10 อันดับ Lip & Cheek ยอดฮิตขายดีที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2019

10 อันดับ Lip & Cheek ยอดฮิตขายดีที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018

แค่สาวๆ เห็นหัวข้อก็คงจะรู้กันแล้วว่าไอเทมชิ้นนี้สามารถใช้ได้ทั้งริมฝีปากและพวงแก้ม ทำให้การแมทช์สีกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นและยังช่วยลดจำนวนเครื่องสำอางที่ต้องพกพาไปเติมระหว่างวันหรือการเดินทางได้อีกด้วย เหมาะสำหรับสาวรุ่นใหม่ที่เน้นความสะดวกสบายเป็นพิเศษ และเช่นเดียวกับเครื่องสำอางส่วนใหญ่ เจ้าไอเทมนี้มีหลายเนื้อสัมผัส โดยทั่วไปจะมีทั้งแบบทิ้นท์น้ำ เจล และแบบครีม นอกจากนี้ยังมีให้เลือกหลายเฉดสี ซึ่งความแตกต่างเหล่านี้เองที่จะทำให้แต่ละรุ่นมีคุณสมบัติการใช้งานที่ต่างกัน ดังนั้นการศึกษา “วิธีการเลือก” ก่อนตัดสินใจซื้อจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก

แน่นอนว่าการเลือกจากการอ่านฉลากหรือคำโฆษณาสินค้าเท่านั้นไม่อาจทำให้รู้คุณสมบัติการใช้งานจริงได้ แต่จะให้ซื้อมาลองเองเลยก็เสี่ยงเกินไป แถมยังเสียเวลาอีก วันนี้ผู้เขียนจึงรวบรวมข้อมูลของสินค้าที่น่าสนใจมาทำการจัดอันดับเป็น “10 อันดับสินค้ายอดฮิตขายดี” โดยผ่านการเปรียบเทียบจากราคา, คุณสมบัติและรีวิว ซึ่งจะมีเนื้อหาอย่างไรบ้าง ตามมาอ่านกันได้เลยค่ะสาวๆ

สารบัญ

วิธีการเลือก Lip & Cheek

ตอนนี้สาวๆ คงกังวลว่าจะใช้เกณฑ์อะไรในการเลือก Lip & Cheek ไอเทมที่มีหลายฟังก์ชั่น เพราะจะใช้หลักการอย่างใดอย่างหนึ่งไปเลยก็ไม่ได้ เดี๋ยวได้ผลลัพธ์ที่ไม่สมบูรณ์แบบมากพอ แต่เพื่อนๆไม่ต้องวิตกไปค่ะ เพราะวันนี้ผู้เขียนได้อธิบายวิธีการเลือกที่น่าเชื่อถือและสามารถทำตามได้ง่ายๆ มาให้อ่านกันแล้ว

เลือกเฉดสีที่เข้ากับเมคอัพลุคที่ต้องการ

เลือกเฉดสีที่เข้ากับเมคอัพลุคที่ต้องการ

เริ่มต้นกันด้วยสเต็ปง่ายๆ อย่างการเลือกสี โดยใช้สีผิวของเราเป็นหลัก ซึ่งถ้าคุณมีผิวขาว ควรเลือกใช้รุ่นที่สีออกโทนชมพู, แดงกลีบกุหลาบ หรือลูกพลัม ส่วนผิวสองสี ให้เลือกรุ่นที่มีโทนสีส้มหรือชมพูหม่น เช่น ชมพูกุหลาบ ชมพูกะปิ หรือแดงเบอร์รี่ (ม่วงแดง) สุดท้ายสำหรับสาวผิวเข้ม แนะนำให้เลือกโทนชมพูเข้มหรือชมพูอมม่วง หรือถ้าใครจะฉีกไปใช้โทนทองก็ได้นะคะ เช่น ส้มอมน้ำตาล ส้มโอลโรส หรือทองแดง

“แบรนด์” ก็มีผลกับความเข้มของสี เพราะถ้าเป็นเครื่องสำอางจากตะวันตกมักจะมีโทนสีที่หม่นกว่า ใช้แล้วจึงดูเป็นผู้ใหญ่ ในขณะที่ฝั่งเอเชียจะเน้นให้ความสว่าง ใช้แล้วจึงดูสดใสร่าเริง นอกจากนี้ เนื้อสัมผัสก็เป็นอีกสิ่งที่สำคัญ ซึ่งบลัชออนส่วนใหญ่มักจะมีฟินิชลุคที่แวววาว ในขณะที่ลิปสติกจะค่อนข้างแมตต์กว่า

เลือกเนื้อสัมผัสที่คุณใช้ถนัด

ตามที่เราได้เกริ่นในตอนต้น ไอเทมชิ้นนี้มีหลายเนื้อสัมผัสเลยค่ะ ทั้งแบบครีม แบบเจล หรือแม้แต่แบบลิควิด ซึ่งความแตกต่างเหล่านี้เองที่ส่งผลต่อการใช้งาน สาวๆ ลองมาดูกันดีกว่าว่าเราน่าจะถนัดใช้แบบไหน

แบบครีม : ใช้งานง่ายเพียงแค่วอร์มครีมให้นุ่ม

แบบครีม : ใช้งานง่ายเพียงแค่วอร์มครีมให้นุ่ม

ถือเป็นรูปลักษณ์เบสิกที่สุดเลยค่ะ โดยจะมีลักษณะเป็นเนื้อครีมค่อนข้างแน่น ซึ่งมักจะถูกบีบอัดใส่มาในตลับ จึงทำให้เม็ดสีชัดเจน แต้มเพียงปริมาณนิดเดียวสีก็ชัด เหมาะกับสาวๆที่ต้องการใช้เพื่อแต่งแต้มพวงแก้มเป็นหลัก โดยก่อนใช้ควรวอร์มให้เนื้อนุ่มประมาณหนึ่งนะคะ เพื่อช่วยให้เกลี่ยง่ายขึ้น

แบบเจล : เนื้อนุ่มละมุนและบางเบา เหมาะกับการใช้ทาปากเป็นหลัก

แบบเจล : เนื้อนุ่มละมุนและบางเบา เหมาะกับการใช้ทาปากเป็นหลัก

เนื้อสัมผัสของประเภทนี้จะมีความยืดหยุ่นสูง ทำให้เกลี่ยง่ายและเมื่อแห้งแล้วจะให้ความรู้สึกที่บางเบา เหมาะกับมือใหม่หรือคนที่ไม่ชอบสัมผัสแบบครีม แต่มีข้อเสียเล็กน้อย คือ ส่วนใหญ่แล้วจะค่อนข้างแห้งช้า จึงเหมาะกับการใช้เป็นลิปสติกมากกว่า

แบบแท่ง : เหมาะกับการพกพา

แบบแท่ง : เหมาะกับการพกพา

ลักษณะของเนื้อประเภทนี้จะคล้ายกับลิปสติก ทำให้ใช้งานง่ายและพกพาสะดวก เหมาะกับสาวๆที่ต้องเดินทางหรือชอบเติมเครื่องสำอางระหว่างวัน โดยประเภทนี้จะมีเฉดสีที่คล้ายกับสีริมฝีปากตามธรรมชาติให้เลือกมากมาย แต่ไม่ได้เหมาะกับการเป็นลิปสติกเสียขนาดนั้นนะคะ

แบบ Oil/แบบมูส : เนื้อนุ่มนวลและให้ความชุ่มชื้น

แบบ Oil/แบบมูส : เนื้อนุ่มนวลและให้ความชุ่มชื้น

สาวๆ คนไหนที่ชอบเนื้อสัมผัสนุ่มนวลและบางเบา แนะนำให้เลือกซื้อแบบบมูสเลยค่ะ ส่วนใครที่ตามหาผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วแก้มหรือริมฝีปากไม่แห้งจนเกินไป แนะนำให้เลือกแบบ Oil เพราะมีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์สูง

จะเห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์ประเภทนี้มีเนื้อสัมผัสหลายประเภทมาก ดังนั้นสาวๆ สามารถเลือกใช้ตามสภาพผิวหรือความง่ายต่อการใช้งานได้เลยค่ะ

สำหรับสาวผิวแห้ง อย่าลืมซื้อรุ่นที่มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์

สำหรับสาวผิวแห้ง อย่าลืมซื้อรุ่นที่มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์

ถือเป็นอีกเรื่องที่สาวๆ ผิวแห้งต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะถ้าเนื้อสัมผัสหนืดเกลี่ยยากและมีมอยเจอร์ไรเซอร์ไม่เพียงพอจะยิ่งทำให้ผิวของคุณขาดความชุ่มชื้นและเสี่ยงต่อการระคายเคือง โดยเฉพาะคนที่ต้องการใช้เพื่อทาริมฝีปากเป็นหลัก ดังนั้นจึงควรเลือกรุ่นที่มีส่วนผสมของสารต่อไปนี้ กรดไฮยาลูรอนิกหรือน้ำมันสกัดจากธรรมชาติ เช่น น้ำมันมะกอก โดยเลือกรุ่นที่ทาแล้วผิวสดชื่นอย่างพอเหมาะ

สาวผิวบอบบางไม่ควรใช้รุ่นที่มีส่วนผสมจากสารสังเคราะห์

สาวผิวบอบบางไม่ควรใช้รุ่นที่มีส่วนผสมจากสารสังเคราะห์

ถ้าใครผิวบอบบางแพ้ง่าย แนะนำให้เลือกรุ่นที่ไม่ผสมสารสังเคราะห์ เช่น น้ำหอม ที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองนะคะ นอกจากนี้เวลาลองใช้ครั้งแรก โดยเฉพาะบริเวณริมฝีปาก ให้ทาลิปมันหรือลิปบาล์มที่มีมอยเจอร์ไรเซอร์สูงเสียก่อน จากนั้นลง Lip & Cheek ตามปกติ ถ้าเกิดการแพ้ แนะนำให้หยุดใช้ทันทีแล้วไปพบแพทย์เพื่อรักษาอย่างทันท่วงทีค่ะ

10 อันดับ Lip & Cheek ยอดฮิตขายดีที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

ตอนนี้สาวๆ คงใจจดใจจ่ออยากไปอ่านข้อมูลของสินค้าที่น่าสนใจแล้ว และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เราไปอ่านข้อมูลของแต่ละอันดับกันเลยดีกว่าค่ะ แต่อย่าลืมนะคะ สาวๆ ควรเลือกโดยใช้ความต้องการของตัวเองเป็นหลัก ควบคู่ไปกับการอ้างอิงจากอันดับ เพราะบางอย่างเข้ากับคนอื่น แต่อาจจะไม่เข้ากับเราก็ได้นะจ๊ะ

10. Baby Bright Lip & Cheek Matte Tint (2.4 g)

10. Baby Bright Lip & Cheek Matte Tint (2.4 g)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 55 บาท

สารสกัดจากสาหร่ายช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นขณะใช้

เริ่มต้นกันด้วยผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ Baby Bright ซึ่งมีส่วนผสมจากสาหร่ายทะเลสีน้ำตาลและสีแดง จึงอุดมไปด้วย Dictyopteris Oil และ Astaxanthin ช่วยลดเลือนริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื้นและกักเก็บน้ำในชั้นผิวไว้ได้นานขึ้น ใช้แล้วไม่ทำให้ผิวแห้งกร้าน โดยมีให้เลือกถึง 20 เฉดสี จึงตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการของสาวไทย ซึ่งมาในรูปแบบเนื้อลิควิดและให้ฟินิชลุคผิวแมตต์

สาวๆ ที่ใช้งานจริงรีวิวไว้ว่าเนื้อเนียนลื่นบางเบาและไม่แห้งจนเกินไป เมื่อทาปากแล้วจึงไม่ตกร่องระหว่างวัน แต่ข้อเสียเล็กน้อยคือ ลิปติดทนปานกลางและกลบสีปากได้ไม่ดีนัก ทำให้ต้องย้ำหลายรอบ ส่วนคุณสมบัติของบลัชออนถือว่าทำได้ดี เนื้อเกลี่ยง่ายและไม่เป็นคราบ ใช้เพียงนิดเดียวก็ให้สีที่สวยงาม

9. Yves Saint Laurent Kiss and Blush (10 ml)

9. Yves Saint Laurent Kiss and Blush (10 ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 1,600 บาท

สูตร Air-Whip เนื้อหนาพอเหมาะ มีหลายเฉดสีและติดทนนาน

ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์เครื่องสำอางระดับ Hi-End ที่โดดเด่นด้วยสูตร Air-Whip ให้เนื้อสัมผัสที่หนาพอเหมาะ ทำให้เกลี่ยง่าย เมื่อทาแล้วจึงไม่แห้งจนเกินไป พร้อมให้ฟินิชลุคแบบแมตต์อย่างเปล่งประกาย ผิวดูสวยอย่างมีมิติ นอกจากนี้ยังมีให้เลือกหลายเฉดสี ซึ่งเป็นโทนธรรมชาติ ทาแล้วจึงดูไม่หลอกตาจนเกินไป เม็ดสีแน่น กลบสีปากได้ดีเพียงแค่ทาซ้าหลายๆ ชั้น พร้อมทั้งติดทนนานตลอดทั้งวัน

นอกจากนี้ยังมาพร้อมแพ็กเกจที่ให้ความรู้สึกหรูหราและหัวแปรงที่ถูกออกแบบมาให้เข้ากับรูปทรงของริมฝีปากได้เป็นอย่างดี ทำให้ทาง่ายยิ่งขึ้น ส่วนคุณสมบัติของบลัชออนก็ให้สีติดทนเช่นกัน หากต้องการเข้มมากน้อยแค่ไหนก็ปรับความเข้มได้ตามใจ มีข้อเสียเล็กน้อย คือ ราคาค่อนข้างแพงและแพ็กเกจเป็นขวดแก้ว อาจต้องระมัดระวังในการพกพาสักนิดนึง อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับคุณภาพและปริมาณรุ่นนี้ก็ยังน่าสนใจทีเดียวค่ะ

8. BECCA Beach Tint (0.4 Oz)

8. BECCA Beach Tint (0.4 Oz)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 2,039.46 บาท

สูตรช่วยกักเก็บน้ำ ทาแล้วชุ่มชื้นและดูเป็นธรรมชาติ

นอกจากจะมีไฮไลท์ที่โด่งดังแล้ว แบรนด์นี้ยังมี Lip & Cheek ที่น่าสนใจอีกด้วยค่ะ เพราะด้วยสูตร Water Resistant จึงช่วยกักเก็บน้ำในชั้นผิวได้นานขึ้น มีวิตามินอี และปราศจากน้ำมัน ระหว่างวันสีจึงไม่ดรอปหรือเพี้ยน ไม่รันเป็นเส้นหรือแตกเป็นคราบ เนื้อเป็นแบบครีมให้ฟินิชลุคซาตินแมตต์ สามารถเพิ่มเลเยอร์ความเข้มได้ตามต้องการ (Buildable) มีให้เลือกหลากหลายสีจึงครอบคลุมทุกสีผิวและมาในแพ็กเกจแบบหลอด ทำให้พกพาสะดวก

ด้านคุณสมบัติการใช้งาน มีเนื้อที่เนียนนุ่มให้สัมผัสคล้ายมูส ทำให้เกลี่ยง่าย เมื่อเบลนด์ที่แก้มแล้วดูเป็นธรรมชาติ เม็ดสีชัดปานกลาง ทาแก้ม 1 ครั้งไม่ต้องใช้ปริมาณเยอะ แต่ถ้าสำหรับเรียวปาก ใครที่คล้ำมากอาจต้องทาย้ำหลายรอบ แต่เมื่อเทียบกับคุณสมบัติติดทนนานแล้วก็ถือว่าคุ้มค่าไม่น้อยเลยค่ะ

7. CANMAKE Lip & Cheek Gel (11 g)

7. CANMAKE Lip & Cheek Gel (11 g)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 290 บาท

อุดมไปด้วยน้ำมันสกัดจากธรรมชาติ ชุ่มชื้นและบางเบา

สาวผิวแห้งเตรียมไปซื้อรุ่นนี้ได้เลยค่ะ เพราะอุดมไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันเมล็ดแมคคาเดเมีย ดอกคาโมมายล์ น้ำผึ้งและกรดไฮยาลูรอนิก ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นมอยเจอร์ไรเซอร์ชั้นดี ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและต่อต้านการสูญเสียน้ำในชั้นผิว ทำให้รู้สึกไม่แห้งตึงขณะใช้ อีกทั้งยังมีเนื้อแบบเจล ซึ่งจะอ่อนตัวเมื่อสัมผัสกับอุณหภูมิของร่างกาย ทำให้เกลี่ยง่ายและไม่หนักจนเกินไป ให้ฟินิชลุคแวววาวเล็กน้อย

ในเรื่องความติดทน รุ่นนี้จะติดทนนานเมื่อทาแก้ม แต่สำหรับเรียวปากอาจต้องมีเติมระหว่างวัน ส่วนเรื่องสีนั้นมีให้เลือกด้วยกัน 5 เฉดสี ซึ่งเป็นโทนสดใสร่าเริง มาในแพ็กเกจแบบตลับที่ภายในมีกระจกแถมมาให้ ทำให้ใช้งานสะดวกขึ้นและพกพาไปไหนมาไหนได้ง่าย

6. Benefit Posietint (4 ml)

6. Benefit Posietint (4 ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 535 บาท

มีส่วนผสมจากมะกอก ชุ่มชื้นพอเหมาะ สีสดใสเป็นธรรมชาติ

Lip & Cheek รุ่นนี้มีส่วนผสมของมะกอก ช่วยให้ความชุ่มชื้นและลดการสูญเสียน้ำในชั้นผิวหนัง ขณะที่ใช้จึงไม่รู้สึกแห้งกร้านจนเกินไป โดยมีเนื้อสัมผัสแบบลิควิดที่มีความข้นเล็กน้อย ทำให้เกลี่ยง่าย แต่ต้องรีบเบลนด์สีหน่อยนะคะ เพราะค่อนข้างแห้งไว มาในโทนสีชมพูนมสดใสเป็นธรรมชาติ โดยถูกบรรจุมาในแพ็กเกจแบบขวดและมี 2 ไซซ์ให้เลือก ขึ้นอยู่กับความต้องการของสาวๆ

สาวๆ ที่ใช้จริงต่างชื่นชอบในโทนสีที่สวย เม็ดสีชัด ใช้ทาแก้มไม่ต้องเยอะ โดยรุ่นนี้ค่อนข้างจะติดทนนาน (ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและกิจกรรมที่ทำ) สำหรับประสิทธิภาพในแง่ลิปสติก ใครที่ริมฝีปากมีสีคล้ำอาจต้องย้ำหลายรอบหน่อย สาวๆ ที่ปากแห้งแนะนำให้ลงลิปมันเป็นรองพื้นก่อนทาจะช่วยเรื่องความชุ่มชื้นได้อีกขั้น

5. Skinfood Fruit Lip & Cheek (7.5 g)

5. Skinfood Fruit Lip & Cheek (7.5 g)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 290 บาท

รวม 3 เฉดสีไว้ในตลับเดียว เนื้อเนียนลื่นเกลี่ยง่ายและติดทน

Lip & Cheek อีกรุ่นที่น่าสนใจ ด้วยการรวม 3 เฉดสีไว้ในตลับเดียว ทำให้สาวๆ ครีเอทได้หลายเมคอัพลุค มีเนื้อสัมผัสแบบครีม ซึ่งอ่อนนุ่มง่ายได้ด้วยการวอร์มเบาๆ ถูกบรรจุมาในตลับเลื่อนเปิดปิดได้ ทำให้ใช้งานและพกพาได้สะดวก นอกจากนี้ยังมีให้เลือกหลายโทนสี จึงตอบโจทย์ได้ทุกสีผิวของสาวไทย

สำหรับรุ่นนี้มีเนื้อที่เนียนลื่นเกลี่ยง่าย พร้อมกับโทนสีน่ารักและเป็นธรรมชาติ ทั้งยังติดทนนาน แต่ถ้าใช้ทาปากอาจต้องเติมระหว่างวันบ้าง อย่างไรก็ตาม ด้วยเนื้อที่ค่อนข้างชุ่มชื้นและฟินิชลุคที่ไม่แมตต์เสียทีเดียว ใครที่ไม่ชอบอะไรเหนอะหนะ แนะนำให้ตบแป้งฝุ่นหลังเบลนด์เรียบร้อยแล้วนะคะ และอย่าลืมล้างหน้าให้สะอาดด้วย

4. Bobbi Brown Pot Rouge For Lips And Cheeks (3.7 g)

4. Bobbi Brown Pot Rouge For Lips And Cheeks (3.7 g)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 799 บาท

เฉดสีสวยเป็นธรรมชาติ พร้อมเนื้อเกลี่ยง่ายและชุ่มชื้น

อีกหนึ่งรุ่นที่หลายคนนิยมใช้ ด้วยเนื้อครีมชุ่มชื้นและเม็ดสีแน่น ทำให้ปาดครั้งหนึ่งไม่ต้องใช้เยอะก็ออกสีชัด ซึ่งเมื่อวอร์มจนอ่อนนุ่มแล้วจะเกลี่ยง่ายขึ้น ช่วยให้เบลนด์สีได้ดีและสม่ำเสมอ ได้พวงแก้มที่ระเรื่อดูมีสุขภาพดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ทิ้งความมัน แถมยังติดทนนานตลอดทั้งวัน ส่วนคุณสมบัติการเป็นลิปสติกก็กลบสีปากได้เนียนสนิท แต่อาจจะแห้งสักเล็กน้อย แนะนำสำหรับคนที่ปากแห้งให้ทาลิปบาล์มก่อนใช้เสมอนะคะ

รุ่นนี้มีแพ็กเกจแบบตลับ ซึ่งภายในมีกระจกมาให้ ทำให้ใช้งานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น และยังมีให้เลือกหลายเฉดสี ครอบคลุมทุกสีผิวของสาวไทย ถือเป็นไอเทมที่ควรค่าแก่การมีค่ะ

3. IN2IT Gel Tint for Lip & Cheek (2 Pieces)

3. IN2IT Gel Tint for Lip & Cheek (2 Pieces)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 198 บาท

ชุ่มชื้นด้วยว่านหางจระเข้ เนื้อสีสวยและเป็นธรรมชาติ

Lip & Cheek เนื้อเจลสูตรทิ้นท์ติดทนนานหลายชั่วโมง พร้อมผสานด้วยคุณค่าจากว่านหางจระเข้ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและต่อต้านการสูญเสียน้ำในเซลล์ผิว ทำให้ริมฝีปากและพวงแก้มไม่แห้งตึงจนเกินไป ซึ่งสาวๆหลายคนที่ใช้ต่างรู้สึกว่าโทนสีสวย เนื้อบางเบาและเม็ดสีชัด ทำให้เกลี่ยง่ายและไม่หนักผิวจนเกินไป เมื่อทาแล้วมีความเป็นธรรมชาติ ติดทนนานในระดับหนึ่ง เหมาะกับการใช้เป็นลิปมากกว่า

รุ่นนี้มาในแพ็กเกจแบบแท่งจิ้มจุ่มขนาดกะทัดรัด จึงพกพาง่าย มีให้เลือกหลายเฉดสี ซึ่งล้วนแต่เป็นโทนสดใสน่ารัก เหมาะกับวัยนักเรียนนักศึกษาหรือสาวๆที่อยากได้เมคอัพลุคใสๆ

2. Benefit Benetint (4 ml)

2. Benefit Benetint (4 ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 500 บาท

เม็ดสีคมชัด สีระเรื่อเป็นธรรมชาติและติดทนนาน

หลายคนจะต้องคุ้นหน้าคุ้นตากับรุ่นนี้อย่างแน่นอน เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีและเหมาะสมกับราคา ด้วยเนื้อบางเบาคล้ายน้ำสูตรทิ้นท์ทำให้เกลี่ยง่าย ได้ฟินิชลุคเป็นธรรมชาติและติดทนนาน นอกจากนี้เฉดสียังแดงระเรื่อ ดูน่ารักและสดใส แต่เข้าได้กับทุกสีผิว โดยถูกบรรจุมาในขวดพลาสติกแข็งแรง ซึ่งมีให้เลือกทั้งขนาดใหญ่และขนาดพกพา ทำให้ครอบคลุมทุกความต้องการของสาวๆ

ด้านการใช้งาน หลายคนชื่นชอบในโทนสีที่สวยพร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ และเม็ดสีคมชัด แม้ใช้นิดเดียวก็เบลนด์ได้ทั่ว แต่ถ้าใครริมฝีปากแห้ง แนะนำให้ลงลิปบาล์มก่อนทานะคะ เพราะเนื้อทิ้นท์จะยิ่งเน้นให้ดูขาดความชุ่มชื้นมากกว่าเดิมได้

1. Oriental Princess Beneficial Kiss From A Rose Natural Face Tint (9 ml)

1. Oriental Princess Beneficial Kiss From A Rose Natural Face Tint (9 ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 390 บาท

เนื้อบางเบาสบายผิว มีหลายสี ได้ฟินิชลุคเป็นธรรมชาติ

มาถึงรุ่นที่เบียดเพื่อนๆ จนขึ้นมาเป็นอันดับที่ 1 รุ่นนี้ ด้วยเพราะคุณสมบัติที่ใกล้เคียงกับแบรนด์ดัง แต่มีให้เลือกหลายเฉดสีแถมยังมีราคาที่ถูกกว่ามาก ทำให้หลายคนเลือกใช้ โดยรุ่นนี้มีเนื้อบางเบาคล้ายน้ำ ซึ่งเป็นสูตรทิ้นท์ ทำให้เกลี่ยง่าย ช่วยให้สบายผิวและติดทนนาน หลังจากแห้งแล้วได้ฟินิชลุคใสๆ เป็นธรรมชาติ เหมาะกับเมคอัพลุค Make Up, No Make Up และสาวๆ ในวัยนักเรียนนักศึกษา

เพื่อนๆ ที่ใช้จริงรีวิวไว้ว่าเนื้อไม่แห้งไวจนเกินไป จึงไม่ต้องอาศัยทักษะในการเกลี่ยมากเท่าไร สำหรับคุณสมบัติการเป็นบลัชออนจะติดทนนานแม้ว่าจะเป็นคนหน้ามันมาก แต่อาจมีจางลงระหว่างวันบ้างเล็กน้อย ส่วนด้านการเป็นลิปทิ้นท์จะไม่ค่อยทนเท่าไร แต่เมื่อเทียบกับปริมาณและราคาถือว่าสอบผ่านเลยนะคะ

บทส่งท้าย

Lip & Cheek ถือเป็นไอเทมที่ครบครัน สามารถใช้เป็นทั้งลิปสติกและบลัชออนได้ในชิ้นเดียว ทำให้สาวๆ ไม่ต้องมาคิดมากเรื่องการแมทช์เฉดสีและยังช่วยลดจำนวนเครื่องสำอางที่ต้องพกพาได้อีกด้วย แม้ว่าจะมีสินค้าให้เลือกน้อยกว่าลิปสติกและบลัชออน แต่ทุกวันนี้ในท้องตลาดก็มีสินค้าดีๆ อยู่หลายรุ่นเลยค่ะ เพียงแค่สาวๆ รู้จักเลือกเฉดสีที่เข้ากับตัวเองและเนื้อสัมผัสที่คุณถนัดใช้ เท่านี้เราก็จะได้สินค้าที่เหมาะกับตัวเองแล้ว

สาวๆ ส่วนใหญ่มักจะใช้ผลิตภัณฑ์นี้เพียงแค่สีเดียวทั้งใบหน้า แต่บางรุ่น โดยเฉพาะที่มีเนื้อสัมผัสแบบครีม สามารถเบลนด์หลายสีให้กลายเป็น Ombre (การไล่สี) ได้นะจ๊ะ ช่วยทำให้เมคอัพลุคของคุณดูโดดเด่นและมีมิติมากยิ่งขึ้น ยังไงก็ลองไปทำตามดูกันนะคะ

Popular Posts