10 อันดับ สายชาร์จ Lightening / สายชาร์จหัวแบน ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2019

10 อันดับ สายชาร์จ Lightening / สายชาร์จหัวแบน ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018

“สายชาร์จ” หนึ่งในอุปกรณ์ที่สำคัญมากกับคนในยุคนี้ เพราะทำหน้าที่ชาร์จแบตมือถือและถ่ายโอนข้อมูลต่างๆระหว่างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ด้วยกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วสายชาร์จที่แถมมาให้กับมือถือมักมีคุณสมบัติไม่เพียงพอต่อความต้องการ เช่น สายสั้นเกินไป, ชาร์จช้า, ฉนวนหุ้มฉีกขาดง่าย หรือแม้แต่สายหักใน ทำให้เราต้องหาซื้อใหม่อยู่ตลอด ซึ่งเป็นความโชคดีที่ปัจจุบันมีหลากหลายแบรนด์ออกสายชาร์จที่มีคุณสมบัติการใช้งานต่างๆมาให้เราเลือกมากมาย ตอบโจทย์ได้แทบทุกความต้องการ และด้วยเหตุผลนี้เอง ทำให้เราต้องศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนสั่งซื้อ

สิ่งแรกที่ทุกคนควรจะรู้กันเสียก่อนคือ “วิธีการเลือก” ซึ่งผู้เขียนได้นำข้อมูลมาจากประเทศที่โดดเด่นเรื่องเทคโนโลยีอย่างญี่ปุ่นมาให้เพื่อนๆทำความเข้าใจกันได้ง่ายๆ นอกจากนี้เพื่อให้เพื่อนๆได้สินค้าที่ดีและมีคุณภาพ เรายังได้เปรียบเทียบสินค้าแต่ละยี่ห้อ/รุ่นทั้งในเรื่องของคุณสมบัติ, ราคาและรีวิวแล้วนำมาจัดอันดับเป็น  “10 อันดับสินค้ายอดฮิตขายดี” ว่าแล้วก็อย่ารอช้ากันเลยค่ะ เรารีบติดสปีดไปอ่านกันเลยดีกว่า

สารบัญ

วิธีการเลือกสายชาร์จ Lightening / สายชาร์จหัวแบน

หนึ่งในสิ่งที่ทุกคนกังวลเวลาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ คือ “แท้ไหม” และ “ชาร์จได้จริงหรือเปล่า” ในวันนี้ผู้เขียนจึงรวบรวมวิธีการสังเกตองค์ประกอบทั้งหมดของสายชาร์จ เพื่อให้เพื่อนๆได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพไปใช้กันค่ะ

“ของที่ได้รับการรับรอง”, “ของที่ไม่ได้รับการรับรอง” เลือกตามความต้องการของคุณ

จะเห็นว่าผู้เขียนไม่ใช่คำว่า “ของแท้” หรือ “ของปลอม” นะคะ เพราะของที่ไม่ได้รับการรับรองบางรุ่นก็มีคุณสมบัติเทียบเท่ากับของที่ผ่านการรับรอง แต่อาจจะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ดังนั้นเพื่อนๆจึงควรเลือกให้เหมาะกับความต้องการของตัวเอง โดยปกติแล้วสายชาร์จจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆด้วยกัน ขึ้นอยู่กับแหล่งที่มา

“สายชาร์จลิขสิทธิ์จาก Apple” มั่นใจว่าใช้งานได้จริงและมีใบรับประกันจากบริษัท

"สายชาร์จลิขสิทธิ์จากบริษัทมือถือ" มั่นใจว่าใช้งานได้จริงและมีใบรับประกันจากบริษัท

ถือเป็นประเภทที่หลายคนเลือกซื้อ เพราะมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์มีคุณภาพ ใช้งานกับอุปกรณ์ Apple ได้หลายชนิด และปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินโดยไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขณะที่ใช้ เช่น เครื่องระเบิดหรือไฟฟ้ารัดวงจรจนสายไหม้ นอกจากนี้ยังมีใบรับประกันจากศูนย์ หากสินค้าชำรุดหรือมีปัญหาในช่วงเวลาที่กำหนดก็สามารถซ่อมหรือเปลี่ยนคืนได้

ข้อเสียเล็กน้อย คือ ส่วนใหญ่มักจะมีราคาแพงและหักในง่าย ทำให้ไม่คงทน อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณต้องใช้ชาร์จหรือเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่มีข้อมูลสำคัญหรือราคาแพงมาก แนะนำให้ซื้อประเภทนี้จะดีกว่านะคะ เพื่อความปลอดภัย

“สินค้าตีตรา MFi” คือ สินค้าที่ผ่านการรับรองโดย Apple

"สินค้าตีตรา MFi" คือ สินค้าที่ผ่านการรับรองโดย Apple

นอกจากจะมีสายชาร์จของ Apple กันแล้ว ยังมีบางสินค้าที่ผลิตโดยบริษัทอื่นแต่ผ่านการทดสอบจาก Apple อย่างเข้มงวดจนได้รับการรับรองด้วยนะคะ โดยจะมีคำว่า “MFi” เป็นเครื่องการันตี

MFi ย่อมาจาก “Made For iPod / iPhone / iPad” จึงรับรองได้ว่าสามารถใช้งานกับอุปกรณ์ iPod, iPhone หรือ iPad ได้อย่างปลอดภัยโดยไม่เกิดผลกระทบทั้งกับตัวอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และสิ่งแวดล้อมต่างๆ เช่น รูเสียบปลั๊ก นอกจากนี้การทำงานยังค่อนข้างเสถียร ทำให้ไม่กินเวลาชาร์จแบตนานเกินไปและใช้ได้นาน โดยข้อดีของประเภทนี้ คือ ราคาถูกกว่าสินค้าลิขสิทธิ์แท้, มีดีไซน์ให้เลือกหลากหลายกว่า และถ่ายโอนข้อมูลได้แม่นยำ

“สินค้าที่ไม่มีตรา MFi” จะราคาถูก

กรณีของ Apple "สินค้าที่ไม่มีตรา MFi" จะราคาถูก

หรือที่เราเรียกกันว่า “ของปลอม” นั่นเองค่ะ โดยสินค้าประเภทนี้จะไม่มี MFi การันตี เพราะไม่ถูกตรวจสอบโดย Apple ราคาจึงถูกกว่าประเภทอื่นๆมาก แต่ก็ต้องแลกกับความเสี่ยงหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการไม่รองรับระบบการชาร์จที่อาจเปลี่ยนไปในอนาคต ซึ่งอาจทำให้การชาร์จช้าลงได้ และยังเสี่ยงต่ออันตรายต่างๆ ทั้งจากตัวสายเองและตัวอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีการเชื่อมต่ออยู่ ที่สำคัญถ้าสินค้าที่ไม่มีประกันเกิดชำรุดหรือเสียหายขึ้น เราก็จะไม่ได้รับค่าชดเชยใดๆเลย ดังนั้นก่อนการซื้อจึงควรตรวจสอบความปลอดภัยให้ดีนะคะ

เกร็ดน่ารู้ : แม้ว่าประเภทนี้จะมีราคาที่ค่อนข้างถูก แต่ก็ชำรุดง่ายมากเลยนะคะ ซึ่งเมื่อเทียบกับราคาแล้วไม่คุ้มค่ากันเลย ยิ่งถ้าเพื่อนๆจะนำไปใช้กับอุปกรณ์ที่ซื้อมาแพงด้วยแล้วล่ะก็ หลีกเลี่ยงจะดีที่สุดค่ะ

เลือกที่ความยาวของสายตอบโจทย์การใช้งาน

เลือกที่ความยาวของสายตอบโจทย์การใช้งาน 

ปัจจัยนี้ดูเหมือนไม่สำคัญ แต่ความจริงแล้ว “ความยาว” มีอะไรมากกว่าที่คุณคิดค่ะ เช่น สายที่สั้นเกินไปทำให้การเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์หลุดง่าย ในขณะที่โครงสร้างด้านในของสายที่ยาวเกินพอดีก็จะหักงอได้ง่าย ดังนั้นก่อนการซื้อทุกครั้งเพื่อนๆจึงควรเลือกซื้อรุ่นที่มีความยาวพอเหมาะกับความต้องการกันนะคะ

ถ้าเพื่อนๆชอบชาร์จหรือเชื่อมต่ออุปกรณ์บนโต๊ะทำงาน ความยาวที่เหมาะสมควรมีค่าประมาณ 0.9-1 เมตร ส่วนใครที่ชอบพกพาไปใช้ขณะเดินทาง แนะนำให้เลือกความยาวประมาณ 10-50 เซ็นติเมตรพอค่ะ และสำหรับคนที่ชอบใช้งานอยู่ที่บ้านให้เลือกรุ่นที่มีความยาวประมาณ 1.5-2 เมตร

ถ้าเพื่อนๆยังรู้สึกว่าสายยังยาวไม่พอดีกับที่ต้องการ หรือซื้อมาแล้วแต่กลับพบว่าสายสั้นเกินไปใช้งานไม่สะดวก เราแนะนำให้เสียบกับปลั๊กพ่วงอีกต่อ เท่านี้ก็จะช่วยเพิ่มความยาวของสายได้แล้ว

Tip : แน่นอนว่าบางครั้งเราก็ต้องการความยาวที่หลากหลายเพื่อรองรับการใช้งานที่ต่างกัน แต่จะให้ซื้อสายชาร์จมาสามสี่ห้าเส้นก็คงจะไม่ไหว แนะนำให้ซื้อความยาวประมาณ 1 เมตรจะดีกว่านะคะ เพราะเป็นระยะที่ค่อนข้างครอบคลุมกับการใช้งานส่วนใหญ่ของมนุษย์

เลือกรุ่นที่มีฉนวนไนลอนแข็งแรงหุ้ม เพื่อยืดอายุการใช้งาน

เลือกรุ่นที่มีฉนวนไนลอนแข็งแรงหุ้ม เพื่อยืดอายุการใช้งาน

แม้จะดูไม่ใช่ปัจจัยหลักในการเลือกซื้อ แต่ถ้าเพื่อนๆอยากได้สายชาร์จที่แข็งแรงและสามารถใช้ได้นาน แนะนำให้ใส่ใจเรื่องนี้เป็นพิเศษเลยค่ะ โดยควรเลือกรุ่นที่ฉนวนหุ้มแข็งแรง อย่างเช่นสินค้าลิขสิทธิ์จากบริษัทมือถือหรือบริษัทผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆที่เชื่อถือได้ ยิ่งถ้าสายชาร์จรุ่นนั้นทำมาจากไนลอนด้วยแล้ว รับรองว่าคงทนใช้งานได้ยาวนานแน่นอนค่ะ

นอกจากนี้การใส่ใจระยะเวลาที่รับประกันก็มีผลนะจ๊ะ ซึ่งทั่วไปจะมี 3 ช่วง ได้แก่ 6 เดือน, 1 ปี หรือ 2 เดือน เพื่อนๆควรเลือกระยะเวลาที่นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะฉนวนหุ้มพวกนี้ต้องผ่านการใช้งานมาสักระยะหนึ่งก่อนจึงจะเห็นคุณภาพที่แน่ชัดนั่นเองค่ะ

Tip : ฉนวนหุ้มมีความสำคัญมากเลยนะคะ เพราะถ้าเกิดฉีกขาดขึ้นมา ตัวลวดสายไฟภายในก็จะสัมผัสกับภายนอกได้ง่าย ส่งผลให้การใช้งานมีปัญหา เช่น เชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ไม่เสถียร ถ่ายโอนข้อมูลได้ไม่แม่นยำพอ หรือร้ายแรงถึงขั้นไฟฟ้ารั่วออกมา ทำให้เกิดอุบัติเหตุตามมาอีก ดังนั้นจึงควรเลือกซื้อรุ่นที่ฉนวนหุ้มมีความแข็งแรงหรือมีรูปร่างแบน เพราะจะชำรุดได้ยากกว่า

กรณีของ iPhone 6s และรุ่นที่สูงกว่านั้น เลือกรุ่นที่มี Output 2A

กรณีของ iPhone 6s และรุ่นที่สูงกว่านั้น เลือกรุ่นที่มี Output 2A

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าสายชาร์จของ iPhone, iPod และ iPad แต่ละประเภทและแต่ละรุ่นมีค่า Output ไม่เท่ากัน ซึ่งการใช้ผิดประเภทจะทำให้เกิดปัญหาตามมา เช่น ชาร์จช้า, ชาร์จไม่เข้าหรือการชาร์จไม่เสถียรจนอาจส่งผลให้แบตเสื่อมเร็วขึ้นได้ โดยตามปกติ iphone 6s และรุ่นสูงกว่านั้น Output ของสายชาร์จจะจ่ายไฟได้ถึง 2A ในขณะที่ iPad และ iPod Mini จะไม่เกิน 2.4A และเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ผู้เขียนจะสรุปย่อๆให้ที่ด้านล่างนี้นะคะ

  • รุ่นต่ำกว่า iPhone 6s : 1A
  • รุ่นสูงกว่า iPhone 6s : 2A
  • iPad/iPad mini : 2.4 A

ถ้าคุณใส่เคสมือถือ อย่าลืมเช็คขนาดหัวชาร์จว่าเสียบกับ Port ได้ไหม

ถ้าคุณใส่เคสมือถือ อย่าลืมเช็คขนาดหัวชาร์จว่าเสียบกับ Port ได้ไหม

เชื่อว่าหลายคนต้องเคยเจอปัญหานี้ เมื่อสายชาร์จที่ซื้อมาเสียบใช้งานตอนใส่เคสไม่ได้ แนะนำให้ซื้อรุ่นที่ช่วงคอบางและเล็ก เพราะสามารถเสียบใช้งานได้ในช่องแคบ หรือรุ่นที่มี “Compact Connector Head” (ชิ้นส่วนที่อยู่ระหว่างสายกับหัวชาร์จ) เพราะส่วนใหญ่จะใช้งานร่วมกับเคสทั่วไปได้โดยไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตาม ต้องดูดีไซน์ของเคสด้วยนะคะว่าเป็นอย่างไร เพราะบางครั้งปัญหาก็เกิดจากตัวเคสไม่ได้มาตราฐานเอง

10 อันดับ สายชาร์จ Lightening / สายชาร์จหัวแบน ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

ตอนนี้ทุกคนคงรู้แล้วว่าสายชาร์จที่ดีเหมาะกับตัวเองควรมีลักษณะอย่างไร ลำดับต่อไปเราไปอ่านข้อมูลของสินค้าดีๆกันเลยดีกว่าค่ะ กระซิบว่าไม่ได้มีแต่สินค้าลิขสิทธิ์จากแบรนด์มือถืออย่างเดียวนะคะที่น่าใช้ ยังมีจากบริษัทอื่นๆที่คุณสมบัติและราคาดีกว่าเยอะเลย ซึ่งจะมีอะไรบ้าง ตามอ่านได้จากด้านล่างนี้เลยค่ะ

10. Nonda ZUS Lightning Kevlar Cable

10. Nonda ZUS Lightning Kevlar Cable

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 890 บาท

ได้รับ MFi ห่อหุ้มด้วยเคฟล่า วัสดุที่ทำเกราะกันกระสุนจึงแข็งแรงทนทาน

เริ่มต้นกันด้วยรุ่นนี้ที่วัสดุห่อหุ้มผลิตจากเคฟล่าแท้จากบริษัทชั้นนำของโลก พร้อมด้วยไนลอนและ PVC คุณภาพดี ซึ่งผ่านการทดสอบจากสถาบันรับรองมาตราฐาน TUV Rheinland แล้วว่าสามารถบิดงอได้มากกว่าแบรนด์อื่นๆถึง 50% ทั้งยังได้รับการการันตีจาก MFi ว่าสามารถใช้ได้ทั้ง iPhone และ iPad โดยสายมีดีไซน์เก๋และยาวถึง 1.2 เมตร มาพร้อมหัวต่อกับ Adapter ที่หักมุม 90 องศาช่วยให้ใช้งานในที่แคบได้สะดวกและลดโอกาสที่สายจะหักงอ ที่สำคัญรับประกันตลอดอายุการใช้งานด้วย

อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้ยังถือว่ามีราคาที่ค่อนข้างสูงอยู่นะคะ ถ้าใครไม่ได้ต้องการความแข็งแรงทนทานมากขนาดนั้น แนะนำให้ลองใช้รุ่นอื่นที่คุณภาพใกล้เคียงกันแต่ราคาถูกกว่า

9. Moshi 90-degree Lightning to USB Cable

9. Moshi 90-degree Lightning to USB Cable

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 980 บาท

หัวหักมุม 90 องศา ใช้งานสะดวก ลดการหักงอ ได้รับ MFi

อีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับการรับรองจาก MFi โดยรุ่นนี้ส่วนคอทำมาจากอะลูมิเนียมเพื่อจำกัดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ออกมา มีดีไซน์ให้หักมุม 90 องศาเพื่อรองรับการใช้งานในที่แคบและลดการหักงอของสาย พร้อมห่อหุ้มด้วยยางคุณภาพดี ช่วยยืดอายุการใช้งาน ซึ่งมีความยาวถึง 1.5 เมตร เหมาะกับคนที่มักเจอปัญหาเต้าเสียบอยู่ไกลจากสถานที่ใช้งาน ปัจจุบันมีให้เลือก 2 สี

คนที่ได้ลองใช้จริงต่างชื่นชอบในความเสถียรและคงทน สามารถใช้งานได้ทั้ง Power Bank, iPhone, iPad หรือจะเสียบชาร์จในรถก็ได้ นอกจากนี้ยังมีการรับประกันสินค้าระยะสั้น สามารถเปลี่ยนคืนได้หากชำรุด

8. Belkin MIXIT↑™ Lightning to USB ChargeSync Cable

8. Belkin MIXIT↑™ Lightning to USB ChargeSync Cable

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 548 บาท

ได้รับการรับรองจาก MFi และมีหลายสีให้เลือกสี

อีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับความนิยมสูง โดยรุ่นนี้ได้รับการรับรองจาก MFi ว่าสามารใช้ชาร์จแบตและถ่ายโอนข้อมูลได้ทั้ง iPod, iPad และ iPhone มี Output 2.4 A ซึ่งถูกพัฒนาให้ทำงานเร็วขึ้น อีกทั้งมาพร้อมกับ Compact ห่อหุ้มส่วนคอช่วยให้ใช้งานสะดวกขึ้น สายมีความยาว 1.2 เมตร หนาและแข็งแรงทนทาน รองรับแทบทุกสถานที่ที่ใช้งาน

นอกจากนี้รุ่นนี้ยังมีหน้าตาใกล้เคียงกับสายชาร์จแท้ของ Apple ด้วย หนุ่มสาวคนไหนที่ชอบความเรียบง่ายดั้งเดิมแต่ต้องการประหยัดงบ แนะนำให้รีบไปจับจองเลยค่ะ อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้อาจจะต้องระวังเรื่องของปลอมนิดนึงนะคะ เพราะมีเยอะ

7. Yoobao Elbow Lightning Cable Yb425

7. Yoobao Elbow Lightning Cable Yb425

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 160 บาท

หัวชาร์จหักทำมุม 90 องศา ช่วยให้คงทนแข็งแรงและชาร์จไว

สายชาร์จรุ่นนี้ภายในมีเส้นลวดทองแดงขนาดใหญ่กว่าทั่วไป ทำให้ชาร์จและส่งถ่ายข้อมูลเร็วกว่าปกติ (Output ไม่เกิน 2.1 A) พร้อมรองรับกระแสไฟฟ้าได้ตั้งแต่ 1.0-2.1 mAh อีกทั้งยังหุ้มด้วยเส้นใยไนลอนและเคลือบด้วยยางอีกหนึ่งชั้น ส่วนหัวชาร์จถูกออกแบบให้หักทำมุม 90 องศา ทำให้ทนทานมากเป็นพิเศษ สายมีความยาว 1 เมตร เหมาะกับ iPhone 4S ขึ้นไป, Tablet (iPad 2 ขึ้นไป), iPad Mini ทุกรุ่น และ Power Bank

ข้อเสียเล็กน้อย คือ หาซื้อค่อนข้างยากและมีสีให้เลือกน้อย จึงอาจตอบโจทย์ได้ไม่ทุกคน แต่ถ้าเทียบกับคุณภาพการใช้งานและราคาที่เบากว่ายี่ห้ออื่นๆแล้ว รุ่นนี้ก็ยังถือว่าน่าสนใจทีเดียวค่ะ

6. Hoco Cable USB Lightning U14 Steel Man

9. Hoco Cable USB Lightning U14 Steel Man

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 80 บาท

หัวชาร์จ Iron Man เรืองแสง พร้อมเส้นแบนหุ้มยาง TPE

ใครที่เบื่อเวลาสายชาร์จฉีกหรือชอบหักในแนะนำให้ลองมาใช้รุ่นนี้เลยค่ะ เพราะสายเป็นแบบแบน หุุ้มด้วยยาง TPE ที่มีความยืดหยุ่นสูง จึงค่อนข้างทนทานเป็นพิเศษ อีกทั้งหัวชาร์จยังดีไซน์เก๋เป็นรูป Iron Man ซุปเปอร์ฮีโร่ขวัญใจของคนทั่วโลกที่มาพร้อมฟังก์ชันตาเรืองแสงสีฟ้าขณะชาร์จ ช่วยให้คุณใช้งานในที่มืดได้สะดวกมากขึ้น มี Output ไม่เกิน 2.4A สามารถรองรับอุปกรณ์ Apple ที่มีพอร์ตชาร์จขนาด 8 pin ได้ ปัจจุบันมี 3 สีให้เลือก

แพ็กเกจของรุ่นนี้มาพร้อมกับกล่องเหล็ก ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเก็บรักษาและพกพาไปใช้ข้างนอก หนุ่มๆคนไหนที่กำลังมองหาสายชาร์จคุณภาพดีที่มาในราคาถูกแสนถูกต้องรีบไปซื้อแล้วล่ะค่ะ

5. Remax Aurora Cable

5. Remax Aurora Cable

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 99 บาท

ชาร์จได้ทั้ง Apple และ Samsung ในเส้นเดียว

สายชาร์จอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจมากค่ะ เพราะมี 2 หัวชาร์จในเส้นเดียว หัวหนึ่งเป็นแบบ Lightning (ใช้กับ Apple) และ Micro USB (Andriod) จบปัญหาต้องพกสายชาร์จหลายเส้น โดยลวดทองแดงภายในมีขนาดใหญ่และหนากว่าปกคิ ทำให้การชาร์จแบตและถ่ายโอนข้อมูลเร็วขึ้น ส่วนภายนอกสายถูกดีไซน์ให้แบนจึงแข็งแรงคงทน นอกจากนี้ยังมีไฟแสดงสถานะการชาร์จด้วยนะคะ

หลายคนที่ซื้อไปต่างชื่นชอบในประสิทธิภาพที่ใช้งานได้จริง โดยไฟสถานะจะเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีฟ้าเมื่อแบตเต็ม ทำให้ไม่ต้องคอยกดดูที่หน้าจอบ่อยๆว่าชาร์จเสร็จหรือยัง จึงใช้งานได้สะดวกขึ้น

4. Hoco X2 Plus King Kong Data Cable

7. Hoco X2 Plus King Kong Data Cable

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 75 บาท

ชาร์จแบตและถ่ายโอนข้อมูลไวขึ้น 30% พร้อมสายเชือกถักลดการฉีกขาด

อีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับความนิยม ด้วยเหตุผลหลัก 2 ข้อด้วยกัน คือ “ใช้ชาร์จได้เร็ว” และ “ราคาย่อมเยา” โดยรุ่นนี้หัวชาร์จทำมาจากอะลูมิเนียมและถูกพัฒนาให้ชาร์จแบตและถ่ายโอนข้อมูลได้เร็วขึ้น 30% ซึ่งสามารถจ่ายไฟสูงสุดได้ 2.4 A ส่วนสายถูกห่อหุ้มด้วยไนลอนและ TPU จึงลดความเสี่ยงที่จะหักงอและฉีกขาด มาพร้อมความยาว 1 เมตรจึงครอบคลุมทุกการใช้งาน แถมยังมีสีให้เลือกซื้อมากมาย

หลายคนที่ซื้อใช้จริงรีวิวไว้ว่าหัวชาร์จเสียบแน่นและสินค้ายังรับประกัน 6 เดือนอีกด้วย ซึ่งเมื่อเทียบกับราคาและคุณภาพแล้วถือว่าคุ้มค่ามากทีเดียวค่ะ

3. Remax RC-008i Quick Charge and Data Cable

3. Remax RC-008i Quick Charge and Data Cable

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 64 บาท

สายแบน ชาร์จเร็ว เก็บได้ง่าย มีรับประกัน

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าสายชาร์จรุ่นนี้มีอีกรุ่นที่แพ็กเกจและดีไซน์เหมือนกัน แต่หัวเป็นแบบ Micro-USB สำหรับชาร์จมือถือ Samsung นะคะ ระวังจะพลาดซื้อผิดเอาได้ โดยรุ่นนี้ภายในมีลวดทองแดงเส้นใหญ่และหนากว่าปกติ เพิ่มความเร็วในการชาร์จแบตและถ่ายโอนข้อมูล พร้อมดีไซน์สายแบนช่วยลดการพันของสายและการโค้งงอ ทำให้อายุการใช้งานนานขึ้น มีความยาว 1 เมตรเหมาะกับการพกพาไปใช้ยามเดินทาง สามารถใช้ได้กับทุกอุปกรณ์ที่มี Lightning Port

แม้จะมีราคาถูก แต่จากรีวิวของผู้ที่ใช้จริงต่างบอกว่า วัสดุดูแข็งแรง เสียบกับ Port แล้วแน่นพอดี ใช้งานได้จริง โดยสามารถเชื่อมต่อกับ iTunes ได้ อย่างไรก็ตาม ยังมีคนบ่นว่าไม่ค่อยทนทานอยู่นะคะ แต่ถ้าเทียบกับราคาแล้วยังถือว่าคุ้มค่า ซื้อเป็นสายชาร์จสำรองไว้ติดบ้านหรือใช้ยามเดินทางก็ไม่เสียหายค่ะ

2. Foxconn Apple Lightning USB Cable Charger

2. Foxconn Apple Lightning USB Cable Charger

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 249 บาท

ใช้งานได้จริง ไฟเข้าไว มีใบรับประกัน 1 ปี

สายชาร์จรุ่นนี้มาจากบริษัทที่ผลิตอะไหล่ให้กับแบรนด์อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำของโลก สามารถใช้ชาร์จแบตและถ่ายโอนข้อมูลได้ด้วย Output สูงสุด 2 A มีความยาวประมาณ 2 เมตรและมีสีให้เลือกสีเดียว นอกจากนี้ยังทนอุณหภูมิได้ตั้งแต่ -35°C ถึง +60°C และยังมีใบรับประกัน 1 ปีหลังจากที่ซื้อ

ในส่วนของรูปลักษณะ รุ่นนี้มีลักษณะสายคล้ายกับสินค้าลิขสิทธิ์จาก Apple สามารถเสียบสายกับ Port ได้แน่นพอดีและยังชาร์จแบตฯเข้าไว ซึ่งเมื่อเทียบกับราคาแล้วถือว่าคุ้มค่าทีเดียวค่ะ

1. Apple Lightning to USB Cable

1. Apple Lightning to USB Cable

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 790 บาท

สินค้าลิขสิทธิ์จาก Apple ปลอดภัย มีใบรับประกัน

แน่นอนว่าถ้าพูดถึงสายชาร์จ Lightning แบรนด์ที่ทุกคนนึกถึงคงจะเป็น Apple เพราะมั่นใจได้ว่าเป็นของแท้ ใช้งานได้จริงและปลอดภัยแน่นอน โดยมีคุณสมบัติเป็นทั้ง Lightning และ USB ในสายเดียว (Output 2.0 A) ซึ่งมาพร้อมกับความยาว 1 เมตรมาตราฐาน และรองรับการเชื่อมต่อ iPhone, iPad หรือ iPod ที่ใช้ Lightning Port โดยปัจจุบันมีสีให้เลือกสีเดียว แต่มีใบรับประกัน 1 ปี

หัวชาร์จเสียบกับช่องเชื่อมต่อได้แน่นพอดี แต่สามารถถอดออกง่ายจึงใช้งานได้สะดวก และความยาว 1 เมตรนี้ทำให้ครอบคลุมแทบทุกการใช้งาน อย่างไรก็ตาม เพราะสายเป็นสีขาวจึงเลอะค่อนข้างง่ายนะคะ

วิธีการดูแลรักษาสายชาร์จ

แน่นอนว่าเวลาใช้งาน หลายๆคนมักจะเจอปัญหาฉนวนหุ้มฉีกขาดหรือสายหักจากข้างใน ทำให้ใช้งานไม่ได้ วันนี้เราเลยพาทุกคนมาเรียนรู้การดูแลเพื่อป้องกันและวิธีการซ่อมแซมกันดีกว่าค่ะ จะมีเนื้อหาอย่างไรบ้าง ตามมาอ่านกันเลย

ยืดระยะเวลาอายุการใช้งานด้วยการใส่สปริงไส้ปากกาบริเวณข้อต่อใกล้หัวชาร์จ

ยืดระยะเวลาอายุการใช้งานด้วยการใส่สปริงไส้ปากกาบริเวณข้อต่อใกล้หัวชาร์จ

ส่วนของสายชาร์จที่ฉนวนมักจะฉีกขาดหรือสายไฟภายในหักก่อนเพื่อน คือ ส่วนใกล้กับหัวชาร์จ  เพราะเป็นส่วนที่มีการเคลื่อนไหวมากที่สุด แนะนำให้ลองเอาสปริงจากชิ้นส่วนของปากกาลูกลื่นมาพันเอาไว้เพื่อช่วยป้องกันการโค้งงอและช่วยกระจายแรงที่มากระทำนะคะ เพียงเท่านี้อายุการใช้งานก็จะนานขึ้นแล้วค่ะ

หลีกเลี่ยงการหักสายชาร์จ

หลีกเลี่ยงการพับสายชาร์จ

การม้วนหรือเก็บรักษาที่ไม่ดีเช่น การม้วนแบบเชือกลูกเสือ จะทำให้เกิดรอยหัก ส่งผลให้สายไฟภายในได้รับการกระทบกระเทือนจนป็นเหตุให้การทำงานมีปัญหา เช่น ชาร์จไม่เข้า ชาร์จช้าลงหรือการส่งรับข้อมูลไม่เสถียร ยังไม่นับรวมเคสที่ฉนวนฉีดขาด สายไฟสัมผัสกับภายนอกได้ง่าย ทำให้เสี่ยงที่ไฟฟ้าจะรั่วออกมา ดังนั้นแนะนำว่าให้ม้วนสายเก็บเป็นวงกลมหลวมๆ โดยเว้นส่วนปลายสายทั้งสองด้านเอาไว้ให้อยู่ในแนวเส้นตรงจะยืดอายุการใช้งานได้ดีที่สุดค่ะ และถ้าสายชาร์จเริ่มเกิดปัญหาหรือฉีกขาดให้รีบเปลี่ยนไปใช้เส้นใหม่ทันทีนะคะ

จากที่เกริ่นไปด้านบน การเลือกซื้อของที่มีประกันจะคุ้มค่ามากกว่า เพราะถ้าเกิดปัญหาใดๆในช่วงเวลาที่กำหนด คุณสามารถขอเปลี่ยนเส้นใหม่ได้ทันที โดยระยะเวลาดำเนินการอาจแตกต่างกันไปตามร้านค้า แต่เพื่อให้คุณใช้งานได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น แนะนำให้หาซื้อเส้นสำรองที่มีราคาถูกกว่าไว้ใช้ระหว่างรอด้วยนะคะ

ถ้าสินค้าเป็นของลิขสิทธิ์ หากเกิดการชำรุดสามารถขอเปลี่ยนได้ที่ศูนย์

ถ้าสินค้าเป็นของลิขสิทธิ์ หากเกิดการชำรุดสามารถขอเปลี่ยนได้ที่ศูนย์

โดยทั่วไป ถ้าซื้อสินค้าลิขสิทธิ์จากศูนย์แล้วเกิดชำรุดภายในระยะเวลา 1 ปีหลังจากวันที่ซื้อ คุณสามารถมาขอเงินคืนหรือเปลี่ยนสินค้าได้ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าคุณสามารถใช้งานอย่างไรก็ได้นะจ๊ะ เพราะถ้าคุณทำให้สายชำรุดด้วยความประมาทเอง เช่น ทำตกน้ำหรือเผลอกระชากจนขาด กรณีอย่างนี้ศูนย์ก็จะไม่รับเคลม ดังนั้นก่อนการซื้อจึงควรศึกษาเงื่อนไขของการรับประกันให้ดีและควรใช้สายชาร์จอย่างระมัดระวังจะดีกว่านะจ๊ะ

บทส่งท้าย

“สายชาร์จ” อาจไม่ใช่ไอเทมที่ทุกคนใส่ใจวิธีการเลือกซื้อ เพราะทำหน้าที่แค่ 2 อย่าง ได้แก่ ชาร์จและโอนข้อมูล ซึ่งคุณสมบัติอย่างหลังนี้เริ่มไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไรแล้ว เพราะมีเทคโนโลยีหรือแอปพลิเคชั่นอื่นเข้ามารองรับ เช่น บูลทูธ, ไลน์, เฟสบุ๊ก ฯลฯ แต่ถ้าเลือกผิด แน่นอนว่าค่าความเสียหายที่ร้ายแรงที่สุดมากกว่าราคาของมาก ดังนั้นการใส่ใจเลือกซื้อรุ่นที่มีมาตราฐาน, ฉนวนหุ้มแข็งแรงและความยาวพอเหมาะตั้งแต่แรกจะทำให้คุณได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและอายุการใช้งานนาน แถมยังปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินอีกด้วย

นอกจากนี้ ตามที่เราเกริ่นไปแล้วว่าวิธีการดูแลรักษาสายชาร์จก็สำคัญ ยิ่งถ้าใครชอบพกติดตัวด้วยแล้ว แนะนำให้หาที่รัดสายและถุงเก็บโดยเฉพาะนะคะ เพื่อลดความเสี่ยงที่สายจะหักและช่วยให้หยิบใช้ได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

Popular Posts