7 อันดับ โคมไฟตั้งโต๊ะ LED ยอดฮิตขายดีที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2019

7 อันดับ โคมไฟตั้งโต๊ะ LED ยอดฮิตขายดีที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ ชาว mybest วันนี้เรากลับมาพบกันอีกครั้งในหัวข้อ “โคมไฟ LED” ซึ่งหลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “หลอดไฟ LED” กันมาก่อนใช่ไหมคะ บางคนก็อาจจะพอรู้แล้วว่าคืออะไรและมีคุณสมบัติอะไรบ้าง แต่หลายคนก็ยังไม่รู้ วันนี้ผู้เขียนเลยขออธิบายคร่าว ๆ ให้ฟังกันก่อนสักนิด เพื่อที่เพื่อน ๆ จะได้มีความรู้ความเข้าใจผลิตภัณฑ์นี้มากขึ้นและช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นว่าควรซื้อหรือไม่อย่างไรค่ะ

หลอดไฟ LED คือ สารกึ่งตัวนำไฟฟ้าที่ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน มีข้อดีคือช่วยประหยัดพลังงาน เพราะให้แสงสว่างมาก แต่ใช้ไฟฟ้าน้อยลง จึงมีอายุการใช้งานนานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเนื่องจากไม่มีสารปรอท ซึ่งวันนี้เราจะมาเรียนรู้ “วิธีการเลือกโคมไฟตั้งโต๊ะ LED” อุปกรณ์ที่อยู่เป็นเพื่อนคู่ใจยามต้องอ่านหนังสือหรือทำการบ้านตอนดึก ๆ  และ “7 อันดับสินค้าที่น่าสนใจ” ที่ผ่านการเปรียบเทียบจากราคา, คุณสมบัติและรีวิวกันค่ะ

สารบัญ

วิธีการเลือกโคมไฟตั้งโต๊ะ LED

ถ้าเพื่อน ๆ ไม่ได้เจอบทความนี้ เพื่อน ๆ จะเลือกอย่างไรกันคะ แน่นอนว่าหลายคนคงยอมสละเวลาเพื่อไปดูสินค้าที่หน้าร้าน เพราะจะได้เห็นของจริง ได้ลองทดสอบก่อนใช้ และที่สำคัญ “ได้คำแนะนำจากพนักงานขาย” แต่ในความเป็นจริงแล้ว บางครั้งเราไม่ได้มีเวลาว่างขนาดนั้น ยิ่งถ้าคนยุคใหม่ที่เวลาเป็นเงินเป็นทองด้วยแล้ว การศึกษาข้อมูลสินค้าและซื้อจากช่องทางออนไลน์ถือว่าสำคัญยิ่งนักเลยค่ะ

เลือกขนาดของโคมไฟให้เหมาะกับการใช้งาน

ข้อนี้ถือเป็นสิ่งที่ทุกคนคำนึงเป็นอันดับแรก ๆ เลยใช่ไหมคะ เพราะจุดประสงค์ของโคมไฟคือการส่องสว่างในพื้นที่จำกัด ซึ่งแตกต่างกันไปตามพฤติกรรมของแต่ละคน บางคนใช้เพื่ออ่านหนังสือบนโต๊ะ ในขณะที่บางคนใช้เพื่อเล่นคอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่อ่านหนังสือบนเตียงก็ตาม ขนาดของโคมไฟจึงแปรผันตามพฤติกรรมเหล่านี้

เพื่อการทำความเข้าใจที่ง่ายขึ้น ผู้เขียนจะขอแบ่งขนาดตามวัตถุประสงค์การใช้งานค่ะ โดยประเภทแรกคือ “เพื่ออ่านหนังสือบนโต๊ะ” และประเภทที่สอง คือ “เพื่ออ่านบนเตียง”

“เพื่ออ่านหนังสือบนโต๊ะ” เลือกรุ่นที่มีขนาดใหญ่มากพอจะมีระยะส่องสว่างที่กว้าง

"เพื่ออ่านหนังสือบนโต๊ะ" เลือกรุ่นที่มีขนาดใหญ่มากพอจะมีระยะส่องสว่างที่กว้าง

เพราะพฤติกรรมการอ่านหนังสือเรียนหรือทำการบ้านของเรามักจะชอบทำบนโต๊ะหนังสือ โคมไฟที่ควรเลือกใช้จึงควรมีส่วนโคมขนาดใหญ่มากพอที่จะมีระยะส่องสว่างค่อนข้างกว้างหรือถ้าให้ดีที่สุด คือ ครอบคลุมระยะโต๊ะเขียนหนังสือ เพื่อให้คุณสามารถมองเห็นหนังสือ รวมไปถึงอุปกรณ์เครื่องเขียนต่าง ๆ ที่อยู่รายล้อม ซึ่งมักจะถูกหยิบขึ้นมาใช้ขณะที่อ่านหนังสือไปด้วย

“เพื่ออ่านหนังสือบนเตียง” เลือกรุ่นที่มีขนาดเล็กอย่างพอเหมาะ

"เพื่ออ่านหนังสือบนเตียง" เลือกรุ่นที่มีขนาดเล็กอย่างพอเหมาะ

เด็กหอและคุณพ่อคุณแม่ที่ชอบอ่านนิทานให้ลูกฟังก่อนนอนต้องรีบมาอ่านหัวข้อนี้แล้วค่ะ โดยขนาดของโคมไฟที่คุณควรเลือกควรเป็นไซซ์เล็กทั้งส่วนโคมและฐานตั้งเพื่อให้วางบริเวณหัวเตียงได้เหมาะเจาะ และเป็นแบบให้แสงสว่างไม่จ้ามาก เพื่อไม่ให้รบกวนบรรยากาศการนอน ขณะเดียวกันก็ต้องช่วยให้อ่านหนังสือหรือเล่นสมาร์ทโฟนได้ไม่ลำบากด้วย

เลือกรุ่นที่สามารถปรับความสว่างหรือมีฟังก์ชันเปลี่ยนสีแสงไฟได้

บางครั้งคนเราก็ต้องการระดับของแสงสว่างหรือเฉดสีของแสงที่ต่างกันออกไป เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในกิจกรรมที่หลากหลาย แต่ถ้าโคมไฟของคุณไม่สามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ ก็คงจะน่าหงุดหงิดไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ ลำดับต่อไปเรามาดูกันดีกว่าว่าฟังก์ชันแบบใดที่เหมาะสมกับการทำงานของคุณ

“Dimming” เพื่อปรับความมืด-สว่างของแสง

Dimming" เพื่อปรับความมืด-สว่างของแสง

เคยสังเกตกันไหมคะ บางครั้งนั่ง ๆ อ่านหนังสืออยู่เริ่มรู้สึกว่าแสบตา แสงสว่างจากโคมไฟดูแรงเกินไปจนตาล้า ทั้ง ๆ ที่ก็อ่านมาได้ตั้งนานแล้ว หรือบางคนอาจเจอปัญหาโคมไฟที่ซื้อมาดันสว่างจ้าเกินไป ถ้าคุณเคยเจอมาก่อนล่ะก็ แนะนำให้ซื้อรุ่นที่สามารถปรับความสว่างได้มาลองใช้กันดูนะคะ

ฟังก์ชั่น Dimming นั้น ปกติแล้วจะมี 2 ลักษณะด้วยกัน แบบแรกคือหมุนเพิ่มหรือหรี่ได้ตามใจผู้ใช้ เหมาะกับผู้ที่ต้องใช้โคมไฟอยู่เป็นประจำหรือปรับเปลี่ยนการใช้งานบ่อย ในขณะที่แบบที่สองจะเป็นเบอร์แทนระดับความเข้มที่กำหนดมาให้แล้ว เหมาะกับคนที่มีการใช้งานจำกัดและไม่กินระยะเวลานาน

“Toning” เปลี่ยนสีของไฟ

"Toning" เปลี่ยนสีของไฟ

โดยทั่วไป หลอดไฟ LED จะมีด้วยกัน 3 เฉดสีของแสง นั่นคือ “Daylight” , “Cool White” และ “Warm” ส่วนฟังก์ชั่น Toning คือฟังก์ชั่นที่จะเปลี่ยนสีของแสงไปตามสภาพแวดล้อมนั้น ๆ โดยแสงสีใดเหมาะสมกับการใช้งานแบบไหน ผู้เขียนได้อธิบายอย่างละเอียดไว้ด้านล่างนี้แล้วค่ะ

  • Daylight : แสงโทนฟ้า ช่วยกระตุ้นให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า เหมาะกับการใช้อ่านหนังสือ โดยเฉพาะกับเนื้อหาที่ต้องใช้สมาธิในการทำความเข้าใจมาก อย่างไรก็ตาม ต้องระมัดระวังระยะการใช้งานด้วยนะคะ เพราะถ้านานเกินไปจะทำให้ตาล้าได้
  • Cool White : ลักษณะใกล้เคียงกับแสงแดด จึงค่อนข้างสว่าง เหมาะกับคนที่ต้องการแสงแบบธรรมชาติ
  • Warm : แสงสีเหลืองหรือสีส้มที่ค่อนข้างเข้มกว่าแสงแดด ทำให้บรรยากาศอบอุ่นและผ่อนคลายขึ้น แต่มีข้อเสียคือสว่างไม่พอให้มองเห็นตัวหนังสือชัดเจน จึงไม่เหมาะกับการอ่านหนังสือเรียนหรือบทความที่ต้องใช้สมาธิในการจดจ่อนาน ๆ ในทางกลับกัน ถ้าใครกำลังมองหาโคมไฟบนหัวเตียงถือว่าเหมาะทีเดียวค่ะ เพราะจะช่วยสร้างบรรยากาศในการนอนได้ดีเลย

นอกจากนี้ บางรุ่นยังสามารถปรับโทนสีได้มากถึง 5-7 ระดับเลยนะคะ ก่อนการซื้อ เพื่อน ๆ จึงอย่าลืมคำนึงถึงจุดนี้ด้วย เพื่อให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

เลือกจากวิธีการใช้พลังงานของโคมไฟ

เลือกจากวิธีการใช้พลังงานของโคมไฟ

วิธีการใช้พลังงานของโคมไฟมีอยู่ด้วยกัน 2 วิธีค่ะ วิธีแรก คือ “แบบ AC Adapter (เสียบปลั๊ก)” และแบบที่สอง คือ “แบบแบตเตอรี่/แบบชาร์จ” ซึ่งแต่ละแบบมีคุณสมบัติและข้อดีข้อเสียต่างกันออกไป จึงเหมาะกับการใช้งานที่ต่างกัน

  • แบบเสียบปลั๊ก : สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน เหมาะกับการวางตั้งโต๊ะแบบติดที่ อย่างไรก็ตาม ก่อนการซื้อควรสำรวจรอบ ๆ โต๊ะของคุณก่อนว่าอยู่ห่างจากเต้าเสียบไกลแค่ไหน จากนั้นค่อยหาซื้อโคมไฟที่มีสายยาวประมาณนั้น
  • แบบแบตเตอรี่/แบบชาร์จ : โคมไฟทำงานได้เมื่อมีแบตเตอรี่เท่านั้น จึงเหมาะกับการพกพาไปใช้นอกสถานที่ หรือคนที่โต๊ะอยู่ห่างจากเต้าเสียบปลั๊ก แต่ข้อเสียเล็กน้อย คือ มีระยะเวลาการใช้งานที่จำกัด

อย่าลืมเช็คความสว่างด้วยนะจ๊ะ

อย่าลืมเช็คความสว่างด้วยนะจ๊ะ

กำลังและค่าของความสว่างต่อพื้นที่สามารถวัดได้เป็น “Lumen (Lm)” และ “Lux (Lx)” ตามลำดับ โคมไฟทั่วไปจะมีค่ากำลังความสว่าง 500 lm และอาจจะมีค่า Lux ที่ 250 lx/50 ซม. (ความห่างจากหลอดไฟ) หรือ 500 lx/30 ซม. ยิ่งหลอดไฟมีค่า Lumen เยอะก็ยิ่งส่องสว่างนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม เพื่อน ๆ ต้องอย่าลืมว่าการใช้สายตาท่ามกลางแสงที่เข้มหรือสว่างอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานจะทำให้ตาล้าได้ จากเคสที่ยกตัวอย่างมานี้ แนะนำให้เลือกซื้อรุ่นที่ปรับความสว่างได้ด้วยนะคะ จะช่วยให้การใช้งานของคุณง่ายขึ้นและถนอมดวงตาของคุณได้ดีกว่าอีกด้วยค่ะ

7 อันดับ โคมไฟตั้งโต๊ะ LED ยอดฮิตขายดีที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

และแล้วก็ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย ลำดับต่อไปเรามาอ่านข้อมูลของสินค้าที่น่าสนใจ ซึ่งถูกจัดอันดับผ่านการเปรียบเทียบคุณสมบัติต่าง ๆ ตามที่เราได้เกริ่นไปในตอนต้น เพื่อให้ได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือและเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ ที่สุด จะมีผลิตภัณฑ์รุ่นไหนบ้าง ไปอ่านกันเลยค่ะ

7. Xiaomi Mi LED Desk Lamp

7. Xiaomi Mi LED Desk Lamp

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 1,990 บาท

ปรับโหมดความสว่างได้ตามกิจกรรมที่ทำอยู่ ใช้งานง่ายและคุณภาพแสงดี

โคมไฟ LED รุ่นนี้น่าสนใจมากทีเดียวเลยค่ะ เพราะมีฟังก์ชั่นปรับเปลี่ยนความสว่างตามกิจกรรมที่เรากำลังทำ เช่น สำหรับอ่านหนังสือ, เพื่อการเล่นคอมพิวเตอร์, ปรับแสงให้พอเหมาะกับดวงตาของเด็ก และโหมด Focus ตั้งเวลาเพื่อจดจ่อกับช่วงเวลานั้น ๆ และเวลาสำหรับพัก โดยโคมไฟจะเตือนคุณเมื่อถึงเวลา นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมการทำงานได้ง่าย ๆ ผ่านสมาร์ทโฟนอีกด้วยนะคะ

ผลลัพธ์หลังการใช้งานถือว่าน่าพอใจ หลายคนบอกว่าใช้งานง่าย คุณภาพของแสงไฟค่อนข้างดี อย่างไรก็ตาม ราคาอาจจะสูงไปสักนิด แต่ถ้าใครกำลังมองหารุ่นที่มีคุณสมบัติครบครันขนาดนี้ ถือว่าคุ้มค่าที่จะซื้อนะคะ

6. Xiaomi Mijia Yeelight LED Light

6. Xiaomi Mijia Yeelight LED Light

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 2,050 บาท

ปรับเปลี่ยนสีได้ถึง 16 ล้านเฉด พร้อมปรับความสว่างและสั่งการผ่านสมาร์ทโฟน

ใครที่กำลังมองหาโคมไฟตั้งบริเวณหัวเตียงรุ่นนี้อาจเป็นคำตอบของคุณค่ะ เพราะมีขนาดกะทัดรัด กินพื้นที่น้อย อีกทั้งยังใช้งานสะดวกสบายด้วยการเชื่อมต่อ Bluetooth หรือ Wifi กับสมาร์ทโฟน และยังพิเศษด้วยฟังก์ชั่นปรับเปลี่ยนสีได้ถึง 16 ล้านเฉดสี นอกจากนี้ยังสามารถปรับความสว่างของแสงได้ ช่วยให้การนอนหลับของคุณสบายมากขึ้น

ถ้าใครกลัวว่าสีเยอะขนาดนี้จะสบายตาไหม ขอบอกเลยว่าอ่อนโยนต่อดวงตามากค่ะ เพราะจากรีวิวของผู้ที่ใช้จริงส่วนใหญ่แล้วค่อนข้างชื่นชอบ นอกจากนี้ยังบอกอีกว่าใช้งานง่าย ดีไซน์สวยเข้ากับบรรยากาศห้องได้ดี

5. Philips Jabiru Table lamp

5. Philips Jabiru Table lamp

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 549 บาท

แสงสีขาวนวล (Cool White) และปรับความสว่างได้ 4 ระดับ เหมาะกับการเขียน

รุ่นนี้ถือเป็นทางเลือกสำหรับวัยนักเรียนนักศึกษาเลยค่ะ เพราะมีราคาที่ย่อมเยาและฟังก์ชั่นการใช้งานที่เพียงพอ โดยให้แสงสีขาวนวล (Cool White) สบายตา เหมาะกับการเขียนหนังสือหรือทำการบ้านอย่างต่อเนื่อง มาพร้อมดีไซน์พิเศษทำให้ปรับมุมแสงในการอ่านได้ตามต้องการ นอกจากนี้ยังใช้งานได้ยาวนานถึง 15,000 ชั่วโมง

รุ่นนี้มีวัสดุเป็นพลาสติกแต่ค่อนข้างแข็งแรงทนทานและมีน้ำหนักเบา ช่วยให้เคลื่อนย้ายง่าย นอกจากนี้ขั้นตอนการใช้งานก็ไม่ยุ่งยาก สามารถปรับความสว่างได้ถึง 4 ระดับ หลอดไฟทำงานได้ค่อนข้างเสถียร ที่สำคัญมีประกันจากผู้ขายให้อีก 1 ปีด้วยค่ะ

4. Remax LED USB RT-E190

4. Remax LED USB RT-E190

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 229 บาท

บิดงอก้านได้รอบทิศทาง ปรับความสว่างได้ 3 ระดับ เหมาะกับการใช้ในพื้นที่แคบ

ถ้าใครเคยเจอปัญหารูปลักษณ์ของโคมไฟไม่เอื้อต่อการใช้งาน เช่น สูงไป เตี้ยไป หรือแม้แต่องศาเข้าไม่ถึงพื้นที่ที่ต้องการ แนะนำให้ลองซื้อรุ่นนี้มาใช้ดูเลยค่ะ เพราะสามารถบิดงอก้านได้รอบทิศทาง พร้อมปรับระดับขึ้นลงได้ตามต้องการ เป็นโคมไฟแบบไร้สายที่ชาร์จได้ทั้งผ่านปลั๊ก Adapter และ USB แบตเตอรี่ใช้งานได้ประมาณ 3-4 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังปรับความสว่างได้ถึง 3 ระดับ จึงเหมาะกับวัยนักเรียนนักศึกษามากทีเดียวค่ะ

ด้านผลลัพธ์การใช้งานของรุ่นนี้ ส่วนใหญ่แล้วทุกคนบอกว่าใช้งานง่าย หลอดไฟให้ความสว่างค่อนข้างพอดีและเสถียร อย่างไรก็ตาม บางคนยังบอกว่าเมื่อใช้ไปนานระยะหนึ่ง แบตฯจะเสื่อมสภาพลงนะคะ แต่เมื่อเทียบกับราคาแล้ว ถือว่ายังน่าสนใจทีเดียวค่ะ

3. Remax LED USB RL-E180

3. Remax LED USB RL-E180

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 229 บาท

ปรับก้านขึ้นลงได้ถึง 180 องศา พร้อมปรับความสว่างได้ 3 ระดับ และให้ไฟนวลตา

ความน่าสนใจของรุ่นนี้อยู่ที่ก้านโคมไฟสามารถปรับระดับขึ้นลงได้ 180 องศา มาพร้อมแสงไฟถนอมสายตา ซึ่งมีความเข้ม 350 lux และฟังก์ชั่นปรับระดับความสว่างได้ถึง 3 ระดับ ใช้งานง่าย แบตเตอรี่ใช้อย่างต่อเนื่องได้ถึง 2-2.5 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับความสว่างของแสงไฟ) นอกจากนี้อายุการใช้งานยังยาวนานถึง 50,000 ชั่วโมงเลยค่ะ

รุ่นนี้มีวัสดุที่คุณภาพคุ้มค่ากับราคา แสงไฟสว่างพอสำหรับการอ่านหนังสือ น้ำหนักเบา ขนาดกะทัดรัดไม่เปลืองพื้นที่และยังช่วยให้เคลื่อนย้ายสะดวก นอกจากนี้ระบบเปิด-ปิดยังตอบสนองการสั่งการได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

2. Philips LED Geometry

2. Philips LED Geometry

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 500 บาท

ปรับก้านได้ถึง 360 องศา แสงไฟนวลตา น้ำหนักเบาเคลื่อนย้ายสะดวก

ใครว่าสินค้าจากแบรนด์ดังจะต้องราคาสูงเสมอไปคะ รุ่นนี้ถือว่ามีราคาที่น่าคบหามากทีเดียว แถมคุณสมบัติยังน่าสนใจอีกด้วย โคมไฟผลิตจากอลูมิเนียมคุณภาพสูง จึงทนความร้อนได้ดี ทำให้อายุการใช้งานนานขึ้น มาพร้อมดีไซน์สุดเก๋สามารถปรับองศาได้ 360 องศา แสงไฟไม่แยงตา มีกำลังไฟ 1.5 วัตต์ และให้ความสว่าง 180 ลูเมน จึงเหมาะกับการอ่านหนังสือหรือเขียนงาน

ด้านการใช้งาน รุ่นนี้มีน้ำหนักเบา สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย ให้ไฟแสงสีขาวอมส้ม และมีใบรับประกัน 1 ปีการันตีสินค้า โดยรวมแล้วถือว่าคุ้มราคาทีเดียวค่ะ ใครที่เป็นสายมินิมอลหรือต้องการโคมไฟที่เข้ากับบรรยายกาศห้องได้ง่าย แนะนำให้รีบไปซื้อมาใช้เลย

1. Philips Pear

1. Philips Pear 

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 359 บาท

ปรับมุมแสงได้ตามต้องการ ขนาดกะทัดรัด เครื่อนย้ายสะดวก

และแล้วก็มาถึงอันดับที่ทุกคนรอคอย สำหรับรุ่นนี้สามารถใช้กับหลอด LED ขั้ว E27 ได้ มาพร้อมดีไซน์สุดเก๋ สามารถปรับมุมแสงได้ตามต้องการและยังมีขนาดกะทัดรัด เคลื่อนย้ายได้สะดวกสบาย และที่สำคัญมีราคาย่อมเยามากด้วยค่ะ ทำให้หลายคนเลือกซื้อ

จากรีวิวของผู้ที่ใช้จริงบอกว่าโคมไฟผลิตจากวัสดุที่แข็งแรง ทำให้คงทนและมีอายุการใช้งานนาน ไฟสว่าง แต่ไม่มีฟังก์ชั่นปรับความสว่างนะคะ จึงเหมาะกับการอ่านช่วงกลางวันมากกว่ากลางคืน มาพร้อมใบรับประกันอีก 1 ปี คุ้มค่ากับราคา เหมาะกับนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการโคมไฟราคาประหยัดโดยเฉพาะสาว ๆ สายพาสเทล

บทส่งท้าย

จบจากบทความนี้ไป หวังว่าเพื่อน ๆ จะหันมาให้ความสนใจผลิตภัณฑ์ให้แสงสว่างที่มีหลอดไฟ LED เป็นส่วนประกอบกันนะคะ เพราะแม้ว่าความสว่างของโคมไฟ LED กับรุ่นที่ใช้หลอดไฟธรรมดาจะไม่แตกต่างจนสามารถแยกแยะได้ด้วยตาเปล่า แต่เมื่อคำนึงถึงความประหยัดพลังงาน แน่นอนว่าหลอด LED ชนะขาดลอยอยู่แล้ว จึงเหมาะกับการใช้ในยุคที่พลังงานกลายเป็นของหายากและเศรษฐกิจกำลังแย่มากทีเดียวค่ะ

สุดท้ายนี้ก่อนจะจากกัน ถ้าใครชื่นชอบบทความนี้หรือเห็นว่ามีประโยชน์ น่าให้เพื่อน ๆ รู้ด้วย อย่าลืมกดแชร์และติดตามบทความดี ๆ จาก mybest กันต่อนะคะ ส่วนวันนี้ผู้เขียนขอตัวลาไปก่อน ต้องรีบไปซื้อโคมไฟมาเปลี่ยนแล้วค่ะ