10 อันดับ เฮดโฟน ของ Sony รุ่นไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2019

“โซนี่” (Sony) แบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงกระจายอยู่ทั่วโลก ไม่เพียงแต่ทำอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังขยายอิทธิพลไปสู่วงการอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นกล้องถ่ายรูป เครื่องเล่นเพลง เกม อุปกรณ์เสริมหรือ Gadget ต่าง ๆ รวมไปถึงเฮดโฟน (Headphone) ด้วย และที่สำคัญ เค้าไม่ได้ผลิตสินค้ามาแบบทั่ว ๆ ไปค่ะ แต่โซนี่นั้นถือเป็นแบรนด์ที่ใส่ใจคุณภาพสินค้าและนำเทคโนโลยีล้ำ ๆ มาใช้อยู่เสมอ จนกลายเป็นผู้นำแห่งวงการเครื่องเสียงอีกเจ้าหนึ่งไปแล้ว เมื่อพูดถึงเฮดโฟนหลายคนก็ต้องยกนิ้วให้กับแบรนด์นี้เลยค่ะ

บทความวันนี้ เราจะมาแนะนำวิธีการเลือกซื้อเฮดโฟนให้กับคนที่กำลังมองหาเฮดโฟนคุณภาพและมีราคาสมเหตุสมผล แต่กำลังสับสนเหลือเกินว่าจะเลือกซื้อรุ่นไหนดีจึงจะเหมาะกับการใช้งานและความเป็นตัวคุณ หรือจะต้องเลือกใช้สเปกแบบไหน การเชื่อมต่ออย่างไร (มีสาย/ไร้สาย) และคุณสมบัติการใช้งานอย่างไรดี มาทางนี้เลยค่ะ! เพื่อน ๆ จะได้รู้ทุกคำถามที่ค้างคาในใจ รวมถึงในตอนท้ายเราก็ได้รวมมิตร 10 อันดับ เฮดโฟนของแบรนด์โซนี่มาแนะนำให้ด้วย ขอให้ทุกคนสนุกสนานกับการเลือกซื้อเฮดโฟนราคาดี สเปกโดนใจไว้สำหรับส่งมอบความบันเทิงทางเสียงเพลงให้ตัวเองกันนะคะ!

สารบัญ

วิธีเลือกซื้อเฮดโฟนของโซนี่

ก่อนอื่น เราควรทำความเข้าใจให้ตรงกันเรื่องคำว่า “เฮดโฟน” กันเสียก่อน คำว่าเฮดโฟน บางครั้งเรียกกันว่าหูฟังมีทั้งแบบสอดหูและแบบครอบศีรษะ แต่ในบทความนี้ เราจะเน้นไปที่เฮดโฟนแบบครอบศีรษะโดยเฉพาะ เรามาดูกันเลยค่ะว่าในการเลือกซื้อเฮดโฟนประเภทนี้ต้องคำนึงถึงเรื่องใดบ้าง

เลือกรุ่น (Series) ให้ตรงกับแนวเสียงที่ใช่และการใช้งาน

เฮดโฟนของโซนี่นั้นมีหลากหลายรุ่นและมีสเปกแตกต่างกันไป ในส่วนนี้เราจึงจะมาแนะนำเฮดโฟนรุ่นที่น่าสนใจและฟีเจอร์เด่น ๆ ของแต่ละรุ่นเพื่อเป็นข้อมูลให้เพื่อน ๆ เฟ้นหารุ่นใช่สำหรับตัวเองกันค่ะ

รุ่น 1000X : เฮดโฟนไร้สาย มีระบบตัดเสียงรอบข้าง เหมาะใช้งานนอกสถานที่

รุ่น 1000X : เฮดโฟนไร้สาย มีระบบตัดเสียงรอบข้าง เหมาะใช้งานนอกสถานที่

รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ปังมากสำหรับคนที่ต้องการอิสระในการรับฟังเสียงเพลง ประกอบไปด้วยอุปกรณ์ที่ช่วยตัดเสียงรอบข้างหรือที่เรียกว่าระบบ Noise Cancelling ซึ่งทำให้คุณเพลิดเพลินกับเสียงเพลงได้อย่างถึงขีดสุดแม้อยู่ภายนอกที่เต็มไปด้วยเสียงรบกวน รุ่นนี้เป็นเฮดโฟนไร้สาย (Wireless) จึงหมดปัญหาสายหูฟังพันเกี่ยวร่างกายและข้าวของให้เราหงุดหงิด คุณจึงสามารถเดินเหินได้สะดวกอย่างแม้สวมเฮดโฟนตลอดเวลา จึงเหมาะกับการใช้งานนอกสถานที่สุด ๆ

รุ่น h.ear : เหมาะกับคนที่เน้นสีสันและดีไซน์

รุ่น h.ear : เหมาะกับคนที่เน้นสีสันและดีไซน์

เฮดโฟนรุ่น h.ear ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนที่ต้องการความเพลิดเพลินทางเสียงเพลงเต็มคุณภาพเหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมคือ การเน้นดีไซน์และสีสันที่สวยงามโดดเด่น เมื่อสวมใส่แล้วบ่งบอกถึงความมีสไตล์ของผู้ใช้งาน มีให้เลือกถึง 5 สีที่หลากหลาย รองรับความต้องการของทุกเพศทุกวัย รับรองว่าคุณจะได้พบกับสีที่ใช่สำหรับตัวเอง ที่สำคัญ! เป็นเฮดโฟนรุ่นที่ใช้งานได้ทั้งแบบมีสายและไร้สาย เรียกได้ว่าเครื่องเดียวจบ ครบทุกความฟินค่ะ

รุ่น Extra Bass : ตอบโจทย์การฟังเสียงเบสที่นุ่มลึก ชัดเจน หนักแน่น

รุ่น Extra Bass : ตอบโจทย์การฟังเสียงเบสที่นุ่มลึก ชัดเจน หนักแน่น

เฮดโฟนในตระกูล Extra Bass นี้เป็นอุปกรณ์ที่ประกอบด้วยไดร์เวอร์หลักที่มอบพลังเสียงเบสไลน์อย่างหนักแน่น ทำให้คุณรับฟังเสียงเบสได้แบบจัดเต็ม พร้อมทั้งยังเสริมเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเสียงย่านความถี่ต่ำ ซึ่งนอกจากจะเหมาะสมกับคนที่หลงใหลในเสียงเบสที่นุ่มลึกขั้นสุดแล้ว ยังเหมาะกับคนที่ฟังเพลงสไตล์ Hip hop และ EDM อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นเฮดโฟนที่ส่งมอบเสียงเพลงได้หลายแนวจริง ๆ ค่ะ

MDR-1 : เฮดโฟนเพื่อการรับฟังเสียงเพลงที่สมจริง

MDR-1 : เฮดโฟนเพื่อการรับฟังเสียงเพลงที่สมจริง

เฮดโฟนรุ่นนี้เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบฟังแนวเพลงที่หลากหลาย ออกแบบแผ่นรองหูฟังให้มีขนาดใหญ่ ช่วยให้คุณฟังเสียงเพลงได้ชัดเจนแต่สบายหูแม้จะสวมใส่ต่อเนื่องเป็นเวลานาน รุ่นนี้เป็นเฮดโฟนแบบมีสายเคเบิลสำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ซึ่งคุณสามารถใช้สายต่อของอุปกรณ์อื่น ๆ ร่วมด้วยได้ เสริมการใช้งานให้สะดวกได้ในอีกระดับ

รุ่น Premium Overhead : ให้คุณภาพเสียงระดับพรีเมี่ยม น้ำหนักเบา สวมใส่สบาย

รุ่น Premium Overhead : ให้คุณภาพเสียงระดับพรีเมี่ยม น้ำหนักเบา สวมใส่สบาย

สำหรับใครที่กำลังมองหาความพรีเมี่ยมต้องรุ่นนี้เลยค่ะ เป็นตระกูลเฮดโฟนที่มีราคาตั้งแต่ 6 หมื่นปลาย ๆ ถึงราคาหลักแสน แลดูเป็นราคาที่เกินเอื้อมสำหรับหลายคนใช่ไหมคะ? แต่อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจค่ะ เพราะรุ่นนี้เขามีดีที่คุณภาพเสียงความละเอียดสูง สามารถถ่ายทอดเสียงเพลงของศิลปินอย่างสมจริงราวกับดูการแสดงสด เฮดโฟนรุ่นนี้ยังสามารถตรวจจับเสียงได้แม้แต่ย่านความถี่ที่เล็กที่สุดอย่างแม่นยำ ส่งมอบเสียงจากเครื่องดนตรีทุกชิ้นได้ชัดเจนทรงพลัง เหมาะกับกลุ่มคนที่ทำงานด้านเสียงและมืออาชีพโดยเฉพาะ

เลือกประเภทของเฮดโฟน : แบบปิด – แบบเปิด

เฮดโฟนนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทตามลักษณะการใช้งาน นั่นก็คือแบบปิด (Close Type) และแบบเปิด (Open Type) ซึ่งแต่ละประเภทนั้นก็มีข้อดี – ข้อเสียที่ส่งผลต่อการใช้งานแตกต่างกันไป

แบบปิด (Close Type) ช่วยป้องกันเสียงเล็ดลอดได้ดี เหมาะใช้งาน Outdoor

แบบปิด (Close Type) ช่วยป้องกันเสียงเล็ดลอดจากภายนอกได้ดี เหมาะใช้งานเอ้าท์ดอร์

เฮดโฟนแบบปิดนั้นมีการออกแบบแผ่นครอบหูฟังให้มีประสิทธิภาพในการป้องกันเสียงเล็ดลอดออกมาภายนอกซึ่งอาจก่อความรำคาญให้กับคนรอบข้างได้ ดังนั้น เฮดโฟนแบบนี้จึงเหมาะกับการใช้งานนอกสถานที่ โดยเฉพาะในที่ซึ่งผู้คนหนาแน่น เช่น บนรถไฟฟ้า บนรถประจำทางเป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ขอหักคะแนนเจ้าหูฟังประเภทนี้สักเล็กน้อย ตรงที่อาจทำให้คุณเจ็บหู/ศีรษะจากการบีบรัดเมื่อใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานได้ ด้วยความที่แผ่นครอบนั้นออกแบบให้ปิดกั้นเสียงอย่างแน่นหนา แม้จะเพิ่มเสียงดังสุดก็ยังอาจไม่มีเสียงใด ๆ เล็ดลอดออกมาได้นั่นเอง

แบบเปิด (Open Type) เหมาะกับการใช้ Indoor

แบบเปิด (Open Type) เหมาะกับการใช้ Indoor

เฮดโฟนประเภทนี้เป็นแบบที่แนะนำสำหรับคนที่ใช้ในภายในพื้นส่วนตัว เช่น บ้าน, ออฟฟิศ, สตูดิโอ ฯลฯ เลยค่ะ แม้จะเป็นแบบที่อาจมีเสียงเล็ดลอดมาภายนอกได้แต่ก็ไม่ได้รบกวนใคร แถมยังคงมอบอรรถรสการฟังเพลงให้คุณอย่างเต็มประสิทธิภาพได้เช่นเคย นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปใช้กับการดูหนัง, ดูทีวีและเล่นเกมได้ด้วย ตัวอย่างเช่น รุ่น “WH-L600” ที่ให้คุณภาพเสียงสมจริง ระดับ 7.1Ch (รูปแบบการวางลำโพงเพื่อบันทึกและถ่ายทอดเสียงที่ได้มาตรฐาน) เหมาะสมอย่างยิ่งแก่การนำมาใช้ดูหนังหรือรายการทีวีค่ะ

เลือกจากชนิดของเฮดโฟน : แบบมีสายหรือไร้สาย

นอกจากคุณสมบัติด้านเทคนิคและประเภทตามที่กล่าวไปแล้วข้างต้น เฮดโฟนยังถูกแบ่งประเภทตามการเชื่อมต่ออีกด้วยซึ่งได้แก่ แบบมีสาย (Wired) และแบบไร้สาย (Wireless) มาดูกันค่ะว่าแต่ละชนิดนี้มีข้อดี – ข้อเสียแตกต่างกันอย่างไรเผื่อว่าเพื่อน ๆ จะได้เลือกใช้ตามแบบที่ตัวเองชอบนะคะ

แบบมีสาย (Wired) : ได้เสียงชัดเจน มีความเสถียร ใช้งานร่วมกับทีวีเพลงและเกมได้

แบบมีสาย (Wired) : ได้เสียงชัดเจน มีความเสถียร ใช้งานร่วมกับทีวีเพลงและเกมส์ได้

แน่นอนว่าเฮดโฟนที่มีสายเคเบิลพ่วงมาสำหรับการเชื่อมต่อนั้นจะทำให้คุณไม่สะดวกเวลาพกพาไปใช้นอกสถานที่เพราะสายต่อที่ยาวเฟื้อยนั้นอาจไปเกี่ยวโดนสิ่งของจนอาจหลุดมาได้ตลอดเวลา แต่การมีสายเคเบิลแบบนี้จะช่วยให้การเชื่อมต่อนั้นยาวนานแบบไม่มีสะดุด ซึ่งตอบโจทย์เรื่องความเสถียรได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญ สามารถใช้งานร่วมกับทีวี เกมและอุปกรณ์อื่น ๆ ได้ด้วย นอกจากนี้ การติดตั้งการใช้งานก็ง่ายดาย เพียงแค่เสียบสายต่อเข้ากับอุปกรณ์เท่านั้นก็เป็นอันเรียบร้อย

แบบไร้สาย (Wireless) : สะดวกสบายเมื่อต้องพกพา ใช้งานง่ายหลังจากเคยเชื่อมต่อแล้ว

แบบไร้สาย (Wireless) : สะดวกสบายเมื่อต้องพกพา ใช้งานง่ายหลังจากเคยเชื่อมต่อแล้ว

เฮดโฟนไร้สายนี้เป็นแบบที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ด้วยระบบบลูทูธ ออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายเมื่อต้องพกพาไปนอกสถานที่ เสริมความคล่องตัวได้ดี ช่วยให้คุณได้ฟังเพลงตลอดทุกที่ทุกเวลา

อย่างไรก็ตาม การติดตั้งการใช้งานเริ่มแรกอาจจะยุ่งยากไปสักนิดสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มใช้เพราะต้องทำการจับคู่อุปกรณ์กับเฮดโฟน แต่หลังจากนั้นก็ไม่ต้องเชื่อมต่อให้ยุ่งยากอีกต่อไปเพราะตัวอุปกรณ์จะจดจำกันเองโดยอัตโนมัติ เพียงแค่เปิดสัญญาณบลูทูธก็เชื่อมต่อได้ทันทีค่ะ

ตรวจสอบชนิด Codec บนอุปกรณ์บลูทูธว่ารองรับซึ่งกันและกันหรือไม่

ตรวจสอบชนิด Codec บนอุปกรณ์บลูทูธว่ารองรับซึ่งกันและกันหรือไม่

บนอุปกรณ์บลูทูธจะมี Codec ชนิดต่าง ๆ ซึ่งแต่ละชนิดนั้นก็รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่แตกต่างกันไป เรียงลำดับตามระดับคุณภาพจากน้อยไปมากได้ดังนี้ “SBC” รองรับอุปกรณ์หลากหลายยี่ห้อ เน้นประหยัดพลังงาน, “AAC” ให้เสียงคุณภาพมากกว่า mp3 ให้เสียงคุณภาพสมกับสื่อยุคใหม่, “apt-X” และ apt-X HD ให้คุณภาพเสียงที่ละเอียดยิ่งขึ้น ตอบโจทย์มืออาชีพและยังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของหูฟังในปัจจุบันไปแล้ว ส่วน LDAC มักพบได้มากในอุปกรณ์ของโซนี่ที่ถูกพัฒนาความละเอียดเสียงโดยตัวเจ้าของแบรนด์นั่นเอง มอบเสียงแบบ hi-Resolution ที่นอกจากจะช่วยประหยัดพลังงานแล้วยังเพิ่มระยะทางการเชื่อมต่อให้มากขึ้นด้วย

เหตุใดต้องเลือก Codec? เพราะถ้าคุณเชื่อมต่อกับบลูทูธคนละ Codec จะส่งผลให้เสียงที่ได้รับนั้นไม่เต็มประสิทธิภาพเท่าที่ควร ดังนั้น ก่อนตัดสินใจซื้อเฮดโฟนควรตรวจสอบชนิด codec ในอุปกรณ์บลูทูธให้ตรงกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่จะใช้งาน เช่น ชนิด AAC ไว้เชื่อมต่อกับ iPhone, apt-X and apt-X HD ที่รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ระบบแอนดรอยด์ เป็นต้น

อย่าลืม! ให้ความสำคัญกับฟังก์ชันอื่น ๆ เสริมการใช้งานด้วย

นอกเหนือไปจากคุณสมบัติด้านเทคนิคต่าง ๆ แล้ว การเลือกเฮดโฟนมาใช้งานนั้นยังต้องคำนึงถึงฟีเจอร์และฟังก์ชันอื่น ๆ ที่เพิ่มเข้ามาเพื่อเสริมให้การใช้งานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย

เลือกใช้รุ่นที่มีระบบ Noise Cancelling ช่วยให้เสียงเพลงชัดเจน ปราศจากเสียงรบกวน

เลือกใช้รุ่นที่มีระบบ Noise Cancelling ช่วยให้เสียงเพลงชัดเจน ปราศจากเสียงรบกวน

การฟังเพลง/ดูหนังนอกสถานที่นั้นอาจทำให้คุณพบเจอกับปัญหาเสียงดังรบกวนจากภายนอกตลอดเวลาจนสูญเสียความบันเทิงไป ดังนั้น จึงควรเลือกเฮดโฟนที่มีระบบตัดเสียงรบกวนหรือ Noise Cancelling เพื่อช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวนี้ ก็จะช่วยให้คุณสามารถฟังเพลง ดูหนัง หรือเล่นเกมข้างนอกได้โดยไร้ซึ่งเสียงรอบข้างที่มากวนใจเลยค่ะ

เลือกรุ่นที่ถ่ายทอดคุณภาพเสียงด้วยความละเอียดสูง

เลือกรุ่นที่ถ่ายทอดคุณภาพเสียงด้วยความละเอียดสูง

สำหรับคนที่อยู่ในวงการหูฟังนั้นจะรู้ดีว่าการฟังเพลงนั้นไม่ใช่แค่เสียงที่ผ่านเข้าสู่รูหูแต่เน้นไปที่คุณภาพความละเอียดของเสียง ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นให้คุณเลือกเฮดโฟนรุ่นที่มีเทคโนโลยี Hi-Resolution Audio โดยเฉพาะ ก็จะช่วยตอบโจทย์คุณภาพเสียงที่ละเอียด คมชัด และสมจริงมากยิ่งขึ้น

แต่โดยทั่วไปแล้วเฮดโฟนที่จะให้เสียงในระดับ Hi-Resolution ได้นั้นต้องมาจากต้นฉบับที่บันทึกเสียงด้วยระดับความละเอียดของเสียงสูงในแบบเดียวกัน แต่ปัจจุบันมีเฮดโฟนที่สามารถแปลงเสียงต้นฉบับให้มีความละเอียดของเสียงสูงขึ้นได้ อย่างเช่น เฮดโฟนของโซนี่รุ่น WH-1000xM3 สามารถแปลงเสียงต้นฉบันที่เป็น mp3 ซึ่งความละเอียดต่ำกว่าให้กลายเป็นเสียงระดับ Hi-Resolution ได้

ฟังก์ชันตรวจจับเสียงรอบข้าง ช่วยแจ้งเตือนเมื่อมีภัยอันตรายรอบตัว

ฟังก์ชันตรวจจับเสียงรอบข้าง ช่วยแจ้งเตือนเมื่อมีภัยอันตรายรอบตัว

แม้ว่าการตัดเสียงรอบข้างจะเป็นคุณสมบัติชั้นเยี่ยมข้อหนึ่งของเฮดโฟนที่หลายคนปรารถนา แต่การใช้งานเอาท์ดอร์ที่อาจเกิดอันตรายได้ทุกเมื่อ เช่น รถวิ่งบนฟุตบาท รถเฉี่ยวขณะข้ามถนน หรือแม้แต่เสียงสัญญาณแจ้งเตือนภัยบนเครื่องบินหรือตามสถานที่ต่าง ๆ ดังนั้น หากเป็นไปได้อยากให้ลองมองหาเฮดโฟนที่มีฟังก์ชันแจ้งเตือนเสียงรอบข้างเพื่อความปลอดภัยด้วยก็ดีค่ะ

ปรับการใช้งานให้เหมาะสมด้วยแอพพลิเคชั่นจากโซนี่

ปรับการใช้งานให้เหมาะสมด้วยแอพพลิเคชั่นจากโซนี่

เฮดโฟนของโซนี่ส่วนใหญ่จะออกแบบมาให้เชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นของโซนี่ได้ เพื่อมอบอิสระให้แก่ผู้ใช้ในการปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานต่าง ๆ เองได้ เช่น เอฟเฟคของเสียง หรือระดับการตรวจจับเสียงจากภายนอก เป็นต้น ซึ่งหากใช้งานเฮดโฟนร่วมกับแอพฯ ดังกล่าวนี้แล้วจะช่วยเสริมให้คุณได้รับความบันเทิงจากเสียงเพลงมากขึ้นอีกระดับ ได้เสียงที่ตรงใจ และสามารปรับเปลี่ยนได้เสมอเมื่อต้องการ

โซนี่ (Sony) ผู้นำระดับโลกด้านเสียงเพลงที่วางใจได้

โซนี่ (Sony) ผู้นำระดับโลกด้านเสียงเพลงที่วางใจได้

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า โซนี่เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ที่หลากหลาย เช่น ทีวี, กล้อง, วิดิโอเกม, โทรศัพท์มือถือและอื่น ๆ รวมไปถึงหูฟังหรือเฮดโฟน ซึ่งเป็นสินค้าที่ได้รับการยอมรับเรื่องคุณภาพของเสียงที่ยอดเยี่ยม วัสดุที่เลือกใช้ก็มีประสิทธิภาพสูง มีการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใช้ และให้เนื้อเสียงที่ทรงประสิทธิภาพจัดหนักจัดเต็มโดนใจทุกแนวเพลง ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย ซึ่งไม่เพียงแต่บุคคลทั่วไปเท่านั้นที่พึงพอใจในเฮดโฟนของโซนี่แต่ยังรวมถึงกลุ่มมือโปรในวงการเพลงทั้งหลายอีกด้วย

10 อันดับ เฮดโฟน ของ Sony รุ่นไหนดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

จากความรู้ที่เราได้แชร์ให้ฟังกันมาทั้งหมดนี้ เพื่อน ๆ คงได้รู้จักเฮดโฟนของโซนี่ที่น่าสนใจและคุณสมบัติเด่น ๆ ของแต่ละรุ่นกันไปแล้ว รวมถึงไอเดียในการเลือกซื้อเฮดโฟนมาไว้ใช้งานกันมากขึ้นแล้วใช่ไหมคะ? ตอนนี้ก็ถึงเวลาของ Shopping Time ที่ทุกคนรอคอยกันแล้ว ไปเลือกเฮดโฟนของโซนี่รุ่นที่โดนใจกันเลยดีกว่าค่ะ!

10. Sony – Headphone รุ่น WH-CH500

10. Sony - Headphone รุ่น WH-CH500

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 2,990 บาท

ไร้สาย เชื่อมต่อง่าย มีไดร์ฟเวอร์เสริมการได้ยินมากขึ้น Ear Cup หมุนได้

เฮดโฟนรุ่นนี้เป็นแบบที่ใช้งานง่าย เชื่อมต่อด้วยระบบบลูทูธแบบไร้สายเหมาะกับการพกพาไปใช้นอกสถานที่ จับคู่กับอุปกรณ์ได้ง่ายด้วย NFC One Touch เพียงกดเครื่องหมาย N บนเครื่องก็เชื่อมต่อได้อย่างรวดเร็ว ฟังเพลงนาน ๆ ได้แบบไม่มีสะดุด แบตเตอรี่อึดทนกว่า 20 ชั่วโมง ที่โดดเด่นคือ มีการใช้ไดร์ฟเวอร์ขนาด 30 มิลลิเมตรทำให้ได้ยินเสียงแบบละเอียดขึ้นและได้ยินเสียงเบสแบบหนักแน่น

รูปทรงหูฟังมีขนาดกะทัดรัด เพรียวบาง และมีน้ำหนักเบา แผ่นครอบหูทำจากวัสดุเนื้อนิ่ม สวมใส่สบายตลอดวันและมี Ear Cup หมุนได้ สามารถพับใส่กระเป๋าได้สะดวก มี 3 สีให้เลือกสรร มาพร้อมกับราคาที่เอื้อมถึงได้ไม่ยากค่ะ

รูปแบบการเชื่อมต่อ  ไร้สาย
ความละเอียดเสียง Hi-Resolution  –
ระบบ Noise Cancelling  –
ระยะเวลารับประกัน  1 ปี

9. Sony – Headphone รุ่น MDR-ZX310

9. Sony - Headphone รุ่น MDR-ZX310

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 990 บาท

เน้นฟังเสียงกลาง ไดร์ฟเวอร์ไดนามิก 30 มม. วัสดุคุณภาพดี ราคามิตรภาพ

รุ่นนี้เป็นเฮดโฟนของโซนี่ที่ต้องตาต้องใจใครหลายคนด้วยราคามิตรภาพมาก ๆ แต่มาพร้อมคุณสมบัติพื้นฐานของหูฟังที่ดี เป็นรุ่นแบบมีสายเคเบิลยาว 1.2 เมตร ที่รับรองคุณภาพเรื่องความเสถียรและการเชื่อมต่อยาวนานแบบไม่มีสะดุด เป็นรุ่นที่ใช้ไดร์ฟเวอร์แบบไดนามิค 30 มิลลิเมตร ส่งมอบเสียงย่านความถี่กลาง ๆ ได้ละเอียด ชัดเจน ให้เสียงเครื่องดนตรีสมจริงได้ดีกว่าแบบ BA

มีการติดตั้งไมโครโฟนภายในเพื่อให้ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้หลากหลาย ส่วนแผ่นครอบหูฟังออกแบบมาให้สวมใส่สบาย ไม่รัดศีรษะแน่นเกินไป ทั้งยังมีน้ำหนักเบาจึงสามารถพกพาได้สะดวก

รูปแบบการเชื่อมต่อ  มีสาย
ความละเอียดเสียง Hi-Resolution  –
ระบบ Noise Cancelling  –
ระยะเวลารับประกัน  1 ปี

8. Sony – Headphone รุ่น h.ear on 2 WH-H900N

8. Sony - Headphone รุ่น h.ear on 2 WH-H900N

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 10,990 บาท

พลังเสียงขั้นสูง บีบอัดเสียง ปรับ – ควบคุมฟังก์ชันง่าย ดีไซน์โดนเด่นทันสมัย

เฮดโฟนรุ่นนี้เป็นความทันสมัยที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ได้ดี โดดเด่นที่สีสัน รูปทรงหูครอบออกแบบให้ลงตัวกับสรีระศาสตร์ มีการใช้เทคโนโลยีความละเอียดของเสียงขั้นสูง มอบสัมผัสแห่งเสียงสมจริง เข้าถึงทุกโสตประสาทเหมือนฟังเพลงสดจากศิลปิน ยิ่งไปกว่านั้น มีระบบ DSEE HX สามารถฟื้นฟูความละเอียดของเสียงด้วยการบีบอัดสร้างไฟล์เสียงที่เป็นธรรมชาติ

เมื่อสวมหูฟังนี้คุณจะสัมผัสได้ถึงความเป็นส่วนตัว ไร้เสียงรบกวน แล้วยังสามารถปรับและควบคุมฟังก์ชันใช้งานอย่างง่ายดายเพียงแค่แตะที่ปลายนิ้วเพราะมีแอพฯ Sony รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนนั่นเอง

รูปแบบการเชื่อมต่อ  ไร้สาย
ความละเอียดเสียง Hi-Resolution  ✔
ระบบ Noise Cancelling  ✔
ระยะเวลารับประกัน  1 ปี

7. Sony – Headphone รุ่น MDR-1000X

7. Sony - Headphone รุ่น MDR-1000X

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Powerbuy

ราคา 6,994 บาท

ระบบ Sense Engine รับฟังเสียงละเอียดสูง การเชื่อมต่อเป็นเลิศ ตัดเสียงรบกวนดีเยี่ยม

สินค้าชิ้นนี้เป็นเฮดโฟนคุณภาพเยี่ยมอีกชิ้นหนึ่งจากโซนี่ เป็นที่ยอมรับเรื่องการตัดเสียงรบกวนด้วยรางวัล 5 ดาวเป็นตัวการันตี คุณจึงสามารถรับฟังเสียงเพลงโปรดได้อย่างเพลิดเพลินขั้นสุด ทั้งนี้ด้วยระบบเสียงที่ใช้รองรับความละเอียดสูง จึงสามารถรับฟังเสียงละเอียดปลีกย่อยได้ครบถ้วน ทั้งยังมีระบบควบคุมเสียงด้วย Sense Engine ที่ปรับและควบคุมระดับเสียงได้เพียงแค่การแตะเบา ๆ ที่ตัวครอบหูฟัง

ที่สำคัญ! มีระบบเชื่อมต่อไร้สายคุณภาพสูง (LDAC) จึงหมดปัญหาการเชื่อมต่อช้า สัญญาณหลุดบ่อย เพลิดเพลินกับเสียงเบสที่หนักแน่น ชัดเจน แถมยังตอบสนองกับเสียงเพลงแนวอื่น ๆ ได้นุ่มลึกสมจริงอีกด้วย

รูปแบบการเชื่อมต่อ  ไร้สาย
ความละเอียดเสียง Hi-Resolution  ✔
ระบบ Noise Cancelling  ✔
ระยะเวลารับประกัน  1 ปี

6. Sony – Headphone รุ่น EXTRA BASS MDR-XB550AP

6. Sony - Headphone รุ่น EXTRA BASS MDR-XB550AP

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 2,490 บาท

ตอบโจทย์เสียงเบสทรงพลัง เสียงลึกหนักแน่นกว่าเดิม แผ่นครอบสัมผัสนุ่ม ปุ่มควบคุมง่าย

เฮดโฟนในรุ่น Extra Bass ชื่อก็บอกว่ามุ่งเน้นคุณภาพเสียงเบสให้ทรงพลัง หนักแน่นสมใจคอเพลงหนัก ๆ ฟังแล้วเกิดอิมแพคเต็มอิ่ม รองรับเสียงย่านความถี่ต่ำ ได้เสียงนุ่มลึก ฟังสนุกตลอดทั้งวัน แต่ทั้งนี้ก็ไม่ละเลยเสียงอื่น ๆ เช่น เสียงกลางก็ยังทำได้ดี ฟังลื่น เสียงคมชัด ส่วนเสียงร้องก็ใสแจ๋ว ได้ยินชัดเจนทุกท่วงทำนอง

รุ่นนี้ยังโดดเด่นด้วยรูปทรงที่สวยงามสง่า มีสีให้เลือกตามความชอบถึง 5 สี ส่วนแผ่นครอบหูทำจากวัสดุเนื้อนิ่ม สวมแล้วไม่ปวดหู สายคาดยืดหยุ่นได้ดีเยี่ยม สามารถปรับให้กระชับกับศีรษะได้ ส่วนสายเคเบิลก็มาพร้อมปุ่มควบคุมเพียง 1 ปุ่ม มอบอิสระการรับสายหรือเปลี่ยนเพลงอย่างง่ายดาย

รูปแบบการเชื่อมต่อ  มีสาย
ความละเอียดเสียง Hi-Resolution  –
ระบบ Noise Cancelling  –
ระยะเวลารับประกัน  1 ปี

5. Sony – Headphone รุ่น EXTRA BASS MDR-XB950N1

5. Sony - Headphone รุ่น EXTRA BASS MDR-XB950N1

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 7,990 บาท

ตัดเสียงรบกวนดิจิตอล ได้เสียงเบสหนักแน่น ระยะเวลาใช้งานสูงสุดถึง 22 ชั่วโมง

เฮดโฟนรุ่นนี้เป็นหนึ่งในรุ่น Extra Bass มีไดร์ฟเวอร์ที่เน้นส่งมอบเสียงเบสที่หนักแน่น ชัดเจน ทุ้มต่ำ เพิ่มความสนุกในการดูหนังฟังเพลงให้ลึกถึงแก่นกว่าที่เคย เสียงที่ได้สมจริง แล้วยังทรงพลังมากขึ้นด้วยระบบตัดเสียงดิจิตอล ควบคุมการเปิดกั้นเสียงรบกวนจากภายนอกได้ง่ายเพียงแค่สัมผัส จึงเหลือไว้แค่คุณกับเสียงเพลง รับรู้ได้ถึงความเรียลที่แท้ทรูเพราะได้ยินชัดเจนทุกโน๊ต ทุกเนื้อเพลง

รุ่นนี้พัฒนาให้มีประสิทธิภาพการใช้งานนานต่อเนื่องกว่าที่เคย สูงสุดถึง 22 ชั่วโมง เรียกได้ว่าดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมได้ตลอดแทบทั้งวัน ไม่ต้องหลับต้องนอนกันเลยค่ะ! แล้วรูปทรงเป็นแบบพับได้ แผ่นครอบหูเนื้อนิ่ม สวมใส่สบายตลอดการใช้งาน

รูปแบบการเชื่อมต่อ  ไร้สาย
ความละเอียดเสียง Hi-Resolution  ✔
ระบบ Noise Cancelling  ✔
ระยะเวลารับประกัน  1 ปี

4. Sony – Headphone รุ่น EXTRA BASS™ MDR-XB650BT

4. Sony - Headphone รุ่น EXTRA BASS™ MDR-XB650BT

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Powerbuy

ราคา 4,990 บาท

เป็นเลิศด้านพลังเสียงเบส เพิ่มเติมมิติความลึก น้ำหนักเบา แบตอึด ใช้งานข้ามคืนได้

ถ้าได้ฟังคุณสมบัติเฮดโฟนรุ่นนี้หลายคนอาจเหวอ งงว่าทำไมถึงมีราคาแค่หลักพัน ด้วยความสามารถแห่งพลังเสียงเบสที่เข้มข้น เสียงหนักแน่นมีหลายมิติความลึกอันเนื่องมาจากมีเทคโนโลยี Bass Boosters ให้ในตัว จึงเพลิดเพลินกับเสียงเพลงได้ตามต้องการ ที่สำคัญ! ฟังข้ามวันข้ามคืนยังได้เพราะแบตฯ อึดมาก ใช้ได้นานสูงสุดถึง 30 ชั่วโมงเลยทีเดียวค่ะ

รุ่นนี้ออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา แผ่นครอบหูขนาดกำลังดี บิดรูปได้ ปิดรอบหูได้มิดชิด ป้องกันเสียงเล็ดรอดออกภายนอกได้ดี ผู้ใช้จำนวนมากชื่นชอบด้วยคุณสมบัติเป็นเลิศแต่มาในราคาที่เอื้อมถึงได้ง่าย ควรค่าแก่การครอบครองอย่างยิ่งจริง ๆ ค่ะ

รูปแบบการเชื่อมต่อ  ไร้สาย
ความละเอียดเสียง Hi-Resolution  –
ระบบ Noise Cancelling  –
ระยะเวลารับประกัน  1 ปี

3. Sony – Headphone รุ่น MDR-ZX110APB

3. Sony - Headphone รุ่น MDR-ZX110APB

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Sony

ราคา 890 บาท

เสียงเบสหนักแน่น มีไมโครโฟนในตัว พร้อม Sound Monitoring พกพาสะดวก

รุ่นนี้เป็นไอเทมพื้นฐานสำหรับมือใหม่แห่งวงการที่อยากสัมผัสความบันเทิงแห่งเสียงเพลงระดับคุณภาพจากโซนี่ในราคาหลักร้อย เหมาะกับการใช้งานทั่วไปด้วย Neodymium ไดร์ฟเวอร์ไดนามิคขนาด 1.38 นิ้วที่มีประสิทธิภาพให้เสียงคมชัด เบสแน่น รองรับทุกท่วงทำนองดนตรีและยังเข้าถึงระดับความลึกของเสียงได้ยอดเยี่ยม

ส่วนตัวสายเคเบิลนั้นติดตั้งไมโครโฟนในตัว รองรับฟังก์ชัน Hand Free ปรับการพูดคุยสลับการฟังเพลงได้ง่ายดายเพียงแค่ปลายนิ้ว ออกแบบรูปทรงให้มีน้ำหนักเบา พับได้เพื่อการพกพาสะดวก แผ่นครอบหูแบบปิดป้องกันเสียงเล็ดลอด ใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างลงตัว

รูปแบบการเชื่อมต่อ  มีสาย
ความละเอียดเสียง Hi-Resolution  –
ระบบ Noise Cancelling  –
ระยะเวลารับประกัน  1 ปี

2. Sony – Headphone รุ่น MDR-1AM2

2. Sony - Headphone รุ่น MDR-1AM2

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 9,990 บาท

เสียงชัดใส เสียงสูงเพอร์เฟค คุณภาพเกรดพรีเมี่ยม สร้างสมดุลในการรับฟัง

รุ่นนี้เป็นเฮดโฟนไลน์พรีเมี่ยมที่จัดเต็มด้วยคุณสมบัติแห่งความเป็นเลิศ เลือกใช้ไดร์ฟเวอร์ HD ขนาด 40 มม. ช่วยในการรับฟังเสียงใสแจ๋ว คมชัด แม่นยำทุกท่วงทำนองย่านความถี่กลางถึงสูงและยังมีเทคโนโลยีถ่ายทอดเสียงสูงได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตอบโจทย์ทุกแนวเพลงที่ใจปรารถนา นอกจากนี้ ภายในยังมีสายเคเบิลที่เสริมมาเพื่อช่วยสร้างสมดุลในการรับฟังของหูซ้าย – ขวาด้วย

ไอเทมนี้ออกแบบมาอย่างพิถีพิถันให้มีน้ำหนักเบา ส่วนแผ่นครอบหูบุด้วยวัสดุลดแรงกดดันจึงสวมใส่สบาย บิดพับไว้ใส่กระเป๋าเพื่อพกพาได้ โดดเด่นกว่าใครด้วยรูปลักษณ์ไฉไล สวยงามดูดีมีสไตล์

รูปแบบการเชื่อมต่อ  มีสาย
ความละเอียดเสียง Hi-Resolution  ✔
ระบบ Noise Cancelling  ✔
ระยะเวลารับประกัน  1 ปี

1. Sony – Headphone รุ่น WH-1000XM3

1. Sony - Headphone รุ่น WH-1000XM3

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 13,990 บาท

ป้องกันเสียงรบกวนระดับสูง ให้เสียงคมชัดสมจริง เชื่อมต่อได้รวดเร็ว สวมใส่สบาย

เฮดโฟนรุ่นนี้เป็นที่สุดแห่งไอเทมที่ให้เสียงที่มีความละเอียดสูงและป้องกันเสียงรบกวนได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะเสริมด้วยโปรเซสเซอร์ QN1 จึงสัมผัสความเงียบได้อย่างแท้ทรู เกิดเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่มีแค่คุณกับเสียงเพลง ฟังครั้งแรกรู้สึกได้ถึงความสมดุลของเสียงเพลง ส่งพลังเสียงย่านความถี่ระดับกลางถึงเสียงสูงอย่างลื่นไหล พร้อมกันนั้นยังตอบโจทย์ผู้ชื่นชอบเสียงเบสแบบหนัก ๆ เข้าถึงทุกมิติแห่งเสียงได้ดี อีกทั้งมีบลูทูธ 4.2 ที่สามารถเชื่อมต่อได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

จุดเด่นอีกอย่างคือแผ่นครอบหูฟัง ที่สามารถปรับปรุงให้สวมใส่สบายด้วยการบุโฟมยูริเทน ลดการบีบใบหู ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบา สามารถหมุนเอียร์คัพแล้วจัดเก็บในกระเป๋าพกพาได้สะดวก รองรับการเชื่อมต่อแอพฯ โซนี่เพื่อปรับแต่งเสียงและการควบคุมอัตโนมัติ

รูปแบบการเชื่อมต่อ  ไร้สาย
ความละเอียดเสียง Hi-Resolution  ✔
ระบบ Noise Cancelling  ✔
ระยะเวลารับประกัน  1 ปี

บทส่งท้าย

การเลือกเฮดโฟนนั้นจะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย นี่แค่พูดถึงเฮดโฟนของโซนี่เท่านั้นก็พบว่ามีสินค้าหลากหลายรุ่นและคุณสมบัติมาให้เลือกสรรถึงเพียงนี้ เพื่อน ๆ ที่อ่านมาถึงตรงนี้คงพอจะรู้แล้วว่าการเลือกซื้อเฮดโฟนที่แลดูเป็นเรื่องเทคนิคเฉพาะต่าง ๆ นั้นไม่ยากอย่างที่คิด เพียงแค่เราคำนึงถึงสิ่งสำคัญในเรื่องของความถี่เสียงที่ต้องการ ความอึดทนของแบตฯ ขนาด – รูปทรง และขาดไม่ได้เลยคือเรื่องฟังก์ชันใช้งานที่สะดวกสบาย มีเทคโนโลยีรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้รวดเร็วและควบคุมสั่งการได้ง่ายต่อเรา ตลอดจนแอพพลิเคชั่นที่รองรับการปรับแต่งเสียงอย่างอิสระตามใจชอบ

เฮดโฟนที่ดีนั้นไม่ใช่ต้องมีราคาแพงที่สุดหรือจัดเต็มด้วยนวัตกรรมต่าง ๆ แต่กลับเป็นเฮดโฟนที่มีคุณสมบัติตรงกับการใช้งาน เช่น บางคนที่เน้นความเป็นส่วนตัว ต้องการโลกที่มีแค่ตัวเองกับเสียงเพลงก็ให้เลือกรุ่นที่ตัดเสียงรบกวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น ซึ่งทีมงานหวังเป็นอย่างยิ่งว่าวันนี้เพื่อน ๆ จะได้ไอเดียในการเลือกซื้อเฮดโฟนไปไม่มากก็มหาศาลและได้ลิสต์สินค้าโดนใจติดไม้ติดมือกันไปบ้างนะคะ

Popular Posts