10 อันดับ บรอนเซอร์ ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2019

10 อันดับ บรอนเซอร์ ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018

เชื่อว่าสาวๆ หลายคนคงเคยมีบางอารมณ์ที่อยากให้ผิวแลดูบ่มแดด ดูมีสุขภาพดี แต่ก็ไม่อยากไปนอนอาบแดดด้วยตัวเอง ดังนั้นในวันนี้ผู้เขียนจึงขอแนะนำให้รู้จักกับ “บรอนเซอร์” ไอเทมที่มีลักษณะคล้ายกับบลัชออนแต่มีสีน้ำตาล เอาไว้สร้างเมคอัพลุคแบบ Sun Kiss Skin แถมบางรุ่นยังสามารถใช้เฉดดิ้งใบหน้าให้ตอบลงได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้มีผลิตภัณฑ์มากมายหลายรุ่นจากหลายแบรนด์ ซึ่งแต่ละรุ่นก็มีคุณสมบัติเด่นที่แตกต่างกันออกไป มีทั้งเนื้อครีมและเนื้อฝุ่น ถ้ามือใหม่ศึกษาไม่ดีอาจพลาดไปซื้อชิ้นที่ไม่เหมาะกับตัวเองได้นะจ๊ะ

ในวันนี้ผู้เขียนจึงขอแนะนำตัวช่วยที่จะทำให้การช็อปปิ้งของสาวๆเป็นเรื่องง่ายขึ้น นั่นคือ “วิธีการเลือก” ซึ่งสามารถทำตามได้ง่ายๆ และ “10 อันดับสินค้ายอดฮิตขายดี” ที่ผ่านการเปรียบเทียบทั้งจากราคา, คุณสมบัติและรีวิว เพื่อให้สาวๆมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจสั่งซื้อที่น่าเชื่อถือขึ้น ว่าแล้วอย่ารอช้าเลยค่ะ เราไปอ่านกันเลยดีกว่า

สารบัญ

วิธีการเลือกบรอนเซอร์

แน่นอนว่าเราไม่มีทางได้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับตัวเอง หากยังไม่รู้วิธีการเลือกที่ถูกต้อง แต่ทุกคนไม่ต้องกังวลไปค่ะ วันนี้ผู้เขียนได้รวบรวมเนื้อหาต่างๆ มาให้อ่านที่ด้านล่างนี้เรียบร้อยแล้ว สาวๆ ที่ยังไม่เคยใช้บรอนเซอร์หรือเคยซื้อมาแล้วแต่ไม่เข้าใจการใช้งาน ลองนำไปปรับใช้กันดูนะคะ

เลือกจากวิธีใช้งานและผลลัพธ์ที่ต้องการ

เลือกจากวิธีใช้งานและผลลัพธ์ที่ต้องการ

ปกติแล้ว บรอนเซอร์สามารถแบ่งตามการใช้งานออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ประเภทแรกคือฟินิชลุคของเครื่องสำอาง และประเภทที่สองคือ ผลลัพธ์บนใบหน้า (ส่วนต่างๆที่ต้องการเพิ่มมิติ) หรือวัตถุประสงค์ในการใช้นั่นเอง ซึ่งเพื่อนๆควรจะเลือกอย่างไรให้ตรงตามความต้องการของตัวเอง ตามอ่านได้จากด้านล่างนี้เลยค่ะ

ใช้เพื่อให้ผิวแลดูสุขภาพดีเหมือนผ่านการบ่มแดด

ใช้เพื่อให้ผิวแลดูสุขภาพดีเหมือนผ่านการบ่มแดด

คนไทยอาจจะไม่ค่อยคุ้นกับการใช้งานแบบนี้เท่าไร เพราะพื้นฐานของสีผิวเป็นสีน้ำผึ้งหรือสีแทนกันอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องปัดเพิ่ม แต่สำหรับฝรั่งหรือคนที่มีผิวขาวซีด การปัดบรอนเซอร์เบาๆ ที่โหนกแก้มหรือหน้าผากจะช่วยให้ผิวดูมีสุขภาพดี ให้ลุคผิวสีแทนซึ่งเป็นสีผิวที่ชาวตะวันตกชื่นชอบ

บรอนเซอร์ที่เหมาะสำหรับการใช้งานแบบนี้ควรมีเนื้อสัมผัสเป็นฝุ่นและผสมชิมเมอร์ ซึ่งจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความต้องการของสาวๆ เพื่อให้ฟินิชลุคดูนุ่มละมุนและเปล่งปลั่ง ทำให้ใบหน้าของเราแลดู Fresh ขึ้นและอ่อนเยาว์ลง

ใช้เพื่อคอนทัวร์ (สร้างเงาให้กับส่วนต่างๆ)

ใช้เพื่อคอนทัวร์ (สร้างเงาให้กับส่วนต่างๆ)

คอนทัวร์คือการสร้างเงาให้กับส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น กรอบหน้า ดั้งจมูก หรือแม้แต่กระดูกไหปราร้า เพื่อพรางสายตาให้ดูตอบหรือผอมลง จึงเหมาะกับสาวๆ ที่โครงหน้าไม่สมส่วนหรือต้องการเน้นสรีระตัวเอง ซึ่งลักษณะของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ควรจะมีฟินิชลุคแบบแมตต์และมีสีเข้มกว่าสีผิวจริงประมาณ 1 เฉด อย่างไรก็ตาม การคำนึงถึงรูปหน้าและปริมาณการใช้ก็เป็นสิ่งสำคัญนะคะ เพราะถ้าเฉดดิ้งผิดที่ผิดทางหรือปริมาณไม่พอดี อาจส่งผลให้ใบหน้าดูแปลกไปเลยก็ได้

เลือกจากเนื้อสัมผัส

เลือกจากเนื้อสัมผัส

ส่วนใหญ่แล้วเนื้อสัมผัสของบรอนเซอร์จะมีด้วยกัน 2 ลักษณะ แบบแรกคือแบบฝุ่น ส่วนแบบที่สองคือแบบครีม ซึ่งแต่ละเนื้อก็มีคุณสมบัติเด่นที่แตกต่างกัน

  1. แบบฝุ่น : เนื้อจะบางเบามากกว่าแบบครีม จึงสามารถเพิ่มเลเยอร์ได้หากรู้สึกว่ายังไม่เข้มพอโดยการปัดซ้าๆ นอกจากนี้ยังให้ฟินิชลุคที่ซอฟท์กว่า จึงเหมาะสำหรับมือใหม่
  2. แบบครีม : ใช้งานง่ายกว่า เพราะสามารถควบคุมขอบเขตของจุดที่ต้องการได้ อย่างไรก็ตาม ต้องอาศัยทักษะสักเล็กน้อยในการเบลนด์สีนะคะ ดังนั้นจึงเหมาะกับสาวๆ ที่เคยใช้บลัชออนหรือไฮไลท์ที่มีเนื้อแบบนี้หรือแบบน้ำมาก่อน ส่วนมือใหม่ที่อยากใช้จริงๆ แนะนำให้อดทนสักนิดค่ะ เพราะช่วงแรกๆจะต้องใช้เวลานิดนึงในการฝึกเบลนด์ให้เป็นธรรมชาติ

เลือกจากฟินิชลุค (แมตต์หรือชิมเมอร์)

เลือกจากฟินิชลุค (แมตต์หรือชิมเมอร์)

ตามที่เราได้เกริ่นกันไปในตอนต้น สาวๆ คนไหนที่อยากได้ฟินิชลุคแวววาว ช่วยให้ผิวแลดูเปล่งปลั่งและมีสุขภาพดีจนน่ามอง แนะนำให้เลือกรุ่นที่ผสมชิมเมอร์เลยค่ะ โดยปริมาณความแวววาวขึ้นอยู่กับขนาดของกลิตเตอร์ ดังนั้นก่อนการซื้อจึงควรคำนึงถึงตรงนี้ด้วยนะคะ เพราะถ้าแวววาวมากหรือน้อยเกินไปอาจไม่ได้ฟินิชลุคตามที่หวัง

สำหรับสาวๆ ที่ใช้เพื่อคอนทัวร์ แนะนำให้เลือกแบบแมตต์นะคะ เพราะจะให้ฟินิชลุคที่ดูแนบเนียนเป็นธรรมชาติมากกว่า ถ้ายิ่งเลือกแบบมีชิมเมอร์จะยิ่งช่วยกระจายแสง กลายเป็นเน้นส่วนนั้นให้ดูโดดเด่นขึ้นมาอีก คราวนี้จากหน้าตอบจะกลายเป็นหน้าอ้วนกว่าเดิมได้ค่ะ

10 อันดับ บรอนเซอร์ ยี่ห้อไหนดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

ตอนนี้สาวๆคงรู้จักและเข้าใจวิธีการเลือกผลิตภัณฑ์ตัวนี้กันแล้วเรียบร้อย แต่ยังไม่พอหรอกนะคะ เพราะการดูจากภายนอกเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถทำให้คุณรู้คุณสมบัติการใช้งานทั้งหมดได้ คุณควรทดลองด้วยตัวเอง แต่จะให้ไปลองทุกรุ่นก็คงจะไม่ไหว ในวันนี้ผู้เขียนจึงรวบรวมข้อมูลและรีวิวของสินค้าต่างๆที่น่าสนใจมาให้อ่านกันแล้วค่ะ

10. Collection Bronze Glow Matte (15 g)

10. Collection Bronze Glow Matte (15 g)

ดูรายละเอียดได้จาก LAZADA

ราคา 169 บาท

เนื้อบางเบา เม็ดสีแน่น ปริมาณเยอะ

เริ่มต้นกันด้วยบรอนเซอร์จากแบรนด์นี้ที่มีเนื้อสัมผัสเป็นแบบฝุ่น ให้ฟินิชลุคผิวแมตต์ โดยมีเฉดสีเดียว แต่ค่อนข้างเข้ากับสีผิวของคนไทยโดยส่วนใหญ่ ซึ่งสาวๆ ที่ใช้จริงต่างรีวิวว่าเฉดสีออกส้มและมีเนื้อบางเบา ช่วยให้ผิวดูบ่มแดดอย่างเป็นธรรมชาติโดยที่ไม่ต้องใช้เยอะ เพราะเม็ดสีแน่น นอกจากนี้ยังติดทนนานในระดับหนึ่ง แถมราคายังน่ารักอีกด้วย

ข้อเสียเล็กน้อย คือ เนื้อผลิตภัณฑ์มีแป้งอยู่เยอะ เมื่อปัดแล้วจึงเป็นผงออกมาประมาณหนึ่งและแพ็กเกจเปราะบาง จึงไม่เหมาะกับการพกพาไปเติมระหว่างวัน นอกจากนี้หากใครที่ต้องการจะซื้อผลิตภัณฑ์นี้เพื่อมาใช้เป็นคอนทัวร์ขอบอกว่าไม่ควรค่ะ เพราะสีที่ออกส้มอาจทำให้ลุคของคุณดูแปลกหรือไม่สมบูรณ์ได้

9. E.l.f. Contouring Blush & Bronzer (8 g)

9. E.l.f. Contouring Blush & Bronzer (8 g)

ดูรายละเอียดได้จาก LAZADA

ราคา 379 บาท

โทนสีสวย มีชิมเมอร์ช่วยกระจายแสงมาพร้อมบลัชออน

บรอนเซอร์รุ่นนี้เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ต้องเดินทางบ่อยหรือไม่ชอบพกเครื่องสำอางหลายชิ้นเป็นอย่างยิ่งค่ะ เพราะรวมบลัชออนและบรอนเซอร์เข้าไว้ในตลับเดียวกัน ช่วยให้ใช้งานสะดวกมากยิ่งขึ้น แถมยังมีให้เลือกหลากหลายสี โดยถูกบรรจุในแพ็กเกจแบบตลับแข็งแรงทนทาน ซึ่งภายในมีกระจกมาให้ด้วย

สาวๆ ที่ใช้จริงรีวิวไว้ว่าบรอนเซอร์โทนสีสวย ชิมเมอร์เป็นประกายพอเหมาะและเนื้อเกลี่ยง่าย เมื่อปัดแล้วแก้มจึงดูบ่มแดดอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ข้อเสียคือ ติดไม่ค่อยทน อาจต้องเติมระหว่างวันบ้าง แต่เมื่อเทียบกับราคาและคุณสมบัติแล้วถือว่าคุ้มค่าทีเดียวค่ะ

8. Wet n Wild Color Icon Bronzer SPF15 (18 g)

8. Wet n Wild Color Icon Bronzer SPF15 (18 g)

ดูรายละเอียดได้จาก LAZADA

ราคา 299 บาท

โทนสีสวย มีชิมเมอร์กระจ่างใส เผยผิวบ่มแดดแบบโกลว์

สาวคนไหนที่ชื่นชอบการแต่งหน้าลุคแก้มบ่มแดดดูฉ่ำอย่างคนมีสุขภาพดีแนะนำให้ใช้รุ่นนี้เลยค่ะ เพราะด้วยโทนสีที่อันเดอร์โทนส้ม-แดง พร้อมผสมชิมเมอร์เนื้อละเอียดเพื่อเพิ่มความกระจ่างใสและผสานด้วยสารกันแดด SPF 15 จึงช่วยให้ผิวดูแทนสวยและมีเกราะปกป้องจากรังสี UV โดยมีให้เลือก 2 เฉดสี ขึ้นอยู่กับสีผิวของแต่ละคน นอกจากนี้ปริมาณยังเยอะ ทำให้ใช้ได้นานเลยค่ะ

ด้านคุณสมบัติการใช้งาน สาวๆ หลายคนบอกว่าโทนสีสวย เม็ดสีชัด ปัดไม่ต้องเยอะก็ติดผิวได้ดี นอกจากนี้เนื้อยังบางเบา ทำให้เพิ่มเลเยอร์ได้ โดยจะติดทนนานอยู่ในระดับปานกลาง แต่มีข้อควรระวังสักนิดนะคะ เพราะหลายคนบอกว่าแพ็กเกจค่อนข้างบอบบางง่ายต่อการแตก ไม่เหมาะแก่การพกพา

7. NARS Cosmetic Bronzing Powder (8 g)

7. NARS Cosmetic Bronzing Powder (8 g)

ดูรายละเอียดได้จาก LAZADA

ราคา 1,650 บาท

ผสมชิมเมอร์สีทองช่วยกระจายแสง เฉดสีเป็นธรรมชาติ

นอกจากจะมีบลัชออนคุณภาพดีแล้ว แบรนด์นี้เขายังมีบรอนเซอร์ที่น่าสนใจด้วยนะคะ ด้วยการผสมชิมเมอร์สีทองขนาดเล็กละเอียด ทำหน้าที่กระจายแสงให้กับใบหน้า พร้อมนวัตกรรมเนื้อแป้งสูตรพิเศษช่วยเติมเต็มร่องริ้วรอยจางๆ ให้ดูตื้นขึ้นและกระชับรูขุมขนให้เล็กลง นอกจากนี้ยังใช้งานได้หลายอย่าง ทั้งปัดให้แก้มดูสุขภาพดีและคอนทัวร์ใบหน้าให้เรียวเล็กลง มีให้เลือก 2 เฉดสี แต่ครอบคลุมทุกสีผิวของสาวไทย

เนื้อแป้งเนียนนุ่ม เบลนด์สีได้ง่าย มีเฉดสีเป็นธรรมชาติและเม็ดชิมเมอร์ปริมาณพอเหมาะ กึ่งแมตต์กึ่งชิมเมอร์ ทำให้ไม่ดูหลอกตาจนเกินไป โดยสามารถเพิ่มเลเยอร์ได้ตามต้องการ นอกจากนี้ยังติดทนนาน มาในแพ็กเกจแบบตลับ ซึ่งภายในมีกระจกมาให้ จึงทำให้ใช้งานสะดวก

6. Benefit Hoola Matte Bronzer (4 g)

6. Benefit Hoola Matte Bronzer (4 g)

ดูรายละเอียดได้จาก LAZADA

ราคา 650 บาท

โทนสีเป็นธรรมชาติ ใช้งานได้หลายอย่าง มีหลายขนาด

อีกหนึ่งบรอนเซอร์แบบฝุ่นเนื้อแมตต์ที่หลายคนเลือกใช้ เพราะแม้จะมีสีเดียวแต่ก็เข้ากับผิวของสาวไทยโดยส่วนใหญ่ได้ดี ใช้งานได้หลายอย่าง เป็นได้ทั้งเฉดดิ้งเพื่อคอนทัวร์ใบหน้าหรือจะปัดเพื่อให้ผิวแทนดูมีสุขภาพดีก็ได้ มาในแพ็กเกจแบบตลับ ซึ่งภายในมีแปรงปัดและกระจกแถมมาให้ นอกจากนี้ยังมีให้เลือกหลายไซซ์ ตอบโจทย์ทุกความไลฟ์สไตล์ของสาวๆ ได้เป็นอย่างดี

สาวๆที่ใช้ต่างชื่นชอบในโทนสีน้ำตาลอมเทา ซึ่งไม่มีติ่งสีแดงผสม ทำให้ใช้ง่าย ส่วนเนื้อก็บางเบาและเนียนนุ่ม ปัดแล้วจึงฟุ้งกระจายตัวได้ดีและยังติดทนนาน นอกจากนี้เม็ดสียังแน่น ทำให้ไม่ต้องใช้เยอะ หนึ่งตลับจึงใช้ได้นาน

5. The Balm Bahama Mama Matte Bronzer (7.08 g)

5. The Balm Bahama Mama Matte Bronzer (7.08 g)

ดูรายละเอียดได้จาก LAZADA

ราคา 790 บาท

สีน้ำตาลอมเทา ปัดแล้วเป็นธรรมชาติ ใช้งานได้หลายอย่าง

บรอนเซอร์ตัวฮิตอันดับต้นๆ ของแบรนด์ ที่แม้จะมีเพียงสีเดียว แต่ก็ค่อนข้างเข้ากับสีผิวของสาวไทยได้ดี เพราะเป็นสีน้ำตาลที่ไม่ออกติ่งส้ม แถมยังสามารถใช้งานได้หลายอย่าง ทั้งคอนทัวร์, ไลท์ดั้งให้มีสัน, ปัดเพื่อให้ผิวดูบ่มแดด, เขียนคิ้วและอายแชโดว์ โดยเนื้อสัมผัสเป็นแบบฝุ่น ไม่มีชิมเมอร์ผสม ซึ่งมาในแพ็กเกจแบบตลับพร้อมกระจก จึงเหมาะสำหรับสาวๆ ทุกคน

รุ่นนี้มีเฉดสีที่สวยและค่อนข้างเป็นธรรมชาติ จึงช่วยเพิ่มเงาให้กับใบหน้าได้อย่างมีมิติ ในขณะที่เนื้อแป้งก็เนียนนุ่ม ทำให้เกลี่ยง่าย เมื่อปัดแล้วได้ฟินิชลุคที่ดูละมุนอีกทั้งยังติดทนนาน นอกจากนี้ปัด 1 ครั้งยังใช้ในปริมาณที่ไม่เยอะ ทำให้ใช้ได้นาน

4. Canmake Shading Powder

4. Canmake Shading Powder

ดูรายละเอียดได้จาก LAZADA

ราคา 390 บาท

โทนสีเป็นธรรมชาติ เข้ากับคนไทย มาพร้อมแปรงปัด

ผลิตภัณฑ์จากญี่ปุ่นรุ่นนี้สาวๆ น่าจะชอบค่ะ เพราะมีโทนสีที่ค่อนข้างเข้ากับสีผิวของคนไทยได้ดีและสีอ่อนมีความเป็นธรรมชาติสูงตามสไตล์เครื่องสำอางญี่ปุ่น แม้ว่าจะเป็นมือใหม่ก็ไม่ต้องกลัวว่าใช้บรอนเซอร์ตัวนี้แล้วหน้าจะดำเป็นปื้น เนื้อสัมผัสเป็นแบบฝุ่นและไม่ผสมชิมเมอร์ ปัจจุบันมีให้เลือก 2 สีขึ้นอยู่กับสีผิวของแต่ละคน แพ็กเกจเป็นแบบตลับพร้อมแปรงปัดมาให้ในตัว ช่วยให้ใช้งานสะดวกมากขึ้น เหมาะกับใช้เฉดดิ้งอย่างเดียว

สาวๆ ที่ใช้จริงรีวิวไว้ว่าโทนสีสวย โดยไม่มีติ่งสีแดงเจือปน ส่วนเนื้อก็เนียนละเอียด ช่วยให้ปัดและเบลนด์สีได้ง่าย นอกจากนี้ยังติดทนนานในระดับหนึ่ง ที่สำคัญราคาที่ไม่แพงจึงง่ายต่อการสอยมาครอบครองอย่างมาก

3. Cezanne Shading Stick (5 g)

3. Cezanne Shading Stick (5 g)

ดูรายละเอียดได้จาก LAZADA

ราคา 300 บาท

เนื้อครีมเนียนลื่น โทนสีเป็นธรรมชาติ มีส่วนผสมจากคอลลาเจน

สำหรับตัวนี้ถือว่าน่าสนใจที่เดียวค่ะ เพราะด้วยความที่เป็นผลิตภัณฑ์จากญี่ปุ่น ทำให้เฉดสีค่อนข้างเข้ากับสาวเอเชียอย่างเรา นอกจากนี้ยังผสมมอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงอย่าง “กรดไฮยาลูรอนิก” และ “คอลลาเจน” จึงช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นของเซลล์ผิวขณะที่ใช้ได้ดี โดยลักษณะเนื้อเป็นแบบครีม ให้ฟินิชลุคผิวแมตต์ ซึ่งมาในรูปแบบแท่ง ทำให้ใช้งานง่ายขึ้น เหมาะสำหรับการเฉดดิ้ง

เนื้อครีมเนียนลื่น ช่วยให้ปาดและเบลนด์สีง่าย ส่วนเม็ดสีก็แน่น ทำให้ใบหน้ามีมิติขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและยังติดทนในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นเนื้อครีมจึงไม่เหมาะกับสาวผิวมัน และรุ่นนี้มีเพียงสีเดียวนะคะ สาวผิวเข้มส่วนใหญ่บอกว่าอ่อนเกินไป แต่ถ้าคุณเป็นคนผิวขาวหรือสองสีก็คุ้มค่าที่จะลองซื้อมาใช้ดูค่ะ

2. Catrice Sun Glow Matt Bronzing Powder (8 g)

2. Catrice Sun Glow Matt Bronzing Powder (8 g)

ดูรายละเอียดได้จาก LAZADA

ราคา 245 บาท

เนื้อเนียน เม็ดสีชัด ปัดแล้วแก้มดูสุขภาพดี

อีกหนึ่งบรอนเซอร์ที่นิยมในหมู่สาวๆ ด้วยเพราะราคาที่ย่อมเยาและคุณภาพที่คุ้มค่า โดยมีเนื้อสัมผัสเป็นแบบฝุ่น ไม่ผสมชิมเมอร์ เป็นสูตรกันน้ำ ทำให้ติดทนนานยิ่งขึ้น ปัจจุบันมีให้เลือกสองสี แต่ค่อนข้างครอบคลุมสีผิวของสาวไทย และล่าสุดทางแบรนด์ได้เปลี่ยนแพ็กเกจให้ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น ดังนั้นถ้าใครไปเห็นก็อย่าเพิ่งตกใจกันนะจ๊ะ

รุ่นนี้มีเนื้อที่บางเบาและเนียนละเอียด ปัดแล้วจึงฟุ้งกระจายตัวได้ดี ขณะเดียวกันเม็ดสีก็แน่น ทำให้แก้มดูบ่มแดดอย่างคนมีสุขภาพดี แถมยังมีปริมาณเยอะ ทำให้สามารถใช้ได้นาน อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะไม่ผสมชิมเมอร์แต่รุ่นนี้ไม่เหมาะกับการคอนทัวร์หน้านะคะ สาวๆ ต้องระวัง

1. NYC New York Color Smooth Skin Bronzing Face Powder (9.4 g)

1. NYC New York Color Smooth Skin Bronzing Face Powder (9.4 g)

ดูรายละเอียดได้จาก LAZADA

ราคา 358 บาท

โทนสีเป็นธรรมชาติปัดแล้วดูสุขาพดี พร้อมผสมแร่ธาตุต่างๆ

รุ่นนี้ต้องบอกเลยว่าฮอตฮิตมากจริงๆค่ะ เพราะด้วยคุณสมบัติเด่น มีสีบ่มแดดที่สวยแลดูเป็นธรรมชาติและมีส่วนผสมของแร่ธาตุมากมาย ไม่ว่าจะ Kaolin หรือ Silica ที่ช่วยกระชับรูขุมขนและเติมเต็มร่องริ้วรอยเล็กๆให้แลดูตื้นขึ้น นอกจากนี้ยังได้รับการทดสอบทางการแพทย์แล้วว่าอ่อนโยน โดยสาวๆ ที่มีผิวบอบบางหลายคนบอกว่าใช้แล้วไม่แพ้ ส่วนเนื้อสัมผัสรุ่นนี้เป็นแบบฝุ่น ให้ฟินิชลุคผิวแมตต์ ปัจจุบันมีให้เลือกสีเดียว แต่ค่อนข้างเข้ากับสีผิวคนไทยโดยส่วนใหญ่

สาวๆที่ใช้จริงต่างชื่นชอบในเนื้อที่เรียบเนียน ปัดแล้วเบลนด์สีได้ดี ติดทนนานในระดับหนึ่ง นอกจากนี้ยังใช้ปัดกรอบหน้าได้อีกด้วย (ขึ้นอยู่กับสีผิวของแต่ละคน) โดยในตลับมีพัฟและกระจกแถมมาให้ ทำให้ใช้งานสะดวกขึ้น เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่และมืออาชีพ

บทส่งท้าย

บรอนเซอร์แม้จะเป็นไอเทมที่ดูไม่น่าจะมีวิธีการเลือกซื้ออะไรมาก แต่ความแตกต่างเล็กๆ น้อยๆ ของเนื้อสัมผัสและฟินิชลุคก็สามารถสร้างความแตกต่างให้กับใบหน้าได้ ดังนั้นสาวๆ จึงควรใส่ใจกับวิธีการเลือกให้มากขึ้น และสำหรับใครที่ต้องการใช้เพื่อปัดกรอบหน้า อย่าลืมคำนึงถึงรูปหน้าของเราด้วยนะคะ ซึ่งถ้าใครไม่รู้หรือไม่มั่นใจว่าทำอย่างไร แนะนำให้ลองทำตามบทความในอินเตอร์เน็ตหรือคลิปของบิวตี้บล็อกเกอร์เลยค่ะ เพื่อฟินิชลุคที่สมบูรณ์แบบที่สุด

แน่นอนว่ามีบรอนเซอร์ไปแล้ว ก็จะต้องมี “ไฮไลท์” ด้วย เพื่อช่วยสร้างแสง ทำให้ส่วนนั้นดูเด่นชัดขึ้นมา โดยสาวๆควรเลือกรุ่นที่มีเฉดสีเข้ากับตัวเอง (ผิวขาว : โทนมุกหรือแชมเปญ, ผิวสองสี/ผิวเข้ม : อมส้มหรือทอง) และมีเม็ดชิมเมอร์เล็ก เพราะจะช่วยกระจายแสงได้เป็นธรรมชาติมากกว่า สำหรับบทความนี้หวังว่าสาวๆ จะเข้าใจการเลือกซื้อบรอนเซอร์กันมากขึ้นนะคะ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้าค่ะ

Popular Posts