10 อันดับ กล้องถ่ายรูป Mirrorless ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2019

การโพสต์รูปลงในโซเชียลเน็ตเวิร์คในปัจจุบัน เพียงแค่รูปถ่ายจากโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนหรือกล้องดิจิทัลธรรมดามันไม่พอซะแล้ว คาดว่าเพื่อน ๆ หลายคนคงจะมีความคิดนี้เหมือนกันใช่ไหมคะ ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลให้กล้องถ่ายรูป Mirrorless กลายเป็นกระแสนิยม มาแรงแซงทุกประเภทอยู่ในตอนนี้ ด้วยขนาดที่เล็ก น้ำหนักเบา สะดวกต่อการพกพาแบบกล้องคอมแพค สนนราคาก็ไม่สูงมาก สามารถจับต้องได้ ที่สำคัญให้คุณภาพรูปที่เหนือคำบรรยาย ทำให้เป็นกล้องที่น่าสนใจมาก ๆ อยากจะแนะนำเพื่อน ๆ กันในครั้งนี้

กล้องประเภทนี้ในปัจจุบัน มีวางจำหน่ายอยู่มากมายหลากหลายรุ่น จากบรรดาผู้ผลิตชื่อดังเช่น Canon, Olympus, Nikon สำหรับใครที่เป็นมือใหม่ในเรื่องนี้ การเปรียบเทียบบรรดาฟังก์ชันหรือคุณสมบัติในแต่ละรุ่นคงจะเป็นเรื่องที่ยากลำบากไม่น้อย ดังนั้นในครั้งนี้เราจะมาแนะนำเทคนิคการเลือกซื้อกล้อง Mirrorless รวมถึง 10 อันดับ กล้องถ่ายรูป Mirrorless ยอดฮิตขายดีที่จะเป็นแนวทางให้เพื่อน ๆ ได้พิจารณากันเวลาตัดสินใจซื้อกล้องสักตัวนะคะ

สารบัญ

วิธีการเลือกกล้องถ่ายรูป Mirrorless

ก่อนเรามาดูกันค่ะ ทำไมเราถึงต้องใช้ กล้องถ่ายรูป Mirrorless หลังจากนั้นเราจะมาอธิบายเทคนิคสำคัญที่อยากให้เพื่อน ๆ จดจำไว้ใช้ในการเลือกซื้อกล้องถ่ายรูป Mirrorless กันนะคะ ซึ่งอาจจะมีคำศัพท์เฉพาะทางบ้างเล็กน้อย แต่รับรองว่าเราอธิบายให้เพื่อน ๆ เข้าใจและทำตามได้ง่ายแน่นอน

เสน่ห์ของกล้องถ่ายรูป Mirrorless อยู่ตรงไหน?

เสน่ห์ของกล้องถ่ายรูป Mirrorless อยู่ตรงไหน

คำถามแรกที่ผู้คนสงสัยกันก็คือว่ากล้อง Mirrorless ต่างกับกล้อง DSLR อย่างไร คำตอบก็ง่าย ๆ ตรงตามชื่อกล้อง นั่นคือชิ้นส่วนที่เรียกว่ากระจกในตัวกล้องนั้นถูกเอาออกไป ทำให้กล้อง Mirrorless มีโครงสร้างที่ซับซ้อนน้อยกว่าและมีน้ำหนักที่เบากว่ากล้อง DSLR เป็นผลให้พกพาได้ง่ายขึ้น  นอกจากนี้องค์ประกอบ และฟังก์ชันต่าง ๆ ของกล้องก็ใช้ง่ายกว่าในขณะที่คงประสิทธิภาพในการถ่ายภาพได้ไม่แพ้กล้อง DSLR

ปัจจุบันกล้อง Mirrorless ส่วนใหญ่จะมีหน้าจอ LED ขนาดใหญ่ทำให้สะดวกในการเช็คความสว่าง สีของภาพ ลักษณะโบเก้ของภาพที่ถ่าย ช่างถ่ายภาพจึงปรับค่าต่าง ๆ เช่นค่า Exposure หรือค่า White Balance ได้ถูกต้องตรงตามความต้องการง่ายขึ้น ช่วยลดความผิดพลาดและแม้ช่างภาพมือใหม่ก็สามารถใช้ได้อย่างไม่ขัดเขิน ในขณะเดียวกันกล้องสำหรับช่างถ่ายภาพระดับโปรก็มีออกมาให้เห็นในตลาดเป็นจำนวนมาก ที่เหลือก็แค่หากล้องที่เข้ากับตัวเองให้ได้สักตัวแค่นั้นเอง

เลือกจากขนาดเซนเซอร์

ปัจจัยสำคัญแรก ๆ ที่กำหนดว่าคุณภาพของภาพถ่ายที่ได้จะดีหรือไม่ก็คือ ขนาดของเซนเซอร์ภาพ โดยทั่วไปเซนเซอร์จะมี 3 ชนิดใหญ่ ๆ คือ APS-C, Micro 4/3 และ Full-Frame แล้วเซนเซอร์ประเภทไหนเหมาะกับการใช้แบบใดไปดูกันค่ะ

APS-C , Micro 4/3 : น้ำหนักเบากว่า พกพาง่าย เหมาะกับช่างภาพระดับมือใหม่ – ระดับกลาง

APS-C , Micro 4/3 : น้ำหนักเบากว่า พกพาง่าย เหมาะกับช่างภาพระดับมือใหม่ - ระดับกลาง

หากคุณเพิ่งหันมาถ่ายภาพด้วยกล้องถ่ายรูป การเลือกกล้องที่มีน้ำหนักเบาและเลนส์ขนาดกะทัดรัด นอกจากจะช่วยในเรื่องราคาแล้ว ยังช่วยให้ไม่ต้องรู้สึกท้อเวลาต้องพกออกไปถ่ายภาพ เพิ่มโอกาสให้คุณได้พัฒนาฝีมือการถ่ายภาพไปด้วยในทางอ้อม หากคุณไม่อยากแบกสัมภาระที่มีน้ำหนักเยอะ เซนเซอร์แบบ APS-C และแบบ Micro 4/3 น่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับคุณค่ะ

โดยเซนเซอร์แบบ APS-C จะเหมาะกับคนที่ชอบถ่ายภาพแบบซูม ให้วัตถุที่เป็นเป้าหมายในการถ่ายภาพมีขนาดที่ใหญ่เมื่อมองในเฟรมภาพ ส่วนเซนเซอร์แบบ Micro 4/3 จะเหมาะกับการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ ที่มองเห็นวัตถุเป้าหมายจากแนวกว้าง หรือเหมาะกับคนที่ชอบถ่ายภาพแบบมีชัดลึกชัดตื้น(โบเก้)ค่ะ

Full-Frame : ให้คุณภาพของภาพที่เหนือกว่า เหมาะกับช่างถ่ายภาพระดับโปร

Full-Frame : ให้คุณภาพของภาพที่เหนือกว่า เหมาะกับช่างถ่ายภาพระดับโปร

สำหรับช่างภาพระดับโปรแล้ว แน่นอนว่าต้องการคุณภาพของภาพที่ดีที่สุดเท่าที่กล้องจะเสนอได้ เซนเซอร์แบบ Full-Frame ถึงเป็นคำตอบสุดท้ายของคุณค่ะ เซนเซอร์ประเภทนี้จะมีขนาดใหญ่ โอบรับแสงได้เยอะกว่า ยิ่งทำให้ได้รายละเอียดภาพที่สวยงามมากขึ้น ได้ภาพที่เป็นธรรมชาติ อย่างกรณีถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกก็จะเห็นการไล่สีที่สมูท ได้สมดุลระหว่างแสงและเงา เสนอบรรยากาศของภาพได้สมจริง ส่วนระยะ Focal Length ต่อเลนส์ก็ยาวจึงทำให้โอกาสเกิดการบิดเบี้ยวของรูปน้อยลง อีกทั้งยังให้สีสัน ความชัดลึกชัดตื้นที่ได้อารมณ์ สามารถส่งความรู้สึกลงไปในภาพได้อย่างละเอียดอ่อนมากกว่าอีกด้วย

เลือกจอแสดงผล ช่องมองภาพที่ใช้ง่าย

จอแสดงผล (Monitor) ช่องมองภาพ (Viewfinder) ก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการเลือกกล้อง Mirroless ค่ะ เราควรจะตรวจสอบเรื่องอะไรบ้างไปดูกันค่ะ

เลือกหน้าจอแสดงผลที่พับได้ ยิ่งเป็นทัชสกรีนยิ่งดี !

เลือกหน้าจอแสดงผลที่พับได้ ยิ่งเป็นทัชสกรีนยิ่งดี !

สำหรับกล้องประเภท Mirrorless เวลาตรวจสอบภาพจะดูจากหน้าจอ Monitor เป็นหลัก การเลือกหน้าจอที่ใช้งานง่ายจึงเป็นเรื่องสำคัญค่ะ แนะนำให้เลือกเป็นหน้าจอที่สามารถพับได้โดยหน้าจอพับได้ก็จะแบ่งย่อยได้อีก 2 ลักษณะคือแบบ Tilt ที่พับได้เฉพาะแนวตั้งบนลงล่างเป็นแบบที่ค่อนข้างเห็นได้บ่อยในกล้อง Mirrorless กับแบบ Free Angle ที่สามารถหมุนได้หลายทิศทางซึ่งถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้เลือกชนิดนี้ค่ะ จะได้ถ่ายภาพได้หลายรูปแบบมากกว่า ไม่ว่าภาพมุมต่ำ ภาพเซลฟี่ ก็ถ่ายได้โดยไม่ต้องเอี้ยวตัวหรือบิดมือให้เมื่อย

อีกทั้งถ้าคุณเป็นมือใหม่ที่ชินกับการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟนมาตลอด แนะนำให้เลือกหน้าจอที่เป็นทัชสกรีนด้วย เพราะสามารถใช้งานได้คล้ายสมาร์ทโฟน ช่วยให้สะดวกในการถ่ายภาพมากขึ้นค่ะ

เลือกกล้องที่มีช่องมองภาพ เพื่อโครงสร้างรูปถ่ายที่ดีกว่า

เลือกกล้องที่มีช่องมองภาพ เพื่อโครงสร้างรูปถ่ายที่ดีกว่า

การมีช่องมองภาพหรือ Viewfinder นั้น ช่วยเราในการสร้างสมดุลขององค์ประกอบในภาพที่ถ่าย และด้วยการที่เราต้องใช้สองมือประคองตัวกล้องมองลอดช่องถ่ายภาพเพื่อจับภาพวัตถุที่ต้องการถ่าย ยังส่งผลช่วยลดการสั่นของมือขณะถ่ายภาพอีกด้วย ความสะดวกที่เห็นได้ชัดจากการมีช่องมองภาพคือในวันที่แดดจ้ามีแสงสะท้อนทำให้เรามองหน้าจอ Monitor ไม่ชัดก็ไม่เป็นปัญหา เพราะเราสามารถมองภาพโดยตรงจาก Viewfinder ได้เลย

ปัจจุบันกล้อง Mirrorless ส่วนใหญ่จะมีช่องมองภาพแบบใหม่ที่เรียกว่าช่องมองภาพไฟฟ้าหรือที่เรียกว่า EVF (Electronic Viewfinder) ซึ่งกล้องที่มีอุปกรณ์นี้มีแนวโน้มที่จะมีน้ำหนักมากกว่าช่องมองภาพแบบเดิมและราคาก็จะสูงกว่าเดิม ลองคำนวณงบประมาณ ประเมินการใช้งานของตัวเองในการเลือกซื้อนะคะ

เลือกฟังก์ชันที่ครอบคลุมการถ่ายภาพตามต้องการ

ยังมีฟังก์ชันน่าใช้อย่างอื่นอีกมากมายในกล้อง Mirrorless อย่าลืมมองหาฟังก์ชันที่เข้ากับการใช้งานของตัวเองนะคะ

เลือกกล้องที่มาพร้อม “ระบบกันสั่น”

เลือกกล้องที่มาพร้อม "ระบบกันสั่น" 

ถือเป็นฟังก์ชันที่น่าสนใจมากโดยเฉพาะสำหรับช่างภาพมือใหม่ที่ยังถือกล้องได้ไม่นิ่ง ระบบกันสั่นเรียกสั้น ๆ ว่า IS (Image Stabilization) นี้มีอยู่ 2 ประเภทด้วยกันค่ะ ได้แก่ ระบบกันสั่นในตัวกล้อง (In-Body) กับระบบกันสั่นในตัวเลนส์ (In-Lens) ซึ่งทั้งสองระบบไม่ได้มีความแตกต่างกันมากนัก แต่หากเลือกระบบกันสั่นที่ตัวกล้องเลย ไม่ว่าเพื่อน ๆ จะเปลี่ยนไปใช้เลนส์ขนาดเท่าใด ฟังก์ชันกันสั่นก็ยังคงทำงานได้เหมือนเดิม โดยเราแนะนำให้เลือกระบบกันสั่น 5 แกน (5-Axis)ไปเลย เพื่อให้ถ่ายภาพได้คมชัด ไม่มีปัญหาสั่นเบลอ เสมือนเป็นมืออาชีพทีเดียวค่ะ

เลือกกล้องที่มีโหมดถ่ายภาพสำเร็จรูป

เลือกกล้องที่มีโหมดถ่ายภาพสำเร็จรูป

 

หากไม่ค่อยชอบการปรับค่าต่าง ๆ ของภาพแต่อยากได้ภาพสวย ๆ ได้ในการกดชัตเตอร์ทีเดียว แนะนำให้เลือกกล้องที่มี Auto Mode หรือโหมดที่ตั้งค่าภาพที่เหมาะสมให้เราอัตโนมัติ ตัวอย่างเช่นโหมดที่เห็นกันบ่อย ๆ ได้แก่โหมด Scenery ที่ใช้เมื่อถ่ายทิวทัศน์, โหมด Portrait สำหรับถ่ายคน

และกล้องบางรุ่นบางแบรนด์ยังมีโหมดอัตโนมัติที่แปลกแตกต่างออกไปอย่างเช่นโหมดบิวตี้ที่ช่วยให้ผิวสวยหน้าใสเหมาะกับคนชอบถ่ายเซลฟี่, โหมด Keystone ที่ปรับไม่ไห้วัตถุที่ถ่ายบิดเบือนรูปร่างไป ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่ชอบถ่ายตึกสูง อาคาร สถาปัตยกรรม และโหมดอื่น ๆ อีกมากมาย ลองหาข้อมูลจากเว็บทางการของกล้องแต่ละแบรนด์ก่อนแล้วค่อยเลือกใช้กล้องที่มีโหมดตามที่เราต้องการนะคะ

เลือกกล้องที่มี Wi-Fi / Bluetooth เพื่อการเชื่อมต่อที่สะดวกสบาย

เลือกกล้องที่มี Wi-Fi / Bluetooth เพื่อการเชื่อมต่อที่สะดวกสบาย

ยุคนี้มีกล้องถ่ายภาพสวย ๆ แล้วจะเอาไว้ดูคนเดียวก็กะไรอยู่ ไหนจะต้องแชร์ลง IG, FB ไหนจะต้องส่งเข้ากรุ๊ป LINE ให้ญาติ ๆ ดู แน่นอนว่าเพื่อความสะดวกสบายในการแชร์ภาพ เราควรเลือกซื้อกล้องที่มี Wi -Fi, Bluetooth เพื่อให้สามารถส่งรูปที่ถ่ายจากกล้องเข้ามือถือได้ทันที

นอกจากนี้กล้องบางรุ่นบางแบรนด์ยังสามารถเชื่อมต่อกับ Application ช่วยให้ส่งรูปไปยัง SNS ต่าง ๆ ได้โดยตรง หรือว่าใช้เป็นเหมือนรีโมทถ่ายภาพก็ได้ ดังนั้นนอกจากจะตรวจสอบว่ากล้องสามารถใช้ Wi -Fi, Bluetooth ได้หรือไม่แล้ว อย่าลืมตรวจสอบด้วยว่าสามารถใช้ฟังก์ชันอะไรที่เกี่ยวเนื่องกันได้บ้าง เพื่อจะได้ใช้กล้องได้อย่างสนุกสนานมากขึ้นค่ะ

หากไม่ต้องการให้เป็นภาระ น้ำหนักตัวกล้องควรอยู่ที่ประมาณ 400 g

หากไม่ต้องการให้เป็นภาระในการแบก น้ำหนักตัวกล้องควรอยู่ที่ประมาณ 400 g

ปัจจุบันกล้อง Mirrorless หลากหลายยี่ห้อถูกพัฒนาออกมาให้มีฟังก์ชันหรือสเปกครบวงจร ส่งผลให้ตัวกล้องมีน้ำหนักมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งถ้าใครไม่ติดเรื่องความหนักของกล้องนี้ก็คงไม่มีปัญหาใด ๆ แต่หากเพื่อน ๆ คนไหนที่ชอบพกของในกระเป๋าเยอะ ๆ อาจต้องระวังสักหน่อยค่ะ เพราะตัวกล้องที่ว่าหนักแล้ว เมื่อรวมเลนส์หรือเคสใส่เข้าไปด้วยถ้าหนักเกิน 500g ส่งผลให้รู้สึกเมื่อยหรือเจ็บเวลาสะพายนาน ๆ ได้ ทางที่ดี เพื่อน ๆ ควรเลือกที่มีน้ำหนักเบาประมาณ 400 g ไว้ก่อน เผื่อต้องพกอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ไปด้วย จะได้ไม่เป็นภาระมากจนถ่ายรูปไม่สนุก

เช็คความหลากหลายและราคาของ “เลนส์เสริม”

เช็คความหลากหลายและราคาของ "เลนส์เสริม"

จุดเด่นของกล้อง Mirrorless คือสามารถเปลี่ยนเลนส์ที่ใช้ได้ แต่โดยทั่วไปแล้วจะใช้ได้แต่เลนส์แบรนด์เดียวกัน มีขนาดเมาท์เท่ากันกับตัวกล้องเท่านั้น ดังนั้นอย่าลืมที่จะตรวจสอบว่ากล้องรุ่นที่เราซื้อมีเลนส์เสริมที่เราสามารถหาซื้อมาติดตั้งเพิ่มให้เลือกมากน้อยเพียงใด หรือว่ามี Adaptor ที่ช่วยทำให้สามารถใช้เลนส์ร่วมกับกล้อง DSLR ได้ขายหรือไม่

แต่สำหรับผู้ที่ไม่รู้ว่าควรเลือกเลนส์ขนาดไหน แบบใดหรือต้องการใช้งานแค่ฟังก์ชันพื้นฐานทั่วไป เราก็แนะนำให้เลือกซื้อกล้องที่มาพร้อมเลนส์คิทแทน เพราะส่วนมากทางแบรนด์จะจัดเป็นเซ็ตเลนส์ที่ค่อนข้างเข้ากับการใช้กับกล้องตัวนั้น ๆ มาให้อยู่แล้ว แต่ถ้าไม่มีชุดเลนส์คิทเราก็ขอแนะนำว่าตัวแรกควรเลือกเลนส์ซูมมาตรฐานสักตัว และถ้ายังพอมีงบอยู่ก็ให้เลือกเลนส์ Fix ที่ให้ค่า F สว่าง ๆ อีกสักตัวค่ะ อย่างไรก็ตามลองเลือกดูตามความถนัดในการถ่ายภาพและความชอบของตัวเองดูนะคะ

10 อันดับ กล้องถ่ายรูป Mirrorless ยี่ห้อไหนดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

มาถึง 10 อันดับที่ทุกคนรอคอย ซึ่งเราได้เปรียบเทียบคุณสมบัติ สเปกและฟังก์ชันต่าง ๆ มาให้เพื่อน ๆ แล้วค่ะ แน่นอนว่ามีกล้องทั้งสำหรับช่างภาพมือใหม่และช่างภาพที่มีความชำนาญแล้วแต่ถึงแม้คุณเป็นมือใหม่แต่สนใจและจริงจังกับการถ่ายภาพ จะลองพิจารณาเลือกรุ่นสำหรับโปรก็ไม่ผิดนะคะ

10. Panasonic Lumix GF10

10. Panasonic Lumix GF10

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 23,990 บาท (พร้อมเลนส์)

เหมาะสำหรับมือใหม่ หน้าจอพับได้ เอาใจคนรัก Selfie ด้วยฟังก์ชัน 4K Wide Selfie

กล้อง Mirrorless ดีไซน์สวยสุดคลาสสิค น้ำหนักเบาจาก Panasonic มาพร้อมเซ็นเซอร์รับภาพขนาด Micro Four Thirds ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล โฟกัสได้ไวและแม่นยำ ทั้งยังมีฟังก์ชันเอาใจคนรักเซลฟี่มากมาย เช่น 4K Wide Selfie และ Night Selfie Mode ทำให้คุณถ่ายเซลฟี่ได้ในมุมภาพที่กว้างขึ้นและคมชัดทั้งคนและวิวด้านหลัง

นอกจากนี้ก็ถ่ายวิดีโอได้สวยด้วย 4K จอแสดงผลเป็นแบบสัมผัสปรับพับองศาได้ 180 องศา ด้านหน้าตัวกล้องมีกริปให้คุณจับได้ถนัดมือยิ่งขึ้น มี Wi-Fi ให้ในตัว และมีตัวกล้องที่สีสันน่ารักสดใสกว่าแบรนด์อื่น ๆ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้อย่างยิ่ง ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เพิ่งเริ่มต้นถ่ายภาพ แม้จะไม่ใช้รุ่นใหม่ล่าสุดแต่สเปกกล้องตัวนี้จะทำให้คุณพอใจในราคาที่เอื้อมถึงค่ะ

ขนาดเซนเซอร์ Micro 4/3
จอแสดงผล แบบ Tilt (180 องศา) / ขนาด 3 นิ้ว /ทัชสกรีน
ช่องมองภาพ
ระบบกันสั่น In-Lens
จุดโฟกัส 49 area
ความเร็วชัตเตอร์ 60 – 1/16,000 วินาที
ความสามารถในการถ่ายภาพต่อเนื่อง 10 FPS / 30 FPS (4K Photo)
ค่า ISO 200-25,600
การเชื่อมต่อ Wi-Fi
น้ำหนัก 270 g

9. Nikon Z7

9. Nikon Z7

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 141,900 บาท (พร้อมเลนส์)

Mirrorless สำหรับโปร ความละเอียดภาพสูงถึง 45.7 MP พร้อม EVF ที่สมบูรณ์แบบ

กล้องที่ถือว่าเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่สำคัญในการเปิดตัวประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของแบรนด์ Nikon และวงการกล้องถ่ายภาพ เพราะกล้องตัวนี้เป็นกล้อง Mirrorless ระดับโปรตัวแรกที่ใช้ Z Mount ซึ่งเป็นนวัตกรรมล่าสุดเปิดทางให้แบรนด์สร้างอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเลนส์ หรือระบบป้องกันการสั่นที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เซนเซอร์แบบ Full-Frame บวกกับความละเอียดมากถึง 45.7 MP จำนวนจุดโฟกัส 493 จุดและช่องมองภาพแบบ EVF ความละเอียดสูงที่หลายรีวิวให้คำชม ข้อดีอีกอย่างคือดีไซน์ของตัวกล้องที่ได้สมดุลและกริปที่จับได้ถนัดมือ ข้อเสียคือ มีน้ำหนักเยอะ และราคาแรงมาก ๆ มีช่องใส่ Memory Card แค่ช่องเดียวและเลนส์เสริมยังมีน้อยต้องซื้อ Adaptor มาใส่เพื่อใช้กับเลนส์ DSLR ไปก่อนค่ะ

ขนาดเซนเซอร์ Full-Frame
จอแสดงผล แบบ Tilt / ขนาด 3.2 นิ้ว / ทัชสกรีน
ช่องมองภาพ EVF
ระบบกันสั่น In-Body 5 Axis
จุดโฟกัส 493 จุด
ความเร็วชัตเตอร์ 30 – 1/8000 วินาที
ความสามารถในการถ่ายภาพต่อเนื่อง 9 FPS
ค่า ISO 64-25,600
การเชื่อมต่อ Wi-Fi, Bluetooth
น้ำหนัก 675 g

8. Panasonic Lumix DC-GH5S

8. Panasonic Lumix DC-GH5S

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 79,900 บาท

เก่งงานวิดีโอภาคสนาม ด้วยภาพระดับ Cinema 4K ถ่ายภาพต่อเนื่องสูงสุด 60 FPS

ถ้าเน้นการถ่ายวิดีโอ, Vlog, ต้องการกล้องที่ทนทานทุกสภาพแวดล้อม ก็ต้องจัดกล้องรุ่นนี้จาก Panasonic ที่ให้คุณภาพการถ่ายวิดีโอระดับ Cinema 4K ที่เอาไปใช้ถ่ายภาพยนตร์ก็ยังได้ และสามารถถ่ายต่อเนื่องได้สูงสุดถึง 60 FPS (4K Photo) ที่จับภาพได้ดั่งใจต้องการ มีเทคโนโลยี Dual Native ISO ที่ทำให้การถ่ายภาพในที่แสงน้อยดีขึ้นกว่ารุ่นเก่า และลดการเกิด Noise แม้ใช้ ISO ระดับสูง

หน้าจอทัชสกรีนที่หมุนได้อิสระ ยิ่งช่วยส่งเสริมการถ่ายวิดีโอให้ได้หลากหลายมุมมองมากขึ้น โครงกล้องทำจากแมกนีเซียมอัลลอยแบบหล่อทั้งชิ้นรับรองความแข็งแรง พร้อมโครงสร้างที่ทนน้ำกระเซ็น ทนฝุ่น ทนอุณหภูมิต่ำสุด -10 องศา พกไปถ่ายที่ไหนก็ไม่กลัว จุดด้อยสำหรับผู้ใช้เน้นถ่ายภาพนิ่งอาจจะอยู่ที่ระดับความละเอียดภาพนิ่งที่อยู่แค่ 10 MP และไม่มีระบบกันสั่น

ขนาดเซนเซอร์ Micro 4/3
จอแสดงผล แบบ Free-Angle /ขนาด 3.2 นิ้ว / ทัชสกรีน
ช่องมองภาพ EVF
ระบบกันสั่น
จุดโฟกัส 225 area
ความเร็วชัตเตอร์ 60 – 1/16,000 วินาที
ความสามารถในการถ่ายภาพต่อเนื่อง 12 FPS, 60 FPS (4K Photo)
ค่า ISO 160-51,200
การเชื่อมต่อ Wi-Fi, Bluetooth
น้ำหนัก 660 g

7. Fujifilm X-T3

7. Fujifilm X-T3

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 59,900 บาท (พร้อมเลนส์)

กล้องสวย ๆ ตอบสนองทุกการทำงานได้รวดเร็ว ขจัดปัญหา Noise ด้วยเซนเซอร์แบบใหม่

เป็นกล้องตัวล่าสุดในตระกูล X-T ของ Fuji ที่อัพเกรดหลาย ๆ ฟังก์ชันให้ดีขึ้น มีความละเอียดภาพถึง 26 MP พร้อมเซนเซอร์ APS-C, X-Tran รุ่น 4 ที่ตอบสนอง ISO ต่ำสุดได้ดีขึ้นช่วยลดปัญหา Noise ในภาพได้ดีกว่าเดิม ระบบโฟกัสอัตโนมัติและชัตเตอร์ที่แม่นยำรวดเร็วขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพในการถ่ายแบบ Tracking และยังโฟกัสตรวจจับใบหน้าและดวงตาได้ดีขึ้นอีกด้วย อีกข้อที่โดดเด่นมากคือสามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้ถึง 30 FPS ซึ่งหายากในกล้องรุ่นใกล้เคียงกัน

และสิ่งที่ผู้ใช้รักในตัวกล้อง Fuji คือรูปทรงที่ดูย้อนยุค เห็นถึงความประณีตในการทำ และวัสดุโครงสร้างที่ทนทานทุกสภาพอากาศ อย่างไรก็ตามยังคงมีปัญหาเกี่ยวกับ Buffer อายุแบตเตอรี่ที่น้อยไปหน่อย และยังไม่มีระบบกันสั่นในตัว

ขนาดเซนเซอร์ APS-C
จอแสดงผล แบบ Tilt /ขนาด 3 นิ้ว / ทัชสกรีน
ช่องมองภาพ EVF
ระบบกันสั่น In-Lens
จุดโฟกัส 425 จุด
ความเร็วชัตเตอร์ 30 – 1/32,000 วินาที
ความสามารถในการถ่ายภาพต่อเนื่อง 30 FPS
ค่า ISO 80-51,200
การเชื่อมต่อ Wi-Fi, Bluetooth
น้ำหนัก 539 g

6. Sony α6000

6. Sony α6000

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 21,900 บาท (พร้อมเลนส์)

กล้องยอดนิยมที่พกพาง่าย จับภาพได้รวดเร็ว ในราคาที่มือใหม่พอรับได้

กล้อง Mirrorless จากผู้ผลิตชื่อดัง Sony มาพร้อมเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ APS-C ความละเอียดที่ 24.3 ล้านพิกเซล มีระบบออโต้โฟกัสที่เร็วที่สุดเพียง 0.06 วินาที ถ่ายภาพต่อเนื่องได้สูงสุด 11 ภาพต่อวินาที หากใครที่ชื่นชอบการถ่ายภาพแอคชั่น กีฬา หรือภาพที่มีการเคลื่อนไหวเร็ว กล้องรุ่นนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งคำตอบที่ดีเลยทีเดียว

หน้าจอแสดงผลเป็นแบบ LCD มาพร้อมช่องมองภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์ ตัวกล้องมีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา ดีไซน์สวย ที่สำคัญมี Wi-Fi ให้ในตัวอีกด้วย แม้ SONY จะมีกล้องรุ่นใหม่ ๆ ออกมาแล้วแต่รุ่นนี้ก็ยังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก ด้วยสเปกที่ไม่ห่างจากรุ่นใหม่ ๆ มากและราคาที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ที่หันมาถ่ายภาพด้วยกล้อง Mirrorless

ขนาดเซนเซอร์ APS-C
จอแสดงผล แบบ Tilt /ขนาด 3 นิ้ว / –
ช่องมองภาพ EVF
ระบบกันสั่น In Lens
จุดโฟกัส 179 จุด
ความเร็วชัตเตอร์ 30 – 1/4000 วินาที
ความสามารถในการถ่ายภาพต่อเนื่อง 11 FPS
ค่า ISO 100-25,600
การเชื่อมต่อ Wi-Fi
น้ำหนัก 344 g

5. Canon EOS RP

5. Canon EOS RP

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 42,900 บาท

กล้อง Full-Frame ที่เล็กและเบาที่สุดแห่งยุค ราคาคุ้มค่า พร้อมหน้าจอ Free-Angle

แม้ความแรงของแบรนด์จะแผ่วเบาไปเมื่อพูดถึงกล้อง Mirrorless แต่วันนี้ Canon ได้ส่งกล้องรุ่นใหม่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นกล้อง Full-Frame ที่กะทัดรัด ราคาประหยัดที่สุดออกมา เพื่อดึงความสนใจจากผู้ใช้ระดับ Beginner ที่เน้นทั้งถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอ

กล้องให้ความละเอียดภาพ 26.2 MP ช่องมองภาพแบบ EVF สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 5 FPS ที่แม้จะไม่มากนักแต่ก็แลกมาด้วยเซนเซอร์ระดับโปร สามารถถ่ายวิดีโอได้ระดับ 4K พร้อมหน้าจอที่หมุนได้แบบ Free-Angle เพิ่มความสะดวกในการถ่ายอีกระดับ เรื่องเลนส์เสริมก็ไม่ต้องพูดถึงเพราะด้วยการติด Adaptor ตัวเดียวก็จะทำให้ใช้เลนส์จาก DSLR ของแบรนด์ได้เลย สำหรับข้อเสียช่างภาพที่ระดับสูงกว่าพื้นฐานอาจจะรู้สึกว่าตัวกล้องไม่ได้สมดุลกับเลนส์และไม่มีระบบกันสั่นในตัวค่ะ

ขนาดเซนเซอร์ Full-Frame
จอแสดงผล แบบ Free-Angle /ขนาด 3 นิ้ว / ทัชสกรีน
ช่องมองภาพ EVF
ระบบกันสั่น In-Lens
จุดโฟกัส 143 จุด และ 4,779 จุดเมื่อเลือกด้วยปุ่มเลื่อน
ความเร็วชัตเตอร์ 30 – 1/4000 วินาที
ความสามารถในการถ่ายภาพต่อเนื่อง 5 FPS
ค่า ISO 100-40,000
การเชื่อมต่อ Wi-Fi, Bluetooth
น้ำหนัก 485 g

4. Fujifilm X-T30

4. Fujifilm X-T30

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 39,990 บาท (พร้อมเลนส์)

รูปลักษณ์ย้อนยุค น้ำหนักเบา พกพาง่ายกว่าเดิม พร้อมความเร็วชัตเตอร์ที่หลากหลาย

กล้องคุณภาพตระกูล Fujifilm ที่อัพเกรดขึ้นมาจากรุ่นยอดนิยม X-T20 ที่จุดขายที่น่าสนใจมาก ๆ คือน้ำหนักแค่ 383 g มาพร้อมเซนเซอร์ขนาดใหญ่ X-Trans CMOS 4 ขนาด APS-C มีจุดโฟกัสมากถึง 425 จุด มีระยะความเร็วชัตเตอร์ที่กว้างมากถึง 60 นาที (Bulb Mode) และสูงสุดที่ 1/32,000 วินาที เมื่อใช้ร่วมกับชัตเตอร์ไฟฟ้าด้วย จึงถ่ายภาพวัตถุยามค่ำคืน ภาพเคลื่อนไหวได้อย่างคมชัดแม่นยำ

นอกจากคุณสมบัติด้านภาพถ่ายแล้ว ฟังก์ชันการถ่ายวิดีโอก็ทำได้ดี โดยเป็นแบบ Full HD และ 4K พร้อมเชื่อมต่อ Wi-Fi, Bluetooth ได้ในตัว สามารถปรับแต่งค่าต่าง ๆ ด้วยตนเองเพิ่มเติม เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นฐานความรู้เรื่องกล้องและต้องการพัฒนาหรือต่อยอด ปัญหาจะมีบ้างเกี่ยวกับสมดุลกับตัวกล้องถ้าเลือกใช้เลนส์ขนาดใหญ่ และไม่มีระบบกันสั่นในตัวค่ะ

ขนาดเซนเซอร์ APS-C
จอแสดงผล แบบ Tilt / ขนาด 3 นิ้ว / ทัชสกรีน
ช่องมองภาพ EVF
ระบบกันสั่น In-Lens
จุดโฟกัส 425 จุด
ความเร็วชัตเตอร์ 30- 1/32,000 วินาที
ความสามารถในการถ่ายภาพต่อเนื่อง 30 FPS
ค่า ISO 80-51,200
การเชื่อมต่อ Wi-Fi, Bluetooth
น้ำหนัก 383 g

3. Olympus OM-D E-M10 Mark III

3. Olympus OM-D E-M10 Mark III

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 29,990 บาท

ฟังก์ชันครบจบในตัวเดียว มือใหม่น่าลองใช้ ไม่พลาดจังหวะสำคัญด้วย Super Fast AF

กล้องดีไซน์สวยงามคุณภาพคับตัวจากตระกูล Olympus ตัวนี้มาพร้อมเซนเซอร์ Micro Four Thirds ความละเอียดที่ 16 ล้านพิกเซล จุดโฟกัส 121 จุด มีระบบกันสั่น 5 แกน มีช่องมองภาพแบบ EVF นอกจากนี้ยังมีระบบโฟกัสแบบ Super Fast AF ช่วยในการโฟกัสได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ถ่ายภาพคุณภาพสูงได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องปรับแต่งค่าต่าง ๆ มากนัก

หน้าจอ LCD ระบบสัมผัส ปุ่มลัดเยอะ ทำให้เข้าถึงเมนูต่าง ๆ ได้รวดเร็วทันใจ มีโหมด Keystone Compensation ช่วยให้ถ่ายภาพอาคารได้สวยขึ้นและโหมดสำเร็จรูปต่าง ๆ อีกมากมาย ตัวกล้องดีไซน์ให้มีความคลาสสิค ขนาดไม่ใหญ่มาก จับถือสะดวก แต่มีน้ำหนักมากกว่าหลาย ๆ รุ่นสักเล็กน้อยแต่ก็ได้ฟังก์ชันระดับดีพอสมควรในทุก ๆ ด้านอย่างจึงยอมรับได้ ที่ดีมากคือราคาที่ไม่กินเลือดกินเนื้อค่ะ

ขนาดเซนเซอร์ Micro 4/3
จอแสดงผล แบบ Tilt /ขนาด 3 นิ้ว / ทัชสกรีน
ช่องมองภาพ EVF
ระบบกันสั่น In-Body 5 Axis
จุดโฟกัส 121 จุด
ความเร็วชัตเตอร์ 60 – 1/16,000 วินาที
ความสามารถในการถ่ายภาพต่อเนื่อง 8.6 FPS
ค่า ISO 100-25,600
การเชื่อมต่อ Wi-Fi
น้ำหนัก 410 g

2. Sony α7 III

2. Sony α7 III

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 79,990 บาท

ได้ภาพที่สมจริง คมชัด มีมิติ  พร้อมระบบโฟกัสอัตโนมัติที่ยอดเยี่ยม

ต้องยอมรับว่ากล้อง Mirrorless เป็นทางของ Sony จริง ๆ ในช่วงปีที่ผ่านมา แบรนด์ขยันออกสารพัดโมเดลมาให้พิจารณาและแต่ละตัวก็น่าซื้อทั้งนั้น แต่ครั้งนี้ขอแนะนำเป็นรุ่น α7 III กล้อง Full-Frame เท่ ๆ ตัวนี้ที่ฮอตฮิตเป็นอย่างมากเพราะประสิทธิภาพการทำงานที่ยอดเยี่ยมบวกกับคุณภาพของภาพถ่ายที่ไม่มีที่ติแต่ราคาถูกกว่ารุ่นพี่น้องอย่าง α7 R III

ความละเอียดภาพที่ 24.2 MP อาจจะดูไม่แตกต่างมากนัก แต่จุดเด่นคือจำนวนจุดโฟกัส 693 ที่สร้างมิติ และอารมณ์ที่แตกต่างให้ภาพ เป็นที่สนใจของใครหลายคน แน่นอนคุณสมบัติอื่น ๆ ก็ครบครันทั้งระบบกันสั่น 5 แกน, ช่องมองภาพ EVF, วิดีโอระดับ 4 K ถ้าจะพูดถึงข้อเสียเล็ก ๆ จากรีวิวก็จะมีเรื่องเมนูการทำงานที่ผู้ใช้รู้สีกว่าซับซ้อนอยู่บ้างค่ะ

ขนาดเซนเซอร์ Full-Frame
จอแสดงผล แบบ Tilt /ขนาด 3 นิ้ว / ทัชสกรีน
ช่องมองภาพ EVF
ระบบกันสั่น In-Body 5 Axis
จุดโฟกัส 693 จุด
ความเร็วชัตเตอร์ 30 – 1/8000 วินาที
ความสามารถในการถ่ายภาพต่อเนื่อง 10 FPS
ค่า ISO 100-51,200
การเชื่อมต่อ Wi-Fi, Bluetooth
น้ำหนัก 650 g

1. Nikon Z6

1. Nikon Z6

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 65,900 บาท

Game Changer ที่สาวกนิคอนรอคอย ได้สมดุลทั้งฟังก์ชันและรูปลักษณ์

เป็นที่ฮิตติดท็อป 3 ของเว็บรีวิวกล้องดิจิตอลของหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก กับกล้อง Mirrorless ของ Nikon ที่ชาวนิกรทั้งมือใหม่มือเก๋าทั้งหลายรอคอยมานานและก็ไม่ผิดหวังจริง ๆ ด้วยสเปกขั้นเทพต่าง ๆ ไม่ว่าจะเซนเซอร์ Full-Frame, ความละเอียด 24.5 MP ให้ได้ไฟล์ภาพที่สมบูรณ์แบบ รองรับการถ่ายภาพในที่มืดหรือถ่ายภาพโดยใช้ ISO สูง ได้เป็นอย่างดี

ช่องมองภาพ EVF ความละเอียดสูงจับภาพได้คมไม่เกิดการดีเลย์ สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 12 FPS ซึ่งถือว่าทำได้ดีสำหรับความละเอียดภาพระดับนี้ ที่ชมกันมากในรีวิวคือรูปร่างที่แสนจะกระชับเข้ากับมือ และปุ่มบังคับต่าง ๆ ที่อยู่ถูกที่ถูกทางและการอัพเดทซอฟแวร์อย่างต่อเนื่องของแบรนด์ แม้เลนส์เสริมยังมีน้อยถ้าไม่ใช้ Adaptor แต่เป็นกล้องที่พูดได้ว่าเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่สนใจ จริงจังกับการถ่ายภาพค่ะ

ขนาดเซนเซอร์ Full-Frame
จอแสดงผล แบบ Tilt /ขนาด 3.2 นิ้ว / ทัชสกรีน
ช่องมองภาพ EVF
ระบบกันสั่น In-Body 5 Axis
จุดโฟกัส 273 จุด
ความเร็วชัตเตอร์ 30 – 1/8000 วินาที
ความสามารถในการถ่ายภาพต่อเนื่อง 12 FPS
ค่า ISO 100-51,200
การเชื่อมต่อ Wi-Fi, Bluetooth
น้ำหนัก 675 g

เรื่องอื่น ๆ ที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อกล้องถ่ายรูป

ต่อจากนี้เราขอแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อกล้องที่ไม่แค่สำหรับกล้อง Mirrorless เท่านั้น แต่คนที่ต้องการซื้อกล้องชนิดอื่น ๆ ก็สามารถนำไปใช้ได้ค่ะ

จำนวนจุดโฟกัสยิ่งเยอะยิ่งดี

จำนวนจุดโฟกัสยิ่งเยอะยิ่งดี

พูดง่าย ๆ ว่าเจ้าจุดโฟกัสที่ปรากฏในเฟรมกล้อง ยิ่งจำนวนมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งทำให้เราเลือกปรับโฟกัสของภาพได้ละเอียดมากขึ้นเท่านั้น คนที่ไม่ได้ถ่ายภาพเคลื่อนไหวอาจจะเลือกกล้องที่มีจุดโฟกัสประมาณ 10 จุดก็น่าจะเพียงพอ แต่สำหรับคนที่ต้องการถ่ายวัตถุที่เคลื่อนไหวได้ก็ควรเลือกกล้องที่มีจุดโฟกัส 30-50 จุด แต่ถ้าคุณเป็นคนถ่ายภาพที่มีการเคลื่อนไหวเป็นหลักก็ต้องใช้แบบ 50-100 จุดขึ้นไปถึงจะเหมาะสมค่ะ

หากถ่ายภาพเคลื่อนไหวอย่าลืมเช็ค “ความเร็วชัตเตอร์” และ “จำนวนถ่ายภาพต่อเนื่อง”

หากถ่ายภาพเคลื่อนไหวอย่าลืมเช็ค "ความเร็วชัตเตอร์" และ "จำนวนถ่ายภาพต่อเนื่อง"

สำหรับการถ่ายภาพวัตถุที่เคลื่อนไหวอยู่  ถ้าอยากให้จับภาพได้เหมือนกับวัตถุนั้นหยุดนิ่งราวกับหยุดเวลาเอาไว้ ชัตเตอร์สปีดที่มีความเร็วสูงและ่ความสามารถในการถ่ายภาพต่อเนื่องเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

ความเร็วชัตเตอร์โดยทั่วไป (Mechanical Shutter) จะอยู่ที่ 1/2,000 – 1/4,000 วินาที แต่ถ้าเป็นกล้องที่มีชัตเตอร์แบบไฟฟ้า (Electronic Shutter) ความเร็วชัตเตอร์จะสามารถทำได้สูงถึง 1/16,000 วินาทีเลยทีเดียว ส่วนจำนวนภาพที่ถ่ายต่อเนื่องได้ถ้าเป็นคนที่ถ่ายภาพแอคชั่นบ่อย ๆ อยากได้ภาพที่หยุดนิ่งไม่ไหวติง ควรเลือกสเปกที่มีค่าอยู่ที่ 10 fps แต่ถ้าไม่ได้ถ่ายภาพเคลื่อนไหวเป็นหลักให้เลือกสเปกที่ระดับ 4 fps ก็เพียงพอแล้วค่ะ

เลือกกล้องที่ให้ค่า ISO สูง ถ้าชอบถ่ายภาพกลางคืน

เลือกกล้องที่ให้ค่า ISO สูง ถ้าชอบถ่ายภาพกลางคืน

ค่า ISO เป็นค่าที่ระบุความไวแสงของเซนเซอร์ภาพในกล้อง จึงเรียกง่าย ๆ อีกอย่างว่าค่าความไวแสง ซึ่งเป็นค่าที่เราสามารถปรับ เลือกใช้ได้ ถ้าเราปรับค่า ISO เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าก็หมายความว่าเราสามารถถ่ายภาพได้ด้วยปริมาณแสงแค่ครึ่งหนึ่งของปริมาณปกติ ยิ่งมีค่า ISO สูงก็จะทำให้ถ่ายภาพในที่มืดได้สะดวกขึ้น

ค่า ISO สูงสุดของกล้องแต่ละตัวจะไม่เหมือนกัน ถ้าชอบถ่ายภาพยามค่ำคืน หรือชอบถ่ายภาพเคลื่อนไหวควรเลือกสเปกไว้ที่ ISO 12,800 แต่ถ้าถ่ายทั่วไปก็ที่ ISO 6400 ก็ได้ค่ะ แต่การใช้ ISO มีข้อควรระวังว่าถ้าปรับค่าสูงมากเกินไปจะทำให้ภาพเกิด Noise หรือจุดรบกวนภาพ ทำให้ไฟล์ภาพดูหยาบไม่ชัดเจนได้ถ้ากล้องไม่รองรับภาพที่ ISO สูง ๆ

บทส่งท้าย

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับเทคนิคการเลือกซื้อและอันดับของกล้อง Mirrorless ที่ได้แนะนำกันไป น่าจะทำให้เพื่อน ๆ เลือกซื้อกล้อง Mirrorless ได้ง่ายขึ้นไม่มากก็น้อย มาถึงตรงนี้จากคุณสมบัติต่าง ๆ ของกล้อง Mirrorless แสดงให้เห็นแล้วว่าแม้จะเป็นมือใหม่ในเรื่องกล้องก็สามารถเรียนรู้และใช้งานได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังมีความสามารถอีกหลายอย่างที่กล้องตัวนี้สามารถทำได้ ในขณะที่โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนหรือกล้องคอมแพคไม่สามารถทำได้ สมแล้วที่เป็นกล้องชนิดที่กำลังมาแรงที่สุดในยุคนี้ ถ้าเลือกได้แล้วก็ขอให้เพื่อน ๆ ฝึกฝนถ่ายภาพ เพื่อจะได้สนุกสนานไปกับศิลปะการถ่ายรูปนะคะ

Popular Posts