9 อันดับ คีย์บอร์ดไร้สาย Bluetooth ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2019

9 อันดับ คีย์บอร์ดไร้สาย Bluetooth ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2019

“คีย์บอร์ดไร้สาย Bluetooth” อุปกรณ์ที่ช่วยให้คุณสามารถพิมพ์ข้อความในคอมพิวเตอร์หรือแม้แต่สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตได้อย่างอิสระมากกว่าที่เคย แถมยังช่วยเพิ่มความสบายตาให้กับโต๊ะคอมอีกด้วย เนื่องจากไม่มีสายระโยงระยางคอยเกะกะทัศนวิสัย อย่างไรก็ตามสินค้าประเภทนี้ยังมีค่อนข้างน้อยในบ้านเรา จึงไม่ค่อยมีบทความแนะนำการเลือกซื้อ รวมไปถึงการแนะนำสินค้าที่น่าสนใจ วันนี้ผู้เขียนจึงรวบรวมเนื้อหาจากแหล่งต่าง ๆ มาให้ทุกคนได้อ่านกันที่นี่ทีเดียวก่อนใครเลยค่ะ

เนื้อหาจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ในส่วนแรกจะกล่าวถึง “วิธีการเลือก” ซึ่งได้รับคำแนะนำมาจากผู้เชี่ยวชาญด้าน IT จากประเทศญี่ปุ่น ลำดับต่อมา คือ “9 อันดับสินค้ายอดฮิตขายดี” ที่ผ่านการเปรียบเทียบคุณสมบัติต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้เพื่อน ๆ ได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ โดยแต่ละส่วนจะน่าสนใจแค่ไหน ไปอ่านกันเลยค่ะ

สารบัญ

คีย์บอร์ดไร้สาย Bluetooth คืออะไรกันนะ!?

คีย์บอร์ดไร้สาย Bluetooth คืออะไรกันนะ!?

ก่อนจะไปอ่านวิธีการเลือก อันดับแรกเรามาทำความรู้จักกับผลิตภัณฑ์นี้กันสักเล็กน้อยดีกว่าค่ะ โดยผู้เขียนจะขอแบ่งการอธิบายออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้ “Bluetooth คือะไร” และ “คีย์บอร์ด Bluetooth เป็นอย่างไร”

Bluetooth : หนึ่งในเทคโนโลยีช่วยรับส่งข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งโดยใช้คลื่นวิทยุเป็นตัวกลาง ถูกคิดค้นโดยบริษัท Ericsson ในประเทศสวีเดน ภายใต้แนวคิด “การสื่อสารแบบไร้สายที่เป็นมาตราฐานเดียว” ทำให้อุปกรณ์ที่มีเมนูหรือแม้แต่ฟังก์ชั่นต่างกันสามารถถ่ายโอนข้อมูลถึงกันได้ผ่านเทคโนโลยี Bluetooth

จากที่กล่าวมา คีย์บอร์ด Bluetooth จึงเป็นตัวอย่างของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อโดยเทคโนโลยีดังกล่าว คุณจึงสามารถใช้งานได้ทั้งกับคอมพิวเตอร์ที่ทำงาน, คอมพิวเตอร์ส่วนตัว, สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, อุปกรณ์เกี่ยวกับการเล่นเกม หรืออุปกรณ์ใด ๆ ก็ตามที่รองรับ Bluetooth ทำให้การใช้งานด้านการพิมพ์ คีย์ข้อมูลเป็นเรื่องง่ายขึ้น

ข้อแตกต่างระหว่างคีย์บอร์ดไร้สายทั่วไปกับคีย์บอร์ดไร้สาย Bluetooth

ข้อแตกต่างระหว่างคีย์บอร์ดไร้สายทั่วไปกับคีย์บอร์ดไร้สาย Bluetooth

นอกจากเทคโนโลยี Bluetooth แล้ว คีย์บอร์ดไร้สายยังมีแบบเชื่อมต่อด้วย USB ด้วย โดยคอมพิวเตอร์จะทำหน้าที่เป็นตัวรับ ในขณะที่คีย์บอร์ดเป็นผู้ส่ง การเชื่อมต่อจึงเป็นแบบ 1-1 และมีขอบเขตการทำงานที่จำกัด แตกต่างจากรุ่นที่ใช้ Bluetooth ที่สามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ภายใต้ระยะ 2-3 เมตรได้หลายเครื่อง

อย่างไรก็ตามการใช้งานคีย์บอร์ดแบบ Bluetooth ครั้งแรกจะต้องจับคู่ระหว่างอุปกรณ์เสียก่อน ซึ่งจะใช้เวลาสักเล็กน้อย แต่เมื่อทั้งสองอุปกรณ์รู้จักกันเรียบร้อยแล้ว การใช้งานครั้งต่อ ๆ ไปก็จะเชื่อมต่อได้ทันทีแล้วค่ะ

วิธีการเลือกคีย์บอร์ดไร้สาย Bluetooth

หลังจากทำความรู้จักผลิตภัณฑ์นี้เรียบร้อยแล้ว ลำดับต่อไปเราไปอ่านวิธีการเลือกซื้ออย่างละเอียดดีกว่าค่ะ จะได้ทราบว่าสินค้าที่ดีและเหมาะกับการใช้งานของเราควรมีลักษณะอย่างไรบ้าง เวลาซื้อมาใช้จริงจะได้ไม่ผิดหวังนะจ๊ะ

เลือกขนาดจากการใช้งาน

เลือกขนาดจากการใช้งาน

สิ่งแรกที่ควรคำนึงเวลาเลือกซื้อคีย์บอร์ด โดยเฉพาะรุ่น Bluetooth คือ “ขนาด” นั่นเองค่ะ เพื่อน ๆ ควรเลือกรุ่นที่มีขนาดใกล้เคียงกับไซซ์มาตราฐาน เพื่อการคีย์ข้อมูลที่ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตามสำหรับใครที่ต้องพกพาไปใช้นอกสถานที่บ่อย ๆ แนะนำให้เลือกรุ่นที่ขนาดเล็กลงมาหน่อยจะดีกว่าค่ะ เพราะถ้าใหญ่เกินไปจะพกพาลำบาก

นอกจากนี้ยังมีคีย์บอร์ดแบบพับได้อีกด้วยนะคะ ซึ่งมีให้เลือกหลายขนาดตามต้องการเลย ทั้งขนาดมาตรฐานและขนาดย่อมเยา แถมยังพกพาสะดวก แต่ข้อเสียคือ สินค้าส่วนใหญ่จะ “พิมพ์ได้ไม่ถนัด” และ “ไม่คงทน” ยิ่งถ้ารุ่นไหนมีราคาถูกเกินไปยิ่งเสี่ยง ดังนั้นก่อนการเลือกซื้อจึงควรพิจารณาดี ๆ หรืออ่านรีวิวให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เสียก่อน

คำนึงค่า Key Pitch และ Key Stroke

คำนึง Key pitch และ Key Stroke

Key Pitch : ระยะจากจุดศูนย์กลางแป้นหนึ่งไปยังอีกจุดศูนย์กลางของอีกแป้นหนึ่ง ซึ่งโดยทั่วไปคีย์บอร์ดไซซ์มาตรฐานจะมี Key Pitch ยาวประมาณ 18.5-19 มม. เหมาะกับการใช้งานกับคอมพิวเตอร์แบบ Desktop หรือแบบตั้งโต๊ะ ในทางตรงกันข้าม ถ้ามีระยะ Key pitch สั้นเกินไป เวลากดแป้นพิมพ์ตัวหนึ่งอาจพลาดติดอีกตัวหนึ่งมาได้ ทำให้การใช้งานยุ่งยากมากขึ้น โดยเฉพาะกับผู้ชายเพราะมีขนาดนิ้วที่ใหญ่กว่าผู้หญิง

Key Stroke : ระยะทางที่แป้นยุบตัวเมื่อถูกเคาะ โดยปกติจะมีค่าประมาณ 3 มม. ซึ่งถ้ายิ่งมีค่ามากเท่าไร เมื่อคุณเคาะพิมพ์ดีดก็จะยิ่งรู้สึกหนักแน่นมากเท่านั้น และยังช่วยลดความเสี่ยงที่จะพิมพ์ผิดอีกด้วย ในทางตรงกันข้ามรุ่นไหนที่มีค่า Key Stroke น้อย (ประมาณ 1-2 มม.) แม้ว่าโอกาสเคาะแป้นพลาดจะมีสูงกว่า แต่ก็ช่วยเพิ่มความเร็วในการพิมพ์ค่ะ

คราวนี้เพื่อน ๆ ลองเลือกให้เหมาะกับการทำงานของตัวเองดูนะคะ อย่ายึดติดค่ามาตรฐานอย่างเดียว เพราะเราอาจต้องการรุ่นที่พิเศษหรือแตกต่างมากกว่านั้น

เลือกสัมผัสการพิมพ์จากกลไกการทำงานของแต่ละรุ่น

ถ้าเพื่อน ๆ เคยเจอปัญหาพิมพ์ดีดนาน ๆ แล้วรู้สึกเมื่อยมือ หรือแป้นพิมพ์ให้สัมผัสการกดที่ไม่สมูท แนะนำให้ตั้งใจอ่านหัวข้อนี้อย่างละเอียดเลยค่ะ เพราะคุณอาจจะกำลังเลือกซื้อแป้นพิมพ์ที่ไม่เหมาะกับคุณอยู่ก็ได้ โดยเราควรจะเลือกอย่างไรให้ได้สัมผัสการกดที่ต้องการ ไปอ่านกันเลยค่ะ

กลไก Membrane : ราคาถูก ได้รับความนิยมสูง

ใช้กลไกล Membrane : ราคาถูก ได้รับความนิยมสูง

โครงสร้างของกลไกแบบนี้จะมีแผ่นยางรูปทรงคล้ายโดมครอบอยู่ใต้ปุ่ม เมื่อถูกกดแป้นพิมพ์ แผ่นยางจะยุบตัว เซ็นเซอร์ใต้ปุ่มจะสัมผัสกับวงจรด้านล่าง ส่งสัญญาณให้คอมพิวเตอร์รับรู้ว่ามีการกดตัวอักษรดังกล่าวเกิดขึ้น ก่อนจะแสดงผลผ่านทางหน้าจอ จากนั้นแผ่นยางจะดันปุ่มให้ลอยขึ้นมาตามเดิม

แป้นพิมพ์ที่ใช้กลไกแบบนี้จะให้สัมผัสการพิมพ์ที่ไม่ค่อยดีนัก เพราะไม่มีจังหวะการพิมพ์ แถมยังอาจเกิดปัญหา Keyboard Ghosting หรือเวลากดปุ่มพร้อมกันหลายปุ่มแล้วไม่ทำงาน หรือกดติดได้แค่บางปุ่ม เช่นเดียวกับการพิมพ์รัว ๆ นอกจากนี้ยังไม่ค่อยคงทน โดยเฉพาะรุ่นที่มีราคาถูกมาก ๆ แถมยังซ่อมค่อนข้างยากและค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้นจึงเหมาะกับผู้ที่ไม่ได้พิมพ์ดีดเป็นประจำหรือใช้งานแค่ทั่ว ๆ ไปเท่านั้น

กลไก Pantograph : สัมผัสบางเบาและสบาย

กลไกล Pantograph : สัมผัสบางเบาและสบาย

กลไกการทำงานคล้ายกับแบบ Membrane แต่โครงสร้างส่วนที่สัมผัสกับแป้นจะเป็นรูปตัว X และมีขนาดบางกว่า ทำให้ตอบสนองได้ไวแม้มีแรงกดมากระทำเล็กน้อย มีเสียงการเคาะที่ค่อนข้างเบา อีกทั้งยังค่อนข้างคงทนจึงนิยมใช้ทำคีย์บอร์ดโน้ตบุ๊กหรือแล็บท็อป แนะนำเป็นพิเศษสำหรับผู้หญิงที่มีแรงกดน้อย

กลไก Mechanical : คงทน สัมผัสหนักแน่น ให้จังหวะการพิมพ์

กลไกล Mechanical : คงทน สัมผัสหนักแน่น และให้จังหวะการพิมพ์

คีย์บอร์ดกลไก Mechanical นี้ทุกปุ่มจะมีสวิตซ์เป็นของตัวเอง เมื่อถูกกด สปริงที่อยู่ใต้ฐานปุ่มจะยุบตัว ทำให้สวิตซ์ทำงานและส่งสัญญาณไปให้คอมพิวเตอร์รับรู้ ก่อนที่สปริงจะคลายตัวเด้งปุ่มกลับขึ้นมาตามเดิม โดยให้สัมผัสที่หนักแน่น มีเสียงและจังหวะการพิมพ์ แถมค่อนข้างคงทน นอกจากนี้ยังซ่อมง่าย เมื่อมีปุ่มไหนพังก็สามารถแก้ไขแค่ปุ่มนั้นเพียงปุ่มเดียวได้เลย ตรงกันข้ามกับสองแบบก่อนหน้านี้ จึงเหมาะกับผู้ที่ใช้งานคีย์บอร์ดเยอะและเป็นเวลานานนั่นเองค่ะ

กลไก Capacitive Switch : แข็งแรงคงทน เหมาะกับมืออาชีพ

กลไก Capacitive Switch : แข็งแรงคงทน เหมาะกับมืออาชีพ

นวัตกรรมที่ถูกยกย่องให้เป็นที่สุดแห่งคีย์บอร์ดด้วยการผสมผสานการทำงานของ Rubber cup และสปริง สั่งการด้วยหลักการของไฟฟ้าสถิตแทนที่จะสั่งผ่านการสัมผัสแบบประเภทอื่น ๆ จึงค่อนข้างแข็งแรงคงทน นอกจากนี้ยังตอบสนองได้รวดเร็ว ทำให้เหมาะกับผู้ที่ต้องใช้คีย์บอร์ดอย่างหนักและต้องการประสิทธิภาพเป็นเลิศ

ใส่ใจเรื่อง Multi-pairing และ Switching function

ใส่ใจเรื่อง Multi-pairing และ Switching function

ตามที่เราได้เกริ่นไปว่าเทคโนโลยี Bluetooth ทำให้อุปกรณ์ที่รองรับการสื่อสารแบบนี้สามารถเชื่อมต่อกันได้มากกว่าหนึ่งเครื่อง หรือที่เรียกว่า Multi-pairing นั่นเองค่ะ ซึ่งสามารถสลับปลายทาง (ผู้รับ) ได้ตามที่ผู้ใช้ต้องการ (Switching function) เช่น ต่อคีย์บอร์ดกับสมาร์ทโฟนเพื่อตอบไลน์ จากนั้นสลับมาพิมพ์งานในคอมพิวเตอร์ ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถทำได้ผ่านการตั้งค่า Bluetooth

อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปแล้วการสลับเครื่องที่เชื่อมต่อจะยุ่งยากนิดนึงนะคะ แต่จะยิ่งง่ายขึ้นถ้ารุ่นนั้น ๆ มีปุ่มสำหรับสลับอุปกรณ์ในแป้นเลย ก่อนการเลือกซื้อเพื่อน ๆ จึงควรเช็คให้ดีเสียก่อนว่ารุ่นนั้น ๆ มีฟังก์ชั่นนี้ไหม และจำกัดการเชื่อมต่อสูงสุดกี่เครื่อง เวลาซื้อมาใช้จริงจะได้ไม่เกิดปัญหานะคะ

เช็คความจุของแบตเตอรี่

เช็คความจุของแบตเตอรี่

คีย์บอร์ดไร้สายทุกประเภทใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ซึ่งแบตเตอรี่มีอยู่ 2 ประเภทด้วยกันค่ะ ได้แก่ “แบบ Recharge” กับ “แบบ Dry” โดยแบบแรกจะสามารถชาร์จแบตฯได้ (คล้ายกับสมาร์ทโฟน) ในขณะที่แบบที่สองถ้าแบตฯหมดแล้วคือหมดเลย ไม่สามารถชาร์จกลับมาใช้ได้ใหม่ ดังนั้นทั้งสองแบบจึงมีระยะการใช้งานที่แตกต่างกัน เพื่อน ๆ ลองเลือกดูว่าแบบไหนเหมาะกับการใช้งานของตัวเองมากกว่าดูนะคะ

ขั้นสุดท้าย อย่าลืมเช็ค OS ที่รองรับ

ขั้นสุดท้าย อย่าลืมเช็ค OS ที่รองรับ

แม้ว่าปัจจุบันอุปกรณ์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์จะรองรับเทคโนโลยี Bluetooth กันเกือบหมดแล้ว แต่เพื่อความมั่นใจ แนะนำให้เช็ครายละเอียดของแต่ละรุ่นให้ดีเสียก่อนว่ารองรับระบบปฏิบัติการ OS (Windows・iOS・Android) ของอุปกรณ์ที่คุณต้องการเชื่อมต่อด้วยหรือไม่ จะได้ไม่เสียเที่ยวไปซื้อใหม่อีกรอบให้ช้ำใจนะคะ

9 อันดับ คีย์บอร์ดไร้สาย Bluetooth ยี่ห้อไหนดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

ตอนนี้เพื่อน ๆ คงทราบแล้วว่าคีย์บอร์ดที่เหมาะกับตัวเองควรมีลักษณะอย่างไร ลำดับต่อไปเราไปอ่านข้อมูลของสินค้าที่น่าสนใจกันดีกว่าค่ะ โดยผู้เขียนได้ทำการจัดอันดับผ่านการเปรียบเทียบคุณสมบัติต่าง ๆ , ราคา และรีวิว เพื่อน ๆ จึงมั่นใจได้ว่าจะได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

9. No Brand Mini Wireless Bluetooth 3.0 Keyboard With Touchpad

9. No Brand Mini Wireless Bluetooth 3.0 Keyboard With Touchpad 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 880 บาท

มาพร้อมทัชแพด ขนาดกะทัดรัดเหมาะกับทริปธุรกิจ

เริ่มต้นกันด้วยคีย์บอร์ดขนาดเล็กกะทัดรัดและบางเชียบ รุ่นนี้ทำงานด้วยระบบชาร์จไฟ โดยชาร์จหนึ่งครึ่งใช้เวลาเพียงแค่ 3 ชม. แต่ใช้งานได้ยาวนานถึง 8 วัน (โดยประมาณ) มีสวิซต์เปิด-ปิดในตัวช่วยประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ยังโดดเด่นเพราะมาพร้อมทัชแพดไซซ์ย่อมเยา เหมาะกับหนุ่มสาวนักธุรกิจที่ต้องการนำไปใช้ยามเดินทาง Business Trip

ขนาด 19.8 x 12.5 x 0.6 ซม.
ประเภทแบตเตอรี่ ชาร์จไฟ
OS ที่รองรับ Android 3.0
Windows XP / 7 / 8 หรือใหม่กว่า

8. Rapoo 9300M Multi-mode Wireless Keyboard & Mouse

8. Rapoo 9300M Multi-mode Wireless Keyboard & Mouse

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 1,240 บาท

มีเทคโนโลยี Scissor-key ช่วยให้พิมพ์ลื่นและแม่นยำ

ดูจากรูปแล้วหลายคนก็คงเดากันได้ว่ารุ่นนี้ซื้อ 1 ได้ถึง 2 คีย์บอร์ดเชื่อมต่อด้วย Bluetooth 3.0 / 4.0 RF 2.4G มาพร้อมกับเม้าส์ไร้สายความละเอียด 1,300 dpi สามารถใช้งานได้ไกลถึง 10 เมตร (ไร้สิ่งกีดขวาง) ตัวคีย์บอร์ดทำมาจากวัสดุโลหะคุณภาพดีโดยดีไซน์ให้มีขนาดบางเฉียบเพียง 4.5 มม. พัฒนาด้วยเทคโนโลยี Scissor-key เพื่อ Keystroke ที่ดีเยี่ยม ช่วยให้พิมพ์ลื่นและถูกต้องแม่นยำ

ขนาด ไม่ระบุ (ใกล้เคียงไซซ์มาตรฐาน)
ประเภทแบตเตอรี่ Dry (อายุ 12 เดือน)
OS ที่รองรับ ไม่ระบุ

7. Oker Keyboard Bluetooth BK-828

7. Oker Keyboard Bluetooth BK-828

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 1,390 บาท

พิมพ์ลื่น เงียบเชียบ พิมพ์ดีดได้มากถึง 10 ล้านครั้ง

มาต่อกันด้วยคีย์บอร์ดอีกรุ่นที่น่าสนใจ โดดเด่นด้วยดีไซน์บางเฉียบสุดทันสมัย พร้อมเสียงพิมพ์ดีดที่เงียบเชียบ ให้สัมผัสการพิมพ์ที่ลื่น โดยสามารถรับแรงพิมพ์ดีดได้มากถึง 10 ล้านครั้ง มาพร้อมสวิตซ์เปิด-ปิด ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานและประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ยังมีไฟ LED คอยบอกสถานะการเชื่อมต่อ หลายคนที่ใช้จริงต่างชื่นชอบ บอกว่าใช้งานได้ค่อนข้างดี

ขนาด ไม่ระบุ
ประเภทแบตเตอรี่ ถ่าน AA
OS ที่รองรับ Windows 8, 10
iOS
Andriod

6. Oker Keyboard Bluetooth K3280

6. Oker Keyboard Bluetooth K3280

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 750 บาท

ขนาดกะทัดรัดพกพาสะดวก ช่วยประหยัดพลังงานด้วยโหมด Sleep

แบรนด์นี้เขามีคีบอร์ด Bluetooth ที่น่าสนใจหลายรุ่นเลยค่ะ อย่างรุ่นนี้จะเน้นดีไซน์และขนาดที่เหมาะแก่การพกพาไปใช้นอกสถานที่ได้ พร้อมพิมพ์ดีดได้อย่างแม่นยำ ให้สัมผัสพิมพ์ที่ลื่นและเงียบเชียบ แถมยังสามารถสลับปลายทางการเชื่อมต่อได้ง่าย ๆ ด้วยการกดปุ่มเดียว นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดพลังงานด้วยการเข้าสู่โหมด Sleep เมื่อไม่มีการใช้งานนาน 10 นาที ที่สำคัญมีรางส่วนบนสำหรับวางสมาร์ทโฟนหรือไอแพดด้วยค่ะ

ขนาด ไม่ระบุ
ประเภทแบตเตอรี่ ถ่าน
OS ที่รองรับ ไม่ระบุ

5. Rapoo 8000M Multi-mode Wireless Keyboard & Mouse

7. Rapoo 8000M Multi-mode Wireless Keyboard & Mouse

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 669 บาท

มาพร้อมเมาส์ น้ำหนักเบาเพียง 307 กรัม ค่า Key stroke 1.5 มม.

อีกหนึ่งรุ่นที่มาพร้อมกับเมาส์ Bluetooth เชื่อมต่อด้วยเวอร์ชั่น 3.0/4.0, 2.4G ภายใต้ระยะ 10 เมตร (ไร้สิ่งกรีดขวาง) ถูกออกแบบมาให้มีขนาดเล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบาเพียง 305 กรัม ช่วยให้พกพาสะดวก และมี Key stroke 1.5 มม. จึงค่อนข้างเหมาะกับผู้หญิงหรือผู้ที่มีนิ้วมือเล็ก ซึ่งหลายคนรีวิวไว้ว่าใช้งานได้ดี แต่อาจจะมองตัวอักษรยากไปนิดนึง อย่างไรก็ตามรุ่นนี้มีหลายสีให้เลือกซื้อนะคะ

ขนาด 284.9 x 139.12 x 24.16 มม.
ประเภทแบตเตอรี่ ถ่าน AA
OS ที่รองรับ ไม่ระบุ

4. Logitech K380 Multi-Device Bluetooth Keyboard

4. Logitech K380 Multi-Device Bluetooth Keyboard

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 1,299 บาท

ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา พกพาสะดวก ใช้งานง่ายด้วยปุ่ม Easy-Switch

นอกจากจะมีเมาส์คุณภาพดีแล้ว แบรนด์นี้เขายังมีคีย์บอร์ดหลายรุ่นที่น่าสนใจ เริ่มต้นที่รุ่นนี้เลย พิเศษด้วยขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา สามารถพกติดตัวไปได้ทุกที่ แถมยังมีปุ่ม Easy-Switch สลับการเชื่อมต่อได้ถึง 3 อุปกรณ์ หลายคนที่ใช้ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าแป้นนุ่ม พิมพ์ลื่นและไม่ปวดนิ้ว อย่างไรก็ตามแป้นไม่มีภาษาไทยให้นะคะ ต้องซื้อสติ๊กเกอร์มาติดอีกทีหนึ่ง

ขนาด 279 x 124 x 16 มม.
ประเภทแบตเตอรี่ ถ่าน AAA (อายุ 24 เดือน)
OS ที่รองรับ Windows® 7, Windows 8, Windows 10 หรือรุ่นใหม่กว่า
Mac OS 10.10 หรือรุ่นใหม่กว่า
Chrome OS™
Android 3.2 หรือรุ่นใหม่กว่า
iOS 5 หรือรุ่นใหม่กว่า

3. No Brand Keyborad Wireless Bluetooth Kb-3001

3. No Brand Keyborad Wireless Bluetooth Kb-3001

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 329 บาท

ดีไซน์โฉบเฉี่ยวทันสมัยและบางเฉียบ คุณภาพคุ้มราคา

ใครที่กำลังมองหาคีย์บอร์ดสำหรับใช้กับคอมฯตั้งโต๊ะหรืออุปกรณ์ในเครือ Apple รุ่นนี้อาจเป็นคำตอบสำหรับคุณค่ะ ด้วยดีไซน์โฉบเฉี่ยว บางเฉียบและเฉดสีเงิน ทำให้ดูสวยงามและทันสมัย ขณะเดียวกันก็มาพร้อมคีย์ลัดต่าง ๆ ที่ช่วยให้คุณใช้งานคอมพิวเตอร์ได้สะดวกขึ้น ซึ่งหลายคนที่ซื้อไปต่างบอกว่าเชื่อมต่อได้รวดเร็วและง่าย คุ้มค่ากับราคา ขนาดใหญ่พอเหมาะ เหมาะกับการใช้งานทั่วไป

ขนาด 28.5 x 12 x 2 ซม.
ประเภทแบตเตอรี่ ถ่าน AAA
OS ที่รองรับ Window, Andriod, iOS

2. Baofeng Bluetooth Keyboard

2. Baofeng Bluetooth Keyboard

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 269 บาท

ขนาดเล็กกะทัดรัด พกพาสะดวก คุณภาพคุ้มราคา

หนึ่งในปัญหาของคนที่ใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต โดยเฉพาะ iPad คือ พิมพ์ไม่ถนัดเนื่องจากแป้นค่อนข้างเล็ก ดังนั้นเราขอแนะนำให้คุณลองเลือกรุ่นนี้ดูค่ะ ด้วยขนาดกะทัดรัดและบางเฉียบ พร้อมดีไซน์พิเศษช่วยลดอาการปวดเมื่อยข้อมือ ทำงานเงียบ ซึ่งผู้ที่ใช้จริงบอกว่าสามารถเชื่อมต่อปากกาและคีย์บอร์ดพร้อมกันได้ สัมผัสการพิมพ์และความแม่นยำอยู่ในระดับทั่วไป อย่างไรก็ตามบางคนยังบ่นว่าเมื่อไม่มีการใช้งานนาน ๆ ระบบจะตัดการเชื่อมต่อเอง

ขนาด 282 x 120 x 11.5 มม.
ประเภทแบตเตอรี่ ถ่าน AAA
OS ที่รองรับ Windows XP, Vista, 7, 8
Windows Mobile 5.0 หรือใหม่กว่า
Mac OS X 10.2.8 หรือใหม่กว่า
Android 3.0, 4.3, 4.4 หรือใหม่กว่า

1. Logitech Bluetooth Multi-Device Keyboard K480

1. Logitech Bluetooth Multi-Device Keyboard K480

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 1,278 บาท

ดีไซน์เน้นใช้สอย มีช่องวางแท็บเล็ตและปุ่มสลับการเชื่อมต่ออุปกรณ์

รุ่นนี้โดดเด่นด้วยดีไซน์เน้นใช้สอย มีช่องสำหรับตั้งสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต มาพร้อมปุ่ม Easy-Switch ช่วยให้คุณสลับการพิมพ์ระหว่างอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ 3 อุปกรณ์ได้ง่ายขึ้น โดยหลายคนรีวิวไว้ว่าใช้งานได้ดี ตัวเครื่องแข็งแรงทนทาน แต่น้ำหนักค่อนข้างเยอะนิดนึงนะคะ อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับคุณภาพแล้วถือว่าคุ้มค่าทีเดียว

ขนาด 299 x 195 x 20 มม.
ประเภทแบตเตอรี่ ถ่าน AAA (อายุ 2 ปี)
OS ที่รองรับ Windows® 7, Windows 8, Windows 10
Mac OS X หรือใหม่กว่า
Chrome OS™
iOS 5 หรือใหม่กว่า
Android 3.2 หรือใหม่กว่า

บทส่งท้าย

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ได้คีย์บอร์ดที่อยากได้กันแล้วหรือยัง เห็นไหมคะว่าการเลือกซื้อสินค้าประเภทเทคโนโลยีที่ดูยุ่งยากและต้องอาศัยความรู้เชิงเทคนิค ไม่ยากอย่างที่คิด เพียงแค่เราคำนึงขนาด, กลไกการพิมพ์, ฟังก์ชัน/คีย์ลัดต่าง ๆ, ความจุของแบตเตอรี่และ OS ที่รองรับ เท่านี้ก็ได้รุ่นที่เหมาะกับการใช้งานของเราแล้ว

สุดท้ายนี้ก่อนจะจากกัน เพื่อน ๆ อย่าลืมใส่ใจดูแลรักษาความสะอาดคีย์บอร์ดอยู่เสมอนะคะ เพื่อยืดอายุการใช้งานและเพื่อความน่าใช้ ซึ่งสามารถทำง่าย ๆ ด้วยการใช้สไลม์ของเล่นเด็กซับฝุ่นตามซอกคีย์บอร์ดนั่นเองค่ะ

Popular Posts