10 อันดับ บรอนเซอร์ ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2019

10 อันดับ บรอนเซอร์ ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018

เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนคงเคยมีบางอารมณ์ที่อยากให้ผิวหน้าดูโกลว์ แลดูบ่มแดด แต่ก็ไม่อยากไปนอนอาบแดดให้ผิวเสีย หรือเสี่ยงต่อฝ้ากระ ดังนั้น ในวันนี้ทีมงานของเราจึงขอแนะนำให้รู้จักกับ “บรอนเซอร์” ไอเทมที่มีลักษณะคล้ายกับบลัชออน ใช้ปัดแก้ม เพียงแต่มีสีน้ำตาล เอาไว้สร้างเมคอัพลุคแบบ Sun Kiss Skin แถมบางรุ่นยังสามารถใช้เฉดดิ้งใบหน้าให้ตอบลงได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้มีผลิตภัณฑ์บรอนเซอร์ออกมามากมายหลายรุ่นจากหลายแบรนด์ ซึ่งแต่ละรุ่นก็มีคุณสมบัติเด่นที่แตกต่างกันออกไป และยังมีทั้งเนื้อครีมและเนื้อฝุ่น ถ้ามือใหม่หัดใช้ศึกษาไม่ดีล่ะก็ อาจพลาดไปซื้อชิ้นที่ไม่เหมาะกับตัวเอง ทำให้สีหน้าดูเข้มและกลายเป็นดูแก่เอาได้

วันนี้เราจึงตั้งใจมาแนะนำตัวช่วยที่จะทำให้การช็อปปิ้งของสาว ๆ เป็นเรื่องง่ายขึ้น นั่นคือ ข้อมูล “วิธีการเลือก” ซึ่งคุณสามารถทำตามได้อย่างง่าย ๆ และเรายังมาพร้อมกับ “10 อันดับสินค้า” ที่ผ่านการเปรียบเทียบทั้งเรื่องของราคา, คุณสมบัติและรีวิวจากผู้ที่ลองใช้จริงมาแล้ว เพื่อให้สาว ๆ ทุกคนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่น่าเชื่อถือมากขึ้น ว่าแล้วอย่ารอช้าเลยค่ะ ไปดูกันเลยดีกว่า!

สารบัญ

วิธีการเลือกบรอนเซอร์

แน่นอนค่ะว่า เราไม่มีทางได้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับตัวเอง หากยังไม่รู้วิธีการเลือกที่ถูกต้อง แต่ทุกคนไม่ต้องกังวลไปค่ะ เราได้รวบรวมเนื้อหาต่าง ๆ มาให้คุณอ่านด้านล่างนี้เรียบร้อยแล้ว สาว ๆ ที่ยังไม่เคยใช้บรอนเซอร์หรือเคยซื้อมาแล้วแต่ยังไม่เข้าใจการใช้งาน ลองนำไปปรับใช้กันดูนะคะ

เลือกจากวิธีใช้งานและผลลัพธ์ที่ต้องการ

เลือกจากวิธีใช้งานและผลลัพธ์ที่ต้องการ

โดยหลัก ๆ แล้ว บรอนเซอร์สามารถแบ่งตามการใช้งานออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ประเภทแรก คือ ใช้เพื่อฟินิชลุคที่ต้องการ และประเภทที่สองคือ ใช้เพื่อแก้ไขใบหน้า (ส่วนต่าง ๆ ที่ต้องการเพิ่มมิติ) ซึ่งเราสามารถเลือกให้ตรงตามความต้องการของตัวเองในแต่ละประเภทได้ตามข้อมูลต่อไปนี้เลยค่ะ

ใช้เพื่อฟินิชลุคที่ต้องการ

ใช้เพื่อฟินิชลุคที่ต้องการ

คนไทยอาจจะไม่ค่อยคุ้นกับการใช้งานแบบนี้เท่าไร เพราะพื้นฐานของสีผิวของคนไทยไม่ได้ขาวกันมากอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องปัดเพิ่มมาก แต่สำหรับฝรั่งหรือคนที่มีผิวขาวซีด การปัดบรอนเซอร์เบา ๆ ที่โหนกแก้มหรือหน้าผากจะช่วยให้ผิวดูมีสุขภาพดี แลดูสดใสขึ้นและดูอ่อนเยาว์ลง ให้ลุคผิวสีแทนซึ่งเป็นสีผิวที่ชาวตะวันตกชื่นชอบ แน่นอนว่า สาวไทยคนไหนที่รู้สึกว่าสีผิวของตัวเองซีดเกินไป อยากสลัดลุคเดิม ๆ ทิ้ง เปลี่ยนให้ผิวดูบ่มแดดบ้างก็สามารถนำบรอนเซอร์มาใช้ได้เช่นกันค่ะ

ใช้เพื่อแก้ไขใบหน้าหรือคอนทัวร์ (สร้างเงาหรือมิติให้กับส่วนต่าง ๆ )

ใช้เพื่อแก้ไขใบหน้าหรือคอนทัวร์ (สร้างเงาหรือมิติให้กับส่วนต่าง ๆ )

คอนทัวร์คือ การสร้างเงาหรือมิติให้กับส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น กรอบหน้า ดั้งจมูก ปลายคางหรือแม้แต่ช่วงลำคอ เพื่อพรางสายตาให้หน้าเรียวเล็ก หรือให้ดูแก้มตอบเหมือนผอมลงก็สามารถทำได้ เหมาะกับสาว ๆ ที่โครงหน้าไม่สมส่วนหรือต้องการเน้นโครงหน้าตัวเอง ซึ่งลักษณะของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ควรจะมีฟินิชลุคแบบแมตต์และมีสีเข้มกว่าสีผิวจริงประมาณ 1 เฉด อย่างไรก็ตาม การคำนึงถึงรูปหน้าและปริมาณการใช้ก็เป็นสิ่งสำคัญนะคะ เพราะถ้าเฉดดิ้งผิดที่ผิดทางหรือปริมาณไม่พอดี อาจส่งผลให้ใบหน้าดูแปลกไปเลยก็ได้

เลือกจากเนื้อสัมผัส

เลือกจากเนื้อสัมผัส

ส่วนใหญ่แล้วเนื้อสัมผัสของบรอนเซอร์จะมีด้วยกัน 2 ลักษณะ แบบแรกคือ แบบฝุ่น ส่วนแบบที่สองคือ แบบครีม ซึ่งแต่ละแบบก็มีคุณสมบัติเด่นที่แตกต่างกัน

  1. แบบฝุ่น : มีผลิตภัณฑ์ให้เลือกมากมาย เนื้อจะบางเบามากกว่าแบบครีม จึงสามารถเพิ่มเลเยอร์ได้หากรู้สึกว่ายังไม่เข้มพอ โดยการปัดซ้ำๆ นอกจากนี้ ยังให้ฟินิชลุคที่ซอฟท์กว่า จึงเหมาะสำหรับมือใหม่หัดใช้
  2. แบบครีม : ใช้งานง่ายกว่า เพราะสามารถควบคุมขอบเขตของจุดที่ต้องการได้ อย่างไรก็ตาม ต้องอาศัยทักษะเล็กน้อยในการเบลนด์สี  ดังนั้น จึงเหมาะกับสาว ๆ ที่เคยใช้บลัชออนหรือไฮไลท์ที่มีเนื้อแบบครีมหรือแบบน้ำมาก่อน ส่วนมือใหม่ที่อยากใช้จริง ๆ แนะนำให้อดทนสักนิดค่ะ เพราะช่วงแรก ๆ จะต้องใช้เวลานิดนึงในการฝึกเบลนด์ให้ดูเป็นธรรมชาติ

เลือกตามระดับความแวววาวที่ต้องการ (แมตต์หรือชิมเมอร์)

เลือกตามระดับความแวววาวที่ต้องการ (แมตต์หรือชิมเมอร์)

สาว ๆ คนไหนที่อยากได้ฟินิชลุคแวววาว ช่วยให้ผิวแลดูเปล่งประกาย ผิวโกลว์แบบแซ่บ ๆ แนะนำให้เลือกรุ่นที่ผสมชิมเมอร์เลยค่ะ ยิ่งชิมเมอร์มีความละเอียดมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งกลืนไปกับผิว ได้ลุคที่สมจริงมากขึ้นเท่านั้น

สำหรับสาว ๆ ที่ไม่เน้นความแวววาวหรือไม่ชอบให้หน้าดูเงา แต่อยากใช้บรอนเซอร์เพื่อคอนทัวร์ให้หน้าผอม แนะนำให้เลือกแบบแมตต์ เพราะจะให้ฟินิชลุคที่ดูแนบเนียนเป็นธรรมชาติมากกว่า ถ้ายิ่งเลือกแบบมีชิมเมอร์จะยิ่งช่วยกระจายแสง กลายเป็นเน้นส่วนนั้นให้ดูโดดเด่นขึ้นมาอีก จากหน้าตอบจะกลายเป็นดูหน้าบานกว่าเดิมได้ค่ะ

10 อันดับ บรอนเซอร์ ยี่ห้อไหนดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

ตอนนี้สาว ๆ คงรู้จักและเข้าใจวิธีการเลือกผลิตภัณฑ์ตัวนี้กันแล้วเรียบร้อย แต่ยังไม่พอหรอกนะคะ เพราะการดูจากภายนอกเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถทำให้คุณรู้คุณสมบัติการใช้งานทั้งหมดได้ คุณควรทดลองด้วยตัวเอง แต่จะให้ไปลองทุกรุ่นก็คงจะไม่ไหว ในวันนี้ผู้เขียนจึงรวบรวมข้อมูลและรีวิวของสินค้าต่าง ๆ ที่น่าสนใจมาให้อ่านกันแล้วค่ะ

10. E.l.f. – Contouring Blush & Bronzing Powder

10. E.l.f. - Contouring Blush & Bronzing Powder

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 350 บาท

โทนสีสวย มีชิมเมอร์ช่วยกระจายแสง มาคู่พร้อมบลัชออน

บรอนเซอร์รุ่นนี้เหมาะสำหรับสาว ๆ ที่ต้องเดินทางบ่อยหรือไม่ชอบพกเครื่องสำอางหลายชิ้นเป็นอย่างยิ่งค่ะ เพราะรวมบลัชออนและบรอนเซอร์เข้าไว้ในตลับเดียวกัน ช่วยให้ใช้งานสะดวกมากยิ่งขึ้น แถมยังมีให้เลือกหลากหลายเฉดสี โดยถูกบรรจุในแพ็กเกจแบบตลับแข็งแรงทนทาน ซึ่งภายในมีกระจกมาให้พร้อม

สาว ๆ ที่ใช้จริงรีวิวไว้ว่ามีโทนสีสวยถูกใจกันทุกคน ชิมเมอร์เป็นประกายพอเหมาะและเนื้อเกลี่ยง่าย เมื่อปัดแล้วแก้มจึงดูบ่มแดดอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ข้อเสียคือ ติดไม่ค่อยทน อาจต้องเติมระหว่างวันบ้าง และมีกลิตเตอร์เม็ดใหญ่ไปหน่อย แต่เมื่อเทียบกับราคาและคุณสมบัติแล้วถือว่าคุ้มค่าทีเดียวค่ะ

เนื้อสัมผัส แบบฝุ่น
ผสมชิมเมอร์
ปริมาณ 8 g

9. Wet n Wild – Color Icon Bronzer SPF15

9. Wet n Wild - Color Icon Bronzer SPF15

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 249 บาท

โทนสีสวย มีชิมเมอร์กระจ่างใส เผยผิวให้ดูโกลว์แบบธรรมชาติ

สาวคนไหนที่ชื่นชอบการแต่งหน้าลุคแก้มดูฉ่ำอย่างคนมีสุขภาพดีแนะนำให้ใช้รุ่นนี้เลยค่ะ เพราะด้วยโทนสีที่อันเดอร์โทนส้ม-แดง พร้อมผสมชิมเมอร์เนื้อละเอียดเพื่อเพิ่มความกระจ่างใส ทั้งยังผสมสารกันแดด SPF 15 จึงช่วยให้ผิวดูแทนสวยและมีเกราะปกป้องรังสี UV ให้ผิวด้วย มีให้เลือก 2 เฉดสี ขึ้นอยู่กับสีผิวของแต่ละคน นอกจากนี้ ยังมีปริมาณเยอะ ใช้ได้นาน คุ้มค่าเลยค่ะ

ด้านคุณสมบัติการใช้งาน สาว ๆ หลายคนบอกว่าโทนสีสวย เม็ดสีชัด ปัดไม่ต้องเยอะก็ติดผิวได้ดี และมีเนื้อบางเบา ทำให้เพิ่มเลเยอร์ได้ โดยความติดทนนานอยู่ในระดับปานกลาง แต่มีข้อควรระวังสักนิดนะคะ เพราะหลายคนบอกว่าแพ็กเกจค่อนข้างบอบบาง แตกง่าย จึงไม่เหมาะแก่การพกพา

เนื้อสัมผัส แบบฝุ่น
ผสมชิมเมอร์
ปริมาณ 18 g

8. The Balm – Bahama Mama Bronzer

8. The Balm - Bahama Mama Bronzer

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 690 บาท

ปัดแล้วเป็นธรรมชาติ ใช้งานได้หลากหลาย เก็บรายละเอียดเฉดดิ้งได้ดี

บรอนเซอร์อีกหนึ่งรุ่นที่กำลังเริ่มเป็นที่นิยมในเมืองไทย ที่แม้จะมีเพียงสีเดียว แต่ก็ค่อนข้างเข้ากับสีผิวของสาวไทยได้ดี เพราะเป็นสีน้ำตาลเข้มที่ไม่ออกส้ม เหมาะมากสำหรับสาวผิวสองสี แถมยังสามารถใช้งานได้หลายอย่าง ทั้งคอนทัวร์, ไลท์ดั้งจมูกให้มีสัน, ปัดเพื่อให้ผิวดูแทนจากแดด, เขียนคิ้วและอายแชโดว์ โดยเนื้อสัมผัสเป็นแบบฝุ่น ไม่มีชิมเมอร์ผสม

รุ่นนี้มีเฉดสีที่ค่อนข้างเป็นธรรมชาติ จึงช่วยเพิ่มเงาให้กับใบหน้าได้อย่างมีมิติ ในขณะที่เนื้อแป้งก็เนียนนุ่ม ทำให้เกลี่ยง่าย เมื่อปัดแล้วได้ฟินิชลุคที่ดูละมุน อีกทั้งยังติดทนนาน สาว ๆ ที่ใช้แล้วรีวิวเลยว่าตัวนี้ใช้เป็นเฉดดิ้งได้ดีมาก เพราะเก็บรายละเอียดแก้มเหนียงได้ดีทีเดียว แต่อาจจะต้องเบามือในการใช้หน่อยเพราะสีรุ่นนี้เม็ดสีเข้มมาก ถ้าไม่ระวังฟินิชลุคอาจพลาดได้ง่าย ๆ ค่ะ

เนื้อสัมผัส แบบฝุ่น
ผสมชิมเมอร์
ปริมาณ 7.08 g

7. Physicians Formula – ARGAN WEAR™ ULTRA-NOURISHING ARGAN OIL BRONZER

7. Physicians Formula - ARGAN WEAR™ ULTRA-NOURISHING ARGAN OIL BRONZER

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 679 บาท

ผสมน้ำมันอาร์แกน ให้ความชุ่มชื้นนวลเนียน พร้อมมอบผิวประกายแดด

บรอนเซอร์แบรนด์ร้านขายยาจากอเมริกา มีเนื้อสัมผัสเป็นแบบฝุ่น ให้ฟินิชลุคแบบแวววาวเป็นประกายด้วยส่วนผสมของชิมเมอร์ โดยมีเฉดสี 2 สี ช่วยให้ผิวดูบ่มแดดอย่างเป็นธรรมชาติโดยที่ไม่ต้องใช้เยอะ เม็ดสีแน่น แถมราคายังน่ารักอีกด้วยเทียบกับปริมาณที่ค่อนข้างเยอะ ที่สำคัญ รุ่นนี้เป็นสูตร Hypoallergenic และ Non-comedogenic คนที่ผิวแพ้ง่ายหรือเป็นสิวง่ายจึงใช้ได้สบายเลยค่ะ

จุดเด่นคือ มีส่วนผสมของน้ำมันอาร์แกนที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นเหมาะกับคนผิวแห้ง แถมยังมีส่วนช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวเรียบเนียนขึ้นและอำพรางริ้วรอยแบบตื้นได้อีกด้วย มีกลิ่นหอมที่สาว ๆ หลายคนชื่นชอบ แต่มีข้อเสียตรงที่ชิมเมอร์อาจจะไม่ละเอียดมากเท่าไหร่เมื่อเทียบกับแบรนด์ราคาแพง จึงไม่แนะนำให้ใช้ในการคอนทัวร์ค่ะ

เนื้อสัมผัส แบบฝุ่น
ผสมชิมเมอร์
ปริมาณ 11 g

6. Benefit – Hoola Matte Bronzer

6. Benefit Hoola Matte Bronzer

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 1,350 บาท

บรอนเซอร์ในตำนาน ใช้งานได้หลากหลาย มีหลายขนาดให้เลือก

อีกหนึ่งบรอนเซอร์แบบฝุ่นเนื้อแมตต์ที่หลายคนเลือกใช้ และปัจจุบันทางแบรนด์ขยันออกเฉดสีมาเพิ่มเพื่อตอบโจทย์กับสีผิวให้สาว ๆ มากขึ้น แต่ในไทยอาจจะยังมีสีให้เลือกไม่ครบ เป็นรุ่นที่ใช้งานได้หลายอย่าง ทั้งเป็นเฉดดิ้งเพื่อคอนทัวร์ใบหน้าหรือจะปัดเพื่อให้ผิวแทนดูมีสุขภาพดีก็ได้ มาในแพ็กเกจแบบตลับ ซึ่งภายในมีแปรงปัดและกระจกแถมมาให้

นอกจากนี้ยังมีไซซ์มินิให้เลือก ตอบโจทย์ทุกความไลฟ์สไตล์ของสาว ๆ ได้เป็นอย่างดี สาว ๆ ที่ใช้ต่างชื่นชอบในโทนสีที่ใช้งานง่าย ส่วนเนื้อก็ละมุนบางเบา ปัดแล้วจึงฟุ้งกระจายตัวได้ดีและยังติดทนนาน เม็ดสีแน่น ทำให้ไม่ต้องใช้เยอะ และสร้างกรอบหน้าได้ชัดเจน แถมหนึ่งตลับยังใช้ได้นานอีกด้วย

เนื้อสัมผัส แบบฝุ่น
ผสมชิมเมอร์
ปริมาณ 8 g (ขนาดปกติ) / 4 g (ขนาดมินิ)

5. NARS – Bronzing Powder

5. NARS - Bronzing Powder

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SEPHORA

ราคา 1,650 บาท

ผสมชิมเมอร์สีทอง เฉดสีเป็นธรรมชาติ ช่วยเติมเต็มร่องและริ้วรอย

นอกจากจะมีบลัชออนคุณภาพดีแล้ว แบรนด์นี้เค้ายังมีบรอนเซอร์ที่น่าสนใจอีกด้วย ด้วยการผสมชิมเมอร์สีทองขนาดเล็กละเอียด ทำหน้าที่กระจายแสงให้กับใบหน้า พร้อมนวัตกรรมเนื้อแป้งสูตรพิเศษที่ช่วยเติมเต็มร่องและริ้วรอยจาง ๆ ให้ดูตื้นขึ้นและกระชับรูขุมขนให้เล็กลง นอกจากนี้ ยังใช้งานได้หลายอย่าง ทั้งปัดแก้มให้ดูสุขภาพดีและคอนทัวร์ใบหน้าให้เรียวเล็กลง มีให้เลือก 2 เฉดสี แต่ครอบคลุมทุกสีผิวของสาวไทยเลย

เนื้อแป้งเนียนนุ่ม เบลนด์สีได้ง่าย มีเฉดสีเป็นธรรมชาติและเม็ดชิมเมอร์ปริมาณพอเหมาะ กึ่งแมตต์กึ่งชิมเมอร์ ทำให้ดูไม่หลอกตาจนเกินไป โดยสามารถเพิ่มเลเยอร์ได้ตามต้องการ นอกจากนี้ ยังติดทนนาน มาในแพ็กเกจแบบตลับ ซึ่งภายในมีกระจกมาให้ จึงใช้งานอย่างสะดวก

เนื้อสัมผัส แบบฝุ่น
ผสมชิมเมอร์
ปริมาณ 8 g

4. ‎CHANEL – Soleil Tan De Chanel

4. ‎CHANEL - Soleil Tan De Chanel

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CENTRAL

ราคา 1,800 บาท

เนื้อครีมเจลไม่เหมือนใคร ให้ผิวเรียบเนียนพร้อมเปล่งประกาย สีแทนแบบธรรมชาติ

หากคุณค่อนข้างคุ้นเคยกับการใช้บรอนเซอร์ และมั่นใจตัวเองว่าใช้เป็น ใช้บ่อย เนื้อครีมเจลที่ท็อปฮิตมานานแล้วรุ่นนี้ของ Chanel ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่คุณควรหามาเป็นเจ้าของเลยค่ะ ดูจากแค่ปริมาณบรรจุก็กินขาดที่ 30 กรัมต่อกระปุก คนที่ใช้ทุกวันคุ้มค่าแน่นอน ด้วยเนื้อสัมผัสแบบเจลครีมจึงกลืนกับผิวได้อย่างเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ แต่มีสีให้เลือกเพียงสีเดียวคือ สีน้ำตาลนุ่ม ๆ เหมือนสีกาแฟลาเต้

ตัวนี้สามารถใช้ลงก่อนรองพื้นหรือหลังรองพื้นก็ได้ ได้ฟินิชลุคกำมะหยี่ คือ ผิวดูแมตต์แต่ไม่แห้งเกินไปเพราะมีส่วนผสมเป็นขี้ผึ้งมิเนอรัล สาวผิวอ่อนจะใช้เป็นคอนทัวร์ด้วยก็ได้ ส่วนสาวผิวเข้มสามารถใช้เป็นคอนซีลเลอร์ได้เลยค่ะ สาว ๆ ที่ใช้จริงแล้วต่างบอกว่าเนื้อครีมนุ่มละมุนมาก ๆ ให้กรอบหน้าชัดและติดทน

เนื้อสัมผัส แบบครีม
ผสมชิมเมอร์
ปริมาณ 30 g

3. Beauty Buffet – GINO MCCRAY The Professional Make Up Bronze & Glow Contour Blush

3. Beauty Buffet - GINO MCCRAY The Professional Make Up Bronze & Glow Contour Blush

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 329 บาท

2 in 1 ในตลับเดียว ได้ลุคแมตต์กึ่งเงา คุณภาพคุ้มค่า ราคาเป็นมิตร

อีกหนึ่งบรอนเซอร์ที่นิยมในหมู่สาว ๆ ด้วยเพราะราคาที่ย่อมเยาและคุณภาพที่คุ้มค่า โดยมีเนื้อสัมผัสเป็นแบบฝุ่น ไม่ผสมชิมเมอร์ เนียนละเอียดและบางเบา มาพร้อม 2 เฉดสีที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัวในตลับเดียว โดยมีสีน้ำตาลธรรมชาติสำหรับใช้เป็นบรอนเซอร์ไว้แรเงากรอบหน้าให้ชัดเจน และสีทองแชมเปญเป็นไฮไลท์เตอร์เพื่อเพิ่มความโดดเด่นให้ใบหน้าดูมีมิติยิ่งขึ้น

รุ่นนี้มีเนื้อแมตต์กึ่งเงาที่บางเบาและเนียนละเอียด ให้ลุคผิวสีแทนอย่างเป็นธรรมชาติและเปล่งประกาย สาว ๆ ที่ใช้แล้วประทับใจในสีน้ำตาลของตัวนี้ที่สวยงามและวาวแบบไม่วิ้งเกินไป บางคนก็ใช้แปรงปัดวนทั้ง 2 สีไปพร้อมกันก็ได้ลุดที่ลงตัว ทั้งยังติดทนนาน แต่รุ่นนี้อาจจะเหมาะกับสาวสีผิวกลาง ๆ ผิวไม่ขาวหรือเข้มไป

เนื้อสัมผัส แบบฝุ่น
ผสมชิมเมอร์
ปริมาณ 9 g

2. HOURGLASS – Ambient Lighting Bronzer

2. HOURGLASS - Ambient Lighting Bronzer

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SEPHORA

ราคา 2,150 บาท

แพ็กเกจดีไซน์หรูหรา สัมผัสเรียบเนียน พร้อมชิมเมอร์อณูละเอียด

สายคุณหนูต้องไม่พลาดบรอนเซอร์ชื่อดังของ Hourglass สูตรนี้ที่ดังกระฉ่อนไปทั่วโลก เริ่มจากแพ็กเกจดีไซน์หรูที่เตะตาและกระตุ้นความอยากได้ เปิดมาเจอลวดลายบรอนเซอร์สีสวยที่แต่ละตลับมีลวดลายไม่ซ้ำทำให้กิเลสยิ่งก่อ บวกกับสัมผัสที่หรูหราของผงชิมเมอร์ละเอียดยิบ สร้างลุคผิวกระทบแดดพร้อมเพิ่มมิติให้ใบหน้า ถึงตรงนี้คงไม่จับใส่ตะกร้าไม่ไหวแล้ว

และตามแบบฉบับผลิตภัณฑ์ Hi-End ราคาแรง ส่วนผสมก็จะล้ำเลิศ โดยปราศจากพาราเบน แป้ง น้ำหอม และกลูเตน จึงไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ หลายคนที่ได้ลองแล้วต่างถูกใจในความละเอียดสุด ๆ ของเนื้อชิมเมอร์ จึงทำให้ละมุนเป็นธรรมชาติและผิวดูเรียบเนียนมากขึ้น ที่สำคัญ ให้ความวิ้งกำลังดี ไม่เว่อเกินไป ใครมีงบหน่อย รุ่นนี้ไม่ผิดหวังจริง ๆ

เนื้อสัมผัส แบบฝุ่น
ผสมชิมเมอร์
ปริมาณ 11 g

1. BOBBI BROWN – ILLUMINATING BRONZING POWDER

1. BOBBI BROWN ILLUMINATING BRONZING POWDER 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CENTRAL

ราคา 1,850 บาท

ขับผิวให้เปล่งปลั่งสดใส เน้นความเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับทุกสีผิว

เป็นใครไปไม่ได้นอกจากบรอนเซอร์ในตำนานของ Bobbi Brown ที่เราต้องขอยกให้เป็นอันดับหนึ่งในครั้งนี้ ด้วยเนื้อฝุ่นผสมชิมเมอร์บางเบา ผสมผลึกไข่มุก ให้ประกายละเอียดวิบวับกำลังดี ขับผิวคุณให้แลดูเปล่งปลั่งสดใส ดูระเรื่อแบบเป็นธรรมชาติ ไม่หนักไม่วาวเกินไป ที่สำคัญ ไม่มีส่วนผสมของสารสังเคราะห์ใด ๆ ที่รบกวนผิวอย่างเช่นพาราเบน จึงใช้ได้กับทุกสภาพผิวและทุกสีผิว

มีโทนสีให้เลือก 2 สี คือ โทนสีน้ำตาลแบบมาตรฐาน สำหรับสาว ๆ ที่อยากได้ผิวสีน้ำผึ้ง กับอีกโทนคือ โทนสีชมพูหม่น ๆ อมน้ำตาล อมส้ม ซึ่งเวิร์คมาก ๆ สำหรับคนที่ไม่กล้าแต่งแนวสายฝอจ๋าเกินไป ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะมากสำหรับสาว ๆ ที่เพิ่งจะเริ่มต้นแต่งหน้าแบบลงบรอนเซอร์ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้เป็นคอนทัวร์เฉดดิ้งก็ได้ค่ะ

เนื้อสัมผัส แบบฝุ่น
ผสมชิมเมอร์
ปริมาณ 9 g

บทส่งท้าย

แม้บรอนเซอร์จะเป็นไอเทมที่ดูไม่น่าจะมีวิธีการเลือกซื้ออะไรมาก แต่ความแตกต่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเนื้อสัมผัสและฟินิชลุคก็สามารถสร้างความแตกต่างให้กับใบหน้าได้ ดังนั้น สาว ๆ จึงควรใส่ใจกับวิธีการเลือกให้มากขึ้น และสำหรับใครที่ต้องการใช้เพื่อปัดกรอบหน้า อย่าลืมคำนึงถึงรูปหน้าของตัวเองด้วยนะคะ ซึ่งถ้าใครไม่รู้หรือไม่มั่นใจว่าทำอย่างไร แนะนำให้ลองทำตามบทความในอินเทอร์เน็ตหรือคลิปของบิวตี้บล็อกเกอร์ก่อนเลยค่ะ เพื่อลุคที่ได้ออกมาอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

และแน่นอนว่ามีบรอนเซอร์ไปแล้ว ก็จะต้องมี “ไฮไลท์” ด้วย เพื่อช่วยสร้างแสง ทำให้ส่วนนั้นดูเด่นชัดขึ้นมา โดยคุณสามารถเลือกรุ่นที่มีเฉดสีเข้ากับตัวเอง (ผิวขาว : โทนมุกหรือแชมเปญ, ผิวสองสี/ผิวเข้ม : อมส้มหรือทอง) และมีเม็ดชิมเมอร์เล็ก เพราะจะช่วยกระจายแสงได้เป็นธรรมชาติมากกว่า สุดท้ายนี้ หวังว่าทุกคนจะเข้าใจการเลือกซื้อบรอนเซอร์กันมากขึ้นจากบทความที่เรานำมาฝากกันในวันนี้นะคะ แล้วพบกับข้อมูลความสวยความงามได้ใหม่ในบทความหน้าค่ะ

Popular Posts