7 อันดับ เครื่องดูดไรฝุ่น ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2019

7 อันดับ เครื่องดูดไรฝุ่น ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2019

เครื่องดูดไรฝุ่น มีคุณสมบัติในการทำความสะอาดที่นอนของคุณ กำจัดทั้งไรฝุ่น, ตัวเรือด, ละอองเกสรดอกไม้ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคภูมิแพ้ เครื่องดูดไรฝุ่นที่วางจำหน่ายในตลาดนั้นมีให้เลือกมากมายหลายรุ่นจากผู้ผลิตหลายแบรนด์ดัง เช่น Mister Robot, Philips, Toshiba และอื่น ๆ อีกทั้งยังมีหลากหลายประเภทและฟังก์ชันการใช้งาน

ในครั้งนี้ เราจะขอแนะนำเครื่องดูดไรฝุ่นยอดนิยมในรูปแบบการจัดอันดับและวิธีการเลือกเครื่องดูดไรฝุ่น ตัวช่วยที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการนำผ้าห่มและฟูกออกไปตากแดด โดยเฉพาะหากบ้านใครที่อยู่ใกล้ถนนที่มีรถสัญจรไปมาหรือในทำเลที่มีการก่อสร้าง คุณอาจจะได้ฝุ่นกลับมาติดที่ผ้าห่มและฟูกของคุณเพิ่มขึ้นก็เป็นได้ ดังนั้นรับรองได้เลยว่าถ้าคุณมีเครื่องดูดไรฝุ่นติดบ้านสักหนึ่งเครื่องจะทำให้ชีวิตของคุณสะดวกสบายยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

สารบัญ

ความแตกต่างระหว่างเครื่องดูดฝุ่นและเครื่องดูดไรฝุ่น

ความแตกต่างระหว่างเครื่องดูดฝุ่นและเครื่องดูดไรฝุ่น

ในที่นี้อาจมีหลายคนที่คิดว่าเราสามารถใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดที่นอนแทนเครื่องดูดไรฝุ่นได้ แต่หัวเครื่องดูดฝุ่นทั่วไปนั้นไม่ได้ออกแบบมาเพื่อดูดผ้า ดังนั้นจึงไม่สามารถใช้งานแทนกันได้ นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่เชื้อโรคและสิ่งสกปรกจะติดอยู่กับที่นอนหากใช้หัวเครื่องดูดฝุ่นที่ทำความสะอาดจากจุดอื่นมาก่อน

ดังนั้นการใช้เครื่องดูดไรฝุ่นที่มีหัวดูดที่เหมาะสมสำหรับการดูดฝุ่นบนที่นอนจึงเหมาะสมมากกว่า อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบาและใช้งานง่าย นอกจากนี้เครื่องดูดไรฝุ่นบางรุ่นยังมีฟังก์ชันการฉายรังสี UV ซึ่งจะช่วยทุ่นแรงในการยกผ้าห่มและฟูกออกไปตากแดดได้ ทำให้การทำความสะอาดที่นอนสะดวกสบายยิ่งขึ้น แม้ว่าเครื่องดูดฝุ่นและเครื่องดูดไรฝุ่นจะมีฟังก์ชันการดูดเหมือนกัน แต่จุดประสงค์การใช้งานนั้นแตกต่างกัน ดังนั้นไม่ควรคิดว่าเครื่องดูดฝุ่นจะใช้งานทดแทนเครื่องดูดไรฝุ่นได้

วิธีการเลือกเครื่องดูดไรฝุ่น

ก่อนอื่น เราจะแนะนำจุดที่คุณควรตรวจสอบเพื่อใช้ในการพิจารณาเลือกเครื่องดูดไรฝุ่นสักตัว คุณสามารถอ้างอิงวิธีการเลือกจากบทความของเราได้ดังต่อไปนี้

เลือกตามการใช้งาน “ใช้เฉพาะที่” หรือ “ใช้งานอเนกประสงค์”

เลือกตามการใช้งาน "ใช้เฉพาะที่" หรือ "ใช้งานงานอเนกประสงค์"

เครื่องดูดไรฝุ่นนั้นมี 2 ประเภท ได้แก่ “เครื่องดูดไรฝุ่นที่ใช้งานเฉพาะที่” ในที่นี้จะหมายความว่าใช้กับเครื่องนอน ผ้าม่าน ตุ๊กตาและโซฟา และ “เครื่องดูดไรฝุ่นใช้งานอเนกประสงค์” ซึ่งสามารถใช้เป็นเครื่องดูดฝุ่นได้ด้วย  เครื่องดูดไรฝุ่นประเภทที่ใช้งานเฉพาะที่จะไม่มีฟังก์ชันเสริมเพิ่มเติมเข้ามาเพราะถูกผลิตขึ้นมาเพื่อใช้งานสำหรับเครื่องนอนเท่านั้น

ในทางกลับกันเครื่องดูดไรฝุ่นอเนกประสงค์สามารถเป็นได้ทั้งเครื่องดูดไรฝุ่นและเครื่องดูดฝุ่นในคราเดียว ทำให้คุณใช้งานกับเฟอร์นิเจอร์ประเภทอื่น ๆ ได้ เช่น ตามซอกโซฟาและบันได และเนื่องจากมีขนาดกะทัดรัดจึงสามารถใช้ทำความสะอาดภายในรถยนต์ได้ด้วย

สรุปได้ว่าเครื่องดูดไรฝุ่นซึ่งใช้งานเฉพาะที่จะมีฟังก์ชันที่เรียบง่ายและราคาถูก ในขณะที่เครื่องดูดไรฝุ่นประเภทอเนกประสงค์นั้นมักจะมีราคาที่แพงกว่า ดังนั้นแนะนำว่าควรพิจารณาเลือกเครื่องดูดไรฝุ่นประเภทใช้งานเฉพาะที่ ถ้าคุณไม่ต้องการใช้ดูดไรฝุ่นที่บริเวณอื่นนอกเหนือจากบนที่นอน

เลือกเครื่องดูดไรฝุ่นที่มีน้ำหนักไม่เกิน 2 กิโลกรัม

เลือกเครื่องดูดไรฝุ่นที่มีน้ำหนักไม่เกิน 2 กิโลกรัม

รูปร่างของเครื่องดูดไรฝุ่นจะใกล้เคียงกับเครื่องดูดฝุ่นมือถือ ดังนั้นจึงใช้งานง่ายเพราะมีน้ำหนักเบา สามารถถือได้โดยมือเดียว รุ่นทั่วไปมีน้ำหนักประมาณ 2 กก. แต่ยังมีบางรุ่นที่น้ำหนักใกล้เคียง 3 กก. ดังนั้นเราแนะนำให้ตรวจสอบน้ำหนักก่อนซื้อ ถ้าเป็นไปได้ให้เลือกเครื่องดูดไรฝุ่นที่น้ำหนักน้อยกว่า 2 กิโลกรัมเพื่อความสะดวกสบายในการใช้งาน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับฟังก์ชันที่คุณต้องการด้วย

เลือกตาม “เวลาในการดูดไรฝุ่น” และ “จำนวนเครื่องนอน”

เลือกตาม "เวลาในการดูดไรฝุ่น" และ "จำนวนเครื่องนอน"

เครื่องดูดไรฝุ่นมี 2 ประเภทเมื่อแบ่งตามชนิดแหล่งจ่ายพลังงาน ได้แก่ ประเภทชาร์จไฟ (ไร้สาย) และประเภทมีสายไฟ สำหรับประเภทชาร์จไฟนั้นมีข้อจำกัดในเรื่องของระยะเวลาการใช้งาน เหมาะสำหรับคนที่อาศัยอยู่คนเดียวและมีเครื่องนอนเพียงไม่กี่ชิ้น เนื่องจากเวลาในการใช้งานอย่างต่อเนื่องของเครื่องดูดไรฝุ่นแต่ละรุ่นแตกต่างกันไป ดังนั้นอย่าลืมตรวจสอบก่อนซื้อ กรณีที่คุณมีผ้าห่ม 2 ถึง 3 ผืน เราขอแนะนำให้เลือกเครื่องดูดไรฝุ่นที่สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องอย่างน้อย 20 นาทีขึ้นไป

สำหรับเครื่องดูดไรฝุ่นประเภทมีสายไฟ คุณไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับระยะเวลาการในการดูด จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีเครื่องนอนหลายชิ้นหรือผู้ที่อาศัยอยู่เป็นครอบครัวใหญ่ แต่ต้องระมัดระวังเรื่องความยาวของสายไฟว่ายาวถึงตำแหน่งที่ต้องการทำความสะอาดหรือไม่ เพราะการขนย้ายผ้าห่มอาจไม่ได้เป็นปัญหามากนัก แต่ในกรณีของฟูกแล้ว อาจจะขนย้ายลำบาก ดังนั้นควรตรวจสอบความยาวของสายไฟให้ดีก่อนซื้อ

เลือกตามวิธีการเก็บฝุ่น

วิธีการเก็บเศษฝุ่นผงของเครื่องดูดไรฝุ่นแตกต่างกันไปแล้วแต่รุ่น ซึ่งในแต่ละวิธีก็มีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกัน ต่อไปนี้เราจะแนะนำวิธีการเก็บไรฝุ่นประเภทหลัก ๆ ให้คุณพิจารณาเป็นแนวทางการเลือกซื้อ มาเลือกวิธีที่ง่ายต่อการใช้งานสำหรับคุณกันเถอะ

ประเภทถุงเก็บฝุ่น : ง่ายต่อการกำจัดแต่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ประเภทถุงเก็บฝุ่น : ง่ายต่อการกำจัดแต่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

การเก็บฝุ่นโดยถุงเก็บนี้เป็นวิธีการที่หลายคนคงคุ้นเคยกันดี เหมือนเครื่องดูดฝุ่นทั่วไปที่รวบรวมฝุ่นและไรฝุ่นเข้าไปเก็บในถุงเก็บฝุ่นที่ทำจากกระดาษในตัวเครื่อง จุดเด่นของวิธีนี้คือ เก็บไรฝุ่นได้ดีไม่ฟุ้งกระจาย สามารถทำความสะอาดง่าย เพียงแค่ถอดถุงเก็บฝุ่นนี้ออกมาทิ้ง อย่างไรก็ตามหากคุณดูดไรฝุ่นบ่อย ๆ ก็จะมีค่าใช้จ่ายสำหรับการซื้อถุงเก็บฝุ่นเพิ่มเติม ดังนั้นควรพิจารณาในข้อนี้หากคุณไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มไปกับการทำความสะอาดที่มากครั้งขึ้น

ประเภทตัวกรอง : ราคาถูก หาซื้อง่าย แต่ต้องทำความสะอาดอย่างระมัดระวัง

ประเภทตัวกรอง : ราคาถูก หาซื้อง่าย แต่ต้องทำความสะอาดอย่างระมัดระวัง

วิธีเก็บฝุ่นโดยใช้ตัวกรองภายในกล่องเก็บฝุ่นนี้เป็นระบบที่มักจะถูกติดตั้งในเครื่องดูดไรฝุ่นรุ่นราคาย่อมเยา อย่างไรก็ตามวิธีการเก็บฝุ่นระบบนี้เมื่อมีฝุ่นสะสมมากเข้าจะทำให้กำลังการดูดลดลง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องหมั่นทำความสะอาด ซึ่งอาจสร้างความยุ่งยากให้กับหลาย ๆ คนโดยเฉพาะคนที่เป็นภูมิแพ้ แถมบางรุ่นต้องทำความสะอาดตัวกรองทุกครั้งที่ใช้งานอีกด้วย

นอกจากนี้ โดยส่วนมากวิธีทำความสะอาดตัวกรองประเภทนี้คือการล้างด้วยน้ำและต้องรอจนกว่าตัวกรองแห้งสนิทจึงจะนำมาใช้งานใหม่ได้ ดังนั้นควรพิจารณาซื้อตัวกรองสำรองเผื่อไว้ด้วย หากไม่มีตัวกรองสำรองแถมมา เราขอแนะนำให้ซื้อแยกต่างหากเพื่อความสะดวกในการใช้งาน

ประเภทไซโคลน : พลังดูดสูงและบำรุงรักษาง่าย

ประเภทไซโคลน : พลังดูดสูงและบำรุงรักษาง่าย

ประเภทไซโคลนแตกต่างจากประเภทตัวกรองคือ เศษไรฝุ่นจะถูกเก็บในกล่องเก็บฝุ่น ดังนั้นจึงหมดปัญหาเศษขยะและเศษฝุ่นติดตามตัวกรอง ทำให้ดูแลรักษาได้ง่าย อย่างไรก็ตามเนื่องจากระบบเก็บฝุ่นลักษณะนี้จำเป็นต้องได้รับการทำความสะอาดขั้นพื้นฐานบ้าง เราจึงอยากให้คุณเลือกรุ่นที่สามารถล้างน้ำได้เพื่อความสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น

แม้ว่าเครื่องดูดไรฝุ่นประเภทนี้จะเป็นรุ่นยอดนิยมที่มีกำลังดูดสูงและใช้งานง่าย แต่ราคาก็สูงตามไปด้วย ดังนั้นควรศึกษางบประมาณก่อนเลือกซื้อ

ตรวจสอบฟังก์ชันอื่น ๆ เช่น “ฟังก์ชันตบไรฝุ่น” และ “แสง UV”

ฟังก์ชันเพิ่มเติมของเครื่องดูดไรฝุ่นนั้นแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับผู้ผลิต ต่อไปเราจะแนะนำฟังก์ชันเพิ่มเติมเพื่อเป็นตัวช่วยในการพิจารณาเลือกซื้อเครื่องดูดไรฝุ่น

ฟังก์ชันตบไรฝุ่น : ดูดละอองเกสรและตบฝุ่นละออง

ฟังก์ชันตบไรฝุ่น : ดูดละอองเกสรและตบฝุ่นละออง

ฟังก์ชันตบไรฝุ่นเป็นระบบสั่นสะเทือน ช่วยตบไรฝุ่นที่ซ่อนตัวอยู่ในผ้าห่มและฟูกด้วยลูกกลิ้งหรือแปรง แผ่นสั่นสะเทือนจะทำให้ไรฝุ่นที่ติดค้างอยู่ตามเส้นใยผ้าหลุดออกอย่างง่ายดายคล้ายกับการใช้ไม้ตีผ้าห่มหรือฟูกนอน ฟังก์ชันนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการภูมิแพ้หรือแพ้ละอองเกสรดอกไม้เป็นอย่างยิ่ง

แม้ว่าฟังก์ชันนี้จะถูกติดตั้งเป็นฟังก์ชันพื้นฐานสำหรับเครื่องดูดไรฝุ่นที่ใช้งานเฉพาะที่ แต่สำหรับเครื่องดูดไรฝุ่นอเนกประสงค์แล้วบางรุ่นอาจจะไม่มีฟังก์ชันนี้ ดังนั้นควรตรวจสอบให้ดีก่อนพิจารณาเลือกซื้อ

ฟังก์ชันแสง UV : เหมาะสำหรับการกำจัดไรฝุ่น ใกล้เคียงกับการตากแดด

ฟังก์ชั่นแสง UV : เหมาะสำหรับการกำจัดไรฝุ่น ใกล้เคียงกับการตากแดด

ฟังก์ชันแสง UV สามารถช่วยกำจัดไรฝุ่นหรือตัวเรือดบนที่นอนได้ และหากคุณฉายรังสีซ้ำ ๆ ก็จะช่วยลดอัตราการตกค้างของไรฝุ่นและตัวเรือดลง ทั้งยังทำให้ไข่ของไรฝุ่นมีโอกาสฟักออกมาได้น้อย ส่งผลให้สามารถยับยั้งการเกิดใหม่ของไรฝุ่นได้ ดังนั้นเครื่องดูดไรฝุ่นรุ่นที่มีการติดตั้งฟังก์ชันแสง UV จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลาทำความสะอาดที่นอนและผู้ที่อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมที่ไม่สะดวกในการขนฟูกออกไปตากแดด

อย่างไรก็ตามการใช้ฟังก์ชันแสง UV นี้ไม่สามารถทำให้คุณกำจัดไรฝุ่นทั้งหมดได้ในครั้งเดียว ใครที่ต้องการกำจัดไรฝุ่นให้หมดไปอย่างชะงัด แนะนำให้หมั่นใช้ทำความสะอาดเครื่องนอนเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง หรืออาจใช้ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น สเปรย์กำจัดไรฝุ่น ควบคู่กันไป

ฟังก์ชันเซ็นเซอร์ตรวจจับฝุ่น :  ไม่พลาดทุกจุดที่มีฝุ่นหนาแน่น

ฟังก์ชันเซ็นเซอร์ตรวจจับฝุ่น:  ไม่พลาดทุกจุดที่มีฝุ่นหนาแน่น

แม้ฟังก์ชันเซ็นเซอร์ตรวจจับฝุ่นนี้จะดูไม่ค่อยมีความจำเป็นเท่าไหร่นัก แต่กลับช่วยสร้างความสะดวกได้อย่างน่าประหลาดใจ เพราะใช้แสงในการแจ้งให้คุณทราบเมื่อสัมผัสบริเวณที่มีฝุ่นจำนวนมาก ทำให้คุณสามารถทำความสะอาดจุดที่มองข้ามไปได้อย่างพิถีพิถัน ช่วยให้การทำความสะอาดเครื่องนอนเป็นเรื่องง่ายขึ้นและถือเป็นการกระตุ้นให้คุณอยากทำความสะอาดที่นอนได้อีกทาง

7 อันดับ เครื่องดูดไรฝุ่น ยี่ห้อไหนดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

ต่อจากนี้เราจะแนะนำเครื่องดูดไรฝุ่นในรูปการจัดอันดับยอดนิยม อ้างอิงจากรีวิวผู้ใช้งานจริง เพื่อช่วยให้คุณสามารถเลือกเครื่องดูดไรฝุ่นที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสำหรับการใช้งานในบ้านของคุณได้เอง

7. HOMIE เครื่องดูดไรฝุ่น รุ่น BED VAC PLUS

7. HOMIE เครื่องดูดไรฝุ่น รุ่น BED VAC PLUS

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 1,890 บาท

แผ่นสั่นสะเทือนขนาดใหญ่ ช่วยลดเวลาในการทำความสะอาด

เครื่องดูดไรฝุ่นจาก HOMIE กำลังไฟ 400 วัตต์ มีหลอด UV กำจัดแบคทีเรีย เชื้อโรค และระบบปล่อยพลังร้อนมากกว่า 50 องศา ซึ่งความร้อนจะทำให้ไข่ของไรฝุ่นฝ่อจึงช่วยลดการสะสมของไรฝุ่นได้ มาพร้อมแผ่นสั่นสะเทือนขนาดใหญ่ที่ช่วยตบไรฝุ่นที่ซ่อนตัวในที่นอนให้ลอยขึ้นมาและกำจัดได้ง่าย  นอกจากนี้ยังมีแผ่นกรอง HEPA Filter ที่ช่วยในการกรองฝุ่นที่มีขนาดเล็ก ผู้ผลิตเคลมว่ามีประสิทธิภาพในการดักจับถึง 99.7% ทำความสะอาดได้ง่ายโดยใช้น้ำล้าง หลายคนที่ซื้อไปใช้การันตีว่าพลังดูดแรง

ประเภท ใช้เฉพาะที่
น้ำหนัก 1.4 kg โดยประมาณ 
วิธีการเก็บฝุ่น ประเภทตัวกรอง
ฟังก์ชันเพิ่มเติม แสง UV, ฟังก์ชันตบไรฝุ่น, HEPA Filter

6. MBK เครื่องดูดไรฝุ่น รุ่น HM81W

6. MBK เครื่องดูดไรฝุ่น รุ่น HM81W

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 1,890 บาท

ให้ความร้อนสูงถึง 60 องศากำจัดไรฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เครื่องดูดไรฝุ่นจาก MBK  กำลังไฟ 350 วัตต์ มีน้ำหนักที่เบามากเพียง 1.2 kg ทำให้ยกใช้งานสะดวก ด้วยราคาที่เป็นมิตรและคุณภาพระดับดีเยี่ยมจึงถือเป็นเครื่องดูดไรฝุ่นอีกหนึ่งรุ่นที่เราแนะนำ มีระบบหลอด UV ที่ปล่อยความร้อนสูงถึง 60 องศา ช่วยกำจัดแบคทีเรีย เชื้อโรค และไรฝุ่นที่ซ่อนตัวอยู่ในที่นอนได้อย่างมีประสิทธิภาพหากใช้เป็นระยะเวลา 30 นาทีขึ้นไป และระบบกรองฝุ่น HEPA Filter ช่วยดักจับฝุ่นที่มีอนุภาคเล็กที่คุณมองไม่เห็น แต่มีข้อเสียตรงที่แผ่นกรองมีขนาดเล็กจึงต้องถอดออกมาทำความสะอาดบ่อย ๆ

ประเภท ใช้เฉพาะที่
น้ำหนัก 1.2 kg
วิธีการเก็บฝุ่น ประเภทตัวกรอง
ฟังก์ชันเพิ่มเติม แสง UV, HEPA Filter

5. Otto เครื่องดูดฝุ่นยูวี รุ่น HV-095

5.  Otto เครื่องดูดฝุ่นยูวี รุ่น HV-095  

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 3,990 บาท

เทคโนโลยี UV ตัวกรองฝุ่น 2 ชั้น แปรงหมุนช่วยในการกวาด

เครื่องดูดไรฝุ่น UV จาก Otto กำลังไฟ 350 วัตต์ รุ่นนี้ถือเป็นอีกรุ่นที่ผู้ใช้งานจริงพึงพอใจ นอกจากไรฝุ่นแล้วยังสามารถดูดเส้นผม ขนแมวได้ดีในระดับหนึ่ง แม้จะมีข้อเสียคือไม่สามารถดูดตามมุมเตียงหรือซอกเล็ก ๆ ได้เพราะเครื่องมีขนาดค่อนข้างใหญ่ แต่ตัวเครื่องก็มาพร้อมกับเทคโนโลยี UV ช่วยในการกำจัดแบคทีเรีย เชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้ นอกจากนี้ยังมีตัวกรองฝุ่น 2 ชั้น ช่วยดักจับฝุ่นที่มีอนุภาคเล็กได้และแปรงหมุนที่ช่วยในการกวาดไรฝุ่นและเส้นขนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประเภท ใช้เฉพาะที่
น้ำหนัก ไม่ระบุ
วิธีการเก็บฝุ่น ประเภทตัวกรอง
ฟังก์ชันเพิ่มเติม แสง UV, ตัวกรองฝุ่น 2 ชั้น

4. Toshiba เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย รุ่น VC-CLF1CPT

4. Toshiba เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย รุ่น VC-CLF1CPT

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 14,518 บาท

ไร้สาย ทำความสะอาดซอกมุมไหนของที่นอนก็สะดวก

เครื่องดูดไรฝุ่นไร้สายจาก Toshiba คุณภาพสูง มาพร้อมระบบตบที่นอน Power Beater ด้วยมอเตอร์ 1,600 ครั้ง /นาที ช่วยกำจัดสารก่อภูมิแพ้ ไรฝุ่นที่ซ่อนตัวอยู่ในที่นอน และล้อขนาดใหญ่เพื่อการลากไถ่ไปบนที่นอนนุ่ม ๆ ได้อย่างราบรื่น จุดเด่นคือระบบ Micro Tornado ที่มีพลังพลังการดูดที่รุนแรง และ DD Fan Motor สร้างพลังดูด 110,000 รอบ /นาที ช่วยประหยัดเวลาในการดูดซ้ำ มีคุณสมบัติในการบีบอัดเศษฝุ่นเพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นกระจายในระหว่างการใช้งาน ตัวถังบรรจุฝุ่นจุได้ถึง 2 ลิตร ทำให้ไม่ต้องคอยแกะออกมาทิ้งระหว่างทำความสะอาด ถ้างบไม่ใช่ปัญหาสำหรับคุณแล้ว เครื่องดูดไรฝุ่นรุ่นนี้ก็เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่คุณควรพิจารณา

ประเภท ใช้เฉพาะที่
น้ำหนัก 1.8 kg
วิธีการเก็บฝุ่น ประเภทไซโคลน
ฟังก์ชันเพิ่มเติม ฟังก์ชันตบไรฝุ่น, เซ็นเซอร์ตรวจจับฝุ่น, Micro Tornado

3.  Philips เครื่องขจัดไรฝุ่น รุ่น FC6230

3.  Philips เครื่องขจัดไรฝุ่น รุ่น FC6230 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 7,990 บาท

ฝุ่นฝังลึกก็ถูกดูด ด้วยแผ่นสั่นสะเทือนพลังงานสูง

เครื่องดูดไรฝุ่นคุณภาพสูงจาก Philips กำลังไฟสูงถึง 450W ทำให้ดูดไรฝุ่นได้แรง สามารถกำจัดแบคทีเรีย ไรฝุ่น เชื้อโรคที่เป็นสาเหตุหลักของโรคภูมิแพ้ด้วยระบบแสง UV มีแผ่นกรอง HEPA12 ที่ช่วยในการดักจับฝุ่นอนุภาคเล็กได้ถึง 99.5% นอกจากนี้ยังมีระบบตบฝุ่นด้วยแผ่นสั่นสะเทือน 3 แผ่น มีความเร็วในการตบ 10,800 ครั้งต่อนาที ซึ่งทำให้คุณหมดกังวลกับไรฝุ่นที่หลบซ่อนอยู่ในที่นอน ฝุ่นที่ดูดออกมาได้จะถูกนำไปเก็บที่กล่องเก็บฝุ่นทันที หมดปัญหาฝุ่นฟุ้งกระจาย แต่รุ่นนี้มีน้ำหนักค่อนข้างมาก แม่บ้านที่ใช้งานอาจเกิดอาการเมื่อยล้าแขนเมื่อใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานได้

ประเภท ใช้เฉพาะที่
น้ำหนัก 3 kg
วิธีการเก็บฝุ่น ประเภทตัวกรอง
ฟังก์ชันเพิ่มเติม แสง UV, HEPA12

2. HOMU เครื่องดูดไรฝุ่นและฆ่าเชื้อโรค Vacuum UV Cleaner รุ่น S1

2. JOWSUA เครื่องดูดไรฝุ่นและฆ่าเชื้อโรค รุ่น S1

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 2,682 บาท

หลอด UV-C ฆ่าเชื้อโรคได้ 99%

เครื่องดูดไรฝุ่นและฆ่าเชื้อโรคระบบเสียบสายจาก JOWSUA รุ่นนี้ถือเป็นอีกหนึ่งในเครื่องดูดไรฝุ่นที่ได้รับความนิยม เนื่องจากมีราคาย่อมเยาและคุณสมบัติที่ได้นั้นเกินคุ้ม ด้วยกำลังไฟ 400W ทำให้ดูดได้แรง สามารถฆ่าตัวเรือดตัวไร แบคทีเรีย เชื้อโรค ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคภูมิแพ้ด้วยหลอด UV และพลังลมร้อนที่สูงถึง 60 องศา พร้อมด้วยระบบกรอง HEPA fillter ที่ช่วยกรองฝุ่นอนุภาคเล็ก สามารถถอดล้างทำความสะอาดได้ นอกจากนี้ยังมีแผ่นสั่นสะเทือนที่ช่วยในการตบไรฝุ่นที่ซ่อนตัวอยู่ออกจากที่นอนอีกด้วย

ประเภท ใช้เฉพาะที่
น้ำหนัก 1.75 kg
วิธีการเก็บฝุ่น ประเภทตัวกรอง
ฟังก์ชันเพิ่มเติม แสง UV,  HEPA fillter, ฟังก์ชันตบไรฝุ่น

1. Mister Robot Bed Vacuum Cleaner

1. Mister Robot Bed Vacuum Cleaner

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 1,690 บาท

พลังดูด Super Power ประหยัดเวลาและสะอาดหมดจด

เครื่องดูดไรฝุ่นจาก Mister Robot ระบบสายเสียบรุ่นนี้เป็นสินค้าที่ได้รับรีวิวถล่มทลายในเว็บออนไลน์ ผู้ใช้งานจริงส่วนใหญ่พอใจในการใช้งาน ด้วยพลังดูด Super Power ทำให้มั่นใจได้ว่าที่นอนของคุณจะสะอาดไร้ซึ่งไรฝุ่น แถมมีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา ถือได้ด้วยมือเดียวได้สบาย ๆ สามารถกำจัดเชื้อโรคและแบคทีเรียด้วยหลอด UV และพลังลมร้อนที่สูงถึง 60 องศา นอกจากนี้ยังมีระบบตบที่นอนด้วยแรงสั่นสะเทือน ทำให้ไรฝุ่นที่หลบซ่อนตัวอยู่ออกมา และแผ่นกรอง HEPA Filter เพื่อดักฝุ่นที่มีอนุภาคขนาดเล็ก อนุภาคจะถูกกักขังอยู่ภายในเส้นใย ซึ่งมีประสิทธิภาพในการดักฝุ่นถึง 99.7% ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าฝุ่นในห้องจะถูกกำจัดอย่างมีประสิทธิภาพ

ประเภท ใช้เฉพาะที่
น้ำหนัก 1.4 kg
วิธีการเก็บฝุ่น ประเภทตัวกรอง
ฟังก์ชันเพิ่มเติม แสง UV, ฟังก์ชันตบไรฝุ่น, HEPA Filter

วิธีการใช้เครื่องดูดไรฝุ่นอย่างมีประสิทธิภาพและความถี่การใช้งานที่แนะนำ

วิธีการใช้เครื่องดูดไรฝุ่นอย่างมีประสิทธิภาพและความถี่การใช้งานที่แนะนำ

เนื่องจากไรฝุ่นบนที่นอนนั้นมีปริมาณเยอะมากจนน่าตกใจ ดังนั้นคุณจึงควรใช้เครื่องดูดไรฝุ่นทำความสะอาดเครื่องนอนของคุณทุก ๆ 3 วัน แต่ถ้าคุณมีปัญหาโรคภูมิแพ้ แพ้อากาศ อย่างน้อยก็ควรใช้เครื่องดูดไรฝุ่นสัปดาห์ละครั้งเพื่อสุขภาพที่ดี

นอกจากนี้ก่อนใช้เครื่องดูดไรฝุ่น คุณต้องทำให้ห้องมืดลงราว ๆ หนึ่งชั่วโมงเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้ตัวไรออกมาจากที่นอน หลังจากนั้นค่อย ๆ ดูดไรฝุ่นประมาณ 30 วินาทีต่อตารางเมตร เพื่อการกำจัดไรฝุ่นอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ถึงแม้เราจะไม่สามารถกำจัดตัวไรได้อย่างถอนรากถอนโคนด้วยการใช้เครื่องดูดไรฝุ่นเพียงครั้งเดียว แต่อย่างน้อยก็สามารถลดจำนวนของไรฝุ่นและการฟักของไรฝุ่นด้วยความร้อนได้

บทส่งท้าย

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ? สำหรับการจัดอันดับเครื่องดูดไรฝุ่นยอดนิยม เครื่องดูดไรฝุ่นถือเป็นไอเทมที่แนะนำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่คอนโดหรือหอพักค่ะ เนื่องจากไม่สามารถนำผ้าห่มหรือฟูกออกมาตากแดดได้อย่างสะดวกด้วยเพราะพื้นที่ระเบียงที่มีจำกัดและความหนักของฟูก นอกจากนี้ในครอบครัวที่มีเด็กเล็กหรือครอบครัวที่เลี้ยงสัตว์ในบ้านก็ควรมีติดไว้สักเครื่องนะคะ สำหรับครั้งนี้เราหวังว่าบทความแนะนำเครื่องดูดไรฝุ่นจะทำให้การทำความสะอาดที่นอนของคุณเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้นค่ะ

Popular Posts