10 อันดับ ไดร์เป่าผม ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2019

10 อันดับ ไดร์เป่าผม ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2017

ถ้าคุณต้องเป่าผมอยู่เป็นประจำ ก็คงอยากได้ไดร์เป่าผมดี ๆ สักอันที่ไม่ทำลายเส้นผมใช่ไหมคะ? ไดร์เป่าผมในยุคสมัยนี้ไม่ใช่แค่ทำให้ผมแห้งได้อย่างเดียว แต่ล้ำถึงขนาดสามารถดูแลบำรุงรักษาเส้นผมและหนังศีรษะ ไปจนถึงสภาพผิวได้ด้วย อาทิ ไดร์เป่าผมของ Panasonic, Dyson, LESASHA และรุ่นอื่น ๆ ทั้งยังมีหลากหลายฟังก์ชั่น เช่น สามารถปรับความแรงของลม ปรับอุณหภูมิร้อนเย็น มีประจุลบเพื่อป้องกันการเกิดไฟฟ้าสถิต และยังสามารถนำติดตัวไปใช้ในต่างประเทศได้อีกด้วย เยอะจนเลือกไม่ถูกเลยใช่ไหมคะ

วันนี้เราจึงขอแนะนำวิธีการเลือกไดร์เป่าผมและแนะนำไดร์เป่าผมยอดฮิตที่ติดอันดับสินค้าขายดีแถมหาซื้อได้ง่าย ๆ ทั้งออนไลน์ ลองอ่านก่อนที่จะไปเลือกซื้อไดร์เป่าผมที่ถูกใจได้เลยค่ะ

สารบัญ

วิธีการเลือกไดร์เป่าผม

ก่อนอื่นเราจะแนะนำเคล็ดลับในการเลือกซื้อไดร์เป่าผมกันก่อนค่ะ โดยข้อมูลนี้ส่งตรงมาจาก Hair Stylist ชาวญี่ปุ่นเชียวนะคะ

เลือกไดร์ที่ไม่ทำให้ผมเสีย

เรื่องที่ควรกังวลที่สุดในการใช้ไดร์เป่าผมก็คือ ผมเสียที่เกิดจากการใช้ความร้อนสูงนั่นเอง ซึ่งสิ่งสำคัญที่เราควรสังเกตเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าวมีดังนี้ค่ะ

เลือกไดร์เป่าผมที่ปรับอุณหภูมิได้ อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 60 °C

เลือกไดร์เป่าผมที่ปรับอุณหภูมิได้ อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 60 °C

ถ้าอยากเป่าผมให้แห้งเร็วแต่ก็ไม่อยากให้ผมเสีย แนะนำไดร์เป่าผมที่สามารถปรับอุณหภูมิได้ค่ะ และจะดีที่สุดถ้าปรับให้อยู่ที่ประมาณ 60 °C ได้ เพราะหากใช้อุณหภูมิสูงเกิน 100 °C เป่าเป็นเวลานาน นอกจากจะทำให้ผมเสียแล้ว ยังส่งผลถึงหนังศีรษะได้ด้วยนะคะ

อย่างไรก็ตามถ้าไม่ทราบว่าไดร์เป่าให้อุณหภูมิเท่าไร ให้ใช้วิธีเอามืออังตรงผมที่เป่าแล้วดูว่าเป่าจากตำแหน่งไหนหรือเปิดเบอร์ไหนแล้วรู้สึกว่ามือไม่ร้อนเกินไป ก็ให้ยึดระยะห่างนั้นหรือเปิดเบอร์นั้นเวลาเป่าค่ะ

ไดร์เป่าผมควรให้แรงลมที่มากกว่า 1.3 ㎥/นาที

ควรเลือกไดร์เป่าผม ที่มีขนาดกำลังไฟฟ้าที่  1000 - 1200 W

ถ้าเราเลือกไดร์เป่าผมที่ปล่อยปริมาณ/แรงลมได้เยอะ ก็จะทำให้ผมแห้งเร็วขึ้น อีกทั้งยังลดผมเสียจากการโดนความร้อนได้ด้วย อย่างน้อยแนะนำให้เลือกปริมาณลมที่ 1.3 ㎥/นาที ส่วนคนผมยาวถ้าเป็นไปได้ให้เลือกชนิดที่ปล่อยลมได้ 1.6 ㎥/นาที ขึ้นไปค่ะ

ข้อควรระวังในการเลือกคือ การที่ไดร์ใช้กำลังวัตต์ (W) สูง ไม่ได้หมายความว่าจะให้ปริมาณลมเยอะค่ะ ดังนั้นจะดูที่วัตต์อย่างเดียวไม่ได้ต้องดูที่รายละเอียดของสินค้า ตรงที่เขียนปริมาณลมด้วยเพื่อข้อมูลที่ถูกต้องก่อนทำการซื้อค่ะ

ปกป้องเส้นผมด้วยเทคโนโลยีอินฟาเรด

ปกป้องเส้นผมด้วยเทคโนโลยีอินฟาเรด

ปัจจุบันไดร์เป่าผมหลายแบรนด์นำเทคโนโลยีอินฟาเรดแบบคลื่นยาว ( Far Infared ) มาใช้ซึ่งช่วยเพิ่มอุณหภูมิจากภายในเส้นผม ทำให้ผมแห้งโดยที่ภายนอกเส้นผมไม่ร้อน และแน่นอนว่าลดการทำร้ายหนังศีรษะด้วยค่ะ

นอกจากนี้ยังมีไดร์เป่าผมชนิดที่มีประสิทธิภาพเหมือนอุปกรณ์เสริมความงามช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและปรับสภาพผิวได้อีกด้วย เรียกว่าเนื้อคำจำกัดความของไดร์เป่าผมที่เรารู้จักไปแล้วค่ะ

ตรวจสอบผลลัพธ์ที่ได้จากระบบประจุไฟฟ้าไอออนของไดร์เป่าผมตัวนั้น ๆ ด้วย

ตรวจสอบผลลัพธ์ที่ได้จากระบบประจุไฟฟ้าไอออนของไดร์เป่าผมตัวนั้น ๆ ด้วย

มีบางคนสงสัยว่าประจุไฟฟ้าไอออนมีประโยชน์จริงหรือเปล่า? เนื่องจากวิธีที่ทำให้เกิดประจุไฟฟ้าและแนวความคิดการพัฒนาของแต่ละบริษัทผู้ผลิตแตกต่างกัน เราเลยไม่สามารถสรุปได้ว่าตัวสินค้าที่มีระบบประจุไฟฟ้ามาด้วยนั้น ให้คุณประโยชน์ครบตามที่เราคาดหวังหรือไม่

เวลาที่เลือกไดร์เป่าผม จึงต้องอย่าดูแค่ว่ามีระบบประจุไฟฟ้าไอออนหรือไม่ แต่เราควรตรวจสอบคุณสมบัติที่ชัดเจน ว่าเราสามารถคาดหวังผลอะไรได้จากไดร์เป่าผมตัวนั้น ๆ เช่น ช่วยรักษาความชุ่มชื้นของเส้นผม, ทำให้เส้นผมจัดทรงง่าย, ช่วยให้เส้นผมดูเงางามและคุณสมบัติอื่น ๆ โดยรวม แล้วค่อยตัดสินใจเลือกซื้อค่ะ

เลือกฟังก์ชันอื่น ๆ ของไดร์เป่าผม ตามลักษณะการใช้งานของเรา

ถ้าเรานึกถึงลักษณะการใช้ไดร์เป่าผมของเราออก ก็จะช่วยให้รู้ว่าเราต้องการฟังก์ชันแบบไหนค่ะ

ถ้ากังวลเรื่องเสียงรบกวน เลือกไดร์ที่เสียงดังน้อยกว่า 60 db

ถ้ากังวลเรื่องเสียงรบกวน เลือกไดร์ที่เสียงดังน้อยกว่า 60 db

ถ้าหากในบ้านมีเด็กทารกหรือต้องเป่าผมช่วงเวลากลางคืนอยู่บ่อย ๆ ก็ควรต้องระวังเรื่องเสียงรบกวนที่เกิดจากไดร์เป่าผมด้วยใช่ไหมคะ ใครที่กังวลในเรื่องนี้ให้เลือกใช้ไดร์เป่าผมที่เสียงดังน้อยกว่า 60 db หรือไดร์เป่าผมที่ระบุว่าเป็นแบบเสียงเบาค่ะ แต่ถ้าจะให้มั่นใจจริง ๆ แนะนำให้ไปลองไดร์เป่าผมที่หน้าร้านเลย หากไม่สามารถลองไดร์เป่าผมก่อนซื้อได้ แนะนำให้ลองหาข้อมูลและอ่านรีวิวจากผู้ใช้ท่านอื่นที่เกี่ยวกับเสียงดูค่ะ

ถ้าต้องพกพา เลือกแบบพับได้และน้ำหนักประมาณ 400 กรัม

ถ้าต้องพกพา เลือกแบบพับได้และน้ำหนักประมาณ 400 กรัม

ใครที่ต้องเดินทางอยู่บ่อย ๆ แนะนำไดร์เป่าผมที่สามารถพับเก็บได้เพราะช่วยให้พกพาง่ายและประหยัดพื้นที่เก็บ ส่วนใครที่ผมยาวต้องถือไดร์เป่าผมเป็นเวลานาน ๆ ควรเลือกไดร์เป่าผมที่มีน้ำหนักประมาณ 400 กรัม จะได้ไม่ต้องเมื่อยแขนเวลาใช้งานค่ะ

เลือกแบบที่สามารถพกพาไปใช้ต่างประเทศได้

เลือกแบบที่สามารถพกพา ไปใช้ต่างประเทศได้

สำหรับใครที่ต้องการพกไดร์เป่าผมไปใช้เวลาไปต่างประเทศด้วย สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่าลืมเช็คแรงดันไฟฟ้า (V) ของประเทศนั้น ๆ ก่อนค่ะ อย่างที่ญี่ปุ่นก็จะใช้ไฟแค่ 100 V เท่านั้นพกของบ้านเราไปก็คงจะใช้ไม่ได้เต็มประสิทธิภาพ นอกจากนั้นที่ต้องระวังคือรูปร่างปลั๊กก็อาจจะไม่เหมือนกันด้วยนะคะ ดังนั้นแนะนำว่าควรพกตัวแปลงหัวปลั๊กไฟหรือตัวแปลงแรงดันไฟฟ้าไปด้วย หรือเลือกซื้อไดร์เป่าผมที่ใช้ได้ทั่วโลกแทน และเวลาจะซื้อไดร์เป่าผมจากต่างประเทศกลับไทยก็ต้องคำนึงถึงเรื่องนี้เช่นกันค่ะ

10 อันดับ ไดร์เป่าผม ยี่ห้อไหนดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

ต่อไปนี้จะเป็นการแนะนำไดร์เป่าผมยอดฮิตขายดีติดอันดับให้สาว ๆ ได้ตัดสินใจเลือกซื้อ ไปดูกันเลยค่ะ

10. CKL CKL – 3900

10. CKL CKL- 3900

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 585 บาท

ราคาประหยัดงบ แรงลมเหมาะสมกับเส้นผม

แม้ว่าจะมีราคาเบา ๆ แต่ไดร์เป่าผมตัวนี้มีแรงลมร้อน-เย็นที่พ่นออกมาได้แรงทันใจและสามารถปรับได้ 2 ระดับ จะใช้ตอนเช้าที่ต้องเร่งรีบก็สะดวก ตัวนี้อาจจะมีน้ำหนักมากและเสียงดังไปสักหน่อยแต่ก็เป็นไดร์เป่าผมที่ช่างทำผมนิยมใช้ในร้านเสริมสวยเพราะใช้งานง่ายและเป่าผมแห้งได้ไว ดังนั้นคนที่ชอบประหยัดเวลาแถมประหยัดงบ ก็แนะนำให้ใช้ตัวนี้เลยค่ะ

ระดับปริมาณ/แรงลม 2 ระดับ
ฟังก์ชัน
น้ำหนัก 720 กรัม
กำลังไฟ (W) 1700

9. CKL MD – 6268

9. CKL MD - 6268

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 490 บาท

ราคาเบา ๆ เหมาะแก่การใช้ในครัวเรือน

ไดร์เป่าผมตัวนี้ใช้ง่าย ราคาไม่แพง มีแรงลมที่ 1000 w ที่แรงกำลังดี ไม่ต้องกังวลเรื่องเสียงรบกวนเท่าไรนัก ด้ามจับใหญ่ถือง่าย น้ำหนักเบาทำให้พกพาไปไหนมาไหนได้ไม่ลำบากมากค่ะ ปรับแรงลมได้ 2 ระดับให้เลือกใช้ตามความต้องการ แถมราคานี้ยังมีหัวปรับทิศทางลมมาให้ด้วย คุ้มค่าคุ้มราคาแบบนี้ได้ใจไปเต็ม ๆ ค่ะ

ระดับปริมาณ/แรงลม 2 ระดับ
ฟังก์ชัน
น้ำหนัก
กำลังไฟ (W) 1000

8. Panasonic EH-ND21-PL

8. Panasonic EH-ND21-PL

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 550 บาท

ผมแห้งเร็วขึ้นด้วยระบบ Quick Dry

ไดร์เป่าผมตัวนี้ช่วยประหยัดเวลาในการเป่าผมแบบเส้นต่อเส้น ด้วยหัวเป่าแบบ Quick Dry ทำให้แห้งเร็วขึ้น 20%  ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดความเสียหายแก่เส้นผมและหนังศีรษะ มาพร้อมด้ามจับแบบพับได้ลดพื้นที่จัดเก็บช่วยให้พกพาไปไหนได้สะดวกค่ะ

ไดร์ไม่มีฟังก์ชันอะไรมากมาย เน้นใช้งานง่ายในราคาสุดประหยัด แต่เป็นแบรนด์ที่น่าเชื่อถือมากในเรื่องคุณภาพสินค้า ที่สำคัญมีการป้องกันความปลอดภัยด้วยระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อความร้อนสูงเกินไปด้วย ดังนั้นใครที่ต้องการไดร์ใช้ง่าย ปลอดภัย ใช้ได้นานก็แนะนำตัวนี้นะคะ

ระดับปริมาณ/แรงลม 3 ระดับ
ฟังก์ชัน Quick Dry
น้ำหนัก
กำลังไฟ (W) 1200

7. Philips HP8120

7. Philips HP8120

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 690 บาท

ไซซ์เล็ก จิ๋วแต่แจ๋ว

รุ่นนี้ก็เป็นอีกหนึ่งไอเทมจากแบรนด์ที่การันตีเรื่องความทนทานและคุณภาพค่ะ มีแรงลมกำลังดี ช่วยทำให้เราเป่าผมได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถปรับอุณหภูมิได้ด้วย ThermoProtect ระบบอัจฉริยะ ทำให้เราเป่าผมได้โดยไม่ต้องกังวลว่าลมจะแรงไป หรือร้อนไป ช่วยรักษาความชุ่มชื้นในเส้นผม ทำให้ผมนุ่มลื่นและมีน้ำหนักด้วยนะคะ

ขนาดที่เล็กกะทัดรัด ด้ามจับพับได้และน้ำหนักที่เบา ทำให้พกพาไปไหนได้สบาย ๆ จะถือนานหน่อยก็ไม่เมื่อยแขนค่ะ เหมาะกับใครที่ต้องการนำไดร์เป่าผมติดตัวไปไหน ๆ ด้วยเสมอค่ะ

ระดับปริมาณ/แรงลม 3 ระดับ
ฟังก์ชัน ThermoProtect
น้ำหนัก 290 กรัม
กำลังไฟ (W) 1200

6. Lesasha Airmax 5000 Stromax LS0958

6. Lesasha Airmax 5000 Stromax LS0958

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 1,480 บาท

เซ็ตผมด้วยไดร์เป่าผมแบรนด์ที่รู้จักกันดี

ไดร์เป่าผมแบรนด์ไทยตัวนี้ มีกำลังไฟสูงอยู่ที่ 2000 w ทำให้เป่าได้แห้งง่าย ปรับอุณหภูมิได้ถึง 3 ระดับ ใช้ระบบเทอร์โบดรายช่วยให้ผมแห้งเร็ว ดีไซน์เหมือนไดร์เป่าผมของโปรและมีจุดเด่นคือให้สายไฟมายาวถึง 2.5 เมตร ยกย้ายได้ดั่งใจเหมือนไดร์ตามร้านเสริมสวยเลยค่ะ เดินเป่าผมไปเลือกเสื้อผ้าไปด้วยก็ยังได้

ผลิตมาเพื่อการใช้งานที่หลากหลายขึ้นอยู่กับทรงผมและลักษณะของเส้นผมของเรา รับรองว่าใช้แบรนด์นี้แล้วไม่มีผิดหวังค่ะ และที่สำคัญเป็นการส่งเสริมสินค้าไทย ไทยทำไทยใช้ ไทยเจริญไงคะ

ระดับปริมาณ/แรงลม 2 ระดับ
ฟังก์ชัน ระบบเทอร์โบดราย
น้ำหนัก
กำลังไฟ (W) 2000

5. Philips DryCare Essential BHD184/00

5. Philips DryCare Essential BHD184/00

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 2,690 บาท

ไดร์เป่าผมที่มาพร้อมกับหัวเป่านวดศีรษะ ช่วยกระจายลม

รุ่นนี้มากไปด้วยฟังก์ชันและคุณสมบัติเลยค่ะ มีระบบ ThermoBalance ให้การปกป้องอุณหภูมิแบบแอคทีฟปรับอุณหภูมิเพื่อรักษาเส้นผมได้อัตโนมัติ ให้กำลัง 2200 W เป่าผมได้แห้งไวทันใจ พร้อมระบบปล่อยประจุไอออนลบช่วยดูแลเส้นผมจากลมร้อน ป้องกันไฟฟ้าสถิต ทั้งยังมีระบบลมเย็นให้เลือกใช้ด้วยค่ะ

ในกล่องมีอุปกรณ์เสริมให้อีก 2 ชนิดคือ หัวเป่ากระจายลมสำหรับใครที่อยากเป่าแบบให้ผมดูมีวอลลุ่มไม่ชี้ฟู กับหัวเป่าลมแบบเพรียวบางเพื่อจัดทรงผมเฉพาะจุด เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเซ็ตผมอย่างมืออาชีพค่ะ ข้อเสียคือตัวเครื่องค่อนข้างหนักและเสียงดังไปสักหน่อย

ระดับปริมาณ/แรงลม 2 ระดับ
ฟังก์ชัน ThermoBalance / ระบบไอออน
น้ำหนัก
กำลังไฟ (W) 2200

4. Philips DryCare Essential BHD029

4. Philips DryCare Essential BHD029

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 1,690 บาท

ให้ผมนุ่มลื่น ไม่แห้งเสียด้วยระบบไอออน

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ Philips ที่ได้ใจคนไทยไปทั่วประเทศ โดยรุ่นนี้มีระบบไออนปล่อยประจุลบช่วยควบคุมไม่ให้เกิดไฟฟ้าสถิต ลดปัญหาเส้นผมเสียดสีกัน ทำให้เส้นผมมีความชุ่มชื้น นุ่มลื่นมากยิ่งขึ้น ลืมปัญหาผมชี้ฟูไปได้เลยค่ะ พลังลมก็แรงได้ใจ เป่าผมทรงไหนไม่ว่าจะสั้นหรือยาวก็แห้งเร็วแน่นอน

ดีไซน์เรียบหรู ใช้งานง่าย แถมมีน้ำหนักเบาและให้เสียงเงียบกว่ายี่ห้อ/รุ่นอื่น ๆ ราคาก็ถือว่าไม่แพงมากด้วยนะคะ เมื่อเทียบกับความน่าเชื่อถือ ทนทาน น่าจะคุ้มค่ากับการลงทุนค่ะ

ระดับปริมาณ/แรงลม 2 ระดับ
ฟังก์ชัน ระบบไอออนประจุลบ / ThermoProtect
น้ำหนัก
กำลังไฟ (W) 1600

3. Philips MoistureProtect  HP8280/00

3. Philips MoistureProtect  HP8280/00

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 3,990 บาท

รักษาความชุ่มชื้นให้เส้นผมด้วยเทคโนโลยี Moisture Protect

ด้วยระบบ Moisture Protect ของไดร์เป่าผมตัวนี้จะควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อเส้นผม รักษาโมเลกุลน้ำตามธรรมชาติของผมและรักษาความชุ่มชื้นหลังเป่าผมได้ถึง 85 % อีกทั้งสามารถปรับสภาพผมด้วยประจุไอออนลบ ช่วยป้องกันผมเสียขาดหลุดร่วง ให้เส้นผมนุ่มสลวย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการการบำรุงรักษาเป็นพิเศษ แถมยังมีฟังก์ชั่นการปรับใช้งานให้เราเลือกเซ็ทกันตามใจชอบด้วยค่ะ

ระดับปริมาณ/แรงลม 6 ระดับ
ฟังก์ชัน เทคโนโลยีอินฟาเรด / MoistureProtect / ระบบไออน
น้ำหนัก
กำลังไฟ (W) 2300

2. Dyson supersonic รุ่น HD01

2. Dyson supersonic รุ่น HD01

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CENTRAL

ราคา 14,900 บาท

ดีไซน์สวยแปลกตา ทำงานเงียบ ลดไฟฟ้าสถิต

ไดร์เป่าผมของ Dyson มีลักษณะดีไซน์ที่ต่างออกไปจากไดร์เป่าผมทั่ว ๆ ไป ลักษณะการประกอบเป็นแบบแม่เหล็กหมุนได้ 360 องศา ปรับทิศทางลมได้ตามความชอบของแต่ละคน ทั้งยังเลือกอุณหภูมิได้ถึง 4 ระดับ ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นอุณหภูมิ 60°C สะดวกสะบายมากในการใช้ค่ะ

สำหรับไดร์เป่าผมตัวนี้มีแรงลมทรงพลังแต่ทำงานได้เงียบ ช่วยให้ผมแห้งได้ไวขึ้น หลายคนใช้แล้วบอกว่าผมไม่แห้งเสียหรือเกิดไฟฟ้าสถิตเลยค่ะ ถึงแม้ว่าประสิทธิภาพและความแปลกใหม่จะมาพร้อมกับราคาที่แพงอยู่สักหน่อย แต่ถ้าใครมีงบและอยากดูแลเส้นผมและหนังศีรษะอย่างครบครันเราก็แนะนำเต็มที่เลยค่ะ

ระดับปริมาณ/แรงลม 3 ระดับ
ฟังก์ชัน ระบบไอออนประจุลบ / เทคโนโลยี Heat Shield
น้ำหนัก 659 กรัม
กำลังไฟ (W) 1600

1. Panasonic EH-NA98 

1.PANASONIC EH-NA98 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 5,990 บาท

เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ดูแลทั้งเส้นผม หนังศีรษะและผิวพรรณ

ไดร์เป่าผมไฮเทค ที่มีทั้งเทคโนโลยี Nanoe™  และ Double Mineral ดูและทั้งหนังศีรษะและผิวหน้า ปกป้องบำรุงผมทั้งจากภายนอกและภายใน ช่วยป้องกันความเสียหายจากแสงยูวีได้อีกด้วย ทำให้เส้นผมสลวยสวยงาม จัดทรงง่าย ดูมีน้ำหนักค่ะ
มีโหมดรักษาเส้นผมปล่อยลมที่ความร้อนประมาณ 50°c ทำให้ผมไม่ให้แห้งกรอบ มีความชุ่มชื่นจรดปลายผม พร้อมหัวเป่าแบบ Quick Dry เอกลักษณ์ของ Panasonic ที่ทำให้ผมแห้งไวจนคุณตกใจเลยค่ะ

ระดับปริมาณ/แรงลม 3 ระดับ
ฟังก์ชัน เทคโนโลยี Nanoe™ / Double Mineral / Quick Dry
น้ำหนัก 502 กรัม (ไม่รวมหัวเป่าและปลั๊กไฟ)
กำลังไฟ (W) 1800

คำแนะนำในการใช้ไดร์เป่าผม

ครั้งนี้เราได้ขอคำแนะนำจาก Hair Stylist ชาวญี่ปุ่นเกี่ยวกับวิธีการใช้ไดร์เป่าผมให้มีประสิทธิภาพและการจัดทรงผมมาฝากด้วยค่ะ ลองเก็บไว้เป็นข้อมูลควบคู่กับวิธีการเลือกไดร์เป่าผมด้วยนะคะ

เคล็ดลับการเป่าผมที่ถูกต้อง

ใครที่อุตส่าห์ซื้อไดร์ที่เขาว่าดีมาแล้วแต่ผมก็ยังเป่าแห้งยากเส้นผมก็เสียง่ายอยู่ ปัญหาอาจจะอยู่ที่วิธีการเป่าก็ได้ค่ะ ลองเช็ควิธีด้านล่างนี้จะได้เป่าผมได้ถูกต้องนะคะ

เป่าผมจากโคนผมก่อน

เป่าผมจากโคนผมก่อน

ก่อนที่จะเริ่มเป่าผมเราควรเช็ดผมให้แห้งระดับหนึ่งก่อน โดยให้เช็ดเบา ๆ หลีกเลี่ยงการขยี้ผมแรง ๆ เพราะอาจทำให้เส้นผมเสียหายได้ และเมื่อเริ่มใช้ไดร์เป่าผมให้เป่าที่โคนผมใกล้ ๆ หนังศรีษะเสียก่อน แล้วค่อยเป่าแถวปลายผมทีหลัง เพราะถ้าไม่เป่าโคนผมก่อน น้ำจากโคนผมก็จะไหลไปที่ปลายผมทำให้ต้องเป่าหลายครั้งนะคะ

เป่าแห้งเกินไปก็ไม่ดี

เป่าแห้งเกินไปก็ไม่ดี

ถ้าเราเป่าผมไม่แห้งจะส่งผมเสียต่อหนังศรีษะ แต่ถ้าเราเป่าผมแห้งจนเกินไปก็จะไม่ดีต่อเส้นผมเช่นกันค่ะ เพราะเมื่อน้ำในเส้นผมลดลงจะก่อให้เกิดไฟฟ้าสถิตง่ายขึ้นส่งผลให้เส้นผมเสียดสีกันเองเป็นสาเหตุให้ผมเสียในที่สุด ดังนั้นเวลาทำการเป่าผมให้เป่าให้แห้งแต่ไม่ต้องสุด หลังจากนั้นให้ผมแห้งโดยธรรมชาติจะดีกว่าค่ะ

เป่าผมจากด้านหน้าเพิ่มวอลลุ่ม เป่าจากด้านหลังลดวอลลุ่ม

เป่าผมจากด้านหน้าเพิ่มวอลลุ่ม เป่าจากด้านหลังลดวอลลุ่ม

หากเราใช้ไดร์เป่าผมถูกวิธีก็จะได้ทรงผมตามต้องการค่ะ เช่นหากอยากให้ผมดูมีวอลลุ่ม ให้ใช้ไดร์เป่าจากด้านหน้า ผมจะขยายดูมีวอลลุ่มอย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนใครที่อยากลดวอลลุ่มของผมให้แบ่งครึ่งผมจากต้นคอแล้วเป่าผมจากด้านหลัง หรือว่าเป่าจากด้านบนของศรีษะก็ได้ค่ะ

ใช้ทรีทเมนต์ป้องกันผมเสีย

ใช้ทรีทเมนต์ป้องกันผมเสีย

หากยังกังวลเรื่องผมเสีย แนะนำให้ใช้ทรีทเมนต์ควบคู่ไปด้วยนะคะ ซึ่งโดยปกติแล้วผมคนเราจะมีโปรตีนเป็นส่วนประกอบดังนั้นจึงควรบำรุงด้วยกรดอะมิโนหรือสารรักษาความชุ่มชื้นอย่างเซราไมด์ค่ะ

ปัจจุบันมีทรีทเมนต์หลายชนิดด้วยกัน ทั้งแบบที่ใช้หมักแล้วล้างออกและแบบที่ไม่ต้องล้างออก สำหรับแบบที่ไม่ต้องล้างออกแนะนำว่าหากต้องการเติมความชุ่มชื้นสู่ด้านในเส้นผมให้ใช้แบบครีมน้ำนม แต่หากต้องการเคลือบผมให้ใช้แบบน้ำมัน และถ้าต้องการเพิ่มวอลลุ่มให้ใช้แบบมิสต์นะคะ

บทส่งท้าย

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ? ของใกล้ตัวใช้กันอยู่ทุกวันอย่างไดร์เป่าผม แต่มีเรื่องที่เราไม่เคยทราบมาก่อนมากมายเลยใช่ไหมคะ จากนี้ไปเราก็จะใช้ไดร์ได้ถูกต้อง เป่าผมให้ได้ทรงสวยถูกใจแล้ว อีกอย่าง ถ้าคิดว่าซื้อไดร์เป่าผมไว้แค่เป่าผมให้แห้งเพียงอย่างเดียวก็จะดูไม่คุ้มค่า แนะนำให้ลองตรวจหาคุณสมบัติอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วย จะได้ช่วยดูแลทั้งผิวทั้งผมและหนังศีรษะค่ะ ขอให้เจอไดร์เป่าผมที่ถูกใจและมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ช่วยทำให้เส้นผมมีสุขภาพที่ดีและดูสวยงามกันทุกคนนะคะ

Popular Posts