7 อันดับ ตัวขยายสัญญาณ WiFi ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2019

7 อันดับ ตัวขยายสัญญาณ WiFi ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2019

เมื่อก่อนเขาบอกว่ามนุษย์สามารถมีชีวิตอยู่ได้ด้วย “ปัจจัย 4” ได้แก่ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่มและยารักษาโรค แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แล้วค่ะ เราต้องเพิ่ม “เทคโนโลยี” มาอีกปัจจัยหนึ่ง เพราะหันไปทางไหนทุกคนก็มีสมาร์ทโฟน, คอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊กเป็นของตัวเองกันทั้งนั้น ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับคนยุคนี้คือ “อินเตอร์เน็ต” แทบทุกบ้านและอาคารจึงต้องมีเร้าเตอร์ WiFi แต่บางครั้งก็ไม่สามารถกระจายสัญญาณได้อย่างทั่วถึง หลายแบรนด์จึงผลิต “ตัวขยายสัญญาณ” มาช่วย ซึ่งวันนี้เราจะมาทำความรู้จักเขากันค่ะ

ลำดับแรกเราคงจะเลือกซื้อน้องเขาไม่ถูก ถ้าไม่รู้จัก “วิธีการเลือก” จากนั้นตามด้วย “7 อันดับสินค้ายอดฮิตขายดี” ที่ผ่านการเปรียบเทียบทั้งจากคุณสมบัติ, ราคาและรีวิว ซึ่งแต่ละส่วนจะมีรายละเอียดอะไรรอเพื่อน ๆ อยู่ รีบไปอ่านกันเลยดีกว่าค่ะ

สารบัญ

วิธีการเลือกตัวขยายสัญญาณ WiFi

เกริ่นกันไปพอสมควรแล้ว เรามาอ่านวิธีการเลือกกันเลยดีกว่าค่ะ แอบกระซิบว่าเนื้อหาไม่ยาวมากและเข้าใจง่ายด้วยนะจ๊ะ

เลือกจากมาตรฐานความเร็วในการส่งข้อมูล

เลือกจากมาตรฐานความเร็วในการส่งข้อมูล

สิ่งแรกที่เพื่อน ๆ ควรคำนึงคือ “มาตรฐานความเร็วในการส่งข้อมูล” เพราะนั่นหมายถึงความรวดเร็วในการใช้งานหรือติดต่อสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ตค่ะ ซึ่งปัจจุบันมีที่นิยมอยู่ด้วยกัน 2 มาตรฐาน ได้แก่ 11AC และ 11N โดยมาตรฐานแรกจะถ่ายโอนข้อมูลบนคลื่นความถี่ 5GHz มีความเร็วในการส่งตั้งแต่ 433-867Mbps (บางรุ่นที่สเปกสูง สามารถสูงสุดถึง 1000Mbps)

ในขณะที่มาตรฐาน 11N จะถ่ายโอนข้อมูลบนคลื่นความถี่ 5GHz และ 2.4GHz ความเร็วในการส่งอยู่ที่ 150-300Mbps ซึ่งถือว่าช้ากว่าแบบแรก ดังนั้นถ้าใครซีเรียสเรื่องนี้มากเป็นพิเศษให้เลือกใช้มาตรฐาน 11AC ดีกว่าค่ะ

เลือกจากคลื่นความถี่ที่เหมาะกับการใช้งาน

จากหัวข้อก่อนหน้า เพื่อน ๆ คงเห็นแล้วว่าตัวขยายสัญญาณจะใช้คลื่นความถี่ 2 ช่วง ซึ่งความแตกต่างนี้มีผลต่อการใช้งาน บางรุ่นจึงมีทั้ง 2 ช่วงความถี่ให้เลือกใช้ แต่บางรุ่นก็ใช้แค่ช่วงใดช่วงหนึ่ง ดังนั้นเราควรจะเลือกอย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง ไปอ่านกันค่ะ

“คลื่นความถี่ 2.4GHz” สำหรับใช้ในที่กว้างและมีอุปสรรคขวางกั้นสัญญาณ

"คลื่นความถี่ 2.4GHz" สำหรับใช้ในที่กว้างและมีอุปสรรคขวางกั้นสัญญาณ

อาจจะดูเข้าใจยาก แต่ให้ลองนึกถึงภายในบ้านหรืออาคารที่เราอาศัยอยู่ค่ะ แน่นอนว่าเราไม่ได้อยู่รวมกันในห้องโล่ง ๆ ห้องเดียว แต่แยกซอยเป็นห้อง ๆ มีกำแพงหรือผนังคอยแบ่งกั้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางของสัญญาณ แต่ด้วยคุณสมบัติของคลื่นความถี่นี้ ทำให้สามารถส่งสัญญาณแผ่ขยายออกไปได้ไกล ถือเหมาะมาก ๆ กับสถานที่ที่ตั้งตัวกระจายสัญญาณห่างจากอุปกรณ์ใช้งานค่ะ

อย่างไรก็ตามคลื่นสัญญาณดังกล่าวก็ยังมีจุดด้อย คือ ถูกรบกวนง่ายและเชื่อมต่อยากเมื่อมีการใช้งานไมโครเวฟหรืออุปกรณ์ที่ส่งสัญญาณแบบไร้สายร่วมด้วย

“คลื่นความถี่ 5GHz” สัญญาณรบกวนน้อย

"คลื่นความถี่ 5GHz" สัญญาณรบกวนน้อย

ลักษณะของสัญญาณประเภทนี้จะตรงกันข้ามกับก่อนหน้านี้เลยค่ะ กล่าวคือสัญญาณไม่สามารถเดินทางผ่านสิ่งกีดขวางได้, ระยะการแผ่กระจายแคบ แต่ก็มีข้อดีคือเสถียรกว่า สามารถเชื่อมต่อได้ง่าย ๆ แม้ว่าจะมีอุปกรณ์ Wireless อื่น ๆ วางอยู่ใกล้ ๆ เช่น เมาส์หรือคีย์บอร์ดแบบไร้สาย เหมาะกับการเชื่อมต่อหลายเครื่องในพื้นที่จำกัด

เลือกวิธีการติดตั้งตามความสะดวกของเรา

เลือกวิธีการติดตั้งตามความสะดวกของเรา

ตัวขยายสัญญาณจะมีวิธีการติดตั้งอยู่ 2 แบบด้วยกันค่ะ ได้แก่ ปลั๊กเสียบกับเต้ารับและแบบติดตั้งผ่านสายเคเบิ้ล โดยประเภทแรกมักจะมีขนาดที่กะทัดรัด สามารถติดตั้งที่ไหนก็ได้ในอาคาร ส่วนอีกประเภทหนึ่งจะมีขนาดใหญ่กว่า จำเป็นต้องมีที่วาง แต่เงื่อนไขการเชื่อมต่อค่อนข้างอิสระมากกว่าเพราะไม่จำเป็นต้องหาเต้ารับ อย่างไรแล้วก็ต้องขึ้นอยู่กับความสะดวกของเพื่อน ๆ ด้วยนะคะ

อย่าลืมเช็คว่ามีพอร์ตเสียบสาย LAN หรือไม่

อย่าลืมเช็คว่ามีพอร์ตเสียบสาย LAN หรือไม่

ถ้าใครใช้คอมพิวเตอร์หรือทีวีที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับ WiFi หรือมีเร้าเตอร์อยู่ชั้นล่างแต่ห้องส่วนตัวดันอยู่ชั้นบน แล้วอยากใช้งาน WiFi สามารถใช้เสียบสายแลนกับตัวขยายสัญญาณเพื่อเล่นอินเตอร์เน็ตได้ทันที ดังนั้นก่อนการซื้อจึงควรดูด้วยว่ารุ่นนั้น ๆ มีพอร์ตเสียบสายแลนหรือไม่นะคะ

อย่าลืมคำนึงถึงความยากง่ายในการตั้งค่า

อย่าลืมคำนึงถึงความยากง่ายในการตั้งค่า

ปกติแล้วตัวขยายสัญญาณจะมีอยู่ 2 ประเภทด้วยกัน แบบแรกต้องตั้งค่าต่าง ๆ เสียก่อนถึงจะใช้งานได้ ในขณะที่อีกแบบสามารถใช้งานได้ด้วยการกดปุ่มเดียวเท่านั้น ดังนั้นถ้าใครไม่ค่อยคุ้นเคยกับอุปกรณ์พวกนี้เป็นพิเศษแนะนำให้เลือกแบบที่สองเลยค่ะ โดยให้สังเกตที่รูปหรือคำบรรยายว่ามีปุ่ม RE (Reset) ที่สามารถทำงานร่วมกับปุ่ม WPS หรือ AOSS ของเร้าเตอร์ได้หรือไม่

ใส่ใจเป็นพิเศษด้วยการเลือกตัวขยายแบรนด์เดียวกับเร้าเตอร์

ใส่ใจเป็นพิเศษด้วยการเลือกตัวขยายแบรนด์เดียวกับเร้าเตอร์

ส่วนใหญ่แล้วแบรนด์ที่ผลิตเร้าเตอร์ WiFi จะผลิตตัวขยายสัญญาณอยู่แล้วค่ะ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องซื้อจากแบรนด์เดียวกันตลอดนะคะ เพราะตัวขยายสัญญาณมักถูกออกแบบมาให้มีมาตรฐานเป็นกลาง สามารถทำงานร่วมกับเร้าเตอร์จากแบรนด์ต่าง ๆ ได้ด้วย แต่ถ้าใครอยากใส่ใจเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ กลัวว่าซื้อมาแล้วจะใช้งานด้วยกันไม่ได้ แนะนำให้เลือกซื้อจากแบรนด์เดียวกันเลยค่ะ

อย่างไรก็ตาม ก่อนการซื้อควรเช็คว่ารุ่นนั้น ๆ ได้ถูกทางแบรนด์ยับยั้งหรือเปลี่ยนแปลงหรือเปล่าด้วยนะคะ เพื่อความมั่นใจว่าสามารถใช้งานร่วมกันได้จริง ๆ

7 อันดับ ตัวขยายสัญญาณ WiFi ยี่ห้อไหนดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

ลำดับต่อไปเรามาอ่านข้อมูลของสินค้าที่น่าสนใจกันดีกว่าค่ะ เพื่อน ๆ ลองเลือกซื้อโดยใช้วิธีที่เราเพิ่งแนะนำกันไปดูนะคะ ส่วนจะมีรุ่นไหนบ้าง ไปอ่านกันเลยดีกว่าค่ะ

7. TP-Link RE450 Wi-Fi Repeater

7. TP-Link RE450 Wi-Fi Repeater

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 3,100 บาท

ครอบคลุมพื้นที่กว้าง ความเร็วสูงสุดถึง 1,750 Mbps ใช้งานง่าย

รุ่นนี้สามารถขยายสัญญาณได้ครอบคลุมถึง 10,000 ตารางฟุต ส่งผ่านข้อมูลบนมาตรฐาน Wifi 802.11 AC ด้วยช่วงคลื่นส่งสัญญาณถึง 2 คลื่น ความเร็วสูงสุดถึง 1,750 Mbps แม้ดาวน์โหลดไฟล์ขนาดใหญ่ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะช้า แถมยังใช้งานง่าย เพียงแค่กดปุ่ม WPS ของเร้าเตอร์ (ถ้ามี) แล้วตามด้วยปุ่ม RE ของตัวขยายสัญญาณ

นอกจากนี้ยังมีระบบไฟอัจฉริยะช่วยคุณค้นหาตำแหน่งวางที่ดีที่สุด หลายคนที่ใช้จริงการันตีว่าสัญญาณเน็ตแรงและเสถียร แต่อาจจะราคาสูงไปนิดนึง

ขนาด (มม.) 202 x 125 x 86
การติดตั้ง ปลั๊ก
คลื่นความถี่ 2.4GHz และ 5GHz (11ac)
พอร์ตสาย LAN มี (Gigabit LAN)

6. TP-Link RE200 Wi-Fi Repeater

6. TP-Link RE200 Wi-Fi Repeater

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 769 บาท

ส่งสัญญาณบนมาตรฐาน Wifi AC ด้วยความเร็วสูงสุด 750 Mbps

สำหรับใครที่บอกว่ารุ่นก่อนหน้านี่ราคาแรงไป ขอลดลงมาหน่อย แต่ยังอยากได้คุณสมบัติใกล้เคียงกันต้องมาดูรุ่นนี้เลยค่ะ เพราะช่วยขยายสัญญาณให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น บนมาตรฐาน Wi-Fi 802.11 b/g/n และ 802.11ac แบบ 2 ช่วงคลื่นความถี่ที่มีความเร็วสูงสุดถึง 750Mbps

รุ่นนี้มาพร้อมระบบไฟอัจฉริยะบอกคุณภาพของสัญญาณ ใช้งานง่ายด้วยการกดปุ่ม WPS ที่เร้าเตอร์และตามด้วยปุ่มขยายสัญญาณที่ตัว RE200 แถมยังตั้งค่าผ่านแอปพลิเคชันในมือถือได้ด้วย ถือเป็นอีกรุ่นที่หลายคนบอกว่าใช้งานได้ดีเลยทีเดียวค่ะ

ขนาด (มม.) 110.0 x 65.8 x 75.2
การติดตั้ง ปลั๊ก
คลื่นความถี่ 2.4GHz & 5GHz
พอร์ตสาย LAN มี

5. TP-Link TL-WA855RE Wi-Fi Repeater

5. TP-Link TL-WA855RE Wi-Fi Repeater

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 1,590 บาท

รองรับการทำงาน 2 โหมด ทั้ง Repeater และ AP

อีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจจากแบรนด์นี้ โดดเด่นด้วยคุณสมบัติรองรับการทำงาน 2 โหมด ทั้ง Repeater รับสัญญาณ WiFi แล้วขยายต่อ และ AP รับอินเตอร์เน็ตผ่านสายแล้วกระจายสัญญาณ โดยถ่ายโอนข้อมูลด้วยความเร็วสูงสุด 300 Mbps มาพร้อมกับระบบไฟอัจฉริยะบอกจุดติดตั้งที่ดีที่สุด และใช้งานง่ายด้วยการกดปุ่ม WPS บนเร้าเตอร์ ซึ่งลูกค้าหลายคนต่างบอกว่าสัญญาณแรงจริงและมีความเสถียรในระดับหนึ่ง

ขนาด (มม.) 80 x 77.8 x 77.3
การติดตั้ง ปลั๊ก
คลื่นความถี่ 2.4~2.4835GHz
พอร์ตสาย LAN มี

4. Tenda F3

4. Tenda F3

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 373 บาท

เร้าเตอร์กระจายสัญญาณจาก Wi-Fi บ้านและ Hotspot

ตัวขยายสัญญาณที่เป็นเร้าเตอร์ด้วยในตัว สามารถขยายได้ทั้ง WiFi ในบ้านและ Hotspot สาธารณะ ถ่ายโอนข้อมูลบนมาตรฐาน 802.11/b/g/n ด้วยความเร็วสูงสุงถึง 300Mbps แถมยังติดตั้งได้ง่าย ๆ ด้วยการกดปุ่ม WPS ที่เร้าเตอร์และตามด้วยปุ่ม RE ของตัวขยายสัญญาณ ซึ่งลูกค้าหลายคนที่ซื้อไปรีวิวไว้ว่ากระจายสัญญาณได้ไกลและแรง เหมาะกับบ้านที่มีอุปกรณ์ที่ใช้ Wifi เยอะและพื้นที่กว้าง

ขนาด (มม.) 127.4 x 90.5 x 26
การติดตั้ง เคเบิ้ล
คลื่นความถี่ 2.4GHz
พอร์ตสาย LAN มี

3. Tenda A12

3. Tenda A12

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 405 บาท

ติดตั้งง่าย สัญญาณดี ราคาประหยัด

สำหรับรุ่นนี้ ถ่ายโอนข้อมูลบนมาตรฐาน 802.11/b/g/n ด้วยความเร็วสูงสุด 300Mbps มาพร้อมระบบไฟอัจฉริยะตรวจจับและแจ้งเตือนเมื่อตัวขยายอยู่ห่างจากเร้าเตอร์มากเกินไป โดยจะเป็นสีเขียวเมื่อดักจับสัญญาณได้ดี แต่จะเปลี่ยนเป็นสีส้มเมื่อสัญญาณอ่อน แถมยังตั้งค่าได้ง่าย ๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอน หลายคนที่ซื้อไปต่างการันตีว่าใช้งานได้ดี ถือเป็นอีกรุ่นที่ Must have เลยค่ะ

ขนาด (มม.) ไม่ระบุ
การติดตั้ง ปลั๊ก
คลื่นความถี่ 2.4 GHz
พอร์ตสาย LAN มี

2. Xiaomi Wifi Amplifier Pro

2. Xiaomi Wifi Amplifier Pro

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 479 บาท

ดีไซน์สุดทันสมัย ขนาดกะทัดรัด ติดตั้งสะดวก

มาถึงอันดับที่ 2 ของเรา ตัวขยายดีไซน์ทันสมัยและมีขนาดกะทัดรัด ทำให้คุณสามารถติดตั้งได้ทุกที่ โดยถ่ายโอนข้อมูลด้วยความเร็วสูงสุด 300Mbps นอกจากนี้ยังใช้งานง่ายเพียงแค่ตั้งค่า 3 ขั้นตอนเท่านั้น ซึ่งลูกค้าหลายคนการันตีว่าช่วยขยายสัญญาณให้แรงขึ้นได้จริง สัญญาณเสถียร ถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจทีเดียวค่ะ

ขนาด (มม.) ไม่ระบุ
การติดตั้ง ปลั๊ก
คลื่นความถี่ 2.GHz
พอร์ตสาย LAN

1. Mi Wi-Fi Repeater 2

2. Mi Wi-Fi Repeater 2

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 268 บาท

แพ็กเกจแบบ USB น้ำหนักเบา พกพาสะดวก

และแล้วก็ถึงอันดับที่ทุกคนรอคอย รุ่นนี้โดดเด่นด้วยแพ็กเกจแบบ USB ทำให้คุณสามารถเข้าถึง WiFi ได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเสียบกับเต้ารับหรือแม้แต่ Power bank ก็ตาม สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สูงสุดได้ถึง 16 ชิ้น โดยมีความเร็วการถ่ายโอนข้อมูลสูงสุด 300Mbps และใช้งานง่าย ๆ เพียงแค่ตั้งค่า 3 ขั้นตอนเท่านั้น หลายคนที่เลือกใช้บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าตัวเครื่องน้ำหนักเบา พกพาสะดวกและทำให้สัญญาณอินเตอร์เน็ตแรงขึ้นจริง

เกร็ดน่ารู้ : ลูกค้าบางคนบอกว่าหากใช้กับสมาร์ทโฟนระบบ Andriod ขั้นตอนการตั้งค่าจะซับซ้อนเล็กน้อย แต่ถ้า iOS จะง่ายกว่านะคะ

ขนาด (มม.) ไม่ระบุ
การติดตั้ง ปลั๊ก (ไม่มี Adapter มาให้ในกล่อง)
คลื่นความถี่ ไม่ระบุ
พอร์ตสาย LAN

วิธีแก้เมื่อไม่สามารถเชื่อมต่อตัวขยายสัญญาณได้

วิธีแก้เมื่อไม่สามารถเชื่อมต่อตัวขยายสัญญาณได้

ถือเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยสำหรับคนซื้อสินค้าประเภทนี้เลยค่ะ เพราะแม้ว่าจะติดตั้งและตั้งค่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว แต่กลับเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไม่ได้เสียที ก่อนที่เราจะขอคืนเงินเจ้าของร้าน อันดับแรกควรเช็คก่อนค่ะว่าเราทำถูกต้องทุกขั้นตอนหรือไม่ และตำแหน่งที่วางนั้นเหมาะสมหรือเปล่า เพราะธรรมชาติของสัญญาณจะเดินทางเป็นวงกลม จึงควรวางตัวขยายที่กลางห้อง โดยไม่ห่างจากอุปกรณ์ที่ต้องการเชื่อมต่อมากเกินไป และที่สำคัญอุปกรณ์นั้น ๆ จะต้องอยู่ห่างจากไมโครเวฟและความชื้น เพราะจะทำให้ดักจับสัญญาณลำบาก

สำหรับใครที่ลองทำตามขั้นตอนนี้ทุกอย่างแล้ว แต่ก็ยังเชื่อมต่อไม่ได้สักที ให้ลองเช็ค SSID ดูค่ะว่าได้รับอนุญาตให้ทำงานร่วมกับเร้าเตอร์ WiFi รุ่นนั้น ๆ ได้หรือไม่ หรือถ้าใครต้องการ SSID สำหรับตัวขยายสัญญาณ ให้เข้าไปเซ็ตจากหน้า Homepage ของแบรนด์ที่ซื้อมาดูนะคะ

บทส่งท้าย

ก่อนหน้านี้หลายคนอาจจะรู้สึกว่าการเลือกซื้ออุปกรณ์ IT เป็นเรื่องยุ่งยาก เพราะมีศัพท์เทคนิคเยอะ แถมยังต้องมีความรู้เชิงทฤษฎีอีก ทำให้บางคนเข็ดขยาดกับการซื้อ ถ้าจำเป็นจริง ๆ ก็ไปซื้อที่หน้าร้านให้พนักงานแนะนำเลยดีกว่า แต่จะเป็นการดีกว่าไหมคะ ถ้าเรารู้จักวิธีการเลือก จะได้ไม่ถูกพนักงานหลอกขาย ซึ่งเพื่อน ๆ ก็คงเห็นแล้วว่า การเลือกซื้อตัวขยายสัญญาณจริง ๆ แล้วง่ายมาก แค่ดูมาตรฐานการส่งข้อมูล, ช่องความถี่ และวิธีการติดตั้ง เท่านี้ก็ได้รุ่นที่เหมาะกับเราแล้วค่ะ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีตัวขยายสัญญาณแล้ว แต่ไม่ได้การันตีว่าอินเตอร์เน็ตจะดีขึ้นตลอดเวลานะคะ ถ้าฝนตกแรง ๆ หรือมีคนเชื่อมต่อมาก ๆ ความเร็วก็จะลดลงอยู่ดี เพื่อน ๆ จึงต้องระวังจุดนี้ด้วย

Popular Posts