10 อันดับ SD Card Reader ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2019

10 อันดับ SD Card Reader ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018

“SD Card Reader” อุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สามารถอ่านข้อมูลในการ์ดความจำ เช่น รูปภาพ ได้ง่ายดายยิ่งขึ้น ซึ่งมีประโยชน์มากในยุคที่เทคโนโลยีอยู่รอบตัวเราตลอดเวลาอย่างปัจจุบันนี้ แต่ถึงอย่างไรอย่างนั้น ทุกวันนี้ในอินเตอร์เน็ตกลับมีบทความแนะนำวิธีการเลือกซื้อ SD Card Reader และอันดับสินค้าที่น่าสนใจให้ผู้ที่สนใจศึกษาก่อนตัดสินใจซื้อน้อยมากเลยค่ะ ทำให้เพื่อนๆพลาดซื้อของที่ไม่มีคุณภาพ ซึ่งบางครั้งอาจร้ายแรงถึงขั้นทำให้ข้อมูลสูญหายเลยก็ได้ และเพื่อไม่ให้ชาว mybest ต้องประสบเหตุการณ์อย่างนั้น ในวันนี้ผู้เขียนได้รวบรวมข้อมูลที่จะช่วยให้การช็อปปิ้งของคุณเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาให้อ่านกันแล้วค่ะ

เริ่มแรกเรามาเรียนรู้ “วิธีการเลือก” ที่รวบรวมข้อมูลมาจากญี่ปุ่น เมืองที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีกันก่อน เพื่อให้เราเข้าใจคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์นี้กันมากขึ้น จากนั้นมาอ่าน “10 อันดับ สินค้ายอดฮิตที่น่าสนใจ” ซึ่งผ่านการเปรียบเทียบทั้งจากราคา, คุณสมบัติและรีวิว เพียงเท่านี้เพื่อนๆก็จะได้สินค้าที่มีคุณภาพแล้วค่ะ

สารบัญ

วิธีการเลือก SD Card Reader

หลายคนมักจะคิดว่าวิธีการเลือกผลิตภัณฑ์ IT คงไม่มีอะไรมาก เพราะไม่สามารถเช็คประสิทธิภาพได้หากไม่ลองใช้จริง นอกจากนี้ยังเคยชินกับความคิดที่ว่ารุ่นไหนๆก็เหมือนกันหมด แต่ในทางกลับกัน วิธีการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชนิดนี้มีหลายสิ่งที่ต้องคำนึงเลยค่ะ เช่น ระบบปฏิบัติการที่รองรับ, ความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลและรูปร่างหน้าตา ซึ่งจะมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง ตามมาอ่านได้จากด้านล่างนี้เลยค่ะ

ตรวจว่ารองรับระบบปฏิบัติการ, พอร์ต และการ์ดชนิดใดบ้าง

สิ่งแรกที่เพื่อนๆควรทราบคือ SD Card Reader แต่ละรุ่นมีความแตกต่างกันในเรื่องระบบปฏิบัติการ, พอร์ตและประเภทของการ์ดที่รองรับ เวลาซื้อจึงควรตรวจสอบให้ดีเสียก่อนว่าตรงตามความต้องการหรือไม่ โดยมีวีธีเช็คง่ายๆดังนี้

เช็คระบบปฏิบัติการเสียก่อน

เช็คระบบปฏิบัติการเสียก่อน

ระบบปฏิบัติการหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “OS” ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะแบ่งออกเป็นหลายชนิด เช่น “iOS” สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของ Apple, “Andriod” สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของ Samsung และบริษัทอื่นๆ, “Window” ของ Microsoft และ Mac ของ Apple (เฉพาะ Macbook) ซึ่งการเลือก SD Card Reader ที่ไม่รองรับ OS ของเครื่องนั้นๆ จะทำให้ไม่สามารถอ่านหรือถ่ายโอนข้อมูลได้

เช็คหัวเชื่อมต่อว่าเข้ากับอุปกรณ์ของเราไหม

เช็คหัวเชื่อมต่อว่าเข้ากับอุปกรณ์ของเราไหม

ใครที่สังเกตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆดีๆก็จะเห็นว่าแต่ละประเภทมีช่องพอร์ตที่แตกต่างกัน ทำให้ต้องการหัวเชื่อมต่อที่ต่างกันไปด้วย ก่อนการซื้อทุกครั้งจึงควรคำนึงที่จุดนี้ด้วยนะจ๊ะ เดี๋ยวจะพลาดซื้อมาแล้วเชื่อมต่อกันไม่ได้

โดยทั่วไปพอร์ตของ Smartphone คือ Micro USB Type B ส่วนอุปกรณ์จาก Apple เช่น MacBook, iPad จะใช้ USB Type C (USB-C) ดังนั้นเวลาเพื่อนๆเลือกซื้ออย่าลืมดูที่กล่องหรือคำอธิบายด้วยนะคะว่ามีคำนี้อยู่ไหม

ดูจำนวนของการ์ดที่รองรับ

ดูจำนวนของการ์ดที่รองรับ

ไม่ได้หมายความว่ารุ่นที่อ่านได้หลายการ์ดจะดีกว่านะคะ ต้องขึ้นอยู่กับความต้องการของเพื่อนๆด้วย ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นเกินความจำเป็น ซึ่งโดยทั่วไป SD Card จะสามารถใช้กับตัวอ่านได้ทุกรุ่น แต่ถ้า SDHC และ SDXC โดยเฉพาะชนิดสุดท้าย ต้องใช้ตัวอ่านที่รองรับการ์ดชนิดนี้เท่านั้น เพราะมีการเก็บข้อมูลและความเร็วในการถ่ายโอนที่มากกว่า

นอกจากนี้ สำหรับใครที่ชอบถ่ายโอนภาพจากมือถือหรือแท็บเล็ตจำนวนมาก แนะนำให้เลือกรุ่นที่รองรับการอ่าน microSD Card นะคะ อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้จะไม่เน้นรายละเอียดความคมชัดของไฟล์ภาพมากนัก หากต้องการเน้นคุณภาพและความคมชัดของภาพหรือมักถ่ายโอนภาพจากกล้องดิจิทัล แนะนำให้ใช้เป็นที่รองรับ SD Card จะเหมาะสมกว่าค่ะ

เช็คความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูล

สำหรับคนที่ต้องการใช้งานกับข้อมูลจำนวนมาก ควรใช้รุ่นที่มีอัตราการถ่ายโอนข้อมูลอย่างรวดเร็ว เช่น USB 3.0 ซึ่งสามารถถ่ายโอนได้เร็วถึง 5 Gbp ต่อวินาที อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้งานก็ควรรองรับ USB 3.0 เช่นเดียวกันด้วยนะคะ เพื่อให้ถ่ายโอนข้อมูลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพราะถ้าอุปกรณ์ของเรารองรับแค่ USB 2.0 อัตราการส่งข้อมูลก็จะถูกปรับให้ช้าลงตามไปด้วย แบบนี้ไม่คุ้มค่ากับสเปกแรงๆของ USB 3.0 แน่ๆ

เช็คอัตราการส่งข้อมูล Speed Class

เช็คอัตราการส่งข้อมูล Speed Class

ก่อนอื่นต้องอธิบายก่อนว่าหน่วยวัดความเร็วของ SD Card Reader คือ UHS Speed Class ซึ่งถูกแบ่งย่อยเป็น 3 ระดับ ตั้งแต่ U1 – U3 โดยมี Bus Speed เป็นหน่วยวัดค่าของ U1 – U3 อีกทีหนึ่ง ซึ่งแบ่งเป็น UHS-I กับ UHS-II ดังนั้นถ้าใครที่ต้องถ่ายโอนข้อมูลจำนวนมาก อย่างการ์ด SDHC และ SDXC แนะนำให้เลือกรุ่นที่มีค่า UHS เท่ากับ I เลยค่ะ เพราะจะเร็วกว่า ทำให้ประหยัดเวลาการทำงานไปได้

เลือกจากฟังก์ชั่นการใช้งานอื่นๆและสถานที่ที่ใช้งานเป็นหลัก

ดูเหมือนไม่สำคัญ แต่ลองจินตนาการว่าถ้าคุณต้องพกตัวอ่านที่ขนาดใหญ่เทอะทะ แถมยังมีสายยาวเหยียดไปใช้งานนอกสถานที่ ก็คงจะไม่สะดวกใช่ไหมคะ เช่นเดียวกับกรณีที่เชื่อมต่อกับ PC ก็ไม่ควรซื้อรุ่นไร้สายสำหรับพกพามา เพราะเมื่อเสียบกับช่อง USB อาจเกะกะหรือกินพื้นที่ช่องต่อสายอื่นๆ ทำให้ใช้งานไม่สะดวกได้ ดังนั้นขนาดและรูปร่างจึงเป็นอีกสิ่งที่ต้องคำนึงอย่างรอบคอบเลยเชียวค่ะ

ใช้งานได้หลายอย่าง เป็น Wifi Router ถ่ายโอนข้อมูลได้ทันที

ใช้งานได้หลายอย่าง เป็น Wifi Router ถ่ายโอนข้อมูลได้ทันที

ถ้าใครชอบถ่ายโอนข้อมูลจากมือถือ, แท็บเล็ต หรืออุปกรณ์อื่นๆ แนะนำให้ซื้อรุ่นที่เป็น Wifi Router ด้วยเลยค่ะ เพื่อการส่งข้อมูลแบบไร้สายและรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อเสียเล็กน้อย คือ ราคาค่อนข้างสูง แต่เมื่อเทียบกับคุณสมบัติอื่นๆแล้วก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยนะคะ

10 อันดับ SD Card Reader ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

ตอนนี้หลายคนคงรู้จักผลิตภัณฑ์นี้กันมากขึ้นแล้ว ลำดับต่อไปเราไปอ่านข้อมูลของสินค้าที่น่าสนใจกันดีกว่าค่ะ โดยผู้เขียนได้คัดเลือกเฉพาะรุ่นที่มีคุณภาพและใช้งานได้หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการของเพื่อนๆ โดยจะมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง ตามมาอ่านกันได้เลยค่ะ

10. Sandisk All-in-One USB 3.0

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 1,690 บาท

อ่านได้หลายการ์ด ถ่ายโอนข้อมูลบนมาตราฐาน USB 3.0

การ์ดรีดเดอร์รุ่นนี้สามารถอ่านการ์ดได้หลากหลาย เช่น SD, SDHC, SDXC (รวมไปถึงรุ่นที่มี UHS-I), microSD ทุกความจุ ทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ Window และ Mac ได้ โดยถ่ายโอนข้อมูลผ่านสาย Micro USB บนมาตราฐาน USB 3.0 ซึ่งมีอัตราในการส่งข้อมูลถึง 500MB/s  พร้อมใช้งานร่วมกับพอร์ต USB 2.0 ได้ ครอบคลุมได้หลากหลายอุปกรณ์ใช้งานเลยค่ะ

คนที่ใช้จริงรีวิวไว้ว่าสามารถอ่านข้อมูลได้ตรงตามสเปก แต่ส่วนของการ์ด CF อัตราความเร็วในการเขียนอาจจะต่ำกว่ามาตราฐานไปสักนิด อย่างไรก็ตามถ้าเพื่อนๆต้องการใช้อ่านการ์ด SD อย่างเดียว ข้อบกพร่องนี้ก็ไม่มีปัญหาค่ะ

9. Kingston Mobilelite Wireless G3

9. Kingston Mobilelite Wireless G3

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 3,290 บาท

รองรับหลายระบบปฏิบัติการ ถ่ายโอนข้อมูลผ่าน Wifi เป็น Power Bank ในตัว

สำหรับรุ่นนี้ความพิเศษอยู่ที่ฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย เพราะเป็นได้ทั้งตัวอ่าน USB และ Power Bank ในตัว โดยรองรับการอ่านการ์ดประเภท SDHC และ SDXC เพียงแค่เชื่อมต่ออุปกรณ์ผ่านสาย Micro USB (บนมาตราฐาน USB 2.0) หรือ Wifi ac 5GHz และ b/g/n 2.4GHz แถมยังแชร์ข้อมูลได้หลายเครื่องพร้อมกัน รองรับทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ที่สำคัญมีประกันถึง 2 ปีเลยค่ะ

ข้อเสียเล็กน้อย คือ ราคาค่อนข้างสูงและตัวเครื่องมีน้ำหนักมากเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นๆ แต่ถ้าใครต้องพก Card Reader ไปใช้นอกสถานที่บ่อยๆหรือต้องการความครบครันตอบโจทย์หมดในเครื่องเดียว รุ่นนี้ก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยค่ะ

8. Apacer Card Reader AM404 USB 2.0

8. Apacer Card Reader AM404 USB 2.0

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 306 บาท

อ่านได้หลายการ์ด รองรับหลายระบบปฏิบัติการและมีไฟ LED บอกสถานะ

มาต่อกันที่รุ่นนี้ สามารถอ่านได้หลายการ์ด เช่น SD, SDHC, SDXC, Memory Stick PRO, Memory Stick Duo และ microSD ฯลฯ เชื่อมต่อผ่านสาย USB บนมาตราฐาน USB 2.0 ด้วยอัตราในการถ่ายโอนข้อมูล 480 Mbps และรองรับระบบปฏิบัติการ Window, Mac และ Linux นอกจากนี้ยังมีระบบไฟ LED เป็นสัญญาณบอกสถานะการทำงานต่างๆอีกด้วย

แพ็กเกจของรุ่นนี้ถูกดีไซน์ให้มีขนาดกะทัดรัดเพียง 8.3×4.8×1.5 ซม. และหนัก 70 กรัม จึงเหมาะกับการพกพาไปใช้นอกสถานที่หรือเชื่อมต่อกับโน้ตบุ๊ก อย่างไรก็ตาม บางคนยังบ่นว่าเขียนช้าเล็กน้อยนะคะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องดูคุณสมบัติของการ์ดเองด้วย

7. Oker All in one USB Card Reader 2.0 C-09

7. Oker All in one USB Card Reader 2.0 C-09

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 98 บาท

ขนาดกะทัดรัด พกพาสะดวก เหมาะกับเหล่าผู้ใช้งานระบบปฏิบัติการ Window

ใครที่กำลังมองหาตัวอ่านขนาดกะทัดรัดที่สามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้ต้องรีบมาอ่านข้อมูลรุ่นนี้เลยค่ะ ด้วยขนาดเพียง 6.84×2.2×1.6 ซม. ทำให้เปลืองพื้นที่ในการเก็บน้อยและยังมีน้ำหนักเบา พร้อมอ่านได้หลายการ์ด รองรับระบบปฏิบัติการ Window โดยมีมาตราฐานถ่ายโอนข้อมูล USB 2.0 ซึ่งมีอัตราเร็วอยู่ที่ 480 Mbps

แม้ภายนอกจะดูธรรมดา ดีไซน์ไม่หรูหรา แต่รุ่นนี้เขาก็มาพร้อมลูกเล่นอย่างช่องเก็บสายต่อ USB ข้างหลังตัวเครื่องด้วยนะคะ ทำให้จัดเก็บได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องคอยม้วนพันสายให้ยุ่งยาก อย่างไรก็ตาม บางคนก็บ่นว่ารุ่นนี้เขียนข้อมูลได้ช้าสักนิดนึง แต่ขึ้นอยู่กับการ์ดที่เราใช้ด้วยว่าเหมาะกับการทำงานของเครื่องหรือเปล่า

6. Seenda 3-in-1 USB C/USB 3.0/Micro-USB Adapter Card Reader Ihub-10B

7. Seenda 3-in-1 USB C/USB 3.0/Micro-USB Adapter Card Reader Ihub-10B

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 270 บาท

กะทัดรัด อ่านได้หลายการ์ด ถ่ายโอนได้รวดเร็วด้วย USB 3.0

เป็นอีกรุ่นที่จิ๋วแต่แจ๋วจริงๆค่ะ โดยรุ่นนี้สามารถอ่านการ์ดได้หลายประเภท ได้แก่ SD, SDXC, SDHC และ Micro SD ผ่านการเชื่อมต่อ USB C, USB 3.0 (อัตราในการถ่ายโอนข้อมูล 5Gb/s) และ Micro-USB โดยรองรับระบบปฏิบัติการ Window, Andriod และ Mac นอกจากนี้ยังมีระบบ Plug and Play ช่วยให้อุปกรณ์เชื่อมต่อกันง่ายขึ้น

สำหรับแพ็กเกจของรุ่นนี้ ถูกดีไซน์ให้คล้ายกับแฟลชไดฟ์ โดยมีขนาด 7.5×2.2×1.1 ซม.และหนักเพียง 0.52 ออนซ์ จึงช่วยให้พกพาและเก็บรักษาสะดวก ซึ่งหลายคนที่ใช้ต่างชื่นชอบในคุณภาพที่สมราคา

5. Kingston Mobile Lite G4

5. Kingston Mobile Lite G4

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 369 บาท

อ่านการ์ดได้หลากหลายทั้ง UHS-II และ UHS-I  และถ่ายโอนข้อมูลรวดเร็วด้วย USB 3.0

Card Reader รุ่นนี้สามารถอ่านได้ทั้ง SD, SDHC, SDXC, UHS-II และ microSD, SDHC, SDXC, UHS-I โดยเชื่อมต่อด้วยหัว USB 3.0 (ใช้งานร่วมกับพอร์ต USB 2.0 ได้)และรองรับระบบปฏิบัติการ Window, Mac, Linux และ Chrome นอกจากนี้ยังมีขนาดกะทัดรัดเพียง 5.2×3.3×0.9 ซม. ทำให้สะดวกต่อการพกพาและใช้งาน เหมาะกับทุกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รวมไปถึงกล้องดิจิทัลต่างๆ เพราะมี Adapter แถมมาในกล่องให้ด้วย

มาดูเรื่องดีไซน์ของรุ่นนี้กันบ้าง แพ็กเกจจับดึงเข้าออกถนัดมือ มาในสีสันเมทัลลิคสุดทันสมัย ซึ่งหลายคนที่ใช้จริงต่างบอกว่าคุณภาพตรงตามสเปก จึงเป็นอีกรุ่นที่ควรค่าแก่การซื้อมากทีเดียวค่ะ

4. Transcend USB3.1 All-In-One

4. Transcend USB3.1 All-In-One

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 599 บาท

อ่านได้หลายการ์ด ถ่ายโอนรวดเร็วด้วย USB 3.1

รุ่นนี้อ่านได้ทั้ง SD, microSD, CompactFlash และ Memory Stick โดยรองรับ UHS-II และ UHS-I เชื่อมต่อด้วยสาย USB บนมาตราฐาน USB 3.1 ทำให้อัตราการอ่านข้อมูลได้สูงสุดถึง 260MB/s และเขียนถึง 190MB/s พร้อมรองรับระบบปฏิบัติการ Window, Mac และ Linux นอกจากนี้ยังมีใบรับประกัน 2 ปี เป็นเครื่องการันตีคุณภาพ

แพ็กเกจของรุ่นนี้มีขนาด 6.7×4.5×1.5 ซม. และหนักเพียง 32 กรัม จึงเหมาะกับการพกพาอย่างยิ่ง โดยผู้ที่ใช้จริงหลายคนต่างชื่นชอบประสิทธิภาพที่ตรงตามสเปกและที่สำคัญยังปลอดภัย ข้อมูลไม่สูญหายอีกด้วย

3. Kingston USB microSD/SDHC/SDXC

3. Kingston USB microSD/SDHC/SDXC

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 139 บาท

ใช้งานได้ตรงตามสเปกและปลอดภัย ที่สำคัญยังพกพาง่าย

ตัวอ่านที่สามารถใช้ได้ทั้ง microSD, microSDHC, microSDXC โดยรองรับมาตราฐาน USB 2.0 ซึ่งสามารถเสียบต่อกับพอร์ต USB 2.0 หรือ 3.0 ได้ง่ายๆ (อัตราเร็วสูงสุดของ USB 2.0) และรองรับหลายระบบปฏิบัติการทั้ง Window, Mac, Linux และ Chrome นอกจากนี้ยังมีขนาดกะทัดรัด 2.5×1.2×0.2 ซม.และน้ำหนักเบาเพียง 3.8 กรัม จึงเหมาะกับการพกพาไปใช้นอกสถานที่

หลายคนรีวิวไว้ว่าสินค้าทำงานได้ตรงตามสเปก ปลอดภัย ที่สำคัญราคาไม่แพง จึงไม่น่าแปลกใจที่ใครๆต่างก็เลือกใช้

2. Transcend RDF5 SD & Micro SD USB3.0

2. Transcend RDF5 SD & Micro SD USB3.0

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 279 บาท

ขนาดเล็กพกพาสะดวกและใช้งานง่าย อีกทั้งยังถ่ายโอนรวดเร็วด้วย USB 3.0

อีกหนุ่งรุ่นที่เหมาะกับคนใช้ PC และโดยเฉพาะโน้ตบุ๊ก เพราะรูปทรงคล้ายแฟลชไดฟ์ มีขนาดเล็ก 5.6×2.4×0.8 ซม. และหนักแค่ 18 กรัม พกพาสะดวกและประหยัดพื้นที่ในการทำงาน โดยอ่านได้ทั้ง SD และ microSD Card พร้อมรองรับ SDHC (UHS-I), SDXC (UHS-I), microSDHC (UHS-I) และ microSDXC (UHS-I) ซึ่งสามารถทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ Window, Mac และ Linux โดยเชื่อมต่อข้อมูลบนมาตราฐาน USB 3.0 ทำให้อัตราการถ่ายโอนข้อมูลรวดเร็ว

นอกจากนี้ยังมีหลายสีให้เลือกซื้อ ยิ่งช่วยเพิ่มสีสันในการทำงาน ซึ่งหลายคนที่ใช้จริงต่างบอกว่าถ่ายโอนข้อมูลได้ตรงตามสเปกและที่สำคัญยังปลอดภัยอีกด้วย

1. Ugreen USB 3.0 Card Reader With OTG

1. Ugreen USB 3.0 Card Reader With OTG

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 293 บาท

อ่านได้หลายการ์ด รองรับแทบทุกระบบปฏิบัติการ รวดเร็วด้วย USB 3.0

ต้องบอกว่ารุ่นนี้ได้รับความนิยมมากทีเดียวค่ะ เพราะเต็มไปด้วยความสามารถอ่านได้ทั้ง SD และ microSD พร้อมรองรับ SDXC, SDHC, TF, Micro SDXC และ Micro SDHC  ซึ่งเชื่อมต่อผ่านสาย USB บนมาตราฐาน USB 3.0 ที่มีอัตราความเร็วสูงสุดถึง 5Gbps อีกทั้งยังทำงานได้กับแทบทุกระบบปฏิบัติการ Window, Mac, Linux, Chrome นอกจากนี้ยังมีระบบ Plug&Play ทำให้อุปกรณ์เชื่อมต่อกันง่ายขึ้นอีกด้วย

ส่วนแพ็กเกจของรุ่นนี้ แม้จะดูเหมือนเทอะทะ แต่กะทัดรัดมากกว่าที่คิดค่ะ ด้วยขนาด 3.6x5x1.3 ซม. ทำให้พกพาสะดวกและเก็บรักษาง่าย ซึ่งเมื่อใช้จริงแล้ว หลายคนบอกว่าคุณภาพสมราคา

บทส่งท้าย

ใครที่เคยปวดหัวกับการเลือกซื้อ SD Card Reader หรือได้ของที่ไม่มีคุณภาพมาก่อน ลองนำวิธีการเลือกที่เราแนะนำไปปรับใช้ดูนะคะ ซึ่งทำตามได้ง่ายแสนง่าย เพียงแค่คำนึงถึงระบบปฎิบัติการ, หัวเชื่อมต่อ, ชนิดของการ์ดที่รองรับ, ความเร็วในการเชื่อมต่อ และฟังก์ชั่นอื่นๆที่เอื้อต่อการใช้งาน เพียงเท่านี้คุณก็จะได้สินค้าที่ถูกใจแล้วค่ะ

นอกจากนี้ อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญ คือ การเก็บรักษา เพราะบางรุ่นก็มีขนาดเล็ก อาจหล่นหายได้ง่าย นอกจากนี้ยังควรระวังการใช้งานที่ผิดวิธี เช่น เสียบหรือดึงสายเชื่อมต่อแรงเกินไป ทำให้อุปกรณ์ชำรุด หรือสัมผัสกับน้ำ ซึ่งสามารถสร้างความเสียหายให้กับตัวอ่านของเราได้