10 อันดับ หูฟังเบสหนัก ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2019

10 อันดับ หูฟังเบสหนัก ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018

สำหรับใครที่ชอบการฟังเพลง เมื่อถึงจุดหนึ่งความสามารถของหูฟังที่แถมมากับสมาร์ทโฟนก็คงไม่เพียงพอต่อความต้องการของเราใช่ไหมล่ะคะ ทำให้ต้องหา “หูฟังเบสหนัก” ที่สามารถเก็บบีทเพลงได้ละเอียดกว่า เพื่อช่วยเพิ่มอรรถรสในการฟังเพลงที่มากขึ้น แต่ปัญหาต่อมาคือ “เลือกยังไง” และ “ยี่ห้อไหนดี” เพราะทุกวันนี้ในอินเตอร์เน็ตไม่ค่อยมีคำตอบให้เลยค่ะ ทำให้เพื่อน ๆ ต้องตั้งกระทู้ถามเองหรือต้องไปทดสอบที่ร้าน ซึ่งบางครั้งก็ทำให้เสียเวลามากขึ้น ในวันนี้ผู้เขียนจึงรวบรวมตัวช่วยมาให้ทุกคนได้อ่านกันแล้วค่ะ

ลำดับแรกผู้เขียนจะพาเพื่อน ๆ ไปเรียนรู้ “วิธีการเลือก” เสียก่อน จากนั้นมาชม “10 อันดับสินค้ายอดฮิตขายดี” ที่ผ่านการเปรียบเทียบทั้งคุณสมบัติ, ราคาและรีวิวกัน เพื่อที่เราจะได้มีวิจารณญาณในการเลือกซื้อสินค้าที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด ซึ่งเนื้อหาแต่ละส่วนจะน่าสนใจสักแค่ไหน ตามไปอ่านกันเลยค่ะ

สารบัญ

วิธีการเลือกหูฟังเบสหนัก

ในปัจจุบันแบรนด์อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ได้พัฒนาหูฟังออกมาหลายรุ่น ซึ่งแต่ละรุ่นมีดีไซน์และคุณสมบัติที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการใช้งานและแนวเพลงที่จะฟัง ทำให้ขอบเขตของราคาค่อนข้างกว้าง ดังนั้นสิ่งแรก ๆ ที่เพื่อน ๆ ควรจะรู้ คือ “ความต้องการของตัวเอง” และ “แนวเพลงที่ตัวเองชอบ” ซึ่งมีวิธีเลือกอย่างไรบ้าง ตามอ่านได้จากด้านล่างนี้เลยค่ะ

หูฟังแบบ In-Ear ป้องกันเสียงภายนอกได้ดีกว่าแบบ Earbuds

หูฟังแบบ In-Ear ป้องกันเสียงภายนอกได้ดีกว่าแบบ Earbuds

ต้องบอกก่อนว่ารูปทรงของหูฟังมีหลายแบบนะจ๊ะ ซึ่งแต่ละแบบเหมาะสมกับการใช้งานที่ต่างกัน โดยประเภทที่เหมาะกับการฟังดนตรีเบสหนัก คือ “In-Ear” เพราะมีรูปทรงเว้าโค้งสามารถสอดรับกับช่องรูหูได้พอดี ทำให้เยื่อแก้วหูได้ยินบีทชัดเจน ในขณะที่ส่วนของจุกหูฟัง (มักทำมาจากซิลิโคน) ก็ช่วยกักเก็บเสียงให้อวลอยู่ในหู ไม่ให้เล็ดลอดออกมานอกรูหูได้ง่าย

หูฟังประเภทนี้มักมีจุกซิลิโคนให้เลือกใช้หลายขนาด ดังนั้นเวลาใช้งานเพื่อน ๆ อย่าลืมคำนึงถึงจุกนี้ด้วยว่าขนาดของมันพอดีกับช่องหูเราไหม เพราะถ้าคุณภาพเสียงดี แต่กลับยึดเกาะช่องหูได้ไม่กระชับ ต้องคอยระแวงว่าจะหลุดหรือได้ยินเสียงรบกวนภายนอกได้ง่ายขึ้น อรรถรสในการฟังเพลงก็จะเสียไป สุดท้ายก็ต้องเสียเงินซื้อชิ้นใหม่อยู่ดี

ลักษณะของเสียงเบสที่หนักแน่น

ลักษณะของเสียงเบสหนักแน่น

สมัยก่อน เรามักจะเห็นคำว่า “Heavy Bass” หรือ “Base Boost” เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์เครื่องเสียงที่ใช้ภายในบ้าน เช่น ลำโพงเธียเตอร์ เพื่อเพิ่มความสมจริงในการรับชมมากยิ่งขึ้น ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้เกิดแนวคิดพัฒนาหูฟังให้มีคุณสมบัติใกล้เคียงดูบ้าง ทำให้การฟังเพลงของคุณมีคุณภาพมากขึ้น เสมือนได้ฟังสด ๆ ในห้องอัด แต่คำถามต่อมาคือ “ดูยังไงว่าเบสหนัก”

หูฟังทุกรุ่นจะมีย่านความถี่เสียงที่สามารถตอบสนองได้ ซึ่งปกติจะมีค่าอยู่ที่ 20-20,00Hz แต่ถ้ารุ่นไหนมีช่วงที่กว้างกว่านี้ โดยมีค่าความถี่ของเสียงที่ค่อนข้างต่ำ เช่น 13-20,000Hz ก็จะสามารถเล่นเสียงเบสได้หนักแน่นมากกว่า อย่างไรก็ตาม ต้องขึ้นอยู่กับรสนิยมในการฟังเพลงของเราด้วยนะคะ

เลือกไดรเวอร์แบบ Dynamic ให้เบสแน่น บิดเบือน

หูฟังทุกรุ่นต้องมีไดรเวอร์เป็นตัวขับเคลื่อนการทำงาน โดยปัจจุบันมีด้วยกัน 2 ประเภท ได้แก่ Dynamic และ Balanced Armature (BA) ซึ่งแต่ละประเภทให้คุณภาพของเสียงเบสที่แตกต่างกัน จึงเหมาะกับความชอบและการใช้งานที่เฉพาะเจาะจง โดยมีรายละเอียดตามด้านล่างนี้เลยค่ะ

Dynamic

Dynamic

ไดรเวอร์แบบนี้ประกอบไปด้วยแม่เหล็ก, Voice Coil และ Diaphragm โดยการทำงานเริ่มจากส่งกระแสไฟไปที่ Voice coil ทำให้ coil มีสภาพกลายเป็นแม่เหล็กขั้วตรงข้ามกับแม่เหล็กที่อยู่ติดกัน ส่งผลทำให้เกิดการสั่นของ Diaphragm คุณภาพของเสียงที่ได้จึงมีเบสที่หนักแน่นและถูกบิดเบือนน้อย

Balanced Armature (BA)

Balanced Armature (BA)

ไดรเวอร์ขนาดเล็กที่ถูกพัฒนามาจากเครื่องช่วยฟัง โดยมีหลักการทำงานคล้ายกับแบบ Dynamic แต่ด้วยขนาดที่เล็กกว่าจึงแยกจูนเสียงในแต่ละย่านความถี่ได้ ทำให้เก็บรายละเอียดของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นได้ครบถ้วน และสามารถเพิ่มจำนวนไดร์เวอร์ เพื่อเพิ่มคุณภาพของเสียงได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังใช้กำลังขับน้อย ทำให้เสียงออกมาได้สมจริง โดยเฉพาะเสียงกลางและสูง แต่ยังขาดความลื่นไหลและมีแนวโน้มที่จะถูกบิดเบือนได้ง่าย

10 อันดับ หูฟังเบสหนัก ยี่ห้อไหนดี

ใครที่กำลังรออ่านหัวข้อนี้อยู่ ได้เวลาที่คุณจะได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจแล้วค่ะ แต่อย่าลืมนะคะ เลือกโดยอ้างอิงจากคำแนะนำที่เรานำเสนอ ควบคู่ไปกับการพิจารณาอันดับต่าง ๆ เพื่อให้เพื่อน ๆ ได้สิ่งที่ตรงตามความต้องการมากที่สุด ว่าแล้วก็อย่ารอช้า ไปอ่านกันเลยค่ะ

10. Zero Audio Carbo Basso ZH-DX210-CB

10. Zero Audio Carbo Basso ZH-DX210-CB

ดูรายละเอียดได้ที่ MUNKONG GADGET 

ราคา 1,990 บาท

ไดรเวอร์ Dynamic ขนาดใหญ่ เสียงเบสหนักแน่น เหมาะกับมือใหม่

เริ่มต้นกันด้วยแบรนด์จากประเทศญี่ปุ่น สำหรับรุ่นนี้มีความพิเศษอยู่ที่ตอบสนองย่านความถี่ตั้งแต่ 6-24,000 Hz เพราะมีไดรเวอร์แบบ Dynamic ขนาด 8.5 mm จึงเก็บเสียงความถี่ต่ำได้อย่างละเอียด มาพร้อมบอดี้ที่ทำจากคาร์บอนและอะลูมิเนียม เพื่อความคงทนและเพิ่มประสิทธิภาพของไดรเวอร์ คุณภาพการส่งสัญญาณดีเยี่ยมด้วยสายเคเบิลที่ทำมาจาก OFC นอกจากนี้ดีไซน์ยังสะดวกต่อการใช้งาน

ผู้ที่ใช้จริงรีวิวไว้ว่าเสียงของรุ่นนี้เด่นในย่าน Middle bass ให้ความแน่น กระชับและเก็บตัวได้ดี ทำให้การฟังเพลงสนุกขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบฟังเพลง Rock, Pop, Hip-Hop, EDM หรือ Funk แนะนำสำหรับมือใหม่เลยค่ะ แต่ข้อเสียคือราคาค่อนข้างสูง

9. Bose SoundSport Wireless

9. Bose SoundSport Wireless

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 6,900 บาท

เบสนุ่มและแน่น ใช้งานง่ายด้วย Bluetooth และ NFC

ใครที่ตามหาหูฟังเบสหนักแบบที่ไม่มีแจ๊คเสียบกับสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์อื่น ๆ แนะนำให้ลองมาอ่านรีวิวรุ่นนี้เลยค่ะ เพราะด้วยการทำงานผ่าน Bluetooth และ NFC ทำให้การฟังเพลงขณะเดินทางเป็นเรื่องง่ายขึ้น อีกทั้งดีไซน์ยังช่วยปกป้องอุปกรณ์จากเหงื่อและน้ำ จึงใช้งานสะดวกขณะออกกำลังกาย นอกจากนี้จุกหูฟังซิลิโคนที่สอดรับกับช่องหูพอดียังช่วยให้ใส่สบายและไม่เคลื่อนหลุดง่าย

หลังจากหลายคนได้ลองใช้รุ่นนี้พบว่าเสียงเบสนุ่มและแน่น เสียงกลางคมชัดและละเอียด แม้ฟังนาน ๆ ก็ไม่อึดอัดในหู เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบฟังเพลงแนวทั่ว ๆ ไป

8. Sony MDR-XB55AP

8. Sony MDR-XB55AP

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 1,690 บาท

เทคโนโลยี Powered Bass Duct++ มอบเสียงเบสที่ลึกและทรงพลัง

พูดถึงหูฟังแล้ว อีกหนึ่งแบรนด์ที่หลายคนไว้วางใจคือ Sony นั่นเองค่ะ ซึ่งมีให้เลือกหลายรุ่นเลย เพื่อน ๆ จึงควรจำชื่อรุ่นให้แม่นยำ ไม่อย่างนั้นจะสับสนเอาได้ โดยรุ่นนี้มีจุดเด่นอยู่ที่เทคโนโลยี Powered Bass Duct++ มอบเสียงเบสที่ลึกและทรงพลัง พร้อมไดรเวอร์ขนาด 12 มม. เพื่อคุณภาพเสียงที่สูง แม้เปิดระดับเสียงสูงสุดก็ไม่ถูกบิดเบือน ตอบสนองความถี่ได้ตั้งแต่ 4Hz-24,000Hz ซึ่งมาพร้อมกับ inline remote และไมค์สำหรับการสนทนา

ด้านการใช้งานจริง คุณภาพเสียงเบสดีเยี่ยม เหมาะกับการฟังเพลงแนว EDM, Rock หรือ Hip-Hop ราคาไม่สูงมากแถมยังอัดแน่นไปด้วยคุณภาพอย่างนี้ ถือเป็นอีกรุ่นที่ได้รับความนิยมไม่น้อยเลยค่ะ

7. Sennheiser CX213

7. Sennheiser CX213

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 599 บาท

ดีไซน์สวยสวมใส่สบาย ปรับได้ง่าย เสียงเบสคมชัดกลาง ๆ

อีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจด้วยการออกแบบตัวเฮ้าซิ่งให้สวยงาม สวมใส่สบายและปรับได้ง่าย พร้อมหัวแจ๊คที่โค้ง 90 องศา เพื่อการใช้งานที่สะดวกขึ้น ขณะเดียวกันก็ช่วยถนอมสายหูฟังไปในตัวด้วย และยังมีเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนรอบข้าง คุณจึงดื่มด่ำกับเสียงเพลงได้อย่างเต็มเปี่ยม

ผู้ที่ใช้จริงต่างรีวิวว่าเสียงเบสคมชัด ได้ยินเป็นลูก ๆ พร้อมเสียงร้องชัดเจน คุณภาพเสียงค่อนข้างใส แต่ต้องผ่านการเบิร์นหลายชั่วโมงเสียก่อนเสียงจึงเข้าที่เข้าทาง เหมาะกับมือใหม่หรือผู้ที่ฟังเพลงทั่ว ๆ ไป

6. JBL T110 In-ear Headphone

6. JBL T110 In-ear Headphone

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 690 บาท

เทคโนโลยี JBL Pure Bass และไดรเวอร์ 9 มม. เสียงเบสกระฮึ่มเหมือนในคอนเสิร์ต

อีกหนึ่งรุ่นที่เป็นที่นิยม เพราะมีราคาถูก มือใหม่หลายคนเลยลองซื้อเป็นชิ้นแรก แต่เห็นอย่างนี้คุณสมบัติไม่ถูกตามราคานะจ๊ะ มีเทคโนโลยี JBL Pure Bass และไดรเวอร์ขนาดใหญ่ 9 มม. ช่วยเพิ่มความคมชัดให้กับเสียงเบส แม้ว่าจะตอบสนองความถี่เหมือนรุ่นทั่วไปตั้งแต่ 20Hz – 20kHz แต่ก็เหมือนกำลังฟังเพลงอยู่ในฮอล์คอนเสิร์ต นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับรีโมทและไมค์ ช่วยให้การใช้งานและสนทนาสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

เห็นคุณสมบัติแบบนี้ หลายคนคงสงสัยว่าใช้ดีจริงไหม ซึ่งจากรีวิวของหลายคนต่างบอกว่าคุณภาพเสียงดีค่ะ ฟังเพลงสนุก แต่ต้องผ่านการเบิร์นสักระยะหนึ่งก่อนนะคะ เสียงที่แท้จริงถึงจะออกมา

5. Sony MDR-EX150AP

5. Sony MDR-EX150AP

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 790 บาท

เสียงเบสนุ่ม ฟังสบายไม่บาดหู เหมาะกับการเดินทาง

ใครที่ชอบฟังเพลงขณะเดินทาง ลองซื้อรุ่นนี้ไปใช้ดูเลยค่ะ เพราะเขาออกแบบเพื่อรองรับการใช้งานดังกล่าวโดยเฉพาะ แถมยังมาพร้อมไมโครโฟนอินไลน์ที่ใช้งานสะดวก ทำให้คุณรับสายได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมากดรับ นอกจากนี้ยังสามารถใช้เพื่อควบคุมการฟังเพลงได้อีกด้วย ซึ่งมีไดรเวอร์ขนาด 9 มม. เพื่อเล่นเสียงแบบ Dynamic และสามารถตอบสนองความถี่ได้กว้างตั้งแต่ 5Hz-24,000Hz

คุณภาพเสียงเบสนุ่ม เก็บรายละเอียดเมโลดี้ได้ดี บีทชัดเจน เน้นฟังสบาย อย่างไรก็ตาม ต้องเลือกจุกหูฟังให้พอดีกับช่องหูด้วยนะคะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการฟัง

4. Marshall Mode EQ

4. Marshall Mode EQ

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 3,790 บาท

ให้เสียงหนักแน่นชัดเจน มาพร้อมปุ่มปรับเบส

อีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจ ด้วยการดีไซน์ที่ทั้งสวยงามและรองรับการใช้งาน ทำให้หูฟังรุ่นนี้สวมใส่สบายและไม่เคลื่อนหลุดง่าย ๆ มาพร้อมกับมีไดรเวอร์แบบ Dynamic ขนาด 9 มม. สามารถตอบสนองความถี่ 20 Hz–20 kHz มีรีโมทและไมโครโฟนในตัวเพื่อใช้ควบคุมการเล่นเพลงและรับสายสนทนาได้สะดวกสบายมากขึ้น

มาดูคุณภาพเสียงกันบ้าง คนที่ใช้จริงบอกว่าเสียงเบสหนักแน่น ให้ Deep Bass ที่ชัดเจน อิมแพคแรง และเก็บตัวไว เหมาะกับการฟังเพลงแนวร็อค

3. SHURE SE846

3. SHURE SE846

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 36,900 บาท

ไร้เสียงรบกวนจากภายนอก 4 ไดรเวอร์ เบสทรงพลัง

ถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยค่ะ เพราะหูฟังจาก SHURE รุ่นนี้เขามีจุดเด่นคือถูกดีไซน์ให้มีถึง 4 ไดรเวอร์ ให้คุณภาพเสียงดี เบสแน่น ไม่บวม มาเป็นลูก ๆ ชัดเจนและสมจริง ตอบสนองความถี่ตั้งแต่ 15 Hz–20 kHz รองรับเบสลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังล็อกเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดีเยี่ยม ให้คุณโลดแล่นในโลกของดนตรีอย่างเต็มที่

นอกจากนี้รูปทรงยังเข้ากับสรีระช่องหูได้กระชับ แถมมาพร้อมจุกยางหลายไซซ์หลายแบบให้เลือกใส่ ครอบคลุมแทบทุกลักษณะของช่องหู ฟังเพลงต่อเนื่องได้หลายชั่วโมงโดยไม่รู้สึกเจ็บ

2. JBL C150SI in-Ear Earphone

2. JBL C150SI in-Ear Earphone

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 299 บาท

เสียงเบสคมชัด ไม่มากเกินไป ได้เอกลักษณ์เสียงแบบ JBL

แม้จะมีราคาย่อมเยา แต่คุณสมบัติของรุ่นนี้ก็น่าสนใจไม่น้อยเลยค่ะ เพราะด้วยเอกลักษณ์ของ JBL ทำให้ได้เสียงที่มีคุณภาพ ซึ่งมาพร้อมกับดีไซน์ที่ช่วยให้สวมใส่สบายและไม่เคลื่อนหลุดง่าย ตัวแจ็คถูกออกแบบมาดี ทำให้ทนทานแม้ถูกกระชาก อีกทั้งมีจุกหูฟังให้เลือกถึง 3 ขนาด นอกจากนี้ยังมีน้ำหนักเบา ช่วยให้พกพาสะดวก มาพร้อมรีโมทกับไมโครโฟน โดยสามารถทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการได้ทั้ง Andriod และ iOS

คุณภาพเสียงเบสค่อนข้างดี มีความคมชัด แต่ไม่มากเกินไป เหมาะกับการฟังเพลงทั่ว ๆ ไปและสำหรับผู้ที่เพิ่งลองเล่นหูฟัง ยังไม่กล้าทุ่มเงินซื้อรุ่นแพงมากได้

1. KZ ZST

1. KZ ZST

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 389 บาท

ไดรเวอร์ Hybrid ช่วยสร้างมิติให้กับเสียง เสียงเบสลึก คุ้มเกินราคา

รุ่นนี้ได้รับความนิยมอย่างถล่มทลาย ดูได้จากยอดคนรีวิวในเว็บไซต์ LAZADA เพราะด้วยไดรเวอร์แบบ Hybrid รวมทั้ง Dynamic และ BA เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้เสียงมีมิติมากยิ่งขึ้น พร้อมตอบสนองความถี่ 18-22000Hz จุกหูฟังมีดีไซน์สอดรับกับช่องหูได้ดี ช่วยให้สวมใส่สบายและไม่เคลื่อนหลุดง่าย มั่นใจได้ว่าได้ยินเสียงเบสชัดเจนเต็มประสิทธิภาพ

แม้รุ่นนี้จะมีราคาถูก แต่หลายคนต่างชูฮกให้ว่าคุณภาพดีเกินราคา เพราะเสียงเบสลึก กระชับและไม่บวม ได้เอกลักษณ์สไตล์มอนิเตอร์ ยิ่งพ้นช่วงเบิร์นคุณภาพเสียงยิ่งดีขึ้น แต่อาจจะเก็บบีทได้ไม่ละเอียดนัก อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับราคาแล้วถือว่าคุ้มค่า

บทส่งท้าย

ใครที่เบื่อหูฟังคู่เดิม อยากลองเพิ่มอรรถรสในการฟังเพลงให้กับตัวเองบ้าง ลองไปหาซื้อรุ่นที่เล่นเบสหนักกันดูนะคะ โดยเลือกตามวิธีที่เราแนะนำและอ้างอิงจากอันดับสินค้าที่น่าสนใจ รับประกันว่าคุณจะลืมหูฟังธรรมดาไปเลย แม้ว่าจะต้องเสียเงินมากกว่าก็ตาม

อย่างไรก็ตาม อย่าลืมคำนึงถึง “รสนิยม” การฟังเพลงของเราด้วย เพราะบางรุ่นเหมาะกับแนว Rock โดยเฉพาะ ในขณะที่อีกรุ่นอาจจะเหมาะกับ Hip-Hop มากกว่าก็ได้ นอกจากนี้ ใครที่ชอบฟังขณะเดินทาง ระวังการเปิดเสียงดังเกินไปนะคะ ทางที่ดีควรซื้อรุ่นที่มีเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน เพื่อช่วยให้เราไม่ต้องเปิดเสียงเพลงดังกลบ ถือเป็นการถนอมหูอีกวิธีหนึ่งเลยล่ะค่ะ

Popular Posts