10 อันดับ Lip & Cheek ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2019

10 อันดับ Lip & Cheek ยอดฮิตขายดีที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018

เห็นหัวข้อบทความนี้แล้ว สาว ๆ ก็คงจะรู้กันเลยว่า ไอเทมชิ้นนี้สามารถใช้ได้ทั้งริมฝีปากและพวงแก้ม ทำให้การแมทช์สีกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น และยังช่วยลดจำนวนเครื่องสำอางที่ต้องพกพาไปเติมระหว่างวันอีกด้วย เหมาะสำหรับสาวรุ่นใหม่ที่ห่วงสวย แต่ก็อยากเน้นความสะดวกสบายเป็นพิเศษ และเช่นเดียวกับเครื่องสำอางส่วนใหญ่ เจ้าไอเทมนี้มีหลายเนื้อสัมผัส โดยทั่วไปจะมีทั้งแบบทินท์น้ำ แบบเจล และแบบครีม นอกจากนี้ ยังมีให้เลือกหลายเฉดสี ซึ่งความแตกต่างเหล่านี้เองที่จะทำให้แต่ละรุ่นมีคุณสมบัติการใช้งานที่ต่างกันออกไป ดังนั้น การศึกษา “วิธีการเลือก” ก่อนจะตัดสินใจซื้อจึงเป็นเรื่องสำคัญ

แน่นอนว่า การเลือกจากการอ่านแค่ฉลากหรือคำโฆษณาสินค้าเท่านั้น ไม่อาจทำให้รู้ถึงคุณสมบัติการใช้งานจริงได้ แต่จะให้ซื้อมาลองเองเลยก็เสี่ยงเกินไป แถมยังเสียเวลาอีก และอาจเสียเงินเปล่าหากไม่ถูกใจ วันนี้ทีมงานของเราจึงได้ไปรวบรวมข้อมูลของ Lip & Cheek ที่น่าสนใจมาทำการจัดอันดับ โดยผ่านการเปรียบเทียบจากราคา คุณสมบัติ และรีวิวมากมายมาให้คุณโดยเฉพาะ จะมีเนื้อหาอย่างไรบ้างนั้น ตามมาอ่านกันได้เลยค่ะ!

สารบัญ

วิธีการเลือก Lip & Cheek

สาว ๆ หลายคนคงสับสนอยู่ประจำว่า จะใช้เกณฑ์อะไรในการเลือก Lip & Cheek ดี เพราะเป็นไอเทมที่มีหลายฟังก์ชัน จะใช้หลักการอย่างใดอย่างหนึ่งไปเลยก็ไม่ได้ เดี๋ยวได้ผลลัพธ์ที่ไม่สมบูรณ์แบบมากพอ ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ เพราะวันนี้เราได้ไปรวบรวมข้อมูลวิธีการเลือกที่เหมาะสมและสามารถทำตามได้ง่าย ๆ มาให้ทุกคนอ่านกันแล้ว

เลือกเฉดสีและเนื้อสัมผัสตามฟินิชลุคที่ต้องการ

เลือกเฉดสีและเนื้อสัมผัสตามฟินิชลุคที่ต้องการ

ปัจจุบัน ก็มีผลิตภัณฑ์ Lip & Cheek ออกมามากมายให้เลือก และแต่ละแบรนด์นั้นก็จะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป ทั้งในเรื่องความเข้มของสีและเนื้อสัมผัส ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่เน้นการใช้เป็นบลัชออนส่วนใหญ่ มักจะมีฟินิชลุคที่แวววาว ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ที่เน้นการใช้เป็นลิปสติกจะมีเนื้อสัมผัสที่ค่อนข้างแมตต์กว่า สาว ๆ อาจจะต้องทดลองใช้ดูเพื่อให้ทราบว่าผลิตภัณฑ์นั้นเข้ากับสไตล์การแต่งหน้าของตัวเองหรือไม่

เลือกประเภทของ Lip & Cheek ที่คุณใช้ถนัด

ตามที่เราได้เกริ่นไปในตอนต้น ไอเทมชิ้นนี้มีหลากหลายเนื้อสัมผัสให้เลือกเลยค่ะ ซึ่งความแตกต่างเหล่านี้เองที่ส่งผลต่อการใช้งาน เราลองมาดูกันดีกว่าค่ะว่า เราน่าจะถนัดใช้แบบไหนมากที่สุด

แบบครีม : ใช้งานง่ายเพียงแค่วอร์มครีมให้นุ่ม

แบบครีม : ใช้งานง่ายเพียงแค่วอร์มครีมให้นุ่ม 

แบบครีมนี้ถือเป็นรูปลักษณ์เบสิกที่สุดเลยค่ะ โดยจะมีลักษณะเป็นเนื้อครีมค่อนข้างแน่น และมักจะถูกบีบอัดใส่มาในตลับ จึงทำให้เม็ดสีชัดเจน แต้มเพียงปริมาณนิดเดียวสีก็ชัด เหมาะกับสาว ๆ ที่ต้องการใช้เพื่อแต่งแต้มพวงแก้มเป็นหลัก โดยก่อนใช้ควรวอร์มเนื้อครีมให้นุ่มประมาณหนึ่งก่อน เพื่อช่วยให้เกลี่ยง่ายขึ้น

แบบเจล : เนื้อนุ่มละมุนและบางเบา เหมาะกับการใช้ทาปากเป็นหลัก

แบบเจล : เนื้อนุ่มละมุนและบางเบา เหมาะกับการใช้ทาปากเป็นหลัก

เนื้อสัมผัสประเภทเจลนี้จะมีความยืดหยุ่นสูงทำให้เกลี่ยง่าย และเมื่อแห้งแล้วจะให้ความรู้สึกที่บางเบา เหมาะกับมือใหม่หรือคนที่ไม่ชอบเนื้อสัมผัสแบบครีม แต่มีข้อเสียเล็กน้อย คือ ส่วนใหญ่แล้วจะค่อนข้างแห้งช้า จึงเหมาะกับการใช้เป็นลิปสติกมากกว่า

แบบแท่ง : เหมาะกับการพกพา

แบบแท่ง : เหมาะกับการพกพา

ลักษณะของเนื้อประเภทนี้จะคล้ายกับลิปสติก ทำให้ใช้งานง่ายและพกพาสะดวก เหมาะกับสาว ๆ ที่ต้องเดินทางหรือชอบเติมเครื่องสำอางระหว่างวัน โดยจะมีเฉดสีที่คล้ายกับสีของริมฝีปากตามธรรมชาติให้เลือกมากมาย จึงเหมาะกับคนที่ต้องการใช้ทาปากเป็นหลักและทาแก้มเสริมบ้างในบางโอกาส

แบบ Oil/แบบมูส : เนื้อนุ่มนวลและให้ความชุ่มชื้น

แบบ Oil/แบบมูส : เนื้อนุ่มนวลและให้ความชุ่มชื้น

สาว ๆ คนไหนที่ชอบเนื้อสัมผัสที่นุ่มนวลและบางเบา แนะนำให้เลือกซื้อแบบบมูสเลยค่ะ ส่วนใครที่ตามหาผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วไม่ทำให้แก้มหรือริมฝีปากแห้งจนเกินไป แนะนำให้เลือกแบบ Oil เพราะมีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์สูง ดังนั้นสาว ๆ สามารถเลือกใช้ได้ตามสภาพผิวของตัวเองหรือตามความสะดวกในการใช้งานได้เลยค่ะ

สำหรับสาวผิวแห้ง อย่าลืมซื้อรุ่นที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์

สำหรับสาวผิวแห้ง อย่าลืมซื้อรุ่นที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์

ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สาว ๆ ผิวแห้งต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะถ้าเนื้อสัมผัสมีความหนืด เกลี่ยยาก และมีมอยส์เจอไรเซอร์ไม่เพียงพอ ก็จะยิ่งทำให้ผิวของคุณขาดความชุ่มชื้นและเสี่ยงต่อการระคายเคืองได้ โดยเฉพาะคนที่ต้องการใช้เพื่อทาริมฝีปากเป็นหลัก ดังนั้น จึงควรเลือกรุ่นที่มีส่วนผสมของสารกรดไฮยาลูรอนิกหรือน้ำมันสกัดจากธรรมชาติ เช่น น้ำมันมะกอก สควาเลน โดยเลือกรุ่นที่ทาแล้วผิวสดชื่นอย่างพอเหมาะ แต่ไม่ต้องถึงกับให้มันเยิ้มจนเกินไปนะคะ

สาวผิวบอบบาง ควรหลีกเลี่ยงส่วนผสมจากสารสังเคราะห์

ใครผิวบอบบางแพ้ง่าย แนะนำให้เลือกรุ่นที่ไม่ผสมสารสังเคราะห์เลยจะดีที่สุด เช่น ไม่มีน้ำหอม ที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง นอกจากนี้ เวลาลองใช้ครั้งแรก โดยเฉพาะบริเวณริมฝีปาก ให้ทาลิปมันหรือลิปบาล์มที่มีมอยส์เจอไรเซอร์สูงเสียก่อน จากนั้นค่อยลง Lip & Cheek ทับตามปกติ หากเกิดการแพ้ แนะนำให้หยุดใช้ทันทีแล้วไปพบแพทย์เพื่อความปลอดภัยค่ะ

10 อันดับ Lip & Cheek ยี่ห้อไหนดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

ตอนนี้คาดว่าสาว ๆ ทั้งหลายคงจะใจจดใจจ่ออยากจะอ่านข้อมูลของสินค้าที่เราจะมานำเสนอกันแล้วอย่างแน่นอน และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เราไปอ่านข้อมูลของแต่ละอันดับกันเลยดีกว่าค่ะ แต่ที่สำคัญต้องอย่าลืมนะคะว่า ควรเลือกโดยใช้ความต้องการของตัวเองเป็นหลัก ควบคู่ไปกับการอ้างอิงจากอันดับ เพราะบางผลิตภัณฑ์นั้นอาจจะเหมาะสมกับคนอื่น แต่อาจไม่เข้ากับเราก็ได้

10. MEILINDA – Sugar Tint Lip & Cheek

10. MEILINDA - Sugar Tint Lip & Cheek

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 189 บาท

สูตรเนื้อเนียนละเอียด สีลูกกวาดน่ารัก ให้ลุคแมตต์แต่ไม่แห้งตึง

ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์เครื่องสำอางไทยของเราที่มีมานานมากแล้ว แต่ผลิตภัณฑ์ใหม่ตัวนี้จะออกแนวเกาหลีสักหน่อย Lip & Cheek เนื้อทินท์สูตรแมตต์นี้ ที่ออกมาถึง 4 สีสันให้สาว ๆ ได้ลองใช้ มีเนื้อนุ่มลื่น และมีเม็ดสีแน่น จึงโดดเด่นได้ทั้งริมฝีปากและพวงแก้ม แถมราคายังโดนใจขนาดนี้ สามารถซื้อมาลองใช้หลายสีเพื่อเปลี่ยนลุคได้ทุกวัน รับรองว่าสวยสดใสสไตล์เกาหลีแน่นอนค่ะ

สาว ๆ หลายคนที่ลองใช้แล้วบอกเลยว่า เนื้อผลิตภัณฑ์ลื่น เกลี่ยง่ายทั้งบนริมฝีปากและใบหน้า ค่อนข้างติดทนทานบนแก้ม บางคนบอกเลยว่าทาครั้งเดียวอยู่ได้ทั้งวัน แต่สำหรับริมฝีปากอาจจะหลุดลอกได้ง่ายกว่า มีข้อควรระวังนิดหน่อยตรงที่รูปร่างของบรรจุภัณฑ์จะคล้ายกับยาทาเล็บ สาว ๆ ต้องสังเกตดูให้ดีก่อนใช้และอย่าเผลอเอาไปวางผิดที่นะคะ

ประเภท เจล
ส่วนผสมพิเศษ ไม่ระบุ
ขนาด 12 g

9. KARMART – Baby Bright Lip & Cheek Matte Tint

9. KARMART - Baby Bright Lip & Cheek Matte Tint

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 45 บาท

สารสกัดจากสาหร่ายช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นขณะใช้ เนื้อบางเบา ทาแก้มติดทน

ผลิตภัณฑ์จาก Baby Bright ที่มีส่วนผสมของสาหร่ายทะเลสีน้ำตาลและสีแดง จึงอุดมไปด้วย Dictyopteris Oil และ Astaxanthin ที่มีคุณสมบัติช่วยในการลดเลือนริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื้นและกักเก็บน้ำในชั้นผิวไว้ได้นานขึ้น ใช้แล้วจึงไม่ทำให้ผิวแห้งตึง รุ่นนี้มาในรูปแบบเนื้อครีมกึ่งลิควิดและให้ฟินิชลุคผิวแมตต์ ที่สำคัญ เค้ามีให้เลือกถึง 20 เฉดสีด้วยกัน จึงตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการของสาว ๆ ที่ชอบเปลี่ยนลุคในแต่ละวันได้อย่างดี

หลายคนที่ใช้งานจริงให้รีวิวไว้เลยว่า เนื้อเนียนลื่น บางเบา และไม่แห้งจนเกินไป เมื่อทาปากแล้วจึงไม่ดูตกร่อง แต่ข้อเสียเล็กน้อยคือ ติดทนปานกลางและกลบสีปากได้ไม่ดีเท่าไหร่ อาจจะต้องย้ำหลายรอบ ส่วนการใช้เป็นบลัชออนนั้นถือว่าทำได้ดีทีเดียว เนื้อเกลี่ยง่ายและไม่เป็นคราบ ใช้เพียงนิดเดียวก็ให้สีที่สวยงามเลย

ประเภท ครีม (กึ่งลิควิด)
ส่วนผสมพิเศษ Dictyopteris Oil, Astaxanthin
ขนาด 2.4 g

8. BECCA – Beach Tint

8. BECCA - Beach Tint

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SEPHORA

ราคา 1,100 บาท

สูตรช่วยกักเก็บน้ำ ทาแล้วชุ่มชื้น ดูเป็นธรรมชาติ ใช้ได้กับทุกสีผิว

แบรนด์นี้นอกจากจะมีไฮไลท์ที่โด่งดังแล้ว ยังมี Lip & Cheek ที่น่าสนใจอีกด้วยค่ะ ด้วยสูตร Water Resistant ที่จะช่วยกักเก็บน้ำในชั้นผิวได้นานขึ้น มีวิตามินอีและปราศจากน้ำมัน ระหว่างวันสีจึงไม่ดรอปหรือเพี้ยน ไม่รันเป็นเส้นหรือแตกเป็นคราบ มีเนื้อครีมที่ให้ฟินิชลุคแบบซาตินแมตต์ สามารถเพิ่มเลเยอร์ความเข้มได้ตามที่ต้องการ มีให้เลือกหลากหลายสี จึงครอบคลุมได้ทุกสีผิวของสาว ๆ เลย

ในส่วนคุณสมบัตินั้น มีเนื้อที่เนียนนุ่มให้สัมผัสคล้ายมูส จึงช่วยให้เกลี่ยง่าย เมื่อเบลนด์ที่แก้มแล้วดูเป็นธรรมชาติ มีเม็ดสีชัดปานกลาง ทาแก้ม 1 ครั้งไม่ต้องใช้ปริมาณเยอะ แต่ถ้าสำหรับใครที่มีริมฝีปากคล้ำมาก อาจต้องทาย้ำกันหลายรอบหน่อย นอกจากนี้ รุ่นนี้มาในแพ็กเกจแบบหลอด จึงพกพาสะดวกสำหรับสาว ๆ ที่เดินทางบ่อย

ประเภท ครีม (กึ่งลิควิด)
ส่วนผสมพิเศษ วิตามินอี
ขนาด 7 ml

7. CANMAKE – Lip & Cheek Gel

7. CANMAKE - Lip & Cheek Gel

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 290 บาท

อุดมด้วยสารสกัดธรรมชาติ ช่วยเติมความชุ่มชื้น ให้ลุคสดใสแบบธรรมชาติ

สาวผิวแห้งเตรียมไปซื้อกันได้เลย เพราะรุ่นนี้อุดมไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันมะกอก น้ำมันเมล็ดแมคคาเดเมีย ดอกคาโมมายล์ น้ำผึ้งและกรดไฮยาลูรอนิค ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นมอยเจอร์ไรเซอร์ชั้นดี ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและต่อต้านการสูญเสียน้ำในชั้นผิว ทำให้รู้สึกไม่แห้งตึงขณะใช้ อีกทั้งยังมีเนื้อแบบเจล ที่จะค่อย ๆ อ่อนตัวเมื่อสัมผัสกับอุณหภูมิของร่างกาย ทำให้เกลี่ยง่ายและไม่หนักจนเกินไป ดูสดใสเป็นธรรมชาติ

ในเรื่องของความติดทน รุ่นนี้จะติดทนนานเมื่อทาแก้ม แต่สำหรับเรียวปากอาจจะต้องมีการแต่งเติมระหว่างวัน มีให้เลือกด้วยกันถึง 5 เฉดสี ซึ่งเป็นโทนสดใสร่าเริงทั้งหมด สาวที่ได้ลองแล้วกระซิบบอกมาเลยว่าทาแก้มแล้วดูมีเลือดฝาดแบบธรรมชาติมาก และรุ่นนี้มาในแพ็กเกจแบบตลับที่ใช้งานง่าย มีขนาดกะทัดรัดไว้พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกอีกด้วย

ประเภท เจล
ส่วนผสมพิเศษ น้ำมันมะกอก,น้ำมันเมล็ดแมคคาเดเมีย,สารสกัดดอกคาโมมายล์, น้ำผึ้ง,กรดไฮยาลูรอนิก
ขนาด 1.5 g

6. SKINFOOD – Fresh Fruit Lip & Cheek

6. SKINFOOD - Fresh Fruit Lip & Cheek

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 450 บาท

รวม 3 เฉดสีไว้ในตลับเดียว เกลี่ยง่ายและติดทน ให้กลิ่นหอมสดชื่นของผลไม้

Lip & Cheek อีกรุ่นที่น่าสนใจจากแบรนด์ดังเกาหลี ด้วยการรวม 3 เฉดสีไว้ในตลับเดียว ทำให้สาว ๆ ครีเอทได้หลายเมคอัพลุค มีเนื้อสัมผัสแบบครีม ที่ใช้งานง่ายด้วยการวอร์มเบา ๆ บรรจุภัณฑ์ออกแบบมาในตลับที่เลื่อนเปิดปิดได้ จึงใช้ง่ายและพกพาสะดวก ที่สำคัญ รุ่นนี้เค้ามีให้เลือกถึง 6 โทนสี ซึ่งตอบโจทย์ได้กับทุกสีผิวของสาวไทย และมาพร้อมกลิ่นหอมหวานของผลไม้ จึงช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับผิวหน้าและริมฝีปากได้

ด้วยตัวเนื้อครีมที่มีความนุ่มลื่น ทำให้เกลี่ยง่าย ทั้งยังติดแก้มได้ทนนาน แต่ถ้าใช้ทาปากอาจจะต้องเติมระหว่างวันบ้าง อย่างไรก็ตาม เนื้อครีมรุ่นนี้ค่อนข้างชุ่มชื้น จึงให้ฟินิชลุคที่ไม่แมตต์เสียทีเดียว ใครที่ไม่ความเหนอะหนะ แนะนำให้ตบแป้งฝุ่นหลังจากเบลนด์เสร็จเรียบร้อยแล้วนะคะ

ประเภท ครีม
ส่วนผสมพิเศษ ไม่ระบุ
ขนาด 7.5 g

5. PIXI – Sheer Cheek Gel

5. PIXI - Sheer Cheek Gel

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SEPHORA

ราคา 660 บาท

ให้ความชุ่มชื้นกับผิวได้ดี ทำให้ผิวดูเป็นธรรมชาติ ซึมสู่ผิวง่าย ไม่เป็นคราบ

Lip & Cheek จาก PIXI แบรนด์ที่เพิ่งเข้ามาในบ้านเราเมื่อไม่นานมานี้แต่เป็นแบรนด์ที่มาแรงแซงโค้งมากจากฝั่งอังกฤษค่ะ รุ่นนี้มีส่วนผสมของว่านหางจระเข้ ที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิวได้ดี ขณะที่ใช้จึงไม่รู้สึกแห้งกร้านจนเกินไป โดยมีเนื้อสัมผัสแบบเจลสูตร Oil-free และปราศจากน้ำหอมจึงอ่อนโยนต่อคนที่ผิวแพ้ง่าย ตัวเนื้อเจลเกลี่ยง่าย ซึมสู่ผิวก็ง่าย ไม่เหนียวและไม่เป็นคราบ มี 3 โทนสีให้เลือกตามลุคที่ชอบเลยค่ะ

สาว ๆ ที่ลองใช้แล้วต่างชื่นชอบในโทนสีที่ทำให้ผิวดูมีสุขภาพดีแบบธรรมชาติ รุ่นนี้มีเม็ดสีชัด จึงค่อนข้างจะติดทนนานและดูกลืนกับสีผิวได้ดี สำหรับประสิทธิภาพในแง่ลิปสติก จะเหมือนลิปทินท์ที่เบาสบาย บิ้วให้สีเข้มขึ้นได้ แต่สำหรับใครที่ริมฝีปากแห้ง ขอแนะนำให้ลงลิปมันเป็นรองพื้นก่อนทา จะช่วยเรื่องความชุ่มชื้นได้อีกขั้น

ประเภท เจล
ส่วนผสมพิเศษ สารสกัดจากว่านหางจระเข้
ขนาด 12.75 g

4. Bobbi Brown – Pot Rouge For Lips And Cheeks

4. Bobbi Brown - Pot Rouge For Lips And Cheeks

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 1,400 บาท

รูปลักษณ์สวยงาม เฉดสีสวยเป็นธรรมชาติ พร้อมเนื้อเกลี่ยง่ายและชุ่มชื้น

อีกหนึ่งรุ่นที่หลายคนนิยมใช้ ด้วยเนื้อครีมชุ่มชื้นและเม็ดสีแน่น ทำให้ปาดครั้งเดียวได้โดยไม่ต้องใช้ปริมาณเยอะก็ออกสีชัดเจน ซึ่งเมื่อวอร์มจนอ่อนนุ่มแล้วก็จะเกลี่ยง่ายขึ้น ช่วยให้เบลนด์สีได้ดีและสม่ำเสมอ ได้พวงแก้มที่ระเรื่อดูมีสุขภาพดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ทิ้งความมัน แถมยังติดทนนานตลอดทั้งวัน ส่วนคุณสมบัติในการเป็นลิปสติกนั้น ก็สามารถกลบสีปากได้เนียนสนิท แต่อาจจะแห้งสักเล็กน้อย แนะนำสำหรับคนที่ปากแห้งให้ทาลิปบาล์มก่อนใช้เสมอนะคะ

รุ่นนี้มีแพ็กเกจแบบตลับที่มาพร้อมกระจกด้านใน ทำให้ใช้งานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น มีให้เลือกหลายเฉดสีที่ครอบคลุมทุกสีผิวของสาวไทย และยังเป็นสีที่ใช้ได้ทุกโอกาสอีกด้วย แม้ว่าราคาอาจจะสูงไปหน่อย แต่ถือว่าเป็นไอเทมที่สาว ๆ ควรค่าแก่การมีไว้ครอบครองเลยค่ะ

ประเภท ครีม
ส่วนผสมพิเศษ น้ำมันละหุ่ง
ขนาด 3.7 ml

3. IN2IT – Gel Tint (Pack 2)

3. IN2IT - Gel Tint (Pack 2)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 198 บาท

ชุ่มชื้นด้วยว่านหางจระเข้ ติดทนนานหลายชั่วโมง ให้ลุคใส ๆ เป็นธรรมชาติ

Lip & Cheek เนื้อเจลสูตรทินท์ที่ตัวแบรนด์การันตีว่าติดทนนานหลายชั่วโมง ผสมผสานด้วยคุณค่าจากว่านหางจระเข้ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับทั้งผิวแก้มและริมฝีปากได้ดี ไม่ทำให้รู้สึกแห้งตึงและไม่สบายผิวในระหว่างวัน สาว ๆ หลายคนที่ใช้ต่างชอบในโทนสี และเนื้อเจลที่บางเบา ทำให้เกลี่ยง่ายและไม่หนักผิวจนเกินไป เมื่อทาแล้วมีความเป็นธรรมชาติ ติดทนนานในระดับหนึ่ง เหมาะกับการใช้เป็นลิปมากกว่า

รุ่นนี้มาในแพ็กเกจแบบแท่งจิ้มจุ่มขนาดกะทัดรัด จึงพกพาง่าย มีให้เลือก 4 เฉดสี ซึ่งล้วนแต่เป็นโทนที่มีสีสันสดใสสไตล์น่ารัก เหมาะกับวัยนักเรียนนักศึกษาหรือสาว ๆ ที่อยากได้เมคอัพลุคใส ๆ นอกจากนี้ ยังมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของผลไม้เพื่อเติมความสดชื่นในขณะใช้

ประเภท เจล
ส่วนผสมพิเศษ สารสกัดจากว่านหางจระเข้
ขนาด 6 g

2. Benefit – Benetint Cheek and Lip Stain

2. Benefit - Benetint Cheek and Lip Stain

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 1,300 บาท

เม็ดสีคมชัด สีแดงระเรื่อเป็นธรรมชาติ เข้าได้กับทุกสีผิว ติดทนนาน

หลายคนจะต้องคุ้นหน้าคุ้นตากับรุ่นนี้อย่างแน่นอน เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีและเหมาะสมกับราคา มีเนื้อบางเบาคล้ายน้ำสูตรทินท์ทำให้เกลี่ยง่าย ให้ลุคเป็นธรรมชาติและติดทนนาน และด้วยเฉดสีที่แดงระเรื่อ จึงออกแนวเซ็กซี่ก็ได้หรือแนวสดใสก็ได้ แต่เข้าได้กับทุกสีผิว มาในบรรจุภัณฑ์แบบขวดพลาสติกแข็งแรง มีให้เลือกทั้งขนาดใหญ่และขนาดพกพา ทำให้ครอบคลุมทุกความต้องการของสาว ๆ เลย

หลายคนต่างชื่นชอบในโทนสีที่สวย โปร่งใส และเม็ดสีคมชัด แม้ใช้นิดเดียวก็เบลนด์ได้ทั่ว สามารถทาซ้ำได้หลายครั้งหากต้องการเพิ่มสีให้แรงขึ้น แต่สำหรับริมฝีปากนั้น ถ้าใครที่ค่อนข้างปากแห้ง แนะนำให้ลงลิปบาล์มก่อนทานะคะ เพราะเนื้อทินท์จะยิ่งเน้นให้ดูขาดความชุ่มชื้นมากกว่าเดิมได้

ประเภท เจล
ส่วนผสมพิเศษ ไม่ระบุ
ขนาด 4 ml และ 6 ml

1. Oriental Princess – Beneficial Kiss From A Rose Natural Face Tint

1. Oriental Princess - Beneficial Kiss From A Rose Natural Face Tint

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 290 บาท

ทินท์ยอดนิยม เนื้อบางเบาสบายผิว มีหลายสี ได้ฟินิชลุคเป็นธรรมชาติ

มาถึงรุ่นที่เบียดเพื่อน ๆ จนขึ้นมาเป็นอันดับที่ 1 รุ่นนี้ ด้วยเพราะคุณสมบัติที่ใกล้เคียงกับแบรนด์ดัง แต่มีให้เลือกหลายเฉดสี แถมยังมีราคาที่ถูกกว่ามาก ทำให้หลายคนเลือกใช้ เนื่องจากรุ่นนี้เป็นสูตรทินท์ จึงมีเนื้อเจลที่บางเบาคล้ายน้ำ ทำให้เกลี่ยง่าย ช่วยให้สบายผิวและติดทนนานได้ทั้งวัน หลังจากแห้งแล้วได้ฟินิชลุคใส ๆ เป็นธรรมชาติ เหมาะกับเมคอัพในลุค Make Up, No Make Up และยังเหมาะกับสาว ๆ ในวัยนักเรียนนักศึกษาด้วยค่ะ

หลายคนที่ใช้แล้วพูดการันตีกันเลยว่า เนื้อไม่แห้งไวจนเกินไป จึงไม่ต้องอาศัยทักษะในการเกลี่ยมากเท่าไร นอกจากนี้ ในการใช้เป็นบลัชออนก็ติดทนนานแม้ว่าจะเป็นคนหน้ามันมาก ส่วนด้านการเป็นลิปทินท์อาจจะต้องคอยเติมซ้ำระหว่างวัน แต่เมื่อเทียบกับปริมาณและราคาแล้วถือว่าสอบผ่านเลยค่ะ

ประเภท เจล
ส่วนผสมพิเศษ ไม่ระบุ
ขนาด 9 ml

บทส่งท้าย

Lip & Cheek ถือเป็นไอเทมที่ครบครัน สามารถใช้เป็นทั้งลิปสติกและบลัชออนได้ในชิ้นเดียว ทำให้สาว ๆ ไม่ต้องมาคิดมากเรื่องการแมทช์เฉดสีและยังช่วยลดจำนวนเครื่องสำอางที่ต้องพกพาในทุก ๆ วันได้อีกด้วย แม้ว่า Lip & Cheek นั้นจะมีสินค้าให้เลือกน้อยกว่าลิปสติกและบลัชออน แต่ทุกวันนี้ในท้องตลาดก็มีสินค้าดี ๆ อยู่หลายรุ่นเลยนะคะ เพียงแค่สาว ๆ รู้จักเลือกเฉดสีที่เข้ากับตัวเองและเนื้อสัมผัสที่คุณถนัดใช้ เท่านี้เราก็จะได้สินค้าที่เหมาะที่สุดเพื่อมาเพิ่มความสวยงามให้กับตัวเองแล้ว

สาว ๆ ส่วนใหญ่มักจะใช้ผลิตภัณฑ์นี้เพียงแค่สีเดียวทั้งใบหน้า แต่บางรุ่น โดยเฉพาะรุ่นที่มีเนื้อสัมผัสแบบครีม สามารถเบลนด์หลายสีให้กลายเป็น Ombre (การไล่สี) ได้อีกด้วย ซึ่งก็จะช่วยทำให้เมคอัพลุคของคุณดูโดดเด่นและมีมิติมากยิ่งขึ้น ยังไงก็ลองไปทำตามดูกันนะคะ

Popular Posts