10 อันดับ ไม้เทนนิส ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2019

10 อันดับ ไม้เทนนิส ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018

กีฬาเทนนิสเป็นกีฬาที่มีจุดกำเนิดในยุโรป มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานนับร้อยปีและเป็นที่นิยมมาถึงปัจจุบัน แต่ด้วยความที่ติดภาพลักษณ์การเป็นกีฬาสำหรับคนชนชั้นสูง จึงทำให้ยังไม่เป็นที่นิยมแพร่หลายนักในเอเชียเมื่อเทียบกับกีฬาอื่นอย่างฟุตบอล หรือแบดมินตัน แต่มีอีกเหตุผลหนึ่งซึ่งอาจจะเป็นส่วนที่ทำให้ไม่ค่อยมีคนเล่นเทนนิสเท่าไรนัก ก็คือวิธีการเลือกใช้อุปกรณ์ โดยเฉพาะอุปกรณ์หลักอย่างไม้เทนนิส ที่ดูจะซับซ้อนและยังไม่เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไป

ไม่ต้องห่วงค่ะ แม้ว่าไม้เทนนิสจะมีมากมายหลายสเปก หลายยี่ห้อ แลดูน่าปวดหัว แต่วันนี้เราจะนำวิธีการเลือกไม้เทนนิสที่เข้าใจได้ง่าย สามารถนำไปใช้ได้ทันทีมาฝากกัน รวมทั้งขอนำเอา 10 อันดับไม้เทนนิสยอดฮิตมาเสนอด้วย จะได้เพิ่มทางเลือกในการออกกำลังกายให้กับทุก ๆ คนนะคะ

สารบัญ

วิธีการเลือกไม้เทนนิส

ก่อนที่จะไปดู 10 อันดับไม้เทนนิสยอดฮิต เรามาดูวิธีการเลือกไม้เทนนิสกันก่อนดีกว่า วิธีการเลือกไม้เทนนิสมีปัจจัยหลักอยู่ 3 อย่างเบื้องต้น คือให้ดู “น้ำหนัก” (Weight) “ขนาดหน้าไม้” (Head) และ “ความกว้างของขอบไม้” (Beam) เพราะทุกอย่างมีส่วนกำหนดความสามารถในการควบคุม (Control)  และกำลัง (Power) ในการตีเทนนิสค่ะ

เลือกน้ำหนักไม้ที่เหมาะกับแรงของตนเอง

เลือกน้ำหนักไม้ที่เหมาะกับแรงของตนเอง

สิ่งสำคัญในการเลือกอย่างแรกคือ “น้ำหนัก” ซึ่งส่วนใหญ่ไม้เทนนิสที่วางขายทั่วไปจะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 300 กรัม แต่ไม้ที่มีน้ำหนักเบาถึง 260 กรัมก็มีเช่นกัน (ผู้ผลิตส่วนใหญ่จะเขียนน้ำหนักเป็นค่าเฉลี่ยนะคะ) ไม้เทนนิสที่มีน้ำหนักเบาจะช่วยให้ตีได้ง่ายจึงเหมาะกับผู้ที่เริ่มหัดเล่นใหม่ ๆ แต่ว่าถ้าเบาเกินไปก็จะรับแรงบอลที่ตีมาจากผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามไม่ไหว ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เริ่มหัดเล่นใหม่หรือผู้ที่เคยเล่นมาบ้างแล้ว ก็แนะนำให้ใช้ไม้ที่มีน้ำหนักพอสมควรที่ไม่ทำให้เหวี่ยงไม้ได้ยากจะดีกว่าค่ะ

โดยประมาณแล้ว กรณีที่เพิ่งเริ่มหัดเล่นใหม่ผู้หญิงจะใช้ไม้ที่มีน้ำหนักประมาณ 260-280 กรัม ในขณะที่ผู้ชายจะใช้ไม้ที่หนัก 280-300 กรัม บวกน้ำหนักเอ็นไปอีกประมาณ 15-20 กรัมค่ะ สำหรับผู้ที่เล่นในระดับกลางแนะนำให้ไปที่ร้านแล้วลองถือไม้เปรียบเทียบดูเองจะดีกว่า เพราะการที่ถือไม้ที่มีน้ำหนักหน่อยแต่อยู่ในระดับเท่าที่ตัวเองสามารถตีได้ จะทำให้ตีโต้กลับบอลฝ่ายตรงข้ามได้ดีกว่าค่ะ

เลือกขนาดหน้าไม้ แนะนำขนาด Midplus

เลือกขนาดหน้าไม้ แนะนำขนาด Midplus

ข้อสำคัญในการเลือกไม้เทนนิสข้อที่ 2 คือ “ขนาดหน้าไม้” ซึ่งจะสัมพันธ์กับความสามารถในการกระเด้งของลูกเทนนิส ขนาดทั่วไปจะอยู่ที่ 85-135 ตารางนิ้ว โดยแยกเป็นชนิดได้ดังนี้ ขนาด 85-95 ตารางนิ้ว เรียกว่า Mid-sized ขนาด 95-105 ตารางนิ้ว เรียกว่า Midplus และขนาด 105-125 ตารางนิ้ว เรียกว่า Oversized ค่ะ

ยิ่งหน้าไม้ใหญ่ก็สามารถตีบอลให้ไปไกลได้โดยไม่ต้องใช้แรงมาก ดังนั้นแบบ Oversized จึงเหมาะกับผู้หญิงหรือผู้สูงอายุ ในทางตรงข้ามถ้าหน้าไม้เล็ก จะทำให้สามารถควบคุมบอลได้ดี แต่พื้นที่ส่วน Sweet spot (ส่วนหน้าไม้ที่เมื่อบอลมากระทบเอ็นแล้วเอ็นสามารถสร้างแรงสะท้อนกลับได้มากที่สุดและสร้างแรงสั่นสะเทือนน้อยที่สุด) จะแคบ บอลจึงเด้งไปได้ไม่ไกล ดังนั้นขนาด Mid-sized จึงเหมาะสำหรับนักเล่นความสามารถระดับสูง

ในปัจจุบันขนาดของไม้แทนนิสที่มีมากที่สุดคือ MidPlus เรียกได้ว่าเป็นไม้ที่เหมาะกับผู้เล่นหลาย ๆ ระดับเพราะว่ารวมข้อดีของไม้ขนาด Oversized และ Mid-sized เอาไว้ด้วยกันอย่างได้สมดุล เป็นขนาดไม้ที่แนะนำให้ผู้เริ่มแล่นใหม่ ๆ แต่อยากจะพัฒนาได้อย่างรวดเร็วค่ะ

“ความกว้างของขอบไม้” กับเรื่องที่มักเข้าใจผิดกันบ่อย ๆ

"ความกว้างของขอบไม้" กับเรื่องที่มักเข้าใจผิดกันบ่อย ๆ

จุดสำคัญอย่างที่ 3 ในการเลือกไม้เทนนิสคือ “ความกว้างของขอบไม้” ซึ่งโดยทั่วไปจะอยู่ที่ 17-30 มิลลิเมตร ยิ่งกว้างมากไม้ก็จะมี Power มาก ถ้าแคบหน่อยก็จะทำให้ Control ทิศทางได้ดี

ข้อควรระวังคือ สำหรับผู้ที่มีกำลังเยอะ เช่น ผู้ชายที่มักต้องการตีลูกให้พุ่งเร็ว ถ้าไปเลือกไม้ขอบกว้างที่ให้ Power เยอะอยู่แล้ว อาจทำให้มีโอกาสที่จะตีลูกออกได้ง่าย ดังนั้นคนที่เหมาะจะใช้ไม้ขอบกว้างต้องไม่ใช่คนที่มีแรงเยอะ แต่เป็นคนที่ต้องการใช้ประโยชน์จากกำลังตีของฝ่ายตรงข้ามค่ะ

ไม้เทนนิสขอบแคบจะแอ่นให้ความรู้สึกเหมือนเราสามารถกุมควบคุมบอลไว้ได้ แต่บอลจะเด้งกลับน้อยเมื่อเทียบกับไม้ขอบกว้าง จึงแนะนำให้ผู้ที่มีแรงเยอะอยู่แล้วใช้ ส่วนคนที่ไม่ค่อยมีแรงให้ใช้แบบขอบไม้กว้างจะเล่นได้ง่ายกว่าค่ะ

10 อันดับ ไม้เทนนิส ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

เมื่อทราบวิธีการเลือกกันแล้ว เพื่อเป็นการปลุกใจให้หันมาเล่นเทนนิส เราจะพาไปดูไม้เทนนิสที่เป็น Best Seller ขายดียอดฮิต 10 อันดับ จากหลาย ๆ ประเทศกันเลยดีกว่า ลองหาไม้ที่เข้ากับตัวเองดูนะคะ

10. Yonex Ezone 98 (41/4)

10. Yonex Ezone 98 (41/4)

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 19,864.53 บาท

Power สูง เสิร์ฟได้แม่นยำ

เป็นไม้เทนนิสที่รับรองว่างานดี แถม Osaka Naomi นำไปปรับเป็นไม้ของตัวเองตอนแข่ง US Open 2018 ที่ผ่านมา ซึ่งเธอเอาชนะ Serena Williams และได้เป็นแชมป์ที่มีเชื้อสายเอเชียคนแรก

ไม้ค่อนข้างแข็ง มีกำลัง Power มาก พื้นที่ Sweet spot เล็ก ผู้เล่นจึงจำเป็นต้องมีทักษะความแม่นยำสูง แต่ถือเป็นไม้ที่ทำหน้าที่เสิร์ฟได้ดีเยี่ยมโดยเฉพาะการเสิร์ฟแบบ Spin เหมาะสำหรับคนที่รู้จักการตีของตัวเองดี เช่น ผู้เล่นระดับกลางถึงระดังสูง ค่ะ

9. Wilson Blade 98 (18×20) CV 3/8

9. Wilson Blade 98 (18×20) CV 3/8

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 19,175.46 บาท

ไม้เทนนิสของแชมป์หน้าใหม่จากรัสเซีย

Karen Khachanov นักเทนนิสหนุ่มชาวรัสเซียแชมป์ Rolex Paris Master 2018 ที่พึ่งจบไป ใช้ไม้รุ่นนี้ในการแข่ง ซึ่งรุ่นนี้นำเทคโนโลยี Countervail (CV) เข้ามาใช้ในการผลิตเพื่อช่วยลดแรงสั่นสะเทือนถึง 30%  นอกจากนี้ด้วยความที่หน้าไม้ไม่ใหญ่และขอบไม้แคบแค่ 21 mm จึงทำให้ Control ทิศทางบอลได้ดี

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้จะต้องมีแรงตีดีสักหน่อย เพราะไม้มีแรง Power น้อย จึงเหมาะกับหนุ่ม ๆ แรงดี ๆ ค่ะ

8. Wilson Pro Staff RF 97 Autograph

8. Wilson Pro Staff RF 97 Autograph

ดูรายละเอียดได้ที่ Wilson

ราคา 269 ดอลลาร์สหรัฐ (USD)

ไม้รุ่นใหม่ของแชมป์รุ่นเก๋า

คงไม่มีใครไม่รู้จัก Roger Federer นักเทนนิสผู้เป็นแชมป์ที่เคยขึ้นอันดับหนึ่งในการแข่งขันต่าง ๆหลายสมัย ไม้นี้เป็นไม้ล่าสุดที่เขาใช้ค่ะ แน่นอนว่าต้องฮิตแน่นอน

ไม้มีน้ำหนักมากอยู่ที่ 357 g หน้าไม้ที่แคบ 97 ตารางนิ้ว ขอบไม้บางเน้นการ Control มีความนิ่ง (Stability) สูง ทำให้รับบอลได้มั่นคงและแม่นยำ อีกทั้งยังใช้เสิร์ฟแบบ Spin ได้ง่าย เรียกว่าเป็นไม้ของแชมป์ที่หลายคนใฝ่ฝันอยากมีเก็บไว้ค่ะ

7. Wilson Burn 100 CV

7. Wilson Burn 100 CV

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 16,933.25 บาท

ไม้รุ่นที่นักเทนนิสหนุ่มขวัญใจชาวอาทิตย์อุทัยนำไปพัฒนาใช้

เป็นไม้รุ่นที่อัพเกรดมาจาก Burn 100 โดยการเพิ่มเทคโนโลยี CV (Countervail) เข้าไป เพื่อช่วยลดแรงสั่นขณะตี หน้าไม้อยู่ที่ 100 ตารางนิ้ว มีความหนาและน้ำหนักที่กำลังดี (23-25 mm/317 g) คนเล่นใหม่ ๆ ตีท้ายคอร์ทน่าจะใช้สนุก และเนื่องจากเป็นไม้ในไลน์เดียวกันกับไม้ที่ Nishikori Kei (ชาวญี่ปุ่นคนเดียวที่ได้ขึ้นTop 5 ATP ranking) เลือกมาพัฒนาใช้จึงเป็นที่สนใจในหมู่ชาวเอเชียอย่างเราค่ะ

อย่างไรก็ตาม ไม้รุ่นนี้ยังมีข้อติตรงที่แข็ง (Stiff) ไปสักเล็กน้อย ทำให้เมื่อเล่นไปนาน ๆ จะเกิดอาการบาดเจ็บที่ข้อมือได้ง่าย

6. Head Graphene 360 Speed Pro

6. Head Graphene 360 Speed Pro

ดูรายละเอียดได้ที่ HEAD

ราคา 299.95 ดอลลาร์สหรัฐ (USD)

ไม้เทนนิสของราชาคืนบัลลังก์

Novak Djokovic ราชาที่ตกบัลลังก์ไปหลายปี ปีนี้เค้ามาทวงบัลลังก์คืน ล่าสุดขึ้นอันดับ 1 แล้ว โดย Djokovic ถือไม้เทนนิสของ Head ตัวนี้แหละค่ะ ด้วยความที่เป็นราชาขาโหด ไม้นี้ก็โหดตามราชาค่ะ หนัก (แต่ไม่ถึงกับหนักอึ้ง) หน้าไม้กว้างและขอบหนา 326 g / 100 ตร. นิ้ว / 23 mm

นอกจากนี้ไม้นี้ยังมีความคล่องตัวสูง (Maneuverability) มี Power สุด ๆ ถ้าชอบหวดมันส์ ๆ ก็แนะนำให้ใช้ค่ะ แต่ต้องฝึก Control ดี ๆ นะคะ

5. Prince Textreme Tour 100T

5 Prince Textreme Tour 100T

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 14,066 บาท

ไม่ต้องยี่ห้อดังราคาแรงก็ใช้ได้ดี

แม้ตอนนี้ความบูมจะสู้แบรนด์อย่าง Babolat หรือ Head ไม่ค่อยได้ แต่ Prince ก็เป็นแบรนด์ดีที่น่าเชื่อถือและราคาสมเหตุสมผลค่ะ

รุ่นนี้มีขนาดหน้าไม้กว้างถึง 100 ตร. นิ้ว แต่น้ำหนักไม่มากอยู่ที่ 306 g ขอบไม้หนา 20-23 mm กล่าวคือมี Power แต่ยังสวิงสะดวก คล่องตัวและใช้ง่ายค่ะ เหมาะกับคนเล่นใหม่ ๆ แต่ไม่อยากได้ไม้ใหญ่ระดับ Oversized แล้วก็ยังไม่อยากลงทุนหนัก ๆ ในไม้แรกค่ะ

4. Babolat Pure Strike 18×20(3/8)

4 Babolat Pure Strike 98

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 10,858.29 บาท

Power และ Control กำลังดี ตีลูกกลับได้มั่นคงแม่นยำ

ไม้เทนนิสของ Dominic Thiem นักเทนนิสชาวออสเตรียที่กำลังมาแรงในตอนนี้ รุ่นนี้หนัก 320 g/ หน้ากว้าง 98 ตร. นิ้ว / ขอบไม้ 21 -23 mm เป็นไม้ที่ได้รับคำชมจากนักเทนนิสหลาย ๆ ระดับว่าทุกอย่าง “กำลังดี”

มีจุดเด่นในการตีลูกกลับได้อย่างมั่นคง ทั้งยังเสริม Power และ Control ในการตีได้อย่างมีสิทธิภาพและให้ความรู้สึกในการตีที่แน่นแต่นุ่ม โดยเฉพาะรุ่นที่ขึงเอ็นละเอียด 18×20 แต่ก็มีบางคนบอกว่าถ้าอยาก Spin เยอะ ๆ ใช้แบบขึงเอ็น 16×19 จะดีกว่าค่ะ

3. Babolat Pure Aero

3. Babolat Pure Aero

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 26,056.55 บาท

ไม้ประจำตัวราชาแห่งคอร์ทดินที่ใคร ๆ ก็อยากครอบครอง

ใช่แล้วค่ะนี่เป็นไม้ของ Rafael Nadal, King of Clay ของเรา (เสียดายล่าสุดเพิ่งตกมาอยู่อันดับ 2) แม้เป็นไม้ของแชมป์ แต่สเปกไม่ได้หนักแบบต้องลากไปหรือแลดูใช้ยากแต่อย่างใด น้ำหนัก 320 g / หน้าไม้ 100 ตร นิ้ว / ขอบไม้ 23-26 mm มีกำลัง Power มากและ Spin ได้ดีเยี่ยม แถมยังเสริมพลังด้วย Sweet spot ที่กว้างกว่าหลาย ๆ รุ่น

เป็นไม้ที่เหมาะกับคนที่เริ่มตีมาสักพักชินกับ Power และ Control ของตัวเองแล้วอยากจะพัฒนาเป็นระดับที่สูงขึ้นโดยลองโฟกัสเรื่องของการ Spin บ้างค่ะ

2. Head Ti S6

2 Head Ti S6

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 8,289.94 บาท

ไม้เทนนิสเบสิคใช้ง่ายที่เหล่ากูรูทั้งหลายแนะนำ

ตามนั้นเลยค่ะ เป็นไม้ที่ฮิตมานาน น้ำหนักเบาเพียง 252 g/ หน้าไม้ 115 ตร นิ้ว/ ขอบไม้ 28.5 mm หน้าไม้แบบ Oversized รับลูกง่าย มี Sweet spot กว้างแทบจะครอบคลุมทั้งหมดหน้าไม้เลยก็ว่าได้ ทำให้ลูกเด้งไกล ช่วยให้ไม่ต้องใช้แรงเยอะ

ที่สำคัญราคาก็เหมาะเจาะน่าซื้อ เป็นสเปกที่ดีต่อใจและกระเป๋าสตางค์ของผู้เริ่มสนใจเล่นใหม่ ๆ โดยเฉพาะสาว ๆ แนะนำให้มีไว้ครอบครอง รับรองว่าสร้างกำลังใจในการตีให้ไม่ท้อกันไปง่าย ๆ แน่นอนค่ะ

1. Babolat Pure Drive

1 ฺBabolat Pure Drive

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 18,227.38 บาท

ไม้ยี่ห้อดังที่โปรก็ใช้ได้ คนเริ่มเล่นใหม่ก็ใช้ดี

แม้ว่า Babolat จะให้ Pure Drive เป็นไม้ระดับกลาง ๆ แต่เรียกได้ว่าเป็นไม้เทนนิสยอดฮิตอันเป็นที่รักของหลาย ๆ คน ติดอันดับต้น ๆ ของทุกชาร์ทเลยก็ว่าได้ ยิ่งรุ่น 2018 ที่ทำให้ใช้ง่ายขึ้นไปอีก ด้วยน้ำหนัก ขนาดหน้าไม้ ความหนา ที่กำลังดี (317 g/ 100 ตร. นิื้ว / 23-26 mm) ทำให้ไม้มีประสิทธิภาพที่ดีทั้งด้าน Power และ Control

ความสามารถในการ Spin และการเสิร์ฟก็ทำได้ดีเยี่ยม แนะนำให้ใช้ได้ทุกระดับ ทั้งผู้หญิงผู้ชาย ยิ่งคนที่อยากพัฒนาไว ๆ ยิ่งควรใช้ค่ะ

บทส่งท้าย

เห็นอุปกรณ์ช่างน่าซื้อขนาดนี้ ยิ่งเมื่อทราบวิธีการเลือกด้วยแล้ว น่าจะมีใครสนใจมาลองเล่นเทนนิสกันบ้างแล้วใช่ไหมคะ ถ้ายังเขินอยู่ที่จะไปตีที่คอร์ท ลองศึกษาฟอร์มการตีของนักกีฬาจากการแข่งขันแมชต่าง ๆ แล้วซื้อไม้มา Knock board ตีกับกำแพงที่บ้านเลียนแบบฟอร์มไปก่อนก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีนะคะ เพราะการออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อสุขภาพที่ดีและแข็งแรง มาเริ่มกันตั้งแต่วันนี้ดีกว่าค่ะ