10 อันดับ น้ำหอมสำหรับสาววัย 30 ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2019

10 อันดับ น้ำหอมสำหรับสาววัย 30 ยอดฮิตขายดีที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2019

น้ำหอมไม่เพียงแต่เป็นเครื่องประทินกลิ่นกายให้หอมหวาน น่าหลงใหลและเสริมเสน่ห์สำหรับคุณผู้หญิงเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญะบางอย่างที่บ่งบอกความเป็นตัวตนและสะท้อนรสนิยมของผู้ใช้ได้ด้วย ซึ่งช่วงวัยที่แตกต่างกันนั้นก็มีผลต่อการเลือกกลิ่นน้ำหอมให้เหมาะสม ก็เหมือนการสวมใส่เสื้อผ้าของสาว ๆ วัย 30 ที่ในบางวาระโอกาสโดยเฉพาะในพิธีการนั้นจะสวมใส่เสื้อผ้าที่ดูเด็กมาเกินไปก็อาจจะไม่เหมาะสม น้ำหอมก็เช่นกัน ถ้ากลิ่นหวานเลี่ยนจนเกินไป อาจทำให้ผู้คนบ่ายหน้าหนีก็เป็นได้

ในครั้งนี้ ทีมงานจึงมีเรื่องราวเกี่ยวกับการเลือกซื้อน้ำหอมสำหรับสาววัย 30 มาฝากกันค่ะ หลายคนอาจเคยได้ยินเพื่อนสาวคนสนิทบอกต่อกันมาว่าน้ำหอมรุ่นนั้น/รุ่นนี้ดีแต่คุณเคยรู้ไหมว่าการเลือกน้ำหอมให้เหมาะกับวัย 30 ที่แท้จริงนั้นมีวิธีการอย่างไร? สิ่งใดบ้างที่ต้องคำนึงถึงก่อนตัดสินใจซื้อ? แล้วในตอนท้ายของบทความเรายังได้รวบรวมน้ำหอมยอดฮิตขายดีหลากหลายยี่ห้อมาเป็นตัวเลือกให้สาว ๆ วัย 30 อีกด้วย เชิญติดตามไปพร้อมกันค่ะว่าน้ำหอมที่เหมาะกับคุณนั้นจะมีรุ่นใด กลิ่นใดบ้าง

สารบัญ

วิธีเลือกซื้อน้ำหอมสำหรับสาววัย 30 ปี

สิ่งสำคัญอันดับแรกที่ต้องคำนึงเวลาเลือกซื้อน้ำหอมคือเรื่องของกลิ่นที่ต้องสอดคล้องกับหลาย ๆ ปัจจัย ทั้งยังต้องเป็นกลิ่นที่เจ้าตัวชื่นชอบและต้องคำนึงถึงคนรอบข้างที่อาจได้กลิ่นด้วย

เลือกกลิ่นที่ใช่สำหรับคุณ! ได้ดมแล้วเกิดความประทับใจ

เลือกกลิ่นที่ใช่สำหรับคุณ! รับกลิ่นสัมผัสแล้วเกิดความประทับใจ

น้ำหอมที่เราใช้ฉีดพรมร่างกายนั้นมีอยู่หลายกลิ่นที่ให้ความหอม ซึ่งสิ่งสำคัญอันดับแรกของการเลือกซื้อน้ำหอมคือต้องเป็นกลิ่นที่โดนใจผู้ใช้ สาว ๆ ต้องถามตัวเองก่อนว่ากลิ่นหอมแบบไหนที่เราชื่นชอบ เพราะมันคงจะไม่รื่นรมย์นักหากคุณต้องมาดมกลิ่นที่ไม่โปรดปรานที่ติดตัวอยู่ตลอดเวลา แม้จะไม่ได้เหม็นแต่ก็อาจทำให้อารมณ์ความรู้สึกของคุณห่อเหี่ยวลงได้เลยทีเดียวค่ะ

สำหรับการเลือกซื้อกลิ่นน้ำหอมอย่างไรให้โดนใจ? ก็ควรทดลองกลิ่นอย่างหลากหลายแล้วตัดสินใจเลือกรุ่นที่ตัวเองประทับใจที่สุด คิดว่านี่แหละคือสิ่งที่ใช่สำหรับคุณแน่แล้ว! ซึ่งความชอบของแต่ละคนก็แตกต่างกัน บ้างชอบแนวเซ็กซี่, บ้างชอบแนวกลิ่นแบบสดชื่น แต่สำหรับสาววัย 30 นั้นแนะนำว่าควรเลือกซื้อน้ำหอมที่ให้อารมณ์ความรู้สึกสง่างามและเซ็กซี่จะเหมาะกว่าแนวน่ารักสดใสย้อนวัยค่ะ

ที่สำคัญ! ควรเลือกให้เหมาะกับ TPO และสไตล์การแต่งตัว

ที่สำคัญ! ควรเลือกให้เหมาะกับ TPO และสไตล์การแต่งตัว

เมื่อก้าวเข้าสู่วัย 30 ปีที่เริ่มมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น สาว ๆ ควรให้ความสำคัญในการเลือกกลิ่นน้ำหอมให้เหมาะสมกับ TPO (Time, Place, Occasion) หรือแปลเป็นไทยได้ว่า เวลา, สถานที่และโอกาส รวมถึงวิถีการแต่งกายและการแต่งหน้าทำผมในแต่ละลุคด้วย ถ้าหากในบางโอกาสที่คุณแต่งตัวเซ็กซี่ก็ควรเลือกใช้น้ำหอมที่ให้อารมณ์แบบเซ็กซี่, เย้ายวน, น่าค้นหา อย่างเช่นกลิ่นมัสค์ (Musk) แต่หากวันไหนแต่งตัวในลุคแบบหรูหรา สง่างามก็อาจเลือกใช้น้ำหอมกลิ่นสไตล์ฟลอรัลและกลิ่นหอมสดชื่นแทนค่ะ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งเหล่านี้มีความเกี่ยวเนื่องกันอยู่ไม่มากก็น้อย ดังนั้น ควรให้ความสำคัญกับการเลือกใช้น้ำหอมให้เหมาะกับสไตล์การแต่งตัวและวาระโอกาสในทุกครั้ง เพราะเมื่อ Mood & Tone ไม่เป็นไปในทางเดียวกันจะทำให้ผู้คนที่เราพบปะรู้สึกตะขิดตะขวงใจ รวมถึงอารมณ์ของตัวคุณเองก็จะไม่รื่นรมย์เท่าที่ควร

เลือกใช้ตามแต่ละชนิดของน้ำหอม

เคยรู้หรือไม่? น้ำหอมมีการแบ่งระดับตามความเข้มข้นออกเป็นหลายชนิดด้วยกัน มาทำความรู้จักและเลือกใช้ชนิดน้ำหอมที่คุณชื่นชอบไปพร้อมกันเลยค่ะ

น้ำหอมแบ่งเป็น 4 ชนิด ความเข้มข้นมีผลต่อระยะเวลา

น้ำหอมแบ่งเป็น 4 ชนิด ความเข้มข้นมีผลต่อระยะเวลา

น้ำหอม สามารถแบ่งได้อย่างคร่าว ๆ ออกเป็น 4 ชนิด ได้แก่ “Perfume”, “Eau de perfume”, “Eau de Toilette” และ “Eau de Cologne” ซึ่งสาว ๆ ควรเลือกให้เหมาะสมกับความชอบและความต้องการ เพราะแต่ละชนิดมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและให้อรรถรสทางกลิ่นแตกต่างกันไป ดังต่อไปนี้

  1. “Perfume” มีความสตรองสูงสุดในแง่ของความเข้มข้น โดยมีหัวน้ำหอมผสมอยู่ 20 – 40% มีผลทำให้กลิ่นหอมนั้นติดทนยาวนานกว่า 8 – 10 ชั่วโมง
  2. “Eau de perfume หรือ Eau de Parfum (EDP)” มีความเข้มข้นน้อยกว่าชนิดแรก แต่ให้กลิ่นที่ติดทนไม่ต่างกันมากนัก อยู่ที่ประมาณ 7 – 8 ชั่วโมง
  3. “Eau de Toilette (EDT)” มีความเข้มข้นน้อยกว่าแบบ Eau de perfume ระยะเวลาให้กลิ่นหอมอยู่ที่ 4 – 6 ชั่วโมง
  4. “Eau de Cologne (EDC) หรือ Cologne” มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเป็นกลิ่นหอมที่บางเบา พรมตัวแล้วได้รับสัมผัสแบบอโรมา กลิ่นหอมกำลังดี ไม่ฉุนแรงจนแสบจมูก ติดทนอยู่ได้เพียงแค่ 2 – 3 ชั่วโมงเท่านั้น

เลือกจากชนิดของกลิ่นหอมนั้น ๆ

เลือกจากชนิดของกลิ่นหอมนั้น ๆ

น้ำหอมยังถูกจำแนกแยกประเภทตามที่มาของกลิ่น เป็นต้นว่า กลิ่นแบบ Floral ที่ได้รับความนิยมและมักใช้งานกันอย่างแพร่หลายที่สุดมีกลิ่นเบสมาจากดอกไม้นานาชนิด ส่งกลิ่นหอมหวาน ให้ความรู้สึกสดใสร่าเริง หรือกลิ่นแบบ Citrus (ซิตรัส) ที่เป็นกลิ่นดอกไม้มาผสมผสานเข้ากับกลิ่นของผลไม้ต่าง ๆ ซึ่งลดความหอมหวานลงไปแต่สอดแทรกด้วยความเปรี้ยวและความสดชื่น

ยังไม่หมดเท่านั้น การพัฒนาคิดค้นน้ำหอมยังคงมีการผสมผสานกลิ่นหอมจากธรรมชาติเข้าด้วยกันอีกอย่างหลากหลาย เช่น กลิ่น Oriental และ Amber ที่รวมเอาเครื่องเทศและสมุนไพรมาสกัด มอบกลิ่นที่ให้ความรู้สึกเย้ายวน น่าค้นหา กลิ่นแนว Freesia ให้กลิ่นหอมแบบไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป เพราะมีกลิ่นเบสสไตล์ห้าว ๆ แมน ๆ แบบผู้ชายผสม และกลิ่น Chypre ที่เป็นการผสมผสานของกลิ่นไม้และดอกไม้ ให้ความรู้สึกอบอุ่น

อย่างไรก็ตาม น้ำหอมสำหรับสาววัย 30 ปีที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องคือกลิ่นแบบ Floral ซึ่งใช้งานได้หลากหลายโอกาสไม่ว่าจะเป็นปาตี้สนุกสนานหรือในวันสบาย ๆ, มีงานอีเว้นท์สำคัญ เป็นต้น

อย่าด่วนตัดสินใจ! ให้เลือกหลังจากเช็คกลิ่นทุก Note แล้ว

อย่าด่วนตัดสินใจ! ให้เลือกหลังจากเช็คกลิ่นทุก note แล้ว

หลายคนอาจเคยประสบปัญหาว่าตอนแรกที่ดมน้ำหอมกลิ่นหนึ่งก็ว่าดีอยู่แล้ว แต่พอเวลาผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง กลับพบว่ากลิ่นที่ได้นั้นเริ่มไม่ใช่แนว นั่นเป็นเพราะน้ำหอมมีการเปลี่ยนแปลงสภาพและกลิ่นตามเวลา ซึ่งแบ่งออกเป็นขั้นต่าง ๆ เรียกศัพท์เฉพาะว่า โน้ต (Note) นั่นเองค่ะ

กลิ่นหอมแรกที่คนเราจะสัมผัสได้เมื่อฉีดพรมน้ำหอมเรียกว่า “Top Note” เป็นกลิ่นที่ระเหยออกมาในช่วง 5 – 10 นาทีแรกเมื่อเริ่มใช้งาน ต่อมาจะเป็นกลิ่น “Middle Note” จะยังคงติดผิวได้นาน 2 – 4 ชั่วโมงและในช่วง 4 – 6 ชั่วโมงต่อมาก่อนกลิ่นหอมจะจางหายไปเราเรียกมันว่า “Base Note” ค่ะ

ช่วงเวลาที่น้ำหอมเปลี่ยนกลิ่นแต่ละ Note นั้นมีผลต่อรสสัมผัสที่คุณจะได้รับ บางคนอาจไม่ชอบ Top Note แต่เมื่อเวลาผ่านไปจนได้กลิ่น middle note กับ Base note กลับเปลี่ยนใจมาชอบจนถอนตัวไม่ขึ้น ในทางตรงกันข้าม เมื่อได้กลิ่น Top Note รู้สึกว่านี่คือใช่เลย! แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับมีกลิ่นเพี้ยนไปจากความชอบของเราก็มี ดังนั้น สาว ๆ ควรพิจารณาเลือกซ์้อน้ำหอมอย่างพิถีพิถัน ตรวจสอบให้ครบทุก Note ก่อนตัดสินใจซื้อจะได้ไม่ผิดหวังในภายหลังกันนะคะ

10 อันดับ น้ำหอมสำหรับสาววัย 30 ยี่ห้อไหนดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

ได้รู้จักน้ำหอมแต่ละประเภทและเข้าใจรูปแบบของน้ำหอมมากขึ้นแล้วใช่ไหมคะ? ไม่ใช่แค่เรื่องกลิ่นเท่านั้นที่คุณต้องให้ความสำคัญ แต่ยังต้องเลือกจากประเภทให้โดนใจเพื่อให้เหมาะกับการใช้งาน เพราะน้ำหอมแต่ละประเภทมีผลต่อระยะเวลาการระเหยของกลิ่นหอมด้วย อันดับต่อไปมาดูกันดีกว่าค่ะว่าจะมีน้ำหอมยอดฮิตขายดีรุ่นใดที่จะถูกใจคุณบ้าง

10. Jo Malone London – Peony & Blush Suede (100 ml)

10. Jo Malone London - Peony & Blush Suede (100 ml)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CENTRAL

ราคา 5,400 บาท

ผสมผสานด้วยกลิ่นดอกไม้กับแอปเปิ้ลแดง ปลุกความอ่อนหวานอย่างมีชีวิตชีวา

Jo Malone London เป็นน้ำหอมแบรนด์หรูจากประเทศอังกฤษ ซึ่งกลิ่น Peony & Blush Suede นี้มีเบสกลิ่นหอมจากดอกพิโอนี่หรือโบตั๋นที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความบอบบาง น่าทะนุถนอมของผู้หญิง แต่ยังแฝงด้วยความซุกซนของกลิ่นที่ได้จากสารสกัดผลแอปเปิ้ลสีแดง แล้วยังมีกลิ่นของดอกไม้นานาชนิด เช่น ดอกมะลิ, ดอกกุหลาบ, ดอกกิลลี่รวมเข้าไว้อีกด้วย

เมื่อใช้จะได้สัมผัสกลิ่นแบบหวานละมุนของดอกไม้แต่ยังคงอบอุ่น อ่อนโยนและมีเสน่ห์น่าค้นหา มี Base Note ที่ชูโรงให้กลิ่นดอกพิโอนี่โดดเด่นและปลุกความมีชีวิตชีวาให้คุณในทุก ๆ วัน กลิ่นไม่หวานเลี่ยน ไม่ฉุนแรงกระแทกจมูก ไม่ต้องกลัวรบกวนผู้คนรอบข้างค่ะ

ประเภทน้ำหอม Eau de Cologne
แนวกลิ่น Floral

9. Estee Lauder – Pleasures (100 ml)

9. Estee Lauder - Pleasures (100 ml)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CENTRAL

ราคา 3,900 บาท

ดึงดูดด้วยกลิ่นหอมจากดอกลิลลี่ขาว ปิดท้ายอย่างแกรนด์ด้วยกลิ่นไม้สไตล์อบอุ่น

เอสเต ลอเดอร์ เป็นแบรนด์ดังระดับโลกที่ไม่ได้ดีเด่นด้านสกินแคร์และเมคอัพเท่านั้น แต่ยังมีน้ำหอมสำหรับผู้หญิงที่ได้รับความนิยมกันอยู่ด้วย ดังเช่น Pleasures รุ่นนี้ที่เป็นการผสมผสานของดอกไม้นานาพันธุ์ ให้สัมผัสด้านกลิ่นอย่างลงตัว รอบกายอบอวลราวกับอยู่ในท่ามกลางสวนดอกพฤกษศาสตร์ กลิ่นไม่หวานเลี่ยน แถมยังช่วยเสริมลุคผู้หญิงวัยทำงานได้เป็นอย่างดี

Top Note เป็นกลิ่นดอกลิลลี่ขาวและความหอมจากพืชน้ำสีเขียวอย่างใบไวโอเลท กลิ่น Middle note เป็นกลิ่นดอกไม้นานาชนิดและสุดท้าย Base Note เป็นกลิ่นอบอุ่นจากไม้แซนดร้า วู้ด แพชชัวลี เหมาะกับคนที่ชอบความสดชื่น มีชีวิตชีวาของดอกไม้หลังสายฝนโปรยปราย ให้ความรู้สึกรื่นรมย์ยาวนานเพราะเป็นน้ำหอมชนิดเข้มข้นค่ะ

ประเภทน้ำหอม Eau De Parfum
แนวกลิ่น Floral

8. Burberry – Brit Sheer Eau de Toilette (100 ml)

8. Burberry - Brit Sheer Eau de Toilette (100 ml)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 4,500 บาท

กลิ่นหอมสดชื่นจากผลไม้ ซ่อนความเซ็กซี่ชวนหลงใหล แถมให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวา สบาย ๆ

เบอเบอรี่เป็นแบรนด์ Hi-end จากประเทศอังกฤษ แต่น้ำหอมรุ่นนี้ผลิตขึ้นที่ฝรั่งเศสดินแดนที่เล่ากันว่าเป็นต้นกำเนิดของน้ำหอม ให้กลิ่นหอมสดชื่นจากผลไม้ มอบสัมผัสหอมหวานแบบซุกซนปนด้วยความเซ็กซี่ชวนให้หลงใหล มีเบสกลิ่นจากดอกพิโอนี่สีชมพูผสมผสานกับกลิ่นขององุ่นดำ ไม่เพียงเท่านั้น ยังได้ดึงเอากลิ่นหอมจาก Musk นำพาให้คุณสัมผัสได้ถึงความหอมละมุนที่ไม่หวานเลี่ยน แต่ให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวาแบบสบาย ๆ

รุ่นนี้เป็นน้ำหอมชนิดที่ผสมหัวน้ำหอมประมาณ 5 – 15% ให้กลิ่นหอมติดทนนานระดับกลาง ๆ ไม่ทำลายโสตประสาททางการรับกลิ่นทั้งผู้ใช้และคนรอบข้างเพราะให้กลิ่นหอมเบา ๆ สบาย ๆ ตั้งแต่ครั้งแรกที่พรมบนผิวค่ะ

ประเภทน้ำหอม Eau De Toilette
แนวกลิ่น Fruity

7. Estee Lauder – Modern Muse Le Rouge (100 ml)

7. Estee Lauder - Modern Muse Le Rouge (100 ml)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 4,950 บาท

กลิ่นหอมสไตล์เผ็ดปนหวานแบบสาวสวยมั่นใจ มีเสน่ห์ ปนความเซ็กซี่หรูหรา มีรสนิยม

ติดโผอีกรุ่นแล้วสำหรับเอสเต้ ลอเดอร์ รุ่นนี้เป็นน้ำหอมที่มีกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์เพื่อสะท้อนตัวตนของผู้หญิงยุคใหม่ที่แข็งแกร่ง มั่นใจ กระฉับกระเฉงแต่ยังมีความเซ็กซี่มีเสน่ห์ให้เห็นอยู่ เลือกนำกลิ่นหอมของดอกไม้นานาชนิดมาใช้ อาทิ กุหลาบหลายสายพันธุ์, ผลราสเบอรี่, ดอกแมกโนเลียและดอกมะลิ

นอกจากนี้ยังผสมพิมเสนซึ่งเป็นพืชสมุนไพรให้กลิ่นหอมเย็นสดชื่น สะท้อนภาพของหญิงสาวที่มากล้นด้วยประสบการณ์ ชอบความสนุกท้าทายในชีวิต ถือเป็นน้ำหอมที่บ่งบอกรสนิยมชั้นเยี่ยม ให้คุณภาพกลิ่นที่เข้มข้นติดทนยาวนาน เหมาะอย่างยิ่งกับการใช้ในชีวิตประจำวันของสาว ๆ วัย 30 ค่ะ

ประเภทน้ำหอม Eau De Parfum
แนวกลิ่น Floral & Oriental

6. GUCCI – Flora Gorgeous Gardenia (100 ml)

6. GUCCI - Flora Gorgeous Gardenia (100 ml)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SEPHORA

ราคา 4,200 บาท

กลิ่นหอมหวานสำหรับหญิงสาว ส่วนผสมที่ลงตัวจากดอก White Gardenia และดอกลีลาวดี

น้ำหอมในตระกูล Flora ที่นำเอากลิ่นหอมเอกลักษณ์ของผลเบอร์รี่สีแดงมาเป็น Top Note และตามด้วยกลิ่นหอมหวานของดอกพุด หรือ White Gardenia และดอกลีลาวดี (frangipani) ผสมผสานกับความหอมที่สกัดได้จากพืชตระกูล Patchouli ตลอดจนนำกลิ่นหอมของน้ำตาลทรายแดง (Brown Sugar) มารวมเข้าอย่างลงตัวเกิดเป็น Base note ที่ได้ความรู้สึกหอมหวาน ละมุนละไมแบบผู้หญิง

นอกจากนี้ ความพิเศษกว่าใครอยู่ตรงแพ็คเกจที่ออกแบบด้วยสีสันสดใสตามแบบฉบับของ Flora ซึ่งลวดลายนี้ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชื่อดังอย่าง Vittorio Accornero ในช่วงศตวรรษที่ 1960 สะท้อนถึงความหรูหรา คลาสสิค ดูมีระดับไม่เสื่อมคลายตั้งแต่แรกเห็นเลยทีเดียว

ประเภทน้ำหอม Eau De Toilette
แนวกลิ่น Floral

5. Chloe – Signature (50 ml)

5. Chloe - Signature (50 ml)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SEPHORA

ราคา 4,150 บาท

กลิ่นหอมหวานจากพีโอนี่ ผสานกลิ่นสดชื่นจากลิ้นจี่ ทิ้งท้ายเสน่ห์น่าค้นหาด้วยซีด้าร์วู้ด

แบรนด์ “โคลเอ” ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1952 ด้วยเสื้อผ้าสไตล์สาวหวานวินเทจ แต่ภาพลักษณ์ในปัจจุบันก็ได้สะท้อนความเป็นผู้หญิงที่รักอิสระ ทันสมัยและคงไว้ซึ่งความสง่างามเช่นเคย น้ำหอมรุ่นนี้เป็น Signature ของแบรนด์ที่พยายามบ่งบอกความเป็นตัวตนของผู้หญิงด้วยกลิ่นหอมจากดอกกุหลาบนานาพันธุ์ที่นำมาผสมกับความสดชื่นจากลิ้นจี่และซีดาร์วู้ดที่ให้กลิ่นแห่งความสงบ ปรับสมดุลด้านอารมณ์

สัมผัสกลิ่นแรกที่ได้รับเป็นความหอมจากดอกพิโอนี่ แล้วเป็น Middle note จากกลิ่นกลีบกุหลาบและดอกแมกโนเลีย ปิดท้ายด้วยความหอมละมุน อบอุ่นจากซีดาร์วู้ดและอำพันทะเล (ambergris) ใช้แล้วให้ความรู้สึกถึงพลังสาวสวยสตรอง มีความมั่นใจและมีเสน่ห์มากล้นจนใคร ๆ ก็อยากเข้าหา

ประเภทน้ำหอม Eau De Parfum
แนวกลิ่น Floral

4. Miss Dior – Blooming Bouquet (100 ml)

4. Miss Dior - Blooming Bouquet (100 ml)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CENTRAL

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SEPHORA

ราคา 5,100 บาท

ความหอมสดชื่นจากกุหลาบ ให้ภาพลักษณ์สาวทรงเสน่ห์-สง่างาม-อ่อนหวานดุจดอกพิโอนี่

น้ำหอม Miss Dior รุ่นขายดีตลอดกาลของแบรนด์ มีเอกลักษณ์ของความหอมหวานแบบผู้หญิงอ่อนหวาน แต่ยังแฝงด้วยความซุกซนน่าค้นหาและคงไว้ซึ่งความหรูหราสง่างาม เลือกผสมความหอมอันละเอียดอ่อนจากดอกพิโอนี่และกุหลาบ ให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวาจากมะกรูดคาริบเบียน (Calabrian Bergamot) อีกทั้งยังเติมแต่งกลิ่นให้โดดเด่นมีเอกลักษณ์ยิ่งขึ้นด้วย White Musks

น้ำหอมรุ่นนี้จะช่วยเสริมสร้างความโดดเด่นให้ผู้หญิงมีลุคสง่างาม มีเสน่ห์น่าค้นหา ซึ่งไม่ใช่ในแบบการเชิญชวนแต่เป็นในแบบของการแผ่ออร่าสู่คนรอบข้างให้หลงใหลอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องพยายามค่ะ สาว ๆ หลายคนชื่นชอบเพราะกลิ่นติดทนยาวนาน

ประเภทน้ำหอม Eau De Toilette
แนวกลิ่น Floral & Fruity

3. VERSACE – Bright Crystal (90 ml)

3. VERSACE - Bright Crystal (90 ml)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CENTRAL

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SEPHORA

ราคา 4,200 บาท

กลิ่นหอมสไตล์คลาสสิค เน้นเสน่ห์อันละเอียดอ่อนของหญิงสาว ผสานกลิ่นฟรุตตี้อย่างลงตัว

น้ำหอมแบรนด์ดังสัญชาติอิตาลีที่ถูกใจสาว ๆ ด้วยความพิเศษที่ให้กลิ่นหอมของดอกไม้สไตล์คลาสสิค สะท้อนความอบอุ่นนุ่มนวล เสน่ห์แห่งอิสตรี (Feminine) ที่น่ามองน่าเข้าหา เป็นการผสมผสานอย่างลงตัวของดอกไม้นานาชนิด ได้แก่ ดอกบัว, ดอกแมกโนเลียและดอกพิโอนี่ รวมถึงให้สัมผัสกลิ่นแบบฟรุตตี้เบา ๆ จากส้มยูซุ และความละเอียดอ่อนจาก Musk ด้วย ก่อเกิดเป็นน้ำหอมที่ทำให้คุณรู้สึกดีได้ตลอดวัน

รุ่นนี้มาในรูปแบบน้ำหอมที่ไม่เข้มข้นมาก ได้ Note แต่ละชั้นใกล้เคียงกัน คือได้สัมผัสความหอมหวานตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉีด โดยกลิ่นไม่ฉุนแรงเกินไปและติดแน่นทนนาน เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวันอย่างยิ่ง มาในแพ็กเกจหรูหราไฮโซ มีความเป็นผู้หญิงอย่างมาก

ประเภทน้ำหอม Eau De Toilette
แนวกลิ่น Floral & Fruity

2. Lancome – La Vie Est Belle EDP (50 ml)

2. Lancome - La Vie Est Belle EDP (50 ml)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 4,200 บาท

สะท้อนเอกลักษณ์ความงามของหญิงสาวที่ค้นหาความสุขแห่งชีวิตในแบบฉบับของตนเอง

ลังโคม เป็นแบรนด์คุณภาพจากประเทศฝรั่งเศส น้ำหอมรุ่นนี้ก็มีการใช้ชื่อภาษาฝรั่งเศสซึ่งแปลความได้ว่า Life is beautiful  มีส่วนผสมของใบ Patchouli รวมเข้ากับ Iris gourmand ที่ให้กลิ่นหอมหวานของเครื่องเทศและผลไม้มาเป็น Base Note ปรับจากกลิ่นหอมหวานจากดอกไม้ที่อาจจืดจางให้กลายเป็นความหวานนุ่มลึกแต่ทรงเสน่ห์แบบผู้ใหญ่ เย้ายวนด้วยกลิ่นเครื่องเทศแบบเผ็ดร้อน หนักแน่นแต่ไม่ฉูดฉาดมากเกินไป

น้ำหอมกลิ่นนี้จะช่วยให้สาว ๆ ได้เสริมลุคความอ่อนหวานแต่แฝงความแข็งแกร่ง ความเป็นผู้หญิงทรงเสน่ห์ เป็นกลิ่นที่ไม่ได้มีมิติเดียวแต่มีความซับซ้อนเหมือนกับชีวิตที่กว่าจะพบความสุขก็ต้องค้นหา ปรับประยุกต์และทดลองกันอยู่หลายที

ประเภทน้ำหอม Eau De Parfum
แนวกลิ่น Oriental

1. TOM FORD – Cafe Rose (50 ml)

1. TOM FORD - Cafe Rose (50 ml)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 11,880 บาท

สะท้อนความหวานนุ่มลึก-ดึงดูดเย้ายวน-เซ็กซี่แบบไม่ต้องพยายาม

ทอม ฟอร์ดเป็นแบรนด์ Hi-end ที่สะท้อนภาพลักษณ์ของ Unisex และความเป็นผู้ใหญ่ มีความคลาสสิคแต่ทันสมัยไปในคราวเดียวกัน น้ำหอมกลิ่นนี้เป็นสินค้าในไลน์ Private Blend ตัวท็อปของแบรนด์ จุดเด่นคือให้กลิ่นหอมของกุหลาบที่ไม่หวานเลี่ยนแต่สอดแทรกความนุ่มลึกน่าค้นหา ให้อารมณ์ความแปลกใหม่อันน่าตื่นเต้นและเซ็กซี่เย้ายวนแบบไม่ต้องพยายาม

รุ่นนี้มี Top note เป็นกลิ่นกุหลาบ เมื่อเวลาผ่านไประเหยเป็น Middle note แบบที่มีกลิ่นอายของกาแฟผสมผสานกับดอกกุหลาบหอมโชยเย้ายวน รวมถึงมีกลิ่นของเครื่องเทศหวานปนขมของหญ้า Saffron หลงเหลือเป็น Base note  แม้จะแพงแต่ใช้เพียงน้อยนิดก็ติดทนนานแล้ว ทำให้หลายคนติดใจหลงใหลเพราะคุ้มค่าแก่การลงทุน เป็นของที่ต้องมี! สาว ๆ ไม่ควรพลาดเด็ดขาดค่ะ

ประเภทน้ำหอม Eau De Parfum
แนวกลิ่น Floral

บทส่งท้าย

การฉีดน้ำหอมให้ติดทนนานนั้นไม่ควรฉีดลงบนเสื้อผ้าเพราะอาจทำให้กระจายกลิ่นไม่ดีและไม่ติดทน แต่ควรฉีดพรมลงบนร่างกายโดยตรง โดยเฉพาะในจุดชีพจรและข้อพับต่าง ๆ เช่น ข้อศอก, ข้อมือ, หลังใบหู และบริเวณที่เป็นจุดไหลเวียนโลหิตซึ่งจะมีอุณหภูมิอุ่นเป็นพิเศษทำให้กลิ่นหอมดูดซับเข้าสู่ผิวได้ดี ทำให้กลิ่นติดทนนานขึ้นนั่นเอง นอกจากนี้ น้ำหอมจะซึบซาบสู่ผิวได้ดีเมื่อมีความชุ่มชื้นพอเหมาะ หากเป็นไปได้ก็ควรฉีดพรมน้ำหอมหลังทาโลชั่นและหลังอาบน้ำเสร็จใหม่ ๆ ทันทีค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ? ได้เห็นแล้วใช่ไหมว่าเรื่องราวของน้ำหอมนั้นมีรายละเอียดมากมายที่คุณต้องใส่ใจก่อนการเลือกซื้อ เพราะน้ำหอมไม่ใช่แค่การพรมกลิ่นหอมโดนใจบนร่างกายแต่มันยังสะท้อนรสนิยมและบุคลิกภาพของคุณเองด้วย สาว ๆ วัย 30 ปีทั้งหลายก็คงได้ไอเดียการเลือกซื้อน้ำหอมที่เหมาะสมกับสไตล์และวัยกันไปแล้ว หวังว่าจะได้ประโยชน์จากบทความดี ๆ ที่เรานำมาฝากกันในครั้งนี้เช่นเคย แล้วไว้พบกันใหม่โอกาสหน้าค่ะ!

Popular Posts