10 อันดับ ลำโพง โฮมเธียเตอร์ ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2019

10 อันดับ ลำโพง โฮมเธียเตอร์ ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018

เสียงที่กระหึ่ม เบสที่หนักแน่น สร้างบรรยากาศอันระทึกใจ เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการเมื่อเราเข้าไปดูหนังในโรงภาพยนต์ แต่ถ้าเราสามารถสัมผัสประสบการณ์เดียวกันกับในโรงภาพยนต์ได้ที่บ้านก็คงจะดีไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ ซึ่งจริง ๆ แล้วมันก็เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ง่าย ๆ แค่เราต้องรู้จักวิธีการเลือกลำโพงโฮมเธียเตอร์ดี ๆ สักชุดมาไว้ที่บ้านเท่านั้นเอง

ปัจจุบันมีโฮมเธียเตอร์มากมายหลายยี่ห้อให้เลือกซื้อ แต่หลายคนคงยังไม่ทราบว่าแท้จริงแล้วไอเทมนี้มีกี่ชนิดบ้าง และเคยไหมคะที่เห็นสเปกที่ผู้ผลิตเขียนไว้แต่ก็ไม่เข้าใจว่ามีความหมายว่าอย่างไร เพื่อเป็นการประหยัดเวลาให้ทุกคน เราจะขอนำเสนอวิธีการเลือกลำโพงโฮมเธียเตอร์ที่ไม่ยากอย่างที่คิด และขอนำ 10 อันดับลำโพงโฮมเธียเตอร์ยอดฮิตน่าซื้อมาให้ทุกท่านไว้พิจารณาไปพร้อม ๆ กัน ที่สำคัญ ขอบอกว่าทุกอันดับสามารถซื้อออนไลน์ได้ด้วยค่ะ

สารบัญ

วิธีการเลือกโฮมเธียเตอร์

สิ่งที่สำคัญเวลาเลือกซื้อลำโพงโฮมเธียเตอร์มีอะไรกันบ้าง ถ้าเราทราบข้อมูลพื้นฐานแม้เพียงเล็กน้อย จะเป็นประโยชน์ในการเลือกอย่างมาก อย่าเสียเวลาไปดูกันเลยค่ะ

เลือกให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในการใช้

เพราะว่าลำโพงโฮมเธียเตอร์นั้นมีหลายรูปแบบและชนิด ลองเลือกตัวที่เหมาะสมกับสภาพการใช้งานของตัวคุณมากที่สุดดูนะคะ

แบบเป็นชั้นวาง:ใช้เก็บอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องได้และจัดวางได้ง่าย

แบบเป็นชั้นวาง :ใช้เก็บอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องได้และจัดวางได้ง่าย

ลำโพงแบบที่เป็นชั้นวางด้วยในตัวนี้น่าสนใจไม่น้อยเลยค่ะ เพราะนอกจากใช้เป็นที่วางโทรทัศน์ได้แล้ว ยังเอาไว้วางอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างเครื่องเล่น DVD หรือ Recorder รวมในที่เดียวได้อีก โดยเฉพาะคนที่มีอุปกรณ์หลากหลายชิ้นด้วยแล้วยิ่งทำให้ใช้งานง่ายและประหยัดพื้นที่จัดวางได้ดีเลยทีเดียว

ปัญหาคือทิศทางเสียงจะออกไปด้านหน้าเท่านั้น คนที่ต้องการความสมจริงอาจจะรู้สึกเหมือนขาดอะไรไป ดังนั้นจึงเหมาะกับคนที่อยากได้ชุดลำโพงแบบเบสิค ๆ หรือคนที่ในอนาคตตั้งใจจะค่อย ๆ ซื้อเพิ่มเติมมากกว่า และน่าเสียดายว่าเป็นแบบที่ไม่ค่อยมีวางขายในบ้านเรานะคะ

แบบ Multi-speaker:สร้างเสียงกระหึ่ม เหมาะกับห้องกว้าง ๆ

แบบ Multi-speaker สร้างเสียงกระหึ่ม เหมาะกับห้องกว้าง ๆ

หากต้องการดื่มด่ำกับเสียงกระหึ่มมีพลัง Multi-speaker คือคำตอบของคุณเลยค่ะ ซึ่งภายในชุดมักประกอบด้วยลำโพงข้างโทรทัศน์ 3 ตัว ลำโพงด้านหลัง 2 ตัว และมีลำโพง Subwoofer เพื่อเพิ่มเสียงทุ้มต่ำอีก 1 ตัว เหมาะกับการเพลิดเพลินเสียงแบบ Dynamic สมจริง แต่ว่าเนื่องจากมีลำโพงหลายตัวในชุดเดียวจึงต้องใช้ในห้องที่มีพื้นที่กว้างหน่อย แนะนำให้ใช้กับห้องขนาดมากกว่า 20 ตารางเมตรเป็นต้นไปค่ะ

แบบ Sound Bar:ไม่เปลืองที่วาง เหมาะกับโทรทัศน์เครื่องเล็ก

แบบ Sound Bar ไม่เปลืองที่วาง เหมาะกับโทรทัศน์เครื่องเล็ก

ถ้าโทรทัศน์เครื่องที่ใช้มีขนาดไม่ใหญ่ แนะนำให้ใช้โฮมเธียเตอร์แบบ Sound Bar ซึ่งจะประกอบด้วย Speaker และ Subwoofer เรียงกันอยู่ในลำโพงตัวเดียว จัดวางได้ในพื้นที่จำกัด เช่น หน้าโทรศัพท์ ลดการต่อสายลำโพงหลาย ๆ ตัวที่ยุ่งยาก เหมาะกับคนที่อยากได้อุปกรณ์เครื่องเสียงแบบใช้งานง่าย ๆ

แบบ Sound Bar + Subwoofer : ต่อเติมเพิ่มได้ เหมาะสำหรับมือใหม่

แบบ Sound Bar + Subwoofer : ต่อเติมเพิ่มได้ เหมาะสำหรับมือใหม่

เป็นแบบที่เสริมประสิทธิภาพ Sound Bra เดี่ยว ๆ ขึ้นมาอีกระดับเพราะ Speaker กับ Subwoofer แยกออกจากกัน เป็นชนิดที่ถึงแม้มีพื้นที่น้อยก็สามารถรับฟังเสียงมีมิติทรงพลังได้ เมื่อเทียบกับแบบที่วางจุดเดียวจะมีความสมจริงมากกว่า อีกทั้งไม่เปลืองพื้นที่จัดวาง และปัจจุบันมีหลายโมเดลที่สามารถต่อลำโพงเพิ่มเข้าไป จึงขอแนะนำให้เหล่ามือใหม่ไปพิจารณา

เลือก ch ที่เหมาะกับขนาดห้อง

จำนวน ch (Channel) จะเปลี่ยนแปลงไปตามจำนวนลำโพง โดยทั่วไปจะมีอยู่ 3 ชนิดคือ 2.1 ch , 5.1 ch และ 7.1 ch เวลาเลือกให้ดูขนาดพื้นที่ที่จะนำลำโพงไปวางและขนาดห้องด้วยนะคะ

แบบ 2.1 ch:เหมาะสำหรับห้องขนาดเล็ก

แบบ 2.1 ch:เหมาะสำหรับห้องขนาดเล็ก

แบบ 2.1 ch ส่วนมากจะเป็นชุดลำโพงโฮมเธียเตอร์แบบมินิที่มี Speaker 2 ตัวและ Woofer ซึ่งเป็นชุดที่ราคาถูกที่สุดและไม่กินพื้นที่ในการวาง ห้องขนาดเล็กแค่ 10 ตารางเมตรก็ใช้ได้ หากต้องการใช้แค่ในห้องส่วนตัวหรือห้องคอนโดเล็ก ๆ แค่นี้ก็คงเพียงพอ

อย่างไรก็ตาม แบบนี้อาจจะไม่รองรับระบบเสียงใหม่ ๆ อย่างเช่น Dolby Digital Plus ผู้ซื้อจึงจำเป็นต้องตรวจสอบให้ดีค่ะว่าสามารถต่อกับอุปกรณ์ที่ต้องใช้ได้หรือไม่

แบบ 5.1 ch:เหมาะสำหรับใช้ชมภาพยนต์ในห้องขนาด 15 ตารางเมตรขึ้นไป

แบบ 5.1 ch:เหมาะสำหรับใช้ชมภาพยนต์ในห้องขนาด 15 ตารางเมตรขึ้นไป

ชุด 5.1 ch ประกอบด้วยลำโพงหน้า ลำโพงหลังอย่างละ 2 ตัว ลำโพงกลาง และ Woofer เป็นชุดที่เหมาะกับการดูหนังเพราะมีเสียงมาจากทั้งด้านหน้าและหลัง ทำให้สามารถสัมผัสเสียงกระหึ่มสมจริงได้ และเป็นแบบที่มีจำหน่ายเป็นชุด Home Theater in a Box (HTiB ชุดสำเร็จรวมทุกอุปกรณ์พื้นฐานทั้งหมด) มากที่สุด

สำหรับการติดตั้ง ควรจัดวางให้รอบล้อมพื้นที่ ๆ ต้องการเปิดใช้งาน และเนื่องจากภายใน 1 ชุดมีจำนวนลำโพงเยอะ ห้องที่ใช้งานจึงสมควรจะมีพื้นที่ประมาณ 15 ตารางเมตรขึ้นไปนะคะ เสียงจะได้ไม่ตีกันค่ะ

แบบ 7.1 ch:สำหรับห้องที่มีขนาด 20 ตารางเมตรขึ้นไป

แบบ 7.1 ch:สำหรับห้องที่มีขนาด 20 ตารางเมตรขึ้นไป

เป็นชุดที่มีจำนวนลำโพงเยอะที่สุด ไม่ค่อยมีขายแบบชุด In a box เท่าไหร่ค่ะ ส่วนใหญ่จะเป็นการซื้อลำโพงแบบที่ชอบมาทำเป็นชุดเอง ลำโพงประกอบด้วย Surround back เพิ่มขึ้นมาจากชุด 5.1 ch อึก 2 ตัว ล้อมรอบไปด้วยลำโพง 360 องศาเลยทีเดียว จึงมีพลังและความสมจริงสูง เหมาะกับทั้งการชมภาพยนต์และเล่นเกมส์ให้ได้อรรถรส อีกทั้งยังเหมาะกับโทรทัศน์ขนาด 40 นิ้วเป็นต้นไป จึงจำเป็นจะต้องมีพื้นที่จัดวางพอสมควร ตั้งแต่ประมาณ 20 ตารางเมตรขึ้นไปค่ะ

เลือกคุณภาพเสียงจากระบบเสียง Surround

เลือกคุณภาพเสียงจากระบบเสียง Surround 

เสียงที่ได้ยินจากลำโพงจะเปลี่ยนไปตามชนิดของระบบ Surround  ถ้าเป็น Virtual surround (จำลอง) ก็จะรู้สึกเหมือนได้ยินจากด้านหลังด้วย แต่จะเก็บรายละเอียดเสียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ค่อยได้ หากต้องการความสมจริง แนะนำ Real surround (แท้) ที่ปล่อยเสียงจากลำโพงหน้าหลัง 360 องศา แต่เสียงก็จะต่างไปตามจำนวน ch ด้วยนะคะ จะให้แสดง Real surround ด้วยลำโพงแค่ 2.1 ch ก็คงยากอยู่  ถ้าต้องการให้ความสำคัญกับคุณภาพเสียงจริง ๆ ก็ให้เลือก Real surround 5.1 ch ดีกว่า แต่ราคาก็จะสูงขึ้นตามไปด้วยค่ะ

หากมีแผนต่อขยายเพิ่ม ต้องตรวจการรองรับกับ AV amplifier ด้วย

หากมีแผนต่อขยายเพิ่ม ต้องตรวจการรองรับกับ AV amplifier ด้วย

สิ่งสำคัญที่สุดในการสร้างระบบโฮมเธียเตอร์ก็คือ AV amplifier หรือ AV Receiver (AVR) ซึ่งเป็นตัวควบคุมเสียงที่ออกจากลำโพง ปกติแล้วเพาเวอร์แอมป์จะใช้งานได้กับลำโพง 5.1 ch แต่ก็มีบางรุ่นที่ไม่สามารถทำงานรับกับลำโพง 7.1 หรือ ch 9.1 ch ได้ ถ้าคิดว่าอนาคตจะขยายระบบ Surround ต้องตรวจดูล่วงหน้าว่าลำโพงนั้นสามารถใช้งานรองรับกับเพาเวอร์แอมป์ได้หรือไม่

และถ้าไม่อยากต้องปรับเสียงของลำโพงแต่ละตัวให้ยุ่งยาก ให้เลือกแบบที่มีฟังก์ชัน Auto Calibration ซึ่งช่วยปรับเสียงให้อัตโนมัติตามสภาพแวดล้อมของห้องที่ใช้รับฟัง แต่ราคาก็อาจจะสูงสักหน่อย ลองเก็บไว้พิจารณาดูค่ะ

แบบ Wireless ไม่ต้องกังวลเรื่องการต่อสาย

แบบ Wireless ไม่ต้องกังวลเรื่องการต่อสาย

ถ้ามีแค่ 2 ลำโพงอย่าง 2.1 ch ก็คงไม่ต้องกังวลเรื่องการต่อสายสักเท่าไรนัก แต่พอเริ่มเป็น 5.1 ch ที่ทั้งต้องต่อกับเข้าโทรทัศน์ ไหนจะ DVD player แถม Recorder ทั้งหลาย การต่อสายคงดูเป็นเรื่องยุ่งยากขึ้นมาทันที ดังนั้นเราจึงแนะนำให้เลือกลำโพงแบบ Wireless เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวเพราะยุคนี้มีผลิตภัณฑ์ที่สามารถเชื่อมต่อ Bluetooth หรือ Wi-Fi ออกมาอย่างแพร่หลาย

แต่ถ้าจะให้การเชื่อมต่อเป็นไปได้เสถียรมากขึ้น ควรเลือกตัวที่เป็น Dual Band กล่าวคือสามารถใช้ได้ทั้งความถี่คลื่น 5GHz และ 2.4GHz  เพราะจะช่วยเรื่องปัญหาคลื่นรบกวนหรือสิ่งกีดขวางได้อย่างดีเยี่ยม

10 อันดับ ลำโพง โฮมเธียเตอร์ ยี่ห้อไหนดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

น่าจะพอเข้าใจกันบ้างแล้วใช่ไหมคะ สำหรับการเลือกลำโพงโฮมเธียเตอร์ ดูขนาดห้อง ตัดสินใจเรื่องราคา เลือก ch ระบบเสียง การเชื่อมต่อ ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ! ต่อไปจะขอเสนอชุดลำโพงแบบต่าง ๆ ให้ทุกคนพิจารณา เราไปดูกันดีกว่าว่า 10 อันดับลำโพงโฮมเธียเตอร์ยอดฮิตน่าจับจองเป็นเจ้าของ มีอะไรบ้าง

10. Panasonic SC-XH333GA-K

10 Panasonic SC-XH333

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 7,890 บาท

ชุดลำโพงโฮมเธียเตอร์พร้อมเครื่องเล่น DVD สำหรับครอบครัว

เป็นสินค้าจากแบรนด์ Panasonic ที่เราคุ้นเคยกันดี ชุดลำโพง 5.1 ch ประกอบด้วย ลำโพง 5 ตัว Subwoofer 1 ตัว มีเครื่องเล่น DVD มาให้ครบในชุด ในราคากันเอง สามารถเชื่อมต่อด้วย HDMI หรือ Bluetooth ที่สำคัญมาพร้อมช่องเสียบไมค์เพื่อร้องคาราโอเกะได้ด้วย

แม้ว่าระดับคุณภาพเสียงอาจจะไม่อลังการโดนใจนักดูหนังและเล่น Blu-ray ไม่ได้ แต่ถือว่าคุณภาพและราคาเหมาะสมที่จะนำมาเป็น Entertainment Center ให้ทุกครอบครัวค่ะ

9. Sony BDV-E6100

9 Sony BDV-E6100

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 13,990 บาท

ชุดลำโพงพร้อมเครื่องเล่น Blu-ray ดีไซน์เก๋ ประหยัดพื้นที่

ชุดลำโพงโฮมเธียเตอร์จากแบรนด์คุณภาพอย่าง Sony ที่เป็นที่รู้จักกันดีในบ้านเรา ชุดนี้นอกจากเน้นความครบครันของอุปกรณ์ที่ใช้สะดวกแล้ว ยังโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่หรูหรา ดูล้ำสมัย ถือเป็น Interior item ในบ้านได้อีกด้วย

ลำโพงเป็นแบบ 5.1 ch ที่เติมเครื่องเล่น Blu-ray มาให้ ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อไร้สายได้ทั้ง Bluetooth และ Wi-Fi ทำให้คุณเข้าถึงความบันเทิงได้จากหลากหลาย Media แต่ก็อีกล่ะค่ะคุณภาพลำโพงก็คงจะไม่ถึงใจนักฟังหูทองหลาย ๆ ท่านเมื่อสินค้าเน้นความเป็น Entertainment Center แต่ถ้าต้องการความสะดวกมีศูนย์บริการทั่วไปชุดนี้ก็น่าสนใจเลยค่ะ

8. Polk Audio Magnifi Mini

8 Polk Magnifi mini

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 12,790 บาท

ลำโพง Sound Bar ตัวจิ๋วแต่เสียงแจ๋ว

Polk Audio เป็นแบรนด์ลำโพงระดับกลาง ๆ ของอเมริกาที่มีชื่อเสียงไม่แพ้ Klipsch แต่หลายคนว่า Polk ให้เสียงที่ฟังง่ายกว่าค่ะ Sound bar ตัวเล็กนี้ประกาศว่าเป็นแบบ 5.1 ch มาพร้อม Wireless subwoofer แบบเชื่อมต่ออัตโนมัติ ที่แยกชิ้นออกมาเพิ่มความสมจริงในเสียงมากขึ้น แถมมีระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth ให้เสียด้วย รองรับ Surround ทั้ง Dolby digital plus และ DTS 5.1

แม้จะตัวเล็กแต่เรียกได้ว่าสเปกเกินหน้าตาไปมากทีเดียว ถ้าคุณไม่ได้มีห้องใหญ่ ๆ และชอบดูหนังคนเดียว อยู่ในคอนโดมีเนี่ยมเล็ก ๆ  ไม่ได้คิดจะต่อขยายอะไร Sound bar ตัวเล็กนี้ก็น่าจะเพียงพอ ทั้งขนาดและเสียงค่ะ

7. Yamaha YHT 2910

7 Yamaha YHT-2910

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 16,999 บาท

ลำโพงชุดที่เหมาะกับคอหนัง มาพร้อม AVR ครบชุด

Yamaha เป็นบริษัทเก่าแก่ของประเทศญี่ปุ่นมีผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิด แต่ที่เด่น ๆ ก็คงจะเป็นเครื่องดนตรีและอุปกรณ์ Audio นี่แหละค่ะ แม้จะมีจำหน่ายน้อยรุ่น แต่ลำโพงโฮมเธียเตอร์ชุดนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ชุดนี้เป็นชุดลำโพง 5.1 ch และ Subwoofer ที่มาพร้อมกับ AVR คุณภาพเทียบเท่าแบบซื้อแยกชิ้นเลยทีเดียว มีระบบ Auto Calibration ง่ายต่อการ Set up

ดีไซน์เรียบ ๆ ปุ่มฟังก์ชันก็ดูง่ายใช้สะดวก รูปแบบเสียงที่ลำโพงให้เป็นแบบ Cinema DSP เหมาะกับการชมภาพยนต์ที่มีเอฟเฟคเยอะ ๆ เพราะมีมิติ เก็บรายละเอียดเสียงได้ดี Subwoofer ให้เสียงเบสที่ดุดันและแน่น จึงเหมาะกับการชมภาพยนต์ให้มันส์เช่นกัน แต่ถ้าหากต้องการฟังเพลงแบบเคลิ้ม ๆ ใส ๆ อาจจะต้องปรับเยอะหน่อยค่ะ

6. JBL Cinema 610

6 JBL Cinema 610

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 12,890 บาท

ลำโพงเพื่อคนพิถีพิถันในการสร้างระบบเสียงของตนเองในราคาไม่แพง

ที่ว่าต้องเป็นคนพิถีพิถันเพราะว่าคราวนี้เป็นชุด 5.1 ch แบบไม่มีแอมป์ AVR ให้แล้วค่ะลำบากหน่อยที่ต้องเลือกซื้อมาต่อเพิ่มเองแต่ว่าเพื่อให้ได้เสียงที่ต้องการ ขยายระบบได้ในงบที่ตรงกำลังทรัพย์ เรายอมค่ะ เรื่องคุณภาพลำโพงของ JBL นั้นเป็นผู้นำระบบเสียงสัญชาติอเมริกาที่เป็นที่ยอมรับกันดีอยู่แล้ว แม้จะไม่ถึงขั้นพรีเมี่ยมแต่ได้คำชมจากผู้ใช้จากหลายประเทศค่ะ

ลำโพงชุดนี้ก็ให้เสียงครบทุก Range เสียง โดยเฉพาะเสียงสูงใส ๆ ที่พัฒนาขึ้นจากรุ่นเก่า ฟังแล้วไม่ขัดหู ส่วนเสียงระดับอื่นก็เสนอเสียงหลายอารมณ์ ทั้งมีพลัง แต่นุ่มนวลไม่แพ้ใคร Subwoofer เป็น Bass reflex ให้ดื่มด่ำกับเสียงทุ้มต่ำที่หนักแน่น ยิ่งได้คู่หูที่เป็น AVR ที่ดีแล้วด้วย คาดว่าจะทำให้ผู้ใช้เพลิดเพลินไปกับการสร้างระบบโฮมเธียเตอร์ของตัวเองอย่างแน่นอน (แอบได้ยินมาว่าจะเข้ากับแบรนด์ Denon ได้ดีนะคะ)

5. Onkyo HT-S6200

5 Onkyo HT-S6200

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 28,000 บาท

ชุดลำโพงโฮมเธียเตอร์ 7.1 ch ที่ราคาสุดคุ้ม

โดยปกติแล้วบ้านเราจะจำหน่ายชุดลำโพงโฮมเธียเตอร์แบบมีอุปกรณ์พร้อมใช้ (Home Theater in a Box : HTiB) ส่วนใหญ่เป็นระบบ 5.1 ch แต่ชุดนี้เรียกว่าเป็นชุดใจป้ำ เพราะเป็น 7.1 ch ในราคาที่ไม่ต่างจาก 5.1 ch ที่สำคัญไปกว่านั้น Onkyo เป็นแบรนด์ญี่ปุ่นชั้นนำที่โดดเด่นในเรื่อง Audio equipment ซึ่งเป็นที่เชื่อถือตั้งแต่ในเอเชียจนถึงยุโรปและอเมริกาอยู่แล้วด้วย โดยเฉพาะแอมป์หรือ AVR ที่เหล่าเซียนทั้งหลายไว้ใจนำไปจับคู่กับลำโพงแสนรักของตน

ชุดลำโพงตัวนี้ถือว่าเป็นชุดยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว คือจ่ายทีเดียวได้ AVR คุณภาพเยี่ยม พร้อมลำโพงถึง 7 ตัว และ Subwoofer รับประกันความกระหึ่ม แถมมีฟังก์ชัน Auto Calibration ให้ด้วย แต่เนื่องจากเป็น 7.1 ch จึงจำเป็นต้องใช้พื้นที่กว้างในการติดตั้งค่ะ เหมาะสำหรับผู้ที่มีห้องสำหรับดูหนังฟังเพลงโดยเฉพาะ ไม่อย่างนั้นเสียงที่ออกมาจะตีกันยุ่งไม่ได้อรรถรสสมกับความสามารถในการถ่ายทอดของอุปกรณ์ค่ะ

4. Onkyo HT-S3800

4. Onkyo HT-S3800

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 12,900 บาท

ลำโพงชุดเล็กแต่เสียงมีอานุภาพ

คงไม่ต้องพูดมากแล้วเรื่องคุณภาพกับแบรนด์ Onkyo ชุดนี้เป็นลำโพงโฮมเธียเตอร์ 5.1 ch ขนาดมินิ เป็นน้องเล็กสุดในชุด HTiB ของ Onkyo ที่ออกดีไซน์รูปลักษณ์ใหม่ให้ดูทันสมัยและปรับฟังก์ชันให้ใช้ง่ายขึ้น ด้วยขนาดที่เล็กกะทัดรัด จึงไม่กินพื้นที่ในการติดตั้ง แต่ได้ดื่มด่ำกับคุณภาพเสียงสมจริงเหมือนเดิม

ชุดลำโพงนำเสนอรูปแบบเสียงแบบกลาง ๆ นุ่มนวลแต่มีมิติ และด้วยแอมป์ AVR ที่มีความแม่นยำในการควบคุมเสียง Output ของลำโพง ทำให้ไม่ว่าจะชมภาพยนต์ ฟังเพลง หรือเล่นเกมส์ ก็ได้อรรถรสสมจริงตามสไตล์ของผู้ผลิต ตอบรับทั้งระบบ Surround ของ Dolby TrueHD และ DTS-HD มาพร้อมเทคโนโลยี Bluetooth ที่ทำให้การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นง่ายขึ้น ครบเครื่องสำหรับลำโพงแบบชุด ที่สำคัญคืออยู่ในราคาที่เอื้อมถึงค่ะ

3. Klipsch RSB-14 sound bar

3 Klipsch RSB-14

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 29,900 บาท

Sound Bar คลาสสิคเสียงเทพ สร้างมิติได้เกินตัว

คุณภาพเสียงของแบรนด์ Klipsch ลำโพงระดับ Premium จากอเมริกานั้น รับรองว่าต้องอยู่ในดวงใจของเซียน Audio ทั้งหลายแน่นอน อันดับนี้ขอเสนอในแบบ Sound Bar 2.1 ch ที่ช่วยประหยัดพื้นที่ได้ดีที่สุด มีรูปทรงสวยงามคลาสสิคสีดำตัดกับโลโก้สีทองแดงที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ลำโพงมาพร้อมกับ Subwoofer ที่เชื่อมต่อกับตัว Sound bar ด้วยระบบ Bluetooth ได้อัตโนมัติ ตัดปัญหาความยุ่งยากในการเชื่อมต่อสายต่าง ๆ ไปได้เลย

นอกจากนี้ที่เจ๋งก็คือโมเดลที่ให้คุณภาพเสียงเกินตัวอย่างคาดไม่ถึง ทั้งเสียงสูงสดใสและเสียงทุ้มต่ำหนักแน่นมีมิติ มีโหมดเสียงให้เลือกใช้ได้สะดวก 3 โหมดคือ Dialog ใช้กรณีต้องการเน้นเสียงพูด Surround ใช้กรณีต้องการความกระหึ่ม เพิ่มมิติและบรรยากาศ และสุดท้าย Night ใช้กรณีฟังตอนกลางคืนเสียงเป็นมิตรกับเพื่อนบ้าน จึงใช้ง่ายแสนง่าย แนะนำให้ผู้รักในระบบเสียงที่กำลังอยากก้าวเข้าเป็นสมาชิกหูทอง แต่ต้องการประหยัดพื้นที่ด้วยเลือกใช้ค่ะ

2. Klipsch Reference Theater Pack

2 Klipsch reference theater pack

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 35,500 บาท

ชุดลำโพงโฮมเธียเตอร์ที่เหล่าหูทองอยากเป็นเจ้าของ

เขยิบจาก Sound bar ขึ้นมาอีกก็ต้องเป็นลำโพงโฮมเธียเตอร์ 5.1 ch ของ Klipsch ตัวนี้ เป็นชุดที่ออกมาแล้วทุกคนร้องว้าว! นอกจากรูปลักษณ์ที่เรียบหรูอันเป็น Signature ของ Klipsch ที่แค่ผู้เขียนเห็นก็อยากเอามาวางไว้ประดับบ้านแล้ว ขนาดลำโพงก็พอดิบพอดี ไม่ใหญ่เทอะทะ ทำให้จัดวางสะดวก คุณภาพวัสดุและเสียงก็ไม่ต้องพูดถึงเพราะว่าได้ห้าดาวมาจากหลายรีวิว ลำโพงสร้างเสียงที่เคลียร์ทุกระดับเสียง สามารถเก็บทุก ๆ รายละเอียดของเสียงได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบ

ตัว Subwoofer เชื่อมต่อด้วยระบบไร้สาย เป็นแบบยิงเสียงลงพื้นหรือ Down-firing สร้างเสียงต่ำที่นุ่มลึกมีระดับ เหมาะกับการชมภาพยนต์ที่ต้องการเสียงสมจริงจัดจ้าน รอบทิศทาง ส่งถึงทั่วทุกมุมห้อง หรือจะฟังดนตรีแบบเป็นคอนเสิร์ตก็รู้สึกราวกับอยู่ในสถานที่จริงเลยทีเดียว แม้ราคาจะสูงสักหน่อย แต่รับรองว่าได้คุณภาพที่คุ้มทุกบาททุกสตางค์แน่นอนค่ะ

1. Onkyo HT-S7805

1 Onkyo HT-S7805

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 31,490 บาท

ชุด HTiB ที่ตอบรับเสียง Surround เหนือความคาดหมาย

แม้กูรูด้าน Audio ทั้งหลายจะไม่ค่อยชอบคุณภาพชุดลำโพงที่เป็น HTiB แต่ว่าชุดลำโพงโฮมเธียเตอร์ 5.1 ch พร้อม AVR ของ Onkyo ชุดนี้เป็นชุดยอดฮิตที่ฮือฮาของหลาย ๆ คนเลยค่ะ ด้วยสเปกของ AVR ที่ดูเกินราคาให้กำลังไม่ต่างจากแบบซื้อแยกชุด จึงสามารถควบคุมเสียงและสร้างพลังเสียงได้อย่างดีเยี่ยม แถมยังถอดสัญญาณภาพได้ถึงระดับ 4K เลยทีเดียว

ยิ่งไปกว่านั้นยังมีลำโพงที่รองรับระบบ Surround 3มิติ ! ใหม่ล่าสุดทั้ง 2 ค่าย คือ Dolby Atmos และ DTS:X ที่สามารถยิงเสียงขึ้นเพดาน เพิ่มความสมจริงให้เหนือชั้นขึ้นอีกระดับ การเชื่อมต่อก็สามารถใช้ได้ทั้ง Wi-Fi, Bluetooth,  Airplay อีกทั้งยังให้ฟังก์ชัน Auto Calibration มาด้วยเพื่อการ Set up ที่ง่ายพร้อมใช้งานเหมาะสมกับสภาพห้อง เรียกว่าทุกอย่าง Onkyo ตั้งใจทำมาเพื่อกระชากสตางค์ในกระเป๋าเราจริง ๆ ค่ะ

เคล็ดลับการจัดวางลำโพงให้ได้เสียงสมจริง

เคล็ดลับการวางลำโพงให้ได้เสียงสมจริง 

การวางลำโพงโฮมเธียเตอร์ในตำแหน่งที่เหมาะสมจะช่วยสร้างอรรถรสในการรับฟัง โดยพื้นฐานแล้ว แนะนำให้วางลำโพงหน้าบริเวณจอโทรศัพท์ข้างลำโพงหลัก ส่วนตำแหน่งซ้ายขวาของที่นั่งควรเป็นที่วางของลำโพง (Real) Surround ในขณะที่ Subwoofer อยู่ภายในบริเวณรอบข้างหรือจะให้ดีแนะนำให้วางตรงส่วนกึ่งกลางห้อง ซึ่งลักษณะการวางลำโพงแต่ละชิ้นแบบโอบล้อมที่นั่งฟังเช่นนี้ถือเป็นวิธีที่ทำให้เราฟังเสียงได้อย่างสมจริงและดื่มด่ำมากที่สุดค่ะ

นอกจากนี้ ความสูงต่ำของลำโพงแต่ละชิ้นก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ไม่ว่าห้องจะมีขนาดกว้างหรือแคบแค่ไหน หากเราวางลำโพงแต่ละชิ้นในระดับความสูงเท่า ๆ กัน โอกาสที่เสียงจากแต่ลำโพงจะเข้ากันได้ดีก็มีมากขึ้นนั่นเองค่ะ

บทส่งท้าย

หากคุณเป็นคนชอบเล่นเกม ฟังเพลง ยิ่งถ้าชอบดูหนังด้วยแล้ว การมีลำโพงโฮมเธียเตอร์ที่บ้านดี ๆ สักชุดเป็นสิ่งที่น่าลงทุนเป็นอย่างยิ่ง เพราะต่อจากนี้คุณก็ไม่ต้องเดินทางฝ่ารถติดออกไปนอกบ้านเสียค่าที่นั่งแพง ๆ ในโรงภาพยนต์เพื่อจะนอนดูหนัง นั่งฟังเพลงอีกต่อไป เพราะคุณสามารถนอนดูให้สบายใจได้ที่บ้าน ยกเพื่อนทั้งทีม ครอบครัวญาติพี่น้องมาด้วยก็ยังไหว

อย่างไรก็ตามการจะดื่มดำกับอรรถรสทางเสียงที่มีคุณภาพได้อย่างสบายใจ ต้องดูสภาพแวดล้อมหลาย ๆ ด้านทั้งเรื่องงบประมาณและขนาดที่พักอาศัย ตามที่กล่าวไว้เบื้องต้น ลองพิจารณาดูความเหมาะสมของผู้ซื้อเองและคนรอบข้าง (และเพื่อนบ้าน) ด้วย อย่างไรแล้วก็ขอให้ทุกคนเจอกับชุดลำโพงที่ถูกใจนะคะ

Popular Posts