10 อันดับ ไดร์เป่าผม ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2019

10 อันดับ ไดร์เป่าผม ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2017

ถ้าคุณต้องเป่าผมอยู่เป็นประจำ ก็คงอยากได้ไดร์เป่าผมดี ๆ สักอันที่ไม่ทำลายเส้นผมใช่ไหมคะ? ไดร์เป่าผมในยุคสมัยนี้ไม่ใช่แค่ทำให้ผมแห้งได้อย่างเดียว แต่ล้ำถึงขนาดสามารถดูแลบำรุงรักษาเส้นผมและหนังศีรษะ ไปจนถึงสภาพผิวได้ด้วย อาทิ ไดร์เป่าผมของ Panasonic, Dyson, LESASHA และรุ่นอื่น ๆ ทั้งยังมีหลากหลายฟังก์ชั่น เช่น สามารถปรับความแรงของลม ปรับอุณหภูมิร้อนเย็น มีประจุลบเพื่อป้องกันการเกิดไฟฟ้าสถิต และยังสามารถนำติดตัวไปใช้ในต่างประเทศได้อีกด้วย เยอะจนเลือกไม่ถูกเลยใช่ไหมคะ

วันนี้เราจึงขอแนะนำวิธีการเลือกไดร์เป่าผมและแนะนำไดร์เป่าผมยอดฮิตที่ติดอันดับสินค้าขายดีแถมหาซื้อได้ง่าย ๆ ทั้งออนไลน์ ลองอ่านก่อนที่จะไปเลือกซื้อไดร์เป่าผมที่ถูกใจได้เลยค่ะ

สารบัญ

วิธีการเลือกไดร์เป่าผม

ก่อนอื่นเราจะแนะนำเคล็ดลับในการเลือกซื้อไดร์เป่าผมกันก่อนค่ะ โดยข้อมูลนี้ส่งตรงมาจาก Hair Stylist ชาวญี่ปุ่นเชียวนะคะ

เลือกไดร์ที่ไม่ทำให้ผมเสีย

เรื่องที่ควรกังวลที่สุดในการใช้ไดร์เป่าผมก็คือ ผมเสียที่เกิดจากการใช้ความร้อนสูงนั่นเอง ซึ่งสิ่งสำคัญที่เราควรสังเกตเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าวมีดังนี้ค่ะ

เลือกไดร์เป่าผมที่ปรับอุณหภูมิได้ อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 60 °C

เลือกไดร์เป่าผมที่ปรับอุณหภูมิได้ อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 60 °C

ถ้าอยากเป่าผมให้แห้งเร็วแต่ก็ไม่อยากให้ผมเสีย แนะนำไดร์เป่าผมที่สามารถปรับอุณหภูมิได้ค่ะ และจะดีที่สุดถ้าปรับให้อยู่ที่ประมาณ 60 °C ได้ เพราะหากใช้อุณหภูมิสูงเกิน 100 °C เป่าเป็นเวลานาน นอกจากจะทำให้ผมเสียแล้ว ยังส่งผลถึงหนังศีรษะได้ด้วยนะคะ

อย่างไรก็ตามถ้าไม่ทราบว่าไดร์เป่าให้อุณหภูมิเท่าไร ให้ใช้วิธีเอามืออังตรงผมที่เป่าแล้วดูว่าเป่าจากตำแหน่งไหนหรือเปิดเบอร์ไหนแล้วรู้สึกว่ามือไม่ร้อนเกินไป ก็ให้ยึดระยะห่างนั้นหรือเปิดเบอร์นั้นเวลาเป่าค่ะ

ไดร์เป่าผมควรให้แรงลมที่มากกว่า 1.3 ㎥/นาที

ควรเลือกไดร์เป่าผม ที่มีขนาดกำลังไฟฟ้าที่  1000 - 1200 W

ถ้าเราเลือกไดร์เป่าผมที่ปล่อยปริมาณ/แรงลมได้เยอะ ก็จะทำให้ผมแห้งเร็วขึ้น อีกทั้งยังลดผมเสียจากการโดนความร้อนได้ด้วย อย่างน้อยแนะนำให้เลือกปริมาณลมที่ 1.3 ㎥/นาที ส่วนคนผมยาวถ้าเป็นไปได้ให้เลือกชนิดที่ปล่อยลมได้ 1.6 ㎥/นาที ขึ้นไปค่ะ

ข้อควรระวังในการเลือกคือ การที่ไดร์ใช้กำลังวัตต์ (W) สูง ไม่ได้หมายความว่าจะให้ปริมาณลมเยอะค่ะ ดังนั้นจะดูที่วัตต์อย่างเดียวไม่ได้ต้องดูที่รายละเอียดของสินค้า ตรงที่เขียนปริมาณลมด้วยเพื่อข้อมูลที่ถูกต้องก่อนทำการซื้อค่ะ

ปกป้องเส้นผมด้วยเทคโนโลยีอินฟาเรด

ปกป้องเส้นผมด้วยเทคโนโลยีอินฟาเรด

ปัจจุบันไดร์เป่าผมหลายแบรนด์นำเทคโนโลยีอินฟาเรดแบบคลื่นยาว ( Far Infared ) มาใช้ซึ่งช่วยเพิ่มอุณหภูมิจากภายในเส้นผม ทำให้ผมแห้งโดยที่ภายนอกเส้นผมไม่ร้อน และแน่นอนว่าลดการทำร้ายหนังศีรษะด้วยค่ะ

นอกจากนี้ยังมีไดร์เป่าผมชนิดที่มีประสิทธิภาพเหมือนอุปกรณ์เสริมความงามช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและปรับสภาพผิวได้อีกด้วย เรียกว่าเนื้อคำจำกัดความของไดร์เป่าผมที่เรารู้จักไปแล้วค่ะ

ตรวจสอบผลลัพธ์ที่ได้จากระบบประจุไฟฟ้าไอออนของไดร์เป่าผมตัวนั้น ๆ ด้วย

ตรวจสอบผลลัพธ์ที่ได้จากระบบประจุไฟฟ้าไอออนของไดร์เป่าผมตัวนั้น ๆ ด้วย

มีบางคนสงสัยว่าประจุไฟฟ้าไอออนมีประโยชน์จริงหรือเปล่า? เนื่องจากวิธีที่ทำให้เกิดประจุไฟฟ้าและแนวความคิดการพัฒนาของแต่ละบริษัทผู้ผลิตแตกต่างกัน เราเลยไม่สามารถสรุปได้ว่าตัวสินค้าที่มีระบบประจุไฟฟ้ามาด้วยนั้น ให้คุณประโยชน์ครบตามที่เราคาดหวังหรือไม่

เวลาที่เลือกไดร์เป่าผม จึงต้องอย่าดูแค่ว่ามีระบบประจุไฟฟ้าไอออนหรือไม่ แต่เราควรตรวจสอบคุณสมบัติที่ชัดเจน ว่าเราสามารถคาดหวังผลอะไรได้จากไดร์เป่าผมตัวนั้น ๆ เช่น ช่วยรักษาความชุ่มชื้นของเส้นผม, ทำให้เส้นผมจัดทรงง่าย, ช่วยให้เส้นผมดูเงางามและคุณสมบัติอื่น ๆ โดยรวม แล้วค่อยตัดสินใจเลือกซื้อค่ะ

เลือกฟังก์ชันอื่น ๆ ของไดร์เป่าผม ตามลักษณะการใช้งานของเรา

ถ้าเรานึกถึงลักษณะการใช้ไดร์เป่าผมของเราออก ก็จะช่วยให้รู้ว่าเราต้องการฟังก์ชันแบบไหนค่ะ

ถ้ากังวลเรื่องเสียงรบกวน เลือกไดร์ที่เสียงดังน้อยกว่า 60 db

ถ้ากังวลเรื่องเสียงรบกวน เลือกไดร์ที่เสียงดังน้อยกว่า 60 db

ถ้าหากในบ้านมีเด็กทารกหรือต้องเป่าผมช่วงเวลากลางคืนอยู่บ่อย ๆ ก็ควรต้องระวังเรื่องเสียงรบกวนที่เกิดจากไดร์เป่าผมด้วยใช่ไหมคะ ใครที่กังวลในเรื่องนี้ให้เลือกใช้ไดร์เป่าผมที่เสียงดังน้อยกว่า 60 db หรือไดร์เป่าผมที่ระบุว่าเป็นแบบเสียงเบาค่ะ แต่ถ้าจะให้มั่นใจจริง ๆ แนะนำให้ไปลองไดร์เป่าผมที่หน้าร้านเลย หากไม่สามารถลองไดร์เป่าผมก่อนซื้อได้ แนะนำให้ลองหาข้อมูลและอ่านรีวิวจากผู้ใช้ท่านอื่นที่เกี่ยวกับเสียงดูค่ะ

ถ้าต้องพกพา เลือกแบบพับได้และน้ำหนักประมาณ 400 กรัม

ถ้าต้องพกพา เลือกแบบพับได้และน้ำหนักประมาณ 400 กรัม

ใครที่ต้องเดินทางอยู่บ่อย ๆ แนะนำไดร์เป่าผมที่สามารถพับเก็บได้เพราะช่วยให้พกพาง่ายและประหยัดพื้นที่เก็บ ส่วนใครที่ผมยาวต้องถือไดร์เป่าผมเป็นเวลานาน ๆ ควรเลือกไดร์เป่าผมที่มีน้ำหนักประมาณ 400 กรัม จะได้ไม่ต้องเมื่อยแขนเวลาใช้งานค่ะ

เลือกแบบที่สามารถพกพาไปใช้ต่างประเทศได้

เลือกแบบที่สามารถพกพา ไปใช้ต่างประเทศได้

สำหรับใครที่ต้องการพกไดร์เป่าผมไปใช้เวลาไปต่างประเทศด้วย สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่าลืมเช็คแรงดันไฟฟ้า (V) ของประเทศนั้น ๆ ก่อนค่ะ อย่างที่ญี่ปุ่นก็จะใช้ไฟแค่ 100 V เท่านั้นพกของบ้านเราไปก็คงจะใช้ไม่ได้เต็มประสิทธิภาพ นอกจากนั้นที่ต้องระวังคือรูปร่างปลั๊กก็อาจจะไม่เหมือนกันด้วยนะคะ ดังนั้นแนะนำว่าควรพกตัวแปลงหัวปลั๊กไฟหรือตัวแปลงแรงดันไฟฟ้าไปด้วย หรือเลือกซื้อไดร์เป่าผมที่ใช้ได้ทั่วโลกแทน และเวลาจะซื้อไดร์เป่าผมจากต่างประเทศกลับไทยก็ต้องคำนึงถึงเรื่องนี้เช่นกันค่ะ

10 อันดับ ไดร์เป่าผม ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

ต่อไปนี้จะเป็นการแนะนำไดร์เป่าผมยอดฮิตขายดีติดอันดับให้สาว ๆ ได้ตัดสินใจเลือกซื้อ ไปดูกันเลยค่ะ

10. CKL CKL – 3900

10. CKL CKL- 3900

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 585 บาท

ราคาประหยัดงบ แรงลมเหมาะสมกับเส้นผม

แม้ว่าจะมีราคาเบา ๆ แต่ไดร์เป่าผมตัวนี้มีแรงลมร้อน-เย็นที่พ่นออกมาได้แรงทันใจและสามารถปรับได้ 2 ระดับ จะใช้ตอนเช้าที่ต้องเร่งรีบก็สะดวก ตัวนี้อาจจะมีน้ำหนักมากและเสียงดังไปสักหน่อยแต่ก็เป็นไดร์เป่าผมที่ช่างทำผมนิยมใช้ในร้านเสริมสวยเพราะใช้งานง่ายและเป่าผมแห้งได้ไว ดังนั้นคนที่ชอบประหยัดเวลาแถมประหยัดงบ ก็แนะนำให้ใช้ตัวนี้เลยค่ะ

ระดับปริมาณ/แรงลม 2 ระดับ
ฟังก์ชัน
น้ำหนัก 720 กรัม
กำลังไฟ (W) 1700

9. CKL MD – 6268

9. CKL MD - 6268

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 490 บาท

ราคาเบา ๆ เหมาะแก่การใช้ในครัวเรือน

ไดร์เป่าผมตัวนี้ใช้ง่าย ราคาไม่แพง มีแรงลมที่ 1000 w ที่แรงกำลังดี ไม่ต้องกังวลเรื่องเสียงรบกวนเท่าไรนัก ด้ามจับใหญ่ถือง่าย น้ำหนักเบาทำให้พกพาไปไหนมาไหนได้ไม่ลำบากมากค่ะ ปรับแรงลมได้ 2 ระดับให้เลือกใช้ตามความต้องการ แถมราคานี้ยังมีหัวปรับทิศทางลมมาให้ด้วย คุ้มค่าคุ้มราคาแบบนี้ได้ใจไปเต็ม ๆ ค่ะ

ระดับปริมาณ/แรงลม 2 ระดับ
ฟังก์ชัน
น้ำหนัก
กำลังไฟ (W) 1000

8. Panasonic EH-ND21-PL

8. Panasonic EH-ND21-PL

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 550 บาท

ผมแห้งเร็วขึ้นด้วยระบบ Quick Dry

ไดร์เป่าผมตัวนี้ช่วยประหยัดเวลาในการเป่าผมแบบเส้นต่อเส้น ด้วยหัวเป่าแบบ Quick Dry ทำให้แห้งเร็วขึ้น 20%  ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดความเสียหายแก่เส้นผมและหนังศีรษะ มาพร้อมด้ามจับแบบพับได้ลดพื้นที่จัดเก็บช่วยให้พกพาไปไหนได้สะดวกค่ะ

ไดร์ไม่มีฟังก์ชันอะไรมากมาย เน้นใช้งานง่ายในราคาสุดประหยัด แต่เป็นแบรนด์ที่น่าเชื่อถือมากในเรื่องคุณภาพสินค้า ที่สำคัญมีการป้องกันความปลอดภัยด้วยระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อความร้อนสูงเกินไปด้วย ดังนั้นใครที่ต้องการไดร์ใช้ง่าย ปลอดภัย ใช้ได้นานก็แนะนำตัวนี้นะคะ

ระดับปริมาณ/แรงลม 3 ระดับ
ฟังก์ชัน Quick Dry
น้ำหนัก
กำลังไฟ (W) 1200

7. Philips HP8120

7. Philips HP8120

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 690 บาท

ไซซ์เล็ก จิ๋วแต่แจ๋ว

รุ่นนี้ก็เป็นอีกหนึ่งไอเทมจากแบรนด์ที่การันตีเรื่องความทนทานและคุณภาพค่ะ มีแรงลมกำลังดี ช่วยทำให้เราเป่าผมได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถปรับอุณหภูมิได้ด้วย ThermoProtect ระบบอัจฉริยะ ทำให้เราเป่าผมได้โดยไม่ต้องกังวลว่าลมจะแรงไป หรือร้อนไป ช่วยรักษาความชุ่มชื้นในเส้นผม ทำให้ผมนุ่มลื่นและมีน้ำหนักด้วยนะคะ

ขนาดที่เล็กกะทัดรัด ด้ามจับพับได้และน้ำหนักที่เบา ทำให้พกพาไปไหนได้สบาย ๆ จะถือนานหน่อยก็ไม่เมื่อยแขนค่ะ เหมาะกับใครที่ต้องการนำไดร์เป่าผมติดตัวไปไหน ๆ ด้วยเสมอค่ะ

ระดับปริมาณ/แรงลม 3 ระดับ
ฟังก์ชัน ThermoProtect
น้ำหนัก 290 กรัม
กำลังไฟ (W) 1200

6. Lesasha Airmax 5000 Stromax LS0958

6. Lesasha Airmax 5000 Stromax LS0958

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 1,480 บาท

เซ็ตผมด้วยไดร์เป่าผมแบรนด์ที่รู้จักกันดี

ไดร์เป่าผมแบรนด์ไทยตัวนี้ มีกำลังไฟสูงอยู่ที่ 2000 w ทำให้เป่าได้แห้งง่าย ปรับอุณหภูมิได้ถึง 3 ระดับ ใช้ระบบเทอร์โบดรายช่วยให้ผมแห้งเร็ว ดีไซน์เหมือนไดร์เป่าผมของโปรและมีจุดเด่นคือให้สายไฟมายาวถึง 2.5 เมตร ยกย้ายได้ดั่งใจเหมือนไดร์ตามร้านเสริมสวยเลยค่ะ เดินเป่าผมไปเลือกเสื้อผ้าไปด้วยก็ยังได้

ผลิตมาเพื่อการใช้งานที่หลากหลายขึ้นอยู่กับทรงผมและลักษณะของเส้นผมของเรา รับรองว่าใช้แบรนด์นี้แล้วไม่มีผิดหวังค่ะ และที่สำคัญเป็นการส่งเสริมสินค้าไทย ไทยทำไทยใช้ ไทยเจริญไงคะ

ระดับปริมาณ/แรงลม 2 ระดับ
ฟังก์ชัน ระบบเทอร์โบดราย
น้ำหนัก
กำลังไฟ (W) 2000

5. Philips DryCare Essential BHD184/00

5. Philips DryCare Essential BHD184/00

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 2,690 บาท

ไดร์เป่าผมที่มาพร้อมกับหัวเป่านวดศีรษะ ช่วยกระจายลม

รุ่นนี้มากไปด้วยฟังก์ชันและคุณสมบัติเลยค่ะ มีระบบ ThermoBalance ให้การปกป้องอุณหภูมิแบบแอคทีฟปรับอุณหภูมิเพื่อรักษาเส้นผมได้อัตโนมัติ ให้กำลัง 2200 W เป่าผมได้แห้งไวทันใจ พร้อมระบบปล่อยประจุไอออนลบช่วยดูแลเส้นผมจากลมร้อน ป้องกันไฟฟ้าสถิต ทั้งยังมีระบบลมเย็นให้เลือกใช้ด้วยค่ะ

ในกล่องมีอุปกรณ์เสริมให้อีก 2 ชนิดคือ หัวเป่ากระจายลมสำหรับใครที่อยากเป่าแบบให้ผมดูมีวอลลุ่มไม่ชี้ฟู กับหัวเป่าลมแบบเพรียวบางเพื่อจัดทรงผมเฉพาะจุด เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเซ็ตผมอย่างมืออาชีพค่ะ ข้อเสียคือตัวเครื่องค่อนข้างหนักและเสียงดังไปสักหน่อย

ระดับปริมาณ/แรงลม 2 ระดับ
ฟังก์ชัน ThermoBalance / ระบบไอออน
น้ำหนัก
กำลังไฟ (W) 2200

4. Philips DryCare Essential BHD029

4. Philips DryCare Essential BHD029

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 1,690 บาท

ให้ผมนุ่มลื่น ไม่แห้งเสียด้วยระบบไอออน

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ Philips ที่ได้ใจคนไทยไปทั่วประเทศ โดยรุ่นนี้มีระบบไออนปล่อยประจุลบช่วยควบคุมไม่ให้เกิดไฟฟ้าสถิต ลดปัญหาเส้นผมเสียดสีกัน ทำให้เส้นผมมีความชุ่มชื้น นุ่มลื่นมากยิ่งขึ้น ลืมปัญหาผมชี้ฟูไปได้เลยค่ะ พลังลมก็แรงได้ใจ เป่าผมทรงไหนไม่ว่าจะสั้นหรือยาวก็แห้งเร็วแน่นอน

ดีไซน์เรียบหรู ใช้งานง่าย แถมมีน้ำหนักเบาและให้เสียงเงียบกว่ายี่ห้อ/รุ่นอื่น ๆ ราคาก็ถือว่าไม่แพงมากด้วยนะคะ เมื่อเทียบกับความน่าเชื่อถือ ทนทาน น่าจะคุ้มค่ากับการลงทุนค่ะ

ระดับปริมาณ/แรงลม 2 ระดับ
ฟังก์ชัน ระบบไอออนประจุลบ / ThermoProtect
น้ำหนัก
กำลังไฟ (W) 1600

3. Philips MoistureProtect  HP8280/00

3. Philips MoistureProtect  HP8280/00

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 3,990 บาท

รักษาความชุ่มชื้นให้เส้นผมด้วยเทคโนโลยี Moisture Protect

ด้วยระบบ Moisture Protect ของไดร์เป่าผมตัวนี้จะควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อเส้นผม รักษาโมเลกุลน้ำตามธรรมชาติของผมและรักษาความชุ่มชื้นหลังเป่าผมได้ถึง 85 % อีกทั้งสามารถปรับสภาพผมด้วยประจุไอออนลบ ช่วยป้องกันผมเสียขาดหลุดร่วง ให้เส้นผมนุ่มสลวย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการการบำรุงรักษาเป็นพิเศษ แถมยังมีฟังก์ชั่นการปรับใช้งานให้เราเลือกเซ็ทกันตามใจชอบด้วยค่ะ

ระดับปริมาณ/แรงลม 6 ระดับ
ฟังก์ชัน เทคโนโลยีอินฟาเรด / MoistureProtect / ระบบไออน
น้ำหนัก
กำลังไฟ (W) 2300

2. Dyson supersonic รุ่น HD01

2. Dyson supersonic รุ่น HD01

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 14,900 บาท

ดีไซน์สวยแปลกตา ทำงานเงียบ ลดไฟฟ้าสถิต

ไดร์เป่าผมของ Dyson มีลักษณะดีไซน์ที่ต่างออกไปจากไดร์เป่าผมทั่ว ๆ ไป ลักษณะการประกอบเป็นแบบแม่เหล็กหมุนได้ 360 องศา ปรับทิศทางลมได้ตามความชอบของแต่ละคน ทั้งยังเลือกอุณหภูมิได้ถึง 4 ระดับ ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นอุณหภูมิ 60°C สะดวกสะบายมากในการใช้ค่ะ

สำหรับไดร์เป่าผมตัวนี้มีแรงลมทรงพลังแต่ทำงานได้เงียบ ช่วยให้ผมแห้งได้ไวขึ้น หลายคนใช้แล้วบอกว่าผมไม่แห้งเสียหรือเกิดไฟฟ้าสถิตเลยค่ะ ถึงแม้ว่าประสิทธิภาพและความแปลกใหม่จะมาพร้อมกับราคาที่แพงอยู่สักหน่อย แต่ถ้าใครมีงบและอยากดูแลเส้นผมและหนังศีรษะอย่างครบครันเราก็แนะนำเต็มที่เลยค่ะ

ระดับปริมาณ/แรงลม 3 ระดับ
ฟังก์ชัน ระบบไอออนประจุลบ / เทคโนโลยี Heat Shield
น้ำหนัก 659 กรัม
กำลังไฟ (W) 1600

1. Panasonic EH-NA98 

1.PANASONIC EH-NA98 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 5,990 บาท

เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ดูแลทั้งเส้นผม หนังศีรษะและผิวพรรณ

ไดร์เป่าผมไฮเทค ที่มีทั้งเทคโนโลยี Nanoe™  และ Double Mineral ดูและทั้งหนังศีรษะและผิวหน้า ปกป้องบำรุงผมทั้งจากภายนอกและภายใน ช่วยป้องกันความเสียหายจากแสงยูวีได้อีกด้วย ทำให้เส้นผมสลวยสวยงาม จัดทรงง่าย ดูมีน้ำหนักค่ะ
มีโหมดรักษาเส้นผมปล่อยลมที่ความร้อนประมาณ 50°c ทำให้ผมไม่ให้แห้งกรอบ มีความชุ่มชื่นจรดปลายผม พร้อมหัวเป่าแบบ Quick Dry เอกลักษณ์ของ Panasonic ที่ทำให้ผมแห้งไวจนคุณตกใจเลยค่ะ

ระดับปริมาณ/แรงลม 3 ระดับ
ฟังก์ชัน เทคโนโลยี Nanoe™ / Double Mineral / Quick Dry
น้ำหนัก 502 กรัม (ไม่รวมหัวเป่าและปลั๊กไฟ)
กำลังไฟ (W) 1800

คำแนะนำในการใช้ไดร์เป่าผม

ครั้งนี้เราได้ขอคำแนะนำจาก Hair Stylist ชาวญี่ปุ่นเกี่ยวกับวิธีการใช้ไดร์เป่าผมให้มีประสิทธิภาพและการจัดทรงผมมาฝากด้วยค่ะ ลองเก็บไว้เป็นข้อมูลควบคู่กับวิธีการเลือกไดร์เป่าผมด้วยนะคะ

เคล็ดลับการเป่าผมที่ถูกต้อง

ใครที่อุตส่าห์ซื้อไดร์ที่เขาว่าดีมาแล้วแต่ผมก็ยังเป่าแห้งยากเส้นผมก็เสียง่ายอยู่ ปัญหาอาจจะอยู่ที่วิธีการเป่าก็ได้ค่ะ ลองเช็ควิธีด้านล่างนี้จะได้เป่าผมได้ถูกต้องนะคะ

เป่าผมจากโคนผมก่อน

เป่าผมจากโคนผมก่อน

ก่อนที่จะเริ่มเป่าผมเราควรเช็ดผมให้แห้งระดับหนึ่งก่อน โดยให้เช็ดเบา ๆ หลีกเลี่ยงการขยี้ผมแรง ๆ เพราะอาจทำให้เส้นผมเสียหายได้ และเมื่อเริ่มใช้ไดร์เป่าผมให้เป่าที่โคนผมใกล้ ๆ หนังศรีษะเสียก่อน แล้วค่อยเป่าแถวปลายผมทีหลัง เพราะถ้าไม่เป่าโคนผมก่อน น้ำจากโคนผมก็จะไหลไปที่ปลายผมทำให้ต้องเป่าหลายครั้งนะคะ

เป่าแห้งเกินไปก็ไม่ดี

เป่าแห้งเกินไปก็ไม่ดี

ถ้าเราเป่าผมไม่แห้งจะส่งผมเสียต่อหนังศรีษะ แต่ถ้าเราเป่าผมแห้งจนเกินไปก็จะไม่ดีต่อเส้นผมเช่นกันค่ะ เพราะเมื่อน้ำในเส้นผมลดลงจะก่อให้เกิดไฟฟ้าสถิตง่ายขึ้นส่งผลให้เส้นผมเสียดสีกันเองเป็นสาเหตุให้ผมเสียในที่สุด ดังนั้นเวลาทำการเป่าผมให้เป่าให้แห้งแต่ไม่ต้องสุด หลังจากนั้นให้ผมแห้งโดยธรรมชาติจะดีกว่าค่ะ

เป่าผมจากด้านหน้าเพิ่มวอลลุ่ม เป่าจากด้านหลังลดวอลลุ่ม

เป่าผมจากด้านหน้าเพิ่มวอลลุ่ม เป่าจากด้านหลังลดวอลลุ่ม

หากเราใช้ไดร์เป่าผมถูกวิธีก็จะได้ทรงผมตามต้องการค่ะ เช่นหากอยากให้ผมดูมีวอลลุ่ม ให้ใช้ไดร์เป่าจากด้านหน้า ผมจะขยายดูมีวอลลุ่มอย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนใครที่อยากลดวอลลุ่มของผมให้แบ่งครึ่งผมจากต้นคอแล้วเป่าผมจากด้านหลัง หรือว่าเป่าจากด้านบนของศรีษะก็ได้ค่ะ

ใช้ทรีทเมนต์ป้องกันผมเสีย

ใช้ทรีทเมนต์ป้องกันผมเสีย

หากยังกังวลเรื่องผมเสีย แนะนำให้ใช้ทรีทเมนต์ควบคู่ไปด้วยนะคะ ซึ่งโดยปกติแล้วผมคนเราจะมีโปรตีนเป็นส่วนประกอบดังนั้นจึงควรบำรุงด้วยกรดอะมิโนหรือสารรักษาความชุ่มชื้นอย่างเซราไมด์ค่ะ

ปัจจุบันมีทรีทเมนต์หลายชนิดด้วยกัน ทั้งแบบที่ใช้หมักแล้วล้างออกและแบบที่ไม่ต้องล้างออก สำหรับแบบที่ไม่ต้องล้างออกแนะนำว่าหากต้องการเติมความชุ่มชื้นสู่ด้านในเส้นผมให้ใช้แบบครีมน้ำนม แต่หากต้องการเคลือบผมให้ใช้แบบน้ำมัน และถ้าต้องการเพิ่มวอลลุ่มให้ใช้แบบมิสต์นะคะ

บทส่งท้าย

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ? ของใกล้ตัวใช้กันอยู่ทุกวันอย่างไดร์เป่าผม แต่มีเรื่องที่เราไม่เคยทราบมาก่อนมากมายเลยใช่ไหมคะ จากนี้ไปเราก็จะใช้ไดร์ได้ถูกต้อง เป่าผมให้ได้ทรงสวยถูกใจแล้ว อีกอย่าง ถ้าคิดว่าซื้อไดร์เป่าผมไว้แค่เป่าผมให้แห้งเพียงอย่างเดียวก็จะดูไม่คุ้มค่า แนะนำให้ลองตรวจหาคุณสมบัติอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วย จะได้ช่วยดูแลทั้งผิวทั้งผมและหนังศีรษะค่ะ ขอให้เจอไดร์เป่าผมที่ถูกใจและมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ช่วยทำให้เส้นผมมีสุขภาพที่ดีและดูสวยงามกันทุกคนนะคะ