10 อันดับ ฟิล์มกระจก iPhone ยอดฮิตขายดีที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2019

10 อันดับ ฟิล์มกระจก iPhone ยอดฮิตขายดีที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018

ในปัจจุบันโทรศัพท์ iPhone มีราคาสูงขึ้นเนื่องจากประสิทธิภาพการทำงานและวัสดุที่นำมาประกอบตัวเครื่องได้ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่กระนั้นสาวก iPhone ก็ยังคงมี Loyalty ต่อแบรนด์อย่างเหนียวแน่น เมื่อซื้อเครื่องมาแล้วหลายคนจึงลงทุนซื้อเคสโทรศัพท์และฟิล์มดี ๆ ที่มีความแข็งแรง ทนทานเพื่อให้ช่วยป้องกันโทรศัพท์ที่เป็นเสมือนเพื่อนคู่ใจของคุณให้ปลอดภัย ในครั้งนี้ เราจึงจะนำเสนอบทความเกี่ยวกับการเลือกซื้อฟิล์มกระจกสำหรับ iPhone ให้ผู้อ่านได้ใช้เป็นประโยชน์ในการตัดสินใจเลือกซื้อเลือกใช้กันค่ะ

ฟิล์มกระจกมีประโยชน์หลายด้าน นอกจากการป้องกันหน้าจอโทรศัพท์แตกแล้ว ยังช่วยป้องกันรอยนิ้วมือ รอยขีดข่วน ป้องกันแสงสีฟ้า (Blue light) ที่เป็นอันตรายต่อสายตาได้ด้วย ซึ่งฟิล์มเหล่านี้ยังแบ่งประเภทย่อยลงไปอีกว่าเป็นแบบเต็มหน้าจอหรือแบบไม่เต็มจอ, แบบใสหรือด้าน เป็นต้น เพื่อให้เพื่อน ๆ ได้รู้เท่าทันช่างติดฟิล์ม รวมถึงหากใครที่อยากลองเปลี่ยนฟิล์มโทรศัพท์ด้วยตัวเองก็จะได้มีความรู้ในการเลือกซื้อฟิล์มกันมากขึ้น แล้วในตอนท้ายของบทความเรายังรวบรวม 10 อันดับฟิล์มกระจกสำหรับ iPhone มาฝากเพื่อน ๆ กันด้วยค่ะ ติดตามอ่านจนจบแล้วคุณจะได้ความรู้และทริคดี ๆ มากกว่าที่คิด

สารบัญ

วิธีเลือกฟิล์มกระจก iPhone

ก่อนการไปเลือกซื้อฟิล์มที่ขายกันอยู่ตามร้านค้าออนไลน์ เรามาทำความเข้าใจวิธีการเลือกซื้อฟิล์มกระจกกันก่อนดีกว่าค่ะ ซึ่งถ้าเลือกตามวิธีการดังจะกล่าวต่อไปนี้ มั่นใจได้เลยค่ะว่าเพื่อน ๆ จะได้สินค้าที่มีคุณภาพถูกอกถูกใจไปใช้แน่นอน

เลือกฟิล์มประเภท “2D” “2.5D” เมื่อใส่เคส และเลือกแบบ “3.0D” แทนเมื่อไม่ใส่เคส

เลือกฟิล์มประเภท "2D" "2.5D" เมื่อใส่เคส และเลือกแบบ "3.0D" แทนเมื่อไม่ใส่เคส

ฟิล์มกระจกเป็นแผ่นฟิล์มที่หนากว่าฟิล์มพลาสติกทั่วไป ซึ่งการติดบนจอโทรศัพท์นั้นอาจส่งผลกระทบต่อลักษณะของเคสที่คุณใช้ด้วย กล่าวคือถ้าคุณสวมเคสที่กินพื้นที่ตรงขอบจอขึ้นมาเล็กน้อย แนะนำให้เลือกฟิล์มประเภท “2D”  หรือ “2.5D” เพราะชนิดนี้เป็นฟิล์มที่กินบริเวณเพียงแค่จอแสดงภาพเท่านั้น ไม่ได้ครอบคลุมไปถึงขอบจอของตัวเครื่อง

ในขณะที่ฟิล์ม 3.0D เป็นฟิล์มที่ครอบไปถึงส่วนโค้งด้านข้างของตัวเครื่อง ทำให้ป้องกันจอโทรศัพท์ได้เต็มรูปแบบ แต่อาจส่งผลให้คุณใส่เคสโทรศัพท์ไม่ได้ หรือต้องเลือกเคสที่คลุมเพียงด้านหลัง ไม่ปีนขอบขึ้นมาด้านบนแทนค่ะ มิฉะนั้นเคสจะดันฟิล์มจนหลุดได้

เลือกใช้ฟิล์มนิรภัยแบบเต็มจอ (Round Edge) ปกป้องได้ดียิ่งกว่า

เลือกใช้ฟิล์มนิรภัยแบบเต็มจอ (Round Edge) ปกป้องได้ดียิ่งกว่า

เป็นที่ทราบกันดีว่า iPhone รุ่นใหม่ (ตั้งแต่ รุ่น 6/6 Plus เป็นต้นมา) ออกแบบให้ขอบจอมีความโค้งมน ซึ่งทำให้ติดฟิล์มได้ยากขึ้น แต่กระนั้นเพื่อความปลอดภัยอย่างสูงสุด หลาย ๆ แบรนด์ก็ได้ผลิตฟิล์มแบบเต็มจอมาให้คุณเลือกใช้ ซึ่งป้องกันการกระแทกได้ทุกมุมของโทรศัพท์สุดรักสุดหวงของคุณ ไม่ว่าจะเก็บในกระเป๋าช่องไหนก็ปลอดภัยจากการขีดข่วน หรือถ้าหากบังเอิญทำตกหล่น จอก็จะไม่แตกเสียหายง่าย ๆ ค่ะ

นอกจากนี้ฟิล์มแบบเต็มจอยังมีข้อดีคือให้สัมผัสที่ลื่น ไม่สะดุดกับขอบฟิล์มเวลาทัชสกรีน ซึ่งแตกต่างจากฟิล์มปกติที่บางครั้งมักพบปัญหานิ้วมือบังเอิญไปสะกิดโดนขอบฟิล์มจนทำให้ฟิล์มหลุดได้ง่าย เห็นอย่างนี้แล้ว เราจึงแนะนำให้เลือกซื้อฟิล์มแบบเต็มจอที่มีขอบมน แล้วคุณจะรู้เลยว่ามันคุ้มค่ากว่าการไปซ่อมจอหลังจากตกแตกจริง ๆ ค่ะ

เลือกชนิดฟิล์มให้เหมาะสมกับการใช้งาน : “ใส” เพื่อภาพคมชัดหรือ “ด้าน” เพื่อป้องกันแสงสะท้อน เอาให้ชัวร์!

เลือกชนิดฟิล์มให้เหมาะสมกับการใช้งาน : "ใส" เพื่อภาพคมชัดหรือ "ด้าน" เพื่อป้องกันแสงสะท้อน เอาให้ชัวร์!

ฟิล์มกระจกแบ่งอย่างคร่าว ๆ ได้ 2 แบบคือ แบบใส (Glare) กับแบบด้าน (Anti-Glare)

ฟิล์มกระจกแบบใสจะเหมาะกับคนที่ชอบดูหนัง, ดูซีรี่ย์, เล่นโซเชียลมีเดียที่เน้นภาพเพราะฟิล์มประเภทนี้จะทำให้การมองภาพนั้นชัดเจน ดูคมชัดเสมือนจริง ไม่บดบังแสงจริงของภาพ ในขณะที่ฟิล์มด้านนั้นจะช่วยป้องกันคราบรอยนิ้วมือ ลดการสะท้อนแสงของจอได้เป็นอย่างดี ดังนั้น ฟิล์มแบบด้านนี้จึงเหมาะกับคนที่ทำงานกลางแจ้งหรือออกไปเจอแสงจ้าเป็นประจำค่ะ

สรุปก็คือ ถ้าคุณอยากเน้นดูภาพที่คมชัด เสมือนจริง ใช้เล่นเกมส์ที่เน้นรายละเอียดของงานกราฟฟิก ก็ควรเลือกใช้ฟิล์มแบบใส แต่ถ้าไม่ซีเรียสในจุดนั้น เน้นที่ความสะอาดตา ไม่อยากให้มือถือเป็นรอยนิ้วมือก็ให้เลือกฟิล์มด้านแทน จะเลือกฟิล์มประเภทไหนก็ควรเลือกให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานของตัวคุณเองเป็นสำคัญนะคะ

ควรเลือกฟิล์มหนาไม่เกิน 0.3 มิลลิเมตร

ควรเลือกฟิล์มหนาไม่เกิน 0.3 มิลลิเมตร

ฟิล์มกระจกทั่วไปมีความหนาอยู่ที่ 0.3 มิลลิเมตรซึ่งความหนานี้เองที่มีส่วนสำคัญต่อการใช้งาน โดยฟิล์มที่เหมาะสมนั้นควรมีความหนาไม่เกิน 0.3 มิลลิเมตร เพราะความหนาจะส่งผลต่อการสัมผัส ถ้าฟิล์มหนาเกินไปจะทำให้สัมผัสติดขัด ไม่ลื่นไหล อาจเป็นปัญหาสำหรับคนที่ใจร้อน โดยเฉพาะคอเกมที่ต้องการความรวดเร็วทันใจค่ะ

สังเกตหาสัญลักษณ์ 9H ช่วยบอกระดับการป้องกันแรงกระแทก-รอยขีดข่วน

สังเกตหาสัญลักษณ์ 9H ช่วยบอกระดับการป้องกันแรงกระแทก-รอยขีดข่วน

วิธีเลือกซื้อฟิล์มยังต้องตรวจสอบระดับการป้องกันแรงกระแทกและรอยขีดข่วนให้แน่ใจก่อนตัดสินใจซื้อด้วย โดยให้สังเกตดูที่เลข 8H กับ 9H บนซองฟิล์มซึ่งจะเป็นตัวบ่งบอกถึงระดับความแข็งแรงของฟิล์มรุ่นนั้น ๆ ตัวอย่างเช่น 2H มีความแข็งเทียบเท่ากับเล็บมือของมนุษย์เรา ในขณะที่เลข 9H เป็นระดับการป้องกัน/ความแข็งแรงขั้นสูงสุดที่มีขายกันอยู่ในตอนนี้ ซึ่งป้องกันจอจากการตกกระแทก การถูกของมีคมขีดข่วนได้ดี เป็นต้น

แต่ระดับความแข็งแรงนี้จะจำเป็นต่อเมื่อคุณเลือกใช้เคสแบบคลุมด้านหลังเท่านั้น เพราะจะช่วยป้องกันหน้าจอจากการไปกระทบกับสิ่งของต่าง ๆ ขณะเก็บในกระเป๋าถือหรือวางไว้บนโต๊ะทำงาน หากคุณเลือกใช้เคสแบบฝาพับก็อาจไม่จำเป็นต้องเน้นไปที่จุดนี้นักเพราะหน้าปกเคสได้คลุมไปที่ส่วนหน้าจอให้แล้ว

ตรวจสอบคุณสมบัติอื่น ๆ ด้วยเพื่อเสริมประสิทธิภาพการใช้งาน

นอกเหนือไปจากที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ฟิล์มกระจกบางยี่ห้อยังถูกผลิตมากจากวัสดุพิเศษ ซึ่งคุณสมบัติอื่น ๆ ที่ควรคำนึงก่อนตัดสินใจซื้อ ดังต่อไปนี้

“ฟิล์มกระจกเคลือบฟลูออรีน” ช่วยให้สั่งการง่าย สมดังใจ

"ฟิล์มกระจกเคลือบฟลูออรีน" ช่วยให้สั่งการง่าย สมดังใจ

แม้จะไม่ค่อยพบกันตามท้องตลาดบ้านเรา แต่ฟิล์มกระจกที่เคลือบด้วยฟลูออรีนก็เป็นอีกนวัตกรรมที่มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการใช้งาน เพราะช่วยให้การสั่งการฟังก์ชั่นต่าง ๆ หรือสัมผัสได้ลื่นไหลง่ายดายขึ้น ซึ่งเมื่อสั่งการได้ง่ายสมดังใจก็จะทำให้คุณ Happy ไม่หงุดหงิดงุ่นง่านเวลาใช้งานค่ะ

เลือกรุ่นที่ “ตัดแสงบลูไลท์” (Blue Light Cutting) ถ้าคุณกังวลเรื่องปัญหาสายตา

เลือกรุ่นที่ "ตัดแสงบลูไลท์" (Blue Light Cutting) ถ้าคุณกังวลเรื่องปัญหาสายตา

การจ้องจอโทรศัพท์เป็นระยะเวลานานจะส่งผลเสียต่อสายตา ทั้งปวดตา ประสาทตาเมื่อยล้า แล้วชีวิตคนเราในยุคนี้อยู่ติดกับการใช้งานโทรศัพท์และโซเซียลมีเดียแทบจะตลอดเวลา หลายคนจึงหันมาเลือกใช้ฟิล์มกระจกที่ช่วยตัดแสงสีฟ้าได้เพื่อถนอมสายตา ซึ่งการทำงานก็ไม่ซับซ้อนเพียงแค่แผ่นฟิล์มถูกออกแบบมาให้ช่วยลดแสงสีฟ้าจากจอโทรศัพท์ไม่ให้ปะทะเข้ากับสายตาคุณโดยตรง

ทั้งนี้ ข้อเสียของฟิล์มแบบนี้ก็คือทำให้จอภาพมีแสงเพี้ยนไปสักเล็กน้อย อาจมีความฟ้าหรือออกน้ำตาลมากกว่าความเป็นจริง

เลือกฟิล์มรุ่นที่ป้องกันรอยนิ้วมือและคราบสกปรก เพื่อช่วยให้มือถือคุณดูสะอาดตาอยู่เสมอ

เลือกฟิล์มรุ่นที่ป้องกันรอยนิ้วมือและคราบสกปรก จะช่วยให้มือถือคุณดูสะอาดตาอยู่เสมอ

ควรเลือกซื้อฟิล์มกระจกรุ่นที่มีการเคลือบสารพิเศษเพื่อป้องกันรอยนิ้วมือหรือคราบสกปรกติดบนหน้าจอ เพื่อช่วยให้หน้าจอโทรศัพท์คุณสวยสะอาดตาอยู่เสมอ แถมไม่ต้องคอยมานั่งเช็ดทุกครั้งที่สัมผัสด้วยนะคะ

10 อันดับ ฟิล์มกระจก iPhone ยอดฮิตขายดีที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

ฟิล์มกระจกสำหรับ iPhone ที่ยอดฮิตเป็นที่รู้จักก็มีไม่กี่ยี่ห้อที่พอจะคุ้นหูใครหลายคน เช่น Focus, Hishield, Gorilla ซึ่งนอกเหนือจากคุณสมบัติ/ประเภทของฟิล์มที่ได้กล่าวไปข้างต้นแล้วนั้น แต่ละยี่ห้อก็แบ่งย่อยตามรุ่นของโทรศัพท์อีกมากมาย ซึ่งฟิล์มรุ่นเดียวกันอาจผลิตมาครอบคลุมการใช้งานได้หลายรุ่น ผู้อ่านจึงอาจต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับโทรศัพท์ของคุณเองนะคะ

10. No Brand – 3D Smooth Curved (iPhone 6/6S)

10. No Brand - 3D Smooth Curved (6/6S)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 220 บาท

ปกป้องเต็มจอ ขอบโค้งมนตามรูปทรงเครื่อง แข็งแรงระดับ 9H

ฟิล์มกระจกนิรภัยรุ่นนี้เป็นแบบเต็มจอ ใช้ติดหน้าจอ iPhone รุ่น 6/6S มีความหนา 0.3 มิลลิเมตรซึ่งอยู่ในมาตรฐานกำลังดี เหมาะแก่ทั้งการใช้งานทั่วไปและแบบสมบุกสมบัน ไม่ทำให้การสัมผัสติดขัด พิเศษยิ่งกว่าด้วยการทำขอบฟิล์มให้โค้งมนไปตามความโค้งของจอเครื่องได้อย่างลงตัว สามารถปกป้องเต็มจอได้ 100% เสริมความแข็งแรงในการปกป้องแรงกระแทกและรอยขีดข่วนอยู่ที่ระดับ 9H อีกทั้งมีการเคลือบสารที่ช่วยป้องกันรอยนิ้วมือไว้ด้วย

รุ่นนี้มีคุณสมบัติของฟิล์มกระจกนิรภัยที่จะช่วยปกป้อง iPhone ของคุณอย่างครบถ้วน เป็นลักษณะฟิล์มใส ใข้งานได้ยาวนาน ให้ภาพคมชัดสมจริง ติดเองที่บ้านได้ง่าย ๆ ใช้ระบบสุญญากาศ เมื่อลอกออกไม่ทิ้งคราบกาว

9. HiShield – 3D Super Strong Max (iPhone XS MAX)

9. HiShield - 3D Super Strong Max (iPhone XS MAX)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 699 บาท

ปกป้องแข็งแกร่งขึ้น 2 เท่า ความแข็งแรงระดับ 9H ให้ภาพชัด HD 98%

รุ่นนี้เป็นฟิล์มแบบเต็มจอมีขอบโค้งจากยี่ห้อ HiShield โดดเด่นที่ความแข็งแกร่ง ทนทาน ทำหน้าที่ปกป้องโทรศัพท์ไม่ให้แตกหักเสียหายได้ง่ายแม้จะตกหล่นโดนกระแทกหรือโดนของมีคมขีดข่วน ด้วยคุณสมบัติความแข็งแกร่งระดับ 9H ซึ่งสูงสุดเท่าที่มีมา เสริมด้วยเทคโนโลยี Hydrofluoric ผ่านการอบกระจกให้มีความแข็งแรงขึ้นอีก 2 เท่า (2X shatterproof) จนได้ฟิล์มกระจกความหนา 0.3 มิลลิเมตรขนาดกำลังดี

หน้าจอเคลือบด้วยสาร Oleophobic ป้องกันความมันและรอยนิ้วมือตกค้าง ทำให้ใช้งานทัชสกรีนได้ลื่นไหล ไม่มีสะดุด เป็นฟิล์มแบบใสได้ภาพระดับ HD ความคมชัดที่ 98% เลยทีเดียวค่ะ หนุ่มสาวที่ชอบดูหนัง เล่นเกมหรือแต่งภาพผ่านมือถือต้องไม่พลาด

8. Focus – Tempered Glass Full Frame Blue light Cut (iPhone 6/6S)

8. Focus - Tempered Glass Full Frame Blue light Cut (iPhone 6/6S)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 550 บาท

เสริมฟังก์ชันถนอมสายตา หนาขึ้นเป็น 0.4 มม. เคลือบสารลดรอย-ความมันตกค้าง

ฟิล์มกระจกนิรภัยรุ่นนี้เป็นแบบเต็มจอถูกใจชาวเน็ตมากมายเช่นเคย แต่ที่เพิ่มเติมคือมีเทคโนโลยี Blue Light Cutting ช่วยตัดแสงสีฟ้าที่ส่งผลเสียต่อสายตาเมื่อใช้งานหน้าจอต่อเนื่องเป็นเวลานาน แบรนด์เคลมว่าช่วยกรองแสงสีฟ้าได้มากถึง 70% และยังช่วยลดการสะท้อนของแสงเมื่ออยู่กลางแจ้งได้ดี เคลือบด้วย Coating พิเศษทำให้การสัมผัสหน้าจอลื่นไหลว่องไว ช่วยลดรอยนิ้วและความมันบนจอได้ด้วย

ระดับความแข็งแกร่งอยู่ที่ 9H จึงปกป้องหน้าจอคุณได้อย่างดีเยี่ยม แต่ข้อเสียคือมีความหนาเกินมาตรฐานของฟิล์มทั่วไปไปสักเล็กน้อย โดยมีความหนาอยู่ที่ 0.4 มิลลิเมตร (ทั่วไปหนา 0.3 มม.) แต่ถ้าเพื่อนคิดถึงประโยชน์การใช้งานระยะยาวและคุณสมบัติจัดเต็มที่มีให้นี้ ความหนา 0.1 มม.ที่เพิ่มขึ้นมาอาจไม่เป็นปัญหาเท่าไหร่นัก จริงไหมคะ?

7. Hishield – 3D Blue Light Cut (iPhone 7 Plus)

7. Hishield - 3D Blue Light Cut (iPhone 7 Plus)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 499 บาท

ตัดแสงสีฟ้า ไม่ทำให้จอสีเพี้ยน ปกป้องเต็มจอแข็งแรงระดับ 9H หมดปัญหาขอบกระเทาะ

รุ่นนี้เป็นฟิล์มแบบเต็มจอที่ตัดแสงสีฟ้าหรือ Blue Light Cutting มาในความหนา 0.3 มิลลิเมตรได้มาตรฐาน คุณภาพส่งตรงจากสหรัฐอเมริกา มีความแข็งแรงระดับ 9H ช่วยปกป้องหน้าจอโทรศัพท์สุดรักสุดหวงของคุณอย่างเต็มประสิทธิภาพ หมดปัญหาเรื่องขอบแตก ขอบกระเทาะจากการติดฟิล์มแบบไม่เต็มจอ และด้วยคุณสมบัติกรองแสงสีฟ้าได้ดีนี้จะช่วยให้คุณโลดเล่นอยู่บนโลกอินเตอร์เน็ตได้ยาวนานขึ้นโดยที่จอประสาทตาไม่เสีย

จอเคลือบด้วยสาร Oleophobic ป้องกันความมัน เสริมการสัมผัสให้ลื่นปรื้ดทันใจ สามารถเช็ดทำความสะอาดง่าย ไม่ทิ้งคราบรอยนิ้วมือ เหมาะกับผู้ใช้งานมือถือเป็นเวลานาน ผู้ที่เล่นเกมส์ และโดยเฉพาะคนที่ชอบเล่นโซเชียลมีเดียที่มีภาพเยอะ ๆ ก็จะต้องถูกใจเพราะรุ่นนี้ไม่ทำให้สีจอเพี้ยนไป ยังคงได้ภาพเสมือนจริงมากที่สุดค่ะ

6. Focus – Tempered Glass Full Frame

6. Focus - Tempered Glass Full Frame

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 590 บาท

ฟิล์มเต็มจอแบบใส Ultra Clear สีสันคมชัดระดับ High Definition

แผ่นฟิล์มใสเป็นพิเศษ Ultra Clear รุ่นนี้อาจมีความเสี่ยงของขอบจอกะเทาะเมื่อตกหล่นโดนมุม แต่เขาเน้นการให้ภาพชัดเจนเหมือนไม่ได้ติดฟิล์มซึ่งต้องยอมรับว่าทำออกมาได้ดีมากทีเดียว โดยมีสีสันสดใส เห็นรายละเอียดครบถ้วน ซึ่งหากใครชื่นชอบแนวนี้ก็สามารถเสริมการป้องกันอีกระดับด้วยการเลือกเคสที่ครอบขึ้นมาจนถึงขอบจอภาพหรืออาจใช้เคสฝาพับเลยก็ยิ่งปลอดภัยแน่นหนาค่ะ

รุ่นนี้ป้องกันรอยขีดข่วน รอยกระแทกได้ดีเยี่ยมระดับ 9H เคลือบด้วยสารพิเศษช่วยให้สัมผัสลื่นถนัดมือ ไม่ทิ้งรอยนิ้วมือเป็นคราบบนจอ ส่วนการติดตั้งก็ง่าย ทำเองได้ที่บ้านค่ะ

5. Gorilla – 3D True Clear (iPhone 6/6S)

5. Gorilla - 3D True Clear (iPhone 6/6S)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 990 บาท

ฟิล์มแบบเต็มจอ แผ่นใสให้ภาพ/สีชัด ทำขอบโค้งมนด้วยซิลิโคน

ฟิล์มจาก Gorilla รุ่นนี้เป็นแบบเต็มจอ แผ่นฟิล์มใสให้ความรู้สึกเหมือนไม่ได้ติดฟิล์ม เพราะได้ภาพสีสันสดใส คมชัด เหมือนจริงที่สุด ที่โดดเด่นคือทำขอบโค้งมนด้วยวัสดุซิลิโคนเพื่อให้แนบชิดติดกับหน้าจอโทรศัพท์อย่างแนบเนียน ป้องกันฝุ่นละอองแทรกตัวเข้าภายในได้ มีความแข็งแรงทนทานระดับ 9H สูงสุดเช่นเคย ใช้งานได้อย่างยาวนาน ปกป้องจอจากแรงกระแทกและรอยขีดข่วนได้ทุกเหลี่ยมมุม

มีความหนา 0.3 มม. ไม่ทำให้จอหนาเตอะเกินไป อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่พอเหมาะ ด้านบนเคลือบด้วยสารที่ช่วยลดการเกิดรอยนิ้วมือและความมันได้ดีเยี่ยม เช็ดทำความสะอาดได้ง่าย สามารถนำไปใช้กับรุ่นที่มีขนาดใกล้เคียงกันได้ด้วย

4. Focus – Tempered Glass UC Clear (iPhone SE/5/5S)

4. Focus - Tempered Glass UC Clear (iPhone SE/5/5S)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 390 บาท

รุ่นธรรมดาที่ได้ใจชาวเน็ตอย่างจัง ฟิล์มนิรภัยไม่เต็มจอ เคลือบสาร Anti-Finger

รุ่นนี้เป็นฟิล์มกระจกนิรภัยที่อาจเรียกได้ว่าธรรมดามากรุ่นหนึ่ง แต่ได้รับความนิยมอย่างมากเห็นได้จากยอดซื้อมากมายในร้านค้าออนไลน์ ราคาถูกแต่ใช้งานได้จริงตอบโจทย์เรื่องความปลอดภัย เป็นฟิล์มไม่เต็มจอแบบใสพิเศษ Ultra Clear เหลือขอบด้านข้างเพียง 0.1 มิลลิเมตร ให้ภาพคมชัด สีสันสวยงามเช่นเคย ไม่ทำให้จอสีเพี้ยน ช่วยป้องกันจอจากแรงกระแทกและรอยขีดข่วน แบรน์เคลมความแข็งแกร่งอยู่ที่ระดับ 9H

ฟิล์มเคลือบสารกันรอยนิ้วมืออย่างมีประสิทธิภาพ หนาเพียง 0.3 มิลลิเมตร ยังคงใช้งานทัชสกรีนได้อย่างไม่สะดุด ว่องไวทันใจแน่นอน ติดตั้งเองได้ไม่ยาก เหมาะกับคนอยากใช้เคสแบบคลุมขอบจอด้านบนโดยที่เคสจะไม่ดันฟิล์มให้หลุดร่อนค่ะ

3. Gorilla – Tempered Glass (TG) Full (iPhone X/XS)

3. Gorilla - Tempered Glass (TG) Full (iPhone X/XS)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 890 บาท

ฟิล์มนิรภัยเต็มจอ บางเฉียบเพียง 0.22 มม. ให้สัมผัสทัชสกรีนที่ลื่นทันใจ

ฟิล์มกระจกนิรภัยแบบเต็มจอ ปกป้องถึงบริเวณขอบมนด้านข้างของตัวเครื่อง ช่วยป้องกันจอแตกเพราะแรงกระแทกได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยความแข็งแกร่งระดับ 9H ที่สำคัญออกแบบให้มีความบางเฉียบเป็นพิเศษเพียงแค่ 0.22 มิลลิเมตรเท่านั้น อีกทั้งตัดแต่งรูเซนเซอร์อย่างพอเหมาะ ช่วยให้สัมผัสปุ่มโฮมได้ไม่สะดุด จอแบบใสให้เห็นภาพชัดเจนเสมือนดูผ่านจอ Retina ของไอโฟนโดยตรงเลยค่ะ

นอกจากนี้ยังเคลือบด้วยสารที่ช่วยป้องกันรอยขีดข่วน รอยขนแมว ลดการเกิดรอยนิ้วมือและคราบสกปรกได้อย่างดีเยี่ยม โทรศัพท์จึงยังคงดูสะอาดตาอยู่เสมอ พร้อมทั้งเคลือบด้วยการซิลิโคนทำให้ฟิล์มติดแน่นทนนาน ไม่หลุดง่าย ทัชสกรีนได้ลื่นเร็วดังใจ ใช้งานต่อเนื่องอย่างยาวนานเลยค่ะ

2. Gorilla – 3D Real Curved (iPhone X/XS)

2. Gorilla - 3D Real Curved (iPhone X/XS)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 990 บาท

ขอบโค้งมนลงตัวกับสรีระของเครื่อง เทคโนโลยี Cold carving ยืดหยุ่นสูง

ตามมาติด ๆ สำหรับสินค้าแบรนด์ Gorilla แต่รุ่นนี้เป็นแบบ Real Curved มีแพ็คเกจจิ้งค่อนข้างคล้ายกัน ผู้อ่านอย่าเพิ่งสับสนนะคะ คุณสมบัติของสินค้าก็ต่างกัน โดยรุ่นนี้ออกแบบขอบฟิล์มให้โค้งมนรับเข้ากับสรีระตัวเครื่องอย่างลงตัว ไม่บาดมือ ผลิตจากเทคโนโลยี Cold carving ช่วยให้แผ่นฟิล์มยืดหยุ่นสูงแต่มีความคงตัวได้ดี พร้อมด้วยเทคโนโลยี Double Tempered เสริมความแข็งแรงขึ้นไปอีกระดับแต่คงความหนาไว้ที่ 0.3 มม. ช่วยปกป้องจอโทรศัพท์ทุกด้านอย่างมีประสิทธิภาพ

ฟิล์มเคลือบด้วยสารลดรอยนิ้วมือและคราบแบคทีเรีย (Anti-fingerprint & bacterial) เสริมด้วยคุณสมบัติป้องกันน้ำและน้ำมัน ใช้กาวซิลิโคนคุณภาพดีช่วยให้ยึดติดเหนียวแน่น ทัชสกรีนได้ไม่สะดุด ภาพที่ได้ยังคงคมชัดระดับ HD มีสีสันสดใสไม่เปลี่ยนแปลง

1. Focus – Super Glass Full Frame

1. Focus - Super Glass Full Frame 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 790 บาท

ปกป้องเต็มจอ แข็งแกร่งเทคโนโลยี Strength Plus รองรับแรงกระแทกสูงสุด 1 เมตร

ฟิล์มกระจกสำหรับ iPhone อันดับหนึ่งเป็นของ Focus รุ่นนี้เลยค่ะ ด้วยความนิยมจากยอดซื้อที่สั่งกันเป็นจำนวนมากและคุณสมบัติที่โดดเด่นเหนือกว่าใครจึงครองใจผู้คนจำนวนมากได้ เป็นรุ่นที่ SUPER สมกับชื่อจริง ๆ เพราะช่วยปกป้องเต็มจอ เสริมความแข็งแกร่งด้วยเทคโนโลยี Strength Plus ที่ผสานคุณสมบัติทั้งแบบ Super Flex, Super Strong และ Super Edge คือมีความยืดหยุ่น แข็งแรงและยังเข้ากับสรีระของโทรศัพท์อย่างลงตัว ผ่านทดสอบว่าปกป้องหน้าจอจากแรงกระแทกสูงถึง 1 เมตรแม้จะตกแบบจอคว่ำ

ขอบกระจกไม่บิ่น/แตกง่าย เป็นฟิล์มคุณภาพดีจากประเทศญี่ปุ่น ยังคงให้ภาพสีสันสวยงาม คมชัดอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แล้วยังเคลือบสารพิเศษช่วยลดรอยนิ้วมือ คราบมันสกปรกที่อาจเกิดขึ้นได้ จัดหนักจัดเต็มแบบนี้ ไม่มีไม่ได้แล้วนะคะ!

เทคนิคการติดฟิล์มกระจก

เทคนิคการติดฟิล์มกระจก

เริ่มต้นติดฟิล์มด้วยการทำความสะอาดโทรศัพท์โดยรอบตัวเครื่อง ต้องแน่ใจว่าไม่มีฝุ่งผงใด ๆ ติดอยู่บนจอซึ่งหากพบว่ามีฝุ่นติดอยู่สามารถใช้เทปกาวใสช่วยดึงสิ่งสกปรกนั้นออก โดยไม่กังวลว่าจะเป็นคราบนิ้วหรือรอยผ้าด้วย จากนั้นค่อย ๆ ดึงเอาพลาสติกที่เคลือบฟิล์มกระจกออกก่อน แล้วเล็งให้ดีว่ามุมที่จะติดฟิล์มนั้นตรงหรือยัง เน้นดูบริเวณรูกล้อง, ลำโพงบนจอและปุ่ม Home เมื่อวางแผ่นฟิล์มลงไปแล้ว ปล่อยให้ฟิล์มค่อย ๆ แนบติดไปกับจอโทรศัพท์ จากนั้นจึงไล่กดทุกส่วน อาจกดจากบนลงล่างเพื่อให้แนบชิดสนิทมากยิ่งขึ้น

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าต้องไม่มีฟองอากาศและฝุ่นติดอยู่ภายใน ถ้ามีฟองอากาศให้ใช้ผ้ารองนิ้วค่อย ๆ รูดไล่ฟองอากาศออกทีละจุด หากว่าติดเบี้ยวหรือพบว่ามีฝุ่นอยู่ด้านใน เพื่อนๆ สามารถดึงฟิล์มออกมาแล้วติดใหม่ได้ แต่ไม่ควรทำซ้ำเกิน 2 ครั้งเพราะจะทำให้กาวฟิล์มเสื่อมคุณภาพจนติดจอไม่อยู่ค่ะ เทคนิคง่าย ๆ เลยใช่ไหมคะ? การติดฟิล์มบนจอโทรศัพท์นั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือต้องติดอย่างรวดเร็ว แล้วต้องเคลียร์ฝุ่นและฟองอากาศออกให้หมดก่อนเท่านั้นเอง

บทส่งท้าย

เป็นอย่างไรบ้างคะ? สำหรับวิธีการเลือกซื้อฟิล์มกระจกสำหรับ iPhone ที่เรานำมาฝากกันในครั้งนี้ เพื่อน ๆ คงจะได้ความรู้ในการเลือกซื้อฟิล์มกระจกให้โดนใจกันไปแล้ว อย่าลืมนำไปใช้เพื่อป้องกันจอ iPhone ของคุณให้ปลอดภัยกันด้วยนะคะ ลงทุนซื้อเคสดี ๆ ฟิล์มดี ๆ ไปเสียตั้งแต่ตอนแรกก็จะช่วยให้มือถือคุณมีสภาพดีอยู่กับคุณได้นาน ๆ เพราะอุบัติเหตุการทำหกตกหล่นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่าจริงไหมคะ!

หวังว่าบทความที่นำมาฝากครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านเช่นเคย แล้วไว้พบกันใหม่โอกาสหน้าค่ะ

Popular Posts