10 อันดับ น้ำมันใส่ผม ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2019

10 อันดับ น้ำมันใส่ผม ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018

เมื่อก่อนผู้เขียนก็เป็นอีกคนหนึ่งที่คิดว่าการบำรุงเส้นผมด้วยแชมพูและครีมนวดก็น่าจะเพียงพอแล้ว เพราะด้วยความที่ตัวเราก็เป็นคนมีสุขภาพเส้นผมดีในระดับหนึ่ง บวกกับพื้นฐานที่เป็นคนผมมันด้วย เลยไม่ชายตามองน้องน้ำมันใส่ผมเลยเลยค่ะ แต่เมื่อไม่นานมานี้ ญาติของผู้เขียนได้ซื้อผลิตภัณฑ์มาใหม่ เราที่ไม่อยากรู้อยากเห็นเสียเท่าไรเลยขอลองใช้สักนิดว่าจะดีจริงไหม ผลปรากฏว่า “ผมนุ่มสลวยขึ้นทันทีเลยค่ะ!” ผู้เขียนเลยเปลี่ยนความคิดและอยากจะแชร์ต่อให้เพื่อนๆ ได้มีเส้นผมสุขภาพดีเหมือนกันค่ะ

จากเท่าที่ลองอ่านหลายบทความแนะนำในอินเตอร์เน็ต แทบไม่มีที่ไหนรวบรวม “วิธีการเลือก” เลย และ “10 อันดับสินค้ายอดฮิตขายดี” ที่น่าเชื่อถือ โดยผ่านการเปรียบเทียบคุณสมบัติ, ราคาและรีวิวไว้ในบทความเดียวกันเลย ทำให้เพื่อนๆต้องเสียเวลาสืบค้นข้อมูลนานขึ้นกว่าจะได้ผลิตภัณฑ์ที่ตรงตามความต้องการ วันนี้ผู้เขียนจึงคัดสรรแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์มาให้อ่านกันค่ะ

สารบัญ

วิธีการเลือกน้ำมันใส่ผม

ตามปกติแล้วเพื่อนๆ มีวิธีการเลือกอย่างไรบ้างคะ ส่วนใหญ่แล้วก็คงจะดูจากยี่ห้อก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นก็อ่านชื่อสูตรว่าช่วยเรื่องอะไร แล้วค่อยไปหาอ่านรีวิวและตามด้วยพิจารณาราคาเป็นอันดับสุดท้าย ซึ่งไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องทั้งหมดค่ะ ในวันนี้ผู้เขียนจึงรวบรวมคำแนะนำมาจากช่างทำผมและเจ้าของร้านตัดผมชาวญี่ปุ่น ประเทศที่มีผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมมากมาย มาให้อ่านกันค่ะ

เลือกผลิตภัณฑ์ที่สกัดมาจาก “พืชพรรณธรรมชาติ”

เลือกผลิตภัณฑ์ที่สกัดมาจาก "พืชพรรณธรรมชาติ"

น้ำมันใส่ผมจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ขึ้นอยู่กับส่วนผสม ได้แก่ “พืชพรรณธรรมชาติ” และ “แร่ธาตุต่างๆ” ซึ่งประเภทแรกจะมีมอยส์เจอร์ไรเซอร์มากกว่า จึงช่วยบำรุงได้ถึงระดับเซลล์ โดยพืชพรรณที่นิยมนำมาสกัด ได้แก่ คาเมลเลีย, มะกอก, โจโจ้บา, อาร์แกน,  Botanical และทานตะวัน ยิ่งถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากพืชธรรมชาติ 100% ด้วยแล้ว ยิ่งช่วยให้สาวๆ ใช้นวดศีรษะได้อย่างผ่อนคลายโดยไม่ต้องกังวลว่าจะอุดตันรูขุมขนเลยค่ะ

ในขณะที่แบบแร่ธาตุ ส่วนใหญ่มักจะมีส่วนผสมของซิลิโคน เพื่อช่วยเพิ่มเคลือบเส้นผมให้เงางาม แต่ไม่ได้บำรุงล้ำลึกถึงเซลล์จริงๆ ดังนั้นจึงไม่เหมาะกับการบำรุงเท่าที่ควร

เลือกเนื้อสัมผัสตามสภาพและปริมาณของเส้นผม

เลือกเนื้อสัมผัสตามสภาพและปริมาณของเส้นผม

สภาพเส้นผมก็เหมือนกับสภาพผิวหน้า ถ้าเราเป็นคนหน้ามัน แต่ดันเลือกใช้สกินแคร์เนื้อครีมที่หนักก็เสี่ยงต่อการจะอุดตัน เพียงแต่เส้นผมต้องคำนึงถึง “ปริมาณของผม” ด้วย อย่างถ้าคุณเป็นคนผมเส้นหนา, แข็งแรง, ปริมาณมากหรือกระดกเป็นผมเป็ดได้ง่าย แนะนำให้เลือกรุ่นที่เนื้อหนักสักเล็กน้อยและมีมอยส์เจอร์ไรเซอร์ปานกลางเท่านั้น

ในขณะที่คนที่ที่มีผมเส้นเล็ก, บอบบาง และปริมาณน้อย หรือผมทำสีที่ซีดจางง่าย ให้เลือกรุ่นที่มีเนื้อบางเบาและมีมอยส์เจอร์ไรเซอร์สูง เพื่อคืนความชุ่มชื้นให้กับหนังศีรษะ ทำให้เส้นผมแข็งแรงขึ้น

เลือกจากกลิ่นที่คุณชื่นชอบ

เลือกจากกลิ่นที่คุณชื่นชอบ

นอกจากคุณสมบัติที่กล่าวมานี้ อีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ “กลิ่น” เพราะจะติดเส้นผมเราไปหลายชั่วโมงจนถึงขั้นหลายวัน โดยปัจจุบันมีให้เลือกหลายกลิ่น เช่น ดอกไม้, ผลไม้ หรือโทนธรรมชาติ ก่อนการซื้อจึงควรอ่านรีวิวให้ดีว่าคนส่วนใหญ่บรรยายกลิ่นไว้ใกล้เคียงกับที่เราชอบไหมนะคะ

ราคาสัมพันธ์กับคุณภาพ

ราคาสัมพันธุ์กับคุณภาพ

ถือเป็นผลิตภัณฑ์อีกกลุ่มที่ต้องใช้เป็นประจำทุกวันหรือบ่อยครั้งต่อสัปดาห์ การคำนึงถึงราคาจึงเป็นอีกสิ่งที่สำคัญ โดยควรเลือกรุ่นที่ราคาสัมพันธ์กับคุณภาพและปริมาณ เพื่อให้คุณสามารถซื้อใช้ได้บ่อยโดยไม่ต้องกังวลว่าจะกระทบกับงบการชอปปิงสินค้าตัวอื่นๆนะคะ

เกร็ดความรู้ : หลายคนมักจะมีทัศนคติต่อสินค้าที่มีราคาแพงว่าคุณภาพต้องดีกว่ารุ่นที่ถูกกว่า เพราะสกัดมาจากวัตถุดิบเกรดพรีเมี่ยม แต่ไม่เสมอไปนะคะ เพราะบางรุ่นก็โฆษณาเกินจริง หรือได้ผลลัพธ์ที่ไม่แตกต่างจากรุ่นที่ถูกกว่าเท่าไร

10 อันดับ น้ำมันใส่ผม ยี่ห้อไหนดี

ตามที่ผู้เขียนได้เกริ่นในตอนต้น หลังจากลองใช้ของญาติแล้ว ก็เกิดความรู้สึกอยากหาซื้อมาใช้เองบ้าง เลยเปิดอินเตอร์เน็ตหาบทความแนะนำ ซึ่งทุกที่ล้วนบรรยายแค่ข้อมูลสินค้าเฉยๆแต่ไม่แนบรีวิวหรือข้อดีข้อเสียเลยค่ะ ทำให้ต้องยุ่งยากไปหาอ่านเองอีก และเพื่อไม่ให้เพื่อนๆต้องเจอปัญหาเดียวกันกับผู้เขียน วันนี้จึงขอสรุปมาให้คร่าวๆตามนี้เลยค่ะ

10. Skinfood Argan Oil Silk Hair Essence (200 g)

10. Skinfood Argan Oil Silk Hair Essence (200 g)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 465 บาท

บำรุงและฟื้นฟูผมเสียด้วย Argan Oil และ Silk Powder อย่างไม่เหนอะหนะ

น้ำมันใส่เส้นผมในรูปแบบของเอสเซนส์ มีส่วนผสมของสารสกัดจาก Argan Oil, Silk Powder และสารที่มีประโยชน์อื่นๆ ช่วยบำรุงและฟื้นฟูให้เส้นผมที่แห้งเสียกลับมานุ่มสลวย เปล่งประกายเงางามและสุขภาพดี ทำให้จัดทรงง่ายและรวดเร็วมากกว่าเดิม ปัจจุบันมีให้เลือกซื้อเพียงขนาดเดียว แต่ด้วยแพ็กเกจที่ใช้งานง่ายและพกพาสะดวก จึงตอบโจทย์ได้ทุกไลฟ์สไตล์

หลายคนที่ใช้จริงรีวิวไว้ว่าเนื้อไม่เหนียวเหนอะหนะ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ หลังใช้แล้วผมไม่มันและยังช่วยให้ชี้ฟูน้อยลงด้วย แต่มีข้อเสียเล็กน้อย คือ หาซื้อค่อนข้างยาก

9. Alterna Bamboo Smooth Kendi Oil Pure Treatment Oil (50 ml)

9. Alterna Bamboo Smooth Kendi Oil Pure Treatment Oil (50 ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ Alterna

ราคา 990 บาท

บำรุงให้ผมสุขภาพดีด้วย Kendi Oil และสารสกัดจากไม้ไผ่ ปราศจากสารเคมีอันตราย

แม้จะมีปริมาณน้อย แต่ต้องบอกว่า “เล็กพริกขี้หนู” ค่ะ เพราะอัดแน่นไปด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ ได้แก่ Kendi Oil ที่มาจาก Candlenut และสารสกัดจากไม้ไผ่ ช่วยฟื้นฟูให้เส้นผมกลับมาแข็งแรงและหยืดหยุ่น พร้อมกับคืนความชุ่มชื้น ทำให้เส้นผมนุ่มสลวยและป้องกันการถูกทำร้ายจากมลภาวะ นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี Color Hold® ที่ช่วยเพิ่มความเปล่งประกายให้กับเส้นผม

เนื้อออยล์ค่อนข้างเหลวแต่ไม่เหนียวเหนอะหนะ เมื่อชโลมเส้นผมแล้วจึงซึบซาบได้ไว โดยหลังใช้แล้วได้ผลลัพธ์ตามที่อวดอ้าง แถมยังไม่พันกันด้วย แต่ข้อเสียคือ หัวปั๊มบีบเนื้อออยล์ลำบากและมีราคาค่อนข้างสูง

8. Naturals By Watsons Argan Hair Oil (100 ml)

8. Naturals By Watsons Argan Hair Oil (100 ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ Watsons

ราคา 180 บาท

ช่วยชุบชีวิตเส้นผมที่แห้งเสียอย่างอ่อนโยน ปราศจาก Paraben

ต้องบอกก่อนว่ารุ่นนี้เขามีเพื่อนร่วมไลน์ด้วยกัน 3 สูตรนะคะ แตกต่างกันที่ส่วนผสมและปัญหาที่ต้องการการดูแลเท่านั้น โดยรุ่นนี้มีส่วนประกอบของสารสกัดจากอาร์แกน ช่วยคืนความชุ่มชื้นให้กับเส้นผม ทำให้นุ่มสลวยและเงางามอย่างอ่อนโยน เพราะปราศจาก Paraben, Colourants, Isothiazolinone (MIT, CMIT, BIT) จึงเหมาะกับผู้ที่มีผมแห้งเสียมากหรือเส้นผมถูกทำร้าย

หลายคนที่ใช้ชื่นชอบกลิ่นที่หอม ช่วยให้ผ่อนคลายเวลาใช้ และรู้สึกได้ทันทีว่าเส้นผมสุขภาพดีขึ้นทันทีที่ใช้ โดยไม่ทำให้หนังศีรษะมัน

7. Dove Nourishing Oil Care Nutri-Oil Serum (40 ml)

7. Dove Nourishing Oil Care Nutri-Oil Serum (40 ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 125 บาท

เติมอาหารให้กับเส้นผมด้วย Sweet Almond Oil และน้ำมันมะพร้าว

นอกจากราคาจะน่ารักแล้ว ส่วนผสมยังน่าสนใจด้วยนะคะ ด้วยการผสานคุณค่าจาก Sweet Almond Oil และน้ำมันมะพร้าว ช่วยคืนความชุ่มชื้นและกักเก็บน้ำให้กับเส้นผม ทำให้กลับมานุ่มสลวย เงางามและสุขภาพดี จัดทรงได้ง่ายและรวดเร็วมากกว่าที่เคย มาพร้อมแพ็กเกจแบบหัวปั๊มขนาดกะทัดรัด ช่วยให้ใช้งานและพกพาได้สะดวก ใช้ได้กับทุกสภาพเส้นผม

เนื้อออยล์มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ทาแล้วไม่เหนียวเหนอะหนะ ผลลัพธ์หลังการใช้เป็นที่ถูกอกถูกใจของสาวๆ หลายคน กล่าวคือ ช่วยให้ผมไม่ชี้ฟูได้ทันที หวีแล้วไม่พันกัน และยังทิ้งตัวมีน้ำหนักมากกว่าที่เคย

6. Daeng Gi Meo Ri Vitalizing Scalp Nutrition Pack For Hair Loss (145 ml)

6. Daeng Gi Meo Ri Vitalizing Scalp Nutrition Pack For Hair Loss (145 ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 599 บาท

ช่วยลดผมร่วงและบำรุงหนังศีรษะด้วยสารสกัดจากสมุนไพรหลายชนิด

ใครที่กำลังตามหาออยล์สูตรเซรั่มช่วยบำรุงหนังศีรษะและลดการขาดหลุดร่วงของเส้นผม แนะนำให้ลองซื้อรุ่นนี้ดูนะคะ เพราะอุดมไปด้วยสารบำรุงจากธรรมชาติมากมาย เช่น ชะเอมจีน ช่วยปรับสภาพหนังศีรษะ, ตังกุย กระตุ้นการไหลเวียนเลือด, ชังโพ่ ทำให้เส้นผมยืดหยุ่น และชาเขียว ช่วยบำรุงเส้นผมและรากให้แข็งแรง นอกจากนี้ยังช่วยลดการเกิดรังแคได้อีกด้วย

รุ่นนี้มีกลิ่นออกสมุนไพรเล็กน้อย บางคนอาจจะไม่ชอบได้ แต่ให้สัมผัสที่เย็นสบาย ใช้แล้วไม่เหนอะหนะและไม่ทำให้ผมลีบแบน ซึ่งหลายคนต่างบอกว่าได้ผลจริงตามคำอวดอ้าง

5. Free & Free Damage Aid Serum Nutrient Keratin (40 ml) x 6

5. Free & Free Damage Aid Serum Nutrient Keratin (40 ml) x 6

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 360 บาท

สารสกัดอัจฉริยะ DGA ตรงเข้าปรับสภาพผมเสียจากความร้อนและเคมี

รุ่นนี้มีเพื่อนร่วมรุ่นอีก 1 ตัวค่ะ ต่างกันเพียงแค่ขนาดและเนื้อสัมผัส โดยรุ่นนี้จะมีเนื้อแบบเจล ผสานนวัตกรรมสารสกัดอัจฉริยะ DGA ลิขสิทธิ์เฉพาะจากประเทศญี่ปุ่น ช่วยบำรุงและฟื้นฟูเส้นผมที่แห้งเสียจากการไดร์ และการทำเคมี เช่น ดัด, ยืด และทำสี ให้กลับมานุ่มสลวย เปล่งประกาย และมีน้ำหนักมากขึ้น

เนื้อเจลขุ่นไม่เหนียวเหนอะหนะ กลิ่นหอม ซึมซาบไว ใช้แล้วช่วยให้ผ่อนคลาย หวีและจัดทรงง่ายขึ้น สาวๆ หลายคนแนะนำให้ใช้หลังสระผมหมาดๆ เมื่อผมแห้งแล้วจะได้ผลลัพธ์เป็นผมพริ้วสวย ไร้ซึ่งความมันจากออยล์ที่ใช้เลยค่ะ

4. Lolane Natura Daily Hair Serum Magic in One (50 g)

4. Lolane Natura Daily Hair Serum Magic in One (50 g)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 82 บาท

อุดมไปด้วยสารอาหาร ช่วยฟื้นฟูปัญหาเส้นผม 7 ประการ

น้ำมันใส่ผมแบบเซรั่มตัวนี้อุดมไปด้วยสารอาหารของเส้นผมและหนังศีรษะ ช่วยบำรุงและฟื้นฟูปัญหาได้ถึง 7 ประการ ได้แก่ ปรับให้ผมนุ่มสลวย, ปกป้องจากการขาดหลุดร่วง, ต่อต้านมลภาวะ, ผมเรียบลื่นเงางาม, ซึบซับรวดเร็ว, ผมหวีง่ายไม่พันกัน และปกป้องผมแตกปลาย จึงเหมาะกับผู้ที่มีผมแห้งเสียจากการขาดสารอาหาร

เนื้อออยล์มีสีใส ค่อนข้างเหนียวและกลิ่นหอมอ่อนๆ หลังใช้แล้วทิ้งความเหนอะหนะไว้เล็กน้อย ถ้าไม่กะปริมาณให้ดีอาจทำให้ผมมันขึ้นได้ แต่เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องพบว่าเส้นผมมีสุขภาพดีขึ้น

3. Oriental Princess Concentrated Cuticle Hair Treatment Plus Sunscreen for Fluffy Hair (125 ml)

3. Oriental Princess Concentrated Cuticle Hair Treatment Plus Sunscreen for Fluffy Hair (125 ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 480 บาท

อุดมไปด้วยวิตามินช่วยฟื้นฟูผมชี้ฟู ปกป้องผมจากแสงแดดและความร้อน

รุ่นนี้ชื่ออาจจะยาวไปสักนิด แต่เมื่อเทียบกับคุณภาพแล้วถือว่าคุ้มที่จะเสียเวลาจำชื่อค่ะ เพราะอุดมไปด้วยวิตามินบำรุงนานาชนิด ทำให้เส้นผมที่แห้งชี้ฟูกลับมาเรียบลื่น เงางามและทิ้งตัวมีน้ำหนักมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันแสงแดดและความร้อนจากการไดร์ผม โดยมาในแพ็กเกจแบบขวดหัวปั๊มและฝาปิดทรงสูง ปริมาณจุใจ ใช้งานได้สะดวกและคุ้มค่า

เนื้อของรุ่นนี้ค่อนข้างหนืดและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ช่วยให้เส้นผมไม่พันกัน ทำให้หวีและจัดทรงง่าย แต่ต้องระวังปริมาณการใช้ต่อครั้งสักนิด เพราะถ้าชโลมมากไปจะทำให้ผมมันระหว่างวันเอาได้ค่ะ

2. Yves Rocher BHC Hair Repair Oil (150 ml)

2. Yves Rocher BHC Hair Repair Oil (150 ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ Yves Rocher

ราคา 399 บาท

ผสานคุณค่าจากแมคคาเดเมียและ Babassu ช่วยให้หนังศีรษะและเส้นผมแข็งแรง

น้ำมันใส่ผมสูตรสำหรับผมแห้งเสีย ด้วยการผสานคุณค่าของสารสกัดจากแมคคาเดเมีย, อาร์แกน, Babassu และโจโจ้บา ที่ช่วยเติมสารอาหารให้กับหนังศีรษะ ทำให้รากผมแข็งแรง ลดการขาดหลุดร่วง และยังบำรุงให้เส้นผมนุ่มสลวย เปล่งประกายเงางาม และมีสุขภาพดีขึ้นอย่างอ่อนโยน โดยปราศจากสารกันเสียพาราเบน, สีเติมแต่ง และซิลิโคน หมดกังวลเรื่องระคายเคืองหนังศีรษะไปได้เลย

รุ่นนี้ต้องใช้หมักขณะผมแห้งก่อนจะตามด้วยการสระผมตามปกตินะคะ โดยครั้งหนึ่งใช้แค่ไม่กี่หยดเท่านั้น ไม่เช่นนั้นอาจรู้สึกว่าผมมันและล้างออกยากได้ เนื้อออยล์มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ช่วยให้ผ่อนคลาย หลังใช้แล้วผมไม่มัน แถมยังช่วยให้จัดทรงง่ายขึ้นอีกด้วย

1. L’Oreal Paris Elseve Extraordinary Oil Dry Hair (100 ml)

1. L'Oreal Paris Elseve Extraordinary Oil Dry Hair (100 ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 299 บาท

คืนความเปล่งประกายและเงางามให้กับผมแห้งเสียด้วยสารสกัดจากดอกไม้

ถ้าพูดถึงผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม แบรนด์แรกๆที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้น L’Oreal Paris เพราะนอกจากจะมีให้เลือกหลายสูตรแล้ว คุณภาพและราคายังเหมาะสม โดยรุ่นนี้จะเน้นบำรุงผมแห้งเสียด้วยสารสกัดจากดอกไม้นานาพันธุ์กว่า 6 ชนิด ตรงเข้าฟื้นฟูให้เส้นผมเปล่งประกาย เงางามและดูมีสุขภาพดี นอกจากยังช่วยปกป้องจากความร้อนระหว่างที่ไดร์ผมอีกด้วย

เนื้อออยล์มีกลิ่นหอม ช่วยให้ผ่อนคลายขณะใช้และยังซึมซาบได้ไว ไม่ต้องกังวลว่าจะทิ้งความมันบนหนังศีรษะ นอกจากนี้ยังไม่ทำให้ผมลีบแบน โดยเมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องพบว่าทำให้ผมนุ่มขึ้นอีกด้วย

วิธีใช้น้ำมันใส่ผม

วิธีใช้น้ำมันใส่ผม

ดูเหมือนไม่มีอะไรซับซ้อน แต่ความเรียบง่ายนี้เองที่ทำให้หลายคนละเลยที่จะศึกษาวิธีใช้ที่ถูกต้อง โดยคุณควรใช้น้ำมันใส่ผมแค่ 1-2 ปั๊มต่อครั้งแล้วถูให้ทั่วมือ จากนั้นจึงชโลมเส้นผมตั้งแต่ส่วนกลางจนจรดปลาย โดยไม่ต้องล้างออก

เคล็ดลับ : นอกจากจะบำรุงเดี่ยวๆแล้ว ยังสามารถผสมกับทรีทเม้นหมักผมได้ด้วยนะคะ โดยควรใส่แค่ 1-2 ปั๊มเท่านั้น จากนั้นผสมให้เข้ากันแล้วชโลมให้ทั่วศีรษะ ก่อนจะล้างออกแล้วเป่าให้แห้ง เพียงเท่านี้คุณก็จะได้เส้นผมที่เปล่งประกายเงางามขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติแล้ว

บทส่งท้าย

เพราะทุกวันนี้เราทำร้ายเส้นผมกันมากมายเหลือเกิน ไม่ว่าจะการไดร์ผมด้วยความร้อนสูงและการทำเคมีต่างๆ เช่น ดัด, ยืด หรือทำสี ทำให้เส้นผมอ่อนแอและแห้งกรอบ เป็นเหตุให้จัดทรงยากจนอาจทำให้ใครหลายคนขาดความมั่นใจไปเลยก็ได้ แต่การบำรุงด้วยแชมพูและครีมนวดธรรมดาอาจไม่เพียงพอ ดังนั้นอย่าลืมเสริมด้วย “น้ำมันใส่ผม” กันนะคะ

จากที่อธิบายไปในตอนต้น วิธีการเลือกผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้ยุ่งยาก เพียงแค่คำนึงถึงส่วนผสม, เนื้อสัมผัส, กลิ่น และราคา เท่านี้เราก็จะได้สิ่งที่เหมาะกับตัวเองกันแล้ว นอกจากนี้อย่าลืมหมักผมด้วยทรีทเม้นท์เป็นประจำ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ด้วยนะคะ เพื่อเติมอาหารให้กับเส้นผม

Popular Posts