10 อันดับ มือถือ Andriod รุ่นไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2019

โดยปกติแล้ว สมาร์ทโฟนที่เราใช้กันทุกวันนี้จะมีอยู่ 2 ระบบปฏิบัติการด้วยกัน ระบบแรกคือ ระบบ iOS ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับมือถือสมาร์ทโฟนของตัวเองคือ iPhone และระบบที่สองคือ ระบบ Android ซึ่ง Google เป็นผู้เผยแพร่ และนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในสมาร์ทโฟนหลายยี่ห้อทั่วโลก ซึ่งถ้าอ่านถึงตรงนี้จะพบว่า Android ถือว่าสามารถซัพพอร์ตจำนวนผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนได้จำนวนมากทั่วโลกเลยทีเดียว ซึ่งสมาร์ทโฟน Android หรือมือถือ Android แต่ละตัวก็มีความโดดเด่นกันไป ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่มีความต้องการหลากหลายต่างกันไป เช่น บางคนอยากให้ใช้ได้นาน ๆ แบตเตอรี่เยอะ ๆ, บางคนเน้นการเล่นเกม, บางคนเน้นการถ่ายรูป ฯลฯ

ดังนั้นบทความนี้ ผมจะพาทุกคนไปตะลุยในโลกของสมาร์ทโฟน Android เพื่อที่ทุกคนจะได้รู้ว่า เราจะเลือกมือถือ Andriod ให้เหมาะกับเราได้อย่างไร รวมไปถึง 10 อันดับมือถือ Android ที่ผมอยากแนะนำ เพื่อทุกคนจะได้มีตัวเลือกในใจได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญ หาซื้อได้ตามร้านค้าออนไลน์ง่าย ๆ เลยครับ

สารบัญ

วิธีการเลือกมือถือ Android

ก่อนอื่นนะครับ ผมขอแนะนำวิธีการเลือกมือถือ Android เพราะแม้จะเป็นระบบปฏิบัติการ Android เหมือนกัน แต่ก็มีจุดเด่น จุดด้อยที่แตกต่างกัน บางรุ่นเหมาะมากกับเรื่องนี้ แต่อีกเรื่องกลับไม่เหมาะ ดังนั้นลองอ่านวิธีการเลือกให้ดีเพื่อเลือกมือถือที่ใช่ที่โดนใจสำหรับคุณนะครับ

เลือกจากเงื่อนไขในตอนซื้อ

เงื่อนไขในตอนซื้อมีความสำคัญค่อนข้างมากในการซื้อมือถือก็ว่าได้ เพราะว่ามีผลผูกขาดในการใช้มือถือในระยะยาว ดังนั้นจึงต้องเลือกให้เหมาะสมครับ

ซื้อแบบผูกสัญญาเครือข่ายมือถือ

ซื้อแบบผูกสัญญาเครือข่ายมือถือ

การซื้อแบบแรกจะเป็นการที่เราซื้อมือถือแบบติดสัญญากับเครือข่ายมือถือนั้นไปด้วย กล่าวคือ เราต้องจ่ายเงินค่าบริการเครือข่าย (ซิมการ์ด) ของเขาไปตลอดระยะเวลาตามเงื่อนไขที่สัญญาได้ระบุไว้ ซึ่งส่วนมากเครือข่ายมือถือจะกำหนดไว้ประมาณ 12 เดือน (1 ปี) โดยเงื่อนไขของสัญญาที่ผูกกับมือถือจะมี 3 ระดับคร่าว ๆ ได้แก่

1. แบบไม่ผูกมัด คือ ใช้ซิมอะไรก็ได้ แต่ต้องจ่ายค่าบริการให้ครบ ซึ่งจะสะดวกในกรณีเราจะใช้การบริการทางเครื่องข่ายของค่ายอื่นควบคู่ไปด้วย

2. แบบกึ่งผูกมัด คือ ต้องใช้ซิมนั้น หรือเบอร์นั้นเท่านั้นตลอดอายุสัญญา ง่าย ๆ คือใช้เครือข่ายอื่นไม่ได้เลยตลอด 1 ปี เพราะเครื่องจะล็อคถ้าใช้เครือข่ายอื่น และจะปลดล็อคอัตโนมัติเมื่อครบสัญญา

3. แบบผูกมัด คือ ห้ามใช้ซิมเครือข่ายอื่นตลอดการใช้งาน แบบนี้ถือว่าปิดโอกาสย้ายเครือข่ายแบบถาวรเลยครับ

ซึ่งข้อดีของการซื้อแบบนี้คือเรื่องของ “ราคา” เพราะว่าราคาเฉพาะตัวเครื่องจะถูกกว่าท้องตลาดมาก แต่ก็ติดสัญญาค่าบริการรายเดือนของเครือข่ายนั้น ๆ ซึ่งมักเป็นอัตราบังคับที่ทางเครือข่ายกำหนด และบางทีบวกลบไปมากลายเป็นว่าราคาแพงเกินความจำเป็นก็มี ดังนั้นหากจะซื้อด้วยเงื่อนไขแบบนี้ ดูโปรโมชั่นเครือข่ายให้สอดคล้องกับการใช้งานของเราด้วยนะครับ

ซื้อเครื่องเปล่าทั่วไป

ซื้อเครื่องเปล่าทั่วไป

การซื้อแบบนี้ง่าย ๆ เลยคือการไปซื้อเครื่องมือถือจากแหล่งไหนก็ได้ที่มีการขาย ไม่ว่าจะบริษัทมือถือ, ร้านขายมือถือ ฯลฯ ซึ่งราคาอาจจะสูงกว่าแบบแรกพอสมควร แต่ก็ไม่มีภาระผูกพันอะไรให้ต้องคิดเยอะ และสามารถเปลี่ยนเครือข่ายไปมาสะดวก แถมจำกัดการใช้งาน หรือเลือกการใช้งานเครือข่ายได้ตามความเหมาะสมของตัวเองด้วยถือว่าตอบโจทย์สำหรับคนที่ไม่อยากคิดมากเรื่องสัญญาผูกขาด หรือคนที่มีแพลนจะขายต่อก็จะขายง่ายกว่าเครื่องที่ติดสัญญา

การซื้อจากร้านทั่วไปในสมัยนี้ก็มีตัวช่วยให้ผู้ซื้อสะดวกสบายมากขึ้น เพราะสามารถใช้บัตรเครดิตจ่ายได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนในการซื้อ หากแต่ยังมีโปรโมชั่นต่าง ๆ เช่น ผ่อน 0% ถึง 10 เดือน เป็นต้น ทำให้ผู้ซื้อไม่ต้องแบกรับภาระเกินไป แถมยังหมุนเงินได้ง่ายขึ้นด้วยครับ

สำหรับสายเล่นเกม ลองดูที่ขนาดของ RAM เป็นสำคัญ

สำหรับสายเล่นเกม ลองดูที่ขนาดของ RAM เป็นสำคัญ

ถ้าคุณต้องการเล่นเกมบนสมาร์ทโฟนของคุณได้ลื่น RAM หรือตัวช่วยการประมวลผลของมือถือควรจะมีมากกว่า 3 GB ขึ้นไปครับ ยิ่งแรมมีขนาดมากเท่าไร ก็จะทำให้มือถือประมวลผลได้ดีมากขึ้นเท่านั้น ทำให้เราเปิดแอพพลิเคชั่นได้หลายอย่างพร้อมกัน รวมถึงไปถึงถ้า RAM มีขนาดตั้งแต่ 3 GB ขึ้นไปนั้น การเล่นเกมของคุณก็จะไม่กระตุกด้วย

ในปัจจุบัน มือถือราคาถูกจำนวนมากในท้องตลาดมักจะมี RAM ไม่เกิน 3 GB แต่ถ้าคุณต้องการการเล่นเกมที่ดี การเลือกมือถือที่สเปคสูงก็จะตอบโจทย์ เพราะมือถือที่สเปคสูง ๆ มักจะมี RAM ตั้งแต่ 4 GB ยอมแพงสักหน่อยแต่ใช้มือถือได้ตอบโจทย์ที่เราตั้งใจ อย่างไรก็คุ้มครับ นอกจากนี้หากอยากเติมเต็มการเล่นเกมของคุณให้ดีสุด ๆ ผมแนะนำให้เลือกมือถือที่มีขนาดหน้าจอตั้งแต่ 5 นิ้วขึ้นไป ที่มาพร้อมจอที่มีความละเอียดสูง รวมไปถึงระบบเสียงที่ดี ก็จะช่วยทำให้ประสบการณ์การเล่นเกมของคุณยอดเยี่ยมมากยิ่งขึ้นแน่นอนครับ

เช็คความละเอียดของกล้อง และความจุของ ROM ให้ดี ถ้าคุณชอบถ่ายรูป

เช็คความละเอียดของกล้อง และความจุของ ROM ให้ดี ถ้าคุณชอบถ่ายรูป

ถ้าคุณชอบถ่ายรูปมาก ๆ หรือชอบเก็บภาพบรรยากาศจากช่วงเวลา หรือสถานที่ต่าง ๆ ที่คุณเจอมาในชีวิต อย่าลืมตรวจสอบความสามารถของกล้อง และความจุในการเก็บรูปภาพให้ดีนะครับ โดยความละเอียดของกล้องที่ผมแนะนำคือควรมีความละเอียดที่ 8 ล้านพิกเซล เป็นต้นไป เพราะจะทำให้ได้ภาพที่ดูดี สวยงาม และคมชัด รวมไปถึงกล้องก็ควรมีความเร็วสูงทั้งตัวชัตเตอร์ในการเก็บภาพ และความเร็วในการเรียกใช้งานด้วยครับ

และอย่าลืมเช็คความจุของ ROM ที่บรรจุอยู่ในตัวเครื่องด้วยนะครับว่ามีความจุพอที่เราต้องการหรือไม่ ถ้าความจุประมาณ 32 GB เราอาจจะเก็บได้เฉพาะภาพทั่วไปจำนวนมาก แต่หากเรามีพวกวิดีโอ หรือภาพที่ความละเอียดสูง เช่น วิดีโอ 4K ก็ขอแนะนำมือถือที่มี ROM มาก ๆ หน่อย อาจจะ 64 GB, 128 GB, หรือมากกว่าก็ได้ครับ

อย่างไรก็ดี มีมือถือหลายรุ่นเลยครับ ที่สามารถเพิ่มความจุมือถือได้โดยการใช้ Micro SD Card มาเพิ่มเติมต่างหาก แต่ก็ต้องเช็คให้ดีนะครับ เพราะบางรุ่นก็ใส่ไม่ได้เหมือนกัน

ความจุแบตเตอรี่ และวิธีการชาร์จก็สำคัญ

ความจุแบตเตอรี่ และวิธีการชาร์จก็สำคัญ

ถ้าคุณชอบใช้มือถือเวลาอยู่ข้างนอกล่ะก็ แบตเตอรี่ของมือถือคุณควรมีความจุมากกว่า 3,000 mAh เป็นต้นไป เพราะถ้าน้อยกว่านั้น และชอบเอาไปใช้ข้างนอก แบตเตอรี่ของคุณอาจจะไม่เพียงพอเอาได้

นอกจากนี้ยังควรเช็คว่ามือถือที่เราสนใจมีระบบชาร์จเร็วด้วยหรือไม่ เพราะถ้ามีระบบชาร์จเร็วก็จะช่วยให้เราประหยัดเวลาในการชาร์จ ทำให้ไปไหนมาได้สะดวกขึ้นเพราะใช้เวลาไม่นานในการชาร์จนั่นเอง

ยิ่งไปกว่านั้น ทุกวันนี้มีระบบชาร์จแบบไร้สายให้เลือกใช้อีกด้วย หากเลือกใช้ระบบชาร์จเช่นนี้จะทำให้เราสะดวกสบายมากขึ้น ไม่ต้องรำคาญสายชาร์จที่ระโยงระยางเวลาเราใช้งานมือถือ และไม่ต้องมานั่งแก้ปมสายชาร์จที่มักจะพันกันอยู่บ่อย ๆ ครับ

10 อันดับ มือถือ Andriod รุ่นไหนดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

และแล้วก็มาถึงเวลาที่ทุกคนรอคอยกับช่วงเวลาที่ผมจะแนะนำมือถือ Android ยอดนิยม 10 รุ่นด้วยกัน ซึ่งเลือกสรรมาแล้วว่าตอบโจทย์ทั้งสเปคและการใช้งานในด้านต่าง ๆ ส่วนจะมีรุ่นไหนอย่างไรบ้าง มาติดตามกันได้เลยครับ

10. Realme C2

10. Realme C2

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 3,750 บาท

สเปคเกินราคา เหมาะสำหรับใช้งานทั่วไป

เริ่มกันที่แบรนด์ Realme แบรนด์ที่กำลังเริ่มตีตลาดสมาร์ทโฟนของประเทศไทยมาสักพักหนึ่ง สำหรับตัวนี้คือรุ่น C2 ที่มาพร้อมขนาดหน้าจอที่ใหญ่ และคมชัด คือมีความกว้างหน้าจอที่ 6.1 นิ้ว และความละเอียดจอแสดงผลแบบ IPS-LCD 24-bit (16 ล้านสี) แถมให้ RAM มาถึง 3 GB พร้อมกันกับ ROM 32 GB ใช้งานทั่วไปได้ลื่นสบาย กล้องหลัง 2 ตัว ความละเอียด 13 + 2 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล

นอกจากนี้ แบตเตอรี่ยังให้มาเยอะถึง 4,000 mAh แม้ ROM, RAM อาจจะไม่เยอะ กล้องหน้าอาจจะไม่ละเอียดมากเท่าไร แต่เชื่อเถอะครับว่าสเปคขนาดนี้ กับราคาไม่เกิน 4,000 บาท บอกเลยว่า “คุ้ม”

ซีพียู MediaTek Helio P22 Octa Core ความเร็ว 2.0 GHz
หน้าจอ กว้าง 6.1 นิ้ว / จอแสดงผล IPS-LCD 24-bit (16 ล้านสี)
หน่วยความจำภายใน RAM 3 GB / ROM 32 GB
ความจุของแบตเตอรี่ 4,000 mAh
ความละเอียดกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล
ความละเอียดกล้องหลัง 13 + 2 ล้านพิกเซล

9. Huawei Y9 2019

9. Huawei Y9 2019

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 6,990 บาท

ไม่ด้อยกว่าใคร ราคาจับต้องได้ มาตรฐานเป๊ะสไตล์ Huawei

ค่าย Huawei ค่ายนี้ใคร ๆ ก็รู้จัก เพราะนอกจากเป็นแบรนด์มือถือสัญชาติจีนที่มาแรงมากในไทยแล้ว ยังมียอดขายถล่มทลายทั่วทั้งโลก เรียกว่าลบภาพจำว่ามือถือจีนต้องไม่ดีออกไปเลย สำหรับ Y9 2019 ถือว่าทำออกมาเอาใจผู้ใช้งานแทบทุกแบบ เพราะระบบ Octa Core ที่แสนรวดเร็วถึง 2.2 GHz จอก็กว้างถึง 6.5 นิ้ว คมชัด สกรีนง่าย RAM ที่สูงถึง 4 GB ทำให้เล่นเกมทั่วไปได้ลื่นทั้งหมด แถมให้ ROM มาถึง 64 GB ถือว่ามากเลยทีเดียว

ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องกล้องก็ไม่ด้อยกว่าใคร เพราะให้กล้องหลังแบบ Dual Camera ความละเอียด 13 + 2 ล้านพิกเซล แต่ที่เหนือกว่าคือกล้องหน้าครับ ที่มาแบบกล้องคู่ ความละเอียดคือ 16 และ 2 ล้านพิกเซล สายเซลฟี่นี่ยิ้มแน่นอนเพราะคมชัดสวยงาม แถมโหมดบิวตี้ Huawei ก็ไม่เป็นรองใครอยู่แล้ว แบตก็อึด เป็นมือถือรุ่นที่ดีงามมากครับ

ซีพียู Hisilicon Kirin 710 Octa Core ความเร็ว 2.2 GHz
หน้าจอ กว้าง 6.5 นิ้ว / จอแสดงผล IPS-LCD 24-bit (16 ล้านสี)
หน่วยความจำภายใน RAM 4 GB / ROM 64 GB
ความจุของแบตเตอรี่ 4,000 mAh
ความละเอียดกล้องหน้า 16 + 2 ล้านพิกเซล
ความละเอียดกล้องหลัง 13 + 2 ล้านพิกเซล

8. OPPO F11 Pro

8. OPPO F11 Pro

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 10,990 บาท

สเปคกล้องเทพจาก OPPO ที่พร้อมสะกดทุกสายตาด้วยกล้อง 48 ล้านพิกเซล

OPPO ก็ไม่น้อยหน้าครับ สำหรับแบรนด์ชื่อดังจากจีนค่ายนี้ กับการเปิดตัว F11 Pro สมาร์ทโฟนไม่ธรรมดา เพราะมาพร้อมสเปคขั้นเทพ เริ่มด้วยขนาดหน้าจอ 6.5 นิ้ว ระดับ 16 ล้านสี คมชัดทุกอณู ความจุตัวเครื่องหรือ ROM ก็ให้มาถึง 64 GB ก็ถือว่ากำลังดีครับ ที่เหนือกว่าคือ RAM เพราะ OPPO จัดให้ถึง 6 GB ด้วยกัน ความไวนั้นลื่นมากถึงมากที่สุด เพราะไม่ว่าจะเล่นเกมหรือเปิดหลายแอพพร้อมกัน บอกเลยว่า F11 Pro ไม่มีหวั่นครับ

เท่านี้ยังไม่พอ จุดเด่นที่สุดของรุ่นนี้คือ กล้องด้านหลังแบบ Dual ที่มาพร้อมความละเอียดสุดโหดที่ 48 + 5 ล้านพิกเซล ถ่ายชัดยันรูขุมขนเลยทีเดียวเชียว ใครที่เป็นสายท่องเที่ยวนี่น่าจัดมาสักเครื่องมากครับ ความละเอียดแบบนี้เป็นไอเทมที่ดีที่พกไปไหนก็สะดวก แถมกล้องหน้าก็ให้มาแบบไม่ขี้เหร่ครับ 16 ล้านพิกเซล แบต 4,000 mAh สเปคดีเลยครับตัวนี้

ซีพียู Mediatek Helio P70 Octa Core ความเร็ว 2.1 GHz
หน้าจอ กว้าง 6.5 นิ้ว / จอแสดงผล LTPS IPS LCD 24-bit (16 ล้านสี)
หน่วยความจำภายใน RAM 6 GB / ROM 64 GB
ความจุของแบตเตอรี่ 4,000 mAh
ความละเอียดกล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล
ความละเอียดกล้องหลัง 48 + 5 ล้านพิกเซล

7. Realme 3PRO

7. Realme 3PRO

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 8,190 บาท

เซลฟี่ขั้นเทพ ราคาสบายกระเป๋า กับ Realme

อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ชูโรงของค่ายน้องใหม่อย่าง Realme กับ Realme 3PRO สมาร์ทโฟนสุดเจ๋งที่มาพร้อมขุมพลัง Octa Core ขนาด 2.2 GHz หน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว กว้างกำลังดี ตัวนี้แม้จะเป็นแบรนด์น้องใหม่แต่ประมาทไม่ได้ครับ เพราะเขาให้ RAM มาถึง 6 GB ไม่น้อยหน้าค่ายดัง ๆ เลยทีเดียว RAM ขนาดนี้ รับรอง ลื่นไหล สบายอารมณ์ แถมจุดเด่นอีกประการคือ ROM ครับ เจ้า 3PRO ตัวนี้ให้ ROM มาสูงถึง 128 GB เก็บกันให้ตายไปข้างเลยทีเดียว ถือว่าเยอะมาก ๆ ครับ

ตัวแบตเตอร์รี่ความจุ 4,045 mAh อยู่ได้นานตามมาตรฐาน มาพร้อมกล้องหลังระบบกล้องคู่ความละเอียด 16 + 5 ล้านพิกเซล อาจจะดูน้อยไปนิดหนึ่งสำหรับการเป็นกล้องหลัง แต่ Realme ก็ไม่อยากให้น้อยใจ เลยจัดกล้องหน้าความละเอียด 25 ล้านพิกเซล ตามมาให้ ความละเอียดขนาดนี้ ใครที่เป็นสายเซลฟี่ห้ามพลาดเลยนะครับ

ซีพียู Qualcomm Snapdragon 710 AIE Octa Core ความเร็ว 2.2 GHz
หน้าจอ กว้าง 6.3 นิ้ว / จอแสดงผล IPS-LCD 24-bit (16 ล้านสี)
หน่วยความจำภายใน RAM 6 GB / ROM 128 GB
ความจุของแบตเตอรี่ 4,045 mAh
ความละเอียดกล้องหน้า 25 ล้านพิกเซล
ความละเอียดกล้องหลัง 16 + 5 ล้านพิกเซล

6. Samsung Galaxy A50

6. Samsung Galaxy A50

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 11,490 บาท

แรงดีไม่มีตก กล้องดีทั้งหน้าหลัง ครบครันสไตล์ Samsung

มาแล้วครับสำหรับค่ายยักษ์ใหญ่แห่งเกาหลีอย่าง Samsung ที่คราวนี้เข็น Galaxy A50 ที่จัดเต็มเรื่องสเปคมาลุยกับเจ้าอื่น ๆ กันบ้าง บอกเลยว่าครบครัน ทั้งหน้าจอแบบ Super AMOLED 16 ล้านสี ที่มาพร้อมความกว้าง 6.4 นิ้ว ทั้งชัดทั้งกว้าง แถม RAM ที่ให้มาถึง 6 GB ทำให้ A50 ลื่นมาก ๆ ทั้งเล่นเกม ดูหนัง ฯลฯ ในส่วนของ ROM ก็ให้มาเยอะมากเช่นกันคือ 128 GB จะถ่ายคลิป ถ่ายภาพ ก็ไม่หวั่น จัดมาได้เลย

ตัวแบตเตอรี่มาตรฐานครับ 4,000 mAh แต่จุดเด่นที่ไม่แพ้ใครคือกล้องหน้าและกล้องหลัง ทั้งกล้องหน้าที่ตอบโจทย์การเซลฟี่ที่ 25 ล้านพิกเซล และกล้องหลังที่แรงยิ่งกว่าใคร ด้วยระบบ Triple Camera หรือกล้อง 3 ตัวที่ความละเอียด 25 + 5 + 8 ล้านพิกเซล !!! หากใครที่กำลังมองหากล้องดี ๆ สักตัวในราคาที่สามารถเอื้อมถึงได้ผมแนะนำตัวนี้เลยครับ

ซีพียู Exynos 9610 Octa Coreความเร็ว 2.3 GHz
หน้าจอ กว้าง 6.4 นิ้ว / จอแสดงผล Super AMOLED 24-bit (16 ล้านสี)
หน่วยความจำภายใน RAM 6 GB / ROM 128 GB
ความจุของแบตเตอรี่ 4,000 mAh
ความละเอียดกล้องหน้า 25 ล้านพิกเซล
ความละเอียดกล้องหลัง 25 + 5 + 8 ล้านพิกเซล

5. Oppo Find X

5. Oppo Find X

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 29,990 บาท

มาแรงเกินใคร ด้วย RAM 8 GB และ ROM เก็บความข้อมูลได้เต็มที่ 256 GB !

Oppo Find X ถือเป็นอีกรุ่นที่มาแรงสำหรับ Oppo โดดเด่นด้วยขุมพลังการประมวลผลที่เหนือเกินกว่าใครด้วย CPU แบบ Octacore ที่ให้ความเร็วสูงถึง 2.8 GHz หน้าจอขนาด 6.42 นิ้ว และนอกจาก CPU จะโดดเด่น RAM ก็ยังสูงถึง 8 GB ใครที่เป็นสายเล่นเกมหรือสายกราฟฟิค น่าจะยิ้มพอใจกันเลยครับ นอกจากนี้ยังเอาใจบรรดานักเก็บข้อมูลทั้งหลาย ไม่ว่าจะหนัง เพลง หรือลงเกม ลงโปรแกรม รับรองว่าเอาอยู่เพราะให้ ROM มาสูงกว่าใคร ๆ ถึง 256 GB เลยทีเดียว

ด้านกล้องก็ถือว่าให้มาดีเลยครับ กล้องหลังดิจิตอล 16 + 20 ล้านพิกเซล (ระบบ Dual Camera) ที่มาพร้อมรูรับแสงขนาด ƒ/2.0 ช่วยชดเชยแสงในที่มืดกำลังดี ส่วนกล้องหน้าตอบโจทย์เช่นกันเพราะมาด้วยความละเอียด 25 ล้านพิกเซล ถ่ายรูปคมชัดไม่แพ้ใคร ขอตัดคะแนนนิดหนึ่งเพราะว่าแบตเตอรี่ให้ความจุมาน้อยไปหน่อยครับ

ซีพียู Qualcomm Snapdragon 845 Octa Core ความเร็ว 2.8 GHz
หน้าจอ กว้าง 6.42 นิ้ว / จอแสดงผล AMOLED 24-bit (16 ล้านสี)
หน่วยความจำภายใน RAM 8 GB / ROM 256 GB
ความจุของแบตเตอรี่ 3,730 mAh
ความละเอียดกล้องหน้า 25 ล้านพิกเซล
ความละเอียดกล้องหลัง 16 + 20 ล้านพิกเซล

4. Vivo V15

4. Vivo V15

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 10,999 บาท

สุดขีดของการเซลฟี่ ด้วยกล้องหน้าคุณภาพดี 32 ล้านพิกเซล

ไม่พูดถึงคงไม่ได้สำหรับ Vivo V15 สุดยอดมือถือจาก Vivo อีกค่ายมือถือคุณภาพจากประเทศจีน ซึ่งค่ายนี้เป็นค่ายที่เน้นการเซลฟี่มาแต่ไหนแต่ไร รุ่นนี้มีหน้าจอกว้าง 6.53 นิ้ว กว้างกำลังดีครับ ระบบประมวลผลแบบ Octa Core ความเร็ว 2.1 GHz ก็ถือว่าไม่ขี้เหร่ V15 จัดเต็มด้านสเปคด้วย RAM ขนาด 6 GB ซึ่งก็ถือว่าเยอะเลยครับ เล่นเกมได้สบาย มาพร้อม ROM ขนาด 128 GB เหมาะสำหรับจัดเก็บข้อมูลจำนวนมาก สเปคโอเคครับ

แบตเตอรี่ของรุ่นนี้ให้มาที่ความจุ 4,000 mAh ก็ถือว่ามาตรฐานทั่วไป แต่ที่โดดเด่นกว่าใครคือเรื่องกล้องครับ Vivo V15 จัดเต็มเรื่องกล้องมาให้ ด้วยกล้องหลังระบบ Triple Camera 24 + 8 + 5 ล้านพิกเซล พร้อม AI Mode ถ่ายภาพคมชัดทุกอณู และที่ยิ่งกว่าคือกล้องหน้าขนาด 32 ล้านพิกเซล ใครที่เป็นสายเซลฟี่ ห้ามพลาดครับ

ซีพียู MediaTek Helio P70 Octa Core ความเร็ว 2.1 GHz
หน้าจอ กว้าง 6.53 นิ้ว / จอแสดงผล IPS-LCD 24-bit (16 ล้านสี)
หน่วยความจำภายใน RAM 6 GB / ROM 128 GB
ความจุของแบตเตอรี่ 4,000 mAh
ความละเอียดกล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล
ความละเอียดกล้องหลัง 24 + 8 + 5 ล้านพิกเซล

3. Samsung Galaxy S10+

3. Samsung Galaxy S10+

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 35,900 บาท

สเปคสุดเทพ มาตรฐานมั่นคง สุดยอดเรือธงของ Samsung

มาถึงสุดยอดสมาร์ทโฟนที่ทาง Samsung ภูมิใจในการนำเสนอกับ S10+ ตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอระบบ Curved Dynamic AMOLED ที่ระดับ 16 ล้านสี ให้ภาพคมชัดขนาด HDR 10+ หน่วยประมวลผล เร็ว แรง กับ Octa Core ขนาด 2.7 GHz รุ่น Exynos ของทาง Samsung รวมไปถึงการใช้งานลื่นไหลหายห่วง ไม่หน่วงแน่นอนกับ RAM ขนาด 8 GB พร้อมที่เก็บข้อมูลขนาดใหญ่ 128 GB จะลงเกม ดูหนัง เก็บไฟล์ ฯลฯ ก็ไม่มีปัญหาสำหรับตัวนี้

ตัวแบตเตอรี่ให้มาขนาด 4,100 mAh ตามมาตรฐาน ใช้นานกำลังดี กล้องก็ดีมากครับ กล้องหลังใช้ระบบ Triple Camera ที่ความละเอียด 12 + 12 + 16 ล้านพิเซล แถมมีระบบ TeleZoom ซูมไกล 10 เท่า กล้องหน้า 2 ตัวความละเอียดขนาด 10 + 8 ล้านพิกเซล พีคยิ่งกว่าคือรองรับการถ่ายวิดีโอในระดับ 4k ดีขนาดนี้ต้องจัดแล้วล่ะครับ

ซีพียู Exynos 9820 Octa Core ความเร็ว 2.7 GHz
หน้าจอ กว้าง 6.4 นิ้ว / จอแสดงผล Curved Dynamic AMOLED 24-bit (16 ล้านสี)
หน่วยความจำภายใน RAM 8 GB / ROM 128 GB
ความจุของแบตเตอรี่ 4,100 mAh
ความละเอียดกล้องหน้า 10 + 8 ล้านพิกเซล
ความละเอียดกล้องหลัง 12 + 12 + 16 ล้านพิเซล

2. Huawei P30 Pro

2. Huawei P30 Pro

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 34,990 บาท

ที่สุดของกระแสทั่วโลก กับกล้องมือถือที่ซูมไกลถึงดวงจันทร์

เป็นกระแสที่โด่งดังเป็นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมากับ Huawei P30 Pro สมาร์ทโฟนสุดล้ำจาก Huawei แบรนด์ชั้นนำของจีน ที่มาพร้อมสเปคสุดโหดเหนือใคร โดยเฉพาะศักยภาพในการถ่ายภาพที่ล้นเหลือ ตัวเครื่องมีหน้าจอขนาด 6.47 นิ้ว แบบไร้ขอบ กว้างสุด ๆ หน่วยประมวลผล Octa Core ความเร็ว 2.6GHz บวกกับ RAM ขนาด 8 GB บอกได้คำเดียวว่า ลื่นไหล ไม่หน่วง แม้พ่วงหลายแอพฯ แถม ROM ก็ให้มาจัดหนักขนาด 256 GB เลยทีเดียว !!!

แบตเตอรี่ Huawei จัดมาให้ที่ 4,200 mAh ตามมาตรฐาน แต่ที่โดดเด่นเหนือใครคือกล้องถ่ายรูป ซึ่ง P30 Pro นี่สร้างกระแสไปทั่วโลกเรื่องกล้องเลยครับ โดยใช้เลนส์ของ Leica ในระบบ Triple Camera 40 + 20 + 8 ล้านพิกเซล และกล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล ซึ่งเจ้ากล้องหลังนี้ ซูมไกลถึง 50 เท่า!!! ถ่ายซูมจนเห็นผิวดวงจันทร์เลยจ้า

ซีพียู HiSilicon Kirin 980 Octa Core ความเร็ว 2.6 GHz
หน้าจอ กว้าง 6.47 / จอแสดงผล OLED 24-bit (16 ล้านสี)
หน่วยความจำภายใน RAM 8 GB / ROM 256 GB
ความจุของแบตเตอรี่ 4,200 mAh
ความละเอียดกล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล
ความละเอียดกล้องหลัง 40 + 20 + 8 ล้านพิกเซล

1. OPPO Reno 10X

1. OPPO Reno 10X

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 28,990 บาท

สุดยอดเรือธงแห่ง Oppo ซูมไกล 60 เท่า ละเอียดชัดแจ๋ว !!

มาดูกันว่าทำไมรุ่นนี้ถึงได้อันดับที่ 1 เป็นเพราะสเปคสุดล้ำของ Oppo นั่นเอง ที่งานนี้ออกมาเพื่อฆ่าคู่แข่งแบบเห็นได้ชัด หน้าจอขนาดกว้าง 6.6 นิ้ว  แสดงผลแบบ AMOLED ที่ระดับ 16 ล้านสี ให้ภาพคมชัดขนาด HDR 10+ มาพร้อมหน่วยประมวลผล Snapdragon Octa Core ที่มีความเร็วสูงถึง 2.8 GHz รับรองว่าแรงหายห่วง เล่นเกมแบบไม่หน่วงเลยทีเดียว RAM 8GB ก็ช่วยให้การทำงานลื่นไหล แถม ROM 256 GB ก็มากพอสำหรับจะเก็บข้อมูลต่าง ๆ ได้มากมายด้วย

แบตเตอรี่ขนาด  4,065 mAh พร้อมกล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล และโดดเด่นด้วยกล้องหลังที่ยืนหนึ่งในขณะนี้ก็ว่าได้ กับกล้องหลังระบบ Triple Camera ความละเอียด 48 + 13 + 8 ล้านพิกเซล ซึ่งมีทั้งเลนส์ไวด์ และเลนส์เทเล ทำให้ Reno 10X สามารถซูมได้ไกลถึง 60 เท่า !! แบบไม่เสียรายละเอียด แถมราคาก็ถือว่าเป็นมิตรดีมากครับ

ซีพียู Qualcomm Snapdragon 855 Octa Core ความเร็ว 2.8 GHz
หน้าจอ กว้าง 6.6 นิ้ว / จอแสดงผล AMOLED 24-bit (16 ล้านสี)
หน่วยความจำภายใน RAM 8 GB / ROM 256 GB
ความจุของแบตเตอรี่ 4,065 mAh
ความละเอียดกล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล
ความละเอียดกล้องหลัง 48 + 13 + 8 ล้านพิกเซล

บทส่งท้าย

หลังจากที่ได้แนะนำทั้งวิธีการเลือกสมาร์ทโฟน Android ไปจนถึงสมาร์ทโฟน 10 อันดับ ที่น่าสนใจแถมยังสามารถหาซื้อได้ง่ายที่ร้านค้าออนไลน์ไปแล้ว ผมหวังว่าทุกคนคงได้เรียนรู้วิธีการเลือกสมาร์ทโฟนให้เหมาะสม หรือมีรายชื่อมือถือที่อยากได้ไว้ในใจสักเครื่องหรือสองเครื่องครับ หากเราสามารถเลือกที่สมาร์ทโฟนที่ราคาเหมาะสมกับฟังก์ชั่น การใช้งานและดีไซน์ที่ถูกใจได้ เราก็จะรู้สึกไม่เสียดายเงินที่จ่ายไป แถมสมาร์ทโฟนเครื่องนั้นก็จะสามารถอยู่ข้างกายเราและใช้ไปได้อีกหลายปีเลยล่ะครับ

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อน ๆ ครั้งหน้าเราจะมีบทความดี ๆ อะไรมาให้อ่านกันอีก อย่าลืมติดตามกันนะครับ สำหรับวันนี้คงต้องลากันไปก่อน ไว้พบกันใหม่บทความหน้าครับ

Popular Posts