10 อันดับ ดัมเบล ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2019

“ดัมเบล ” ถือเป็นอุปกรณ์สำคัญและยอดนิยมมากสำหรับการออกกำลังกายในหลากหลายความต้องการ ไม่ว่าจะเป็น การออกกำลังกายเพื่อควบคุมน้ำหนัก การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มขนาดของกล้ามเนื้อ หรือเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกาย ซึ่งดัมเบลนั้นมีหลากหลายรูปแบบ รวมไปถึงหลากหลายวัสดุ และการใช้งานก็มีความแตกต่างกันออกไป ซึ่งแน่นอนว่าอาจจะทำให้หลายคนงุนงงได้

ดังนั้นในบทความนี้ ผมจะมาไขข้อสงสัยและพาทุกคนไปรู้จักกับวิธีการเลือกดัมเบลให้เหมาะสม รวมไปถึงการจัดอันดับดัมเบลยอดฮิตขายดี 10 อันดับ ซึ่งเราจะแนะนำดัมเบลหลายรูปแบบรวมไปถึงการใช้งานอย่างเหมาะสมให้คุณได้เลือกสรรให้เข้ากับการใช้งานของคุณ อีกทั้งคุณยังสามารถหาซื้อออนไลน์ได้เพียงแค่คลิกเดียว ไม่จำเป็นต้องขับรถไปซื้อและถือกลับบ้านให้หนักตามห้างสรรพสินค้าอีกต่อไป อยากรู้แล้วก็ตามมาอ่านกันเลยครับ 

สารบัญ

วิธีการเลือกดัมเบล

แม้ดัมเบลจะมีขนาด น้ำหนัก และรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป แต่เมื่อคุณอ่านวิธีการเลือกของเราแล้ว  มั่นใจได้เลยครับว่า คุณจะได้ดัมเบลที่ตอบโจทย์กับการออกกำลังกายของคุณอย่างแน่นอน

เลือกให้สอดคล้องกับรูปแบบการฝึก

ปกติแล้วดัมเบลจะมีด้วยกัน 2 รูปแบบคือ แบบน้ำหนักคงที่ ซึ่งไม่สามารถปรับน้ำหนักได้ กับอีกแบบคือ แบบปรับน้ำหนักได้ ซึ่งสามารถใส่น้ำหนักเพิ่มเข้าไปได้ในดัมเบลนั่นเอง ซึ่งทั้งสองแบบก็จะมีความแตกต่างกัน

แบบปรับน้ำหนักไม่ได้ เหมาะกับผู้เริ่มต้นที่ใช้น้ำหนักเดิม

แบบปรับน้ำหนักไม่ได้ เหมาะกับผู้เริ่มต้นที่ใช้น้ำหนักเดิม 

แบบปรับน้ำหนักไม่ได้ จะเหมาะมากกับการเทรนนิ่งที่ใช้น้ำหนักเดิมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโดยส่วนมากมักจะเป็นการออกกำลังกายของผู้หญิง และผู้ที่เริ่มต้นออกกำลังกายใหม่ ๆ เพื่อความทนทานของกล้ามเนื้อมากกว่าการเพิ่มขนาดกล้ามเนื้อในระยะยาว อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการเพิ่มน้ำหนัก ก็จำต้องซื้อขนาดใหม่เข้ามาเรื่อย ๆ ซึ่งต้องคำนึงถึงพื้นที่ในการจัดเก็บภายในบ้านหรือคอนโดของคุณด้วยเช่นกัน

แบบปรับน้ำหนักได้ เหมาะกับผู้ฝึกมาสักระยะ และต้องการใช้น้ำหนักมากขึ้น

แบบปรับน้ำหนักได้ เหมาะกับผู้ฝึกมาสักระยะ และต้องการใช้น้ำหนักมากขึ้น 

แบบปรับน้ำหนักได้ เหมาะกับคนที่มีโปรแกรมออกกำลังกายที่ต้องใช้น้ำหนักที่หลากหลาย โดยคุณสามารถลดหรือเพิ่มน้ำหนักได้โดยไม่จำกัดตามขนาดของดัมเบล และจำนวนแผ่นน้ำหนักที่คุณซื้อ สำหรับใครที่คิดจะหันมาออกกำลังกายด้วยดัมเบลอย่างจริงจังเพื่อกล้ามเนื้อที่แข็งแรง และมีขนาดใหญ่มากขึ้นในอนาคต ต้องบอกเลยว่าเลือกซื้อแบบนี้จะเหมาะมาก ๆ ครับ

ถ้าเลือกแบบปรับน้ำหนักได้ ให้พิจารณาที่ “ด้ามจับ”

ดัมเบลแบบปรับน้ำหนักได้จะมี ด้ามจับ เป็นตัวยึดแผ่นน้ำหนักทั้งหมดเข้าด้วยกัน ซึ่งด้ามจับ ก็จะมีด้วยกันหลายรูปแบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราควรใช้เป็นหนึ่งในองค์ประกอบในการพิจารณาเลือกดัมเบล

ด้ามจับแบบหมุนเกลียว : ยึดได้แน่น มีความปลอดภัยสูง เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น

ด้ามจับแบบหมุนเกลียว : ยึดได้แน่น มีความปลอดภัยสูง เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น

ด้ามจับแบบหมุนเกลียวเป็นด้ามจับที่มีความปลอดภัยสูง เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นไปจนถึงผู้ที่ออกกำลังกายหนัก เพราะมีความปลอดภัยในการใช้งานสูง แผ่นน้ำหนักไม่หลุดง่ายในระหว่างเทรนนิ่ง แต่มีข้อเสียคือ อาจจะใช้เวลามากหน่อยในการเปลี่ยนแผ่นน้ำหนัก

ด้ามจับแบบปกติ : เปลี่ยนแผ่นน้ำหนักได้ง่าย แต่หลุดได้ง่ายเช่นกัน เหมาะสำหรับผู้เชี่ยวชาญ

ด้ามจับแบบปกติ : เปลี่ยนแผ่นน้ำหนักได้ง่าย แต่หลุดได้ง่ายเช่นกัน เหมาะสำหรับผู้เชี่ยวชาญ 

ด้ามจับแบบปกติเป็นด้ามจับที่มีตัวยึดแผ่นน้ำหนักแบบทั่วไป ไม่ได้เป็นเกลียว ซึ่งที่เห็นได้บ่อย ๆ ก็จะเป็นตัวยึดแบบคล้าย ๆ กับสปริงหนีบเพื่อยึดแผ่นน้ำหนัก ข้อดีคือ เปลี่ยนแผ่นน้ำหนักได้ง่าย แต่ข้อเสียคือ แผ่นน้ำหนักอาจหลุดได้ง่าย ซึ่งความปลอดภัยน้อยกว่าแบบเกลียว ทำให้ไม่เป็นที่นิยมเท่าแบบเกลียว ด้ามปกตินั้นเหมาะสำหรับคนที่ออกกำลังมาจนเชี่ยวชาญแล้ว หรือมีเทรนเนอร์ช่วยดูแลความปลอดภัยขณะเทรนนิ่ง

เลือกจากชนิดของวัสดุที่ทำดัมเบล

วัสดุที่ใช้ทำดัมเบลที่วางจำหน่ายทางออนไลน์มีด้วยกันหลากหลายรูปแบบมาก ซึ่งเราควรพิจารณาให้เหมาะสมโดยการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างวัสดุ เพราะวัสดุบางอย่างอาจจะไม่เหมาะกับพื้นบ้าน หรือพื้นห้อง หากมีการทุ่มลงบนพื้น อาจทำให้พื้นเกิดความเสียหาย หรือทำให้เกิดเสียงดัง เป็นต้น

“เหล็ก” :  ราคาย่อมเยา แต่อาจส่งเสียงดังเมื่อทุ่มบนพื้น หรือทำให้พื้นเสียหาย

"เหล็ก" :  ราคาย่อมเยา แต่อาจส่งเสียงดังเมื่อทุ่มบนพื้น หรือทำให้พื้นเสียหาย 

เหล็กถือเป็นวัสดุที่พบเจอบ่อยที่สุดในการใช้ทำแผ่นน้ำหนักสำหรับดัมเบลแบบเปลี่ยนน้ำหนักได้ ซึ่งมีข้อดีคือหาซื้อได้ง่าย แต่มีข้อเสียคือ ง่ายต่อการเกิดสนิม, มีเสียงดังในขณะทุ่มลงบนพื้น และทำให้พื้นห้องเราเสียหายได้ง่าย ดังนั้นควรใช้งานอย่างระมัดระวัง หรือใช้ในสถานที่ที่มีพื้นที่รองรับการใช้งานดัมเบลที่ทำจากเหล็ก

“ยางหุ้มเหล็ก” : ลดการเกิดเสียงเมื่อทุ่มลงพื้น และลดความเสียหายของพื้น

"ยางหุ้มเหล็ก" : ลดการเกิดเสียงเมื่อทุ่มลงพื้น และลดความเสียหายของพื้น 

ยางหุ้มเหล็กเป็นการนำยางไปหุ้มเหล็กดัมเบลอีกที ซึ่งอาจจะหุ้มเฉพาะขอบ หรือหุ้มทั้งแผ่นเลยก็ได้ ข้อดีคือ ไม่ทำให้พื้นเสียหาย และลดการเกิดเสียงเมื่อทุ่มดัมเบลลงกับพื้นในขณะเทรนนิ่ง เหมาะกับการใช้งานในบ้านอย่างมาก

“ชุบโครเมี่ยม” : ราคาแพงกว่าปกติ แต่เพิ่มความคงทุน และอายุการใช้งานของแผ่นน้ำหนัก

"ชุบโครเมี่ยม" : ราคาแพงกว่าปกติ แต่เพิ่มความคงทุน และอายุการใช้งานของแผ่นน้ำหนัก

การชุบโครเมี่ยมเป็นการนำแผ่นน้ำหนักไปชุบโครเมี่ยมอีกที ซึ่งมีประโยชน์ในเรื่องของความคงทนของอุปกรณ์ ป้องกันการเกิดสนิม แต่ข้อเสียคือ การนำแผ่นน้ำหนักไปชุบโครเมี่ยมนั้นมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมซึ่งมีราคาแพงกว่าปกติพอสมควร เหมาะสำหรับผู้ที่มีงบและต้องการบำรุงรักษาดัมเบลให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น

เลือกดัมเบลน้ำหนัก 5 – 10 กิโลกรัมสำหรับเพศชาย และ 2 – 3 กิโลกรัมสำหรับเพศหญิง

เลือกดัมเบลน้ำหนัก 5 - 10 กิโลกรัมสำหรับเพศชาย และ 2 - 3 กิโลกรัมสำหรับเพศหญิง

น้ำหนักของดัมเบลเป็นสิ่งสำคัญมากเพราะเป็นตัวชี้วัดผลลัพธ์ในการออกกำลังกายของคุณ หากคุณใช้ดัมเบลที่มีน้ำหนักเบาไป คุณก็จะไม่ได้ผลลัพธ์อะไรในการเทรนนิ่งเลย แต่ถ้าใช้ดัมเบลที่หนักเกินไป ก็อาจจะทำให้คุณบาดเจ็บในระหว่างเทรนนิ่งได้ง่าย ดังนั้นสำหรับผู้เริ่มต้น เราขอแนะนำให้ใช้ดัมเบลน้ำหนัก 5 – 10 กิโลกรัมสำหรับเพศชาย และ 2 – 3 กิโลกรัมสำหรับเพศหญิง

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงแค่คำแนะนำ ไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดในการเลือกน้ำหนักดัมเบลที่เหมาะกับเรา เพราะถ้าคุณมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงอยู่ก่อนแล้ว ก็อาจจะใช้น้ำหนักที่มากกว่านี้ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เราขอแนะนำให้เริ่มจากน้ำหนักเบาไปหาหนักนะครับ หากคุณออกกำลังกายเป็นประจำจนร่างกายสามารถปรับตัว และรับน้ำหนักที่มากขึ้นได้ ก็สามารถเพิ่มน้ำหนักดัมเบลขึ้นเรื่อย ๆ ได้  หรือจะเพิ่มน้ำหนักดัมเบลตามเซทที่คุณเทรนได้

10 อันดับ ดัมเบล ยี่ห้อไหนดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

ต่อจากนี้ ผมขอแนะนำ 10 อันดับ ดัมเบล ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ซึ่งผมมั่นใจเลยว่าจะทำให้การเลือกดัมเบลล์ของผู้อ่านง่ายขึ้นอย่างแน่นอนครับ มีอะไรบ้าง ไปชมกันด้านล่างได้เลย

10. Sportland ดัมเบลยาง 5 กิโลกรัม แพ็คคู่

10. Sportland ดัมเบลยาง 5 กิโลกรัม แพ็คคู่

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 1,510 บาท

สะดวก น้ำหนักพอดี ปลอดภัย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น

ดัมเบลยาง ดัมเบลคุณภาพดีจากแบรนด์ Sportland โดยในรุ่นนี้มีขนาดของดัมเบล์อยู่ที่ 5 กิโลกรัมต่อ 1 ข้าง และมาในรูปแบบแพ็คคู่ เพื่อความหลากหลายและสมดุลในการฝึก สามารถใช้ฝึกในท่าออกกำลังกายบางท่าที่ต้องการการยกไปพร้อมกันทั้ง 2 แขน หรือสลับกันครั้งต่อครั้งได้อย่างดี เช่น ท่าออกกำลังกายหน้าแขน Alternate Bicep Curl เป็นต้น

ดัมเบลนี้ถือว่าเหมาะกับผู้เริ่มต้นเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยน้ำหนักที่กำลังพอดีที่ข้างละ 5 กิโลกรัม อีกทั้งวัสดุที่ทำมาจากยางก็จะช่วยให้ผู้ฝึกปลอดภัยยิ่งขึ้น รวมไปถึงเหมาะกับการออกกำลังกายภายในบ้าน เพราะวัสดุที่ใช้ทำดัมเบลก็หุ้มด้วยยางนั่นเอง แต่อาจจะไม่เหมาะกับผู้ที่ฝึกมานานพอสมควรแล้ว

รูปแบบ  ปรับน้ำหนักไม่ได้
ด้ามจับ  –
วัสดุ  ยางนีโอพรีน
น้ำหนัก  5 kg x 2 ข้าง

9. FITMASTER ชุดดัมเบลนีโอพรีน พร้อมชั้นวาง

9. FITMASTER ชุดดัมเบลนีโอพรีน พร้อมชั้นวาง

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 1,190 บาท

น้ำหนักหลากหลาย สีสันโดดเด่น พร้อมชั้นวางกะทัดรัด เหมาะกับการฝึกเบื้องต้นของคุณผู้หญิง

ดัมเบลรุ่นนี้ ผมเชื่อว่าคุณผู้หญิงต้องชอบแน่อนครับ กับชุดดัมเบลพร้อมชั้นวางของ Fitmaster ที่คราวนี้มาพร้อมสีสันสดใส ทันสมัยสุด ๆ โดยเจ้าดัมเบลรุ่นนี้มาด้วยกัน 3 คู่ 3 น้ำหนัก หรือ 6 ชิ้น พร้อมขนาดที่กำลังดีไม่ใหญ่เทอะทะจนเกินไป ทำให้ท่าฝึกเรากระฉับกระเฉงและเสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้น้อยลงกว่าปกติ

สำหรับดัมเบลชุดนี้เหมาะกับการฝึกเบื้องต้นของคุณผู้หญิงทั้งหลายครับ เนื่องด้วยน้ำหนักที่ให้มาแต่ละข้างอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะกับการเริ่มต้นฝึกที่ดีของคุณผู้หญิงนั่นเอง รวมถึงวัสดุที่เป็นยางก็ช่วยลดความเสียหายของพื้นบ้านและมีความปลอดภัยในระดับหนึ่งเลยครับ

รูปแบบ  ปรับน้ำหนักไม่ได้
ด้ามจับ  –
วัสดุ  ยางนีโอพรีน
น้ำหนัก  1 kg x 2 ข้าง / 1.5 kg x 2 ข้าง / 2 kg x 2 ข้าง

8. Fitness@Home ดัมเบลน้ำ ปรับน้ำหนัก 16 – 20 กิโลกรัม

8. Fitness@Home ดัมเบลน้ำ ปรับน้ำหนัก 16 – 20 กิโลกรัม

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 690 บาท

ง่าย สะดวก ปลอดภัย ไร้สนิม เหมาะอย่างมากสำหรับคนที่มีเวลาน้อย

แหวกแนวมาเลยครับกับดัมเบลปรับน้ำหนักได้ของค่าย Fitness@Home ที่ฟังแค่ชื่อก็รู้แล้วว่าเหมาะกับการออกกำลังกายภายในบ้านสุด ๆ ดัมเบลตัวนี้ต่างจากอันอื่นคือ เป็นดัมเบลที่ใช้น้ำเป็นตัวน้ำหนักหลักในการฝึก โดยชิ้นงานจะเป็นลักษณะคล้าย ๆ กับถุงพลาสติกหนาล็อคอย่างดีกับด้ามจับพลาสติกหนา ทน แข็งแรง โดยเราสามาถปรับน้ำหนักได้จากการเติมน้ำลงในแต่ละถุง

ดัมเบลรุ่นนี้เหมาะอย่างมากสำหรับคนที่มีเวลาน้อย ไม่มีเวลาไปฟิตเนส เพราะสามารถฝึกที่บ้านได้ อีกทั้งตัววัสดุก็ปลอดภัยต่อพื้นบ้าน ปรับน้ำหนักได้หลากหลายเพียงแค่เติมน้ำลงไป อีกทั้งราคาก็ค่อนข้างถูกมาก รับรองว่าถูกใจทุกเพศทุกวัยที่ใส่ใจการออกกำลังกายแต่เวลาไม่เอื้อมาก ๆ ครับ

รูปแบบ  ปรับน้ำหนักได้
ด้ามจับ  แบบหมุนเกลียว
วัสดุ  พลาสติก
น้ำหนัก  8 – 10 kg x 2 ข้าง

7. Power Reform ดัมเบลปรับน้ำหนัก 20 กิโลกรัม สีดำ

7. Power Reform ดัมเบลปรับน้ำหนัก 20 กิโลกรัม สีดำ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 1,790 บาท

เพิ่มความเป็นมืออาชีพของคุณให้มากยิ่งขึ้น เหมาะมากกับคนที่ฝึกมาระยะหนึ่งแล้ว

ก้าวเข้าสู่ความเป็นมืออาชีพ หรือความเป็นนักกีฬามากยิ่งขึ้นกับผลิตภัณฑ์ดัมเบลปรับน้ำหนักได้ขนาด 20 กิโลกรัม จาก Power Reform ที่คราวนี้มาพร้อมกล่องบรรจุอย่างดี ที่สำคัญคือเคลือบอีพ็อกซี่กันสนิมให้พร้อม ใช้กันได้ยาว ๆ เลยทีเดียว เท่านี้ยังไม่พอ แถมข้อต่อดัมเบลยาว 45 เซนติเมตร มาให้อีกด้วย เรียกว่าซื้อทีเดียวคุ้ม

ดัมเบลรุ่นนี้เหมาะมากกับคนที่ฝึกมาระยะหนึ่งแล้ว และกำลังอยากเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ เพราะต้องใช้ท่าการฝึกที่หลากหลายมากขึ้น รวมไปถึงใช้น้ำหนักดัมเบลที่หลากหลายมากขึ้นด้วยนั่นเอง มืออาชีพห้ามพลาดเลยทีเดียวครับ

รูปแบบ  ปรับน้ำหนักได้
ด้ามจับ  แบบหมุนเกลียว
วัสดุ  เหล็กเคลือบอีพ็อกซี่
น้ำหนัก  20 kg

6. KF-FIT ดัมเบล 20 กิโลกรัม. + ข้อต่อดัมเบล 30 เซนติเมตร

6. KF-FIT ดัมเบล 20 กิโลกรัม. + ข้อต่อดัมเบล 30 เซนติเมตร

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 1,690 บาท

มืออาชีพ ชุบโครเมียม แข็งแรง ดูดี ไม่มีสนิม เหมาะสำหรับคนที่ฝึกมาระยะหนึ่งแล้ว

มาต่อกันที่ดัมเบลจากค่าย KF-Fit กันบ้างครับ กับดัมเบลปรับน้ำหนักชุด 20 กิโลกรัม ที่ยกระดับการออกกำลังกายของคุณให้ดูดี และแข็งแรงยิ่งขึ้นด้วยการชุบโครเมียม ทำให้เป็นสีเงินมันวาวสวยสะดุดตา แถมยังไม่เป็นสนิมอีกด้วย ทนทานและสวยงามในตัวเดียวเลยครับ อีกทั้งยังช่วยยืดระยะเวลาการใช้งานดัมเบลให้ยาวนานขึ้นอีกด้วย

ดัมเบลรุ่นนี้เหมาะสำหรับคนที่ฝึกมาระยะหนึ่งแล้วเช่นเดียวกันกับรุ่นก่อนหน้าครับ มีแผ่นน้ำหนักหลากหลายให้ปรับน้ำหนักได้ ด้ามจับก็คงทนแข็งแรง แถมข้อต่อให้ยาวขึ้นอีก 30 เซนติเมตร เผื่อใช้บริหารในท่าที่ต้องใช้ 2 แขนพร้อมกันอย่าง Barbell Curl นั่นเองครับ

รูปแบบ  ปรับน้ำหนักได้
ด้ามจับ  แบบหมุนเกลียว
วัสดุ  เหล็กชุบโครเมียม
น้ำหนัก  20 kg

5. Power Strong ดัมเบลปรับน้ำหนัก 30 กิโลกรัม

4. Power Strong ดัมเบลปรับน้ำหนัก 30 กิโลกรัม

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 4,900 บาท

เคลือบโครเมียม ขอบยาง ทั้งทนทานและเป็นมิตรต่อพื้นบ้านเรา

ดัมเบลจากค่าย Power Strong รุ่นนี้สามารถปรับน้ำหนักรวมได้มากถึง 30 กิโลกรัม ซึ่งมาด้วยฟังก์ชั่นที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นการปรับน้ำหนักที่มากพอสมควร และมีตัวแผ่นน้ำหนักที่ชุบโครเมียมกันสนิม และเสริมขอบยางกันกระแทก ช่วยลดความเสียหายของพื้นที่ใช้ฝึกได้พอสมควร

ดัมเบลรุ่นนี้เหมาะสำหรับผู้ฝึกที่กำลังพัฒนากล้ามเนื้อ หรือมีพื้นฐานที่ดีในการฝึกมาพอสมควรแล้ว เพราะปรับน้ำหนักได้หลากหลายกว่าที่เคย ซึ่งสามารถปรับได้เพิ่มข้างละ 1.5 กิโลกรัม ไปจน 15 กิโลกรัมต่อข้างเลยทีเดียว

รูปแบบ  ปรับน้ำหนักได้
ด้ามจับ  แบบหมุนเกลียว
วัสดุ  เหล็กชุบโครเมียม ขอบยาง
น้ำหนัก  30 kg

4. Homefittools – ดัมเบลพลาสติกเหลี่ยม 20 กิโลกรัม สีดำ – แดง

4. Homefittools - ดัมเบลพลาสติกเหลี่ยม 20 กิโลกรัม สีดำ - แดง

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 1,290 บาท

ครบครันทั้งราคาและความคุ้มค่า ที่มาพร้อมความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ

มาถึงดัมเบลพลาสติกทรงเหลี่ยมขนาด 20 กิโลกรัม จากค่าย Homefittools กันบ้าง ซึ่งดัมเบลตัวนี้มีข้อดีตรงที่ราคา เนื่องจากวัสดุที่ใช้เป็นพลาสติกซึ่งทำให้ราคาถูกกว่าเหล็กทั่วไป แต่ถึงแม้เป็นพลาสติก ก็เป็นพลาสติกอย่างดีมีคุณภาพ การันตีด้วยยอดขายอันดับ 1 และยอดรีวิวล้นหลามจากในเว็บสินค้าได้เลยครับ

ดัมเบลรุ่นนี้เหมาะกับคนที่ต้องการฝึกเพื่อเพิ่มขนาดของกล้ามเนื้อ หรือมีความรู้ด้านการออกกำลังกายดีในระดับหนึ่งครับ น้ำหนักและราคากำลังดี แถมฟรีโปสเตอร์ออกกำลังกายที่ช่วยให้ออกกำลังกายได้หลากหลายขึ้นด้วย เรียกว่าซื้อแล้วคุ้มมากครับ

รูปแบบ  ปรับน้ำหนักได้
ด้ามจับ  แบบหมุนเกลียว
วัสดุ  พลาสติก
น้ำหนัก  20 kg

3. Power Reform เซ็ทดัมเบลแบบเหลี่ยม พร้อม ชั้นวางดัมเบล (6คู่)

3. Power Reform เซ็ทดัมเบลแบบเหลี่ยม พร้อม ชั้นวางดัมเบล (6คู่)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 25,900 บาท

Smart Gym ง่าย ๆ ตอบโจทย์ Lifestyle แบบครบครัน

เข้าสู่ 3 อันดับสุดท้ายแล้วนะครับ อีกหนึ่งรุ่นที่เราแนะนำจากแบรนด์ Power Reform ด้วย Set ดัมเบลแบบเหลี่ยม จำนวน 6 คู่ 6 น้ำหนักต่างกัน และมีน้ำหนักรวมกันมากถึง 84 กิโลกรัมเลยทีเดียว เรียกว่าสามารถสร้างยิมเล็ก ๆ ในบ้านได้เลยก็คงไม่แปลก เพราะเล่นได้อย่างครบครัน อีกทั้งยังสามารถชวนเพื่อนสายฟิตเนสมาเล่นพร้อมกันได้สองสามคนเลยทีเดียว

สินค้านี้เหมาะกับทุกเพศทุกวัยจริง ๆ ครับ เนื่องจากน้ำหนักดัมเบลมีไล่ตั้งแต่เบาไปหาหนัก ได้แก่ 2 – 12 กิโลกรัมต่อข้าง แถมมาพร้อมชั้นวางอย่างดี ใครที่ไม่มีเวลาไปฟิตเนส และบ้านมีพื้นที่กว้างขวางสำหรับสร้างห้องฟิตเนสขนาดย่อม หรืออยากได้กิจกรรมร่วมกันในครอบครัว ลองซื้อเครื่องนี้ไปออกกำลังกายด้วยกันเพื่อกระชับความสัมพันธ์นะครับ

รูปแบบ  ปรับน้ำหนักไม่ได้
ด้ามจับ   –
วัสดุ  เหล็กและยาง
น้ำหนัก  2 kg / 4 kg / 6 kg / 8 kg / 10 kg / 12 kg x 2 ข้าง รวม 6 คู่ 84 kg

2. Power Strong ดัมเบลปรับน้ำหนักได้ 24 กิโลกรัม

2. Power Strong ดัมเบลปรับน้ำหนักได้ 24 กิโลกรัม

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 8,890 บาท

ปรับน้ำหนักได้ง่ายแค่ปลายนิ้ว

ติดโผมาอีกรุ่นสำหรับดัมเบลปรับน้ำหนักสุดไฮเทคและครีเอทจากค่าย Power Strong เลยครับ ดัมเบลตัวนี้มีจุดเด่นในเรื่องการปรับน้ำหนักจริง ๆ เพราะใช้วิธีการหมุนบริเวณหัวของดัมเบลเพื่อเลือกน้ำหนักจากที่วาง หลังจากนั้น ดัมเบลจะล็อคน้ำหนักที่ต้องการให้ เราแค่ยกก็จะได้น้ำหนักนั้นเลย เจ๋งใช่ไหมครับ ไม่ต้องนั่งถอด นั่งหมุนแกน เรียกว่าประหยัดเวลา และทำให้ปลอดภัยได้เยอะเลย

ดัมเบลรุ่นนี้ เหมาะสำหรับคนที่มีงบไม่จำกัด และเหมาะกับคนที่ชอบออกกำลังกายด้วยการยกน้ำหนักทุกช่วงครับ ตั้งแต่เริ่มต้นถึงมืออาชีพเพราะสามารถปรับน้ำหนักได้ตั้งแต่ข้างละ 2.5 – 24 กิโลกรัม แถมปรับง่ายอย่างที่บอกข้างต้น ที่สำคัญชุดนี้มาพร้อมขาตั้งดัมเบล คุ้มสุด ๆ ไปเลยครับ

รูปแบบ  ปรับน้ำหนักได้
ด้ามจับ  –
วัสดุ  เหล็ก
น้ำหนัก  24 kg x 2 ข้าง

1. Power Reform เซ็ทดัมเบลแบบกลม พร้อมชั้นวางดัมเบล (10คู่)

1. Power Reform เซ็ทดัมเบลแบบกลม พร้อมชั้นวางดัมเบล (10คู่) 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 119,000 บาท

ยิมเต็มรูปแบบ น้ำหนักหลากหลาย เล่นได้ครบ

เห็นราคาแล้วอย่าเพิ่งตกใจไปนะครับ อันดับ 1 ผมขอยกให้เป็นที่สุดของที่สุดสำหรับดัมเบลเลยก็ว่าได้สำหรับเซ็ทใหญ่จัดเต็มจากค่าย Power Reform ที่ในครั้งนี้มาพร้อมกับดัมเบลแบบกลมสุดเฉียบจากค่าย Power Reform อีกเช่นเคย แต่คราวนี้ใหญ่กว่านั้นเพราะมาเต็มด้วยน้ำหนักรวมถึง 275 กิโลกรัม จากน้ำหนักที่ต่างกัน 10 คู่ หรือคิดเป็น 20 ข้างเลยทีเดียว

ดัมเบลเซ็ทนี้เหมาะกับคนที่อยากเปิดยิมส่วนตัวหากบ้านมีพื้นที่เหลือเฟือ หรือใครที่อยากเปิดยิมของตัวเอง โดยดัมเบลมีน้ำหนักตั้งแต่ 2.5 – 25 กิโลกรัมต่อข้าง ใช้เล่นออกกำลังกายได้ทุกส่วนจริง ๆ ทั้งกล้ามเนื้อชิ้นเล็ก หรือกล้ามเนื้อชิ้นใหญ่ แถมที่วางดัมเบลที่แถมมาให้ก็มีความแข็งแรงทนทาน เล่นได้ยาวนาน คุ้มค่าสมราคาจริง ๆ ครับ

รูปแบบ  ปรับน้ำหนักไม่ได้
ด้ามจับ  –
วัสดุ  เหล็กและยาง
ขนาด  2.5 kg / 5 kg/ 7.5 kg / 10 kg / 12.5 kg / 15 kg/ 17.5 kg/ 20 kg / 22.5 kg/ 25 kg x 2 ข้าง รวม 10 คู่ 275 kg

บทส่งท้าย

เป็นอย่างไรบ้างครับ? กับวิธีการเลือกดัมเบล และดัมเบล 10 อันดับยอดฮิตขายดีที่หาซื้อได้ง่ายจากโลกออนไลน์เพียงแค่คลิก ผมเชื่อว่าหลังจากอ่านบทความชิ้นนี้แล้ว ทุกคนน่าจะมีตัวเลือกที่ดี และเหมาะสมกับการออกกำลังกายของตัวเองมากขึ้น ซึ่งบอกเลยว่าสำคัญจริง ๆ สำหรับการเลือกอุปกรณ์ในการออกกำลังกาย เพราะถ้าเราเลือกไม่ตรงจุด อาจจะทำให้สิ้นเปลืองและบาดเจ็บได้ง่าย ผมหวังว่าผู้อ่านจะได้อะไรดี ๆ จากบทความนี้ไปพอสมควรนะครับ

ที่สำคัญอย่าลืมหันมาออกกำลังกาย และชวนคนที่คุณรักมาออกกำลังกายร่วมกัน เพราะเป็นการช่วยสานสัมพันธ์อันดี แถมยังได้สุขภาพที่ดีเป็นสิ่งตอบแทน เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว แล้วพบกันใหม่บทความหน้าว่าเราจะมีเรื่องอะไรดี ๆ มาให้ติดตามกัน อย่าพลาดนะครับ

Popular Posts