส์ ราคาไม่แพงแต่ให้ความแม่นยำสูง

Blue LED เม้าส์ - ไม่ต้องใช้แผ่นรองเม้าส์ ราคาไม่แพงแต่ให้ความแม่นยำสูง

ปัจจุบันนี้เมาส์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วไปจะมีเซนเซอร์ Blue LED ซึ่งทำให้มีความแม่นยำในการรับ-ส่งข้อมูลสูง สามารถแยกพื้นผิวนูนต่ำระดับฝุ่นผงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องใช้แผ่นรองเมาส์ก็สามารถรับ-ส่งข้อมูลได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน

เมาส์ชนิดนี้ส่วนใหญ่แล้วจะใช้งานบนพื้นผิวต่างๆ ได้ไม่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นพื้นผิวที่มีความสว่าง พื้นผิวสะท้อนแสงหรือพื้นผิวที่เป็นผ้า แต่มีจุดอ่อนต่อพื้นผิวที่มีลักษณะโปร่งใส เช่น โต๊ะที่เป็นกระจกใส ซึ่งหากบ้านไหนหรือสถานที่ทำงานใดใช้โต๊ะทำงานชนิดดังกล่าวควรหาแผ่นรองเมาส์มารอง เพื่อให้เมาส์ทำงานได้อย่างราบรื่นไม่สะดุดนะคะ

Red LED เมาส์ – หาซื้อง่าย ราคาจับต้องได้

Red LED เม้าส์ - หาซื้อง่าย ราคาจับต้องได้

ในสมัยก่อนเมื่อพูดถึงเมาส์ Optical แล้ว ทุกคนจะนึกถึง Red LED เป็นส่วนใหญ่ซึ่งจะมีแสงเป็นสีแดง หากเปรียบเทียบทางด้านราคาแล้วถือว่าไม่แพงจึงถูกนำมาใช้ในการรับ-ส่งข้อมูล อย่างไรก็ตามเมาส์ชนิดนี้จะตอบสนองได้ไม่ดีกับพื้นผิวที่มีความสว่างหรือสะท้อนแสงมากและพื้นผิวที่ไม่เรียบสม่ำเสมอ ดังนั้นใครที่ต้องการใช้งานกับพื้นที่ลักษณะดังกล่าว แนะนำให้หาแผ่นรองเม้าส์สักแผ่นมาใช้จะดีกว่าค่ะ

IR LED เมาส์ – ประหยัดพลังงาน ใช้ได้นาน

IR LED เม้าส์ - ประหยัดพลังงาน ใช้ได้นาน

แม้ว่าเรื่องความแม่นยำในการส่งข้อมูลจะไม่ได้แตกต่างจากเมาส์ Optical สักเท่าไหร่นักแต่ถ้าเป็นเรื่องประหยัดพลังงานต้องยกให้เมาส์ชนิด IR LED เลยค่ะ ประหยัดขนาดที่ว่าใน 1 ปีเปลี่ยนถ่านแค่ก้อนเดียว เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ใช้งานบ่อยหรือผู้ที่ทำงานนอกสถานที่เป็นหลัก

Laser เมาส์ – ให้ความแม่นยำสูงสุด

Laser เม้าส์ - ให้ความแม่นยำสูงสุด

เมาส์ Laser จะมีความแม่นยำกว่าเมาส์ Optical ทำงานด้วยแสง Laser ที่ตาของคนเราไม่สามารถมองเห็นได้ สามารถใช้งานได้กับบริเวณที่เป็นผิวสะท้อนแสง พื้นผิวที่มีความขรุขระไม่มาก แต่จะไม่ตอบสนองต่อพื้นผิวที่เป็นแก้วเช่นเดียวกับ Blue LED เมาส์ ดังนั้นให้หาแผ่นรองเมาส์มาใช้หากโต๊ะทำงานของคุณเป็นกระจกใส

เลือกโดยดูจากค่าใช้จ่ายระยะยาว

เลือกโดยดูจากค่าใช้จ่ายระยะยาว

เมาส์ไร้สายจะมี Power supply หรือแหล่งจ่ายไฟติดตั้งอยู่ในตัว ซึ่ง Power Supply นี้จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือแบบถ่านและแบบชาร์จไฟ

เมาส์ที่ใช้ถ่านมีข้อดีตรงที่หากถ่านหมด คุณก็สามารถใช้งานต่อได้ทันทีเพียงแค่เปลี่ยนถ่านก้อนใหม่ และแม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายมากกว่าในระยะยาว แต่ราคาของตัวเมาส์ชนิดนี้มักถูกกว่าเมาส์ชนิดที่ชาร์จแบตได้ จึงเหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการลงทุนมาก ในทางกลับกันเมาส์ที่ใช้การชาร์จแบตเตอรี่จะมีราคาค่อนข้างแพงกว่าแต่ก็มีข้อดีคือคุณไม่ต้องเสียเงินเปลี่ยนถ่านใหม่บ่อยๆ ดังนั้นหากมองในระยะยาวจึงถือว่ามีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าค่ะ

เลือกจากน้ำหนักและขนาด

เลือกจากน้ำหนัก ขนาด 

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญในการเลือกเมาส์ไร้สายคือการคำนึงถึงขนาดที่พอดีกับมือของคุณ เพราะเมาส์ที่มีขนาดพอดีกับขนาดมือผู้ใช้จะช่วยให้คุณไม่รู้สึกเมื่อยมือเมื่อใช้งานเป็นเวลานาน นอกจากเรื่องขนาดแล้ว ควรตรวจสอบน้ำหนักของเมาส์ด้วย บางคนชอบใช้เมาส์ที่มีน้ำหนักเบา ในขณะที่บางคนชอบเมาส์ที่ค่อนข้างมีน้ำหนัก ดังนั้นก่อนซื้ออย่าลืมเช็คให้ดีว่าผลิตภัณฑ์นั้นๆมีลักษณะตรงกับความชอบหรือความถนัดในการใช้งานของตัวเองหรือไม่ หรือจะสังเกตง่ายๆ โดยดูจากเมาส์ที่คุณใช้อยู่ตอนนี้ว่าขาดเหลือคุณสมบัติหรือลักษณะใดบ้าง

ปัจจุบันนี้มีเมาส์ที่ออกแบบมาให้เข้ากับสรีระการเคลื่อนไหวของมือมนุษย์มากขึ้น แต่ถ้าคุณเป็นคนถนัดซ้ายอาจต้องระมัดระวังในการเลือกสักเล็กน้อยนะคะ เพราะเมาส์ส่วนมากถูกออกแบบมาให้เหมาะกับคนที่ถนัดขวา

พิจารณาค่า DPI (ความไวของเมาส์)

พิจารณาค่า DPI (ความไวของเม้าส์)

DPI (Dot Per Inch) และ CPI (Count Per Inch) คือหน่วยวัดความไวของเมาส์ เป็นค่าที่แสดงให้เห็นว่าเมื่อเคลื่อนที่เม้าส์ไปเป็นระยะทาง 1 นิ้ว ตัวชี้ในหน้าจอเคลื่อนที่ไปได้กี่พิกเซล

เหล่า Gamer ทั้งหลายควรเลือกซื้อเมาส์ที่มีค่า DPI สูงๆ จะทำให้การเคลื่อนที่ตอบสนองได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องขยับมือมากนัก สำหรับผู้ที่ใช้งานทั่วไป เช่น ผู้ที่ท่องโลกอินเตอร์เน็ตเท่านั้น เมาส์ที่มีค่า DPI อยู่ในช่วง 800-1,600 DPI ก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานแล้ว อย่างไรก็ตามเนื่องจากเมาส์บางยี่ห้อที่มีค่า DPI สูงอาจไม่ได้เคลื่อนไหวตอบสนองได้อย่างรวดเร็วเหมือนที่ทางผู้ผลิตโฆษณาไว้ ดังนั้นควรอ่านรีวิวจากผู้ใช้จริงประกอบการตัดสินใจซื้อด้วยจะดีที่สุด

ตรวจสอบฟังก์ชันเสริมและความสะดวกในการใช้งาน

ตรวจสอบฟังก์ชันเสริมและความสะดวกในการใช้งาน

เมาส์ไร้สายบางรุ่นจะมีปุ่ม Shortcut เป็นฟังก์ชันเพิ่มเติมติดมากับตัวเมาส์เช่นปุ่ม Back, Enter, หรือปุ่ม Search ดังนั้นหากคุณเป็นคนที่ชอบใช้ฟังก์ชัน Shortcut เพื่อความรวดเร็วในการสั่งการ แนะนำให้เลือกรุ่นที่มีปุ่มเหล่านี้ในตัว อย่างไรก็ตามโดยส่วนมากแล้วบนปุ่มมักไม่มีตัวอักษรหรือข้อความบ่งชี้ว่าเป็นปุ่มอะไร เพราะฉะนั้นก่อนซื้ออย่าลืมตรวจสอบที่คู่มือหรือกับทางผู้ขายให้ถี่ถ้วนว่าปุ่มที่ติดมาด้วยมีหน้าที่ทำอะไรบ้าง จะได้ไม่พลาดซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้งานอย่างเต็มที่ค่ะ

นอกจากปุ่มฟังก์ชันเสริมต่างๆ เมาส์ไร้สายสมัยนี้ยังมาพร้อมล้อหมุนสำหรับเลื่อนขึ้น-ลง บางรุ่นก็สามารถเลื่อนซ้าย-ขวาได้ด้วย เหมาะสำหรับผู้ที่ทำข้อมูลใน Excel ชีตแนวนอนยาวๆ แต่เนื่องจากล้อหมุนบางชนิดมักส่งเสียงขณะที่คุณเลื่อนไปมา ดังนั้นหากจะนำไปใช้งานในห้องสมุดหรือในห้องประชุม ควรเลือกรุ่นที่ทำงานได้เงียบที่สุดนะคะ

10 อันดับ เมาส์ไร้สาย ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

หลังจากเข้าใจวิธีการเลือกซื้อเมาส์ไร้สายกันไปแล้ว ถึงตอนนี้ผู้เขียนได้คัดเลือกเมาส์ไร้สายยี่ห้อที่มีคุณภาพดีเป็นที่นิยมและหาซื้อออนไลน์ได้ 10 อันดับมาฝากคุณผู้อ่านกันค่ะ

10. Microsoft Sculpt Ergonomic Mouse

10. Microsoft Sculpt Ergonomic Mouse

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 2,490 บาท

ออกแบบโดยใช้หลักการ Ergonomic

ผู้ที่มีอาการปวดข้อมือเนื่องจากจับเมาส์ยาวนานหลายชั่วโมง เมาส์รุ่นนี้อาจจะแก้ปัญหาของคุณได้ เนื่องจากรุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้มีรูปร่างที่เหมาะสมต่อข้อมือและแขน คุณจึงจับเมาส์ในท่าที่เป็นธรรมชาติได้ ช่วยลดแรงกดของข้อมือได้ดี มีพื้นที่รองรับน้ำหนักของนิ้วโป้ง นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันปุ่มลัด 2 ปุ่มคือปุ่ม Backและปุ่ม Window เพื่อให้คุณเข้าถึง Start Menu ได้โดยง่าย ล้อเลื่อนสามารถเคลื่อนที่ได้ 4 ทิศทาง ใช้ถ่าน AA 2 ก้อน แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 12 เดือน มีช่องเก็บ USB ในตัว

แม้จะทำให้ผู้ใช้สบายมือไม่เกิดอาการปวดเมื่อย แต่เมาส์รุ่นนี้ก็มีข้อติอยู่บ้างในเรื่องของวัสดุบริเวณอุ้งมือที่เป็นลักษณะมันวาว เวลาเหงื่อออกจึงทำให้รู้สึกเหนอะหนะขณะใช้งาน และเนื่องจากเมาส์รุ่นนี้มีขนาดค่อนข้างใหญ่จึงไม่เหมาะสำหรับใช้พกพาไปทำงานนอกสถานที่

9. Microsoft Wireless Mobile Mouse 1850

9. Microsoft Wireless Mobile Mouse 1850

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 590 บาท

ฟังก์ชันการใช้งานเพียงพอ สีสันสดใส

หากคุณมองหาเมาส์ยี่ห้อที่เชื่อถือได้ ราคาไม่แพงและไม่ต้องการฟังก์ชันเพิ่มเติมอะไรมาก เมาส์ตัวนี้จะตอบสนองความต้องการพื้นฐานได้อย่างครบครัน สามารถใช้งานได้ทั้งกับคนที่ถนัดซ้ายและถนัดขวา ตัวล้อเลื่อนลื่นไหลไม่ติดขัด น้ำหนัก 90 กรัม ขนาดเล็กกะทัดรัดพกพาใส่กระเป๋าได้ไม่เกะกะ USB สามารถเก็บใต้ฐานเมาส์ได้ มีความละเอียดเซนเซอร์ 1,000 dpi ใช้งานได้ไกลสุดเป็นระยะ 5 เมตรซึ่งเพียงพอสำหรับการทำงานปกติทั่วไป ใส่ถ่าน AA 1 ก้อน ใช้งานได้นาน 6 เดือน มีสีสันให้เลือกถึง 7 สี

ผู้ใช้จริงให้ความเห็นว่าใช้งานดี แต่สีของสินค้าจริงจะซีดกว่ารูปในเว็บไซต์อยู่บ้าง เหมาะกับนักเรียน นักศึกษาที่ใช้งานฟังก์ชันพื้นฐานทั่วไปและมีงบจำกัด

8. Genius Wireless NX-7000

8. Genius Wireless NX-7000

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 399 บาท

สินค้าคุณภาพดี ราคาไม่แพง

เมาส์ไร้สายจากแบรนด์ Genius เป็นแบรนด์ที่ราคาไม่แพงแต่คุณภาพดีไม่แพ้แบรนด์ดังๆ มีความแม่นยำสูงโดยมีความละเอียดถึง 1,000 dpi ซึ่งสูงกว่าเมาส์ทั่วไป เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ผ่านทาง USB มีช่องเก็บ USB ที่ด้านล่าง ใช้ถ่านแบตเตอรี่ AA 1 ก้อน มีทั้งหมด 5 สี เลือกได้ตามสไตล์ของคุณ ขนาดพอเหมาะกับมือ มีเซนเซอร์แบบ Blue Eye ใช้งานได้เกือบทุกๆ พื้นผิวแม้พื้นผิวที่ไม่เรียบ ใช้งานได้ไกลถึง 10 เมตร

จากความเห็นของผู้ใช้งานส่วนใหญ่กล่าวว่าใช้งานได้ดี ตอบสนองรวดเร็วแถมยังมีสีสันสดใสกว่าเมาส์หลายๆยี่ห้อ เหมาะกับผู้ที่มองหาเมาส์ไร้สายราคาประหยัด

7. Microsoft Designer Bluetooth Mouse

7. Microsoft Design Bluetooth Mouse

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 1,290 บาท

ออกแบบมาให้ใช้ได้ทั้งคนถนัดซ้ายและถนัดขวา

หากคุณเป็นคนถนัดมือซ้าย เราขอแนะนำให้พิจารณาเมาส์รุ่นนี้เลยค่ะ เพราะถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ทั้งสองมือจึงไม่เป็นปัญหาใดๆ นอกจากนี้รูปทรงดีไซน์ยังบางเฉียบเหมาะกับผู้ที่ใส่ใจเรื่องของ Design เวลาซื้อของ พกพาง่าย เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์โดยใช้ระบบ Bluetooth 4.0 และมี Blue Track Technology ให้คุณใช้เมาส์ได้อย่างลื่นไหลในทุกๆ พื้นผิว (ยกเว้นพื้นผิวที่เป็นกระจกใส)

ผู้ใช้จริงต่างให้ความเห็นว่าสินค้าคุณภาพดี วัสดุแข็งแรง ส่วนจุดอ่อนของรุ่นนี้คงจะเป็นเรื่องของแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้เพียง 6 เดือน ดังนั้นเพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนถ่านแนะนำว่าให้ใช้เป็นถ่านชาร์จจะดีกว่าค่ะ

6. logitech เมาส์ไร้สาย รุ่น M238 Doodle Collection

6. logitech เม้าส์ไร้สาย รุ่น M238 Doodle Collection

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 699 บาท

เปลี่ยนความจำเจในการทำงานให้เป็นเรื่องสนุก

ในขณะที่คุณทำงานอย่างเคร่งเครียด หากอุปกรณ์สำนักงานช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้บ้างก็จะทำให้บรรยากาศการทำงานสนุกสนานขึ้น เมาส์รุ่นนี้จึงออกแบบมาให้คุณหลุดพ้นจากบรรยากาศเดิมๆ ได้เป็นอย่างดี ใส่แบตเตอรี่ AA 1 ก้อนใช้งานได้ 12 เดือนหรือจะใช้ถ่านชาร์จก็ไม่มีปัญหา สามารถใช้ได้กับคอมพิวเตอร์ทุกระบบปฏิบัติการ เชื่อมต่อโดยใช้ Port USB สั่งการได้ไกลถึง 10 เมตร มี 4 ดีไซน์ให้เลือกใช้ตามความชอบของคุณ น้ำหนักเพียง 84 กรัมเท่านั้น ขนาดกะทัดรัดจับถนัดมือ

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี Advanced Encryption Standard ปกป้องความปลอดภัยของผู้ใช้งานอีกด้วย ผู้ใช้ให้ความเห็นว่าวัสดุแข็งแรงคงทน ลวดลายน่ารัก การตอบสนองดี แต่ขนาดเล็กไปหน่อย มือใหญ่ๆ อย่างมือผู้ชายอาจจับไม่ถนัด จึงเหมาะกับผู้หญิงหรือเด็กๆ มากกว่า

5. logitech เมาส์ไร้สาย รุ่น M220 Silent (Charcoal)

5. logitech เม้าส์ไร้สาย รุ่น M220 Silent (Charcoal)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 590 บาท

ลดเสียงคลิกเมาส์ลงได้ 90% ไม่รบกวนผู้อื่น

ผู้อ่านเคยมีประสบการณ์ทำงานในขณะอยู่ในห้องประชุมที่ค่อนข้างเงียบแล้วมีเสียงลากเมาส์ครืดๆ ก๊อกแก๊กๆ หรือไม่คะ ถ้าอยู่ในสถานการณ์แบบนี้คงมีอายกันบ้างแน่ๆ ผู้เขียนขอแนะนำเมาส์รุ่นนี้เลยค่ะเพราะมีจุดเด่นในเรื่องลดเสียงรบกวนจากการคลิกเมาส์กว่า 90% ล้อเลื่อนไร้เสียงและฐานรองที่เคลื่อนที่ได้อย่าง smooth เกือบทุกพื้นผิว ใช้แบตเตอรี่ AA 1 ก้อน อายุการใช้งานยาวนานถึง 18 เดือน รองรับการใช้งานทั้งคนที่ถนัดซ้ายและถนัดขวา ดีไซน์จับถนัดมือ น้ำหนักเบา 75.2 กรัม พกพาไปใช้นอกสถานที่ได้อย่างสะดวก

จากความคิดเห็นของผู้ใช้จริงกล่าวว่าใช้งานได้เงียบตามที่แบรนด์เคลม เซนเซอร์ตอบสนองเร็วและให้ความรู้สึกนิ่มเมื่อคลิกเมาส์ เหมาะกับการใช้ในสถานที่ทำงานที่ต้องการสมาธิ

4. Microsoft Wireless Mobile Mouse 4000 Blue Track Technology

4. Microsoft Wireless Mobile Mouse 4000 Blue Track Technology

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 1,390 บาท

เคลื่อนที่ได้ไม่มีสะดุุดแม้พื้นผิวไม่เรียบ

เมาส์รุ่นนี้มี Blue Track Technology ซึ่งเป็นการรวมข้อดีของระบบ Optical และระบบ Laser เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานบนพื้นผิวต่างๆ ได้อย่างราบเรียบ สามารถใช้งานบนพรมได้โดยไม่สะดุด (ไม่สามารถใช้งานได้กับพื้นผิวที่เป็นกระจกใส) มีช่องเสียบ USB ไว้ใต้ตัวเมาส์ หมดปัญหาตัว USB หายขณะเดินทาง อายุการใช้งานแบตเตอรี่นาน 10 เดือน อีกทั้งยังมีข้อดีตรงที่มีไฟแสดงสถานะแบตเตอรี่ช่วยให้คุณทราบว่าตอนนี้ถ่านหมดแล้วนะ เหมาะกับคนที่ไม่เก่งเรื่องเทคโนโลยี เน้นคุณสมบัติใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก

นอกจากนี้ยังมีปุ่ม Shortcut ที่คุณสามารถกำหนดค่าได้เองอีก 4 ปุ่ม ช่วยให้คุณสั่งการได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ส่วนข้อด้อยของเมาส์นี้คงจะเป็นเรื่องระยะในการใช้งานเพราะสามารถสั่งการได้ไกลเพียง 15 ฟุตหรือ 4.5 เมตรเท่านั้นแต่ก็ยังเป็นระยะที่เพียงพอต่อการนำเสนอ Presentation ในห้องประชุมขนาดปกติทั่วไป

3. logitech เมาส์ไร้สาย รุ่น M585 Multi-Device

3. logitech เม้าส์ไร้สาย รุ่น M585 Multi-Device

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 1,090 บาท

ใช้งานกับคอมพิวเตอร์ 2 ระบบปฏิบัติการได้อย่างสะดวก

เมาส์ไร้สายที่ใช้ถ่าน AA เพียงแค่ 1 ก้อนแต่ใช้งานได้ยาวนานถึง 2 ปี เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์โดยผ่านสัญญาณ Bluetooth รุ่นนี้สามารถใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์ 2 เครื่องได้ถึงแม้จะเป็นคนละระบบปฏิบัติการก็ตาม (Windows/ MAC) ด้วยเทคโนโลยี Logitech Flow การส่งผ่านข้อมูลจึงทำได้อย่างง่ายดายเพียงแค่ Copy ไฟล์จากคอมพิวเตอร์เครื่องนึงและลากไปวางยังคอมพิวเตอร์อีกเครื่อง เหมาะสำหรับอาชีพสาย IT ที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ 2 เครื่องในการทำงานอย่างยิ่ง

ความละเอียดของเซนเซอร์ 1,000 dpi ลูกกลิ้งมีความแม่นยำในระบบไมโครทำให้คุณสามารถอ่านเว็บไซต์ที่มีความยาวมากๆ ได้อย่างรวดเร็ว มีปุ่ม Shortcut 2 ปุ่มให้คุณตั้งค่าการใช้งานได้ตามที่ต้องการ ดีไซน์ถูกออกแบบมาให้จับถนัดมือและวัสดุเนื้อนิ่มทำให้คุณไม่เจ็บมือเมื่อใช้งานเป็นเวลานาน นอกจากนี้ยังมีน้ำหนัก 101 กรัม ซึ่งผู้ใช้งานจริงให้ความเห็นว่าเป็นน้ำหนักที่พอดี ไม่หนักหรือเบาเกินไป

2. Microsoft Arc Touch Mouse

2. Microsoft Arc Touch Mouse

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 2,890 บาท

เมาส์ที่เป็นที่สุดของการออกแบบ

เมาส์จาก Microsoft ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศด้านการออกแบบประจำปี 2011 ใช้งานง่ายเพียงแค่ปรับเมาส์ให้โค้งดังรูป เมาส์จะเปลี่ยนเป็นโหมดทำงานให้อัตโนมัติโดยจะแสดงไฟสีเขียว และเมื่อไม่ใช้งานก็เพียงแค่ปรับเมาส์ให้อยู่ในลักษณะแบนราบ เมาส์จะปิดการใช้งานให้เอง มีขนาดบางเฉียบ จัดเก็บง่าย ดังนั้นคุณจึงพกพาได้อย่างสะดวกเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี ใช้งานได้ทั้งสองมือ มี Blue Track Technology ให้คุณทำงานได้แม้บนพื้นผิวที่ขรุขระเช่นพรมหรือโต๊ะไม้โดยไม่ต้องหาแผ่นรองเมาส์มารอง สั่งการได้ไกล 15 ฟุต

รุ่นนี้ไม่มีล้อเลื่อนเหมือนเมาส์ทั่วไปแต่เป็นแถบสัมผัส (Touch Strip) แทน ใช้ระดับความแรงในการสัมผัสสั่งการ ผู้ใช้จริงให้ความเห็นว่าในช่วงแรกอาจไม่ชินกับการใช้แถบสัมผัสแต่เมื่อชินแล้วจะรู้สึกว่าใช้งานสะดวก ใช้ถ่าน AAA 2 ก้อน อายุการใช้งาน 6 เดือน เหมาะสำหรับผู้ที่ไปทำงานต่างจังหวัดหรือทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ

1. logitech MX Master 2S Wireless & Bluetooth

1. logitech MX Master 2S Wireless & Bluetooth

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 3,799 บาท

รวมหลากหลายฟังก์ชันการใช้งานไว้ในตัวเดียว

สำหรบใครที่ทำงานเกี่ยวกับการออกแบบ ต้องใช้เมาส์ในการทำงานทั้งวันหรือใช้คอมพิวเตอร์หลายๆ เครื่องในการทำงาน ขอแนะนำเมาส์ตัวนี้เลยค่ะ ราคาอาจดูแพงแต่มีฟังก์ชันการใช้งานที่น่าสนใจมากมาย ได้แก่ EASY-SWITCH สามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ได้มากถึง 3 เครื่อง และสลับการใช้งานเพียงแค่กดปุ่มเพียงปุ่มเดียว ตัวเมาส์ออกแบบมาให้จับถนัดมือไม่ปวดมือแม้ใช้เป็นระยะเวลานาน และยังเคลื่อนที่ได้อย่างแม่นยำแม้เป็นพื้นผิวกระจกก็ตาม (ความหนากระจกอย่างน้อย 4 mm) มีเซนเซอร์มากสุดถึง 4,000 dpi

เมาส์ตัวนี้ไม่ได้ใช้ถ่านแต่ทำงานด้วยระบบชาร์จไฟ ซึ่งชาร์จเพียงแค่ 3 นาทีคุณก็จะใช้งานได้นานถึง 8 ชั่วโมง และหากคุณชาร์จจนประจุเต็มคุณจะสามารถใช้งานได้นานถึง 70 วันเลยทีเดียว นอกจากนี้ล้อเลื่อนยังมีฟังก์ชันพิเศษเป็นการเคลื่อนที่แบบความเร็วสูง ทำให้คุณดูเอกสารที่ยาวๆ ได้อย่างรวดเร็วไม่ต้องคอยมาไถล้อเลื่อนทีละนิดๆ ให้ปวดนิ้ว เรียกได้ว่าหากใครที่ชอบเทคโนโลยีต้องไม่พลาดเลยกับเมาส์ตัวนี้

บทส่งท้าย

เป็นอย่างไรบ้างคะสำหรับวิธีการเลือกซื้อและเมาส์ไร้สายยอดฮิตขายดีที่เราแนะนำในครั้งนี้ จะเห็นว่ามุมมองในการพิจารณาเลือกซื้อมีหลายอย่างด้วยกันไม่ว่าจะเป็นลักษณะการเชื่อมต่อ ความละเอียดในการตอบสนอง น้ำหนัก ฟังก์ชันเสริมต่างๆ ซึ่งแต่ละรุ่นก็มีข้อดี-ข้อเสียและราคาที่แตกต่างกัน แต่ไม่จำเป็นว่าต้องซื้อเมาส์ที่มีราคาแพงเสมอไปนะคะ เมาส์ราคาหลักร้อยแต่คุณภาพดีก็มีให้เลือกกัน เราหวังว่าคุณผู้อ่านจะสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองลักษณะการใช้งานของตนเองได้จากหลักการและสินค้าที่เราแนะนำไปค่ะ

เมาส์ไร้สายส่วนใหญ่มีอายุการใช้งานนานแต่ก็มีสาเหตุที่ทำให้เสียหายได้ง่าย ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดการการทำตกกระแทก ดังนั้นผู้เขียนจึงอยากให้ผู้อ่านระมัดระวังในการดูแลรักษาด้วยนะคะ เมาส์ไร้สายคู่ใจของเราจะได้ใช้งานคู่กับเราได้นานๆ