10 อันดับ หูฟังไร้สายสำหรับนักวิ่งโดยเฉพาะ ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2019

10 อันดับ หูฟังไร้สาย สำหรับนักวิ่งโดยเฉพาะ ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018

เชื่อว่าคงมีหลาย ๆ คนที่ชื่นชอบการวิ่งไปฟังเพลงจากมือถือไปใช่มั้ยล่ะคะ ไม่ว่าจะเป็นหูฟังแบบบลูทูธ หูฟังแบบไร้สาย หรือแม้แต่หูฟังที่ถูกออกแบบมาไม่ให้หลุดออกจากหูง่ายตอนเล่นกีฬาก็ดี ต่างก็มีคุณภาพ ระยะเวลาที่สามารถเล่นเพลงได้ต่อเนื่อง ความรู้สึกพอดีเวลาสวมใส่ที่แตกต่างกันไป จะให้เลือกให้ถูกใจตรงตามไลฟ์สไตล์ก็คงไม่ง่ายซะทีเดียว

วันนี้ เราจึงมาแนะนำวิธีการเลือกหูฟังสำหรับนำออกไปเป็นเพื่อนคู่ใจตอนวิ่ง รวมไปถึงหูฟัง 10 อันดับยอดนิยมกันด้วยล่ะค่ะ มีทั้งรุ่นที่เน้นน้ำหนักเบา มีคุณสมบัติกันน้ำได้ หรือแม้แต่มีดีไซน์ที่เก๋ไก๋มาให้เพื่อน ๆ ได้เลือกกันดู จะน่าสนใจสักแค่ไหน ไปชมกันเลยค่ะ

สารบัญ

วิธีการเลือกหูฟังไร้สายสำหรับนักวิ่ง

เวลาเลือกหูฟังสำหรับวิ่ง มีจุดสำคัญบางจุดที่เราจะละเลยไปไม่ได้เลย ลองอ่านกันดูนะคะ

เลือกหูฟังสปอร์ตไร้สายเชื่อมต่อ ไม่มีสายเกะกะเวลาวิ่ง

 เลือกหูฟังสปอร์ตไร้สายเชื่อมต่อ ไม่มีสายเกะกะเวลาวิ่ง

แน่นอนว่าสำหรับการวิ่ง หูฟังแบบไร้สายน่าจะเหมาะสมที่สุด เนื่องจากไม่มีสายเชื่อมต่อไปยังเครื่องเล่นเพลง ทำให้สามารถเคลื่อนที่ออกกำลังกายได้อย่างคล่องตัวเป็นที่สุดค่ะ ซึ่งหูฟังชนิดนี้ส่วนมากมักจะถูกผลิตออกแบบมาให้ใช้งานกับบลูทูธ นอกจากนี้ ยังมีบางรุ่นที่ถูกพัฒนาให้ไม่มีสายเชื่อมต่อระหว่างตัวหูฟังอีกด้วย ยังไงก็ลองเลือกแบบที่ชอบกันดูนะคะ

เลือกชนิดหูฟังที่ใส่ได้พอดี ไม่เลื่อนหลุดง่าย

เวลาวิ่ง หูฟังที่ใส่แล้วให้ความรู้สึกพอดีกับรูหูของเรานั้นถือเป็นจุดสำคัญที่เราต้องพิจารณาอย่างยิ่งค่ะ โดยหูฟังแต่ละชนิดก็ให้ความรู้สึกพอดีและมีข้อดี-ข้อเสียที่แตกต่างกัน ซึ่งเราจะอธิบายในลำดับต่อไปนี้

หูฟังชนิด In Ear : ป้องกันเสียงรบกวน เสียงเท้าของตัวเองก็ไม่เล็ดลอดเข้ามา

หูฟังชนิด In Ear : ป้องกันเสียงรบกวน เสียงเท้าของตัวเองก็ไม่เล็ดลอดเข้ามา

หูฟังชนิด In Ear ถือเป็นรุ่นมาตรฐาน เวลาใช้งานเพียงแค่สอดเข้าไปในรูหูตามปกติ สามารถป้องกันเสียงรบกวนได้ดีเยี่ยม แม้แต่เสียงเท้าหรือเสียงอื่น ๆ เวลาวิ่งก็ไม่เล็ดรอดเข้ามาค่ะ และถ้าใส่แล้วรู้สึกว่าไม่พอดีกับรูหู ก็สามารถหาซื้อจุกยางหูฟังเสริมที่มีขนาดพอดีมาเปลี่ยนได้อีกด้วย

ถึงแม้ว่าหูฟังประเภทนี้จะช่วยให้เราสามารถโฟกัสอยู่กับเสียงเพลงที่เราชื่นชอบได้ แต่เราจะไม่ได้ยินเสียงรถหรือเสียงรอบข้างอื่น ๆ จากภายนอกได้เลยค่ะ ดังนั้น ผู้ที่วิ่งตามท้องถนนใหญ่จึงจำเป็นต้องระวังกันให้มาก ๆ หรืออีกทางเลือกหนึ่งก็อาจจะเลือกใช้เป็นหูฟังแบบที่มีหูเพียงข้างเดียว ช่วยให้เราดื่มด่ำกับดนตรีได้ในขณะที่หูอีกข้างก็ยังรับฟังเสียงจากภายนอกได้ด้วยค่ะ

หูฟังชนิดเกี่ยวหู (Wireless): ไร้สาย แถมยังไม่เลื่อนหลุดง่าย

หูฟังชนิดเกี่ยวหู (Wireless): ไร้สาย แถมยังไม่เลื่อนหลุดง่าย

หูฟังชนิดเกี่ยวหูเป็นชนิดที่มีส่วนก้านโค้งออกมาเกี่ยวเข้ากับใบหู ทำให้เลื่อนหลุดได้ยากกว่าเมื่อเทียบกับชนิด In Ear ค่ะ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ไม่อยากจะคอยจับหูฟังให้เข้าที่อยู่บ่อย ๆ ระหว่างวิ่งหรือเล่นกีฬา แต่สำหรับคนที่ต้องใส่แว่นหรือแว่นกันแดดก็อาจจะใช้ได้ลำบากสักหน่อย เนื่องจากขอเกี่ยวจะถูกเกี่ยวอยู่ด้านบนของใบหูนั่นเอง

วิ่งได้สะดวกกว่าด้วยหูฟังแบบคล้องคอ

วิ่งได้สะดวกกว่าด้วยหูฟังแบบคล้องคอ

หูฟังแบบคล้องคอ เป็นแบบที่มีก้านหรือสายมาคล้องด้านหลังของคอเวลาสวมใส่ เป็นรุ่นที่ค่อนข้างนิยมใช้เวลาวิ่ง เนื่องจากไม่มีสายห้อยให้เกะกะ แถมยังไม่ต้องกลัวว่าหูฟังจะหลุดหายระหว่างทางเหมือนกับเวลาใช้หูฟังไร้สายชนิดอื่นด้วย

นอกจากนี้ หูฟังชนิดคล้องคอก็มีรูปแบบส่วนหูฟังที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแบบสอดหู In Ear หรือแบบเกี่ยวหู ถ้าเลือกได้แล้วว่าชอบแบบไหน จะลองหาชนิดที่คล้องคอได้ด้วยก็ไม่เสียหายนะคะ

หูฟังที่มีน้ำหนักเบาจะเลื่อนหลุดได้ยากกว่า

หูฟังที่มีน้ำหนักเบาจะเลื่อนหลุดได้ยากกว่า

เหตุผลอย่างหนึ่งที่ทำให้หูฟังหลุดเลื่อนเวลาวิ่งก็คือ น้ำหนักของตัวหูฟังนั่นเองค่ะ สำหรับการวิ่งที่มีจังหวะการเคลื่อนไหวหรือแกว่งขึ้นลงอยู่เรื่อย ๆ หากหูฟังที่เราใช้มีน้ำหนักมากเกินไปก็อาจจะถูกถ่วงจนทำให้หลุดง่ายค่ะ ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ลองเลือกหูฟังที่มีน้ำหนักเบามาใช้จะดีกว่า และหากมีเวลาสักหน่อย เราแนะนำให้ลองไปจับถือหูฟังด้วยตัวเองสัก 2 – 3 รุ่นที่ถูกใจเพื่อให้เปรียบเทียบน้ำหนักได้แม่นยำมากขึ้น

หูฟังกันน้ำ ไม่ว่าจะเหงื่อหรือฝนก็สบายใจหายห่วง

รุ่นที่กันน้ำได้ ไม่ว่าจะเหงื่อหรือฝนก็สบายใจหายห่วง

หูฟังสำหรับวิ่งที่มีคุณสมบัติกันน้ำได้นั้นถือว่ามีอยู่มากมายหลายรุ่นเลยล่ะค่ะ ไม่เพียงแค่เวลาที่ฝนตกเพียงอย่างเดียว เวลาที่เราวิ่งแล้วเหงื่อออกก็สามารถใช้ได้โดยไม่ต้องกังวลว่าหูฟังจะเสียหาย ยิ่งสำหรับผู้ที่เหงื่อออกมากขณะวิ่งด้วยแล้ว เลือกรุ่นที่กันน้ำได้ย่อมดีกว่าแน่นอนค่ะ

ตรวจสอบเวลาใช้งานต่อเนื่องให้เหมาะสมกับระยะเวลาวิ่ง

ตรวจสอบเวลาใช้งานต่อเนื่องให้เหมาะสมกับระยะเวลาวิ่ง

หูฟังแต่ละรุ่นจะมีจำนวนชั่วโมงการใช้งานต่อเนื่องที่แตกต่างกัน ดังนั้นลองสังเกตดูว่าตัวเองมักจะวิ่งเป็นระยะทางและเวลานานเท่าไหร่ ซึ่งหูฟังปัจจุบันมีทั้งรุ่นที่ใช้งานต่อเนื่องได้หลายชั่วโมงไปจนถึงหลายสิบชั่วโมง บางรุ่น Standby ได้เป็นวัน ๆ เลยก็มี แต่รุ่นที่ใช้งานได้ยิ่งนานก็ยิ่งดีเพราะสามารถใช้งานได้หลายครั้งต่อการชาร์จแบตเตอรี่เพียงครั้งเดียวค่ะ

ดื่มด่ำคุณภาพเสียงคมชัดได้หากเลือกใช้คู่กับอุปกรณ์ที่เข้ากัน

 ดื่มด่ำคุณภาพเสียงคมชัดได้หากเลือกใช้คู่กับอุปกรณ์ที่เข้ากัน

หูฟังที่ใช้สำหรับวิ่งหรือกีฬาอื่น ๆ มักจะสามารถป้องกันน้ำได้และยังมีความทนทานอีกด้วย แต่ก็อาจจะต้องเผื่อใจว่าคุณภาพของเสียงนั้นอาจไม่ได้ดีมากเท่ากับหูฟังรุ่นที่ผลิตมาเพื่อเน้นเรื่องเสียงอย่างแท้จริง นอกจากนี้ด้วยความที่ใช้งานโดยเชื่อมต่อกับระบบบลูทูธ หากสัญญาณขัดข้องก็สามารถส่งผลถึงคุณภาพเสียงได้ด้วยเหมือนกันค่ะ

ดังนั้นหากต้องการเลือกรุ่นที่มีคุณภาพเสียงสูงกว่า ก็ต้องตรวจสอบก่อนว่าสามารถรองรับระบบ Hi-Res (High Resolution Audio) ได้หรือไม่ ยิ่งกรณีที่ใช้กับเครื่องเล่นเพลงที่เป็น Hi-Res ด้วยล่ะก็ฟังก์ชั่นนี้ถือว่าสำคัญมากเลยทีเดียวค่ะ นอกจากนี้อย่าลืมที่จะตรวจสอบด้วยว่าวิธีการเข้ารหัสสัญญาณเสียงของหูฟังนั้นรองรับกับตัวเครื่องเล่นเพลงหรือไม่ หากเป็นแอนดรอยด์ก็ให้เลือกรุ่นที่สามารถใช้กับระบบ aptx ได้ หรือหากเป็นไอโฟน ก็ให้เลือกระบบ AAC ค่ะ

10 อันดับ หูฟังไร้สายสำหรับนักวิ่งโดยเฉพาะ ยี่ห้อไหนดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

ต่อจากนี้ไป เราจะมาแนะนำหูฟังที่เหมาะสำหรับใส่เวลาวิ่งกันค่ะ สำหรับคนที่กำลังมองหาหูฟังแบบที่ไม่มีสายมาพันเกะกะเวลาวิ่ง ลองดูหูฟังตามอันดับที่เราแนะนำไว้ด้านล่างนี้นะคะ

10. DACOM รุ่น P10

10. DACOM รุ่น P10

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 1,268 บาท

หูฟังที่ทำได้ยิ่งกว่ากันน้ำและเหงื่อ

DACOM รุ่น P10 เป็นหูฟังชนิดเกี่ยวหู สามารถเล่นเพลงได้ยาวนานถึง 6 ชั่วโมง มาพร้อมกับมาตรฐานกันน้ำ IPX7 สามารถกันน้ำได้ที่ระดับน้ำลึกสุดประมาณไม่เกิน 1 เมตร เรียกได้ว่าใส่ว่ายน้ำได้เลยทีเดียวล่ะค่ะ แถมยังเหมาะกับคนที่ชอบวิ่ง Outdoor เพราะไม่ว่าจะหน้าฝนที่ฝนตกหนัก ๆ หรือหน้าร้อนที่เหงื่อออกเยอะสุด ๆ ก็สามารถใช้ได้ไม่ต้องห่วงว่าจะน้ำจะเข้าหูฟัง

รุ่นนี้เชื่อมต่อด้วยระบบบลูทูธ 4.1 ใช้งานง่าย มีปุ่มควบคุมการทำงานครบครัน ทั้งเพิ่ม-ลดเสียง หยุด-เล่นเพลง ผู้ใช้งานจริงหลายท่านพึงพอใจเพราะเกาะติดกับรูหูได้แน่นหนาและไม่ทำให้เจ็บขณะสวมใส อัดแน่นทั้งฟังก์ชันและคุณภาพเสียง คุ้มค่าในราคาเอื้อมถึงค่ะ

9. AWEI รุ่น A920BL

9. AWEI รุ่น A920BL

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 395 บาท

คุณภาพเสียงดี น้ำหนักเบา เก็บง่ายไม่พันกันแน่นอน

AWEI รุ่น A920BL เป็นหูฟังแบบ In Ear ที่เชื่อมต่อกับบลูทูธเวอร์ชั่น 4.0 ใช้ได้ทั้งฟังเพลงนาน 4 ชั่วโมงและสนทนาโทรศัพท์ต่อเนื่องถึง 6 ชั่วโมง คุณภาพเสียงก็ดีงาม ชัดเจน เบสแน่นเกินความคาดหมาย รุ่นนี้ยังมีความพิเศษตรงที่ส่วนปลายของหูฟังมีแม่เหล็กในตัวทำให้เก็บรวบเข้าหากันได้ง่ายโดยไม่พันกันค่ะ

นอกจากนี้ยังมีน้ำหนักเบาเพียง 14 กรัม เหมาะกับคนที่เล่นกีฬาช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่ต้องโดนน้ำหรือเหงื่อออกไม่เยอะนัก เนื่องจากรุ่นนี้ยังไม่มีคุณสมบัติกันน้ำค่ะ

8. Remax รุ่น RB-S6

8. Remax รุ่น RB-S6

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 1,290 บาท

ส่วนปลายเป็นแม่เหล็ก เก็บได้ง่ายหลังใช้งาน

Remax รุ่น RB-S6 เป็น In Ear ที่มาพร้อมกับที่คล้องคอ ตัวสายสามารถปรับเลื่อนได้ตามความยาวที่พอดีกับผู้สวมใส่ค่ะ รองรับบลูทูธเวอร์ชั่น 4.1 สามารถใช้ฟังเพลงได้ 5 ชั่วโมงหรือสนทนาได้ต่อเนื่องถึง 7 ชั่วโมง คุณภาพเสียงค่อนข้างดี มาพร้อมปุ่มกดเพียงไม่กี่ปุ่มที่ทำงานได้ครบครัน

จุดเด่นของรุ่นนี้คือด้านปลายของตัวหูฟังเป็นแม่เหล็ก ทำให้สามารถดูดติดกับที่คล้องคอได้ ช่วยให้เก็บได้สะดวกหลังการใช้งาน สายไม่พันกันยุ่งเหยิงค่ะ เหมาะกับคนที่ชอบความเป็นระเบียบและกังวลว่าหูฟังจะหล่นหายขณะวิ่ง

7. JvGood ชุดหูฟังบลูทูธไร้สาย 4.1

7. JvGood ชุดหูฟังบลูทูธไร้สาย 4.1 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 834 บาท

บอกระดับแบตเตอรี่ผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟน

หูฟังจาก JvGood เป็นแบบ In Ear ที่มาพร้อมกันก้านคล้องหู สามารถใช้ได้ทั้งฟังเพลงและสนทนาโทรศัพท์โดยผ่านการเชื่อมต่อกับบลูทูธเวอร์ชั่น 4.1 ค่ะ จับคู่กับอุปกรณ์ได้ไว แถมใช้งานง่าย คุณภาพเสียงก็ดี เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดเสียงรบกวนภายนอกแถมไม่ต้องกังวลว่าหูฟังจะหลุดออกจากหูอีกด้วย

นอกจากนี้ยังได้รับคำชมจากผู้ใช้จำนวนมากว่าแบตฯ อึด ใช้ได้นาน รวมทั้งมีการบอกระดับแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟน ไม่ต้องกังวลว่าจะชาร์จแบตเตอรี่เมื่อไหร่ดี แค่นี้ก็พร้อมใช้งานในครั้งต่อไปได้ง่าย ๆ แล้วค่ะ

6. Plextone รุ่น BX240

6. Plextone รุ่น BX240

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 437 บาท

คุณภาพเสียงดีเยี่ยม กระชับรับกับรูหู หมดปัญหาล่วงหลุดระหว่างวิ่ง

Plextone รุ่น BX240 นี้เป็นหูฟังแบบ In Ear ที่มีคุณสมบัติกันน้ำได้ที่มาตรฐาน IPX5 คือสามารถกันได้ทุกทิศทาง เรียกได้ว่าจะเหงื่อหรือฝนก็หายห่วง เหมาะกับคนที่เหงื่อออกมากหรือชอบออกกำลังกายกลางแจ้ง นอกจากนี้ยังคุณภาพเสียงก็ไม่เป็นรองใคร ให้เสียงเบสแน่น สามารถใช้งานได้ง่ายเพียงเชื่อมต่อกับบลูทูธเวอร์ชั่น 4.1 ฟังเพลงได้ต่อเนื่องนานถึง 5-6 ชั่วโมง หรือจะใช้คุยบทสนทนาก็ได้นานถึง 4-5 ชั่วโมง

น้ำหนักเบาเพียง 12 กรัม แถมยังมีความพิเศษกว่าหูฟังแบบ In Ear ทั่วไป คือสายหูฟังจะอ้อมไปด้านบนของใบหูทำให้หลุดได้ยากขึ้นอีกระดับค่ะ ซึ่งผู้ใช้จริงหลายท่านยังชมอีกว่าเข้ากับสรีระของใบหูได้เป็นอย่างดี

5. Sony รุ่น NW-WS413

5. Sony รุ่น NW-WS413

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 3,490 บาท

เล่นได้นาน กันได้ทั้งน้ำและฝุ่น เหมาะกับทั้งนักวิ่งและนักว่ายน้ำ

Sony รุ่น NW-WS413 เป็นหูฟังแบบ In Ear ที่คล้องคอได้ ไม่ต้องกลัวว่าจะร่วงหล่นหายระหว่างวิ่งหรือออกกำลัง อีกทั้งยังสามารถใช้ได้แม้ในน้ำสระหรือน้ำทะเลลึก 2 เมตร ทนอุณหภูมิหนาวจัดที่ -5 องศาเซลเซียส หรือร้อนจัด 45 องศาเซลเซียสได้อีกด้วย และนอกจากน้ำแล้วยังป้องกันฝุ่น ทราย กรวดทรายได้ ไม่ว่าจะวิ่งในร่มหรือ Outdoor ที่ฝุ่นละอองเยอะ ๆ ก็มั่นใจได้ว่าหูฟังปลอดภัยค่ะ

คุณภาพเสียงอยู่ในระดับปานกลาง ใช้งานง่ายและมีดีไซน์ที่เกาะติดเข้ากับสรีระของหูได้ดี ที่สำคัญคือ มีระยะเวลาการเล่นนานสูงสุดถึง 12 ชั่วโมง เรียกได้ว่าชาร์จครั้งเดียวเพียง 1.5 ชั่วโมง อยู่ได้นานเลยล่ะค่ะ

4. SAVFY Headset Earphone สำหรับ การวิ่ง การออกกำลังกาย

4. SAVFY Headset Earphone สำหรับ การวิ่ง การออกกำลังกาย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 699 บาท

ป้องกันการหลุดล่วงหลายชั้น คุณภาพเสียงดี เชื่อมต่อเสถียร

หูฟัง In Ear อีกหนึ่งตัวจาก SAVFY ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเหล่านักวิ่งเพราะอัดแน่นไปด้วยรูปลักษณ์ที่ลงตัวและคุณสมบัติจำเป็น เช่น ที่คล้องหูน้ำหนักเบา ช่วยให้หูฟังกระชับไม่หลุดง่าย ๆ ขณะวิ่ง คุณสมบัติกันเหงื่อและการเชื่อมต่อด้วยระบบบลูทูธที่เสถียรตลอดการใช้งาน

ส่วนคุณภาพเสียงก็ไม่เป็นสองรองใครเลยค่ะ โดยให้เสียงที่ดังก้องชัดเจน เบสดี เสียงใส เล่นเพลงต่อเนื่องได้ประมาณ 3-5 ชั่วโมง มาพร้อม 3 ปุ่มกดที่ทำหน้าที่ครบครันทั้งหยุด-เล่นเพลง เพิ่ม-ลดเสียงและรับ-ตัดสายเรียกเข้า

3. QCY รุ่น QY8

3. QCY รุ่น QY8

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 1,520 บาท

หูฟังรูปทรงแปลกตา มาพร้อมเสียงเบสแน่นกระหึ่ม

QCY รุ่น QY8 เป็นหูฟังแบบ In Ear ที่สามารถใช้ได้ทั้งฟังเพลงและสนทนาต่อเนื่องยาวถึง 7 ชั่วโมง Standby ได้เป็นวัน แถมยังป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้เป็นอย่างดี ถึงตัวหูฟังจะมีรูปร่างใหญ่กว่ารุ่นอื่น ๆ น้ำหนักก็ไม่ได้หนักเท่าที่คิด สวมใส่ได้กระชับหู ไม่หลุดง่าย ๆ

นอกจากนี้ฟังก์ชันกดรับสาย-โทรออกต่าง ๆ ยังถูกใส่ลงไปในตัวหูฟังเรียบร้อยในปุ่มเดียว ทำให้สามารถกดได้ทันทีไม่ต้องคลำหาปุ่มเหมือนกับรุ่นอื่น ๆ ค่ะ รุ่นนี้ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพเสียง ใครที่ชอบเพลงฟังเสียงเบสชัด ๆ พร้อมกับการออกกำลังกาย เหมาะสุด ๆ ไปเลยค่ะ

2. Plantronics BackBeat FIT

2. Plantronics BackBeat FIT

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 4,790 บาท

กันเหงื่อระดับสูง สวมใส่ได้กระชับไม่หลุดง่าย

หูฟังจาก Plantronics รุ่นนี้เป็นที่รู้จักทั้งในไทยและต่างประเทศเลยทีเดียวค่ะ ด้วยคุณสมบัติที่เน้นความทนทานอย่างมาตรฐาน IPX57 กันน้ำลึก 1 เมตรและการเคลือบสารกันเหงื่อ ทำให้เหมาะแก่การใช้วิ่งระยะไกลที่เหงื่อออกมาก ๆ และการทำกิจกรรม Outdoor ที่สมบุกสมบันเป็นอย่างยิ่ง โดยสามารถเล่นเพลงต่อเนื่องได้สูงสุด 8 ชม. และสนทนาได้ 6 ชม.

ในส่วนของคุณภาพเสียงก็ทำได้ดี เบสแน่น ให้เสียงดังชัดเจน ขณะเดียวกันคุณก็ยังสามารถได้ยินเสียงรอบข้าง ส่งผลให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น และที่สำคัญกระชับเข้ากับหูได้ดีเยี่ยม ทั้งยังไม่ทำให้เจ็บเมื่อใส่ต่อเนื่องนาน ๆ อีกด้วยค่ะ

1. SONY รุ่น MDR-XB50BS

1. SONY รุ่น MDR-XB50BS

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 2,990 บาท

วิ่งไปพร้อม ๆ กับเสียงเบสที่ทรงพลัง

SONY รุ่น MDR-XB50BS เป็นหูฟัง In Ear เชื่อมต่อการใช้งานโดยใช้บลูทูธ มาพร้อมกับมาตรฐานกันน้ำ IPX4 ที่สามารถป้องกันน้ำกระเซ็น เหมาะแก่การใช้วิ่งออกกำลังกายเวลาที่มีเหงื่อออกหรือแม้แต่ฝนตกเบา ๆนอกจากนี้ตัวหูฟังยังให้ความรู้สึกของเสียงเบสที่หนักแน่นชัดเจนด้วย EXTRA BASS™

ในเรื่องแบตเตอรี่ก็ทำได้ดี โดยใช้ได้ทั้งฟังเพลงและคุยโทรศัพท์นานถึง 8.5 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าค่อนข้างนานเมื่อเทียบกับรุ่นอื่น ๆ ไม่จำเป็นต้องชาร์จแบตเตอรี่ทุกวัน สะดวกสบายสุด ๆ เลยใช่มั้ยล่ะคะ

บทส่งท้าย

เป็นยังไงกันบ้างคะ หลังจากที่เราได้แนะนำหูฟังสำหรับวิ่งกันไปหลายรุ่นแล้ว

รับรองว่าถ้าได้ฟังเพลงไปพร้อมกับวิ่งไปพลางๆ คงช่วยให้วิ่งได้อย่างเพลิดเพลินนานขึ้น และสำหรับคนที่มักจะวิ่งบริเวณริมถนนหรือในย่านชุมชนเป็นประจำ อย่าลืมใส่ใจเลือกหูฟังที่สวมใสแล้วคุณยังสามารถได้ยินเสียงรถรอบข้างอยู่ด้วยนะคะ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตสุขภาพดีของคุณค่ะ

Popular Posts