• 10 อันดับ น้ำยาปรับผ้านุ่ม ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2020 ผ้านุ่ม กลิ่นหอมติดทนนาน  1
  • 10 อันดับ น้ำยาปรับผ้านุ่ม ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2020 ผ้านุ่ม กลิ่นหอมติดทนนาน  2
  • 10 อันดับ น้ำยาปรับผ้านุ่ม ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2020 ผ้านุ่ม กลิ่นหอมติดทนนาน  3
  • 10 อันดับ น้ำยาปรับผ้านุ่ม ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2020 ผ้านุ่ม กลิ่นหอมติดทนนาน  4
  • 10 อันดับ น้ำยาปรับผ้านุ่ม ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2020 ผ้านุ่ม กลิ่นหอมติดทนนาน  5

10 อันดับ น้ำยาปรับผ้านุ่ม ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2020 ผ้านุ่ม กลิ่นหอมติดทนนาน

น้ำยาปรับผ้านุ่มเป็นผลิตภัณฑ์ที่นอกจากจะเพิ่มความนุ่มแสนสบายแล้ว ยังช่วยทำให้เสื้อผ้าของคุณนั้นแห้งไว ช่วยให้คุณรีดผ้าได้เรียบและง่ายขึ้น ลดการเกิดไฟฟ้าสถิต ลดการเกิดขุยบนเนื้อผ้า ที่สำคัญคือมีกลิ่นหอม ซึ่งช่วยเพิ่มความความมั่นใจในกลิ่นกายของตนเองได้ ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มหลายยี่ห้อวางจำหน่ายอยู่ในท้องตลาด เปิดโอกาสให้กับกลุ่มผู้อุปโภคได้เลือกซื้อเลือกหากันอย่างจุใจทีเดียว เช่น Comfort, Fineline, Downy, Hygiene หรือ PiPPER แต่กระนั้น ก็ยังมีกลุ่มคนจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่ทราบถึงวิธีการเลือกน้ำยาปรับผ้านุ่มที่เหมาะกับการใช้งานของตัวเอง

ทางทีมงานจึงได้ทำการรวบรวมเคล็ดลับการเลือกซื้อน้ำยาปรับผ้านุ่มและข้อมูลสินค้า พร้อมทั้งจัดอันดับน้ำยาปรับผ้านุ่มขายดีทั้ง 10 อันดับ เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้อ่านได้พิจารณาถึงรายละเอียดก่อนนำไปสู่การเลือกซื้อ เชื่อว่าหากคุณได้ทราบเคล็ดลับดี ๆ ที่ทางเรานำมาฝากในครั้งนี้ แม้จะต้องเผชิญกับเสื้อผ้ากองโตภายในห้อง แต่ก็จะช่วยให้คุณรู้สึกเบาใจทุกครั้งแน่นอน
  • แก้ไขล่าสุด: 09-01-2021
  • 76,641 จำนวนผู้อ่าน
สารบัญ

คุณสมบัติน้ำยาปรับผ้านุ่ม

คุณสมบัติน้ำยาปรับผ้านุ่ม

น้ำยาปรับผ้านุ่มมีส่วนผสมหลักคือสารลดแรงตึงผิว ซึ่งเป็นผู้ช่วยที่ดีในการซักผ้าโดยที่ไม่ทำให้ใยผ้าเสียหาย ช่วยถนอมให้ใยผ้าเรียงตัวเป็นระเบียบลดการพันและเสียดสีกันได้เป็นอย่างดี ทำให้เสื้อผ้าของคุณมีความนุ่มและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ทั้งนี้ น้ำยาปรับผ้านุ่มยังมีคุณสมบัติในการเพิ่มกลิ่นหอมและยับยั้งการเกิดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ เช่น กลิ่นบุหรี่หรือกลิ่นเหงื่อไคลอีกด้วย ดังนั้นหากคุณเลือกใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มอย่างถูกวิธีจะช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างแน่นอน


มากไปกว่านั้น ด้วยลักษณะของใยผ้าส่วนใหญ่ที่มักจะมีความหยาบกระด้าง ซึ่งทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวและเกิดไฟฟ้าสถิตขึ้นได้ง่าย ดังนั้น การใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มจะช่วยให้ใยผ้ามีความนุ่มลื่นและเรียบขึ้น ลดการเสียดสี ไปจนถึงช่วยป้องกันการเกิดไฟฟ้าสถิตกับผิว ทำให้คุณรู้สึกสงบและปลอดโปร่งมากขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยป้องกันการเกาะติดของฝุ่นละอองที่ลอยมาตามอากาศและละอองเกสรบนเนื้อผ้า ซึ่งให้ผลที่ดีกับผู้ที่มีอาการภูมิแพ้อีกด้วย

วิธีการเลือกน้ำยาปรับผ้านุ่ม

ปัจจุบันน้ำยาปรับผ้านุ่มถูกออกแบบและผลิตออกมาให้มีหลากหลายกลิ่นเพื่อตอบสนองความชื่นชอบของผู้ใช้ ดังนั้นหลาย ๆ คนจึงพิจารณาเลือกกลิ่นที่ตนเองถูกใจก่อนเป็นอันดับแรก แต่สำหรับใครที่ยังไม่มั่นใจว่าควรเลือกกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มอย่างไร ให้ลองพิจารณาจุดสำคัญต่อไปนี้ดูค่ะ

เลือกน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ช่วยลดกลิ่นอับ

เลือกน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ช่วยลดกลิ่นอับ

เนื่องจากในชีวิตประจำวัน คุณต้องเผชิญกับปัญหากลิ่นชนิดที่ไม่สามารถเลี่ยงได้เช่น กลิ่นควันมลพิษ กลิ่นควันบุหรี่ ควันจากร้านอาหารหรือกลิ่นเหงื่อที่เป็นกลิ่นเฉพาะตัวแต่ละคน แต่ปัญหาเหล่านี้จะหมดลงไปได้ หากคุณเลือกน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ในปัจจุบันผู้ผลิตหลายยี่ห้อ ก็ได้เพิ่มฟังก์ชันด้านการขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์บนเสื้อผ้าออกมามากมาย แถมยังสามารถลดความชื้น ช่วยให้ใยผ้ามีการระบายที่ดีขึ้น ส่งผลให้เหงื่อสามารถไหลผ่านออกจากร่างกายได้ดี ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันท่ามกลางอากาศร้อนของเมืองไทย และผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งอย่างยิ่ง


นอกจากนี้ ในห้องที่อับลมหรือแสงแดดส่องเข้ามาไม่ถึง ก็มักจะเป็นแหล่งก่อตัวของแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุของเสื้อผ้าเหม็นอับง่าย อีกทั้งปัญหากลิ่นเหม็นไม่พึงประสงค์ในใยผ้ามักเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝน เพราะเชื้อแบคทีเรียสามารถเจริญเติบโตได้ดีในที่ที่มีอุณหภูมิต่ำหรือในสภาพอากาศที่มีความชื้นสูง ดังนั้น เพื่อป้องกันการเกิดกลิ่นอับเหล่านี้ การเลือกใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มชนิดที่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียหรือสามารถระงับกลิ่นอับได้ จึงเป็นทางออกทีดีที่ช่วยให้คุณรู้สึกสบายและมั่นใจขึ้นมาเป็นกองเลยทีเดียว

เลือกน้ำยาปรับผ้านุ่ม สูตรที่อ่อนโยนต่อผิว

เลือกน้ำยาปรับผ้านุ่ม สูตรที่อ่อนโยนต่อผิว

สำหรับคนที่มีผิวที่บอบบางแพ้ง่าย การใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มอาจส่งผลก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวได้ เนื่องจากน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ขายอยู่ทั่วไป จะมีสารตกค้างอยู่บนเสื้อผ้าของเราหลังทำการซัก จึงอาจเกิดผดผื่น หรือการระเคืองผิว รวมถึงอาการแพ้ที่ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ ดังนั้น ควรมองผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าไม่มีส่วนผสมของสารเคมี ไม่มีสารตกค้าง ผ่านการทดสอบการแพ้ หรือเลือกน้ำยาปรับผ้านุ่มสูตรที่อ่อนโยนต่อผิว นอกจากนี้ เพื่อความปลอดภัยที่มากขึ้น ควรเลือกสูตรที่ปราศจากสารฟอร์มาลดีไฮด์ น้ำหอม และสีสังเคราห์ ที่เป็นสารที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว แนะนำว่าควรซื้อน้ำยาปรับผ้านุ่มในปริมาณน้อยมาลองใช้ก่อน ว่าน้ำยาปรับนุ่มที่เราเลือกนั้นเหมาะกับเราหรือไม่ หลังใช้งานแล้วเกิดอาการแพ้หรือเปล่า เพื่อความหอมและปลอดภัยของเราค่ะ

เลือกน้ำยาปรับผ้านุ่มที่มีกลิ่นหอมติดทนนาน

เลือกน้ำยาปรับผ้านุ่มที่มีกลิ่นหอมติดทนนาน

แน่นอนว่าจุดประสงค์ในการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม ก็เพื่อการมีกลิ่นหอมรอบ ๆ ตัว ดังนั้น กลิ่นของน้ำยาปรับผ้านุ่มแต่ละสูตรหรือยี่ห้อ จึงมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป เช่น กลิ่นที่ได้จากสารสกัดจำพวกดอกไม้ ผลไม้ กลิ่นอโรมา หรือกลิ่นที่ช่วยบำบัดความเครียด กลิ่นจากธรรมชาติหรือที่เรียกว่ากลิ่นคลีน แบ่งไปตามความชอบของแต่ละคนนั่นเอง


แต่ถึงแม้ว่ากลิ่นที่สกัดจากดอกไม้จะเป็นกลิ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด แต่หากกล่าวถึงกลิ่นที่สามารถนำไปใช้งานได้ง่ายในครัวเรือน ทั้งยังเหมาะกับผู้หญิงผู้ชายด้วยล่ะก็ นั่นคงหนีไม่พ้นกลิ่นสบู่ ดังนั้นสำหรับใครที่อยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่แล้วกำลังวิตกว่าจะเลือกกลิ่นอะไรไปใช้ดีจึงจะถูกใจคนในครอบครัว แนะนำให้เลือกกลิ่นนี้เลยค่ะ ปลอดภัยที่สุด


อย่างไรก็ตาม จุดสังเกตที่ช่วยให้หลายคนตัดสินใจได้ง่ายขึ้นก็คือความเข้มข้น ที่ส่งผลถึงความหอมยาวนาน เพราะบางสูตรที่ความเข้มข้นไม่มาก เมื่อผสมเข้ากับน้ำแล้วความหอมก็อาจถูกเจือจาง และติดอยู่บนเสื้อผ้าได้ไม่นาน จนบางครั้งหลายคนถึงขั้นไม่รู้สึกว่าได้กลิ่นอะไรเลยด้วยซ้ำ ดังนั้น เพื่อให้ความหอมติดบนเสื้อผ้ายาวนานยิ่งขึ้น แนะนำให้ลองมองหาคำว่า"หอมติดทนนาน" "หอมตลอดวัน" หรือประโยคที่บอกถึงระยะเวลาที่กลิ่นคงอยู่ เพราะสูตรเหล่านี้มักจะมีความเข้มข้นสูง แต่ก็จะมีราคาที่ขยับเพิ่มขึ้นกว่าสูตรทั่วไปนิดหน่อยค่ะ

เลือกน้ำยาปรับผ้านุ่มที่มีสารสกัดจากธรรมชาติ

เลือกน้ำยาปรับผ้านุ่มที่มีสารสกัดจากธรรมชาติ

ในปัจจุบันหลาย ๆ แบรนด์หันใช้ส่วนผสมที่มีสารสกัดจากธรรมชาติกันมากขึ้น โดยน้ำยาปรับผ้านุ่มที่มีสารสกัดจากธรรมชาตินั้น จะเหมาะสำหรับผิวเด็กและคนที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย เนื่องจากสารสกัดจากธรรมชาตินั้นอ่อนโยนต่อผิว ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง อีกทั้งยังซักล้างออกได้ง่าย โดยไม่ทิ้งสารตกค้างไว้บนเนื้อผ้า หรือหากมีสารตกค้างก็มีในปริมาณที่น้อยมาก จนไม่มีผลที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เรียกได้ว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่ช่วยให้ลูกน้อยหรือคนที่มีผิวบอบบาง สามารถใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มได้อย่างสบายใจไร้กังวลค่ะ

เลือกน้ำยาปรับผ้านุ่มที่มีความเข้มข้นให้เหมาะกับการใช้งาน

เลือกน้ำยาปรับผ้านุ่มที่มีความเข้มข้นให้เหมาะกับการใช้งาน

สำหรับวิธีนี้ถือเป็นตัวช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้คุณทั้งทางตรงและทางอ้อมเลยล่ะค่ะ เพราะสาเหตุที่ทำให้ราคาของน้ำยาปรับผ้านุ่ม สูง-ต่ำ แตกต่างกัน ส่วนหนึ่งก็มาจากประสิทธิภาพและความเข้มข้นต่อการใช้ใน 1 ครั้งค่ะ โดยจะเห็นได้ว่ายิ่งเข้มข้นมากราคาก็จะสูงกว่า เพราะใช้ได้กับผ้าจำนวนมาก และใช้ในปริมาณที่น้อย ทำให้ใช้ได้นานกว่าแบบที่ค่อนข้างเจือจางที่ถ้าใช้ 1 ครั้ง ก็อาจจะต้องใช้ในปริมาณที่มากขึ้น เพื่อให้กลิ่นหอมติดเนื้อผ้า และสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย เพราะอาจจะต้องซื้อบ่อย หรือซื้อในปริมาณมากนั่นเอง


ทั้งนี้แม้ว่าสูตรที่มีความเข้มข้น จะดูเหมือนมีความคุ้มค่ามากกว่า แต่หากนำไปใช้กับผ้าจำนวนน้อย ๆ ไม่เกิน 10 ชิ้น ก็อาจไม่คุ้มเสมอไปเพราะถึงแม้กลิ่นจะหอมฟุ้งติดทนนานก็จริง แต่ประสิทธิภาพของความเข้มข้นระดับนั้น อาจกระจายความหอมให้ผ้าได้ดีกว่านี้หรือให้ได้อีกหลายตัว ซึ่งหากคำนวณออกมาเป็นค่าใช้จ่ายต่อการซัก ก็นับว่าแพงและเกินจำเป็นไปมาก ดังนั้น แนะนำให้สังเกตความถี่และปริมาณการซักในแต่ละวันของคุณ แล้วค่อยนำไปเลือกซื้อน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ตรงความต้องการกันดูนะคะ

10 อันดับ น้ำยาปรับผ้านุ่ม ยี่ห้อไหนดี ผ้านุ่ม กลิ่นหอมติดทนนาน

เมื่อทุกคนได้ทราบถึงวิธีการเลือกและเห็นถึงความสำคัญของน้ำยาปรับผ้านุ่มแล้ว ลำดับต่อไปผู้เขียนจะขอแนะนำ 10 อันดับ น้ำยาปรับผ้านุ่มขายดี ที่เป็นที่ล่ำลือในวงการพ่อบ้านแม่บ้าน ว่าให้ผ้านุ่มหอมแบบกินกันไม่ลงเลยทีเดียว ว่าแล้วก็ไปเริ่มเลือกซื้อน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ถูกใจและเหมาะสมต่อการใช้งานกันเลยดีกว่า

10
ปริมาณ550 ml
กลิ่นกลิ่นพืชพันธุ์ธรรมชาติ
คุณสมบัติอื่น ๆลดกลิ่นอับชื้น กลิ่นหอมติดทนนาน
อ่อนโยนต่อผิว
9
ปริมาณ500 ml
กลิ่นกลิ่นดอกไม้
คุณสมบัติอื่น ๆลดกลิ่นอับชื้น กลิ่นหอมติดทนนาน
อ่อนโยนต่อผิว
8
ปริมาณ500 ml
กลิ่นไม่ระบุ
คุณสมบัติอื่น ๆลดกลิ่นอับชื้น
อ่อนโยนต่อผิว
7
ปริมาณ750 ml
กลิ่นกลิ่นธรรมชาติ
คุณสมบัติอื่น ๆลดกลิ่นอับชื้น ลดไฟฟ้าสถิต ผ่านการทดสอบไม่แพ้
อ่อนโยนต่อผิว
6
ปริมาณ600 ml x 3
กลิ่นกลิ่นฟรีเซียและโรสแมรี่
คุณสมบัติอื่น ๆผ่านการทดสอบไม่แพ้
อ่อนโยนต่อผิว
5
ปริมาณ600 ml x 3
กลิ่นกลิ่นดอกไม้
คุณสมบัติอื่น ๆลดกลิ่นอับชื้น ป้องกันสีผ้าจากแสง UV
อ่อนโยนต่อผิว
4
ปริมาณ540 ml
กลิ่นกลิ่นดอกกุหลาบดามัสก์
คุณสมบัติอื่น ๆลดกลิ่นอับชื้น กลิ่นหอมติดทนนาน
่อ่อนโยนต่อผิว
3
ปริมาณ600 ml x 3
กลิ่นกลิ่นดอกลาเวนเดอร์
คุณสมบัติอื่น ๆลดกลิ่นอับชื้น ผ่านการทดสอบว่าไม่ระคายเคืองผิว
อ่อนโยนต่อผิว
2
ปริมาณ1400 ml x 3
กลิ่นกลิ่นดอกไม้ / เดลี่เฟรช
คุณสมบัติอื่น ๆกลิ่นหอมติดทนนาน
อ่อนโยนต่อผิว
1
ปริมาณ1350 ml x 2
กลิ่นเกรฟฟรุต, แอปริคอท, วานิลลา
คุณสมบัติอื่น ๆแคปซูลน้ำหอมเกาะติดตลอดทั้งวัน ส่งกลิ่นหอมเมื่อเคลื่อนไหวหรือสัมผัส
อ่อนโยนต่อผิว

ตารางเปรียบเทียบข้อมูลสินค้า

รูปสินค้า
1
Downy Mystique Perfum Collection 1

Downy

2
Comfort Ultra 1

Comfort

3
D-nee Night Wash 1

D-nee

4
Hygiene Expert Care Life Nature  1

Hygiene

5
Essence Blossom 1

Essence

6
Baby Mild  Pink Floral 1

Baby Mild

7
PiPPER STANDARD  Fabric Softener Natural 1

PiPPER STANDARD

8
Fineline สูตรเข้มข้นพิเศษ Premium Organic 1

Fineline

9
Fresh & Soft  Fabric Softener Amorous 1

Fresh & Soft

10
Hi CLASS  สูตรมาตรฐาน  1

Hi CLASS

ชื่อสินค้า

Mystique Perfum Collection

Ultra

Night Wash

Expert Care Life Nature

Blossom

Pink Floral

Fabric Softener Natural

สูตรเข้มข้นพิเศษ Premium Organic

Fabric Softener Amorous

สูตรมาตรฐาน

คุณสมบัติ

เสน่ห์ชวนหลงใหล หอมติดทนนาน ยิ่งกว่าน้ำหอมระดับพรีเมียม

หอมยาวนานตลอดทั้งวัน เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย

หมดกังวลเรื่องผ้าของลูกน้อยในเวลากลางคืน แถมผ้าฟูไม่ลีบติดผิว

สารสกัดจากธรรมชาติ ย่อยสลายได้ หอมยาวนานเป็นพิเศษ

ปกป้องใยผ้าจากรังสียูวี ไร้กลิ่นอับ ยิ่งขยับยิ่งหอม

ถนอมผิวแพ้ง่ายของลูกน้อย พร้อมกลิ่นหอมอย่างอ่อนโยน

ปรับผ้านุ่มสูตรธรรมชาติ ไร้สารเคมีตกค้าง เหมาะสำหรับคนแพ้ง่าย

คืนความนุ่มสู่ใยผ้า กลิ่นหอมนานติดทน อ่อนโยนต่อผิว

กลิ่นหอมหรูหราถึงขีดสุด ลดกลิ่นเหงื่อ เนื้อผ้ากลับมานุ่มฟู

เอกลักษณ์ความหอมแบบฝรั่งเศส นุ่มฟูยิ่งขึ้นด้วยสูตรพิเศษ

ราคา372 บาท447 บาท141 บาท65 บาท72 บาท141 บาท185 บาท75 บาท65 บาท15 บาท
ปริมาณ1350 ml x 21400 ml x 3600 ml x 3540 ml600 ml x 3600 ml x 3750 ml500 ml500 ml550 ml
กลิ่นเกรฟฟรุต, แอปริคอท, วานิลลากลิ่นดอกไม้ / เดลี่เฟรชกลิ่นดอกลาเวนเดอร์กลิ่นดอกกุหลาบดามัสก์กลิ่นดอกไม้กลิ่นฟรีเซียและโรสแมรี่กลิ่นธรรมชาติไม่ระบุกลิ่นดอกไม้กลิ่นพืชพันธุ์ธรรมชาติ
คุณสมบัติอื่น ๆแคปซูลน้ำหอมเกาะติดตลอดทั้งวัน ส่งกลิ่นหอมเมื่อเคลื่อนไหวหรือสัมผัสกลิ่นหอมติดทนนานลดกลิ่นอับชื้น ผ่านการทดสอบว่าไม่ระคายเคืองผิวลดกลิ่นอับชื้น กลิ่นหอมติดทนนานลดกลิ่นอับชื้น ป้องกันสีผ้าจากแสง UVผ่านการทดสอบไม่แพ้ลดกลิ่นอับชื้น ลดไฟฟ้าสถิต ผ่านการทดสอบไม่แพ้ลดกลิ่นอับชื้นลดกลิ่นอับชื้น กลิ่นหอมติดทนนานลดกลิ่นอับชื้น กลิ่นหอมติดทนนาน
อ่อนโยนต่อผิว
ลิงค์สินค้า

สิ่งที่ควรรู้ก่อนใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม

น้ำยาปรับผ้านุ่มมีคุณสมบัติช่วยให้ผ้านุ่มลื่นและมีกลิ่นหอม แต่ก็มีเนื้อผ้าบางประเภทที่ไม่ควรใช้กับน้ำยาปรับผ้านุ่ม มาดูกันค่ะ ว่ามีผ้าแบบไหนบ้างที่ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม


  • ไม่ควรใช้กับชุดกีฬา เนื่องจากเนื้อผ้าของชุดกีฬามีคุณสมบัติในการ ช่วยดูดซับความชื้นจากร่างกายของเรา เพื่อให้เรารู้สึกสบายตัวเวลาออกกำลังกาย แต่น้ำยาปรับผ้านุ่มมีสารที่ช่วยเคลือบผ้าให้นุ่มลื่น ส่งผลให้เนื้อผ้ากักเก็บความชื้นและแห้งยาก ซึ่งทำให้เกิดการหมักหมมและเกิดการก่อตัวของแบคทีเรีย ส่งผลให้เกิดกลิ่นอับชื้น
  • น้ำยาปรับผ้านุ่มลดความสามารถในการดูดซับความชื้นของผ้าขนหนู เพราะสารตกค้างจากน้ำยาปรับผ่านุ่ม จะทำให้ผ้าขนหนูแห้งยาก และส่งผลให้เกิดกลิ่นอับชื้นตามมา
  • หลีกเลี่ยงการใช้กับเสื้อผ้าเด็กอ่อน เสื้อผ้าเด็กบางแบรนด์ออกแบบมาให้ป้องกันการติดไฟ เพื่อความปลอดภัยของเด็ก ซึ่งส่วนผสมของน้ำยาปรับผ้านุ่ม อาจส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทนไฟนั้นลดลง นอกจากนี้ ผิวของเด็กอ่อนนั้นบอบบาง จึงไวต่อสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดระคายเคือง หรือเกิดปัญหาเกี่ยวกับทางเดินหายใจได้
  • ไม่ควรใช้กับชุดชั้นใน เนื่องจากชุดชั้นในเป็นเครื่องแต่งกายที่ต้องสวมใส่แนบกับผิว และมักเกิดการเสียดสีตลอดทั้งวัน จึงไม่ควรใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มกับชุดชั้นในเพราะหากมีสารตกค้าง อาจก่อให้เกิดกลิ่นอันชื้น หรือเกิดผดผื่นได้

คำแนะนำการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มอย่างเหมาะสม

คำแนะนำบนฉลากต้องใส่ใจด้วยหรือไม่? สรุปคือจำเป็นอย่างยิ่งค่ะ เพราะการทุกยี่ห้อระบุขั้นตอนและวิธีการใช้งานอย่างละเอียด บนฉลากบนผลิตภัณฑ์มานั้น ก็เพื่อเป็นแนวทางให้การปรับผ้าเกิดประโยชน์และความคุ้มค่าจากการใช้ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มนั้นได้อย่างเต็มที่นั่นเอง

เคล็ด(ไม่)ลับ ช่วยคืนความนุ่มกลับสู่ใยผ้า

วิธีการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มนั้นถือเป็นข้อมูลที่น่าสนใจมาก เพราะนอกจากจะเป็นขั้นตอนที่ถูกต้องแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้ยังให้ประสิทธิภาพที่ตรงตามสูตรของแต่ละยี่ห้อมากขึ้นด้วย ซึ่งถ้าพร้อมแล้ว เราก็ไปดูเคล็บ(ไม่)ลับ ในการคืนความนุ่มสู่ใยผ้าพร้อม ๆ กันได้เลย

เลือกใช้ในปริมาณที่เหมาะสม

เลือกใช้ในปริมาณที่เหมาะสม

โดยทั่วไปปริมาณการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มนั้นหากคุณซักผ้าด้วยมือประมาณ 10-15 ชิ้นจะผสมน้ำปริมาณ 5 ลิตรต่อน้ำยาปรับผ้านุ่ม 1-2 ฝา แต่หากเป็นสูตรเข้มข้นก็ใช้เพียงครึ่งฝาเท่านั้น จากนั้นแช่ผ้าทิ้งไว้ราว 5 นาที ก็สามารถนำไปตากได้โดยที่ไม่ต้องล้างน้ำ คำแนะนำคือหลีกเลี่ยงการตากผ้ากลางแดดที่ร้อนจัด เพราะจะทำให้กลิ่นจากน้ำยาปรับผ้านุ่มระเหย จนจางหายไปอย่างรวดเร็ว และสำหรับการซักด้วยเครื่องก็ให้เทน้ำยาลงในช่องปรับผ้านุ่มตามสัดส่วนที่ระบุชัดเจนในฉลากต่อจำนวนผ้า 10-15 ชิ้น แต่หากเครื่องซักผ้าคุณไม่มีช่องใส่น้ำยาปรับผ้านุ่ม ให้ใส่ลงน้ำสุดท้ายของการซักผ้า จากนั้นปล่อยเครื่องให้ทำงานปกติ


และเพื่อให้น้ำยาปรับผ้านุ่มแสดงประสิทธิภาพได้เต็มที่ สิ่งสำคัญที่เราต้องทำตามคือ ข้อกำหนดในการใช้ที่ถูกต้องไม่ว่าจะเป็นปริมาณการใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มต่อครั้งและจำนวนผ้าที่เหมาะสมกับถังซัก เพราะหากใส่ผ้ามากเกินไปหรือใส่น้ำยามากเกินไปอาจจะทำให้เครื่องซักผ้าได้ไม่สะอาดพอ หรืออาจเกิดคราบน้ำยาและกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ติดเสื้อผ้าได้

ไม่ควรใส่ผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่มในช่องเดียวกัน

ไม่ควรใส่ผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่มในช่องเดียวกัน

ข้อนี้สำคัญเลยค่ะ เนื่องจากเครื่องซักผ้าแบบอัตโนมัติ ส่วนใหญ่จะมีช่องน้ำยาปรับผ้านุ่มและช่องสำหรับใส่ผงซักฟอกแยกออกจากกัน เพียงเทผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 ชนิดลงไปในปริมาณที่เหมาะสมแล้วปล่อยให้เครื่องทำงานปกติ แต่เครื่องซักผ้าไม่น้อย ที่ไม่มีช่องสำหรับน้ำยาปรับผ้านุ่ม ดังนั้น ให้รอจนกระทั่งถึงการซักล้างครั้งสุดท้ายถึงค่อยใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มลงไป โดยควรเจือจางความเข้มข้นก่อนเทเล็กน้อย หลีกเลี่ยงการเทสัมผัสเสื้อผ้าโดยตรง เพราะอาจเกิดร่องรอยหรือคราบขาวได้

หลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มขณะใช้เครื่องอบผ้า

หลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มขณะใช้เครื่องอบผ้า

หากต้องการความหอมติดทนนาน เราแนะนำให้หลีกเลี่ยงการอบผ้าค่ะ เพราะเครื่องอบผ้าจะอบผ้าด้วยไอความร้อนที่มีอุณหภูมิสูง ซึ่งจะทำให้อณูกลิ่นของน้ำยาปรับผ้านุ่มจางหายไปได้ง่ายมาก ถึงขนาดที่หลายคนใส่ชนิดนี้ที่คิดว่าหอมเข้มข้นแล้ว พอออกจากเครื่องอบก็กลับกลายเป็นไม่ได้กลิ่นเหมือนกับว่ายังไม่ได้ใส่เลยก็มี ดังนั้น สำหรับใครที่ต้องการเพิ่มความหอมให้ผ้าแนะนำว่าพยายามหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องอบผ้าบ่อย ๆ จะดีกว่าค่ะ

ดับกลิ่นอับจากเฟอร์นิเจอร์ผ้าด้วยสเปรย์ปรับผ้านุ่ม

ดับกลิ่นอับจากเฟอร์นิเจอร์ผ้าด้วยสเปรย์ปรับผ้านุ่ม

นอกจากประโยชน์หลักที่เราทราบกันแล้ว น้ำยาปรับผ้านุ่มยังสามารถนำมาปรับใช้เป็นสเปรย์ดับกลิ่น ใช้ในการทำความสะอาดบ้านหรือบางคนนำมาใช้แทนน้ำหอมประจำบ้านก็มี ซึ่งวิธีทำคือผสมน้ำยาปรับผ้านุ่มกับน้ำเพื่อเจือจางความเข้มข้น บรรจุในขวดสเปรย์สำหรับฉีดพรมลงบนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้น โดยมีสูตรง่าย ๆ ดังนี้


ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม:น้ำเปล่า ควรอยู่ในอัตราส่วน 5:100 หรือ 10:100 บรรจุลงในขวดสเปรย์หรือฟอกกี้ แล้วนำมาฉีดบนผ้าม่าน พรม หรือโซฟา แนะนำให้ฉีดเป็นละอองฝอย ไม่ควรฉีดจนชื้นแฉะเกินไป เพราะไม่เช่นนั้น เฟอร์นิเจอร์ของคุณอาจมีคราบราขึ้นมารบกวนได้ ทั้งนี้ การใช้น้ำยาปรับผ้าเพื่อดับกลิ่น ก็อาจะส่งผลให้เกิดความระคายเคืองได้ง่าย ถ้ามีการสัมผัสกับผิวหนังของผู้ที่มีอาการแพ้โดยตรง ดังนั้น หากคุณเป็นคนที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย ก็ควรหลีกเลี่ยงค่ะ

บทส่งท้าย

เห็นหรือยังคะว่า น้ำยาปรับผ้านุ่มเพียงถุงเดียวก็มีความสำคัญและช่วยให้ทุกวันเป็นวันแห่งความสดชื่นสดใสได้ เพราะหากคุณเลือกได้กลิ่นที่พึงพอใจ ตรงกับการใช้งานได้แล้ว สิ่งนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้คุณชื่นชอบในการซักผ้าเท่านั้น แต่ยังทำให้คุณมีความสุขทุกครั้งขณะที่หยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่ด้วย

อย่างไรก็ตาม นอกจากกลิ่นที่ถูกใจแล้ว สิ่งสำคัญอีกหนึ่งอย่างที่ควรระวังก็คือ การใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มในปริมาณที่พอเหมาะพอดี เพราะไม่เช่นนั้นแล้วกลิ่นหอมที่คุณปรารถนาก็อาจกลายเป็นกลิ่นเหม็นฉุน ที่คุณหรือคนรอบข้างไม่ต้องการ จนทำให้วันทั้งวัน กลายเป็นช่วงเวลาที่คุณต้องมานั่งปวดหัวกับกลิ่นได้นะคะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความยอดฮิต

  • 10 อันดับ ปลั๊กพ่วง ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2021 ได้มาตรฐาน มอก. ใช้งานปลอดภัย มีสวิตช์ควบคุม
    10 อันดับ ปลั๊กพ่วง ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2021 ได้มาตรฐาน มอก. ใช้งานปลอดภัย มีสวิตช์ควบคุม
    ปลั๊กพ่วง หรือเรียกกันอีกชื่อว่า รางปลั๊กไฟ เป็นสิ่งที่เราพบเห็นกันจนชินตาเพราะเป็นอุปกรณ์ที่ทุกคนต่างใช้งานกันในบ้าน ออฟฟิศ หรือแม้แต่เวลาเดินทางไปต่างประเทศ แต่ด้วยความที่ปลั๊กพ่วงหรือรางปลั๊กไฟนี้เป็นของใกล้ตัวจนหลายคนเผลอลืมหรือคาดไม่ถึงว่าของอย่างปลั๊กพ่วงเองก็มีรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ซ่อนอยู่นอกเหนือจากดีไซน์และจำนวนเต้ารับที่เราต้องการใช้ อาทิ ประเภทของปลั๊กพ่วง ฟังก์ชันความปลอดภัย และฟังก์ชันเสริมอื่น ๆ เพื่อให้ใช้งานได้ง่ายและสะดวกสบายมากขึ้นยี่ห้อปลั๊กพ่วงที่เราคุ้นเคยกันมีทั้ง Panasonic, Toshino, Data, Anitech, Randy เป็นต้น โดยในบทความนี้ เรามีเรื่องราวเกี่ยวกับวิธีการเลือกซื้อปลั๊กพ่วงพร้อมทั้งรีวิว 10 อันดับ ปลั๊กพ่วง มาแนะนำเพื่อเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจเลือกซื้อของทุกคนด้วยค่ะ ซึ่งเมื่ออ่านจบแล้ว จะได้ความรู้เกี่ยวกับปลั๊กพ่วงว่าต้องดูจากอะไรบ้างเพื่อให้ตรงกับการใช้งานและความต้องการ รวมไปถึงวิธีการใช้ที่ถูกต้องเพื่อความปลอดภัยของตัวเราและคนที่เรารัก
    ของใช้ในบ้าน
    82,108 จำนวนผู้อ่าน
  • 10 อันดับ ยารักษาแผลในปาก ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2020
    10 อันดับ ยารักษาแผลในปาก ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2020
    "แผลในปาก" หรือที่เราเรียกกันจนชินว่า "ร้อนใน" เป็นอาการที่หากใครได้เป็นขึ้นมา แม้จะแค่แผลเดียวก็จะสร้างความทรมานสุด ๆ ซึ่งร้อนในจะมีลักษณะเป็นฝ้าสีขาว มักขึ้นตามเยื่อบุในช่องปาก แต่บางรายก็อาจมีแผลที่ลิ้นหรือในลำคอได้ด้วย ทำให้ทานอาหารไม่อร่อยหรือพูดคุยไม่ค่อยสนุก แถมบางทีเมื่อคุณคิดว่าหายดีแล้ว แต่ไม่นานมันก็กลับมากวนใจชีวิตประจำวันเราอีกจนได้ ดังนั้น ถ้าอยากรักษาร้อนในให้หายเร็วหรือหายไปในระยะยาว ลองหันมาใช้ "ยารักษาแผลในปาก" ที่เราจะมาแนะนำกันดูดีไหมคะ ? เมื่อพูดถึงยารักษาแผลในปาก เชื่อว่าหลาย ๆ คนอาจยังไม่รู้จักยาชนิดนี้ดีนัก แถมบางครั้งตอนไปร้านขายยาก็อาจจะสับสนกับชนิดของยาที่มีวางขายอยู่ก็เป็นได้ แต่อย่าห่วงไปเลยค่ะ เพราะในบทความนี้ เราจะขอแนะนำให้คุณได้รู้จักกับ 10 อันดับ ยารักษาแผลในปาก ยอดฮิตขายดี ซึ่งมีหลายชนิดที่คุณควรรู้จัก ไม่ว่าจะเป็นยาป้าย ยาทาน หรือแม้กระทั่งยาแปะ ที่บอกได้เลยว่า บทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้อ่านทุกคนอย่างแน่นอน โดยเฉพาะผู้ที่กำลังต้องการยารักษาแผลในปากอยู่ต้องห้ามพลาดค่ะ
    ของใช้ในบ้าน
    99,144 จำนวนผู้อ่าน
  • 10 อันดับ ผงซักฟอก/น้ำยาซักผ้า ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2020 ขจัดคราบหมดจด กลิ่นหอมติดทนนาน
    10 อันดับ ผงซักฟอก/น้ำยาซักผ้า ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2020 ขจัดคราบหมดจด กลิ่นหอมติดทนนาน
    ผงซักฟอกหรือน้ำยาซักผ้าเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่ทุกครอบครัวต้องมีติดบ้านไว้ เพราะช่วยขจัดคราบเหงื่อไคล คราบฝุ่นสกปรกที่ติดมาจากที่ต่าง ๆ ให้หลุดออกไป พร้อมทั้งให้เครื่องแต่งกายหรือเสื้อผ้าของคุณมีกลิ่นที่หอมสะอาด ซึ่งในปัจจุบัน แบรนด์ที่มีชื่อเสียงด้านผลิตภัณฑ์ผงซักฟอกและน้ำยาซักผ้าอย่างบรีส, เปา, โปร, โอโม, Downy ต่างก็คิดค้นและพัฒนาคุณภาพสินค้า เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกรูปแบบ ทั้งในเรื่องแพ็กเกจ คุณสมบัติเด่น ราคาที่สมเหตุสมผล และการใช้งานที่ครอบคลุม อย่างไรก็ตาม ก่อนซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าว อย่าลืมสังเกตฉลากข้างกล่องด้วยว่า มีตรารับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผงซักฟอกหรือไม่ และทำความเข้าใจกับส่วนผสมสักเล็กน้อย เพื่อที่คุณจะได้เลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นอันตรายต่อตนเองและสิ่งแวดล้อมค่ะดังนั้น ในบทความนี้เราจึงได้ทำการรวบรวมข้อมูลวิธีการเลือกผงซักฟอกและน้ำยาซักผ้าที่คุณควรรู้ พร้อมทั้งจัดอันดับผงซักฟอกและน้ำยาซักผ้าขายดี 10 อันดับ เพื่อเป็นแนวทางให้คุณได้พิจารณาถึงรายละเอียด และคุณสมบัติที่เหมาะสมต่อการใช้งาน ก่อนนำไปสู่การเลือกซื้อจริง ถ้าพร้อมแล้วเราไปติดตามกันเลยค่ะ
    ของใช้ในบ้าน
    56,702 จำนวนผู้อ่าน
  • 10 อันดับ ผ้าปูที่นอน ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2020
    10 อันดับ ผ้าปูที่นอน ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2020
    ผ้าปูที่นอนนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับการนอนหลับพักผ่อนของเราในแต่ละวัน ไม่เพียงแค่ช่วยรักษาความสะอาด ป้องกันฝุ่นและเชื้อโรคต่าง ๆ ที่อาจเกิดการสะสมอยู่บนเตียง แต่ยังช่วยให้เรานอนหลับได้สบายมากขึ้น ยิ่งถ้าเป็นผ้าที่ให้ความโปร่งสบาย สัมผัสนิ่ม อย่างผ้าฝ้าย (Cotton) ด้วยแล้วล่ะก็ จะทำให้การพักผ่อนเราดีขึ้นไปอีกระดับ และในปัจจุบัน ก็มีผ้าปูที่นอนหลากหลายสีสัน ดีไซน์และลวดลายออกมาให้เลือกซื้อมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสีพื้นสำหรับสายมินิมอล ลายการ์ตูนน่ารัก หรือลายดอกไม้ที่เหมาะกับสาวหวาน ซึ่งนอกจากจะมีตัวเลือกหลากหลายแล้วยังช่วยให้สามารถตกแต่งเตียงให้เข้ากับสไตล์ของห้องที่ชอบได้อย่างสวยงามด้วย วันนี้ทีมงานมายเบสท์จึงจะมาเป็นผู้ช่วยแนะนำวิธีการเลือกผ้าปูที่นอนที่เหมาะสมต่อการนอนหลับพักผ่อน และมีคุณภาพต่อการใช้งานที่ยาวนาน รวมไปถึงความเหมาะสมในการตกแต่งห้องนอนของคุณมากที่สุดด้วย และในตอนท้าย เรายังมี 10 อันดับ ผ้าปูที่นอนจากแบรนด์ยอดนิยม เช่น Pasaya, Synda, Tulip และ Satin มาแนะนำให้ทุกคนได้เลือกซื้อกันอีกด้วย รายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น ตามมาอ่านกันเลยค่ะ !
    ของใช้ในบ้าน
    38,026 จำนวนผู้อ่าน
  • 10 อันดับ หม้อต้มกาแฟ ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2020
    10 อันดับ หม้อต้มกาแฟ ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2020
    กาแฟจัดเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในปัจจุบันเชื่อว่าหลาย ๆ คนต่างก็หันมาชงกาแฟดื่มกันเอง เพราะมีเพียงอุปกรณ์ไม่กี่ชิ้นก็สามารถสร้างสรรค์เครื่องดื่มกาแฟที่ถูกใจคุณได้ไม่ยาก ทั้งประหยัดเงินและช่วยให้ห่างไกลจากความหวานเจือปนต่าง ๆ ตามร้านกาแฟการชงกาแฟนั้นมีหลากหลายวิธี โดยการชงกาแฟด้วยหม้อต้มกาแฟนั้นเป็นหนึ่งทางเลือกใหม่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เชื่อว่าหลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้วิธีการเลือกหม้อต้มกาแฟที่ถูกต้องและไม่ค่อยรู้ว่าหม้อต้มกาแฟยี่ห้อไหนบ้างที่ได้รับความนิยมและสามารถหาซื้อได้ง่าย วันนี้เราจะมารวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาให้คุณได้อ่านกัน รับรองได้ว่าจะช่วยให้การตัดสินใจเลือกซื้อหม้อต้มกาแฟของคุณนั้นเป็นไปอย่างง่ายดายมากขึ้น
    ของใช้ในบ้าน
    24,829 จำนวนผู้อ่าน
  • 10 อันดับ ผงซักฟอกผสมน้ำยาปรับผ้านุ่ม ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2020 ทั้งสะอาดและหอมในคราวเดียว
    10 อันดับ ผงซักฟอกผสมน้ำยาปรับผ้านุ่ม ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2020 ทั้งสะอาดและหอมในคราวเดียว
    ในขั้นตอนซักผ้าปกติแล้วเราจะซักด้วยผงซักฟอกและตามด้วยน้ำยาปรับผ้านุ่มเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมและให้เนื้อผ้านุ่ม ซึ่งผงซักฟอกก็มีหลายประเภท ทั้งแบบผง น้ำยาซักผ้า และในรูปแบบเจลบอล (Gelball) ไม่เพียงแค่นั้น เพื่อเป็นการประหยัดเวลาและทำให้การซักผ้าเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น หลาย ๆ ยี่ห้อจึงได้ผลิตผงซักฟอกที่มีการผสมน้ำยาปรับผ้านุ่มขึ้นมา ถือเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจและดึงดูดผู้ใช้มากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะมีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพในการขจัดคราบไปพร้อม ๆ กับให้ความนุ่มน่าสัมผัสแก่เนื้อผ้า อีกทั้งยังช่วยลดความยุ่งยากโดยที่เราไม่ต้องเสียเวลาในการซักหรือรอเวลาแช่น้ำยาปรับผ้านุ่มอีกต่อไป นอกจากนี้ ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและลดพื้นที่ในการจัดเก็บได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์นี้ก็ยังมีรูปแบบและกลิ่นให้เราได้เลือกอย่างหลากหลาย ซึ่งอาจจะทำให้หลายคนสับสนว่า ควรจะเลือกพิจารณาจากอะไรดี ?และเพื่อไขความลับของผงซักฟอกผสมน้ำยาปรับผ้านุ่มไปพร้อมกัน ทางทีมงานมายเบสท์จึงได้รวบรวมเทคนิคในการเลือกและจุดเด่นสำคัญของแต่ละรูปแบบมาเป็นคำตอบให้ผู้อ่านได้ใช้เปรียบเทียบ รวมถึงปิดท้ายกันด้วยผลิตภัณฑ์ยอดนิยมทั้ง 10 อันดับจากยี่ห้อดังที่เราต่างคุ้นหน้าคุ้นตากันดีไม่ว่าจะเป็น บรีส, Downy, เปา, Hygiene เป็นต้น โดยทั้งหมดนี้จะช่วยให้เราได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ตรงใจและได้สนุกไปกับการซักผ้ามากขึ้นอย่างแน่นอน
    ของใช้ในบ้าน
    4,447 จำนวนผู้อ่าน
  • Item Lists ยอดฮิต

    ค้นหาจากหมวดหมู่