10 อันดับ ลำโพง โฮมเธียเตอร์ ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2019

10 อันดับ ลำโพง โฮมเธียเตอร์ ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018

เสียงที่กระหึ่ม เบสที่หนักแน่นเพื่อสร้างบรรยากาศอันระทึกใจ คือ สิ่งที่ทุกคนต้องการเมื่อเข้าไปดูหนังในโรงภาพยนตร์ แต่ถ้าเราสามารถสัมผัสประสบการณ์แบบเดียวกันกับในโรงภาพยนตร์ได้ที่บ้านล่ะก็ คงจะดีไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะคะ อันที่จริงแล้ว นี่เป็นเรื่องที่เป็นไปได้แบบง่าย ๆ เลยค่ะ เพียงแค่เราหาซื้อลำโพงโฮมเธียเตอร์ดี ๆ สักชุดมาไว้ที่บ้าน ก็สามารถตอบโจทย์ทุกอรรถรสในการนั่งชิวดูหนังบนโซฟาที่บ้านได้แน่นอน

ปัจจุบัน มีโฮมเธียเตอร์มากมายหลายยี่ห้อและหลายรุ่นให้เลือกซื้อ ซึ่งหลายคนคงยังไม่ทราบว่าแท้จริงแล้วไอเทมนี้มีกี่ชนิดบ้าง และสเปกที่ผู้ผลิตเขียนให้เราเห็น ๆ กันนั้นมีความหมายว่าอย่างไรบ้าง เพื่อเป็นการประหยัดเวลาให้ทุกคน ทีมงานของเราจึงไปคัดสรรข้อมูลวิธีการเลือกลำโพงโฮมเธียเตอร์ที่ไม่ยากอย่างที่คิดมานำเสนอให้อ่านกันในวันนี้ค่ะ รวมถึง 10 อันดับลำโพงโฮมเธียเตอร์ที่น่าซื้อและเป็นที่นิยมอยู่ในตอนนี้มาฝากไว้ให้ทุกคนมีไอเดียในการตัดสินใจไปพร้อมกันด้วย ที่สำคัญ ขอบอกว่าทุกสินค้าที่เราเลือกมาสามารถหาซื้อออนไลน์ได้อย่างสะดวกด้วยค่ะ

สารบัญ

วิธีการเลือกลำโพง โฮมเธียเตอร์

สิ่งที่สำคัญเวลาเลือกซื้อลำโพงโฮมเธียเตอร์มีอยู่หลายปัจจัยพอสมควร หากเราทราบข้อมูลพื้นฐานแม้เพียงเล็กน้อย ก็จะเป็นประโยชน์ในการเลือกซื้อได้ดีทีเดียวค่ะ มาดูกันต่อเลยดีกว่า!

เลือกให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมในการใช้งาน

ลำโพงโฮมเธียเตอร์นั้นมีหลายรูปแบบ อย่างแรกเลย ลองเลือกแบบที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในการใช้งานของบ้านคุณจะดีที่สุด

แบบชั้นวาง : ใช้เก็บอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องได้และจัดวางได้ง่าย

แบบชั้นวาง : ใช้เก็บอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องได้และจัดวางได้ง่าย

สำหรับลำโพงแบบที่เป็นชั้นวางด้วยในตัว ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยค่ะ เพราะนอกจากจะใช้เป็นที่วางชุดโฮมเธียเตอร์ได้แล้ว ยังใช้วางอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างเครื่องเล่น DVD หรือ Recorder รวมไว้ในที่เดียวกันได้อีกด้วย โดยเฉพาะบ้านที่มีอุปกรณ์มากมายหลายชิ้นแล้วล่ะก็ ยิ่งทำให้ใช้งานง่ายและประหยัดพื้นที่ใช้สอยได้ดีเลยทีเดียว

แต่ปัญหา คือ ทิศทางเสียงจะออกไปด้านหน้าเท่านั้น คนที่ต้องการความสมจริงอาจจะรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปบ้าง ดังนั้น จึงเหมาะกับคนที่อยากใช้แค่ชุดลำโพงแบบเบสิก ๆ หรือคนที่ตั้งใจว่าในอนาคตจะค่อย ๆ ซื้อมาเพิ่มเติมมากกว่า และน่าเสียดายค่ะ เพราะชั้นวางรูปแบบนี้ไม่ค่อยมีวางขายในบ้านเราเท่าไหร่

แบบ Multi-Speaker : สร้างเสียงกระหึ่ม เหมาะกับห้องกว้าง

แบบ Multi-Speaker : สร้างเสียงกระหึ่ม เหมาะกับห้องกว้าง

หากต้องการดื่มด่ำกับเสียงแบบกระหึ่ม มีพลัง Multi-Speaker คือคำตอบของคุณเลยค่ะ โดยส่วนใหญ่แล้ว ภายในชุดจะประกอบด้วยลำโพงข้างโทรทัศน์ 3 ตัว ลำโพงด้านหลัง 2 ตัว และมีลำโพง Subwoofer เพื่อเพิ่มเสียงทุ้มต่ำอีก 1 ตัว เหมาะกับการเพลิดเพลินแบบ Dynamic สมจริง แต่เนื่องจากลำโพงมีหลายตัวในชุดเดียวจึงเหมาะกับตั้งในห้องที่มีพื้นที่กว้างหน่อย ขอแนะนำให้ใช้กับห้องที่มีขนาดมากกว่า 20 ตารางเมตรเป็นต้นไปค่ะ

แบบ Sound Bar : ไม่เปลืองที่วาง เหมาะกับโทรทัศน์เครื่องเล็ก

 แบบ Sound Bar : ไม่เปลืองที่วาง เหมาะกับโทรทัศน์เครื่องเล็ก

หากโทรทัศน์ของคุณขนาดไม่ใหญ่นัก แนะนำให้ใช้โฮมเธียเตอร์แบบ Sound Bar ซึ่งจะประกอบด้วย Speaker และ Subwoofer เรียงกันอยู่ในลำโพงตัวเดียว จัดวางได้ในพื้นที่จำกัด เช่น หน้าโทรศัพท์ ลดการต่อสายลำโพงหลาย ๆ ตัวที่ยุ่งยาก เหมาะกับคนที่อยากได้อุปกรณ์เครื่องเสียงแบบใช้งานง่าย ๆ

แบบ Sound Bar + Subwoofer : ต่อเติมเพิ่มได้ เหมาะสำหรับมือใหม่

แบบ Sound Bar + Subwoofer : ต่อเติมเพิ่มได้ เหมาะสำหรับมือใหม่

เป็นแบบที่เสริมประสิทธิภาพ Sound Bra เดี่ยว ๆ ขึ้นมาอีกระดับเพราะตัว Speaker กับ Subwoofer แยกออกจากกัน ถึงแม้จะมีพื้นที่ในบ้านจำกัด ก็สามารถรับฟังเสียงที่มีมิติทรงพลังได้ เมื่อเทียบกับแบบที่วางจุดเดียวจะมีความสมจริงมากกว่า อีกทั้งยังไม่เปลืองพื้นที่จัดวาง และในปัจจุบันมีหลายโมเดลที่สามารถต่อลำโพงเพิ่มเข้าไปได้ ถือเป็นอีกรุ่นที่เหล่ามือใหม่ควรเก็บไว้พิจารณาเลย

เลือกระบบเสียง ch ที่เหมาะกับขนาดห้อง

ระบบเสียง ch (Channel) จะเปลี่ยนแปลงไปตามจำนวนลำโพง โดยทั่วไปจะมีอยู่ 3 ชนิด คือ 2.1 ch , 5.1 ch และ 7.1 ch เวลาเลือกให้พิจารณาถึงขนาดของพื้นที่จัดวางและขนาดของห้องด้วย

ระบบ 2.1 ch : เหมาะสำหรับห้องขนาดเล็ก

ระบบ 2.1 ch : เหมาะสำหรับห้องขนาดเล็ก

ระบบ 2.1 ch ส่วนมากจะเป็นชุดลำโพงโฮมเธียเตอร์แบบมินิที่มี Speaker 2 ตัว และ Woofer ซึ่งเป็นชุดที่ราคาถูกที่สุดและไม่กินพื้นที่ในการวาง แม้ห้องขนาดเล็กเพียง 10 ตารางเมตรก็สามารถใช้ได้ หากต้องการใช้แค่ในห้องส่วนตัวหรือห้องคอนโดเล็ก ๆ เพียงเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอ

อย่างไรก็ตาม รูปแบบนี้อาจจะไม่รองรับกับระบบเสียงใหม่ ๆ เช่น Dolby Digital Plus ก่อนจะซื้อจึงจำเป็นต้องตรวจสอบให้ดีก่อนว่า สามารถต่อกับอุปกรณ์ที่ต้องใช้ได้หรือไม่

ระบบ 5.1 ch : เหมาะสำหรับห้องขนาด 15 ตารางเมตรขึ้นไป

ระบบ 5.1 ch : เหมาะสำหรับห้องขนาด 15 ตารางเมตรขึ้นไป

ระบบ 5.1 ch ประกอบด้วยลำโพงหน้า ลำโพงหลังอย่างละ 2 ตัว ลำโพงกลาง และ Woofer เป็นชุดที่เหมาะกับการดูหนังเพราะจะมีเสียงออกมาจากทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ทำให้คุณสามารถสัมผัสเสียงที่กระหึ่มอย่างสมจริงได้ และเป็นแบบที่มีจำหน่ายเป็นชุด Home Theater in a Box (HTiB ชุดสำเร็จรวมทุกอุปกรณ์พื้นฐานทั้งหมด) มากที่สุดอีกด้วย

สำหรับการติดตั้ง ควรจัดวางให้ล้อมรอบพื้นที่ที่คุณต้องการเปิดใช้งาน และเนื่องจากภายใน 1 ชุดมีจำนวนลำโพงเยอะ ห้องที่ใช้งานนั้นจึงควรมีพื้นที่ประมาณ 15 ตารางเมตรขึ้นไป เพื่อที่เสียงจะได้ไม่ตีกันค่ะ

ระบบ 7.1 ch : สำหรับห้องขนาด 20 ตารางเมตรขึ้นไป

ระบบ 7.1 ch : สำหรับห้องขนาด 20 ตารางเมตรขึ้นไป

เป็นระบบที่มีจำนวนลำโพงเยอะที่สุด ไม่ค่อยมีขายแบบชุด Home Theater in a Box เท่าไหร่ค่ะ ส่วนใหญ่จะเป็นการซื้อลำโพงในแบบที่ชอบมารวมกันเป็นชุดเอง ซึ่งลำโพงจะประกอบด้วย Surround Back เพิ่มขึ้นมาจากระบบ 5.1 ch อึก 2 ตัว เรียกได้ว่า ล้อมรอบไปด้วยลำโพงแบบ 360 องศาเลยทีเดียว จึงมีพลังและความสมจริง เหมาะกับทั้งการชมภาพยนตร์และการเล่นเกมให้ได้อรรถรส อีกทั้งยังเหมาะกับการใช้โทรทัศน์ขนาด 40 นิ้วขึ้นไป แต่รูปแบบนี้จำเป็นต้องมีพื้นที่จัดวางพอสมควร ประมาณ 20 ตารางเมตรขึ้นไปค่ะ

เลือกคุณภาพเสียงจากระบบเสียง Surround

เลือกคุณภาพเสียงจากระบบเสียง Surround 

เสียงที่ได้ยินจากลำโพงจะเปลี่ยนไปตามชนิดของระบบ Surround  ถ้าเป็น Virtual Surround (ระบบเสียงจำลอง) ก็จะรู้สึกเหมือนได้ยินจากด้านหลังด้วย แต่จะเก็บรายละเอียดเสียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ค่อยได้ หากต้องการความสมจริง แนะนำ Real Surround (ระบบเสียงจริง) ที่ปล่อยเสียงจากลำโพงทั้งหน้าและหลัง 360 องศา แต่เสียงก็จะต่างไปตามจำนวน ch ด้วย เพราะจะให้แสดง Real Surround ด้วยลำโพงแค่ 2.1 ch ก็คงยากอยู่  ถ้าคุณต้องการเน้นความสำคัญกับคุณภาพเสียงจริง ๆ แนะนำให้เลือก Real Surround 5.1 ch จะดีกว่า แต่ทั้งนี้ ราคาก็จะสูงขึ้นตามไปด้วยค่ะ

หากมีแผนต่อขยายเพิ่ม ต้องตรวจสอบการรองรับกับ AV Amplifier ด้วย

หากมีแผนต่อขยายเพิ่ม ต้องตรวจสอบการรองรับกับ AV Amplifier ด้วย

สิ่งสำคัญที่สุดในการสร้างระบบโฮมเธียเตอร์ก็คือ AV Amplifier หรือ AV Receiver (AVR) ซึ่งเป็นตัวควบคุมเสียงที่ออกจากลำโพง โดยปกติแล้ว เพาเวอร์แอมป์จะใช้งานได้กับลำโพง 5.1 ch แต่ก็มีบางรุ่นที่ไม่สามารถทำงานโดยรับกับลำโพง 7.1 หรือ 9.1 ch ได้ แต่ถ้าคุณคิดว่าจะขยายระบบ Surround ในอนาคต ก็ต้องตรวจสอบล่วงหน้าว่าลำโพงนั้นสามารถใช้งานรองรับกับเพาเวอร์แอมป์ได้หรือไม่

และถ้าไม่อยากต้องปรับเสียงของลำโพงแต่ละตัวให้ยุ่งยาก แนะนำให้เลือกแบบที่มีฟังก์ชัน Auto Calibration ซึ่งจะช่วยปรับเสียงให้อัตโนมัติตามสภาพแวดล้อมของห้อง แต่ราคาก็อาจจะสูงสักหน่อย ยังไงก็ลองเก็บไว้พิจารณาดูนะคะ

แบบ Wireless หมดกังวลเรื่องการต่อสาย

แบบ Wireless หมดกังวลเรื่องการต่อสาย

ถ้ามีแค่ลำโพง 2 ตัว อย่าง 2.1 ch ก็คงไม่ต้องหนักใจเรื่องการต่อสายสักเท่าไรนัก แต่พอเริ่มเป็นระบบ 5.1 ch ที่ทั้งต้องต่อกับเข้าโทรทัศน์ และไหนจะ DVD player และ Recorder ทั้งหลายอีก การต่อสายจึงกลายเป็นเรื่องที่ยุ่งยากขึ้นมาทันที ดังนั้น เราจึงแนะนำให้คุณเลือกลำโพงแบบ Wireless เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งในยุคนี้มีผลิตภัณฑ์ที่สามารถเชื่อมต่อ Bluetooth หรือ Wi-Fi ออกมาอย่างแพร่หลายเพื่อตอบโจทย์

แต่ถ้าอยากให้การเชื่อมต่อเป็นไปได้อย่างเสถียรมากขึ้น ควรประเภทที่เป็น Dual Band กล่าวคือ สามารถใช้ได้ทั้งความถี่คลื่น 5GHz และ 2.4GHz  เพราะจะช่วยลดปัญหาเรื่องคลื่นรบกวนหรือสิ่งกีดขวางได้อย่างดีเยี่ยม

10 อันดับ ลำโพง โฮมเธียเตอร์ ยี่ห้อไหนดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

มาถึงตรงนี้ คิดว่าหลายคนที่กำลังตามหาชุดลำโพง โฮมเธียเตอร์ไปไว้ติดบ้านคงจะพอเข้าใจกันหลักพื้นฐานในการเลือกซื้อบ้างแล้วใช่ไหมคะ โดยสรุปคร่าว ๆ ก็จะต้องดูขนาดห้อง ตัดสินใจเรื่องราคา เลือก ch ระบบเสียง ฟังก์ชันการเชื่อมต่อ เป็นหลัก ซึ่งไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะคะ?! และถัดมา เราก็มีชุดลำโพงยี่ห้อต่าง ๆ และรูปแบบต่าง ๆ มานำเสนอให้คุณพิจารณาเป็นไอเดียเอาไว้ด้วยค่ะ

10. Panasonic DVD Home Theater SC-XH333

10. Panasonic DVD Home Theater SC-XH333

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 9,990 บาท

ชุดลำโพงโฮมเธียเตอร์พร้อมเครื่องเล่น DVD สำหรับครอบครัว

สินค้าจากแบรนด์ Panasonic ที่เราคุ้นเคยกันดี ชุดลำโพงระบบเสียง 5.1 ch ประกอบด้วย ลำโพง 5 ตัว Subwoofer 1 ตัว มีเครื่องเล่น DVD มาให้ครบในชุด ในราคากันเอง สามารถเชื่อมต่อด้วย HDMI และ Bluetooth ได้ มีช่องเสียบไมค์เพื่อร้องคาราโอเกะได้ด้วย ที่สำคัญ มี Subwoofer Bass-Reflex ที่ให้คุณภาพเสียงแบบทรงพลัง

แม้ว่าระดับคุณภาพเสียงอาจจะไม่อลังการแบบที่สุดสำหรับนักดูหนังและเล่นแผ่น Blu-Ray ไม่ได้ แต่ก็ถือว่าเป็นรุ่นที่มีเสียงเบสไดนามิกและทรงพลังเลยทีเดียว ถ้ามองคุณภาพและราคาที่เหมาะสมแล้ว ก็นำมาเป็น Entertainment Center ให้ทุกครอบครัวได้ค่ะ

ประเภท Multi-Speaker
จำนวน ch 5.1 ch
พร้อม AVR
มีระบบ Bluetooth
เชื่อมต่อ WiFi ได้

9. JBL Cinema 610

9. JBL Cinema 610

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 29,900 บาท

ลำโพงเพื่อคนพิถีพิถันในการสร้างระบบเสียงของตนเอง ให้เสียงครบทุก Range

ที่ว่าต้องเป็นคนพิถีพิถันเพราะว่ารุ่นนี้เป็นระบบ 5.1 ch แบบไม่มีแอมป์ AVR ให้แล้วค่ะ จึงต้องซื้อมาต่อเพิ่มเอง แต่เพื่อให้ได้เสียงที่ต้องการ  ขยายระบบได้ในงบที่ตรงกำลังทรัพย์ เรายอมค่ะ เพราะเรื่องคุณภาพลำโพงของ JBL นั้น เรียกได้ว่าเป็นผู้นำระบบเสียงสัญชาติอเมริกาที่เป็นที่ยอมรับกันดีมาก แม้จะไม่ถึงขั้นพรีเมียมแต่ได้คำชมจากผู้ใช้จากหลายประเทศทั่วโลก

ลำโพงชุดนี้ให้เสียงครบทุก Range รอบทิศทาง โดยเฉพาะเสียงสูงใส ๆ ที่พัฒนาขึ้นจากรุ่นเก่า ส่วนเสียงระดับอื่นก็เสนอเสียงหลายอารมณ์ ทั้งมีพลัง แต่นุ่มนวลไม่แพ้ใคร Subwoofer เป็น Bass Reflex ให้ดื่มด่ำกับเสียงทุ้มต่ำที่หนักแน่น ยิ่งได้คู่หูที่เป็น AVR ที่ดีแล้วด้วย คาดว่าจะทำให้ผู้ใช้เพลิดเพลินไปกับการสร้างระบบโฮมเธียเตอร์ของตัวเองอย่างแน่นอน

ประเภท Multi-speaker
จำนวน ch 5.1 ch
พร้อม AVR
มีระบบ Bluetooth
เชื่อมต่อ WiFi ได้

8. Polk Audio Magnifi Mini

8. Polk Audio Magnifi Mini

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 15,900 บาท

ลำโพง Sound Bar พร้อม Subwoofer ตัวจิ๋วแต่เสียงแจ๋ว

Polk Audio เป็นแบรนด์ลำโพงระดับกลาง ๆ ของอเมริกาที่มีชื่อเสียงไม่แพ้ Klipsch แต่หลายคนว่า Polk ให้เสียงที่ฟังง่ายกว่า Sound Bar ตัวเล็กนี้ประกาศว่าเป็นแบบ 5.1 ch มาพร้อม Wireless Subwoofer แบบเชื่อมต่ออัตโนมัติ ที่แยกชิ้นออกมาเพื่อเพิ่มความสมจริงให้ระบบเสียงมากขึ้น แถมมีระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth ให้ด้วย รองรับ Surround ทั้ง Dolby Digital Plus และ DTS 5.1

แม้จะตัวเล็กแต่เรียกได้ว่าสเปกเกินหน้าเกินตาไปมากทีเดียว และความโดดเด่นอีกข้อของเค้าคือ มีดีไซน์แบบสลิม เพรียวบาง สามารถวางแทรกตามมุมห้องได้โดยไม่กินเนื้อที่ ถ้าคุณไม่ได้มีห้องใหญ่ ๆ และชอบดูหนังคนเดียว อยู่ในคอนโดเล็ก ๆ ไม่ได้คิดจะต่อขยายอะไร Sound Bar ตัวเล็กนี้ก็น่าจะตอบโจทย์ได้ทั้งความเหมาะสมของขนาดและเสียงเลยค่ะ

ประเภท Sound Bar + Subwoofer
จำนวน ch 5.1 ch
พร้อม AVR
มีระบบ Bluetooth
เชื่อมต่อ WiFi ได้

7. Yamaha YHT 2910

7. Yamaha YHT 2910

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 19,900 บาท

ลำโพงชุดเสียงกระหึ่มที่เหมาะกับคอหนัง มาพร้อม AVR ครบชุด

Yamaha เป็นบริษัทเก่าแก่ของประเทศญี่ปุ่นมีผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิด แต่ที่เด่น ๆ ก็คงจะเป็นเครื่องดนตรีและอุปกรณ์ Audio นี่แหละค่ะ แม้จะมีจำหน่ายน้อยรุ่น แต่ลำโพงโฮมเธียเตอร์ชุดนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เป็นชุดลำโพง 5.1 ch และ Subwoofer ที่มาพร้อมกับ AVR คุณภาพเทียบเท่าแบบซื้อแยกชิ้นเลยทีเดียว มีระบบ Auto Calibration ที่ง่ายต่อการ Set up

ดีไซน์เรียบ ๆ ปุ่มฟังก์ชันดูง่ายใช้สะดวก รูปแบบเสียงที่ลำโพงเป็นแบบ Cinema DSP เหมาะกับการชมภาพยนตร์ที่มีเอฟเฟคเยอะ ๆ เพราะมีมิติ เก็บรายละเอียดเสียงได้ดี พร้อม Subwoofer ที่ให้เสียงเบสที่หนักแน่น เพิ่มเติมด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง Advanced YST ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพดนตรีที่ถูกบีบอัด เรียกได้ว่าเป็นรุ่นที่เน้นคุณภาพเสียงมากกว่าดีไซน์

ประเภท Multi-speaker
จำนวน ch 5.1 ch
พร้อม AVR
มีระบบ Bluetooth
เชื่อมต่อ WiFi ได้

6. Sony BDV-E6100

6. Sony BDV-E6100

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 13,990 บาท

มาพร้อมเครื่องเล่น Blu-ray ดีไซน์เก๋ ประหยัดพื้นที่

ชุดลำโพงโฮมเธียเตอร์จากแบรนด์คุณภาพอย่าง Sony ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในบ้านเรา รุ่นนี้นอกจากจะเน้นความครบครันของอุปกรณ์ที่ใช้สะดวกแล้ว ยังโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่หรูหรา ดูล้ำสมัย ถือเป็น Interior Item ตกแต่งในบ้านได้อีกด้วย จุดเด่นของรุ่นนี้ คือ ระบบเสียงรอบทิศทาง โดยเฉพาะความพิเศษของ Football Mode ที่จะมอบเสียงแบบตื่นเต้นสมจริงเหมือนอยู่ในสนามให้กับคุณ

ลำโพงเป็นแบบ 5.1 ch ที่เติมเครื่องเล่น Blu-Ray มาให้ ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อไร้สายได้ทั้ง Bluetooth และ WiFi ทำให้คุณเข้าถึงความบันเทิงได้จากหลากหลาย Media แม้คุณภาพเสียงอาจจะยังไม่เป็นที่สุดของที่สุด แต่เน้นความเป็น Entertainment Center ในบ้านได้ดี ที่สำคัญ เป็นยี่ห้อที่มีศูนย์บริการอยู่ทั่วไปด้วย

ประเภท Multi-speaker
จำนวน ch 5.1 ch
พร้อม AVR
มีระบบ Bluetooth
เชื่อมต่อ WiFi ได้

5. ONKYO Home Theater HT-S9800THX

5. ONKYO Home Theater HT-S9800THX

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ POWERBUY

ราคา 49,900 บาท

ลำโพง 7.1 ch ระบบ THX ให้เสียงอลังการเหมือนอยู่ในโรงภาพยนตร์

โดยปกติแล้ว บ้านเราจะจำหน่ายชุดลำโพงโฮมเธียเตอร์สำเร็จ (Home Theater in a Box : HTiB) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นระบบ 5.1 ch แต่รุ่นนี้เรียกว่าเป็นชุดใจป้ำ เพราะเป็น 7.1 ch พร้อมคุณภาพเสียงแบบ THX ให้บ้านคุณกลายเป็นโรงหนังเบา ๆ ได้ในราคาที่ไม่ได้ทิ้งห่างไปจาก 5.1 ch ที่สำคัญ ONKYO เป็นแบรนด์ที่โดดเด่นในเรื่อง Audio Equipment โดยเฉพาะแอมป์หรือ AVR ที่เหล่าเซียนทั้งหลายไว้ใจนำไปจับคู่กับลำโพงคู่ใจของตน จึงมั่นใจได้เลยว่าจะเสียงจะเต็มไปด้วยคุณภาพ แถมลดความยุ่งยากในการจับคู่อุปกรณ์เองไปได้ด้วย

ให้เสียงรอบทิศทางแบบเทพ ๆ อย่าง Dolby Atmos แถมเชื่อมต่อไร้สายได้สารพัดรูปแบบ แต่เนื่องจากเป็น 7.1 ch จึงจำเป็นต้องใช้พื้นที่กว้างในการติดตั้ง เหมาะสำหรับบ้านที่มีห้องสำหรับดูหนังฟังเพลงโดยเฉพาะ ไม่เช่นนั้น เสียงที่ออกมาจะตีกันจนไม่ได้อรรถรสสมกับความสามารถในการถ่ายทอดของอุปกรณ์ค่ะ

ประเภท Multi-speaker
จำนวน ch 7.1 ch
พร้อม AVR
มีระบบ Bluetooth
เชื่อมต่อ WiFi ได้

4. SONOS Beam Soundbar

4. SONOS Beam Soundbar

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

 

ราคา 19,900 บาท

Sound Bar แห่งอนาคต ควบคุมได้ด้วยระบบ AI อัจฉริยะ

ลำโพงสำหรับคนรุ่นใหม่ มีไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วและทันสมัยไว้ก่อน Sound Bar เดี่ยว ๆ ของแบรนด์ SONOS น่าจะเป็นคำตอบที่ดี ด้วยขนาดกะทัดรัด พร้อมการติดตั้งที่แสนเรียบง่าย คุณภาพเสียงครบเครื่องด้วยลำโพง Full-Range คุณภาพเยี่ยม และมี Passive Radiator ถึง 3 ตัวที่ช่วยสร้างพลังเสียงให้เต็มห้องแบบมีมิติเกินตัว ทั้งยังมีระบบ Housing Stereo จึงนำไปใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่นของ SONOS ได้ง่าย ๆ เลย

พร้อมรองรับการใช้แบบ Multi-Room ด้วยการเชื่อมต่อแบบ Wi-Fi หรือสาวก Apple สามารถเชื่อมต่อสัญญาณแบบ AirPlay 2 ได้ด้วย โดดเด่นเรื่องรองรับการสั่งงานผ่านระบบอัจฉริยะต่าง ๆ ไม่ว่าจะ  Amazon Alexa หรือ Google Assistant ที่กำลังจะแพร่หลายในไม่ช้า ตัวลำโพงมีสีขาวให้เลือกด้วย เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในลำโพงโฮมเธียเตอร์แห่งอนาคตที่แท้จริง

ประเภท Sound Bar
จำนวน ch 3.0 ch
พร้อม AVR
มีระบบ Bluetooth
เชื่อมต่อ WiFi ได้

3. ONKYO HT-S5805

3. ONKYO HT-S5805

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 29,900 บาท

ลำโพงชุดสำเร็จ เสียงมีอานุภาพระดับ Dolby Atmos

คงไม่ต้องพูดมากกันแล้วเรื่องคุณภาพของแบรนด์นี้ ชุดนี้เป็นลำโพงโฮมเธียเตอร์แบบระบบเสียง 5.1 ch ถือเป็นรุ่นยอดนิยมอีกรุ่นหนึ่งในชุด HTiB ของ ONKYO ที่ดีไซน์ออกมาในลักษณะเรียบง่าย เชื่อมต่ออุปกรณ์หลากหลายด้วย 4 ช่อง HDMI Input นำเสนอรูปแบบเสียงที่เป็นธรรมชาติ ให้เสียงเบสทุ้มลึก ชัดเจนและนุ่มนวล แต่มีมิติ พร้อมด้วยแอมป์ AVR ที่มีความแม่นยำในการควบคุมเสียง Output ของลำโพง

ที่สำคัญ เป็นรุ่นที่ตอบรับระบบ Surround ชั้นนำแห่งยุคอย่าง Dolby Atmos ทำให้ไม่ว่าจะชมภาพยนตร์ ฟังเพลง หรือเล่นเกม ก็ได้อรรถรสสมจริงตามสไตล์ของผู้ผลิต มาพร้อมเทคโนโลยี Bluetooth ที่ทำให้การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นง่ายขึ้น ครบเครื่องสำหรับลำโพงแบบชุด ที่สำคัญ คือ อยู่ในราคาที่ไม่แพงจนเกินไปค่ะ

ประเภท Multi-Speaker
จำนวน ch 5.1 ch
พร้อม AVR
มีระบบ Bluetooth
เชื่อมต่อ WiFi ได้

2. Klipsch Reference Theater Pack

2. Klipsch Reference Theater Pack

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 39,800 บาท

ชุดลำโพงโฮมเธียเตอร์ที่เหล่าหูทองอยากเป็นเจ้าของ

ลำโพงโฮมเธียเตอร์ 5.1 ch นี้เป็นชุดที่ออกมาแล้วทุกคนร้องว้าว! นอกจากรูปลักษณ์ที่เรียบหรูอันเป็น Signature ของ Klipsch ที่ใครเห็นก็อยากซื้อมาวางไว้ประดับบ้าน ขนาดลำโพงก็พอดิบพอดี ไม่ใหญ่เทอะทะ ทำให้จัดวางสะดวก คุณภาพวัสดุและเสียงก็ไม่ต้องพูดถึง สามารถสร้างเสียงที่เคลียร์และชัดเจนในทุกระดับ เก็บทุก ๆ รายละเอียดได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบ

ตัว Subwoofer เชื่อมต่อด้วยระบบไร้สาย เป็นแบบยิงเสียงลงพื้นหรือ Down-Firing สร้างเสียงต่ำที่นุ่มลึกมีระดับ เหมาะกับการชมภาพยนตร์ที่ต้องการเสียงสมจริงจัดจ้าน รอบทิศทาง ส่งถึงทั่วทุกมุมห้อง หรือจะฟังดนตรีแบบเป็นคอนเสิร์ตก็รู้สึกราวกับอยู่ในสถานที่จริงเลยทีเดียว แม้ราคาจะสูงสักหน่อย แต่รับรองว่าได้คุณภาพที่คุ้มทุกบาททุกสตางค์แน่นอนค่ะ

ประเภท Multi-Speaker
จำนวน ch 5.1 ch
พร้อม AVR
มีระบบ Bluetooth
เชื่อมต่อ WiFi ได้

1. ONKYO HT-S7805

1. ONKYO HT-S7805

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 38,900 บาท

ชุด HTiB ที่ตอบรับเสียง Surround เหนือความคาดหมาย

แม้กูรูด้าน Audio ทั้งหลายจะไม่ค่อยชอบคุณภาพชุดลำโพงที่เป็น HTiB แต่ว่าชุดลำโพงโฮมเธียเตอร์ 5.1 ch พร้อม AVR ของ ONKYO รุ่นนี้เป็นชุดยอดฮิตที่ฮือฮาของหลาย ๆ คนเลยค่ะ ด้วยสเปกของ AVR ที่ดูเกินราคา ให้กำลังไม่ต่างจากแบบซื้อแยกชุด จึงสามารถควบคุมเสียงและสร้างพลังเสียงได้อย่างดีเยี่ยม แถมยังถอดสัญญาณภาพได้ถึงระดับ 4K เลยทีเดียว

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีลำโพงที่รองรับระบบ Surround 3 มิติ! ใหม่ล่าสุดทั้ง 2 ค่าย คือ Dolby Atmos และ DTS:X ที่สามารถยิงเสียงขึ้นเพดาน เพิ่มความสมจริงให้เหนือชั้นขึ้นอีกระดับ การเชื่อมต่อก็สามารถใช้ได้ทั้ง HDMI ถึง 8 ช่องและ Wi-Fi, Bluetooth, Airplay อีกทั้งยังให้ฟังก์ชัน Auto Calibration มาด้วยเพื่อการ Set up ที่ง่ายพร้อมใช้งานเหมาะสมกับสภาพห้อง เรียกว่าทุกอย่าง ONKYO ตั้งใจทำมาเพื่อกระชากสตางค์ในกระเป๋าเราจริง ๆ ค่ะ

ประเภท Multi-Speaker
จำนวน ch 5.1 ch
พร้อม AVR
มีระบบ Bluetooth
เชื่อมต่อ WiFi ได้

เคล็ดลับการจัดวางลำโพงให้ได้เสียงสมจริง

เคล็ดลับการจัดวางลำโพงให้ได้เสียงสมจริง

การวางลำโพงโฮมเธียเตอร์ในตำแหน่งที่เหมาะสมจะช่วยสร้างอรรถรสในการรับฟัง โดยพื้นฐานแล้ว แนะนำให้วางลำโพงหน้าบริเวณจอโทรศัพท์ข้างลำโพงหลัก ส่วนตำแหน่งซ้ายขวาของที่นั่งควรเป็นที่วางของลำโพง (Real) Surround ในขณะที่ Subwoofer อยู่ภายในบริเวณรอบข้างหรือจะให้ดีแนะนำให้วางตรงส่วนกึ่งกลางห้อง ซึ่งลักษณะการวางลำโพงแต่ละชิ้นแบบโอบล้อมที่นั่งฟังเช่นนี้ถือเป็นวิธีที่ทำให้เราฟังเสียงได้อย่างสมจริงและดื่มด่ำมากที่สุดค่ะ

นอกจากนี้ ความสูงต่ำของลำโพงแต่ละชิ้นก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ไม่ว่าห้องจะมีขนาดกว้างหรือแคบแค่ไหน หากเราวางลำโพงแต่ละชิ้นในระดับความสูงเท่า ๆ กัน โอกาสที่เสียงจากแต่ลำโพงจะเข้ากันได้ดีก็มีมากขึ้นนั่นเองค่ะ

บทส่งท้าย

หากคุณเป็นคนชอบเล่นเกม ฟังเพลง ยิ่งถ้าชอบดูหนังด้วยแล้ว การมีลำโพงโฮมเธียเตอร์ที่บ้านดี ๆ สักชุดเป็นสิ่งที่น่าลงทุนเป็นอย่างยิ่ง เพราะต่อจากนี้คุณก็ไม่ต้องเดินทางฝ่ารถติดออกไปนอกบ้านเสียค่าที่นั่งแพง ๆ ในโรงภาพยนตร์เพื่อจะนอนดูหนัง นั่งฟังเพลงอีกต่อไป เพราะคุณสามารถนอนดูให้สบายใจได้ที่บ้าน ยกเพื่อนทั้งทีม ครอบครัวญาติพี่น้องมาด้วยก็ยังไหว

อย่างไรก็ตามการจะดื่มด่ำกับอรรถรสทางเสียงที่มีคุณภาพได้อย่างสบายใจ ต้องดูสภาพแวดล้อมหลาย ๆ ด้านทั้งเรื่องงบประมาณและขนาดที่พักอาศัย ตามที่กล่าวไว้เบื้องต้น ลองพิจารณาดูความเหมาะสมของผู้ซื้อเองและคนรอบข้าง (และเพื่อนบ้าน) ด้วย อย่างไรแล้วก็ขอให้ทุกคนเจอกับชุดลำโพงที่ถูกใจนะคะ

Popular Posts