10 อันดับ รองพื้นกันน้ำ ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2019

10 อันดับ รองพื้นกันน้ำ ยอดฮิตขายดีที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018

หนึ่งในคุณสมบัติของรองพื้นที่สาวๆ หลายคนต้องการมากที่สุดคือ “กันน้ำ” เพราะจะช่วยให้เนื้อครีมต้านเหงื่อและความมันได้ดี ทำให้ติดทนนาน ใบหน้าของสาวๆ จึงดูสมบูรณ์แบบตลอดทั้งวันแม้ว่าจะผ่านกิจกรรมกลางแจ้งหรือกิจกรรมอื่นๆ ที่เปียกน้ำก็ตาม ซึ่งปัจจุบันมีแบรนด์เครื่องสำอางมากมายพัฒนารองพื้นกันน้ำออกมาหลายสูตร หลายเนื้อสัมผัสและคุณสมบัติการใช้งาน เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของสาวๆ ดังนั้นการเรียนรู้ “วิธีการเลือก” จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะช่วยให้สาวๆ จำกัดขอบเขตผลิตภัณฑ์ที่ต้องพิจารณาได้น้อยลง ทำให้ประหยัดเวลาการ shopping มากขึ้น

แน่นอนว่าสิ่งที่สาวๆ คาดหวังกับผลิตภัณฑ์นี้มากที่สุดคือ “ติดทนนานจริงไหม” ซึ่งไม่สามารถหาคำตอบได้จากฉลากข้างกล่อง แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ วันนี้ผู้เขียนได้รวบรวมรีวิว, คุณสมบัติและราคาของสินค้าที่น่าสนใจมาเปรียบเทียบแล้วจัดอันดับ “10 อันดับสินค้ายอดฮิตขายดี” เพื่อให้สาวๆ ได้ในสิ่งที่ดีและเหมาะกับตัวเองมากที่สุดกันแล้ว ❤

สารบัญ

วิธีการเลือกรองพื้นกันน้ำ

รองพื้นกันน้ำถือเป็นไอเทมที่สำคัญสำหรับสาวไทย เพราะด้วยสภาพอากาศที่ร้อนเกือบทั้งปีทำให้เหงื่อออกง่ายโดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน แถมยังมีเทศกาลสงกรานต์ที่สาดน้ำกันอย่างสนุกสนานอีก นอกจากนี้ยังมีงานรับปริญญาต่างๆ ซึ่งถ้ารองพื้นไม่กันน้ำแล้วล่ะก็…พังแน่ๆ ค่ะ

อย่างไรก็ตาม รองพื้นกันน้ำมีมากมายหลายรุ่นเหลือเกิน ซึ่งแต่ละรุ่นมีเนื้อสัมผัสและความหนาที่ไม่เหมือนกันอีก และด้วยเหตุผลนี้เอง สาวๆ จึงอย่าลืมอ่านวิธีการเลือกก่อนซื้อกันนะคะ

เลือกจากเนื้อสัมผัสที่ใช้งานได้ถนัด

เลือกจากเนื้อสัมผัสที่ใช้งานได้ถนัด

รองพื้นกันน้ำก็มีเนื้อสัมผัสเหมือนกับสูตรทั่วไปค่ะ ได้แก่ “แบบแป้ง”, “แบบลิควิด” และ “แบบครีม” โดยแต่ละเนื้อเหมาะกับสภาพผิวและการใช้งานที่ต่างกัน ดังนี้

  1. แบบลิควิด : เนื้อเหลวคล้ายน้ำ ให้สัมผัสค่อนข้างบางเบา ทำให้เกลี่ยง่าย แถมยังมีประสิทธิภาพในการกันน้ำสูง เหมาะกับผิวที่สูญเสียความชุ่มชื้นง่าย ผิวแห้งหรือเหล่ามือใหม่เพิ่งเริ่มแต่งหน้า
  2. แบบครีม : เนื้อมีส่วนผสมของน้ำมันมากที่สุด ทำให้ค่อนข้างหนืดและให้สัมผัสที่หนา ต้องอาศัยเทคนิคในการเกลี่ยมากกว่าแบบลิควิดเล็กน้อย เหมาะสำหรับผิวที่เสียความชุ่มชื้นง่ายหรือผิวแห้ง
  3. แบบแป้ง : นิยมอัดแข็งใส่ตลับ เนื้อค่อนข้างแห้งและบางเบา เหมาะกับสาวผิวมัน

ส่วนคุณสมบัติการติดทนนาน แบบแรกและแบบที่สองจะเคลือบและยึดเกาะผิวได้ดีกว่า ส่วนเนื้อสัมผัสสุดท้ายต้องใช้เมคอัพเบสเตรียมผิวเสียก่อน เพื่อช่วยให้ติดทนนานขึ้น นอกจากนี้อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องคำนึงคือ “ความถนัด” ว่าชอบใช้เนื้อแบบไหนมากกว่ากันด้วยนะจ๊ะ

เลือกรุ่นที่มีสารกันแดด SPF

เลือกรุ่นที่มีสารกันแดด SPF 

ด้วยความที่หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้สาวๆ ต้องเลือกใช้รองพื้นกันน้ำคือเหงื่อออกเยอะ เนื่องจากต้องไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น เล่นกีฬาหรือทำงานนอกสถานที่ ดังนั้นอีกหนึ่งคุณสมบัติที่คุณต้องคำนึงคือ ค่า SPF และ PA ซึ่งจะมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับความแรงและระยะเวลาที่ต้องตากแดด ส่วนใครที่ไม่ต้องออกแดดหรือมีเหงื่อออกไม่มาก แต่เป็นคนหน้ามันแทน แนะนำให้เลือกค่า SPF 30 และ PA +++ ก็เพียงพอแล้วค่ะ

ข้อควรระวัง : ใครที่ผิวแพ้ง่ายด้วย แนะนำให้เลือกค่า SPF ที่ไม่เยอะจนเกินไปนะคะ เพราะถ้ายิ่งเยอะ อาจยิ่งก่อให้เกิดการะคายเคืองได้

อย่าลืมคำนึงคุณสมบัติอื่นๆ อย่าง “เฉดสี” และ “ฟินิชลุค” ที่เข้ากับคุณ

อย่าลืมคำนึงคุณสมบัติอื่นๆ "เฉดสี" และ "ฟินิชลุค" ที่เข้ากับคุณ

สำหรับการเลือกสีรองพื้น หากสั่งซื้อออนไลน์ สาวๆควรอ่านรีวิวของผู้ใช้จริงเพื่อเช็คว่าสีโทนไหนเข้ากับตัวเองที่สุด แต่ถ้ากลัวพลาดแนะนำให้ไปลองตามเคาน์เตอร์หรือร้านขายเลยค่ะ อย่างไรก็ตาม หลายคนมักจะใช้วิธีเทสที่หลังมือ ซึ่งเป็นวิธีเช็คที่ผิดค่ะ เพราะสีหน้ากับสีมือของเราไม่เหมือนกัน จริงๆแล้วควรจะปาดรองพื้นบริเวณกรอบหน้า โดยป้ายให้เลยมาที่คอเล็กน้อย จากนั้นให้สังเกตว่าสีไหนกลืนไปกับผิวหน้าและต้นคอมากที่สุด สีนั้นคือสีรองพื้นที่เหมาะกับคุณ

ส่วนฟินิชลุคที่ดูเผินๆ ไม่สำคัญแต่กลับสร้างความแตกต่างให้กับผิวหน้ามากเลยนะคะ แถมยังอยู่กับเราไปตลอดทั้งวันอีกด้วย ซึ่งถ้าสาวๆต้องการให้ผิวดูเรียบเนียนไร้ที่ติ ไม่มันวาวจนสะท้อนแสงเวลาถ่ายรูปให้เลือกแบบแมตต์ แต่ถ้าใครต้องการให้ใบหน้าดูสุขภาพดี ฉ่ำวาวแบบสาวเกาหลี แนะนำให้เลือกแบบ Glow หรือ Dewy เลยค่ะ

10 อันดับ รองพื้นกันน้ำ ยี่ห้อไหนดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ วิธีการเลือกนั้นไม่ยากเลย เพียงแค่เลือกเนื้อสัมผัสและค่า SPF, PA ให้เหมาะสมกับตัวเอง แค่นี้เราก็จะได้ผลิตภัณฑ์ที่คู่ควรกับเราแล้ว และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา ลำดับต่อไปเรามาเลือกดูสินค้าที่น่าสนใจกันเลยดีกว่าค่ะ เพื่อให้สาวๆ ได้ใบหน้าที่เนียนสวยไร้ที่ติและยังติดทนนานตลอดทั้งวัน

10. MAC Pro Longwear Nourishing Waterproof Foundation (25 ml)

10. MAC Pro Longwear Nourishing Waterproof Foundation (25 ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 1,850 บาท

สูตรกันน้ำ เนื้อเนียนลื่นเกลี่ยง่าย ติดทนนานหลายชั่วโมง

รุ่นนี้เป็นสูตรกันน้ำที่ปราศจากน้ำมัน ทำให้เม็ดสีไม่ดรอปหรือเพี้ยนระหว่างวัน นอกจากนี้ยังไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง จึงค่อนข้างอ่อนโยนต่อผิว แพ็กเกจเป็นแบบหลอด พกพาง่ายไม่หนักกระเป๋าเครื่องสำอางค่ะ

ผู้ที่ใช้จริงรีวิวไว้ว่าเนื้อเป็นครีมคล้ายมูสและมีเม็ดสีแน่น จึงช่วยให้เกลี่ยง่ายและไม่ต้องใช้เยอะ เมื่อทาแล้วรู้สึกบางเบาสบายผิว พร้อมให้การปกปิดระดับปานกลาง แต่สามารถเพิ่มเลเยอร์ได้โดยที่ระหว่างวันไม่เป็นคราบ ติดทนนานหลายชั่วโมง เหมาะกับสาวผิวธรรมดา-ผิวผสม อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้ยังไม่ค่อยคุมมันเท่าไรและไม่มีสารกันแดดอีกด้วย

9. Covermark Covering Foundation UV JQ (20 g)

9. Covermark Covering Foundation UV JQ (20 g)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 280 บาท

เนื้อครีมเนียนแน่น สูตรกันน้ำ ช่วยปกปิดพร้อมคงความชุ่มชื้น

อีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจ ด้วยสูตรกันน้ำจึงติดทนนานตลอดทั้งวันแม้จะเจอเหงื่อและความมันก็ตาม พร้อมทั้งช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV และแสงแดด ให้ฟินิชลุคผิวแมตต์แต่ยังคงความชุ่มชื้น โดยมีหลายเฉดสีให้เลือกซื้อ ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการของสาวไทย ที่สำคัญราคาไม่แรงอีกด้วย

หลายคนที่ใช้รีวิวไว้ว่าเนื้อเนียนนุ่ม ซึ่งค่อนข้างแน่น ต้องใช้ทักษะในการเกลี่ยเล็กน้อย แนะนำให้ใช้ฟองน้ำหรือแปรงจะดีกว่าใช้นิ้วนะคะ โดยให้การปกปิดในระดับปานกลาง-สูง แต่ไม่ควรเพิ่มเลเยอร์มากเกินไป เพราะจะดูหนาได้ ช่วยควบคุมความมันได้ดี โดยที่ระหว่างวันสีไม่ดรอป แต่มีข้อเสียเล็กน้อย คือ เป็นคราบได้ง่าย

8. Covermark JUSME Essence Foundation  (30 ml)

8. Covermark JUSME Essence Foundation  (30 ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 1,700 บาท

เนื้อครีมติดทนนานพร้อมบำรุงด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ

รองพื้นสำหรับสาวผิวแห้ง ด้วยเนื้อครีมแบบอิมัลชั่น W/O (น้ำในน้ำมัน) ที่เมื่อน้ำมันระเหยไปแล้วจะยิ่งช่วยให้รองพื้นติดทนนานมากขึ้น พร้อมอุดมไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาติซึ่งทำหน้าที่เป็นมอยเจอร์ไรเซอร์บำรุงให้ผิวพรรณไม่แห้งกร้านขณะที่ใช้และปกป้องจากรังสี UV ด้วยสารกันแดด SPF18 PA++ ปราศจากน้ำหอมจึงค่อนข้างอ่อนโยนต่อผิว นอกจากนี้ยังมีหลายเฉดสีให้เลือก ครอบคลุมทุกสีผิวของสาวไทย

เนื้อครีมเนียนลื่นเกลี่ยง่ายและแห้งไว ช่วยปกปิดได้ในระดับหนึ่งพร้อมทั้งปรับสภาพผิวให้เนียนผ่องอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่หนักหน้าจนเกินไป ติดทนนานตลอดทั้งวัน แม้ออกแดดมีเหงื่อเยอะก็ยังเอาอยู่ สามารถเพิ่มระดับการปกปิดได้โดยการเพิ่มเลเยอร์ ราคาค่อนข้างสูงแต่เมื่อเทียบกับปริมาณและคุณภาพแล้วถือว่าคุ้มอยู่ค่ะ

7. NARS All Day Luminous Weightless Foundation (30 ml)

7. NARS All Day Luminous Weightless Foundation (30 ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 1,850 บาท

อ่อนโยนและบางเบาเรียบเนียนตลอดทั้งวัน

ใครที่ผิวแพ้ง่ายแต่อยากได้รองพื้นกันน้ำ แนะนำให้ลองซื้อรุ่นนี้เลยค่ะ เพราะด้วยสูตรลิควิดที่ปราศจากน้ำมัน, พาราเบน, แอลกอฮอล์และน้ำหอม ซึ่งผ่านการทดสอบแล้วว่าไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว โดยให้ฟินิชลุคผิวแมตต์อย่างเปล่งประกายและมีสีให้เลือกซื้อมากมาย เหมาะกับสาวผิวแห้ง-ผิวธรรมดา (สาวผิวมันเหมาะกับใช้ในห้องแอร์อย่างเดียวมากกว่า)

เนื้อเกลี่ยง่ายแต่ค่อนข้างแห้งไว มือใหม่หัดเบลนด์ต้องรีบสักนิดนึง แต่เมื่อเซ็ตตัวดีแล้วจะช่วยให้ใบหน้าดูเรียบเนียนและอำพรางข้อบกพร่องต่างๆ ได้ดี เบาสบายไม่หนักผิว อีกทั้งยังติดทนนานตลอดทั้งวัน แต่รุ่นนี้ไม่มีสารกันแดดนะคะ ผู้ที่ต้องออกไปนอกสถานที่หรือตากแดดนานๆ อาจต้องทาครีมกันแดดเพิ่มสักเล็กน้อย

6. L’oreal True Match Liquid Foundation SPF16 PA++ (30 ml)

6. L'oreal True Match Liquid Foundation SPF16 PA++ (30 ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 449 บาท

เฉดสีเข้ากับคนไทย เนื้อบางเบาและผิวเนียนสวย

นอกจากจะโด่งดังในเรื่องโทนสีที่มีให้เลือกหลากหลายและค่อนข้างเข้ากับสีผิวของสาวไทยได้ดีด้วยแล้ว รุ่นนี้ยังกันน้ำกันเหงื่อและติดทนนาน โดยไม่ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นเพราะมีส่วนผสมของกลีเซอรอล แต่ก็ยังช่วยคุมมันได้ในระดับหนึ่งด้วยซิลิกา นอกจากนี้ยังช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ด้วยสารกันแดด SPF 16, PA ++ โดยถูกบรรจุมาในแพ็กเกจแบบขวดหัวปั๊มทรงเรียว ทำให้สาวๆ ใช้งานง่ายขึ้นและพกพาได้สะดวก เหมาะกับทุกสภาพผิวของสาวไทย

ผู้ที่ใช้จริงรีวิวไว้ว่า เนื้อเหลวเกลี่ยง่าย ไม่ตกร่องและแห้งไว ให้การปกปิดระดับปานกลางพร้อมเผยผิวเรียบเนียนและผุดผ่องอย่างเป็นธรรมชาติ

Tip : สำหรับผิวมัน แนะนำให้ลงไพรเมอร์และเมคอัพเบสช่วยควบคุมความมันเสียก่อนนะคะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการคุมมัน

5. KMA Water Resist Liquid Foundation (30 ml)

5. KMA Water Resist Liquid Foundation (30 ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 420 บาท

ปกปิดอย่างบางเบาโดยไม่แห้งเกินไปและติดทนนาน

รองพื้นในตำนานของแบรนด์นี้ ด้วยสูตรปราศจากน้ำมัน สีจึงไม่ดรอปและไม่เพี้ยนระหว่างวัน และยังเป็นสูตรต่อต้านการสูญเสียน้ำในชั้นผิว ขณะที่ใช้จึงไม่รู้สึกแห้งกร้านจนเกินไป นอกจากนี้ยังช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ด้วยสารกันแดดค่า SPF 30 แม้ว่าจะมีสีให้เลือกเพียงแค่ 4 สี แต่กลับครอบคลุมสีผิวของคนไทยโดยส่วนใหญ่ โดยถูกบรรจุมาในขวดปั๊มทำมาจากพลาสติก จึงช่วยให้ใช้งานง่ายและพกพาสะดวก เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว

หลายคนต่างชื่นชอบในเนื้อที่เกลี่ยง่าย ให้การปกปิดปานกลางจนถึงขั้นสูงอย่างเป็นธรรมชาติ ควบคุมความมันได้ในระดับหนึ่ง นอกจากนี้ยังกันน้ำกันเหงื่อได้ดีและติดทนนานอีกด้วย

4. Srichand Luminescence Splendorous Under Makeup SPF35 PA+++ (30 ml)

4. Srichand Luminescence Splendorous Under Makeup SPF35 PA++ (30 ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 490 บาท

อ่อนโยนแม้ผิวแพ้ง่าย ปกปิดแต่บางเบาเป็นธรรมชาติ

รองพื้นกันน้ำรุ่นนี้เป็นสูตรลิควิดที่ปราศจากน้ำหอมและสารกลุ่มพาราเบน ซึ่งผ่านกระบวนการทดสอบการระคายเคืองแล้วว่าอ่อนโยนแม้ผิวแพ้ง่าย มี SPF สูงถึง 35 และ PA+++ จึงแทบไม่ต้องใช้ครีมกันแดดเพิ่ม โดยลักษณะแพ็กเกจคล้ายขวดครีมกันแดดจึงทำให้จับถนัดมือและพกพาสะดวก มีเฉดสีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ซึ่งครอบคลุมสีผิวของสาวไทยโดยส่วนใหญ่ เหมาะกับสาวผิวธรรมดาจนถึงผิวผสม

รุ่นนี้มีเนื้อลิควิดที่เนียนลื่นเกลี่ยง่าย ซึ่งให้การปกปิดปานกลาง แต่สามารถเพิ่มเลเยอร์ได้ โดยเมื่อทาแล้วรู้สึกเบาสบายไม่หนักหน้าและให้ฟินิชลุคผิวแมตต์อย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ระหว่างวันยังไม่มีปัญหาเรื่องคราบ กันน้ำกันเหงื่อได้ดีในระดับหนึ่ง เหมาะกับเมคอัพลุคสไตล์ No make up

3. Estee Lauder Double Wear Stay-in-Place Makeup SPF10 PA+++ (30 ml)

3. Estee Lauder Double Wear Stay-in-Place Makeup SPF10 PA+++ (30 ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 1,950 บาท

เนื้อละเอียดปกปิดเนียนกริบแต่เบาสบายและมีหลายสี

รองพื้นกันน้ำอีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงมาก ด้วยเนื้อเนียนลื่นเกลี่ยง่าย ซึ่งให้การปกปิดในระดับปานกลางถึงสูง สามารถเพิ่มเลเยอร์ได้แต่กลับให้สัมผัสบางเบาแนบสนิทกลืนไปกับผิว ระหว่างวันสีไม่ดรอปและไม่เพี้ยน อีกทั้งยังไม่เป็นคราบ ช่วยให้หน้ามันช้าลงและยังกันน้ำกันเหงื่อได้ดี จึงติดทนนานตลอดทั้งวัน มาพร้อม SPF 10 เท่านั้น ใครที่ต้องตากแดดนานๆ อาจต้องเพิ่มการปกป้องด้วยการทาครีมกันแดดก่อนลงรองพื้น

ส่วนผสมของรุ่นนี้ปราศจากน้ำมันและน้ำหอม ซึ่งผ่านการทดสอบโดยแพทย์ผิวหนังแล้วว่าไม่ก่อให้เกิดสิว ให้ฟินิชลุคกึ่งแมตต์และมีหลายเฉดสีให้เลือกซื้อ อย่างไรก็ตาม สาวๆ หลายคนบอกว่ากลิ่นแอลกอฮอล์แรงนะคะ อาจไม่ค่อยเหมาะกับสาวผิวแห้งเท่าไรหรือถ้าอยากใช้จริงๆ แนะนำให้ทามอยเจอร์ไรเซอร์บางๆ ก่อนลงรองพื้น

2. Lancome Teint Idole Ultra Wear SPF 15 (30 ml)

2. Lancome Teint Idole Ultra Wear SPF 15 (30 ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 1,950 บาท

เนื้อเนียนเกลี่ยง่าย ให้การปกปิดแต่ยังบางเบา

รองพื้นรุ่นนี้โดดเด่นด้วยเฉดสีที่มีให้เลือกถึง 12 เฉดสี สาวๆจึงไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีสีที่เข้ากับคุณ เนื้อเป็นแบบลิควิดที่ให้สัมผัสบางเบา, เนียนลื่นและเกลี่ยง่ายแต่กลับปกปิดได้อย่างเนียนกริบและไม่ตกร่อง ให้ฟินิชลุคผิวกึ่งแมตต์และเนียนผ่องอย่างเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังมีสารกันแดด SPF 15 ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV นอกจากนี้ระหว่างวันสียังไม่ดรอป พร้อมช่วยกันน้ำกันเหงื่อและคุมมันได้ดี

แพ็กเกจเป็นแบบขวดแก้วพร้อมหัวปั๊ม ช่วยให้ใช้งานสะดวกมากขึ้น ถือเป็นรุ่นที่ควรมีติดโต๊ะเครื่องแป้ง อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้แนะนำให้ใช้แปรงหรือฟองน้ำเกลี่ยนะคะ อย่าใช้นิ้ว เพราะอาจเกิดคราบได้

1. REVLON Colorstay Makeup (30 ml)

1. Revlon Colorstay Makeup (30 ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 580 บาท

เนื้อเนียนเกลี่ยง่าย ปกปิดสูง ติดทนนานและบำรุงด้วยกรดไฮยาลูรอนิก

มาถึงอันดับที่ 1 ของเรา รองพื้นกันน้ำในตำนานที่ไม่ว่ากี่ยุคกี่สมัยสาวไทยก็ยังคงเลือกซื้อ เพราะด้วยเฉดสีที่มีให้เลือกมากมาย บวกกับสูตรของเนื้อที่มีแบ่งแยกตามสภาพผิวของแต่ละคน โดยแต่ละสูตรจะมีส่วนผสมของกรดไฮยาลูรอนิก ซึ่งช่วยคืนความชุ่มชื้นให้กับผิว ทำให้ใบหน้าไม่แห้งกร้านจนเกินไป และยังปราศจากน้ำมัน ทำให้สีรองพื้นคงสภาพได้ตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ก็มีสารกันแดดช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV

สาวๆ ที่ใช้จริงต่างชื่นชอบในเนื้อลิควิดที่เกลี่ยง่าย ให้การปกปิดดีเยี่ยม แต่ถ้าลงไม่ดีอาจจะดูหนาเล็กน้อย แนะนำให้ใช้แปรงหรือลงแต่น้อยๆ ก่อนนะคะ โดยระหว่างวันไม่มีคราบมากวนใจ อีกทั้งยังคุมมันและกันน้ำกันเหงื่อได้ดี ถือเป็นอีกรุ่นทีน่าซื้อมาติดโต๊ะเครื่องแป้ง เหมาะสำหรับวันธรรมดาจนถึงวันที่แต่งหน้าออกงาน

วิธีล้างรองพื้นกันน้ำที่ถูกต้อง

วิธีล้างรองพื้นกันน้ำที่ถูกต้อง

ก่อนอื่นต้องบอกสาวๆก่อนว่าไม่ว่าเครื่องสำอางจะเป็นสูตรอ่อนโยนหรือปลอดภัยจากสิวสักแค่ไหน แต่สารเคมีก็คือสารเคมีนะจ๊ะ ยิ่งถ้าเราทำความสะอาดได้ไม่ดีพอด้วยแล้ว สารเหล่านั้นก็จะตกค้างและจับกับความมันในรูขุมขนจนเกิดเป็นสิวอุดตันตามมา คราวนี้ก็ต้องรักษากันยาวอีก

สำหรับรองพื้นกันน้ำ หลายๆคนเห็นชื่อแล้วก็คงจะรู้ได้ทันทีว่า “น้ำเปล่าล้างไม่ได้” ต้องใช้เมคอัพรีมูฟเวอร์อย่างเดียว แต่ถ้าเมคอัพรีมูฟเวอร์นั้นมีพลังในการชะล้างน้อยก็ไม่สามารถทำความสะอาดได้ในคราวเดียวอีก ทำให้สาวๆ ต้องเช็ดถูหลายรอบ เสี่ยงที่ผิวหน้าจะระคายเคืองจนเกิดปัญหาริ้วรอยหรือความหมองคล้ำตามมา โดยเฉพาะกับสาวผิวแพ้ง่ายหรือผิวแห้ง ดังนั้นคุณจึงควรเลือกซื้อรุ่นที่เป็นสูตร Oil, Milk หรือ Oil to foam แทน เพื่อลดการเช็ดถูผิวหน้า

นอกจากนี้อย่าลืมคำนึงถึงการบำรุงผิวด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์หลังล้างหน้าด้วยนะคะ หลังใช้แล้วผิวจะได้ไม่แห้งตึงจนเกินไป

บทส่งท้าย

ส่วนใหญ่แล้วรองพื้นกันน้ำมักจะมีเนื้อที่หนาและหนัก ทำให้ล้างออกยาก เสี่ยงต่อการอุดตันได้ง่าย จึงเหมาะกับการใช้ในโอกาสพิเศษต่างๆ เช่น แต่งงาน รับปริญญา หรือออกงานต่างๆ ถ้าวันธรรมดาแนะนำให้ใช้รุ่นอื่นที่บางเบากว่าแทนนะคะเพื่อให้ผิวหน้าของเราได้พักบ้าง นอกจากนี้หลังล้างหน้าทุกครั้งสาวๆ อย่าลืมบำรุงด้วยสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์ด้วยนะจ๊ะ เพื่อฟื้นฟูให้ผิวอิ่มเอิบมีสุขภาพดีจากภายใน

อีกหนึ่งเรื่องที่อย่าลืมกันคือ “สุขอนามัยของอุปกรณ์แต่งหน้า” เพราะด้วยความที่เนื้อรองพื้นเป็นสูตรติดทนนานจึงยึดกับแปรงหรือฟองน้ำได้ดี สาวๆจึงควรหมั่นทำความสะอาดด้วยน้ำยาล้างแปรงโดยเฉพาะ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยลดการสะสมของสิ่งสกปรกที่เป็นหนึ่งในสาเหตุการเกิดสิวได้แล้วล่ะค่ะ

Popular Posts