10 อันดับ เบบี้ออยล์ ยอดฮิตขายดีที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2019

10 อันดับ เบบี้ออยล์ ยอดฮิตขายดีที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018

นึกย้อนกลับไปถึงตอนที่คุณอาของผู้เขียนเพิ่งคลอดเจ้าตัวน้อยได้ไม่นาน หนึ่งในอุปกรณ์ที่คุณแม่ทุกคนขาดไม่ได้ คือ “เบบี้ออยล์” เพราะนอกจากจะเป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ช่วยบำรุงผิวเบบี๋แล้ว ยังสามาถใช้เป็นน้ำมันนวดตัวลูกน้อยเพื่อความผ่อนคลาย แถมใช้แทนเมคอัพรีมูฟเวอร์ของคุณแม่ได้ด้วย แต่แม้จะมีประโยชน์มากมายแค่ไหน หลายคนกลับละเลยวิธีการเลือก เพราะมักจะยึดติดกับแบรนด์เสียมากกว่า ในวันนี้ผู้เขียนจึงมาแนะนำความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเบบี้ออยล์กันค่ะ

สิ่งแรกที่ทุกคนควรจะรู้คือ “วิธีการเลือก” ซึ่งได้รับคำแนะนำมาจากคุณ Takako Asai ผู้มีประสบการณ์เป็นเจ้าหน้าที่ผดุงครรภ์มากว่า 25 ปี, นักเขียนบทความเกี่ยวกับการเลี้ยงเด็ก และนักพัฒนาสินค้าของแบรนด์ AMOMA จากประเทศญี่ปุ่น ลำดับต่อไป คือ “10 อันดับสินค้ายอดฮิตขายดี” ที่ผ่านการเปรียบเทียบทั้งจากราคา, คุณสมบัติและรีวิว เพื่อที่คุณแม่ทุกคนจะได้เบบี้ออยล์ที่เป็นมากกว่าเบบี้ออยล์กันค่ะ

สารบัญ

วิธีการเลือกเบบี้ออยล์

การเลือกซื้อเบบี้ออยล์มีสิ่งที่ต้องคำนึงมากกว่าที่คุณแม่หลายคนคิดค่ะ การอ้างอิงคุณภาพจากแบรนด์อาจไม่เพียงพอ ต้องดูด้วยว่ารุ่นนั้น ๆ มีคุณสมบัติอย่างไร เหมาะกับวัตถุประสงค์ของเราหรือเปล่า ซึ่งจะมีรายละเอียดอะไรบ้าง ตามมาอ่านด้านล่างนี้กันเลย

เลือกผลิตภัณฑ์ที่ส่วนผสมหลักจากธรรมชาติ

เลือกผลิตภัณฑ์ที่ส่วนผสมหลักจากธรรมชาติ

หลายคนคงทราบดีอยู่แล้วว่าผิวของเด็กอ่อนบอบบางมากกว่าผู้ใหญ่ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับเขาจึงต้องอ่อนโยนมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเบบี้ออยล์ที่ต้องสัมผัสกับผิวโดยตรงและเคลือบผิวเป็นเวลานาน ซึ่งผู้เขียนขอแนะนำให้คุณแม่เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมหลักจากธรรมชาติและปราศจากสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น สีเติมแต่ง, น้ำหอม หรือสารกันเสียพาราเบน

วิธีการดูส่วนผสมนั้น ไม่ใช่แค่การดูที่ด้านหน้าขวดอย่างเดียวนะคะ แต่ต้องอ่านลิสต์ของสารต่าง ๆ ที่ด้านหลังขวดด้วยเพื่อความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม รุ่นไหนที่มีกลิ่นหอมไม่ได้หมายความว่าต้องใส่น้ำหอมสังเคราะห์อย่างเดียว บางรุ่นมีกลิ่นเพราะสารสกัดจากธรรมชาติก็มี ก่อนซื้อจึงควรเลือกดูให้ดี ๆ นะจ๊ะ

อย่าลืมใส่ใจวัตถุประสงค์ที่เราใช้ “ให้ความชุ่มชื้น”, “ทำความสะอาด” หรือ “นวดผ่อนคลาย”

คาดไม่ถึงกันใช่ไหมคะว่าเบบี้ออยล์จะมีหลายสูตร ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งาน ดังนั้นใครที่ซื้อเพราะแบรนด์หรือตามกระแสของคุณแม่คนอื่น ๆ อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ของคุณกันนะคะ

“เพื่อให้ความชุ่มชื้น” เลือกที่มีส่วนผสมของ Shea butter และ Ceramide

"เพื่อให้ความชุ่มชื้น" เลือกที่มีส่วนผสมของ Shea butter และ Ceramide

ใครที่ซื้อเพื่อบำรุงผิวพรรณหรือปกป้องผิวจากความแห้งกร้าน ไม่ว่าจะของลูกน้อยหรือจะของตัวเองก็ดี แนะนำให้เลือกรุ่นที่มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์จากธรรมชาติ เช่น Shea butter และ Ceramide เพราะมีประสิทธิภาพในการกักเก็บความชุ่มชื้นใต้ชั้นผิวสูง ช่วยเพิ่มเกราะป้องกันของผิวหนัง ป้องกันการสูญเสียน้ำและทำให้แข็งแรงขึ้น ยากที่จะระคายเคืองต่อมลภาวะต่าง ๆ เหมาะอย่างยิ่งกับการใช้ช่วงหน้าหนาว

นอกจากนี้สำหรับใครที่ต้องการความชุ่มชื้นมากขึ้นไปอีก แนะนำให้ใช้ “เบบี้โลชั่น” ควบคู่กันไปด้วยนะคะ โดยทาโลชั่นก่อน รอให้ซึบซาบเรียบร้อยแล้วจึงทาออยล์ทับเพื่อล็อกความชุ่มชื้น เพียงเท่านี้ผิวของคุณหรือลูกน้อยก็จะได้รับความชุ่มชื้นยาวนานแล้วค่ะ

สำหรับ “ทำความสะอาด” เลือกสูตร Mineral oil

สำหรับ "ทำความสะอาด" เลือกสูตร Mineral oil

สำหรับสกินแคร์แล้ว Mineral oil อาจเป็นสารที่หลายคนหลีกเลี่ยง เพราะการทำงานของมันที่เสมือนฟิล์มเคลือบชั้นผิว ซึ่งเมื่อใช้เป็นเวลานานอาจปิดกั้นการถ่ายเทของน้ำและอากาศระหว่างชั้นผิวกับภายนอก ทำให้ผิวไม่สามารถถ่ายเทของเสีย (เช่น เหงื่อ) ตามธรรมชาติได้ ในทางกลับกันคุณสมบัตินี้กลับส่งผลดีต่อการทำความสะอาด เพราะช่วยลดแรงเสียดสีระหว่างผ้าหรือสำลีที่สัมผัสกับผิวหนัง ทำให้เกิดการระคายเคืองน้อย

อย่างไรก็ตาม ตามที่เราได้เกริ่นไป รุ่นนี้ไม่เหมาะกับการใช้บำรุงผิวนะคะ เพราะค่อนข้างล้างออกยาก อาจก่อให้เกิดการแพ้จนถึงขั้นมีผื่นขึ้นตามผิวหนังให้ต้องรักษากันยกใหญ่ โดยเฉพาะในเด็กอ่อนที่อายุยังไม่ถึง 3 เดือนที่มีผิวบอบบางมากเป็นพิเศษ

สำหรับ “นวดผ่อนคลาย” เลือกรุ่นที่มีน้ำมันสกัดจากพืชธรรมชาติ

สำหรับ "นวดผ่อนคลาย" เลือกรุ่นที่มีน้ำมันสกัดจากพืชธรรมชาติ

ใครที่ซื้อเพื่อใช้นวดทำสปาให้กับลูกน้อย แนะนำให้เลือกรุ่นที่มีส่วนผสมของน้ำมันสกัดจากพืชธรรมชาติ เช่น Jojoba, Grape seed, Almond, Olive และ Camellia เพราะค่อนข้างอ่อนโยนกับผิว แต่ไม่ควรเลือกรุ่นที่ทำจากธรรมชาติ 100% ขนาดนั้นนะคะ เพราะอาจกระตุ้นให้แพ้ได้ นอกจากนี้เมื่อเปิดใช้แล้ว ก็ไม่ควรทิ้งไว้นาน เพราะส่วนใหญ่มักไม่ผสมสารกันเสีย

เลือกส่วนผสมให้เหมาะกับสภาพผิว

เลือกส่วนผสมให้เหมาะกับสภาพผิว

ตามที่เราได้กล่าวไปในหัวข้อก่อนหน้านี้ทั้งหมด หลายคนคงเห็นแล้วว่ามีพืชพรรณจากธรรมชาติมากมายที่ถูกใช้เป็นส่วนผสมของเบบี้ออยล์ ซึ่งแต่ละชนิดมีคุณสมบัติที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นเพื่อการดูแลผิวอย่างล้ำลึก เราจึงควรเลือกให้เหมาะสมกับสภาพผิวกันนะคะ

ถ้าใครกังวลเรื่องผิวแห้งเป็นพิเศษให้เลือกรุ่นที่มีส่วนผสมของ Jojoba oil เพราะอุดมไปด้วยวิตามินเอและอี แต่ถ้าใช้เพื่อปลอบประโลมผิวระคายเคือง แนะนำให้ใช้สูตรที่ผสม Olive oil แทน ในทางกลับกันถ้ากังวลเรื่องความมันมากกว่า ให้เลือกสูตรที่ผสมน้ำมันข้าวโพดหรือ Almond เพื่อป้องกันการเกิดสิวในเด็ก สุดท้ายนี้ถ้าใครอยากกระตุ้นระบบหมุนเวียนโลหิตเพื่อปกป้องผิวจากความเย็นในฤดูหนาว ให้เลือกสูตรที่มีส่วนผสมของงาหรือเมล็ดองุ่นแทนนะคะ

อย่าลืมคำนึงถึงแพ็กเกจว่าใช้งานสะดวกหรือไม่

อย่าลืมคำนึงถึงแพ็กเกจว่าใช้งานสะดวกหรือไม่

อาจดูเหมือนไม่สำคัญ แต่สำหรับใครที่ซื้อออยล์เพื่อใช้กับลูกน้อย ซึ่งส่วนใหญ่มักจะทาหลังอาบน้ำหรือหลังขับถ่ายขณะที่เด็กกำลังเปลือย แนะนำให้เลือกแพ็กเกจของผลิตภัณฑ์ที่สามารถจับถนัดในมือเดียว และกดหรือเทใช้ง่ายใน 1 ปั๊ม เพื่อความรวดเร็ว

เลือกรุ่นที่มีปริมาณพอเหมาะ

เลือกรุ่นที่มีปริมาณพอเหมาะ

เชื่อว่าหลายคนเวลาเลือกซื้อของ นอกจากส่วนผสมแล้ว มักจะให้ความสำคัญกับปริมาณ ยิ่งถ้าเยอะ ยิ่งคุ้ม แต่อย่าลืมนะคะ ส่วนใหญ่แล้วเบบี้ออยล์มักไม่ผสมสารกันเสีย ทำให้ออยล์มีอายุไม่นาน เมื่อเปิดใช้แล้วจึงควรใช้ให้หมดภายใน 2-3 เดือน แต่หากใช้อย่างไรก็ไม่หมดจริง ๆ ในตอนท้ายบทความผู้เขียนก็มีเคล็ดลับการใช้งานให้คุ้มค่ามาฝากกัน เพราะฉะนั้นเมื่อเลือกผลิตภัณฑ์ที่ถูกใจจาก 10 อันดับที่เรานำเสนอไปได้แล้ว อย่าเพิ่งรีบปิดบทความนะคะ

10 อันดับ เบบี้ออยล์ ยอดฮิตขายดีที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ การเลือกซื้อเบบี้ออยล์มีอะไรมากกว่าที่ทุกคนคิดกันใช่ไหมคะ อย่างไรก็ตาม แค่นี้ยังไม่เพียงพอหรอกนะคะ เพราะเราต้องเรียนรู้ข้อมูลของสินค้าที่น่าสนใจด้วย เพื่อที่จะซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเหมาะกับความต้องการของเรา

10. Burt’s Bee Baby Bee Nourishing Baby Oil (118ml)

10. Burt's Bee Baby Bee Nourishing Baby Oil (118ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 830 บาท

อุดมไปด้ยน้ำมันสกัดจากธรรมชาติ ปราศจากสารเคมีอันตราย

เริ่มต้นกันด้วยแบรนด์ที่เด่นในเรื่องส่วนผสมจากธรรมชาติ ซึ่งหลายคนยังไม่รู้ว่าเขามีผลิตภัณฑ์กลุ่มแม่และเด็กด้วยนะจ๊ะ โดยความพิเศษของรุ่นนี้อยู่ที่มีส่วนผสมของน้ำมันสกัดจากธรรมชาติมากมาย ได้แก่ เกรปซีด,โอลีฟ, อัลมอนด์, วีทเจิร์ม และอะโวคาโดออยล์ อุดมไปด้วยวิตามินอีและลาโนลิน ช่วยบำรุงให้ผิวชุ่มชื้นเนียนนุ่มและป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ยังปราศจากสารเคมีอันตรายต่าง ๆ และผ่านการทดสอบโดยกุมารแพทย์เรียบร้อยแล้ว

ผู้ที่ใช้จริงรีวิวไว้ว่าออยล์เนื้อเข้มข้น มีสีเหลืองคล้ายน้ำผึ้ง มาพร้อมกลิ่นหอมละมุนอย่างธรรมชาติ ใช้แล้วช่วยให้ผ่อนคลาย เหมาะแก่การผสมน้ำอาบหรือสปาลูกน้อย แต่ข้อเสียเล็กน้อย คือ ราคาค่อนข้างสูง

9. Narak Lite Shea Butter Baby Oil (200ml) x 3

9. Narak Lite Shea Butter Baby Oil (200ml) x 3

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 336 บาท

บำรุงผิวชุ่มชื้นด้วยสารสกัดจากเชียบัตเตอร์ นำเข้าจากสวีเดน

อีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจด้วยการผสมผสานออยล์ธรรมชาติที่นำเข้ามาจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีคุณสมบัติเนียนลื่นลูบไล้ผิวหนังได้อย่างอ่อนโยนและซึมซาบไว พร้อมด้วยสารสกัดจากเชียบัตเตอร์ที่นำเข้าจากสวีเดน อุดมไปด้วยวิตามินเอและอี ช่วยคืนความชุ่มชื้นและปกป้องผิวจากความแห้งกร้านหรือริ้วรอย โดยมีให้เลือกหลายขนาดและใช้ได้ทั้งแม่และลูก

อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้ค่อนข้างจะหาซื้อยาก แต่เมื่อเทียบกับคุณสมบัติต่าง ๆ แล้ว ถือว่าคุ้มค่าที่จะตามหานะคะ ใครที่กังวลเรื่องผิวขาดความชุ่มชื้นลองซื้อมาใช้

8. Provamed Babini Baby Oil (160ml)

8. Provamed Babini Baby Oil (160ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 189 บาท

สารสกัดจาก Salicorne ช่วยสร้างเกราะป้องกันผิว ลดการระคายเคือง

หลายคนอาจจะคุ้นชื่อแบรนด์นี้กันมาบ้างแล้ว แต่บางคนอาจจะยังไม่ทราบว่าเขามีผลิตภัณฑ์กลุ่มแม่และเด็กด้วย โดยรุ่นนี้มีความพิเศษอยู่ที่ส่วนผสมหลักจากธรรมชาติ ได้แก่ Salicorne ช่วยสร้างเกราะป้องกันผิว ลดการสูญเสียน้ำ, Jojoba ปกป้องผิวจากมลภาวะ และ Defensil สารสกัดจากพืช 3 ชนิด ช่วยปลอบประโลมผิวที่ระคายเคืองและฟื้นฟูให้เนียนนุ่ม นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามมินอี ช่วยคืนความชุ่มชื้นให้ผิวอีกด้วย

รุ่นนี้มีเนื้อบางเบาและมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ทาแล้วซึมซาบไวไม่เหนียวเหนอะหนะและยังอ่อนโยนต่อผิว จึงเป็นอีกรุ่นที่คุณลูกใช้ดีคุณแม่ใช้ได้เลยค่ะ

7. Cussons Baby Gentle Oil (200ml)

7. Cussons Baby Gentle Oil (100ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 125 บาท

สารสกัดจากคาโมมายล์ ช่วยทำความสะอาดและคืนความชุ่มชื้นอย่างอ่อนโยน

ใครที่ตามหาออยล์สำหรับทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน อย่าเพิ่งเลื่อนอันดับนี้ผ่านไปเฉย ๆ นะคะไม่อย่างนั้นน่าเสียดายแย่ เพราะรุ่นนี้เป็นสูตร Mineral oil บริสุทธิ์ มีส่วนผสมของสารสกัดจากคาโมมายล์ ช่วยทำความสะอาดและมอบความชุ่มชื้นให้กับผิวขณะเช็ด ซึ่งผ่านการทดสอบทางผิวหนังแล้วว่าไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง นอกจากนี้ยังมีหลายขนาดให้เลือกซื้อ

เนื้อบางเบาไม่เหนอะหนะ ทำความสะอาดได้อย่างหมดจด หลังใช้แล้วรู้สึกว่าผิวนุ่มและชุ่มชื้นมากกว่าเดิม และที่สำคัญยังอ่อนโยนกับผิว ถือเป็นอีกรุ่นที่คุ้มค่า

6. Babi Mild Ultra Mild Pure Natural Baby Oil (200ml) x 2

6. Babi Mild Ultra Mild Pure Natural Baby Oil (200ml) x 2

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 216 บาท

คืนความชุ่มชื้นและฟื้นฟูผิวด้วยสารสกัดจากว่านหางจระเข้และโจโจ้บาออยล์

สำหรับรุ่นนี้พิเศษด้วยส่วนผสมที่สกัดจากว่านหางจระเข้และโจโจ้บาออยล์ จึงอุดมไปด้วยวิตามินอี ช่วยคืนความชุ่มชื้น พร้อมบำรุงและฟื้นฟูผิวที่ถูกทำลายให้เนียนนุ่มน่าสัมผัส ป้องกันการแห้งกร้าน ปราศจากแอลกอฮอล์ พาราเบน สารทำความสะอาด ซิลิโคน และสีเติมแต่ง แถมมั่นใจได้เพราะผ่านการทดสอบทางแพทย์ผิวหนังแล้วว่าอ่อนโยน

เนื้อเหลวพอเหมาะ ซึบซาบไว ไม่ค่อยทิ้งความมัน และมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ โดยหลังใช้เป็นประจำพบว่าผิวมีสุขภาพดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเช็ดเครื่องสำอางได้ดีโดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองใด ๆ ใช้ได้คุ้มค่าทั้งลูกและคุณแม่

5. D-Nee Pure Baby Oil Organic (200ml) x 3

5. D-Nee Pure Baby Oil Organic (200ml) x 3

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 390 บาท

อุดมไปด้วยสารสกัดออร์แกนิคจากธรรมชาติ ช่วยบำรุงและปกป้องผิวไม่ให้แห้งเสีย

รุ่นนี้น่าสนใจไม่น้อยเลยค่ะ เพราะมีส่วนผสมสารสกัดออร์แกนิคจากธรรมชาติ เช่น ข้าวโอ๊ต, ดอกคาโมมายล์และว่านหางจระเข้ จึงอุดมไปด้วยวิตามินอี ช่วยคงความชุ่มชื้นใต้ชั้นผิวได้ดี พร้อมปกป้องผิวจากมลภาวะต่าง ๆ และลดความหยาบกร้านของผิว โดยปราศจากสารกันเสียพาราเบน ซึ่งได้รับการทดสอบ Hypo-Allergenic Tested โดยแพทย์ผิวหนังเรียบร้อยแล้วว่าเสี่ยงต่อการแพ้น้อย

หลายคนที่ใช้ต่างชื่นชอบในประสิทธิภาพ เพราะเนื้อออยล์มีกลิ่นหอมสะอาด เข้มข้นแต่ซึบซาบไว ไม่ทิ้งความเหนอะหนะ หลังใช้แล้วรู้สึกผิวเนียนนุ่มน่าสัมผัสมากขึ้น นอกจากนี้แพ็กเกจยังจับถนัดมือและเปิดปิดง่าย

4. Cussons Soft & Smooth Oil (200ml)

4. Cussons Soft & Smooth Oil (200ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 125 บาท

น้ำมันอัลมอนด์และกุหลาบ ช่วยคืนความชุ่มชื้นและปลอบประโลมผิว

Mineral oil บริสุทธิ์ที่อุดมไปด้วยคุณค่าจากสารสกัดธรรมชาติอย่างน้ำมันอัลมอนด์และกุหลาบ ช่วยมอบความชุ่มชื้นและปลอบประโลมผิวอย่างอ่อนโยน โดยได้รับการทดสอบทางผิวหนังเรียบร้อยแล้วว่าเสี่ยงต่อการระคายเคืองน้อย นอกจากนี้แพ็กเกจยับจับถนัดมือด้วยการเว้าด้านข้างเล็กน้อย ฝาเปิดปิดได้สะดวก แถมยังมีหลายขนาดให้เลือกซื้อ

มาดูผลลัพธ์หลังใช้งานของคนส่วนมากกันบ้าง รุ่นนี้มีเนื้อที่บางเบาพร้อมกลิ่นหอมอ่อน ๆ ทาแล้วไม่เหนอะหนะและช่วยให้ผ่อนคลาย ทั้งยังขจัดคราบสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางได้ดี ขณะเดียวกันก็บำรุงให้เนียนนุ่มไปด้วย

3. Babi Mild Ultra Mild White Sakura (100ml)

3. Babi Mild Ultra Mild White Sakura (100ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 56 บาท

เอสเซ้นท์จากดอกซากุระขาว บำรุงให้ชุ่มชื้นและเนียนนุ่มน่าสัมผัส

มาถึงอันดับที่ 3 ของเรา รุ่นนี้มีส่วนผสมหลักจากออยล์บริสุทธิ์ ผสานด้วยคุณค่าของเอสเซ้นท์จากดอกซากุระขาว จึงอุดมไปด้วยวิตามินอี ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยเติมเต็มน้ำให้ผิว ฟื้นฟูให้เนียนนุ่มน่าสัมผัสและป้องกันการแห้งกร้าน ปกป้องและลดการสะสมของแบคทีเรีย โดยปราศจากแอลกอฮอล์ พาราเบน สารทำความสะอาด ซิลิโคนและการเจือสี ได้รับการทดสอบโดยแพทย์ผิวหนังแล้วว่าเสี่ยงต่อการระคายเคืองน้อย

เนื้อออยล์ของรุ่นนี้เนียนลื่น มอบสัมผัสที่อ่อนโยน มาพร้อมกลิ่นหอมช่วยให้ผ่อนคลาย เมื่อทาแล้วซึบซาบไว จึงช่วยบำรุงผิวพรรณได้ดี นอกจากนี้ยังทำความสะอาดได้ดีอีกด้วย

2. Johnson’s Baby Oil Aloe Vera & Vitamin E (125ml)

2.Johnson's Baby Oil Aloe Vera & Vitamin E (125ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ SHOPEE

ราคา 89 บาท

สารสกัดจากว่านหางจระเข้ อุดมไปด้วยวิตามินอี ผิวเนียนนุ่มและปกป้องจากมลภาวะ

อีกหนึ่งรุ่นที่สกัดมาจากส่วนผสมของ Mineral oil บริสุทธิ์ ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นใต้ชั้นผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผสานด้วยคุณค่าจากว่านหางจระเข้ที่อุดมไปด้วยวิตามินอี จึงช่วยเติมน้ำให้ผิวและปกป้องผิวจากมลภาวะ ห่างไกลจากความแห้งกร้าน อันเป็นหนึ่งในสาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีหลายขนาดให้เลือกซื้อ ซึ่งทุกขนาดมีดีไซน์ที่เอื้อต่อการใช้งานทั้งสิ้น

เนื้อมีกลิ่นหอม ช่วยให้ผ่อนคลายขณะใช้ และมีสัมผัสค่อนข้างจะบางเบา ทำให้ซึบซาบไว หลังจากทาแล้วจึงไม่เหนอะหนะผิว พร้อมให้การบำรุงและทำความสะอาดผิวได้อย่างอ่อนโยน

1. Johnson’s Baby Oil (300ml)

1. Johnson's Baby Oil (300ml)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 260 บาท

Mineral oil บริสุทธิ์ ปราศจากแอลกอฮอล์ ยอดฮิตที่หลายคนเลือกใช้

รุ่นนี้ไม่ธรรมดาเพราะมีคนรีวิวในเว็บไซต์หนึ่งเกือบพันคอมเม้นท์เลยทีเดียว แถมยังได้คะแนนสินค้าเกือบเต็มด้วยนะคะ ด้วยส่วนผสมหลักจาก Mineral oil บริสุทธิ์ จึงช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นในชั้นผิวได้อย่างดีเยี่ยม ปกป้องผิวจากความแห้งกร้าน ซึ่งเป็นสาเหตุให้ผิวระคายเคืองง่าย ทำให้ผิวเนียนนุ่มน่าสัมผัส นอกจากนี้ยังปราศจากแอลกอฮอล์ จึงใช้เช็ดทำความสะอาดผิวได้อย่างอ่อนโยน แถมมีหลายขนาดให้เลือกซื้อ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

รุ่นนี้มีเนื้อที่เข้มข้น ต้องใช้เวลาในการซึมซาบเล็กน้อย แต่เมื่อใช้แล้วช่วยฟื้นฟูให้ผิวมีสุขภาพดีขึ้นและยังเช็ดเครื่องสำอางได้อย่างหมดจด แต่คุณแม่คนไหนที่หน้ามัน แนะนำให้ใช้น้อย ๆ นะคะ เพราะถ้าล้างหน้าไม่สะอาดอาจอุดตันเอาได้

ทดสอบการแพ้ก่อนใช้ทุกครั้ง

ทดสอบการแพ้ก่อนใช้ทุกครั้ง

เมื่อได้เบบี้ออยล์ที่ถูกใจมาแล้ว คุณแม่จะรีบนำมาทาลงบนตัวหรือใบหน้าของลูกน้อยเลยไม่ได้เด็ดขาดเชียวนะคะ ต้องทดสอบการแพ้ก่อนทุกครั้ง ซึ่งขั้นการทดสอบก็ง่ายแสนง่าย ดังต่อไปนี้เลยค่ะ

เริ่มจากทาออยล์ที่บริเวณท้องแขนหรือผิวบริเวณต้นขาภายใน จากนั้นรอสัก 4-5 ชม. ถ้าไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ ให้ลองทาที่ใบหน้าและลำคอต่อในปริมาณน้อย แล้วสังเกตสภาพผิวบริเวณดังกล่าวเมื่อเวลาผ่านไป 24 ชม. หากไม่มีอาการใด ๆ คุณแม่ก็มั่นใจได้่ในระดับหนึ่งแล้วล่ะค่ะว่าปลอดภัย ใช้แล้วไม่แพ้ แต่ถ้าผิวมีอาการแดงหรือผิดปกติไปจากเดิม ให้รีบล้างออยล์ออกด้วยน้ำสะอาดทันที และหยุดการใช้ผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ไปเลยค่ะ

เคล็ดลับการใช้เบบี้ออยล์ให้คุ้มค่า

นอกจากจะใช้กับเบบี๋ได้แล้ว เบบี้ออยล์ยังสามารถใช้กับผู้ใหญ่อย่างเราได้ด้วยนะคะ โดยจะมีวิธีการอย่างไรบ้าง ตามอ่านได้จากด้านล่างนี้เลยค่ะ

ใช้เช็ดเครื่องสำอางและนวดขัดสิวเสี้ยน

ใช้เช็ดเครื่องสำอางและนวดขัดสิวเสี้ยน

เบบี้ออยล์สามารถใช้เป็นสกินแคร์และแฮร์แคร์ได้ด้วยนะจ๊ะ ไม่ว่าจะเป็นการนวดขัดสิวเสี้ยนบนจมูก ซึ่งทำได้ง่าย ๆ ด้วยการเทออยล์ใส่สำลีแผ่นและถูอย่างอ่อนโยนจนกว่าสิวเสี้ยนจะหายไปทั้งหมด หรือจะใช้เป็นคลีนซิ่งเช็ดเครื่องสำอางก็ย้อมได้

มากกว่านั้น ยังใช้เพิ่มความชุ่มชื้นในผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้อีก เช่น โฟมล้างหน้า, เมคอัพเบส หรือแม้แต่โลชั่น เพื่อให้ผิวได้รับความชุ่มชื้นอย่างเพียงพอ

ใช้บำรุงเส้นผมและผิวบริเวณเล็บมือ

ใช้บำรุงเส้นผมและผิวบริเวณเล็บมือ

เช่นเดียวกับคลีนซิ่ง คุณสามารถหยดเบบี้ออยล์ลงในยาสระผมเพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับหนังศีรษะและเส้นผม โดยเฉพาะช่วงที่อากาศหนาว และยังใช้บำรุงผิวหนังรอบเล็บมือให้มีสุขภาพดีได้อีกด้วย เพียงแค่ทาบาง ๆ เท่านั้นค่ะ

เห็นไหมคะว่าเบบี้ออยล์เพียงขวดเดียวก็ใช้งานได้คุ้มค่าทั้งแม่และลูก ใครที่กังวลว่าซื้อมาในปริมาณเยอะแล้วจะใช้ไม่หมด ลองนำเคล็ดลับการใช้งานเหล่านี้ไปปรับใช้กันดูนะจ๊ะ

บทส่งท้าย

ถ้าใครรู้สึกว่าเบบี้ออยล์ที่ใช้อยู่ดูไม่ค่อยเหมาะกับตัวเองหรือลูกน้อย หรือแม้แต่ใครที่กำลังตามหามอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่อ่อนโยนต่อผิว ลองนำวิธีการเลือกที่เรานำเสนอไปปรับใช้ดูนะคะ และอย่าลืมคำนึงถึงข้อมูลของสินค้าต่าง ๆ ควบคู่ไปกับอันดับของผลิตภัณฑ์ด้วย เพื่อที่คุณจะได้สินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุด

การเก็บรักษาก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญ เพราะตามที่กล่าวไป ทุกคนคงทราบแล้วว่าเบบี้ออยล์มักไม่ใส่สารกันเสีย ทำให้หมดอายุง่าย เวลาใช้จึงไม่ควรเปิดฝาทิ้งไว้นาน ๆ เพราะจะทำให้อากาศหลุดรอดเข้าไปในขวด ซึ่งอาจเร่งกระบวนการให้เสียเร็วขึ้นได้

Popular Posts