7 อันดับ หม้ออัดแรงดัน ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2019

7 อันดับ หม้ออัดแรงดัน ยอดฮิตขายดีที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2019

การใช้หม้ออัดแรงดันในการประกอบอาหารนั้นทำให้ชีวิตการทำครัวของคุณสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เนื่องจากสามารถลดระยะเวลาในการทำอาหารได้มาก โดยเฉพาะอาหารจำพวกขาหมู, สตูว์, แกงกะหรี่, เนื้อตุ๋น อีกทั้งยังช่วยประหยัดค่าแก๊สและค่าไฟฟ้าอีกด้วย ถ้าคุณใช้งานหม้ออัดแรงดันเป็นและสามารถควบคุมมันได้ดี ไอเทมนี้จะกลายเป็นลูกรักของคุณไปในทันที หม้ออัดแรงดันมีวางจำหน่ายอยู่หลายรุ่น ซึ่งมีราคาแตกต่างกันออกไป

ดังนั้นในครั้งนี้เราจะแนะนำหม้ออัดแรงดันยอดนิยมในรูปแบบการจัดอันดับพร้อมกับวิธีการเลือกหม้ออัดแรงดัน อ้างอิงจากวิธีการใช้งาน ความจุของหม้อ เพื่อช่วยให้คุณเลือกหม้ออัดแรงดันคู่ครัวของคุณได้อย่างเหมาะสม

สารบัญ

วิธีเลือกหม้ออัดแรงดัน

วิธีการเลือกหม้ออัดแรงดันนั้นขึ้นอยู่กับอาหารที่คุณทำเป็นประจำและสไตล์การทำอาหารของคุณ ในบทความด้านล่าง เราขอแนะนำจุดสำคัญในการเลือกหม้ออัดแรงดันที่เหมาะสมกับสไตล์การทำอาหารของคุณ โดยคำนึงถึงคุณสมบัติของหม้ออัดแรงดันแต่ละประเภท

เลือกจากประเภทของหม้ออัดแรงดัน

หม้ออัดแรงดันแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ ประเภทมีเสียงเตือนและประเภทสปริง แต่ละประเภทมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป ดังนั้นมาเลือกหม้ออัดแรงดันที่เหมาะสมกับการใช้งานของคุณกันเถอะค่ะ

ประเภทมีเสียงเตือน ทำให้รู้ว่าหม้อเริ่มใช้แรงดัน

ประเภทมีเสียงเตือน ทำให้รู้ว่าหม้อเริ่มใช้แรงดัน 

หม้ออัดแรงดันประเภทมีเสียงเตือนนี้มีข้อดีคือเมื่อมีแรงดันในหม้อ หม้อจะสั่นและมีเสียงออกมาจากช่องระบายไอน้ำตรงฝา ทำให้คุณสามารถกะเวลาในการปรุงอาหารได้ง่ายยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นใช้หม้ออัดแรงดัน เพราะมีความเสี่ยงที่จะเกิดความล้มเหลวในการทำอาหารน้อย นอกจากนั้นแล้วหม้อประเภทนี้ยังช่วยขจัดปัญหาในการปรุงอาหารสำหรับคนที่ไม่ชอบทำอาหารประเภทที่ต้องคอยเปิดหม้อตรวจเช็คตลอดเวลา และคนที่ชอบประกอบอาหารประเภทตุ๋น เคี่ยว อีกด้วย

อย่างไรก็ตามสำหรับบ้านที่มีเด็กทารก เสียงของหม้อประเภทนี้อาจจะดังจนรบกวนการนอนของเขาและยิ่งไปกว่านั้นอาจทำให้เด็ก ๆ ตกใจกลัวได้

ประเภทสปริง เสียงเงียบขณะใช้งาน

ประเภทสปริง เสียงเงียบขณะใช้งาน 

หม้ออัดแรงดันประเภทสปริง มีคุณสมบัติทำอาหารได้อย่างเงียบ ๆ แนะนำสำหรับผู้ที่ไม่ชอบเสียงดังขณะใช้งาน นอกจากนี้ยังสามารถปรับระดับแรงดันได้ตามประเภทอาหาร เช่น ประเภทผักใช้แรงดันต่ำ ส่วนขาหมู, ซี่โครงหมู, เนื้อวัวที่เปื่อยยากใช้แรงดันสูง แถมยังเปลี่ยนวิธีการประกอบอาหารตามส่วนผสมของอาหารได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเหมาะกับเชฟหรือแม่บ้านที่ต้องการทำสูตรอาหารที่หลากหลายมากเลยทีเดียว

คุณสามารถตรวจสอบแรงดันขณะปรุงอาหารโดยการดูจากการตั้งขึ้นของหมุด/ปุ่มแสดงผล อย่างไรก็ตามเนื่องจากหมุด/ปุ่มเล็ก ๆ นั้นไม่มีเสียง หากคุณไม่คุ้นเคยกับการใช้งาน คุณจำเป็นต้องจับตาดูหมุด/ปุ่มแสดงผลจนกว่าหม้อจะใช้แรงดัน ซึ่งอาจจะไม่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการปรุงอาหารโดยไม่ต้องการการตรวจเช็ค ใส่ลงหม้อแล้วจบ หรือผู้เริ่มต้นที่ยังไม่คุ้นเคยกับการใช้หม้อแรงดัน

ตรวจสอบวัสดุที่ใช้ผลิตหม้อซึ่งมีผลต่อเวลาในการหุง

ลำดับต่อไปที่เราต้องตรวจสอบคือ วัสดุที่ใช้ผลิตหม้อ ซึ่งมีผลต่อระยะเวลาที่ใช้ในการประกอบอาหารและความสะดวกในการจัดการ มาดูรายละเอียดด้านล่างกันดีกว่าค่ะ

หม้ออลูมิเนียม ร้อนเร็ว น้ำหนักเบา

หม้ออลูมิเนียม ร้อนเร็ว น้ำหนักเบา

เนื่องจากอลูมิเนียมมีคุณสมบัตินำความร้อนได้ดี เมื่อนำมาผลิตหม้ออัดแรงดันเลยทำให้หม้อสามารถใช้แรงดันได้อย่างรวดเร็ว เมื่อคุณต้องการลดระยะเวลาในการประกอบอาหาร เราแนะนำให้ใช้อลูมิเนียม นอกจากนี้วัสดุอลูมิเนียมยังมีน้ำหนักเบาทำให้คุณสามารถยกถือและล้างทำความสะอาดหม้อได้สะดวก

อย่างไรก็ตามอลูมิเนียมไม่มีคุณสมบัติเก็บความร้อนทำให้อาหารเย็นตัวเร็ว ดังนั้นจึงไม่เหมาะสำหรับอาหารที่ควรเก็บความร้อนตลอดเวลา และด้วยความที่ไม่ถูกกับกรดด่างจึงดำและเป็นรอยได้ง่าย ทำให้อีกจุดหนึ่งที่ควรระวังในการใช้หม้ออลูมิเนียมทำอาหารคือ การใส่น้ำส้มสายชูในตัวหม้อนั่นเอง

หม้อสเตนเลส เก็บความร้อนสูง ทำให้อาหารยังคงอุ่นอยู่ได้นาน

หม้อสเตนเลส เก็บความร้อนสูง ทำให้อาหารยังคงอุ่นอยู่ได้นาน 

หม้ออัดแรงดันที่ทำจากสเตนเลสเหมาะกับผู้ที่ต้องการทำอาหารที่ใช้ความร้อนสูง แม้เวลาใช้งานจะต้องรอสักพักเพื่อให้หม้อปรับแรงดัน แต่เมื่อหม้อร้อนแล้วจะสามารถเก็บความร้อนได้นาน เหมาะสำหรับการทำอาหารตุ๋น เช่น ขาหมู, สตูว์เนื้อ, เนื้อตุ๋น และอื่น ๆ

อย่างไรก็ตามสเตนเลสก็มีข้อเสียในเรื่องของน้ำหนัก คุณต้องพิจารณาส่วนผสมที่ใส่ลงในหม้อและต้องกะน้ำหนักให้เพียงพอ ไม่เช่นนั้นอาจทำให้ยกถือเคลื่อนย้ายหม้อลำบากเอาได้  แต่ในเรื่องของการบำรุงรักษา สเตนเลสถือว่ามีจุดเด่นคือ ยากต่อการขูดขีด ทำความสะอาดง่าย แถมมีประกายเงางาม ยากต่อการเกิดสนิมหรือสิ่งสกปรก

หม้อที่ทำจากวัสดุผสมสเตนเลสกับอลูมิเนียม ง่ายต่อการทำอาหาร

 หม้อที่ทำจากวัสดุผสมสเตนเลสกับอลูมิเนียม ง่ายต่อการทำอาหาร

เนื่องจากอลูมิเนียมมีคุณสมบัตินำความร้อนได้ง่าย ส่วนสเตนเลสก็มีฉนวนความร้อนสูงสามารถเก็บความร้อนได้ดี ยากที่จะตัดใจเลือกแบบใดแบบหนึ่ง เราจึงขอแนะนำให้เลือกหม้อแบบผสม มีอลูมิเนียมคั่นกลางระหว่างชั้นสเตนเลส ถือเป็นแบบตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพราะมีการนำจุดเด่นของทั้งสเตนเลสและอลูมิเนียมมาใช้ประโยชน์

อย่างไรก็ตามมันหม้อแบบผสมก็จะมีราคาที่สูงขึ้นกว่าปกติ แต่ในแง่ของความสะดวกและคุณสมบัติในการใช้งานที่มีประสิทธิภาพแล้ว ก็เป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ หากคุณมีงบไม่จำกัด หม้ออัดแรงดันแบบหลายชั้นก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดี

เลือกค่าแรงดันตามประเภทอาหาร

เลือกค่าแรงดันตามประเภทอาหาร

ค่าแรงดันของหม้ออัดแรงดันก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ควรตรวจสอบเช่นกัน ค่าความดันจะแสดงหน่วยเป็น kPa (กิโลปาสคาล) และยิ่งค่าความดันสูงขึ้นเท่าใดอุณหภูมิในหม้อก็จะสูงขึ้น ทำให้สามารถย่นระยะเวลาในการประกอบอาหารได้หลายเท่า อย่างไรก็ตามแม้ว่าค่าแรงดันของหม้อจะสูง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับการใช้ประกอบอาหารทุกประเภท ค่าความดันที่เหมาะสมจะแตกต่างกันไปตามส่วนผสมในอาหารที่คุณจะปรุง

ยกตัวอย่างเช่น แรงดันสูงเหมาะสำหรับอาหารประเภทเนื้อสัตว์และส่วนผสมที่แข็ง เช่น หัวไชเข้า มันเทศ ฟักทอง ในทางตรงกันข้ามสำหรับอาหารประเภทผักที่ไม่ต้องการต้มให้เปื่อย การใช้แรงดันต่ำจะเหมาะสมกว่า เป็นต้น ค่าแรงดันสูงจะอยู่ที่ประมาณ 90 kPa ขึ้นไป ส่วนค่าแรงดันต่ำจะอยู่ที่ 50 ~ 70 kPa ถ้าไม่ได้ทำอาหารเฉพาะเจาะจง จะเลือกหม้อแรงดันแบบทั่วไปก็คงไม่มีปัญหา แต่ถ้าคุณต้องการทำอาหารหลายประเภท แนะนำให้เลือกหม้ออัดแรงดันที่สามารถปรับแรงดันสูง-ต่ำได้

เลือกความจุของหม้อ โดยคำนวณจาก “จำนวนคนครอบครัว + 1 L”

เลือกความจุของหม้อ โดย "จำนวนคนครอบครัว + 1 L"

สิ่งที่ควรคำนึงถึงเสมอเมื่อใช้หม้ออัดแรงดัน คือปริมาณของส่วนผสมที่สามารถใส่ในหม้อนั้นเป็นเพียง 1 ใน 3 หรือ 2 ใน 3 ของขนาดของหม้อเท่านั้น เพราะถ้าใส่มากกว่านี้อาจทำให้เกิดอันตรายได้ ด้วยเหตุนี้จึงขอแนะนำให้คุณเลือกหม้อที่ความจุเยอะและขนาดใหญ่ไว้ก่อน

ยกตัวอย่างเช่น หม้อความดัน 4.5 ลิตรถ้าใช้หุงข้าวจะสามารถหุงข้าวได้ 4 ถ้วยและทำอาหารประเภทสตูว์หรือแกงกะหรี่ได้ 8 จาน ส่วนหม้อแรงดันความจุขนาด 2.5 ลิตรจะสำหรับครอบครัวสองคน ขนาด 5 ลิตรสำหรับครอบครัวสี่คน เมื่อคุณไม่ทราบว่าจะเลือกหม้ออัดแรงดันขนาดไหนดี ให้คำนวณโดยใช้สูตร “จำนวนสมาชิกในครอบครัว + 1 L”

อย่าลืมตรวจสอบว่าใช้กับเตาประเภทไหนได้บ้าง

อย่าลืมตรวจสอบว่าใช้กับเตาประเภทไหนได้บ้าง

สิ่งสุดท้ายที่ต้องตรวจสอบ คือสามารถใช้กับเตาประเภทไหนได้บ้าง หากตอนนี้ที่บ้านคุณใช้เตาแก๊ส แต่ในอนาคตมีแผนที่ต้องย้ายที่อยู่ไปอยู่คอนโดซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะใช้เตาแม่เหล็กไฟฟ้า อาจจะเป็นการยากที่จะขอคืนหม้อแรงดันโดยเฉพาะในกรณีที่คุณซื้อหม้อแรงดันราคาแพง ทำให้สิ้นเปลืองเมื่อคุณไม่สามารถใช้งานมันได้ ดังนั้นก่อนซื้อก็ควรตรวจสอบให้ดีเสียก่อน

7 อันดับ หม้ออัดแรงดัน ยี่ห้อไหนดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

ลำดับต่อไปเราจะแนะนำสินค้ายอดนิยมโดยการจัดอันดับแนะนำ ซึ่งอ้างอิงจากรีวิวของผู้ใช้งานจริงและเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย มาเลือกหม้ออัดแรงดันที่เหมาะสมกับการใช้งานของคุณกันเถอะ

7. Fagor หม้ออัดแรงดัน รุ่น Rapid Xpress – 4 L

7. Fagor หม้ออัดแรงดัน รุ่น Rapid Xpress - 4 L

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 3,800 บาท

ฝาล็อกอัตโนมัติ พร้อมระบบวาล์วที่ควบคุมปรับแรงดันได้

หม้ออัดแรงดันขนาด 4 ลิตร เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิก 3 คนหรือที่ทำอาหารจำนวนไม่เยอะมาก ผลิตจากสเตนเลส ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยเก็บความร้อน และมีการเคลือบก้นด้วยสารที่นำความร้อนและกระจายความร้อนได้อย่างทั่วถึง สามารถทำอาหารได้หลายอย่างทั้งต้ม ตุ๋น แกงและเคี่ยว มีระบบ Safety ที่มีคุณภาพ เช่น ฝาล็อกอัตโนมัติ ไม่สามารถเปิดฝาขณะที่ในหม้อยังมีแรงดันได้ และระบบวาล์วที่สามารถปรับแรงดันได้ 2 ระดับ

วัสดุ สเตนเลส
ขนาด ไม่ระบุ
ค่าความดัน ไม่ระบุ
ความจุ 4 ลิตร
ประเภทเตา  เตาทุกชนิด รวมทั้งเตาแม่เหล็กไฟฟ้า

6. HHsociety หม้อต้มอัดแรงดัน 9 ลิตร ขนาด 26 ซม.

6. HHsociety หม้อต้มอัดแรงดัน 9 ลิตร ขนาด 26 ซม.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 2,890 บาท

ทำอาหารได้มากจุใจ เหมาะสำหรับครอบครัวใหญ่

หม้ออัดแรงดันใบนี้เหมาะสำหรับครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิก 5-8 คน ค่าแรงดันอยู่ที่ประมาณ 63-77 kPa ซึ่งน้อยกว่ายี่ห้ออื่นเล็กน้อย แต่ก็สามารถประกอบอาหารได้หลายประเภททั้งต้ม ตุ๋น เคี่ยว นอกจากนี้ยังมีระบบ Safety ที่มีประสิทธิภาพ ได้แก่ ระบบล็อกด้าม ทำให้ไม่สามารถเปิดฝาหม้อได้หากภายในหม้อยังมีแรงดัน วาว์ลระบายไอน้ำและแรงดัน รวมไปถึงเสียงเตือนเมื่อแรงดันสูงเกินกำหนด

วัสดุ อลูมิเนียม
ขนาด 27.5 x 27.5 x 25 ซม.
ค่าความดัน 63-77 kPa
ความจุ 9 ลิตร
ประเภทเตา เตาทุกชนิด รวมทั้งเตาแม่เหล็กไฟฟ้า

5. Lulla Link หม้อตุ๋นแรงดัน 9 ลิตร

5. Lulla Link หม้อตุ๋นแรงดัน 9 ลิตร

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 1,219 บาท

ราคาย่อมเยา น้ำหนักไม่เยอะมาก ยกถือสะดวก

หม้ออัดแรงดันรุ่นนี้เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกไม่เกิน 8 คน ผลิตจากอลูมิเนียมซึ่งนำความร้อนได้ดีกว่าสเตนแลส แม้จะมีข้อเสียคือไม่แข็งแรงคงทนเท่าสเตนเลส แต่ในราคาเท่านี้ก็ถือว่าคุ้มค่า ช่วยประหยัดเวลาในการทำอาหารประเภทตุ๋น ต้ม เคี่ยว ให้น้อยลง 2-3 เท่า นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดค่าแก๊สในการตุ๋นเนื้อหรือขาหมูอีกด้วย น้ำหนักของหม้ออยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ประมาณ 2.4 kg ยกเคลื่อนย้ายได้ไม่ลำบาก

วัสดุ อลูมิเนียม
ขนาด 26 x 26 x 24 ซม.
ค่าความดัน 90 kPa
ความจุ 9 ลิตร
ประเภทเตา ไม่ระบุ

4. Seagull หม้ออัดแรงดัน 6 ลิตร

4. Seagull หม้ออัดแรงดัน 6 ลิตร

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 3,900 บาท

ผลิตจากสเตนเลสอย่างดี คุณสมบัติช่วยเก็บความร้อน

หม้ออัดแรงดันคุณภาพจาก Seagull เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลางที่มีสมาชิก 4-5 คน ตัวหม้อผลิตจากสเตนเลสอย่างดี มีความทนทาน สมราคา สามารถใช้ประกอบอาหารได้หลากหลายประเภท เช่น ต้ม ตุ๋น เคี่ยว ประหยัดเวลาและพลังงานในการทำครัว ข้อควรระวังของการใช้หม้อรุ่นนี้คือ ควรหลีกเลี่ยงการใส่กรด เกลือ หรือด่างเข้มข้น เช่น น้ำปลา น้ำมะนาว น้ำสมสายชูลงในหม้อโดยตรง เพราะจะทำให้สนิมขึ้นหรือผุกร่อนได้

วัสดุ สเตนเลส
ขนาด 28.1 x 43.3 x 25.5 ซม.
ค่าความดัน ไม่ระบุ
ความจุ 6 ลิตร
ประเภทเตา เตาทุกชนิด รวมทั้งเตาแม่เหล็กไฟฟ้า

3. MBK HM93 หม้อแรงดัน ขนาด 24cm หม้อตุ๋นอัดแรงดัน

3. MBK HM93 หม้อแรงดัน ขนาด 24cm หม้อตุ๋นอัดแรงดัน 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 1,299 บาท

ทำจากอลูมิเนียมเนื้อหนา ราคาไม่แพง เหมาะสำหรับผู้ที่มีงบจำกัด

หม้ออัดแรงดันจาก MBK รุ่นนี้ ผลิตจากอลูมิเนียมหนา แข็งแรงและยังมีคุณสมบัติในการนำความร้อนได้ดี ทำให้หม้อร้อนง่ายและเร็ว ตุ๋นเนื้อให้เปื่อยได้ทันใจ ช่วยลดระยะเวลาในการประกอบอาหาร สามารถใช้ทำอาหารได้หลายประเภททั้งต้ม ตุ๋น นึ่ง เคี่ยว รีวิวผู้ใช้งานจริงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างพอใจ ด้วยราคาที่ไม่แพงมากจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีงบจำกัด

วัสดุ อลูมิเนียม
ขนาด 24 ซม. (ความกว้างปากหม้อ)
ค่าความดัน ไม่ระบุ
ความจุ 5-7 ลิตร (อ้างอิงจากรีวิว)
ประเภทเตา ไม่ระบุ

2. KASHIWA หม้อตุ๋นอัดแรงดัน 9L รุ่น TBL-685

2. KASHIWA หม้อตุ๋นอัดแรงดัน 9L รุ่น TBL-685

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 1,890 บาท

ตอบโจทย์การทำอาหารในครอบครัวใหญ่ ค่าแรงดันสูงสุดที่ 80 kPa

หม้อตุ๋นอัดแรงดันจาก KASHIWA รุ่นนี้เหมาะสำหรับการทำอาหารในครอบครัวที่มีสมาชิกไม่เกิน 8 คน ตัวหม้อผลิตจากสเตนเลส มีราคาย่อมเยาเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นที่ผลิตจากวัสดุเดียวกัน รีวิวผู้ใช้งานจริงอยู่ในระดับที่น่าพอใจ เพราะสามารถประหยัดเวลาในการทำอาหารประเภทตุ๋นได้มาก โดยใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง ค่าแรงดันสูงสุดที่ 80 kPa ประกอบอาหารได้ทั้งประเภทผักและเนื้อสัตว์

วัสดุ สเตนเลส
ขนาด 26 x 24 x 0.4 ซม.
ค่าความดัน 80 kPa
ความจุ 9 ลิตร
ประเภทเตา เตาแก๊ส

1. Tefal หม้ออัดแรงดัน 7 ลิตร รุ่น Secure 5 Neo P2530842

1. Tefal หม้ออัดแรงดัน 7 ลิตร รุ่น Secure 5 Neo P2530842

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 5,586 บาท

ระบบ Safety ดี วาล์วระบายอากาศ ระบบล็อคฝาปิดอัตโนมัติ

หม้ออัดแรงดันจาก Tefal รุ่นนี้เหมาะสำหรับครอบครัวสมาชิก 5-6 คน เคลือบก้นด้วยอินดัคชั่นซึ่งช่วยในเรื่องของการกระจายความร้อนอย่างทั่วถึง ปลอดภัยในการใช้งานด้วยระบบ Safety วาล์วระบายอากาศที่ช่วยควบคุมปรับลดแรงดันให้เหมาะสม แต่ควรระวังไม่ให้เศษอาหารติดในรูระบายอากาศก่อนใช้งานทุกครั้ง พร้อมกันนี้ก็มีซีลยางกันการเดือดล้นและปุ่มแสดงสถานะแรงดัน เนื้อหม้อหนาแถมยังใช้งานง่าย ถูกใจคนชอบทำอาหารกันไปเต็ม ๆ

วัสดุ สเตนเลส
ขนาด 45.1 x 29.1 x 28.2 ซม.
ค่าความดัน 50 – 80 kPa
ความจุ 7 ลิตร
ประเภทเตา เตาทุกชนิด รวมทั้งเตาแม่เหล็กไฟฟ้า

ข้อควรระวังในการใช้หม้ออัดแรงดัน

ข้อควรระวังในการใช้หม้ออัดแรงดัน

หม้ออัดแรงดันมีคุณสมบัติช่วยลดระยะเวลาในการประกอบอาหารโดยการใช้แรงอัดกับส่วนผสมอาหาร แต่เนื่องจากการใช้หม้ออัดแรงดันอย่างไม่ถูกวิธีมีความเสี่ยงที่จะทำให้ระเบิดจนเกิดการบาดเจ็บและความเสียหายต่อบ้านได้ ดังนั้นคุณจึงศึกษาวิธีการใช้หม้ออัดแรงดันอย่างถูกต้องจากคู่มือใช้งานและใช้ด้วยความระมัดระวัง

ก่อนใช้งานควรตรวจสอบว่าชิ้นส่วนของหม้ออัดแรงดันพร้อมหรือไม่ เช่น รูระบายถูกอุดตันด้วยเศษอาหารหรือเปล่า, ใส่อาหารและน้ำมากเกินไปจนทำให้ส่วนผสมหนาแน่นเกินขีดความสามารถของหม้อไหม เนื่องจากการใช้หม้อแรงดันต้องเหลือพื้นที่ว่างไว้ส่วนหนึ่งด้วย จากนั้นก่อนเปิดแก๊สต้องปิดฝาให้สนิทและตัวล็อกหมุนไปในทิศทางที่ปลอดภัย แนะนำว่าควรเลือกหม้อที่มีระบบเซฟติวาล์ว

ขั้นตอนการใช้งานขั้นแรกคือ เปิดแก๊สด้วยความร้อนสูงและลดไฟห้อยู่ในระดับต่ำเมื่อแรงดันเริ่มทำงาน ระหว่างทำอาหารห้ามเปิดฝาหม้อเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดการระเบิดได้ และแม้ว่าจะประกอบอาหารเสร็จเรียบร้อยแต่คุณสามารถเปิดฝาได้หลังจากแรงดันภายในของหม้อลดลงแล้วเท่านั้น ถ้าคุณดันทุรุงเปิดฝาในขณะที่ยังมีแรงดันภายในหม้อ อาจมีอันตรายจากการระเบิดของไอน้ำร้อน กระจายโดนหน้าทำให้เสียโฉมได้ ดังนั้นควรรอเวลาให้เย็นลงสักพักแล้วค่อยเปิดฝาปรุงรสให้เสร็จสมบูรณ์ แต่ส่วนใหญ่แล้วหม้ออัดจะมีกลไกที่ทำให้ฝาเปิดไม่ขึ้นเพื่อความปลอดภัย อย่างไรก็ตามควรตรวจสอบกับผู้ขายก่อนซื้ออีกครั้ง

นอกจากนี้โปรดปฏิบัติตามคำแนะนำของในคู่มือของแต่ละผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด เช่น ความจุที่สามารถใส่อาหารได้, วิธีการระบายความร้อนอย่างรวดเร็วเมื่อคุณต้องการเปิดฝาอย่างเร่งด่วน, การใส่ส่วนผสมของอาหารบางอย่างที่อาจทำให้เกิดอันตรายได้ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

บทส่งท้าย

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ? กับการจัดอันดับแนะนำหม้ออัดแรงดัน สำหรับผู้ที่ไม่เคยใช้หม้ออัดแรงดันรู้สึกอยากจะลองใช้ขึ้นมาบ้างไหมคะ การทำอาหารโดยใช้หม้ออัดแรงดันนั้นอาจจะดูยาก แต่ถ้าคุณชินกับมันแล้ว หม้ออัดแรงดันจะถือเป็นไอเทมที่ใช้งานได้ง่ายและทำให้ชีวิตของคุณสะดวกสบายขึ้นมาก

หม้ออัดแรงดันที่เราได้ทำการจัดอันดับแนะนำในบทความนี้มีความจุที่แตกต่างกันและสามารถใช้งานได้ในระยะยาว ดังนั้นเราหวังว่าคุณจะสามารถค้นหารุ่นที่คุณถูกใจและพิจารณาเลือกให้เหมาะกับวัตถุประสงค์การใช้งานและมีความจุที่เพียงพอสำหรับจำนวนสมาชิกในครัวเรือน

Popular Posts