10 อันดับ เอสเซนส์สำหรับวัยรุ่น ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2019

10 อันดับ เอสเซนส์สำหรับวัยรุ่น ยอดฮิตขายดีที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018

สวัสดีค่ะสาวๆ วัยใสทุกคน แน่นอนว่าช่วงวัยรุ่นเป็นวัยที่ผิวพรรณมีความสดใสมากที่สุด หลายคนเริ่มหาสกินแคร์มาบำรุงผิวพรรณให้สุขภาพดีกันอยู่แล้ว แต่พอหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตที เอาล่ะสิ หัวสมองเบลอไปเลย เพราะผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้มีเยอะมาก ไหนจะครีม, เซรั่ม, อิมัลชั่นหรือเอสเซนส์ นี่ยังไม่นับรวมกลุ่มเตรียมผิวเพื่อการบำรุงอย่างโทนเนอร์ น้ำตบและบูสเตอร์อีกนะคะ แถมแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและการใช้งานที่ต่างกันอีก ดังนั้นเพื่อให้เพื่อนๆ มีไอเดียในการดูแลตัวเองมากขึ้น วันนี้เราจะพูดถึง “เอสเซนส์” ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่สำคัญกันค่ะ

อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้มีเอสเซนส์มากมายหลายสูตรเหลือเกินค่ะ เช่น เพิ่มความชุ่มชื้น, ปรับสีผิวให้กระจ่างใส, ลดรอยแดงรอยดำจากสิว หรือต่อต้านริ้วรอยต่างๆ เพื่อเตรียมผิวให้แข็งแรง พร้อมที่จะรับมือกับปัญหาผิวในอนาคต ซึ่งบางคนอาจตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกเอสเซนส์ที่ดีได้อย่างไร ดังนั้นการอ่าน “วิธีการเลือก” และ “10 อันดับสินค้ายอดฮิตขายดี” ที่ผ่านการเปรียบเทียบทั้งจากราคา, คุณสมบัติและรีวิว จึงเป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ ซึ่งจะมีอะไรบ้าง ตามมาอ่านกันเลย

สารบัญ

วิธีการเลือกเอสเซนส์สำหรับวัยรุ่น

สาวๆ หลายคนมักจะเข้าใจว่าเอสเซนส์ควรเริ่มใช้เมื่ออายุเข้าสู่เลข 3 หรือเลข 4 ในขณะเป็นวัยรุ่นจึงบำรุงผิวหน้าด้วยสกินแคร์พื้นฐานทั่วไป เช่น ครีมหรือโลชั่น เท่านั้น ซึ่งถ้าใบหน้าของคุณไม่ได้มีปัญหาอะไรมากก็ยังถือว่าเพียงพอสำหรับช่วงวัยนี้ค่ะ แต่ถ้าอายุเริ่มมากขึ้น ความร่วงโรยต่างๆ ก็จะเริ่มถามหา เช่น ผิวแห้งง่าย จุดด่างดำและความหย่อนคล้อย การบำรุงเพียงเท่านี้ไม่เพียงพอแน่นอน ดังนั้นเพื่อเป็นการรับมือกับปัญหาผิวในอนาคต เรามาเสริมการบำรุงผิวด้วยเอสเซนส์เพิ่มอีกตัวกันดีกว่าค่ะ ซึ่งบทบาทหน้าที่และวิธีการเลือก “เอสเซนส์” จะเป็นอย่างไรนั้น ไปดูพร้อมๆกันเลย

คำนึงถึงมอยเจอร์ไรเซอร์เป็นหลัก

คำนึงถึงมอยเจอร์ไรเซอร์เป็นหลัก

สภาพผิวของสาววัยรุ่นหรือวัย 20 ส่วนใหญ่มักจะมีลักษณะผสมและมัน ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์ถูกเมินเฉยไป เพราะคิดว่ายิ่งบำรุงเพิ่ม หน้าก็จะยิ่งเหนอะหนะและมันเพิ่มมากขึ้นไปอีก แต่ในความจริงแล้วไม่ว่าสภาพผิวของคุณจะเป็นอย่างไร “ความชุ่มชื้น” ก็เป็นสิ่งจำเป็นนะคะ เพราะจะช่วยปรับสมดุลในชั้นผิวและทำให้แข็งแรงมากขึ้น เพียงแต่เราต้องเลือกปริมาณให้พอเหมาะกับความต้องการของผิวเท่านั้นเอง

สารที่มีคุณสมบัติเป็นมอยเจอร์ไรเซอร์ ได้แก่ เซราไมด์, คอลลาเจน, กลีเซอรอล หรือกรดไฮยาลูรอนิก เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีน้ำมันหรือสารสกัดจากธรรมชาติอื่นๆอีก เช่น ว่านหางจระเข้, เมือกหอยทาก, ชาเขียวหรือผักสลัดน้ำ ขึ้นอยู่กับแต่ละสูตรของแต่ละแบรนด์

สำหรับใครที่ต้องสัมผัสกับรังสี UV เป็นเวลานานและบ่อย แนะนำให้เลือกสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของอนุพันธ์วิตามินซีหรืออีด้วย เพราะมีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านอนมูลอิสระ จึงช่วยชะลอการแก่ก่อนวัยได้

เลือกจากส่วนผสมที่แก้ปัญหาผิวของตัวเองได้

แน่นอนว่าปัญหาผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้นการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จึงไม่มีกฎตายตัวว่าทุกคนต้องใช้อย่างนั้นอย่างนี้ เพียงแต่ควรเลือกให้ตรงตามปัญหาผิวของตัวเอง ซึ่งแต่ละปัญหาควรจะเลือกอย่างไร ตามอ่านได้จากด้านล่างนี้เลยค่ะ ▼

สูตรไวท์เทนนิ่ง จัดการจุดด่างดำและความหมองคล้ำ

สูตรไวท์เทนนิ่ง จัดการจุดด่างดำและความหมองคล้ำ

ก่อนอื่นต้องบอกสาวว่าๆ  “ไวท์เทนนิ่ง” ไม่ได้หมายความว่าจะเปลี่ยนสีผิวของเราจากอีกเฉดเป็นอีกเฉดที่ขาวขึ้นได้ขนาดนั้นนะคะ เพียงแค่ช่วยให้กระจ่างใส เปล่งปลั่งดูมีสุขภาพดีขึ้นเท่านั้นและยังต้องอาศัยเวลาประมาณหนึ่งถึงจะเห็นผลลัพธ์ด้วย (ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล) ซึ่งถ้าสาวๆอยากให้ผิวมีลีกษณะดังกล่าวให้เลือกซื้อรุ่นที่มีส่วนผสมของพลาเซนตา, อนุพันธ์วิตามินซีหรืออาร์บูติน เป็นต้น เพราะสารเหล่านี้จะช่วยยับยั้งการสะสมของเม็ดสีเมลานิน ต้นเหตุที่ทำให้เกิดจุดด่างดำและความหมองคล้ำ

รู้ก่อนใช้ : Hydroquinone คือ สารที่มีคุณสมบัติเป็นไวท์เทนนิ่งเช่นกัน นิยมใช้เพื่อรักษาฝ้ากระและจุดด่างดำ แต่ควรใช้อยู่ในความดูแลของแพทย์เท่านั้นนะคะ เพราะมีฤทธิ์ที่ทำให้ผิวอักเสบและระคายเคือง หากผิดพลาดอาจส่งผลต่อผิวในระยะยาวได้

สูตร Anti-Aging ดูแลสัญญาณริ้วรอยและความหย่อนคล้อย

สูตร Anti-Aging ดูแลสัญญาริ้วรอยและความหย่อนคล้อย

ผิวของสาวๆ ในวัย 25 ขึ้นไปมักจะมีสัญญาเตือนของความร่วงโรยต่างๆ เช่น ผิวแห้งง่าย ริ้วรอยที่หางตา ร่องลึกที่แก้ม หรือความหย่อนคล้อย ดังนั้นเพื่อเตรียมผิวให้พร้อมรับมือปัญหานั้นๆแนะนำให้เลือกซื้อรุ่นที่มีส่วนผสมของสารต่อไปนี้นะคะ เช่น คอลลาเจนช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นในชั้นผิวทำให้เต่งตึง, พลาเซนตา ขับเคลื่อนการทำงานของคอลลาเจน และเรตินอล ช่วยลดเลือนริ้วรอย

นอกจากนี้สำหรับการเลือกซื้อเครื่องสำอางหรืออาหารเสริม อย่าลืมเลือกรุ่นที่มีส่วนผสมของ Platinum หรือ Platinum Nano Colloid นะคะ เพราะมีคุณสมบัติช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผิวร่วงโรยได้สูง

10 อันดับ เอสเซนส์สำหรับวัยรุ่น ยี่ห้อไหนดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ เพื่อนๆ คงเห็นแล้วว่าวิธีการเลือกซื้อนั้นไม่ยากเลย ยิ่งถ้าควบคู่ไปกับการอ่านข้อมูลของสินค้าที่น่าสนใจด้วยแล้ว การซื้อเอสเซนส์ก็จะเป็นเรื่องง่ายขึ้น และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เราไปอ่านเนื้อหาลำดับต่อไปกันเลยดีกว่าค่ะ

10. Cute Press Moisture Milk Whitening Essence (95 ml)

10. Cute Press Moisture Milk Whitening Essence (95 ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 199 บาท

ผสานคุณค่าจากน้ำนมช่วยปรับสีผิวกระจ่างใสและเนียนนุ่ม

เริ่มต้นกันด้วยเอสเซนส์จากแบรนด์นี้ที่แค่เห็นชื่อก็คงจะรู้แล้วว่าเน้นในเรื่องช่วยปรับสีผิวให้กระจ่างใส เพราะมีส่วนผสมจากธรรมชาติอย่าง Hydrolyzed Milk Protein และ Saccharide Isomerate ผสานการทำงานกับ BHA และ AHA จึงช่วยลดเลือนจุดด่างดำให้แลดูจางลง นอกจากนี้ยังช่วยคืนความชุ่มชื้น ปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่มน่าสัมผัสกว่าที่เคย

เนื้อสัมผัสของรุ่นนี้มีลักษณะคล้ายโลชั่นสีขาวขุ่นแต่ค่อนข้างเหลว มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เหมาะสำหรับสาวผิวแห้งหรือธรรมดา แต่ข้อเสียเล็กน้อย คือ ถ้าทามากเกินไปอาจอุดตันทำให้สิวขึ้นได้ แนะนำให้ใช้เฉพาะตอนกลางคืนหรือก่อนนอนจะดีกว่า

9. Hada Labo Arbutin Whitening Essence (30 ml)

9. Hada Labo Arbutin Whitening Essence (30 ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 618 บาท

อาร์บูตินและวิตามินซีช่วยปรับผิวกระจ่างใสอย่างอ่อนโยน

นอกจากจะมีน้ำตบตัวดังแล้ว แบรนด์นี้เขายังมีเอสเซนส์ที่น่าสนใจด้วยนะจ๊ะ ด้วยส่วนผสมจากอาร์บูตินและวิตามินซี จึงช่วยปรับสีผิวให้กระจ่างใสอย่างสม่ำเสมอและลดเลือนจุดด่างดำ โดยปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำมันแร่ น้ำหอมและสี จึงมั่นใจได้ว่าผิวจะได้รับการบำรุงอย่างอ่อนโยน ล่าสุดมีให้เลือกซื้อเพียงขนาดเดียว แต่บรรจุมาในแพ็กเกจแบบขวดขนาดกะทัดรัดจึงค่อนข้างสะดวกต่อการพกพา เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแห้ง

หลายคนที่ใช้รีวิวไว้ว่าเนื้อเอสเซนส์เหลวคล้ายน้ำ บางเบาและซึมซาบไว เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องรู้สึกว่าหน้าชุ่มชื้นและดูมีสุขภาพดีขึ้น นอกจากนี้รูขุมขนยังกระชับกว่าเดิมอีกด้วย แต่สาวๆ หลายคนยังบอกว่าราคาค่อนข้างแพงอยู่ค่ะเมื่อเทียบกับปริมาณ

8. Skinfood Premium Lettuce & Cucumber Watery Essence (50 ml)

8. Skinfood Premium Lettuce & Cucumber Watery Essence (50 ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 854 บาท

ส่วนผสมจากผักกาดและแตงกวา ผิวอิ่มน้ำพร้อมลดสิว

ใครที่ผิวมันขาดน้ำแนะนำให้ใช้ตัวนี้เลยค่ะ เพราะมีส่วนผสมของสารสกัดจากผักสีเขียวถึง 2 ชนิด ได้แก่ ผักกาดและแตงกวา ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นมอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง จึงช่วยคืนความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ดีและลดริ้วรอยเล็กๆ บนใบหน้า โดยถูกบรรจุมาในแพ็กเกจขวดแก้วรูปทรงจับถนัดมือ ช่วยให้ใช้งานง่าย ซึ่งปัจจุบันมีให้เลือกซื้อเพียงขนาดเดียว

เนื้อสัมผัสบางเบาและซึมซาบไว เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องแล้วรู้สึกว่าผิวเนียนนุ่มและกระจ่างใสขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดสิวผดอีกด้วย อย่างไรก็ตามรุ่นนี้มีกลิ่นคล้ายผักนะคะ ใครที่ไม่ชอบอาจต้องลองมองหาตัวอื่นแทน

7. LANEIGE Water Bank Hydro Essence (70 ml)

7. LANEIGE Water Bank Hydro Essence (70 ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 1,650 บาท

ส่วนผสมจากพืชผักช่วยเติมน้ำให้ผิวมันขาดน้ำ ใช้แล้วกระจ่างใส

เอสเซนส์รุ่นนี้มีส่วนผสมจาก Green mineral water สูตรลับเฉพาะของแบรนด์ที่อุดมไปด้วยสารสกัดจากพฤกษานานาพันธุ์ เช่น ผักเคล ผักสลัดน้ำ ผักโสมและผักบีทรูท ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นมอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยเติมน้ำให้กับผิวและปรับสภาพให้กระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ผสานด้วยเทคโนโลยีพิเศษที่ช่วยกระจายความชุ่มชื้นและกักเก็บน้ำไว้ใต้ชั้นผิว ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ จึงเหมาะสำหรับสาวผิวมันหรือผิวผสมที่ขาดน้ำ นอกจากนี้ยังมีหลายขนาดให้เลือกซื้อ

ด้านคุณสมบัติการใช้งานรุ่นนี้มีเนื้อสัมผัสที่บางเบา ทาแล้วซึมซาบได้ไวโดยไม่ทิ้งความมัน พร้อมมีกลิ่นหอมอ่อนๆที่ช่วยให้ผ่อนคลาย หลังใช้แล้วรู้สึกว่าผิวหน้ามันน้อยลง สิวไม่ขึ้นเพิ่มและหน้ายังเนียนนุ่มช่วยให้ลงเครื่องสำอางได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

6. Dr.Jill G5 Essence (30 ml)

6. Dr.Jill G5 Essence (30 ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 790 บาท

สารสกัดจากธรรมชาติช่วยลดรอยสิวและให้ผิวอิ่มฟูขึ้น

หลายคนคงคุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์รุ่นนี้กันดีอยู่แล้ว เพราะโฆษณาค่อนข้างเยอะ โดยมีส่วนผสมจากสารสกัดจากธรรมชาติหลายชนิด เช่น แอปเปิ้ล ช่วยลดเลือนจุดด่างดำและปรับให้กระจ่างใส, อาร์แกน ลดเลือนริ้วรอยและเติมเต็มร่องลึกให้ตื้นขึ้น, กุหลาบ ช่วยเติมน้ำให้กับผิว ทำให้ชุ่มชื้นขึ้น, Centella กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว และองุ่น มีสารต้านอนุมูลอิสระทำให้ผิวกลับมาแข็งแรง

ปราศจากแอลกอฮอล์ พาราเบนและสี นอกจานี้ยังไม่มีส่วนผสมของน้ำมันอีกด้วย สาวๆ ที่ใช้จริงต่างชื่นชอบในเนื้อน้ำนมที่บางเบา ทาแล้วซึมเข้าสู่ผิวได้ไวและเมื่อใช้เป็นประจำพบว่าผิวหน้าดูดีและมีชีวิตชีวามากขึ้น นอกจากนี้รูขุมขนยังกระชับกว่าเดิมด้วย

5. Za True White EX Essence Lotion N (150 ml)

5. Za True White EX Essence Lotion N (150 ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 420 บาท

ปรับสีผิวให้กระจ่างใสและบำรุงให้ชุ่มชื้นด้วยสารสกัดจากอิตาลี

เอสเซนส์กึ่งโลชั่นและอิมัลชั่น ช่วยเผยผิวกระจ่างใสและเรียบเนียนได้เร็วขึ้นด้วยส่วนผสมของไวน์เทนนิ่ง 4MSK แถมยังยับยั้งการสะสมของเม็ดสีเมลานิน อันเป็นสาเหตุให้ฝ้า กระและจุดด่างดำดูเข้มขึ้น ผสานด้วยสารบำรุงจากอิตาลีช่วยคืนความชุ่มชื้นให้กับผิว และสารสกัดจากใบมะกอก ซึ่งมีคุณสมบัติต่อต้านอนุมูลอิสระ จึงปกป้องผิวจากมลภาวะต่างๆ เหมาะกับสาวผิวธรรมดา-ผิวมัน

รุ่นนี้มีเนื้อที่บางเบา เกลี่ยง่ายและซึมเข้าสู่ผิวได้ไว เมื่อใช้สักระยะรู้สึกว่าสุขภาพผิวดีขึ้น สัมผัสได้ว่าเนียนนุ่มและรูขุมขนกระชับ ส่วนเรื่องรอยดำจากสิวอาจต้องใช้เวลาสักหน่อย ซึ่งเมื่อเทียบกับปริมาณและราคาแล้วถือว่าคุ้มค่าทีเดียวค่ะ

4. ESTEE LAUDER Micro Essence Skin Activating Treatment Lotion (30 ml)

4. Estee Lauder Micro Essence Skin Activating Treatment Lotion (30 ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 279 บาท

Micro-Nutrient Bio-Ferment ช่วยพลิกฟื้นผิวให้กลับมามีสุขภาพดี

สาวๆ วัย 25 ที่สัญญาณความร่วงโรยต่างๆ เริ่มปรากฏบนใบหน้าแนะนำให้ซื้อรุ่นนี้ใช้เลยค่ะ เพราะมีส่วนผสมของ Micro-Nutrient Bio-Ferment ซึ่งได้จากการหมักบ่ม จึงช่วยเสริมสร้างการทำงานของเซลล์ผิว ฟื้นฟูให้กลับมามีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผิวแข็งแรงมากขึ้น พร้อมช่วยลดริ้วรอยและบำรุงให้ชุ่มชื้น นอกจากนี้ยังปรับสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างสม่ำเสมอ ปราศจากน้ำหอมจึงเหมาะกับทุกสภาพผิว มีให้เลือกหลายขนาด ทำให้ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ

สาวๆ หลายคนที่ได้ใช้จริงต่างหลงรักในเนื้อที่ซึมซาบไวโดยไม่ทิ้งความเหนอะหนะ เมื่อใช้แล้วรู้สึกว่าผิวกระชับและเรียบเนียนมากขึ้น นอกจากนี้ยังดูสุขภาพดีกว่าเดิม

3. Tony Moly Intense Care Galactomyces Lite Essence 96.5% (120 ml)

3. Tony Moly Intense Care Galactomyces Lite Essence 96.5% (120 ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 805 บาท

พิเทร่ามากถึง 96.5% ช่วยพลิกฟื้นผิวให้กลับมาแข็งแรง

เอสเซนส์ที่มีส่วนผสมของพิเทร่า สารกลุ่มโปรตีนที่ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ในปริมาณเข้มข้นมากถึง 96.5% เมื่อใช้แล้วจึงรู้สึกว่าผิวมีสุขภาพดีขึ้น ใบหน้ากระจ่างใสและจุดด่างดำต่างๆ จางลง อีกทั้งยังช่วยเติมน้ำให้กับผิว ทำให้ผิวเนียนนุ่มน่าสัมผัสและรูขุมขนกระชับกว่าที่เคย

รุ่นนี้มีเนื้อที่เหลวคล้ายน้ำ ค่อนข้างมีกลิ่นเฉพาะตัว เมื่อทาแล้วซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ไวโดยไม่ทิ้งความมัน ซึ่งถูกบรรจุมาในขวดพลาสติก ช่วยให้พกพาสะดวกมากยิ่งขึ้น

2. BIOTHERM Life Plankton Essence (125 ml)

2. BIOTHERM Life Plankton Essence (125 ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 2,500 บาท

สารสกัดจากแพลงก์ตอนช่วยพลิกฟื้นผิวให้แข็งแรงและเปล่งปลั่ง

เอสเซนส์ที่มีส่วนผสมของแพลงก์ตอนในบ่อน้ำพุบนเทือกเขาพีเรนีส ได้รับการวิจัยโดยนักเคมีของแบรนด์แล้วว่าช่วยฟื้นฟูการทำงานของเซลล์ผิวให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและช่วยเติมน้ำให้ผิวชุ่มชื้นสมดุล หลังใช้จึงรู้สึกว่าผิวแข็งแรงขึ้น รูขุมขนกระชับ ใบหน้าเปล่งปลั่งและอาการระคายเคืองต่างๆ ทุเลาลง เหมาะกับทุกสภาพผิว โดยมีให้เลือกหลายขนาด

สำหรับรุ่นนี้สาวๆ บอกว่าเนื้อบางเบาคล้ายน้ำแต่มีความหนึบเล็กน้อยและมีกลิ่นเฉพาะตัว ซึ่งบางคนอาจไม่ชอบได้ แนะนำให้ทดลองซื้อไซซ์เล็กก่อนนะคะ และสำหรับสาวผิวมันไม่ควรลงเยอะหรือควรใช้แค่เฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้น ไม่อย่างนั้นอาจอุดตันได้

1. SK-II Facial Treatment Essence (160 ml)

1. SK-II Facial Treatment Essence (160 ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 3,910 บาท

พิเทร่าเข้มข้นถึง 90% ช่วยให้ผิวแข็งแรงและอ่อนเยาว์

ตำแหน่งที่ 1 ของเราจะเป็นใครเป็นไปไม่ได้นอกจากรุ่นนี้เลยค่ะ เพราะด้วยส่วนผสมจากพิเทร่าเข้มข้น 90% จึงอุดมไปด้วยกรดอะมิโน แร่ธาตุและวิตามินต่างๆ ที่จำเป็นต่อการบำรุงผิวพรรณ ซึ่งถูกบรรจุมาในขวดแก้วใสดีไซน์หรู มีหลายขนาดให้เลือกซื้อ สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว

รุ่นนี้มีเนื้อที่เหลวคล้ายน้ำ จึงลูบไล้ทั่วผิวหน้าได้ง่ายและซึมซาบได้ไว โดยที่ไม่ทิ้งความมันบนใบหน้า ซึ่งเมื่อใช้แล้วช่วยให้ใบหน้ากระจ่างใส เรียบเนียนและอิ่มน้ำมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้อายุของผิวพรรณดูเด็กลง รูขุมขนกระชับและทำให้เครื่องสำอางติดทนมากขึ้น ข้อเสียคือราคาสูงไปสักหน่อยค่ะ ใครที่กำลังลังเลแนะนำให้ลองซื้อไซซ์เล็กสุดมาใช้ก่อน

สกินแคร์มีกี่ชนิด แต่ละชนิดใช้ทำอะไรบ้าง

สกินแคร์มีกี่ชนิด แต่ละชนิดใช้ทำอะไรบ้าง

แม้ว่าบทความนี้จะเน้นเอสเซนส์เพียงอย่างเดียว แต่เพื่อให้พี่ๆ น้องๆ ชาว mybest ได้ดูแลผิวพรรณของตัวเองอย่างถูกต้องและเหมาะสมมากขึ้น วันนี้ผู้เขียนได้รวบรวมข้อมูลของสกินแคร์แต่ละชนิดมาให้อ่านกันแล้วค่ะ

  1. โทนเนอร์ : มีเนื้อบางเบาและเหลวคล้ายน้ำ ทำหน้าที่ในการ “ปรับสภาพผิว” พร้อมช่วยขจัดสิ่งสกปรก เพื่อเตรียมให้พร้อมสำหรับรับการบำรุงขั้นต่อไป
  2. บูสเตอร์ : เนื้อบางเบา ใช้เพื่อปรับสภาพผิวให้พร้อมรับการบำรุงขั้นต่อไป (ใช้แทนโทนเนอร์ได้)
  3. เอสเซนส์ : มักมีส่วนผสมเป็น Water-Base เนื้อจึงบางเบาและซึมซาบไว “ช่วยฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึก” แต่จะไม่เน้นให้ความชุ่มชื้นสักเท่าไรนะคะ
  4. เซรั่ม : มีส่วนผสมเป็น Oil-Base จึงชุ่มชื้นมากกว่าเอสเซนส์ แต่ช่วย “ฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึก” เหมือนกัน โดยจะเน้นปัญหาใดปัญหาหนึ่งไปเลย
  5. แอมเพิล : เนื้อบางเบา แต่เข้มข้นมากกว่าเซรั่ม ทำให้เห็นผลไวกว่า แต่ก็มีราคาแพงมากกว่าด้วย
  6. อิมัลชั่น : เนื้อคล้ายโลชั่นผสมเจลเสมือนน้ำนม ทำหน้าที่ “ช่วยคืนความชุ่มชื้น” และกักเก็บน้ำใต้ชั้นผิวได้นานขึ้น
  7. โลชั่น : เนื้อเข้มข้นมากกว่าอิมัลชั่น แต่ทำหน้าที่คล้ายกัน
  8. ครีม : เนื้อเข้มข้นที่สุด ช่วยบำรุงให้ผิวชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก

เห็นเยอะอย่างนี้อย่าเพิ่งเป็นลมไปค่ะสาวๆ ในความเป็นจริงแล้วเราไม่ต้องใช้ทุกตัวก็ได้ อะไรที่ไม่เหมาะกับสภาพผิวของเราก็ตัดทิ้งไป โดยมีลำดับขั้นตอนการใช้ทั่วๆไปดังนี้

โทนเนอร์/บูสเตอร์ > เอสเซนส์ > เซรั่ม/แอมเพิล >  อิมัลชั่น > โลชั่น > ครีม

บทส่งท้าย

แม้ว่าผิวของวัยรุ่นจะดูเหมือนไม่ต้องการการดูแลอะไรมาก แต่เพื่อเตรียมรับมือกับปัญหาผิวในอนาคต สาวๆ อย่าลืมใส่ใจดูแลตัวเองกันตั้งแต่วันนี้ ด้วยการเลือกซื้อเอสเซนส์ที่มีมอยเจอร์ไรเซอร์ในปริมาณพอเหมาะและส่วนผสมที่รักษาปัญหาผิวที่คุณกังวลอยู่กันนะคะ เพียงเท่านี้ผิวของคุณก็จะมีสุขภาพดีขึ้นแล้ว

นอกจากนี้สกินแคร์ตัวอื่นๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบำรุงและช่วยให้เห็นผลไวขึ้น โดยอ้างอิงวิธีการเลือกจากการเลือกเอสเซนส์ แต่มีสิ่งที่เพิ่มมาคือ “เนื้อสัมผัส” สาวผิวมันควรเลือกสูตร Water-Base เพราะมีเนื้อที่บางเบาและซึมซาบไว ส่วนสาวผิวแห้งควรเลือกสูตรครีม เพราะเนื้อจะหนักกว่าซึ่งจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและกักเก็บน้ำได้ดี

Popular Posts