• 10 อันดับ คาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2021 ปลอดภัยทุกการเดินทาง สำหรับเด็กแต่ละช่วงอายุ 1
  • 10 อันดับ คาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2021 ปลอดภัยทุกการเดินทาง สำหรับเด็กแต่ละช่วงอายุ 2
  • 10 อันดับ คาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2021 ปลอดภัยทุกการเดินทาง สำหรับเด็กแต่ละช่วงอายุ 3
  • 10 อันดับ คาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2021 ปลอดภัยทุกการเดินทาง สำหรับเด็กแต่ละช่วงอายุ 4
  • 10 อันดับ คาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2021 ปลอดภัยทุกการเดินทาง สำหรับเด็กแต่ละช่วงอายุ 5

10 อันดับ คาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2021 ปลอดภัยทุกการเดินทาง สำหรับเด็กแต่ละช่วงอายุ

คาร์ซีท (Car Seat) เป็นอุปกรณ์เสริมในรถยนต์ที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเด็ก ซึ่งหลาย ๆ ประเทศถึงขั้นมีการออกกฎหมายให้เด็กนั่งคาร์ซีททุกครั้งที่เดินทาง แต่เนื่องจากในไทยยังไม่มีกฎหมายดังกล่าว อีกทั้งคาร์ซีทยังมีราคาค่อนข้างสูง ทำให้บางครอบครัวเข้าใจว่า คาร์ซีทเป็นอุปกรณ์ที่ไม่ต้องมีก็ได้ แค่ให้เด็กนั่งบนตักคุณผู้ใหญ่ก็เพียงพอแล้ว แต่ในความเป็นจริงนั้น การให้เด็กนั่งคาร์ซีทมีความปลอดภัยมากกว่าการนั่งบนตักผู้ปกครอง เพราะคาร์ซีทได้รับการออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้ลูก ๆ ได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทกเวลาเกิดอุบัติเหตุโดยเฉพาะนั่นเองค่ะ

เมื่อคุณพ่อคุณแม่ได้ทราบเช่นนี้แล้ว หลายคนก็คงจะเริ่มสนใจหาซื้อคาร์ซีทมาใช้เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับลูกน้อยกันแล้วใช่ไหมคะ ดังนั้น เราจึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติและวิธีการเลือกคาร์ซีทที่ดีและเหมาะสมมานำเสนอพร้อมคำแนะนำและข้อเสนอแนะต่าง ๆ เกี่ยวกับสิ่งที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเด็กโดยเฉพาะ และในตอนท้าย เรายังมี 10 อันดับ คาร์ซีทยอดฮิตจากแบรนด์ชั้นนำมาเป็นทางเลือกให้กับคุณพ่อคุณแม่อีกด้วย ห้ามพลาดเลยนะคะ

ผู้เชี่ยวชาญสำหรับบทความนี้

นพ.พงษ์วุฒิ
แม่หลิน เพจก้าวเล็กเล็ก
  • แก้ไขล่าสุด: 22-07-2021
  • 39,247 จำนวนผู้อ่าน
สารบัญ

ผู้เชี่ยวชาญในการให้คำแนะนำการเลือกคาร์ซีท

ผู้เชี่ยวชาญในการให้คำแนะนำการเลือกคาร์ซีท
นพ.พงษ์วุฒิ
กุมารแพทย์
นพ.พงษ์วุฒิ

นพ.พงษ์วุฒิ ธนะอนันต์มงคล จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้านแพทยศาสตร์บัณฑิต และได้รับวุฒิบัตรสาขากุมารเวชศาสตร์ จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล


ได้รับรางวัลมากมายตั้งแต่สมัยเรียนและมีผลงานทางวิชาการอีกหลายชิ้น นอกจากนี้ ยังมีประสบการณ์ใช้ทุนแผนกกุมารฯ (แพทย์พี่เลี้ยงกุมาร) และได้รับรางวัลแพทย์ประจำบ้านกุมารฯ ดีเด่น อันดับ 1 ถึง 2 ปีซ้อน มีประสบการณ์ในเขียนบทความและให้ความรู้ผ่านคลิปวีดีโอในเพจด้านสุขภาพ และประสบการณ์การทำงานด้านกุมารเวชศาสตร์ ทั้งการตรวจคนไข้ เป็นวิทยากรด้านกุมารฯ ที่ให้คำปรึกษาด้านการเลี้ยงดูแลโรคแก่แม่และเด็กในโรงพยาบาลเอกชนอีกหลายแห่ง

คาร์ซีทคืออะไร ?

คาร์ซีทคืออะไร ?

คาร์ซีท (Car Seat) คือ ที่นั่งติดรถยนต์สำหรับเด็ก ซึ่งถูกออกแบบมาตามลักษณะทางสรีรวิทยาเพื่อรองรับขนาดตัวของเด็กแต่ละช่วงวัยโดยเฉพาะเด็กเล็ก ถึงแม้หลายคนอาจคิดว่า ใช้เข็มขัดนิรภัยที่ติดมากับรถก็น่าจะเพียงพอแล้ว แต่เข็มขัดนิรภัยทั่วไปในรถยนต์นั้น ถูกออกแบบมาสำหรับเด็กที่มีส่วนสูงมากกว่า 140 cm ขึ้นไป ซึ่งไม่พอดีกับร่างกายของเด็กเล็ก ด้วยเหตุนี้ จึงต้องมีอุปกรณ์พิเศษที่มาทดแทนการใช้เข็มขัดรถยนต์ทั่วไป เพื่อช่วยป้องกันและลดแรงกระแทก หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันนั่นเอง

นพ.พงษ์วุฒิ
กุมารแพทย์
นพ.พงษ์วุฒิ

คาร์ซีท คือ ที่นั่งเสริมสำหรับเด็กในรถเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เนื่องจากขนาดตัวและสรีระของเด็กในแต่ละช่วงอายุมีความแตกต่างกัน เข็มขัดนิรภัยจึงไม่อาจสามารถปกป้องได้อย่างเต็มที่ ซึ่งคาร์ซีทนั้นมีคุณสมบัติช่วยลดแรงเหวี่ยงกระแทกต่อศีรษะบริเวณท้ายทอยและกระดูกสันหลังเมื่อเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งยังสามารถช่วยจัดท่านั่งที่เหมาะสมให้แก่ทารกที่ยังไม่สามารถพยุงคอและหลังให้ตรงเองได้อีกด้วย


คาร์ซีทจะเหมาะสำหรับเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุ 8 ปีที่สามารถนั่งตัวตรงหรือหลังพิงพนักพิงได้ตรง ด้วยการออกแบบที่มีความสูงที่เหมาะสม ทำให้เด็กสามารถนั่งห้อยขาได้พอดีและคาดเข็มขัดนิรภัยได้ตำแหน่งที่เหมาะสม เพิ่มความปลอดภัยให้กับทุก ๆ การเดินทางได้มากขึ้นครับ

คาร์ซีทจำเป็นไหม ?

ถึงแม้ในประเทศไทยจะไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับการให้เด็กใช้คาร์ซีทเวลานั่งรถอย่างในต่างประเทศ แต่ก็มีกฎหมายในลักษณะใกล้เคียงกันที่บัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า "ให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านข้างคนขับต้องรัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัย" อยู่ด้วย อย่างไรก็ตาม เข็มขัดนิรภัยในรถยนต์นั้น จะเหมาะกับผู้มีส่วนสูงตั้งแต่ 140 cm ซึ่งสูงกว่าความสูงเฉลี่ยของเด็กที่อายุต่ำกว่า 12 ปี ทำให้ไม่พอดีกับร่างกายเด็กเล็ก หากคาดเข็มขัดแบบธรรมดาเพียงอย่างเดียว ก็อาจทำให้เด็กหลุดออกจากเข็มขัดนิรภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้ 


ด้วยเหตุนี้ การเลือกใช้คาร์ซีทที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับสรีระร่างกายเด็ก ๆ โดยเฉพาะ จึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ด้านความปลอดภัยได้ดีที่สุด เนื่องจากช่วยปกป้องลูกน้อยระหว่างการเดินทางได้ดีกว่าเข็มขัดนิรภัยแบบธรรมดา แถมยังช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถขับรถได้อย่างมีสมาธิ โดยไม่ต้องคอยพะวงเรื่องความปลอดภัยของลูกตลอดเวลาอีกด้วยค่ะ 

นพ.พงษ์วุฒิ
กุมารแพทย์
นพ.พงษ์วุฒิ

คาร์ซีทนับว่ามีความจำเป็นมาก เพราะนอกจากช่วยลดความรุนแรงเมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้ว ยังสามารถพยุงตัวทารกให้นั่งในท่าที่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับทารกที่อายุน้อยกว่า 6 เดือนนั้น จะยังไม่สามารถนั่งพยุงเอวและหลังให้ตรงได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ ขณะที่เด็กนอนหลับหรือในทารกที่อายุน้อยกว่า 4 เดือน จะมีความตึงของกล้ามเนื้อบริเวณคอต่ำ ซึ่งอาจทำให้ทางเดินหายใจส่วนต้นตีบแคบได้ ดังนั้น คาร์ซีทจะช่วยจัดท่านั่งที่ถูกต้องแก่เด็ก และลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุและลดโอกาสทางเดินหายใจถูกบีบหรือกดรัดได้ครับ

วิธีการเลือกคาร์ซีท

ครอบครัวไหนที่กำลังเลือกซื้อคาร์ซีทจากดีไซน์และขนาดที่ชอบเพียงอย่างเดียว อาจจะต้องเปลี่ยนความคิดกันสักเล็กน้อยนะคะ เพราะแท้จริงแล้วคาร์ซีทมีรายละเอียดให้คำนึงมากกว่านั้น ไปดูกันเลยค่ะว่ามีอะไรบ้างที่ต้องพิจารณาก่อนเลือกซื้อคาร์ซีท

เลือกประเภทของคาร์ซีทตามจุดประสงค์ในการใช้งาน

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับประเภทของคาร์ซีทที่แบ่งตามระดับการใช้งานกันก่อนค่ะว่า เหมาะสำหรับเด็ก ๆ ที่มีช่วงอายุเท่าไรบ้าง โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้

คาร์ซีทแบบเบาะนั่งเสริมความสูง หรือ "Booster"

คาร์ซีทแบบเบาะนั่งเสริมความสูง หรือ "Booster"

เบาะนั่งเสริม (Booster) เป็นประเภทแรกที่ติดตั้งและใช้งานง่ายที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่มักมีน้ำหนักเบาและราคาถูก เนื่องจากเป็นเพียงเบาะนั่งชิ้นเดียว ออกแบบมาเพื่อเสริมระดับการนั่งของเด็ก ๆ ให้สูงพอที่จะคาดเข็มขัดนิรภัยภายในรถได้โดยที่เข็มขัดไม่รั้งคอนั่นเอง ซึ่งใช้ได้กับเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป และมีน้ำหนักไม่เกิน 36 kg อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ตรงกับจุดประสงค์ของการใช้งาน จึงมีคำแนะนำว่า ควรใช้กับเด็กโตหรือที่มีส่วนสูง 100 cm ขึ้นไปจะดีกว่าค่ะ 


คาร์ซีทแบบเบาะนั่งเสริมบางรุ่นอาจไม่ได้มีการปกป้องที่หนาแน่นรอบด้าน หรือมีคุณสมบัติลดแรงกระแทกเวลาเกิดอุบัติเหตุ จึงให้ความปลอดภัยได้น้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับคาร์ซีทประเภทอื่น ๆ แต่ก็มีบางรุ่นที่เสริมตัวกันกระแทกขึ้นมาบริเวณด้านข้างด้วยเช่นกัน ดังนั้น สำหรับครอบครัวที่ไม่ค่อยได้เดินทาง หรือมีเด็กวัยกำลังโต คาร์ซีทประเภทนี้ก็ถือว่ายังมีประโยชน์คุ้มค่ามากกว่าการให้เด็กนั่งรถโดยไม่มีเบาะเสริมใด ๆ เลยค่ะ

คาร์ซีทแบบกระเช้าหรือแบบหันเข้าหาเบาะ สำหรับเด็กแรกเกิดและเด็กเล็ก

คาร์ซีทแบบกระเช้าหรือแบบหันเข้าหาเบาะ สำหรับเด็กแรกเกิดและเด็กเล็ก

เด็กแรกเกิดหรือเด็กเล็กเป็นวัยที่ไม่สามารถคาดเข็มขัดนิรภัยแบบธรรมดาและนั่งเบาะรถคนเดียวได้ คาร์ซีทสำหรับเด็กเล็กออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยของเด็กเป็นหลักจึงได้รับความนิยมสูงมาก โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ Infant Carrier Seats หรือคาร์ซีทแบบกระเช้า สำหรับเด็กแรกเกิดถึง 1 ปี ที่มีน้ำหนักไม่เกิน 10 kg และแบบ Rear-Facing Convertible Seats ซึ่งสามารถปรับให้หันหน้าเข้าหาเบาะได้ สำหรับเด็กเล็กอายุ 9 เดือนถึง 4 ปี ที่มีน้ำหนักประมาณ 9 - 18 kg 


สำหรับคาร์ซีทที่เหมาะกับเด็กแรกเกิดหรือเด็กเล็กนั้น ขอบเบาะจะต้องพอดีหรือสูงกว่าศีรษะของเด็กเล็กน้อยขณะนั่ง ส่วนเข็มขัดนิรภัยจะต้องเชื่อมติดกับพนักพิง สามารถล็อกตัวเด็กได้อย่างแน่นหนา และควรปรับระดับให้พอดีกับร่างกายได้ รวมถึงบางแบรนด์ยังได้มีการออกแบบคาร์ซีทให้สามารถถอดพนักพิงออก เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับเด็กที่มีอายุระหว่าง 10 - 12 ปี ได้อีกด้วยค่ะ

คาร์ซีทแบบมีพนักพิงด้านหลัง สำหรับเด็กโต

คาร์ซีทแบบมีพนักพิงด้านหลัง สำหรับเด็กโต

คาร์ซีทแบบเบาะพร้อมพนักพิงหลังแบบสูง (High Back Booster) เป็นคาร์ซีทอีกรูปแบบหนึ่งที่พบเห็นบ่อย ๆ เนื่องจากสามารถปรับให้รองรับได้หลายช่วงอายุและมีความปลอดภัยอย่างยิ่ง โดยมักจะมีระบบเข็มขัดนิรภัยในเบาะตั้งแต่ 3 จุดขึ้นไป พนักพิงมีขนาดใหญ่และมีด้านข้างยื่นออกมา เพื่อปกป้องศีรษะและลำตัวได้อย่างแน่นหนา ทั้งยังมีโครงสร้างที่มีความแข็งแรงพิเศษอีกด้วยค่ะ


คาร์ซีทรูปแบบนี้ เหมาะสำหรับเด็กโตหรือเด็กที่มีอายุระหว่าง 4 - 12 ปี มีความสูงไม่เกิน 140 cm และมีน้ำหนักระหว่าง 22 - 36 kg ไปจนถึงผู้ใหญ่ที่มีความผิดปกติทางร่างกาย ถึงแม้ว่าคาร์ซีทประเภทนี้มีราคาค่อนข้างสูงกว่ารูปแบบอื่น แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่ต้องการคาร์ซีทที่ใช้งานได้อย่างครอบคลุมและมีความปลอดภัยสูงสุด ก็ถือว่าคุ้มค่ามากทีเดียวค่ะ

นพ.พงษ์วุฒิ
กุมารแพทย์
นพ.พงษ์วุฒิ

เราควรเลือกประเภทของคาร์ซีทให้เหมาะสำหรับเด็กโดยพิจารณาตามช่วงอายุและน้ำหนัก ซี่งสามารถจำแนกได้ดังต่อไปนี้


1. Rear-Facing มีลักษณะหันเข้าหาเบาะด้านหลัง เหมาะสำหรับเด็กอายุ 0 - 2 ปี และน้ำหนักไม่เกิน 10 กก.

2. Forward-Facing เหมาะสำหรับเด็กอายุ 2 - 7 ปี และน้ำหนักมากกว่า 9 กก.

3. Booster เหมาะสำหรับเด็กอายุ 4 - 12 ปี และมีน้ำหนักตัวประมาณ 15 - 18 กก.

4. Seat Belt เหมาะสำหรับเด็กอายุ 8 ปีขึ้นไป และมีน้ำหนักตัวมากกว่า 20 กก. ขึ้นไป


คาร์ซีทสำหรับเด็กเล็กในปัจจุบันมีชนิดที่สามารถพกพา เคลื่อนย้าย หรือเปลี่ยนฟังก์ชั่นเป็นรถเข็นได้ด้วย ซึ่งชนิดพกพาจะมีข้อดีคือ สามารถย้ายไปติดตั้งในรถคันอื่นได้ อีกทั้งยังใช้เป็นเบาะฝึกนั่งและพยุงตัวเด็กให้อยู่กับที่ในท่าที่ปลอดภัยได้ในกรณีที่พ่อแม่ไม่ได้อยู่ใกล้เด็ก


ส่วนคาร์ซีทแบบมีพนักพิงด้านหลังจะเหมาะสำหรับเด็กโตสำหรับเด็กที่มีช่วงอายุที่โตขึ้น เพราะนอกจากจะสามารถพยุงตัวให้ตรงได้เองแล้ว ยังมีความยาวตัวที่มากกว่า อีกทั้งอัตราส่วนของขนาดศีรษะ รวมถึงความยาวช่วงตัวและขาจะเปลี่ยนไป ดังนั้น ผู้ปกครองจึงควรเลือกคาร์ซีทที่มีขนาดของพนักพิงและความยาวที่เหมาะสมแก่ช่วงอายุเด็กโตเสมอ หากเลือกคาร์ซีทที่มีพนักพิงขนาดไม่เหมาะสมต่ออายุ อาจทำให้ประสิทธิภาพในการลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุต่ำลงได้ครับ

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคาร์ซีทที่เลือกสามารถติดตั้งกับรถยนต์ได้

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคาร์ซีทที่เลือกสามารถติดตั้งกับรถยนต์ได้
    ในการเลือกซื้อคาร์ซีทมาใช้งานนั้น อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่คำนึงถึงไม่ได้เลยก็คือ วิธีการติดตั้งคาร์ซีทและรถยนต์รุ่นที่รองรับ เพราะระบบติดตั้งคาร์ซีทบางแบบก็ใช้กับรถได้แค่บางรุ่นเท่านั้น นอกจากนี้ หากวิธีการติดตั้งยุ่งยากมากเกินไป ก็อาจเกิดปัญหาจากการติดตั้งไม่ถูกวิธี รวมถึงลำบากต่อการถอดเข้าออกจากรถอีกด้วย ซึ่งโดยพื้นฐานแล้ว การติดตั้งคาร์ซีทกับเบาะรถมีอยู่ 2 ระบบ ได้แก่ ระบบใช้เข็มขัดนิรภัย (Seat Belt) และ ระบบไอโซฟิกซ์ (ISOFIX) ซึ่งแต่ละระบบมีข้อดีและข้อเสียดังต่อไปนี้

  1. ระบบใช้เข็มขัดนิรภัยหรือระบบสายคาด (Seat Belt)  : มักถูกติดตั้งกันอย่างผิดวิธีทำให้ส่งผลต่อความปลอดภัยของตัวเด็ก บางรุ่นใช้เวลาในการติดตั้งนาน แต่มีข้อดีคือ ราคาถูกกว่าระบบ ISOFIX และรองรับกับรถได้หลากรุ่นหลายยี่ห้อ

  2. ระบบ ISOFIX : ติดตั้งได้ง่ายและมั่นคงกว่าระบบเข็มขัด มีความปลอดภัยสูง ช่วยป้องกันเบาะลื่นไหลเมื่อได้รับแรงกระแทกจากด้านหลัง แต่มีราคาค่อนข้างสูงและรองรับกับรถได้เพียงบางยี่ห้อและบางรุ่นเท่านั้น ทั้งยังมีน้ำหนักค่อนข้างมากอีกด้วย
นพ.พงษ์วุฒิ
กุมารแพทย์
นพ.พงษ์วุฒิ

คาร์ซีทจะมีระบบการติดตั้ง 2 แบบคือ 


1. ISOFIX คือ ระบบติดตั้งโดยต่อ ISOFIX Connector กับแถบเหล็ก (Metal Bar) บริเวณเบาะด้านหลังของรถยนต์ ข้อดีของระบบนี้ คือ ใช้เวลาติดตั้งน้อยและติดตั้งได้ง่ายจึงทำให้ลดความผิดพลาดที่อาจเกิดจากขั้นตอนที่ยุ่งยาก มีความปลอดภัยสูง แต่ก็ต้องแลกกับราคาที่สูงขึ้นและรองรับเฉพาะในรถยนต์บางรุ่นเท่านั้น

2. Car’s Own Seatbelt เป็นระบบติดตั้งแบบเข็มขัดนิรภัย โดยจะเชื่อมกับเข็มขัดนิรภัยในรถยนต์ มีข้อดีคือ ประหยัดทั้งเงินและเวลา แถมใช้ได้กับรถยนต์ทุกรุ่นเพราะสามารถใช้กับเข็มขัดนิรภัยที่มีในรถยนต์ แต่มีข้อเสียคือ ใช้เวลาติดตั้งและมีขั้นตอนมากกว่าซึ่งอาจเกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย


ดังนั้น ในการเลือกระบบนิรภัยนอกจากคำนึงถึงความปลอดภัยแล้ว ยังควรพิจารณาเรื่องความสะดวกในการติดตั้ง, รุ่นรถยนต์ที่รองรับ และราคาด้วยครับ

คำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้งานและเลือกคาร์ซีทที่ได้มาตรฐาน

คำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้งานและเลือกคาร์ซีทที่ได้มาตรฐาน

เนื่องจากในปัจจุบันมีคาร์ซีทวางจำหน่ายอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีทั้งสินค้าที่ผลิตโดยบริษัทในไทยและบริษัทต่างชาติ ทำให้มีราคาถูกและราคาแพงแตกต่างกัน ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงต้องตรวจสอบความปลอดภัยของสินค้าแต่ละชิ้นเป็นพิเศษ โดยวิธีการตรวจสอบที่เราแนะนำ คือ มองหาข้อความ “ECE R44/04” ที่ระบุไว้บนฉลาก เพราะข้อความดังกล่าวถือเป็นเครื่องยืนยันว่า สินค้าชิ้นนั้นผ่านมาตรฐานด้านความปลอดภัยของสหภาพของยุโรปมาแล้ว


นอกจากตรา “ECE R44/04” แล้ว คาร์ซีทบางยี่ห้อยังผ่านการทดสอบความปลอดภัยอย่างเข้มงวดโดย ADAC หรือสมาคมรถยนต์เยอรมันอีกด้วย ดังนั้น ถ้าเห็นข้อความหรือสัญลักษณ์ดังกล่าวบนสินค้า ก็มั่นใจได้ในระดับหนึ่งเลยค่ะว่า คาร์ซีทรุ่นนั้นจะช่วยป้องกันอันตรายให้กับเจ้าตัวน้อยขณะเดินทางได้ รวมถึงควรตรวจสอบการทำงานของเข็มขัดนิรภัยให้ดีว่าหนาแน่นเพียงพอจะปกป้องร่างกายของเด็กได้หากเกิดอุบัติเหตุ และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ตรวจสอบความถูกต้องหลังจากติดตั้งให้แน่ใจก่อนเริ่มออกเดินทางค่ะ

นพ.พงษ์วุฒิ
กุมารแพทย์
นพ.พงษ์วุฒิ

เวลาเลือกคาร์ซีทนั้น แนะนำให้เลือกคาร์ซีทที่มีรหัสแสดงถึงมาตรฐานความปลอดภัยสากล ซึ่งในปัจจุบันมีมาตรฐานสากล ดังนี้


1. ECE R44/04 เป็นมาตรฐานของสหภาพยุโรป

2. ECE R129 (i-Size) เป็นมาตรฐานใหม่ของความปลอดภัยคาร์ซีท ปัจจุบันใช้ควบคู่กันกับ ECE R44/04 โดยมีการเพิ่มเติมในเรื่องของตำแหน่งที่ติดตั้งในรถยนต์, มีการใช้ ISOFIX ที่ช่วยให้ติดตั้งได้ง่ายและลดความเสี่ยงจากการติดตั้งผิดวิธี, คาร์ซีทหันหน้าไปทางด้านหลังของรถในเด็กแรกเกิด - 15 เดือน, มีเกณฑ์จำแนกตามส่วนสูงต่าง ๆ และมีการป้องกันแรงกระแทกด้านข้างได้ดียิ่งขึ้น

3. FMVSS 213 (Federal Motor Vehicle Safety Standard 213) เป็นมาตรฐานประเทศสหรัฐอเมริกา


ในปัจจุบันทั้ง 3 มาตรฐานนี้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งในอนาคตอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ เราจึงควรศึกษาข้อมูลเรื่องมาตรฐานทุกครั้งก่อนเลือกซื้อ ที่สำคัญควรทดลองสินค้าก่อนซื้อและตรวจสอบให้มั่นใจว่าไม่มีการชำรุด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของลูกน้อยครับ

เลือกคาร์ซีทที่สามารถพับเก็บหรือแยกส่วนได้

เลือกคาร์ซีทที่สามารถพับเก็บหรือแยกส่วนได้

โดยปกติแล้ว คาร์ซีทมักมีขนาดใหญ่และแข็งแรงมากเพื่อเพิ่มความปลอดภัย อีกทั้งมีน้ำหนักค่อนข้างมาก จึงอาจทำให้เคลื่อนย้ายไม่สะดวก แถมยังใช้เวลานานในการถอดและติดตั้ง นอกจากนี้ ความสูงของคาร์ซีทบางรุ่นก็ไม่สามารถใช้ในรถยนต์ประเภทซีดานได้ ดังนั้น คุณจึงควรตรวจสอบในแน่ใจก่อนว่า คาร์ซีทที่เลือกมามีน้ำหนักเท่าไร สะดวกต่อการพกพาแค่ไหน และสามารถพับเก็บหรือแยกชิ้นส่วนได้หรือไม่ ถ้าหากคาร์ซีทสามารถพับหรือแยกชิ้นส่วนพนักพิงกับเบาะออกจากกันได้ ก็จะยิ่งเพิ่มความสะดวกในการเคลื่อนย้ายได้มากขึ้นเยอะเลยค่ะ

นพ.พงษ์วุฒิ
กุมารแพทย์
นพ.พงษ์วุฒิ

ปัจจุบัน คาร์ซีทมีฟังก์ชันอำนวยความสะดวกในการจัดเก็บมากขึ้น พูดง่าย ๆ คือ หลาย ๆ รุ่นสามารถพับเก็บและแยกชิ้นส่วนได้ ทำให้ประหยัดเนื้อที่ในรถ สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย อีกทั้งไม่ต้องติดตั้งกับเบาะนั่งอย่างถาวร ทำให้สามารถนำไปใช้ในรถคันอื่นได้และไม่เสียเนื้อที่เบาะนั่งในรถไป แต่ก็มีข้อควรระวังคือ เวลานำมาใช้ ต้องประกอบให้ถูกทุกขั้นตอนและครบถ้วนทุกข้อต่อ มิเช่นนั้นอาจเกิดอันตรายแก่เด็กขณะเดินทางได้ และควรตรวจสอบจำนวนชิ้นส่วนหลังถอดทุกครั้งเพื่อป้องกันการหล่นหายครับ

เลือกคาร์ซีทที่ระบายอากาศได้ดี หรือถอดซักทำความสะอาดได้

เลือกคาร์ซีทที่ระบายอากาศได้ดี หรือถอดซักทำความสะอาดได้

แน่นอนว่า เมื่อคุณใช้คาร์ซีทไประยะหนึ่งแล้ว ตัวเบาะจะเต็มไปด้วยคราบเหงื่อไคล หรือเศษอาหารที่เด็ก ๆ ทำตกไว้ ซึ่งเมื่อปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานาน คราบเหล่านี้ก็อาจกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรียได้ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรเลือกซื้อเบาะที่ทำจากวัสดุซึ่งช่วยในเรื่องของการระบายอากาศ เช่น ผ้าตาข่าย (Fabric Mesh) ที่ไม่เหม็นอับ ไม่สะสมความชื้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเด็ก ๆ มีอาการเมารถเป็นประจำด้วยแล้ว แนะนำให้เลือกซื้อคาร์ซีทแบบที่ถอดซักทำความสะอาดได้ เพราะแม้เขาจะอาเจียนใส่เบาะ คุณก็สามารถทำความสะอาดได้อย่างง่ายดายนั่นเองค่ะ

ตรวจสอบคุณสมบัติและฟังก์ชันเสริมที่ช่วยให้ใช้งานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

นอกจากคุณสมบัติด้านความปลอดภัยแล้ว ฟังก์ชันเสริมเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกซื้อคาร์ซีทเช่นกัน ส่วนฟังก์ชันเสริมดังกล่าวจะมีอะไรบ้างนั้น ไปชมกันเลยค่ะ

สามารถปรับเบาะให้เอนนอน หรือปรับความสูงต่ำของเบาะรองศีรษะได้

สามารถปรับเบาะให้เอนนอน หรือปรับความสูงต่ำของเบาะรองศีรษะได้
เด็กส่วนใหญ่มักจะเผลอหลับเมื่อนั่งในรถไปได้ระยะหนึ่ง ซึ่งทำให้คุณพ่อคุณแม่รู้สึกกังวลว่า ศีรษะของลูกอาจไปกระแทกกับขอบเบาะจนบาดเจ็บได้ เพื่อป้องกันปัญหานี้ เราขอแนะนำให้เลือกคาร์ซีทที่ปรับเบาะให้เอนนอนได้ตั้งแต่ 5 - 20 องศาเป็นต้นไป เพราะจะสามารถโอบอุ้มร่างกายและล็อกบริเวณศีรษะไม่ให้เคลื่อนไหวได้พอดี จึงช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพจากการที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้ด้วยค่ะ

นอกจากนี้ หากซื้อคาร์ซีทรุ่นที่สามารถปรับความสูง-ต่ำ หรือความกระชับได้หลายระดับตามสรีระของตัวเด็ก รวมถึงสามารถถอดพนักพิงแยกจากตัวเบาะนั่งได้ ก็จะยิ่งใช้งานได้ยาวนานคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นไปด้วย และสำหรับผู้ปกครองที่เลี้ยงลูกด้วยตนเองโดยไม่มีผู้ช่วยหรือพี่เลี้ยง การใช้งานคาร์ซีทของคุณจะเป็นเรื่องง่ายและสะดวกมากขึ้น หากเลือกรุ่นที่มีการปรับระดับความสูงของศีรษะ และความกระชับของสายคาดได้เพียงแค่กดปุ่มเดียวค่ะ

มีช่องใส่ขวดน้ำหรือช่องเก็บของ

มีช่องใส่ขวดน้ำหรือช่องเก็บของ

วัยเด็กเป็นวัยที่กระหายน้ำและต้องดื่มนมบ่อย ดังนั้น หากคาร์ซีทมีช่องใส่ขวดน้ำหรือช่องเก็บของติดมาด้วย ก็จะช่วยให้คุณไม่ต้องเอื้อมไปหยิบขวดน้ำหรือขวดนมในกระเป๋าหรือตะกร้า ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ปกครองได้มากเลยทีเดียว ทั้งยังเป็นการฝึกให้เขาช่วยเหลือตัวเอง เมื่อเขาเริ่มโตขึ้นจนหยิบขวดมาดื่มเองได้แล้ว ถือเป็นการลดภาระให้กับคุณไปได้อีกหนึ่งอย่างเลยล่ะค่ะ นอกจากนี้ ถ้าหากไม่ได้ใช้งาน ฟังก์ชันนี้ก็สามารถถอดออกได้ด้วยเช่นกัน

นพ.พงษ์วุฒิ
กุมารแพทย์
นพ.พงษ์วุฒิ

ผู้ปกครองสามารถเลือกคาร์ซีทที่มีฟังก์ชันเสริมอื่น ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกต่าง ๆ ได้ดังนี้


- ปรับระดับและความกระชับได้เพียงแค่กดปุ่มเดียว เนื่องจากสรีระเด็กแต่ละคนแตกต่างกันแม้อายุจะเท่ากันก็ตาม การที่คาร์ซีทสามารถปรับระดับและความกระชับของที่นั่งได้ จะช่วยทำให้เด็กนั่งได้สบาย กระชับ และเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้นในกรณีเกิดอุบัติเหตุ

- มีช่องใส่ขวดน้ำ ฟังก์ชันนี้เหมาะสำหรับทารกที่ยังมีความจำเป็นต้องใช้ขวดนมหรือกระติกน้ำร้อนชงนม เพราะจะช่วยลดภาระการหิ้วของและป้องกันน้ำนมหกเปื้อนตัวทารกหรือคาร์ซีทได้ และสำรหับเด็กที่โตมากพอ ก็สามารถเอื้อมหยิบขวดนมทานเองได้โดยไม่ต้องรบกวนผู้ปกครองที่ขับรถอยู่อีกด้วย

- ควรเลือกคาร์ซีทที่ระบายอากาศได้ดีและถอดซักทำความสะอาดได้ เพื่อลดการสะสมของเชื้อราและแบคทีเรีย เนื่องจากขณะนั่งคาร์ซีท เด็กอาจมีแหวะนม, อาเจียน, น้ำลายไหล หรือปัสสาวะรดที่นั่งได้ ซึ่งความอับชื้นเหล่านี้ล้วนเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค อีกทั้งยังทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์และสร้างความไม่สบายตัวแก่เด็กขณะนั่งได้

- คุชชั่นหนานุ่มสำหรับการเดินทางที่ยาวนาน เบาะรองนั่งที่หนานุ่มจะช่วยลดการปวดเมื่อยแก่เด็กในกรณีที่ต้องนั่งท่าเดิมนาน ๆ แต่ก็ไม่ควรเลือกวัสดุที่นุ่มมากเกินเพราะจะทำให้การกระจายน้ำหนักไม่ทั่วถึง โดยน้ำหนักจะไปรวมตัวกันที่ก้นหรือหลังช่วงล่างทำให้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้ และอาจทำให้ช่วงคองอหรือพับ ส่งผลให้เกิดการกดเบียดทางเดินหายใจได้

- มีฟังก์ชันในการปรับเอนนอนในขณะที่เด็กนอนหลับ กล้ามเนื้อจะคลายตัวและคออาจพับไปทางด้านหน้าหรือด้านข้าง ทำให้ทางเดินหายใจถูกบีบหรือกดทับได้ ซึ่งคาร์ซีทที่ปรับเอนไปทางด้านหลังได้ จะช่วยทำให้สรีระของเด็กขณะนอนหลับมีท่าทางที่เหมาะสมแม้ในเวลาที่ผู้ปกครองอาจไม่ทันสังเกต นั่นคือ หน้าของเด็กตรง ท่อหลอดลมเปิดโล่ง ไม่มีอาการปวดเมื่อยคอตามมาครับ

ผู้เชี่ยวชาญจาก
mybest

บทความคาร์ซีทที่เกี่ยวข้อง

หลังจากทราบวิธีการเลือกคาร์ซีทกันไปพอสมควรแล้ว สำหรับผู้ปกครองคนใดที่ต้องการคาร์ซีทที่เจาะจงช่วงวัยมากขึ้นกว่าเดิม ก็สามารถลองมาดูบทความคาร์ซีทอื่น ๆ ที่ทางมายเบสท์รวบรวมข้อมูลมาไว้ให้แล้วด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ

10 อันดับ คาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ปลอดภัยทุกการเดินทาง สำหรับเด็กแต่ละช่วงอายุ

และแล้วก็มาถึงช่วงที่หลายคนรอคอยกับ 10 อันดับ คาร์ซีทยอดนิยมที่เราได้รวบรวมมาฝากทุกคนกันแล้วค่ะ บอกได้เลยว่า สินค้าทุกชิ้นเป็นสินค้าคุณภาพจากแบรนด์ที่ได้รับการบอกต่อจากผู้ใช้จริง ทั้งยังได้รับการรับรองด้านความปลอดภัย และสามารถซื้อออนไลน์ได้อีกด้วย อย่ารอช้า ไปดูกันเลยค่ะ !


※ 10 อันดับสินค้านี้เป็นการจัดอันดับโดยนักเขียนและกองบรรณาธิการของเว็บไซต์มายเบสท์ ไม่ได้เป็นการจัดอันดับของผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหรือ นพ.พงษ์วุฒิ ธนะอนันต์มงคล ในบทความนี้

10
ประเภทRear-Facing Convertible Seats
เหมาะสำหรับช่วงอายุแรกเกิด - 4 ปี
ระบบนิรภัย2 Smart Belt Lock
ระบบการติดตั้งระบบ ISOFIX
น้ำหนัก 11.05 kg
ฟังก์ชันเพิ่มเติมพนักพิงหลังและศีรษะปรับได้
ถอดซักได้
พับเก็บ/แยกชิ้นส่วนได้
9
ประเภทHigh Back Booster
เหมาะสำหรับช่วงอายุ9 เดือน - 12 ปี
ระบบนิรภัย5-point Seat Belt
ระบบการติดตั้งระบบเข็มขัดนิรภัย
น้ำหนัก8 kg
ฟังก์ชันเพิ่มเติมพนักพิงศีรษะปรับได้
ถอดซักได้
พับเก็บ/แยกชิ้นส่วนได้
8
ประเภทBooster
เหมาะสำหรับช่วงอายุ4 - 12 ปี
ระบบนิรภัย-
ระบบการติดตั้งระบบเข็มขัดนิรภัย, ระบบ ISOFIX
น้ำหนัก3.8 kg
ฟังก์ชันเพิ่มเติมพนักพิงหลังถอดออกได้, ที่วางแก้วพับเก็บได้
ถอดซักได้
พับเก็บ/แยกชิ้นส่วนได้
7
ประเภทRear-Facing Convertible Seats
เหมาะสำหรับช่วงอายุแรกเกิด - 4 ปี
ระบบนิรภัย5-point Seat Belt
ระบบการติดตั้งระบบเข็มขัดนิรภัย
น้ำหนัก5 kg
ฟังก์ชันเพิ่มเติมพนักพิงหลังปรับได้
ถอดซักได้
พับเก็บ/แยกชิ้นส่วนได้
6
ประเภทHigh Back Booster
เหมาะสำหรับช่วงอายุ1 - 11 ปี
ระบบนิรภัย5-point Seat Belt
ระบบการติดตั้งระบบเข็มขัดนิรภัย
น้ำหนัก5.3 kg
ฟังก์ชันเพิ่มเติมEgg Shock, ที่วางแก้ว
ถอดซักได้
พับเก็บ/แยกชิ้นส่วนได้
5
ประเภทInfant Carrier Seats
เหมาะสำหรับช่วงอายุแรกเกิด - 9 เดือน
ระบบนิรภัยSeat Belt
ระบบการติดตั้งระบบเข็มขัดนิรภัย
น้ำหนัก2.5 kg
ฟังก์ชันเพิ่มเติมที่บังแดด, ที่หิ้วเหมือนกระเช้า, ปรับโยกได้
ถอดซักได้
พับเก็บ/แยกชิ้นส่วนได้
4
ประเภทRear-Facing Convertible Seats
เหมาะสำหรับช่วงอายุแรกเกิด - 4 ปี
ระบบนิรภัย5-point Seat Belt
ระบบการติดตั้งระบบ ISOFIX
น้ำหนัก3.6 kg
ฟังก์ชันเพิ่มเติมที่บังแดดป้องกัน UV 99%, พนักพิงหลังปรับเอนราบได้, ตะกร้าใส่ของขนาดใหญ่
ถอดซักได้
พับเก็บ/แยกชิ้นส่วนได้
3
ประเภทRear-Facing Convertible Seats
เหมาะสำหรับช่วงอายุแรกเกิด - 6 ปี
ระบบนิรภัยSeat Belt
ระบบการติดตั้งระบบเข็มขัดนิรภัย
น้ำหนัก 14.64 kg
ฟังก์ชันเพิ่มเติมที่วางขวดนมด้านข้าง, SuperCinch® LATCH tightener, DuoGuard® side-impact protection, LockSure®
ถอดซักได้
พับเก็บ/แยกชิ้นส่วนได้
2
ประเภทRear-Facing Convertible Seats
เหมาะสำหรับช่วงอายุแรกเกิด - 4 ปี
ระบบนิรภัย5-point Seat Belt
ระบบการติดตั้งระบบ ISOFIX
น้ำหนัก17.4 kg
ฟังก์ชันเพิ่มเติมพนักพิงหลังปรับได้, ที่บังแดดป้องกัน UV
ถอดซักได้
พับเก็บ/แยกชิ้นส่วนได้
1
ประเภทRear-Facing Convertible Seats
เหมาะสำหรับช่วงอายุแรกเกิด - 12 ปี
ระบบนิรภัย5-point Seat Belt
ระบบการติดตั้งระบบ ISOFIX
น้ำหนัก8.24 kg
ฟังก์ชันเพิ่มเติมกระเป๋าตาข่ายด้านข้าง, พนักพิงหลังและศีรษะปรับได้
ถอดซักได้
พับเก็บ/แยกชิ้นส่วนได้

ตารางเปรียบเทียบคาร์ซีท

รูปสินค้า
1
Joie คาร์ซีท รุ่น Every Stage™ FX 1

Joie

2
AILEBEBE คาร์ซีท รุ่น Kurutto 6i Grance 1

AILEBEBE

3
Chicco คาร์ซีทรุ่น Nextfit Zip Baby Car Seat 1

Chicco

4
Aprica คาร์ซีท Fladea Grow Isofix 360° 1

Aprica

5
Camera คาร์ซีท รุ่น Zion 3 1

Camera

6
Combi Joytrip EG 1

Combi

7
Fico คาร์ซีท รุ่น HB902 1

Fico

8
Glowy Star คาร์ซีท รุ่น Travel Kids Fix 1

Glowy Star

9
RECARO คาร์ซีท รุ่น Young Sport Hero 1

RECARO

10
Maxi-Cosi คาร์ซีท รุ่น AxissFix Plus 1

Maxi-Cosi

ชื่อสินค้า

คาร์ซีท รุ่น Every Stage™ FX

คาร์ซีท รุ่น Kurutto 6i Grance

คาร์ซีทรุ่น Nextfit Zip Baby Car Seat

คาร์ซีท Fladea Grow Isofix 360°

คาร์ซีท รุ่น Zion 3

Joytrip EG

คาร์ซีท รุ่น HB902

คาร์ซีท รุ่น Travel Kids Fix

คาร์ซีท รุ่น Young Sport Hero

คาร์ซีท รุ่น AxissFix Plus

คุณสมบัติ

ปรับระดับได้หลากหลาย โครงสร้างกระชับ แต่ระบายอากาศได้ดี

พัฒนาคุณสมบัติจากรุ่นก่อน เพิ่มการป้องกันที่หนาแน่นยิ่งขึ้น

ที่นั่งปรับเอนได้ 9 ระดับ เบาะมาพร้อมซิปถอดทำความสะอาดง่าย

เอนราบได้ถึง 170 องศา เพื่อการหลับสบายเต็มอิ่มมากกว่าเดิม

มือจับสำหรับหิ้วเหมือนกระเช้า น้ำหนักเบา พกพาไปไหนก็สะดวก

ออกแบบมาเพื่อการปกป้อง เบาะระบายอากาศ เข็มขัดล็อก 5 จุด

แบรนด์ไทยมาตรฐานยุโรป ติดตั้งได้มั่นคง เบาะนุ่มไม่ระคายผิว

Booster แบบมีพนักพิงอ่อนนุ่มนั่งสบาย ติดตั้งง่าย ถอดซักสะดวก

เบาะเสริมโฟมช่วยลดแรงกระแทก มีอายุการใช้งานยาวนาน

คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปรับหันได้ง่ายโดยไม่ต้องย้ายข้าง

ราคาเริ่มต้น8,990 บาท32,900 บาท21,995 บาท25,900 บาท1,899 บาท18,500 บาท1,990 บาท1,995 บาท12,995 บาท22,400 บาท
ประเภทRear-Facing Convertible SeatsRear-Facing Convertible SeatsRear-Facing Convertible SeatsRear-Facing Convertible SeatsInfant Carrier SeatsHigh Back BoosterRear-Facing Convertible SeatsBoosterHigh Back BoosterRear-Facing Convertible Seats
เหมาะสำหรับช่วงอายุแรกเกิด - 12 ปีแรกเกิด - 4 ปีแรกเกิด - 6 ปีแรกเกิด - 4 ปีแรกเกิด - 9 เดือน1 - 11 ปีแรกเกิด - 4 ปี 4 - 12 ปี9 เดือน - 12 ปีแรกเกิด - 4 ปี
ระบบนิรภัย5-point Seat Belt5-point Seat BeltSeat Belt5-point Seat BeltSeat Belt5-point Seat Belt5-point Seat Belt-5-point Seat Belt2 Smart Belt Lock
ระบบการติดตั้งระบบ ISOFIXระบบ ISOFIXระบบเข็มขัดนิรภัยระบบ ISOFIXระบบเข็มขัดนิรภัยระบบเข็มขัดนิรภัยระบบเข็มขัดนิรภัยระบบเข็มขัดนิรภัย, ระบบ ISOFIXระบบเข็มขัดนิรภัยระบบ ISOFIX
น้ำหนัก8.24 kg17.4 kg 14.64 kg3.6 kg2.5 kg5.3 kg5 kg3.8 kg8 kg 11.05 kg
ฟังก์ชันเพิ่มเติมกระเป๋าตาข่ายด้านข้าง, พนักพิงหลังและศีรษะปรับได้พนักพิงหลังปรับได้, ที่บังแดดป้องกัน UV ที่วางขวดนมด้านข้าง, SuperCinch® LATCH tightener, DuoGuard® side-impact protection, LockSure®ที่บังแดดป้องกัน UV 99%, พนักพิงหลังปรับเอนราบได้, ตะกร้าใส่ของขนาดใหญ่ที่บังแดด, ที่หิ้วเหมือนกระเช้า, ปรับโยกได้Egg Shock, ที่วางแก้วพนักพิงหลังปรับได้พนักพิงหลังถอดออกได้, ที่วางแก้วพับเก็บได้พนักพิงศีรษะปรับได้พนักพิงหลังและศีรษะปรับได้
ถอดซักได้
พับเก็บ/แยกชิ้นส่วนได้
ลิงค์สินค้า

ใช้คาร์ซีทอย่างไรให้ปลอดภัย

ใช้คาร์ซีทอย่างไรให้ปลอดภัย

อย่างที่ทราบกันดีค่ะว่า การเลือกคาร์ซีทที่ได้มาตรฐานและได้รับการออกแบบมาให้ปกป้องร่างกายของเด็กได้อย่างเหมาะสมเป็นที่สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด แต่ต่อให้คุณสมบัติของคาร์ซีทนั้นจะดีเยี่ยมเพียงใด หากติดตั้งหรือใช้งานไม่ถูกวิธีก็จะทำให้เด็กเป็นอันตรายในเวลาเกิดอุบัติเหตุได้อยู่ดี ดังนั้น เราจะมาแนะนำข้อควรระวังในการใช้คาร์ซีทให้ปลอดภัยแก่คุณพ่อคุณแม่ทุก ๆ คน จะมีอะไรอะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ


  1. ควรเลือกขนาดคาร์ซีทให้เหมาะสมกับสรีระและวัยของลูกน้อย และได้มาตรฐานสากล
  2. ตรวจสอบให้ดีว่า คาร์ซีทสามารถติดตั้งกับรถยนต์ของเราได้หรือไม่ ควรเลือกให้เหมาะสมกับขนาดและเบาะของรถยนต์ ในกรณีที่คาร์ซีทติดตั้งด้วยระบบ ISOFIX ควรตรวจสอบให้ดีก่อนว่า รถยนต์ของเรามีระบบ ISOFIX หรือไม่
  3. อ่านคู่มือการติดตั้งให้ละเอียด เนื่องจากคาร์ซีทบางรุ่นมีการติดตั้งที่ซับซ้อน
  4. ควรติดตั้งคาร์ซีทไว้ที่เบาะหลังและก่อนติดตั้งคาร์ซีทตรวจสอบให้ดีก่อนว่า ควรติดตั้งแบบไหน หันหน้าเข้าหรือหันหน้าออกจากเบาะรถยนต์ เนื่องจากเด็กแรกเกิดจนถึงช่วงอายุ 2 - 4 ปี จะติดตั้งแบบหันเข้าเบาะรถยนต์ แต่เด็กที่มีอายุตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไปจะติดตั้งแบบหันออกจากเบาะรถยนต์ 
  5. คาดสายนิรภัยคาร์ซีทกับลูกน้อยให้ถูกวิธี ไม่หลวมหรือแน่นจนเกินไป 
นพ.พงษ์วุฒิ
กุมารแพทย์
นพ.พงษ์วุฒิ

สำหรับคำแนะนำในการใช้คาร์ซีทนั้น สามารถแบ่งออกเป็นข้อ ๆ ได้ดังนี้ 


1. เลือกประเภทให้เหมาะกับอายุและน้ำหนัก

2. เลือกชนิดให้เหมาะกับรถยนต์

3. ตรวจสอบสัญลักษณ์มาตรฐานสากล

4. ตรวจสอบความแข็งแรงและส่วนที่อาจเกิดการชำรุดก่อนซื้อ

5. ติดตั้งตามขั้นตอนที่ถูกต้อง

6. ในระยะแรกที่เพิ่งเริ่มใช้ ผู้ปกครองควรหมั่นสังเกตเด็กเป็นระยะ เพื่อให้มั่นใจว่านั่งในสรีระที่ถูกต้องและไม่มีการกดเบียดทางเดินหายใจ

7. ทำความสะอาดเป็นประจำ

8. หมั่นตรวจสอบคาร์ซีททุกครั้งหลังการใช้งาน

9. เปลี่ยนประเภทคาร์ซีทให้เหมาะกับเด็กเมื่ออายุและน้ำหนักมากขึ้น

บทส่งท้าย

ในการเลือกซื้อคาร์ซีทนั้น หากเป็นไปได้ก็ควรไปเดินดูสินค้าของจริงกันก่อนจะดีที่สุด เพื่อที่จะได้สัมผัสวัสดุจริง และได้เห็นส่วนประกอบต่าง ๆ ของคาร์ซีทมากขึ้น นอกจากนี้ คาร์ซีทก็มีอายุการใช้งานนับจากวันที่ผลิตประมาณ 6 ปี เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่ต้องใส่ไว้ในรถ เมื่อโดนความร้อนเป็นเวลานานก็ทำให้วัสดุเสื่อมสภาพได้ง่าย จึงไม่ควรซื้อคาร์ซีทมือสอง หรือสินค้ามือหนึ่งที่ผลิตออกมานานแล้วค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความยอดฮิต

  • 10 อันดับ นมผงสำหรับเด็กอ่อน ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2021 เด็กแรกเกิดกินง่าย ของแท้ ปลอดภัย สารอาหารครบ
    10 อันดับ นมผงสำหรับเด็กอ่อน ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2021 เด็กแรกเกิดกินง่าย ของแท้ ปลอดภัย สารอาหารครบ
    "นมผงเด็ก" หรือ "นมผงสำหรับเด็กอ่อน" ช่วยลดภาระของคุณแม่ในกรณีที่คุณแม่เจ็บป่วย ต้องทานยาบางชนิด ซึ่งทำให้ไม่สามารถให้นมแม่ได้ รวมถึงช่วยส่งเสริมสารอาหารเพิ่มเติมทางด้านโภชนาการ ซึ่งมีวางจำหน่ายอยู่หลากหลายสูตร จากผู้ผลิตหลายเจ้า เช่น Hi-Q, Enfalac, Similac, Dumex และ S-26 Gold รวมไปถึงนมผงแบบอื่น ๆ ทั้งเด็กที่แพ้นมวัว นมผงสำหรับเด็กแรกเกิดที่ใช้นมแพะ หรือสูตรย่อยง่ายเนื่องจากนมผงสำหรับเด็กอ่อน เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญสำหรับลูกน้อยก่อนที่จะหย่านมแม่และเริ่มทานอาหารเด็ก จึงจำเป็นต้องเลือกอย่างพิถีพิถัน เพื่อลูกคนสำคัญของเราค่ะ จะมีผลิตภัณฑ์นมผงสำหรับเด็กอ่อนแบรนด์ใด สูตรใด ที่มีคุณภาพยอดเยี่ยม คุ้มค่าคุ้มราคา และเป็นที่แนะนำกันบ้าง เรามาดูวิธีการเลือกนมผงสำหรับเด็กอ่อนพร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ และ 10 อันดับ นมผงสำหรับเด็กอ่อน ที่ทำให้ลูกรักมีสุขภาพที่แข็งแรงกันนะคะ
    เด็ก
    129,560 จำนวนผู้อ่าน
  • 10 อันดับ ขวดนม ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2021 ปลอดภัย คอกว้าง กันโคลิค
    10 อันดับ ขวดนม ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2021 ปลอดภัย คอกว้าง กันโคลิค
    “ขวดนม” หนึ่งในไอเทมสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกอ่อนจะต้องซื้อติดบ้านไว้ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการป้อนนม ซึ่งปัจจุบันมีมากมายหลายรุ่น แตกต่างกันไปตามขนาด รูปทรง และวัสดุที่ใช้ผลิต รวมถึงวัตถุประสงค์ในการใช้งาน บางรุ่นก็ใส่นมแม่ได้ ในขณะที่อีกรุ่นกลับใช้กับนมผงได้อย่างเดียว ด้วยความหลากหลายนี้เองที่อาจทำให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่สับสนได้ ดังนั้น เพื่อไม่ให้ทุกคนต้องเจอปัญหาเหล่านั้น วันนี้ผู้เขียนนำข้อมูลดี ๆ มาให้อ่านกันแล้วค่ะยี่ห้อขวดนมที่เรามักเห็นได้ตามท้องตลาดมีทั้ง Pigeon, Avent ของ Philips, Mam, Natur, Comotomo, Pureen, Attoon, Pur, Tommee Tippee, Nuk, Babi Care รวมไปถึงประเภทต่าง ๆ ที่มีทั้งแบบคอกว้าง กันโคลิคหรือกันสำลัก ขวดนมสีชา ขวดนมซิลิโคน วิธีการเลือกขวดนม พร้อมคำแนะนำและคำตอบสำหรับข้อสงสัย หรือสิ่งที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ เรายังรวบรวมและเปรียบเทียบขวดนมที่ได้รับความนิยมในท้องตลาดอย่างละเอียด ก่อนจะนำมาจัดเป็น 10 อันดับ ขวดนม ขายดี โดยแต่ละส่วนจะมีรายละเอียดที่น่าสนใจอย่างไรบ้าง ไปอ่านกันเลยดีกว่าค่ะ
    เด็ก
    114,144 จำนวนผู้อ่าน
  • 10 อันดับ ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2021 สำหรับเด็กแรกเกิด มีทั้งแบบเทปกาวและแบบกางเกง
    10 อันดับ ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2021 สำหรับเด็กแรกเกิด มีทั้งแบบเทปกาวและแบบกางเกง
    การดูแลเด็กแรกเกิดเป็นเรื่องซับซ้อนและละเอียดอ่อน คุณแม่จึงควรเลือกข้าวของเครื่องใช้ที่อ่อนโยน ไม่ทำลายผิวและไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ระคายเคืองต่อลูกน้อย ซึ่ง “ผ้าอ้อมสำเร็จรูป” ก็ถือเป็นหนึ่งในของใช้จำเป็นอันดับต้น ๆ สำหรับเด็กแรกเกิดจนถึงวัยเริ่มหัดเดิน ซึ่งควรใส่ใจในการเลือกซื้อเป็นพิเศษ เพราะผิวของเด็กมีความบอบบาง หากใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีคุณภาพ เขาอาจรู้สึกไม่สบายตัวจนงอแงได้ แต่ปัจจุบันผ้าอ้อมสำเร็จรูปมีจำนหน่ายมากมายหลายยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็น BabyLove, Mamy Poko, Goon, Huggies เป็นต้น ซึ่งก็ขนเทคโนโลยีพิเศษมาเอาใจคุณพ่อคุณแม่และลูกน้อยแบบไม่น้อยหน้ากันเลยทีเดียวในครั้งนี้เราจึงมีบทความดี ๆ เกี่ยวกับ 10 อันดับ ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ที่หลายคนเลือกใช้ ทั้งซึมซับดี ใส่สบายไม่อึดอัดและราคาไม่แพง รวมถึงแนะนำวิธีการเลือกผ้าอ้อมสำเร็จรูปพร้อมคำแนะนำและคำตอบสำหรับข้อสงสัย หรือสิ่งที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเด็กโดยเฉพาะ ว่าแล้วก็ไปติดตามกันได้เลยค่ะ
    เด็ก
    111,238 จำนวนผู้อ่าน
  • 10 อันดับ นมผงสำหรับเด็ก ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2021
    10 อันดับ นมผงสำหรับเด็ก ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2021
    นมเป็นอาหารที่จำเป็นที่สุดสำหรับทารกและเด็ก โดยทั่วไป เรามักส่งเสริมให้รับประทานนมแม่ เพราะน้ำนมของแม่นั้นมีสารอาหารมากมาย เช่น โปรตีน ไขมัน วิตามิน คาร์โบไฮเดรต นอกจากนี้ ยังมีเม็ดเลือดขาว ที่ช่วยต่อสู้กับเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ดี ซึ่งสารอาหารเหล่านี้ไม่สามารถหาได้จากน้ำนมชนิดอื่น แต่หากคุณแม่ที่มีปัจจัยผลิตน้ำนมได้ยาก ไม่สามารถผลิตน้ำนมได้เพิ่ม หรือไม่สามารถผลิตน้ำนมได้เพียงพอต่อความต้องการของทารกและเด็ก นมผงก็จะเข้ามาช่วยเสริมสารอาหารได้ ในปัจจุบัน ผู้ผลิตนมผงสำหรับเด็ก ก็พยายามคิดค้นสูตรเพื่อให้มีสารอาหารมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังนั้น เราจะเห็นนมผงมากมายหลายสูตรและแบรนด์วางจำหน่ายทั่วไป ซึ่งคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ย่อมหนักใจไม่น้อยเลยทีเดียว ว่าแบบใดจะช่วยเสริมให้ลูกน้อยเติบโตอย่างแข็งแรงและมีพัฒนาการที่ดีเพื่อให้คลายความกังวลใจเหล่านั้น เราจึงขอนำเสนอวิธีการเลือกนมผงสำหรับเด็กว่าต้องพิจารณาอย่างไรบ้าง และตามมาด้วย 10 อันดับนมผงยอดนิยม ที่พ่อแม่หลายท่านไว้วางใจในการเลือกมาช่วยเสริมสารอาหารจำเป็นของเด็ก ๆ และที่สำคัญต้องหาซื้อได้อย่างง่ายดาย โดยไม่รบกวนเวลาอันมีค่าของคุณพ่อคุณแม่มากนักค่ะ
    เด็ก
    109,613 จำนวนผู้อ่าน
  • 10 อันดับ โลชั่นสำหรับเด็ก ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2021 แก้อาการคัน สำหรับผิวแห้งและผิวแพ้ง่าย
    10 อันดับ โลชั่นสำหรับเด็ก ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2021 แก้อาการคัน สำหรับผิวแห้งและผิวแพ้ง่าย
    ผิวแห้งขาดความชุ่มชื้น คือ ศัตรูตัวร้ายต่อผิวบอบบางของลูกน้อย การทาโลชั่นสำหรับเด็ก หรือเบบี้โลชั่น (Baby Lotion) จึงเป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ แต่เจ้าโลชั่นที่วางจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไปนั้นก็มีหลากหลายรูปแบบหลายยี่ห้อให้เลือก มีทั้งโลชั่นที่สามารถทาได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย โลชั่นที่ช่วยรักษาสิวและผดผื่น อีกทั้งปัจจุบันยังมีโลชั่นชนิดล้างออกหรือที่เรียกว่า In-shower Lotion อีกด้วย จึงทำให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่อาจประสบปัญหาในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์โลชั่นสำหรับลูกน้อย แต่ไม่ต้องเป็นกังวลไปค่ะ เพราะวันนี้เราได้นำสาระความรู้เกี่ยวกับเบบี้โลชั่นมาฝากทุกคนกันแล้วโดยในบทความนี้ เราจะพูดถึงวิธีการเลือกโลชั่นสำหรับเด็ก พร้อมทั้งแนะนำ 10 อันดับ โลชั่นสำหรับเด็กจากแบรนด์คุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น Eucerin, Johnson’s, Babi Mild, ENFANT ฯลฯ พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการทาโลชั่นให้กับลูกน้อย หลังจากอ่านบทความนี้จบแล้ว เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่จะสามารถนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในการเลือกซื้อเบบี้โลชั่นให้เหมาะสมกับลูกน้อยของคุณได้อย่างแน่นอนค่ะ
    เด็ก
    108,582 จำนวนผู้อ่าน
  • 10 อันดับ สบู่เหลวอาบน้ำเด็กทารก ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2021 สระผมได้ อ่อนโยน เหมาะกับผิวบอบบาง
    10 อันดับ สบู่เหลวอาบน้ำเด็กทารก ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2021 สระผมได้ อ่อนโยน เหมาะกับผิวบอบบาง
    เมื่อพูดถึงสบู่เหลวอาบน้ำเด็กทารกหรือเด็กแรกเกิด เราย่อมนึกถึงผลิตภัณฑ์ที่ทำความสะอาดได้อย่างอ่อนโยนกันใช่ไหมคะ แต่ปัจจุบันสบู่สำหรับเด็กนี้ไม่เพียงแค่ทำความสะอาดได้อย่างเดียวแต่ยังสระผมได้ ช่วยบำรุงผิว และทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้ด้วย แถมในท้องตลาดก็มีผลิตภัณฑ์เหล่านี้จำหน่ายมากมายจากหลาย ๆ บริษัท เช่น Kao ผู้นำกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและดูแลสุขภาพ, Pigeon บริษัทที่เน้นผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็ก เบบี้มายด์, เดอร์มาพอน (dmp), จอห์นสัน, ดีนี่ คิดส์ เป็นต้น อาจจะทำให้คุณแม่มือใหม่ตัดสินใจเลือกสบู่เหลวอาบน้ำเพื่อลูกน้อยได้ไม่ง่ายเลยครั้งนี้ เราจึงมานำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับสบู่เหลวอาบน้ำสำหรับผิวเด็กทารกโดยเฉพาะ วิธีการเลือกสบู่เหลวอาบน้ำเด็กทารก พร้อมคำแนะนำและคำตอบสำหรับข้อสงสัย หรือสิ่งที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ พร้อมทั้งจัด 10 อันดับ สบู่เหลวอาบน้ำเด็กทารกที่คุณแม่หลายท่านไว้วางใจและหาซื้อได้ง่าย ๆ ทางร้านค้าออนไลน์มาให้ด้วย จะมียี่ห้อไหนเหมาะกับลูกน้อยบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ
    เด็ก
    78,362 จำนวนผู้อ่าน
  • 10 อันดับ ตู้แช่นมแม่ ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2021 มีทั้งแบบแนวตั้งและแนวนอน มีหลายขนาด สต็อกนมได้เยอะ
    10 อันดับ ตู้แช่นมแม่ ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2021 มีทั้งแบบแนวตั้งและแนวนอน มีหลายขนาด สต็อกนมได้เยอะ
    เมื่อเด็กคลอดสิ่งหนึ่งในร่างกายของคุณแม่ที่เปลี่ยนแปลงก็คือการผลิตน้ำนม ซึ่งน้ำนมของแต่ละคนก็จะมีปริมาณมากน้อยต่างกันขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ปัจจัย แต่ด้วยความสำคัญและคุณค่าของน้ำนม จึงทำให้บรรดาคุณแม่จึงต้องหาวิธีการเพื่อเก็บรักษาน้ำนมไว้ให้ทารกได้ดื่มอย่างเต็มที่และยาวนานที่สุด อย่างไรก็ตาม การเก็บรักษาน้ำนมที่ออกมาจากร่างกายแล้วนั้นจะต้องอยู่ในอุณภูมิที่เหมาะสมเพื่อคงความสดใหม่และสะอาดอยู่เสมอ เพราะด้วยสภาพอากาศที่ร้อนชื้นของบ้านเราจะทำให้น้ำนมเสียง่าย ฉะนั้นการใช้ตู้แช่น้ำนมแม่จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีในการเก็บรักษาน้ำนมให้มีคุณภาพอย่างยาวนานการเลือกตู้แช่นมแม่ค่อนข้างเป็นเรื่องหนักใจสำหรับหลายคน เพราะด้วยขนาดความจุและเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งบางบ้านอาจมีพื้นที่ไม่เพียงพอหรืออาจกังวลในเรื่องของไฟฟ้าที่ต้องใช้งาน แต่ในปัจจุบันก็มีตู้แช่ให้เลือกหลายแบบและหลายขนาดเช่นกัน บทความนี้เราจึงอยากจะมาแนะนำข้อสำคัญต่าง ๆ ในการเลือกซื้อตู้แช่นมแม่ รวมทั้งนำเสนอ 10 อันดับ ตู้แช่นมแม่จากหลากหลายแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากหลายครอบครัวค่ะ
    เด็ก
    3,186 จำนวนผู้อ่าน
  • Item Lists ยอดฮิต

    ค้นหาจากหมวดหมู่