10 อันดับ หูฟัง Bluetooth SONY รุ่นไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2019

10 อันดับ หูฟัง Bluetooth SONY ยอดฮิตขายดีที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018

เพื่อนๆ เคยเป็นกันไหมคะ หูฟังแบบแจ็คที่ใช้อยู่สายระโยงระยางน่ารำคาญ เวลาเก็บก็ยุ่งยาก ดีไม่ดียังจะพันกันยุ่งเหยิงอีก แถมไม่กันเหงื่อและไม่มีฟังก์ชันตัดเสียงรบกวน นอกจากนี้ยังใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้ไม่กี่อย่าง ทำให้การใช้งานขณะเดินทางหรือออกกำลังกายติดขัดไม่สะดวก ถ้าใครเบื่อปัญหาเหล่านี้ล่ะก็ วันนี้เราขอแนะนำให้รู้จักกับ “หูฟัง Bluetooth ” และเมื่อพูดถึงผลิตภัณฑ์นี้ แบรนด์ที่โดดเด่นมากที่สุดก็คือ “SONY” เพราะเป็นผู้นำในเรื่องเสียง และหลายปีมานี้ได้พัฒนาสินค้าออกมามากมายหลายรุ่นให้เลือกซื้อ

แน่นอนว่าการซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด สิ่งแรกที่ทุกคนควรจะรู้คือ “วิธีการเลือก” เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีระบบและเทคโนโลยีที่ซับซ้อน ถ้าเราไม่เข้าใจการทำงานของมัน ก็ยากที่จะซื้อสินค้าได้ตรงตามความต้องการของตัวเอง นอกจากนี้อีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ “10 อันดับสินค้ายอดฮิตขายดี” ที่ผ่านการเปรียบเทียบทั้งจากราคา, คุณสมบัติ และรีวิว เพื่อให้ได้รุ่นที่มีคุณภาพมากที่สุด ซึ่งจะมีเนื้อหาอย่างไรบ้าง ตามมาอ่านกันเลยค่ะ

สารบัญ

วิธีการเลือกหูฟัง Bluetooth SONY

สำหรับใครที่เพิ่งซื้อสินค้านี้เป็นครั้งแรก หรือยังไม่เคยศึกษาวิธีการเลือกอย่างจริงจัง แนะนำให้อ่านข้อมูลด้านล่างนี้อย่างละเอียดเลยค่ะ เพราะมีสิ่งที่ต้องคำนึงหลายอย่าง และตามที่เราได้เกริ่นในตอนต้น SONY ได้ผลิตออกมาหลายรุ่น ซึ่งแต่ละรุ่นเหมาะกับการใช้งานที่ต่างกัน แต่ถ้าจะให้เพื่อนๆไปนั่งอ่านกันเองทั้งหมดก็กลัวว่าจะเข้าใจยากและไม่ทันใจกัน วันนี้ผู้เขียนจึงรวบรวมมาให้แล้ว

เลือกจากระยะเวลาของแบตเตอรี่

เลือกจากระยะเวลาของแบตเตอรี่

ปกติแล้ว ถ้าเราใช้หูฟังแบบแจ็คก็ไม่จำเป็นที่จะต้องชาร์จไฟให้ใช่ไหมคะ เพราะผลิตภัณฑ์ได้รับพลังงานผ่านแจ็คแทน แต่กรณีของหูฟังบลูทูธทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะไม่มีแจ็คเชื่อมต่อ จึงจำเป็นต้องมีแบตเตอรี่เป็นของตัวเอง ดังนั้นระยะเวลาที่สามารถใช้งานได้จึงขึ้นอยู่กับความอึดของแบตฯ

โดยทั่วไป ผลิตภัณฑ์ของ SONY ถ้าชาร์จแบตฯจนเต็มจะใช้งานอย่างต่อเนื่องได้สูงสุด 7-9 ชั่วโมงเลยทีเดียวค่ะ และสามารถอยู่ในโหมดสแตนด์บายได้อีก 100-200 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาที่ใช้งานต่อครั้งก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้แบตฯลดลงด้วยนะคะ เพื่อนๆจึงควรใส่ใจเรื่องนี้ด้วย

ส่วนการชาร์จแบตฯจะใช้สาย USB ทั่วไปในการชาร์จ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 2-2.5 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับรุ่นนั้นๆ โดยสามารถ Recharge ได้เหมือนสมาร์ทโฟนทั่วไป

อย่าลืมเช็คเวอร์ชันของ Bluetooth

อย่าลืมเช็คเวอร์ชั่นของ Bluetooth

Bluetooth คือ เทคโนโลยีหนึ่งที่ช่วยส่งผ่านข้อมูลแบบไร้สายภายใต้ระยะการเชื่อมต่อที่เป็นไปตามเงื่อนไข โดยมีหลายเวอร์ชั่น อย่างหูฟังจะมีตั้งแต่เวอร์ชั่นที่ 1.1-4.2 ซึ่งความแตกต่างนี้จะส่งผลต่อคุณภาพของไฟล์เสียงและอัตราเร็วในการส่งข้อมูล

สำหรับสินค้าจากแบรนด์ SONY จะมีเวอร์ชั่นมาตราฐานตั้งแต่ 3.0-4.1 ซึ่งให้คุณภาพเสียงที่ไม่แตกต่างกันมากนัก อย่างไรก็ตาม สำหรับใครที่อยากประหยัดพลังงานของแบตเตอรี่ แนะนำให้ใช้รุ่นที่มีเวอร์ชั่น 4.1 แทนนะคะ

ซื้อรุ่นที่รองรับระบบ High Resolution Audio (Hi-Res)

ซื้อรุ่นที่รองรับระบบ High Resolution Audio (Hi-Res)

เสียง Hi-Res คือ เสียงที่มีความละเอียดสูงเหนือกว่ามาตรฐาน Audio ของ CD ถึง 6.5 เท่า ทำให้สามารถเพิ่มสุนทรียภาพในการรับฟังได้มากกว่า ซึ่งบริษัท SONY เองก็ผลิตสินค้าที่รองรับไฟล์เสียงนี้ออกมามากมาย โดยใช้โลโก้ Hi-Res Audio เป็นตัวบ่งบอก ซึ่งสินค้าที่ได้รับการรับรองดังกล่าวจะรองรับความถี่ที่ 40 kHz ขึ้นไป และความละเอียดที่ 24-bit, 96 kHz ดังนั้นใครที่อยากดื่มด่ำกับเสียงเพลงมากเป็นพิเศษแนะนำให้เลือกรุ่นที่มีตรา Hi-Res Audio นี้นะคะ แต่อย่าลืมว่าอุปกรณ์ที่คุณเชื่อมต่อจะต้องรองรับระบบเสียงดังกล่าวได้ด้วย

ดูว่ารองรับ LDAC หรือไม่

ดูว่ารองรับ LDAC หรือไม่

หลายคนอาจจะยังไม่ค่อยคุ้นหูกับเทคโนโลยีการบีบอัดไฟล์เสียงนี้กันเท่าไร เพราะ SONY เพิ่งพัฒนาออกมาได้ไม่นาน โดยเทคโนโลยีนี้ทำให้สามารถส่งสัญญาณเสียงความละเอียดระดับ Hi-Res ผ่าน Bluetooth ได้รวดเร็วกว่าปกติถึง 3 เท่า ดังนั้นเช่นเคย ใครที่ต้องการความคมชัดและความละเอียดในการรับฟัง เลือกรุ่นที่รองรับ LDAC เลยนะคะ

10 อันดับ หูฟัง Bluetooth SONY รุ่นไหนดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

เห็นไหมคะว่าการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์นี้ไม่ยากเลย และเพื่อไม่เป็นการเสียงเวลา เราไปอ่านข้อมูลของสินค้าที่น่าสนใจกันเลยดีกว่า โดยควรเลือกให้เหมาะกับการใช้งานของตัวเองนะคะ เพราะบางครั้งเราอาจไม่ได้ต้องการรุ่นที่สเปกสูงและมีราคาแพงขนาดนั้นก็ได้

10. Sony Wireless Headphones WF-1000x

10. Sony Wireless Headphones WF-1000x

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 7,050 บาท

ดีไซน์กะทัดรัดกระชับเข้ากับหู มีโหมดปรับแต่งเสียงตามการใช้งาน

ใครที่มีงบค่อนข้างสูง แนะนำให้ลองรุ่นนี้เลยค่ะ เพราะด้วยดีไซน์ที่กะทัดรัดและเข้ากับสรีระของมนุษย์จึงสวมใส่ได้กระชับ ซึ่งมาพร้อมกับไดรเวอร์ขนาด 6 มม. ให้เสียงที่ละเอียดปราศจากเสียงรบกวน แต่ไม่ต้องกังวลว่าคุณจะพลาดเสียงสิ่งแวดล้อมภายนอก เพราะมีเทคโนโลยี Sense engine เพื่อปรับแต่งเสียงตามแบบของคุณ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันรับสายโทรศัพท์มาอีกด้วย แบตเตอรี่ใช้งานได้นานถึง 9 ชั่วโมง โดยคุณสามารถเปิด/ปิดการใช้งานแบตเตอรี่ได้

อย่างไรก็ตาม คุณเขาก็มีข้อเสียอยู่บ้างค่ะ คือ เวลาเดินไปในที่ที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เยอะๆ จะถูกคลื่นรบกวนได้ง่าย และระบบของหูฟังไม่ค่อยเสถียร ต้องอัพเดทซอฟท์แวร์เพิ่มเติม ซึ่งอาจทำให้ยุ่งยากขึ้น

9. Sony In Ear Headphones WI-SP600N

9. Sony In Ear Headphones WI-SP600N

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 4,111 บาท

เทคโนโลยี EXTRA BASS ให้เสียงเบสที่หนักแน่นและกันเหงื่อถึงระดับ IPX4

อีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth ได้แล้ว ยังมีเทคโนโลยี NFC ที่ทำให้การเชื่อมต่อรวดเร็วขึ้น มาพร้อมกับเทคโนโลยี Digital Noise Cancelling ปิดกั้นเสียงรบกวนอื่นๆ ขณะเดียวกันก็มีโหมดเสียงรอบข้าง ช่วยให้คุณรับรู้สภาพแวดล้อมรอบตัวไปด้วย และยังมีคุณสมบัติกันเหงื่อถึงระดับ IPX4 จึงเหมาะกับการใส่ขณะออกกำลังกาย โดยสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องถึง 6 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังสามารถรับสายโทรศัพท์ได้อีกด้วย

มาดูคุณภาพเสียงของรุ่นนี้กันบ้าง มีเทคโนโลยี EXTRA BASS™ ทำให้เสียงต่ำหนักแน่น กระตุ้นให้กระตือรือร้น ซึ่งหลายคนที่ใช้จริงต่างชื่นชอบ แต่ตัว Controller ค่อนข้างหนัก ทำให้ตัวหูฟังไม่กระชับกับหูเท่าที่ควร แต่ถ้าไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกายมาก รุ่นนี้ถือว่าน่าสนใจทีเดียวค่ะ

8. Sony In Ear Headphones WI-C300

10. Sony In Ear Headphones WI-C300

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 1,990 บาท

มาพร้อมการเชื่อมต่อแบบ NFC และฟังก์ชันการโทรแฮนด์ฟรี

สำหรับรุ่นนี้มีคุณสมบัติเด่นมากมายเลยค่ะ เช่น เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ด้วย NFC และ Bluetooth (4.2), แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ถึง 8 ชั่วโมง, สตรีมเพลงได้คุณภาพเสียงชัดเจนด้วยไดรเวอร์ 9 มม., สามารถรับสายและพูดคุยโทรศัพท์ได้, ดีไซน์รับกับสรีระของมนุษย์ ช่วยให้ใส่สบาย และมีสีให้เลือกมากมาย

ด้านการใช้งานของรุ่นนี้สามารถตอบสนองความถี่ 20Hz – 20,000Hz จึงเก็บเสียงเบสได้อย่างพอเหมาะ ฟังเพลงได้หลากหลายแนว เน้นการใช้งานพื้นฐาน อย่างไรก็ตามยังมีข้อเสียอยู่บ้าง คือ ตัดเสียงรบกวนได้ไม่ค่อยดีและสายหูฟังค่อนข้างจะเล็ก ทำให้ไม่คงทน

7. Sony In Ear Headphones EXTRA BASS™ MDR-XB70BT

7. Sony In Ear Headphones EXTRA BASS™ MDR-XB70BT

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 3,990 บาท

เสียงแบบ EXTRA BASS™ หนักแน่นเก็บทุกบีท ดีไซน์เก๋ น้ำหนักเบา

ต้องบอกก่อนว่ารุ่นนี้เขามีฝาแฝดที่ชื่อคล้ายกับเขาอีกหนึ่งรุ่นค่ะ แต่คุณสมบัติและราคาต่างกันเล็กน้อย โดยรุ่นนี้จะเน้นดีไซน์เรียบหรูน้ำหนักเบา ทำให้การใช้งานของคุณสะดวกมากขึ้น มาพร้อมกับเสียงแบบ EXTRA BASS™ ที่ช่วยให้การฟังเพลงสนุกและเร้าใจมากขึ้น อีกทั้งยังมีรีโมทและไมค์ช่วยให้การสนทนาและฟังเพลงมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้แบตเตอรี่ยังใช้งานได้ยาวนานถึง 9 ชั่วโมง

สำหรับผลลัพธ์การใช้จริง รุ่นนี้ตอบสนองความถี่ตั้งแต่ 4 Hz-24,000 Hz เสียงเบสจึงหนักแน่น ใครที่ชอบฟังเพลง Rock, EDM หรือ Hip-Hop อย่าพลาดรุ่นนี้เชียวค่ะ

6. Sony In Ear Headphones WI-C400

6. Sony In Ear Headphones WI-C400

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 1,990 บาท

ดีไซน์สำหรับการเดินทางโดยเฉพาะ พร้อมแบตเตอรี่อึด 20 ชั่วโมง

ใครที่ตามหาหูฟังที่แบตเตอรี่อึด ใช้งานได้ข้ามวันข้ามคืน รุ่นนี้ตอบโจทย์คุณได้ดีเลยค่ะ เพราะคุณเขาสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องถึง 20 ชั่วโมง แถมยังมีดีไซน์ที่รองรับการฟังเพลงขณะเดินทาง ซึ่งมาพร้อมกับคุณสมบัติอื่นๆ เช่น เชื่อมต่อด้วย Bluetooth และ NFC, เสียงไดนามิกด้วยไดรเวอร์ขนาด 9 มม. และระบบสั่นเมื่อสายเข้า ช่วยให้คุณไม่พลาดการสนทนากับสายสำคัญ

ความสามารถในการตอบสนองความถี่ของรุ่นนี้เริ่มตั้งแต่ 8 Hz-22,000 Hz เสียงเบสจึงค่อนข้างหนักแน่น เพิ่มอรรถรสในการฟังเพลงให้เร้าใจมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามรุ่นนี้ไม่กันเหงื่อหรือละอองน้ำเล็กๆนะคะ ใครที่จะใช้ออกกำลังกายหรือตอนเจอฝนปรอยๆอาจต้องมองหารุ่นอื่น

5. Sony In Ear Headphones WI-SP500

5. Sony In Ear Headphones WI-SP500

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 2,990 บาท

เหมาะสำหรับการออกกำลังกาย กันน้ำระดับ IPX4 และมีเทคโนโลยี NFC

รุ่นนี้เหมาะสำหรับการใส่ขณะออกกำลังกาย ด้วยดีไซน์ที่กะทัดรัด, น้ำหนักเบาและกระชับเข้ากับรูหูพอดี จึงไม่เป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหว มาพร้อมกับคุณสมบัติเด่นๆมากมาย เช่น เชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ง่ายด้วย NFC, ไดรเวอร์ประเภทโอเพน ทำให้คุณได้ยินเสียงที่เกิดขึ้นรอบตัวแต่ช่วยลดเสียงที่รบกวน, กันน้ำระดับ IPX4 และรองรับการโทรแฮนด์ฟรี นอกจากนี้แบตเตอรี่ยังอึดถึง 8 ชั่วโมง โดยมีหลายสีให้เลือกสี

หลายคนที่ใช้ต่างชื่นชอบในคุณภาพเสียงที่สามารถตอบสนองความถี่ได้ตั้งแต่ 20 Hz – 20,000 Hz อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้ไม่เหมาะกับการออกกำลังหนักน่วงเท่าไรนะคะ เพราะหูฟังอาจจะหลุดได้

4. Sony Mono Bluetooth® MBH20

4. Sony Mono Bluetooth® MBH20

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 990 บาท

เน้นสนทนาสูงสุงถึง 7 ชั่วโมง มาพร้อมดีไซน์ช่วยถนอมใบหู

มาถึงรุ่นที่ราคาย่อมเยากันหน่อย จุดเด่นของรุ่นนี้จะเน้น “การสนทนา” สามารถใช้ได้อย่างต่อเนื่อง 7 ชั่วโมง อยู่ในโหมดสแตนด์บายได้นานถึง 300 ชั่วโมง และเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ง่ายด้วย Bluetooth 3.0 พร้อมดีไซน์ที่ช่วยถนอมใบหูเมื่อใส่เป็นเวลานาน มีน้ำหนักเบา นอกจากนี้ยังมีหลายสีให้เลือกและมีใบประกันถึง 1 ปีอีกด้วย

เสียงส่วนใหญ่ค่อนข้างชอบ เพราะใช้สนทนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่แนะนำสักนิดว่า ตอนเชื่อมต่อกันครั้งแรกให้กดค้างไว้สักประมาณ 8 วินาที รอจนสมาร์ทโฟนหาหูฟังเจอนะคะแล้วถึงจะใช้งานได้

3. Sony Bluetooth Handset With Speaker SBH56

3. Sony Bluetooth Handset With Speaker SBH56

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 1,990 บาท

เน้นสนทนาธุรกิจและพบปะลูกค้า มาพร้อมรีโมทคอนโทรลกล้องถ่ายรูป

อีกหนึ่งรุ่นที่เน้นการสนทนามากกว่าฟังเพลง คุณสมบัติของรุ่นนี้จึงมีฟังก์ชันคุยและฟังผ่านลำโพงโดยไม่ตัดเสียงรอบตัว มาพร้อมรีโมทคอนโทรลกล้อง ช่วยให้คุณถ่ายเซลฟี่ได้โดยไม่ต้องจับสมาร์ทโฟน ดีไซน์เก๋มีคลิปหนีบกับปกเสื้อ ทำให้คุณดูภูมิฐานมากกว่ารุ่นอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี NFC สามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ได้ง่ายเพียงแค่สัมผัส

หลายคนที่ใช้จริงต่างชื่นชอบในประสิทธิภาพ คุณภาพเสียงดี, เชื่อมต่อง่าย, สัญญาณค่อนข้างเสถียรและแบตเตอรี่ทนทาน เหมาะกับการใช้เพื่อสนทนาธุรกิจ

2. Sony Wireless Headphones WF-SP700N

2. Sony Wireless Headphones WF-SP700N

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 6,490 บาท

เน้นฟังเพลงขณะออกกำลังกาย กันน้ำได้ระดับ IPX4 และดีไซน์กระชับหู

น้องหูฟังที่หน้าตาเหมือนเมล็ดถั่วรุ่นนี้มีคุณสมบัติการใช้งานโดดเด่นไม่แพ้รุ่นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นโหมดที่รองรับทั้งการใช้งานแบบป้องกันเสียงรบกวนและได้ยินเสียงรอบข้าง พร้อมกับเชื่อมต่อได้ง่ายด้วย NFC และมีดีไซน์เหมาะกับการเคลื่อนไหว นอกจากนี้ยังกันน้ำระดับ IPX4 และสามารถใช้สนทนาโทรศัพท์ได้ โดยใช้งานได้อย่างต่อเนื่องถึง 9 ชั่วโมง เหมาะกับการฟังเพลงขณะเดินทางหรือออกกำลังกาย

ผลลัพธ์หลังการใช้ คุณภาพเสียงดี ตอบสนองความถี่ได้ตั้งแต่ 20Hz – 20,000Hz มีน้ำหนักเบาและเกาะยึดหูได้กระชับ จึงไม่น่าแปลกใจที่ทำไมหลายคนถึงเลือกซื้อ

1. Sony In Ear Headphones EXTRA BASS™ MDR-XB50BS

1. Sony In Ear Headphones EXTRA BASS™ MDR-XB50BS

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 2,880 บาท

เสียง EXTRA BASS™ เพิ่มความกระหึ่มและมีคุณสมบัติกันน้ำ IPX4

มาถึงอันดับที่ทุกคนรอคอย สาเหตุที่ขึ้นมาเป็นอันดับที่ 1 เพราะคุณภาพที่ตอบโจทย์การใช้งานโดยทั่วไปของคนส่วนใหญ่ และราคาที่เมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆแล้วถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ โดยมาพร้อมคุณสมบัติเด่นๆ เช่น เสียง EXTRA BASS™ ช่วยเพิ่มความตื่นเต้นในการฟังเพลง, กันน้ำระดับ IPX4, ใช้งานสูงสุดได้นาน 8 ชั่วโมง, มีไมโครโฟนสำหรับสนทนาโทรศัพท์ และดีไซน์ช่วยยึดเกาะกับหู

มาดูคุณภาพเสียงกันบ้าง สามารถตอบสนองความถี่ได้ตั้งแต่ 4 Hz- 24,000 Hz เสียงเบสจึงหนักแน่น ชาว Rock, EDM และ Hip-Hop จะต้องชื่นชอบ และยังสามารถใส่ออกกำลังกายได้สบายๆ

บทส่งท้าย

ก่อนจะเปิดบทความเข้ามาอ่าน หลายคนคงตั้งคำถามว่า “ทำไมต้อง SONY” เพราะยังมีบริษัทเครื่องเสียงยักษ์ใหญ่อีกมากมายที่ผลิตหูฟัง Bluetooth ออกมา แต่เมื่ออ่านวิธีการเลือกแล้ว เชื่อว่าหลายคนคงเข้าใจกันมากขึ้น ซึ่งทุกปัจจัยที่เรานำเสนอนั้นไม่ได้หมายความว่าทุกรุ่นจะต้องมีนะคะ ขึ้นอยู่กับความต้องการของเรา ถ้าเพิ่งลองเล่นหูฟัง ยังไม่อยากทุ่มทุนซื้อคู่ราคาครึ่งหมื่นก็ซื้อรุ่นที่สเปกต่ำลงมาก็ได้

สำหรับวันนี้ ผู้เขียนคงต้องลากันไปก่อน จะต้องไปหาซื้อหูฟังคุณภาพของ SONY มาใช้บ้างแล้ว ถ้าใครชื่นชอบบทความนี้อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนๆ อ่านกันนะคะ ไว้เจอกันใหม่ในบทความหน้า

Popular Posts