10 อันดับ เครื่องปริ้น ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2019

10 อันดับ เครื่องปริ้น ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018

หากพูดถึงการพิมพ์รูปภาพหรือเอกสาร อุปกรณ์สำคัญที่ขาดไม่ได้เลยก็คงหนีไม่พ้นเครื่องปริ้นใช่มั้ยล่ะคะ และหากได้ไปถึงร้านขายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า แบรนด์เครื่องปริ้นที่เราคุ้นเคยกันน่าจะเป็น Epson Canon Brother และอื่นๆอีกมากมาย ในช่วงหลังมานี้ก็มีเครื่องปริ้นที่สามารถใช้งานได้หลากหลายฟังก์ชัน ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือแม้แต่เชื่อมต่อ Wi-Fi เรียกได้ว่าเพิ่มความสะดวกความสบายให้กับผู้ใช้เป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ราคาของเครื่องปริ้นตามท้องตลาดก็ยังถูกลงเรื่อยๆ แต่อย่างไรก็ตาม จำนวนรุ่นและฟังก์ชันต่างๆที่เพิ่มขึ้นมาอย่างนับไม่ถ้วนนี้ก็ทำให้การตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องปริ้นซักเครื่องกลายเป็นเรื่องค่อนข้างลำบากเลยทีเดียว

วันนี้ เราจะมาแนะนำวิธีการเลือกเครื่องปริ้นที่มาพร้อมกับฟังก์ชันอันหลากหลาย รวมไปถึงแนะนำเครื่องปริ้นยอดนิยมประจำปี 2018 ให้เพื่อนๆได้ดูกัน เพื่อให้มีเครื่องปริ้นคู่ใจไว้ใช้ไปนานๆ เราไปดูกันเลยค่ะว่าควรเลือกจากอะไรบ้าง

สารบัญ

วิธีการเลือกเครื่องปริ้น

การตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องปริ้นนั้นขึ้นอยู่กับความจำเป็นในการใช้งานเครื่องปริ้นของแต่ละคนค่ะ ยังไงเพื่อนๆลองเลือกเครื่องปริ้นที่เหมาะกับการใช้งานของตัวเองดูนะคะ

เลือกจากชนิดเครื่องปริ้น

เครื่องปริ้นสำหรับใช้ในบ้านสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ เรามาดูกันก่อนค่ะว่าประเภทของเครื่องปริ้นแบบไหนจะเหมาะกับการปริ้นแบบใดกันบ้าง

เครื่องปริ้นอิงค์เจ็ทสำหรับการพิมพ์รูปและภาพถ่าย

เครื่องปริ้นอิงค์เจ็ทสำหรับการพิมพ์รูปและภาพถ่าย

เครื่องปริ้นอิงค์เจ็ทเป็นเครื่องปริ้นที่มีขนาดเล็กแต่สามารถใช้งานได้หลากหลาย จึงเป็นที่นิยมสำหรับการใช้งานในบ้านค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์รูปหรือภาพถ่ายที่มีสีเยอะ ก็ไม่ทำให้สีผิดเพี้ยน ซึ่งนี่ถือเป็นจุดเด่นของเครื่องปริ้นประเภทนี้เลยล่ะค่ะ นอกจากนี้ยังมีรุ่นและยี่ห้อให้เลือกมากมาย ราคาถูกแถมหาซื้อได้ง่ายๆอีกด้วยค่ะ

ถึงอย่างไรก็ตาม แม้ตัวเครื่องปริ้นจะมีราคาถูก ตัวหมึกกลับไม่ได้ถูกตามไปด้วย ไม่ว่าตัวเครื่องปริ้นจะมีราคาถูกแค่ไหน หากพิมพ์ภาพที่มีสีเยอะๆ ก็จะทำให้การพิมพ์นั้นมีราคาสูงอยู่ดี ดังนั้นเวลาที่เราเลือกซื้อเครื่องปริ้นอิงค์เจ็ท จึงควรดูทั้งราคาของเครื่องปริ้นและตัวหมึกไปพร้อมๆกันค่ะ

เครื่องปริ้นเลเซอร์สำหรับการพิมพ์ในปริมาณมาก

เครื่องปริ้นเลเซอร์สำหรับการพิมพ์ในปริมาณมาก

เครื่องปริ้นเลเซอร์เป็นเครื่องปริ้นที่มักพบเห็นได้ตามออฟฟิศหรือร้านถ่ายเอกสาร แต่ปัจจุบันนี้คนก็นิยมซื้อมาใช้กันตามบ้านหรือออฟฟิศเล็กๆเหมือนกันค่ะ นอกจากจะใช้หมึกแบบกันน้ำแล้ว ค่าใช้จ่ายในการใช้งานยังถือว่าไม่แพงมากอีกด้วย ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะมีราคาสูง แถมยังมีขนาดใหญ่กินพื้นที่ แต่หากต้องใช้พิมพ์เอกสารที่มีจำนวนมากเป็นร้อยๆแผ่นหรือต้องการใช้งานในระยะยาว รับรองว่าคุ้มแน่นอนค่ะ เครื่องปริ้นเลเซอร์มี 2 ประเภทให้เลือกได้แก่ แบบปริ้นสีและแบบปริ้นขาวดำ

แต่หากพูดในแง่ของความคมชัดในการพิมพ์ เครื่องปริ้นชนิดนี้ยังด้อยกว่าเครื่องปริ้นอิงค์เจ็ทอยู่พอสมควร ดังนั้นสำหรับคนที่เน้นการพิมพ์สี อาจจะลองใช้เครื่องปริ้นอิงค์เจ็ทและเครื่องปริ้นเลเซอร์แบบขาวดำควบคู่กันไปก็ได้ค่ะ

เลือกจากลักษณะการนำไปใช้งาน

เครื่องปริ้นแบบอิงค์เจ็ทที่เราได้นำเสนอไปในช่วงต้นสามารถแบ่งออกได้เป็นหลากหลายชนิด ดังนั้น ต่อจากนี้เราจะมาแนะนำเครื่องปริ้นอิงค์เจ็ท 3 ชนิดหลักๆโดยแบ่งตามลักษณะการนำไปใช้งานให้เพื่อนๆได้ดูกัน ลองเลือกใช้งานตามความเหมาะสมดูนะคะ

“เครื่องปริ้นสำหรับพิมพ์อย่างเดียว”

"เครื่องปริ้นสำหรับพิมพ์อย่างเดียว"

เครื่องปริ้นสำหรับพิมพ์อย่างเดียว แค่ชื่อก็บอกไว้อย่างชัดเจนแล้วค่ะว่าสามารถใช้เพื่อพิมพ์งานได้เท่านั้น เครื่องปริ้นชนิดนี้มีฟังก์ชันการใช้งานที่ง่ายไม่ซับซ้อน ขนาดกะทัดรัดแถมยังราคาถูกกว่าเครื่องปริ้นชนิดอื่นเช่น เครื่องปริ้นมัลติฟังก์ชันหรือแม้แต่เครื่องปริ้นเลเซอร์ ซึ่งสำหรับคนที่ต้องการใช้เครื่องปริ้นเพียงเพื่อพิมพ์ภาพถ่ายและเอกสารแล้ว ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานเลยค่ะ ดังนั้น แทนที่จะซื้อเครื่องปริ้นราคาแพงที่มีฟังก์ชั่นมากจนเกินความจำเป็นของเรา ลองเลือกเครื่องปริ้นสำหรับพิมพ์เพียงอย่างเดียวมาใช้ดูนะคะ

ถ้าอยากพิมพ์ภาพ ให้เลือก “เครื่องปริ้นภาพถ่าย”

ถ้าอยากพิมพ์ภาพ ให้เลือก "เครื่องปริ้นภาพถ่าย"

เครื่องปริ้นภาพถ่ายเป็นเครื่องปริ้นที่ถูกออกแบบมาเพื่อพิมพ์ภาพถ่ายโดยเฉพาะค่ะ จุดเด่นคือ เครื่องปริ้นไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์แต่สามารถเชื่อมต่อกับกล้องดิจิตอลหรือสมาร์ทโฟนแล้วสั่งปริ้นได้โดยตรง นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมีขนาดกะทัดรัดที่สุดในบรรดาเครื่องปริ้นทั้งหมด ถึงแม้จะอยู่ในระหว่างเดินทางก็ยังสามารถพิมพ์รูปภาพออกมาได้ค่ะ

สำหรับเพื่อนๆที่เน้นการพิมพ์รูปภาพเป็นหลัก เราก็แนะนำให้เลือกเครื่องปริ้นภาพถ่ายค่ะ แต่เครื่องปริ้นประเภทนี้ก็มีข้อจำกัดในการพิมพ์เหมือนกันค่ะ เช่น ไม่สามารถพิมพ์ภาพหรือเอกสารขนาดใหญ่เช่นขนาด A4 หรือ B5 ได้ ดังนั้นสำหรับใครที่ต้องการพิมพ์เอกสารขนาดดังกล่าวล่ะก็ คงจะต้องมีเครื่องปริ้นแบบธรรมดาไว้ใช้คู่กันอีกเครื่องค่ะ

ถ้าใช้ถ่ายเอกสาร สแกน หรือแฟกซ์ ให้เลือก “เครื่องปริ้นมัลติฟังก์ชัน”

ถ้าใช้ถ่ายเอกสาร สแกน หรือแฟกซ์ ให้เลือก "เครื่องปริ้นมัลติฟังก์ชั่น"

เครื่องปริ้นมัลติฟังก์ชันเป็นเครื่องปริ้นที่สามารถใช้งานฟังก์ชันต่างๆเช่น แฟกซ์ ถ่ายเอกสาร สแกนได้ในเครื่องเดียวค่ะ เนื่องจากสามารถใช้งานได้หลากหลาย จึงเป็นที่นิยมสำหรับใช้ในออฟฟิศและสำนักงาน นอกจากนี้ บางรุ่นยังสามารถสั่งพิมพ์ข้อมูลหรือภาพถ่ายได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์

แม้จะมีขนาดที่ใหญ่กว่าเครื่องปริ้นประเภทอื่นๆ แต่ก็ช่วยประหยัดพื้นที่ได้มากเลยทีเดียวเมื่อเทียบกับการติดตั้งเครื่องถ่ายเอกสารหรือเครื่องสแกนแยกต่างหากค่ะ นอกจากนี้ด้วยความที่มีเพียงเครื่องเดียว จึงช่วยประหยัดพลังงานและลดปัญหาเรื่องสายไฟพันกันยุ่งเหยิง แค่ใช้งานสแกน ถ่ายเอกสารหรือแฟกซ์เพียงอย่างเดียวเป็นประจำก็คุ้มค่าแล้วค่ะ  นอกจากนี้ ยังสามารถแปลงหนังสือหรือเอกสารต่างๆเป็นไฟล์ PDF ได้อย่างง่ายดายด้วยการสแกน ดังนั้นจึงสะดวกสำหรับคนที่ต้องการจัดเก็บข้อมูลเป็นอย่างยิ่งค่ะ

เลือกจากประเภทของตลับหมึกและค่าใช้จ่าย

เนื่องจากตัวเครื่องปริ้นเองมีราคาถูกลงมากทั้งยังสามารถหาซื้อได้ง่าย จึงอาจทำให้หลายคนลืมนึกถึงค่าใช้จ่ายของตลับหมึกสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ของเครื่องปริ้น จากนี้ไป เราจะมาแนะนำรายละเอียดค่าใช้จ่ายของตลับหมึกสำหรับเครื่องปริ้นกันค่ะ

“ตลับหมึกแบบทั้งตลับ” เปลี่ยนเองได้อย่างง่ายดาย

"ตลับหมึกแบบทั้งตลับ" เปลี่ยนเองได้อย่างง่ายดาย

สำหรับตลับหมึกแบบทั้งตลับจะมี 3 หรือ 4 สีในตลับเดียวกัน โดยในเครื่องปริ้น 1 เครื่องจะใส่ตลับหมึกได้ 2 ตลับคือ ตลับสีดำและตลับสี และด้วยความที่ตลับหมึกมีขนาดไม่ใหญ่มาก จึงสามารถใช้กับเครื่องปริ้นภาพถ่ายได้

ข้อเสียคือ หากสีใดสีหนึ่งในตลับหมด จะต้องเปลี่ยนหมึกทั้งตลับ ทั้งๆที่ยังมีสีอื่นหลงเหลืออยู่ ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่าเครื่องปริ้นจะราคาถูกสักเท่าไหร่ แต่ค่าตลับหมึกถือว่าค่อนข้างสูงทีเดียวค่ะ

สำหรับคนที่ต้องการพิมพ์เป็นจำนวนมาก โดยที่ต้องใช้สีใดสีหนึ่งเป็นหลัก เราก็ไม่แนะนำให้ใช้หมึกแบบตลับค่ะ แต่สำหรับคนที่ใช้พิมพ์งานทั่วไปหรือแม้แต่คนที่ไม่ชอบความยุ่งยากในการเปลี่ยนตลับหมึก ก็อย่าลืมเก็บตลับหมึกประเภทนี้ไว้พิจารณานะคะ

“ตลับหมึกแบบแยกสี” ใช้งานได้คุ้มค่าแน่นอน

"ตลับหมึกแบบแยกสี" ใช้งานได้คุ้มค่าแน่นอน

ตลับหมึกแบบแยกสีนั้นต่างกับตลับหมึกแบบทั้งตลับตรงที่แต่ละตลับย่อยจะมีหมึกเพียงสีเดียว หากสีใดหมดก็เพียงแค่เปลี่ยนเฉพาะตลับหมึกสีนั้นๆ ดังนั้น หากเทียบกับตลับหมึกแบบทั้งตลับแล้ว ตลับหมึกชนิดนี้ใช้งานได้คุ้มค่ากว่าแน่นอนค่ะ สำหรับคนที่เน้นพิมพ์โดยใช้สีใดสีหนึ่งเป็นหลักหรือเน้นการพิมพ์ปริมาณมากๆ เราก็อยากแนะนำให้ใช้ตลับหมึกชนิดนี้ค่ะ

“โทนเนอร์” สำหรับเครื่องปริ้นเลเซอร์

"โทนเนอร์" สำหรับเครื่องปริ้นเลเซอร์

สำหรับหมึกที่ใช้กับเครื่องปริ้นแบบเลเซอร์ เราเรียกกันว่า โทนเนอร์ค่ะ เมื่อเทียบกับตลับหมึกทั้งสองประเภทที่เราได้แนะนำไปแล้ว เรียกได้ว่ามีราคาสูงกว่าพอสมควรเลยล่ะค่ะ แต่จริงๆแล้ว โทนเนอร์นี้มีปริมาณหมึกที่มากกว่ามากและยังสามารถใช้งานได้นานกว่า ดังนั้น หากเทียบในแง่ของค่าใช้จ่ายแล้ว ก็ยังถือว่าคุ้มอยู่ดี สำหรับคนที่เน้นพิมพ์บ่อยๆ หรือประมาณมากๆ ให้เลือกใช้เครื่องปริ้นเลเซอร์ที่ใช้หมึกโทนเนอร์ก็ดีค่ะ

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากโทนเนอร์แล้ว เพื่อนๆจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนลูกดรัมที่เป็นอะไหล่ของตัวเครื่องปริ้นเลเซอร์ด้วย ดังนั้นเวลาคำนวณค่าใช้จ่ายสำหรับเครื่องปริ้นเลเซอร์ อย่าลืมคำนึงถึงค่าเปลี่ยนอะไหล่ด้วยนะคะ

เปรียบเทียบราคาของหมึกแต่ละยี่ห้อ

เปรียบเทียบราคาของหมึกแต่ละยี่ห้อ

ราคาของหมึกเครื่องปริ้นจะแตกต่างกันไปแล้วแต่ยี่ห้อของเครื่องปริ้นค่ะ ยิ่งตัวเครื่องปริ้นมีราคาถูกมากเท่าไหร่ เป็นไปได้ว่าราคาหมึกจะยิ่งสูงเท่านั้น ดังนั้นเวลาที่เพื่อนๆเลือกซื้อเครื่องปริ้น อย่าลืมเปรียบเทียบราคาของหมึกด้วยนะคะ

และอีกอย่างที่เราอยากให้ระวัง คือ การตรวจสอบเพียงแค่ราคาตลับหมึกอาจจะไม่สามารถให้คำตอบได้อย่างชัดเจน เพราะตลับหมึกแต่ละยี่ห้อก็มีปริมาณแตกต่างกัน ดังนั้น จึงควรตรวจสอบทั้งปริมาณและราคาควบคู่กันไปค่ะ

เลือกหมึกให้เหมาะกับสิ่งที่ต้องการจะพิมพ์

หมึกของเครื่องปริ้นอื่นๆที่ไม่ใช่เครื่องปริ้นเลเซอร์สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ หมึกย้อม หมึกพิมพ์เม็ดสี และหมึกไฮบริดที่รวมเอาหมึกย้อมและหมึกพิมพ์เม็ดสีเข้าไว้ด้วยกัน ถึงแม้จะเป็นผู้ผลิตเจ้าเดียวกัน แต่เครื่องปริ้นแต่ละรุ่นก็ใช้หมึกคนละประเภทกันได้ ดังนั้นเพื่อนๆลองตรวจสอบให้ดีก่อนใช้งานนะคะ

“หมึกย้อม” สำหรับคนที่เน้นพิมพ์รูปภาพสีสันสดใส

"หมึกย้อม" สำหรับคนที่เน้นพิมพ์รูปภาพสีสันสดใส

หมึกย้อม (Dye Ink) เป็นหมึกที่สามารถละลายน้ำได้ ทำให้ตอนที่สั่งพิมพ์งานกระดาษจะมีความชุ่มน้้ำหมึก งานที่พิมพ์ออกมามีสีสันสดใสและมันวาว เหมาะสำหรับการใช้พิมพ์รูปค่ะ เพื่อนๆคนไหนที่เน้นการพิมพ์รูปหรือภาพถ่ายเป็นหลัก เราแนะนำให้เลือกรุ่นที่ใช้หมึกย้อมค่ะ

ข้อเสียก็คือ เมื่อเทียบกับหมึกพิมพ์เม็ดสีแล้ว หมึกย้อมจะใช้เวลานานกว่าหมึกจะแห้งสนิท นอกจากนั้นยังสามารถเปื้อนได้ง่ายหากโดนน้ำ ต้องระวังทั้งระหว่างพิมพ์และหลังพิมพ์ให้ดีค่ะ

“หมึกพิมพ์เม็ดสี” พิมพ์เอกสารได้ตัวหนังสือที่คมชัด

"หมึกพิมพ์เม็ดสี" พิมพ์เอกสารได้ตัวหนังสือที่คมชัด

หมึกพิมพ์เม็ดสี (Pigment Ink) จะมีลักษณะเป็นเม็ดสีอนุภาคใหญ่ ไม่ซึมลงไปในกระดาษแต่กลับจับตัวแน่นอยู่บนพื้นผิวของกระดาษ ทำให้ตัวหนังสือมีความคมชัดเจน เหมาะสำหรับคนที่นิยมใช้เครื่องปริ้นพิมพ์เอกสารต่างๆค่ะ นอกจากนี้ หมึกชนิดนี้ยังไม่ละลายน้ำ แม้จะใช้ปากกาเน้นข้อความขีดทับลงไปบนตัวหนังสือก็ไม่เป็นปัญหาค่ะ

อย่างไรก็ตาม หมึกพิมพ์เม็ดสียังไม่สามารถดึงคุณภาพของสีที่พิมพ์ลงบนกระดาษได้ดีเท่าสีแบบย้อม จึงไม่เหมาะกับการพิมพ์ภาพค่ะ ใครที่จำเป็นต้องพิมพ์เอกสารสำหรับทำงานแม้แต่ที่บ้าน เราก็แนะนำให้ใช้เครื่องปริ้นที่ใช้หมึกพิมพ์เม็ดสีค่ะ

“หมึกไฮบริด” สำหรับพิมพ์ทั้งรูปภาพและเอกสาร

สำหรับคนที่ไม่แน่ใจว่าตัวเองใช้งานการพิมพ์เอกสารหรือรูปภาพมากกว่ากัน จะให้เลือกใช้หมึกย้อมหรือหมึกพิมพ์เม็ดสีดี ก็คงเลือกไม่ถูกใช่มั้ยล่ะคะ ถ้าเป็นอย่างนั้น ให้เพื่อนๆเลือกเครื่องปริ้นที่เป็นระบบหมึกไฮบริดก็ได้ค่ะ โดยตลับหมึกสีจะเป็นหมึกย้อม ซึ่งเหมาะสำหรับใช้พิมพ์ภาพสี ในขณะที่ตลับหมึกสีดำจะเป็นหมึกพิมพ์เม็ดสี ซึ่งเหมาะกับการใช้พิมพ์เอกสาร เพียงเท่านี้ก็สามารถใช้พิมพ์ทั้งรูปภาพและเอกสารได้ทั้งคู่ในเครื่องเดียวแล้วค่ะ

หรือแม้แต่กรณีที่ต้องการพิมพ์เอกสารที่มีทั้งข้อความและรูปภาพในหน้าเดียวกัน เราก็แนะนำให้ใช้เครื่องปริ้นที่ใช้ได้กับหมึกไฮบริดค่ะ

เครื่องปริ้น Wi-Fi หมดกังวลเรื่องสายเชื่อมต่อ

เครื่องปริ้น Wi-Fi หมดกังวลเรื่องสายเชื่อมต่อ

เราสามารถใช้เครื่องปริ้น Wi-Fi ได้โดยที่ไม่ต้องใช้สายเชื่อมต่อค่ะ และเนื่องจากไม่ต้องใช้สายใดๆทั้งสิ้นจึงใช้งานสะดวก ผู้ใช้สามารถสั่งพิมพ์ได้จากที่ไหนก็ได้ นอกจากนี้ หากสัญญาณเชื่อมต่อ Wi-Fi ไม่ค่อยดีก็ยังสามารถเลือกเชื่อมต่อโดยใช้ USB ได้เหมือนกันค่ะ

10 อันดับ เครื่องปริ้น ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018

จากนี้ไป เราจะมาดู 10 อันดับ เครื่องปริ้นยอดนิยมไปพร้อมๆกันเลยค่ะ แน่นอนว่ารุ่นที่เราเลือกมาแนะนำล้วนแล้วแต่เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยม ประเภทเครื่องปริ้นที่เหมาะกับเพืื่อนๆจะเป็นรุ่นไหน ลองหากันดูนะคะ

10. Canon Pixma IP2870S

10. Canon Pixma IP2870S

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 1,590 บาท

เครื่องปริ้นรุ่นพื้นฐานสำหรับติดบ้าน

Canon Pixma IP2870S เป็นเครื่องปริ้นอิงค์เจ็ทขนาดเล็ก มีน้ำหนักที่เบาเพียง 2.3 กิโลกรัม ประหยัดพื้นที่ใช้สอย ติดตั้งและใช้งานได้ง่าย แถมราคาย่อมเยาตอบโจทย์นักเรียน นักศึกษา แต่ด้วยความที่สามาถใช้ฟังก์ชันการพิมพ์ได้อย่างเดียว จึงอาจจะเหมาะกับคนที่ต้องการมีเครื่องปริ้นไว้ติดบ้านสำหรับใช้พิมพ์เอกสารทั่วไปมากกว่าเน้นการพิมพ์รูปภาพที่ต้องใช้สีเยอะๆค่ะ

นอกจากนี้อาจจะเหมาะกับคนที่ไม่ได้ใช้งานเครื่องปริ้นบ่อยนักเพราะหมึกที่ให้มาในตลับมีปริมาณไม่มาก สำหรับใครที่ต้องการใช้พิมพ์งานจำนวนมาก เราขอแนะนำให้ซื้อหมึกแท็งก์มาติดหรือจะเปลี่ยนเป็นใช้หมึกแบบสำลีที่แสนสะดวกก็ได้เช่นกันค่ะ

9. Canon LBP6030

9. Canon LBP6030

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 2,820 บาท

เครื่องปริ้นเลเซอร์ที่มาพร้อมกับฟังก์ชันประหยัดพลังงาน

Canon LBP6030 เป็นเครื่องปริ้นเลเซอร์สำหรับพิมพ์ขาว-ดำเท่านั้นค่ะ  สามารถพิมพ์ได้มากถึง 18 แผ่นต่อนาที อาจจะไม่ได้เร็วมากนัก แต่รับรองว่าความละเอียดในการพิมพ์ 2400 x 600 dpi จะทำให้ได้เอกสารที่คมชัดแน่นอนค่ะ และด้วยเทคโนโลยี On-Demand Fixing ที่ช่วยให้พิมพ์งานได้รวดเร็วภายใน 7.8 วินาทีโดยไม่ต้องวอร์มเครื่อง ใช้หมึกแบบโทนเนอร์ Cartridge 325 ที่ประหยัดกว่าหมึกตลับชนิดอื่นแถมยังเปลี่ยนได้ง่ายอีกด้วย

นอกจากนี้ รุ่นนี้ยังมีฟังก์ชัน Sleep mode และ Auto Shutdown ช่วยในการประหยัดพลังงาน แต่ก็มีข้อเสียคือตัวเครื่องมีน้ำหนักถึง 5 กิโลกรัมจึงอาจเคลื่อนย้ายได้ยาก เหมาะสำหรับคนที่เน้นพิมพ์งานเอกสารทั่วไปจำนวนมากหรือเน้นการใช้งานในโฮมออฟฟิศหรือสำนักงานเล็กๆค่ะ

8. Brother MFCL2700D

8. Brother MFCL2700D

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 4,950 บาท

เหมาะกับงานเอกสารขาว-ดำที่เน้นความเร็วในการพิมพ์

Brother MFCL2700D เป็นเครื่องพิมพ์มัลติฟังชันเลเซอร์ขาว-ดำ แบบ 4 in 1 ประกอบไปด้วยฟังก์ชันการปริ้น สแกน ถ่ายเอกสารและแฟกซ์ค่ะ เรียกได้ว่าสามารถใช้งานได้ครบถ้วนในเครื่องเดียว นอกจากนี้ยังสามารถพิมพ์เอกสารแบบสองหน้าโดยอัตโนมัติได้อีกด้วย และอีกจุดเด่นของรุ่นนี้คือ พิมพ์เอกสารได้เร็วถึง 30 แผ่นต่อนาทีถือว่ารวดเร็วไม่แพ้เครื่องปริ้นตัวใหญ่ๆในสำนักงานเลยค่ะ

ตัวเครื่องมีจอ LCD แสดงผลการทำงาน ถาดป้อนกระดาษรองรับได้ถึง 250 แผ่นไม่ต้องเสียเวลามานั่งเติมกระดาษหลายๆครั้ง ฟังก์ชันการถ่ายเอกสารสามารถย่อ ขยายได้ อีกทั้งขณะที่เครื่องปริ้นกำลังพิมพ์หรือสแกนงาน ก็สามารถรับส่งแฟกซ์ได้ในขณะเดียวกัน เหมาะสุดๆ สำหรับคนที่ต้องการใช้งานหลายฟังก์ชันและต้องการประหยัดพื้นที่ในการติดตั้งค่ะ

7. EPSON L1800

7. EPSON L1800

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 18,950 บาท

พิมพ์ได้แม้แต่ขนาดใหญ่จุใจอย่างขนาด A3

EPSON L1800 เป็นเครื่องปริ้นอิงค์เจ็ทที่มีระบบแท็งก์หมึก 6 สี โดยหมึกมีลักษณะแห้งเร็วแต่ไม่กันน้ำ สามารถพิมพ์ภาพไร้ขอบได้ใหญ่สุดถึงขนาด A3+ ตัวหัวพิมพ์ Micro Piezo TM จาก EPSON ช่วยให้พิมพ์งานได้อย่างทนทาน ให้ความละเอียดสูงถึง 5,760 dpi เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบการพิมพ์ภาพถ่ายหรืองานกราฟฟิกที่ต้องการรายละเอียดและสีที่คมชัด

แม้ว่าตัวเครื่องจะมีราคาค่อนข้างสูง แต่ตัวหมึกกลับไม่ได้สูงตามอย่างที่คิด โดยหมึก 1 ชุด สามารถใช้พิมพ์ภาพถ่ายขนาด 4R ได้ถึง 1,500 ภาพ เรียกได้ว่าคุ้มค่าแก่การลงทุนแน่นอน

6. Samsung SL-C430W

6. Samsung SL-C430W

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 4,890 บาท

เลเซอร์แบบ LED เพื่อความคมชัดที่มากขึ้น

Samsung SL-C430W เป็นเครื่องปริ้นเลเซอร์ใช้ได้ทั้งขาว-ดำและสี โดยใช้เลเซอร์แบบ LED เทคโนโลยีที่ช่วยให้การพิมพ์มีความคมชัดและช่วยประหยัดพลังงานได้มากกว่าเดิม ที่สำคัญ รุ่นนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับ Wi-Fi และยังรองรับ Mobile Printing ทำให้ส่งคำสั่งจากสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย เรียกได้ว่า แม้จะอยู่นอกสถานที่ก็ไม่ต้องหยิบแล็ปท็อปมาเปิดให้วุ่นวาย เพียงแค่มีไฟล์ที่ต้องการอยู่ในสมาร์ทโฟนหรือ iPad ก็สามารถส่งคำสั่งได้เลยค่ะ

มาพร้อมกับหน่วยความจำถึง 64 MB ที่รองรับงานได้จำนวนมาก ช่วยให้พิมพ์งานได้อย่างต่อเนื่อง ยิ่งไปกว่านั้นคือมีราคาที่ไม่แพงมาก อย่างไรก็ตามเครื่องปริ้นรุ่นนี้ก็มีข้อเสียคือ มีน้ำหนักถึง  9.98 กิโลกรัมจึงไม่สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย เหมาะกับการใช้งานในออฟฟิศเล็กๆหรือในบ้านค่ะ

5. Epson L405

5. Epson L405

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 4,890 บาท

เบา เคลื่อนย้ายสะดวก หลากหลายฟังก์ชัน

Epson L405 เป็นเครื่องปริ้นมัลติฟังชันอิงค์เจ็ท 3 in 1 สามารถพิมพ์ สแกน และถ่ายเอกสารได้ ให้ความละเอียดในการพิมพ์มากถึง 5,760 × 1,440 dpi ข้อเสียคือไม่สามารถพิมพ์แบบไร้ขอบได้ จึงอาจไม่เหมาะกับคนต้องการใช้งานเพื่อพิมพ์ภาพถ่ายหรืองานกราฟฟิกเพียงอย่างเดียว รุ่นนี้มาพร้อมกับฟังก์ชันส่งคำสั่งจาก Wi-Fi ไม่เพียงแค่ไฟล์เอกสารแต่ยังสามารถสั่งพิมพ์อีเมล์ผ่าน Epson Connect ได้อีกด้วย

ติดตั้งและใช้งานได้ง่าย อีกทั้งยังมีขนาดเล็กโดยมีน้ำหนักเบาเพียงแค่ 4.5 กิโลกรัม ในเรื่องของความประหยัด รุ่นนี้ก็ไม่น้อยหน้าใครค่ะ เพราะว่าสามารถพิมพ์สีได้มากถึง 7,500 แผ่น และ 4,500 แผ่นสำหรับขาว-ดำ แนะนำอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานสำนักงานเล็กๆ

4. Brother DCP-T300

4. Brother DCP-T300

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 4,500 บาท

ภาพสีคมชัด ตรวจสอบระดับหมึกได้ง่าย

Brother DCP-T300 เป็นเครื่องปริ้นมัลติฟังชันอิงค์เจ็ท 3 in 1 สามารถพิมพ์ สแกน และถ่ายเอกสารได้ พิมพ์เอกสารขาว-ดำได้มากถึง 27 แผ่นต่อนาที พร้อมความคมชัดในการพิมพ์รูปถึง 1,200 x 6,000 dpi รองรับการพิมพ์ภาพแบบไร้ขอบ มาพร้อมกับระบบที่หลายๆคนชื่นชอบอย่างระบบบำรุงรักษาหัวพิมพ์อัตโนมัติ ติดตั้งและใช้งานได้ง่าย

ที่สำคัญ เครื่องปริ้นรุ่นนี้มาพร้อมกับแผงใส่หมึกพิมพ์ที่สามารถมองเห็นได้จากด้านหน้า จึงรู้ได้ทันทีว่าระดับหมึกเหลือเยอะแค่ไหน และด้วยความที่เป็นหมึกแบบแยกสี จึงไม่ต้องทิ้งทั้งตลับหากสีใดสีหนึ่งหมด ช่วยให้ประหยัดค่าหมึกได้เยอะเลยทีเดียวค่ะ ราคาไม่แพง เหมาะสำหรับคนที่เน้นการพิมพ์ภาพสีที่คมชัดค่ะ

3. Canon SELPHY CP1300

3. Canon SELPHY CP1300

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 5,690 บาท

สำหรับคนรักการพิมพ์ภาพถ่ายโดยเฉพาะ

Canon SELPHY CP1300 เป็นเครื่องปริ้นสำหรับรูปถ่ายมาพร้อมกับจอ LCD ขนาด 3.2 นิ้ว สามารถปรับองศาความเอียงได้ เชื่อมต่อกับ Wi-Fi ได้ ดังนั้นจะสั่งปริ้นจากกล้องถ่ายรูป  iPad หรือแม้แต่สมาร์ทโฟนโดยตรงก็ไม่มีปัญหาค่ะ เครื่องปริ้นรุ่นนี้สามารถพิมพ์ขนาดใหญ่สุดได้ถึง 3.94 x 5.83 นิ้ว โดยใช้เทคโนโลยีการพิมพ์แบบ Dye Sublimation ทำให้ภาพที่ได้ออกมาสามารถกันฝุ่นและละอองน้ำได้

นอกจากนี้ยังสามารถดึงภาพจากสมาร์ทดีไวซ์ได้มากสูงสุดถึง 8 เครื่อง เพื่อสร้างเป็นภาพคอลลาจในแผ่นเดียว ตัวเครื่องมีดีไซน์น่ารัก ขนาดกำลังดี เหมาะสุดๆสำหรับคนที่เน้นการพิมพ์งานจากภาพถ่ายโดยเฉพาะ เช่น สาวๆที่ชื่นชอบการถ่ายรูป และยังมาพร้อมแบตเตอรี่สำรองทำให้พกออกไปไหนมาไหนได้สะดวกอีกด้วย

2. HP OfficeJet Pro 8720

2. HP OfficeJet Pro 8720

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 7,900 บาท

เครื่องปริ้นอิงค์เจ็ทที่ประหยัดได้มากกว่าเครื่องปริ้นเลเซอร์

HP OfficeJet Pro 8720 เป็นเครื่องปริ้นมัลติฟังชันอิงค์เจ็ท แบบ 4 in 1 สามารถปริ้น สแกน ถ่ายเอกสารและแฟกซ์ได้ในเครื่องเดียว รุ่นนี้สามารถพิมพ์เอกสาร 2 ด้านได้ในระยะเวลาอันรวดเร็วเป็นการประหยัดพลังงานและเวลาไปได้ในตัว นอกจากนี้ยังผ่านการทดสอบว่าสามารถพิมพ์เอกสารได้โดยใช้ต้นทุนต่อแผ่นน้อยกว่าเครื่องปริ้นเลเซอร์ถึง 50% เหมาะสำหรับคนที่ต้องการพิมพ์เอกสารเป็นจำนวนมากค่ะ อีกทั้งหมึกที่ใช้ยังทนทานต่อน้ำ และไม่เป็นรอยจางได้ง่ายอีกด้วยค่ะ

หน้าจอ LCD แบบสัมผัสมีขนาดใหญ่ถึง 4.3 นิ้ว รองรับระบบ Mobile printing สามารถพิมพ์ได้มากสุดถึง 30,000 หน้าต่อเดือน สำหรับผู้ใช้งานสูงสุด 5 คน จะเห็นได้ว่าเหมาะสำหรับทั้งใช้งานในบ้านหรือออฟฟิศก็ได้ค่ะ

1. Brother HL-3170CDW

1. Brother HL-3170CDW

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 11,990 บาท

ฟังก์ชันเสริมช่วยสร้างสรรค์ผลงานการพิมพ์ให้ไม่ธรรมดา

Brother HL-3170CDW เป็นเครื่องพิมพ์เลเซอร์ที่ใช้ได้ทั้งขาว-ดำและสี แบบมัลติฟังชัน 4 in 1 ประกอบไปด้วยฟังก์ชันการปริ้น สแกน ถ่ายเอกสารและแฟกซ์ค่ะ มีความเร็วในการพิมพ์ขาว-ดำ 22 แผ่นต่อนาที สามารถพิมพ์เอกสารแบบสองหน้าอัตโนมัติได้อีกด้วย ถาดป้อนกระดาษรองรับได้ถึง 250 แผ่น ใช้ตลับหมึกแบบโทนเนอร์จึงประหยัดและคุ้มค่า ติดตั้งได้ง่ายและไม่ซับซ้อน

นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi เพื่อส่งคำสั่งการทำงานได้ และยังมีฟังก์ชันการพิมพ์หนังสือ โปสเตอร์ ลายน้ำ ให้เลือกใช้งานได้ด้วยค่ะ เครื่องรุ่นนี้จึงเหมาะกับคนที่เน้นการใช้งานหลากหลายและใช้งานหนัก อาจจะติดตั้งไว้ที่บ้านหรือออฟฟิศก็เหมาะค่ะ

บทส่งท้าย

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ หลังจากที่เราได้แนะนำเครื่องปริ้นยอดนิยมให้เพื่อนๆได้ดูกันไปแล้ว หากเพื่อนๆคนไหนกำลังหาเครื่องปริ้นอยู่ ก็ลองเลือกจากประเภทของเครื่องปริ้นรวมไปถึงประเภทของหมึกที่เหมาะกับการใช้งานที่เพื่อนๆต้องการดูนะคะ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ตัดสินใจเลือกเครื่องปริ้นได้ง่ายขึ้นแล้วค่ะ หรือจะลองดูจากอันดับเครื่องปริ้นยอดนิยมที่เราแนะนำไปก็ยังได้ค่ะ