10 อันดับ น้ำตบสำหรับผิวแพ้ง่าย ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2019

สาว ๆ ที่มีสภาพผิวแพ้ง่าย ย่อมมีความกังวลใจในการเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกันทุกรายอย่างแน่นอน เพราะต้องคอยระมัดระวังในเรื่องของส่วนผสมเป็นพิเศษ ทำให้หลายคนเลือกที่จะไม่ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวใด ๆ เลย ซึ่งนั่นถือเป็นความคิดที่ผิดเลยค่ะ ยิ่งผิวที่มีอาการแพ้ง่ายนั้น ยิ่งต้องมีการบำรุงเป็นพิเศษเพื่อให้ผิวกลับมาแข็งแรงดังเดิม และหนึ่งในไอเทมของสกินแคร์ที่จะมาช่วยฟื้นฟูสภาพผิวของคุณได้นั่นก็คือ ‘น้ำตบ’ นั่นเองค่ะ

ทั้งนี้ น้ำตบที่วางขายกันอยู่ทั่วไปนั้นมีมากมายหลายยี่ห้อหลายรุ่นเหลือเกิน เราควรจะต้องเลือกแบบไหนเพื่อให้ได้ตัวที่ช่วยบำรุงได้จริงและปลอดภัยกับสภาพผิวของเราด้วย ไม่ใช่ว่าใช้แล้วกลายเป็นทำให้หน้าพังมากกว่าเดิม วันนี้ ทีมงานของเราได้เตรียมข้อมูลวิธีการเลือกมาแนะนำกัน รวมทั้งในตอนท้าย เรายังได้รวบรวม 10 อันดับน้ำตบที่ผิวแพ้ง่ายสามารถใช้ได้และได้รับความนิยมเป็นอย่างมากมาให้อ่านกันอีกด้วยนะคะ

สารบัญ

วิธีการเลือกน้ำตบสำหรับผิวแพ้ง่าย

ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายจะต้องระมัดระวังในการเลือกผลิตภัณฑ์กันเป็นพิเศษ เพราะหากเลือกตัวที่ไม่เหมาะสมกับสภาพผิวหน้าเราแล้ว ก็จะทำให้เกิดการแพ้หรือการระคายเคืองต่าง ๆ ตามมาได้ มาดูกันดีกว่าค่ะว่า วิธีการเลือกน้ำตบสำหรับผิวแพ้ง่ายที่เหมาะสมนั้นต้องมีหลักอะไรบ้าง

เลือกส่วนประกอบที่เป็นมิตรกับผิว

อันดับแรกเลย สำหรับเรื่องหลักที่เราต้องให้ความสำคัญนั่นก็คือ ‘ส่วนประกอบของน้ำตบ’ ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่าสภาพผิวของเราเองนั้นเป็นแบบไหน และมีอาการแพ้ระคายเคืองกับสารชนิดใดบ้าง เพื่อที่จะได้หลีกเลี่ยงสารเหล่านั้น และสารประกอบใดที่จะสามารถช่วยฟื้นบำรุงผิวของคุณได้ตรงจุด

ผิวแห้งและแพ้ง่ายให้เลือกน้ำตบที่มีสาร Ceramide และสารสกัดจากพืช

ผิวแห้งและแพ้ง่ายให้เลือกน้ำตบที่มีสาร Ceramide และสารสกัดจากพืช

ผู้ที่มีสภาพผิวที่แห้งและแพ้ง่ายมักจะมีอาการของผิวแห้งลอกเป็นขุยเนื่องจากขาดความชุ่มชื้นและปริมาณน้ำในผิว ซึ่งสาร Ceramide จะไปช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ โดยจะช่วยเติมน้ำให้ผิว พร้อมกักเก็บความชุ่มชื้นเอาไว้ จึงช่วยความแห้งกร้านและลดการสูญเสียน้ำในผิวได้ สภาพผิวจะมีความยืดหยุ่น ชุ่มชื้นและแข็งแรงขึ้นตามธรรมชาติ

นอกจากนี้ ยังมีสารสกัดจากพืชบางชนิดจากญี่่ปุ่นและจีนที่สามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ เช่น สารสกัด Kakkon จากต้น Kakkonto ที่นอกจากจะช่วยในเรื่องของหวัดแล้วยังสามารถช่วยเติมน้ำและความยืดหยุ่นให้กับผิวได้

ผิวมัน เป็นสิวและแพ้ง่ายให้เลือกน้ำตบที่มีสาร Ceramide เป็นส่วนประกอบ

ผิวมัน เป็นสิวและแพ้ง่ายให้เลือกน้ำตบที่มีสาร Ceramide เป็นส่วนประกอบ

หลายคนเข้าใจผิดว่าการมีสภาพผิวมัน หมายถึง การมีความชุ่มชื้นที่เพียงพอในผิว ซึ่งอันที่จริงแล้ว ความมันส่วนเกินบนผิวนั้นเกิดจากการที่ผิวขาดความชุ่มชื้น จึงไปกระตุ้นให้รูขุมขนนั้นสร้างความมันส่วนเกินออกมาสู่ผิว ฉะนั้น ผู้ที่มีผิวมันและแพ้ง่ายจึงต้องระมัดระวังในการเลือกส่วนผสมในน้ำตบเช่นกัน เพราะหากใช้ตัวที่ไม่เหมาะสม จะยิ่งก่อให้เกิดความมันส่วนเกินเพิ่มมากขึ้นและกลายเป็นปัญหาสิวอุดตันบนใบหน้าได้

สำหรับผิวประเภทนี้เรายังคงแนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีสาร Ceramide เป็นส่วนประกอบ เนื่องจาก Ceramide เป็นสารที่มีสภาพใกล้เคียงกับเซลล์ผิวของเราเป็นอย่างมาก จึงสามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ง่าย ไม่อุดตันจนทำให้เกิดปัญหาสิวต่าง ๆ ตามมา และยังช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างเพียงพอ จึงช่วยลดการผลิตความมันส่วนเกินบนใบหน้าได้

ผิวแพ้ง่ายที่เกิดจากความไม่สมดุลของฮอร์โมน ให้เน้นส่วนผสมน้อยและอ่อนโยน

ผิวแพ้ง่ายที่เกิดจากความไม่สมดุลของฮอร์โมน ให้เน้นส่วนผสมน้อยและอ่อนโยน

มีสาว ๆ หลายคนที่ต้องประสบกับปัญหาผิวแพ้ง่ายเนื่องจากความไม่สมดุลของฮอร์โมน เพราะต้องผ่านการมีรอบเดือนอยู่ตลอด ทำให้ฮอร์โมนมีความผันผวนสูง และส่งผลให้ผิวหน้าเกิดการผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมาได้ สำหรับใครที่ประสบปัญหาแบบนี้ เราขอแนะนำให้เลือกน้ำตบที่มีส่วนผสมที่อ่อนโยนและมีจำนวนส่วนผสมน้อย ๆ ให้มีเพียงแค่ส่วนผสมที่จำเป็นสำหรับการบำรุงผิวเท่านั้น ตัดส่วนผสมเพิ่มเติมอื่น ๆ ที่มีแนวโน้มว่าจะกระตุ้นให้เกิดความระคายเคืองออกไปจะดีที่สุด เช่น ส่วนผสมช่วยผลัดเซลล์ผิวให้ขาวขึ้น เป็นต้น

เลือกสูตร Hypoallergenic ที่ปราศจากสารระคายเคืองต่าง ๆ

แน่นอนว่า ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายมักจะมีชั้นผิวที่บอบบางและมีเกราะป้องกันผิวที่อ่อนแอกว่าปกติ หากเจอกับสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองเพียงนิดเดียว ก็จะไปกระตุ้นให้เกิดการแพ้ เป็นผื่นแดงต่าง ๆ ตามมาได้โดยง่าย ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่าง ๆ ได้

หลีกเลี่ยงน้ำตบที่มีส่วนผสมของน้ำหอม สี แอลกอฮอล์ และสารลดแรงตึงผิวต่าง ๆ

หลีกเลี่ยงน้ำตบที่มีส่วนผสมของน้ำหอม สี แอลกอฮอล์ และสารลดแรงตึงผิวต่าง ๆ

เป็นอันที่ทราบกันดีว่า ผิวแพ้ง่ายนั้นสามารถเกิดการระคายเคืองได้แม้กระทั่งเส้นผมหรือเส้นใยต่าง ๆ ดังนั้น ส่วนผสมของน้ำหอม สีสังเคราะห์ แอลกอฮอล์หรือสารเคมีลดแรงตึงผิวต่าง ๆ ก็ย่อมก่อให้เกิดการระคายเคืองได้อย่างแน่นอน สารเหล่านี้จึงเป็นส่วนผสมที่ควรหลีกเลี่ยงด้วยเช่นกันค่ะ โดยส่วนใหญ่แล้ว น้ำตบที่ผลิตมาสำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายจะระบุไว้บนบรรจุภัณฑ์ชัดเจนว่าปราศจากส่วนผสมเหล่านี้ค่ะ

ระวัง! สารจากธรรมชาติบางชนิดอาจกระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองได้เช่นกัน

ระวัง! สารจากธรรมชาติบางชนิดอาจกระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองได้เช่นกัน

ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า ผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าใช้สารสกัดจากธรรมชาติก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้เสมอไปนะคะ เพราะผิวของคนเรานั้นสามารถแพ้สารหรือสิ่งต่าง ๆ ได้แตกต่างกันออกไป สิ่งสำคัญ คือ เราจึงต้องรู้จักสภาพผิวและร่างกายของตัวเองให้ดีก่อนว่า ไม่ถูกกับสารหรือส่วนผสมประเภทไหนบ้าง เพื่อทำการหลีกเลี่ยงได้อย่างรอบคอบที่สุด

ตัวอย่างเช่น น้ำตบที่มีการใส่น้ำมันสกัดจากพืชธรรมชาติต่าง ๆ ก็สามารถกระตุ้นให้เกิดการแพ้ได้เช่นกัน หากมีการผสมของสารหลายชนิดรวมตัวกัน หากใครที่ไม่มั่นใจว่าตัวเองจะแพ้หรือระคายเคืองกับสารชนิดใดก็สามารถไปทำ Patch Test ตามโรงพยาบาลต่าง ๆ หรือ ทดสอบผลิตภัณฑ์บนแขนของคุณก่อนใช้ก็ได้เช่นกันค่ะ

10 อันดับ น้ำตบสำหรับผิวแพ้ง่าย ยี่ห้อไหนดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

หลังจากที่เราได้ศึกษาวิธีการเลือกน้ำตบให้เหมาะกับสภาพผิวที่แพ้ง่ายกันพอสมควรแล้ว เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่า ผลิตภัณฑ์น้ำตบสำหรับผิวแพ้ง่ายที่เป็นที่นิยมกันอยู่ตอนนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง

10. KIKU-MASAMUNE High Moist Lotion

10. KIKU-MASAMUNE High Moist Lotion

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 350 บาท

บำรุงเข้มข้นจากสาเก ให้ความชุ่มชื้นล้ำลึกพิเศษ เติมเต็มและฟื้นฟูผิว

น้ำตบตัวดังสัญชาติญี่ปุ่นที่ผลิตจากสารสกัดในสาเก ซึ่งเกิดจากการหมักข้าว ข้าวมอลต์และยีสต์ จึงอุดมไปด้วยกรด Amino ชนิดต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อผิวเป็นอย่างมาก ช่วยฟื้นฟูผิวจากการถูกทำลายโดยสารต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ ได้ รวมทั้งยังมีการเพิ่ม Ceramide เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวอย่างล้ำลึกเป็นพิเศษ ปกป้องผิวหน้าจากความแห้งกร้านและเพิ่มความกระจ่างใสให้อีกด้วย

ผู้ใช้ส่วนใหญ่ชื่นชอบที่ราคาไม่แพงแต่ได้น้ำตบขวดใหญ่มาใช้ได้ยาวนาน รวมไปถึงความชุ่มชื้นที่ได้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด น้ำตบตัวนี้ปราศจากสีและมิเนอรัล ออยล์จึงอ่อนโยนต่อผิว แต่จะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ดังนั้น ใครที่แพ้แอลกอฮอล์คงต้องหลีกเลี่ยงรุ่นนี้ค่ะ

ปริมาณ 500 ml
ส่วนผสมสำคัญ Ceramide/Amino Acid
เหมาะสำหรับสภาพผิว ผิวธรรมดา-ผิวแห้ง
สูตร Hypoallergenic

9. HADA LABO Super Hyaluronic Acid Hydrating Lotion

9. HADA LABO Super Hyaluronic Acid Hydrating Lotion

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 520 บาท

บำรุงเข้มข้นด้วย Hyaluronic Acid ถึง 4 ชนิดเพิ่มความชุ่มชื้นอย่างลงตัว

HADA LABO เป็นแบรนด์น้ำตบที่ได้รับความนิยมมายาวนานในไทยในเรื่องของการใช้กรด Hyaluronic เป็นส่วนผสมหลักสำคัญที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวมากถึง 4 ชนิดด้วยกัน โดยแต่ละชนิดจะมีอนุภาคขนาดเล็กแตกต่างกันไป เพื่อให้เนื้อผลิตภัณฑ์ซึมลงใต้ผิวไปบำรุงได้อย่างล้ำลึกมากยิ่งขึ้น และไม่ทำให้หน้ามันเยิ้ม

สาว ๆ ที่ใช้ส่วนใหญ่ชื่นชอบที่น้ำตบตัวนี้สามารถเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวอย่างเห็นผล พบว่าผิวมีความเต่งตึงและยืดหยุ่นมากขึ้น ที่สำคัญ ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมและแอลกอฮอล์อีกด้วย แต่รุ่นนี้จะเน้นส่วนผสมจาก Hyaluronic Acid เพียงอย่างเดียว จึงไม่ช่วยเรื่องลดการอักเสบของผิวเท่าไหร่นัก

ปริมาณ 170 ml
ส่วนผสมสำคัญ Hyaluronic Acid
เหมาะสำหรับสภาพผิว ผิวธรรมดา-แห้ง
สูตร Hypoallergenic

8. DHC Mild Lotion Natural

8. DHC Mild Lotion Natural

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 400 บาท

อุดมด้วยสารสกัดจากแตงกวา เติมความชุ่มชื้นและอ่อนโยนไม่ระคายเคืองผิว

แบรนด์ DHC นอกจากจะมีชื่อในเรื่องของ Cleansing Oil แล้ว ตัวน้ำตบก็เป็นที่นิยมไม่แพ้กัน ด้วยส่วนผสมเรียบง่ายโดยเน้นการบำรุงและเพิ่มความชุ่มชื้นของสารสกัดจากแตงกวาและพืชธรรมชาติ ที่ให้ความชุ่มชื้นและอ่อนโยนต่อผิว อีกทั้งยังช่วยปรับสมดุลค่า pH บนผิว กระชับรูขุมขนให้เล็กลง พร้อมฟื้นฟูผิวที่เกิดจากระคายเคือง และยังปราศจากน้ำหอม สี และสารพาราเบนด้วย

ความเห็นผู้ใช้โดยส่วนใหญ่ชื่นชอบในเรื่องความอ่อนโยน ไม่เหนอะหนะผิวและไม่ทำให้หน้ามัน ผิวนุ่มชุ่มชื้นและกระจ่างใสมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สามารถนำมาใช้ในช่วงที่ผิวบอบบางจากฮอร์โมนผันผวนในช่วงเป็นประจำเดือนได้อีกด้วย

ปริมาณ 40 ml
ส่วนผสมสำคัญ Glycerin/สารสกัดจากแตงกวาและพืชธรรมชาติ
เหมาะสำหรับสภาพผิว ทุกสภาพผิว
สูตร Hypoallergenic

7. HATOMUGI Skin Conditioner

7. HATOMUGI Skin Conditioner

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 350 บาท

บำรุงผิวชุ่มชื้นยิ่งขึ้น เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว มาพร้อมขวดใหญ่คุ้มราคา

น้ำตบแบรนด์ดังจากญี่ปุ่นที่อัดแน่นไปด้วยคุณค่าจากสารสกัดธรรมชาติจากลูกเดือยและข้าวบาร์เล่ย์ ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นในการช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิวที่ขาดน้ำหรือแห้งกร้าน พร้อมฟื้นบำรุงให้ผิวแข็งแรง ยืดหยุ่นและปรับสีผิวที่หมองคล้ำให้กระจ่างใส ดูมีสุขภาพดีมากขึ้น ตัวน้ำตบปราศจากสารที่เป็นน้ำมัน น้ำหอม และไม่ผสมสี หรือสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่าง ๆ อีกด้วย

ผู้ที่ลองใช้แล้วต่างติดใจในเรื่องปริมาณที่คุ้มค่าราคามาก ๆ และสามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เช็ดด้วยสำลี ใส่ขวดสเปรย์ไว้พ่นเพื่อเติมความชุ่มชื้นระหว่างวัน หรือชุบสำลีเพื่อใช้เป็นมาส์กหน้าก็ได้ แถมยังใช้บำรุงผิวตัวก็ย่อมได้

ปริมาณ 500 ml
ส่วนผสมสำคัญ สารสกัดจากลูกเดือย/ข้าวบาร์เล่ย์/Glycerin
เหมาะสำหรับสภาพผิว ทุกสภาพผิว
สูตร Hypoallergenic

6. BIOTHERM Life Plankton Clear Essence

6. BIOTHERM Life Plankton Clear Essence

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 2,550 บาท

ปลอบประโลมและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว กระตุ้นการเกิดใหม่ของเซลล์ผิว

น้ำตบอีกรุ่นที่ได้รับความนิยมมายาวนานเช่นกัน เนื่องจากมีการใช้ส่วนผสมของ Life Plankton ที่มากถึง 5% เข้ามาช่วยบำรุงและฟื้นฟูผิวให้กลับมายืดหยุ่นและแข็งแรง มีคุณสมบัติช่วยปลอบประโลมรอยแดงต่าง ๆ บนใบหน้า ทั้งยังกระตุ้นการเกิดใหม่ของเซลล์ผิว ทำให้ผิวเรียบเนียนและรูขุมขนกระชับขึ้น โดยสูตรนี้ได้พัฒนาขึ้นเพื่อให้ได้เนื้อผลิตภัณฑ์ที่บางเบาจึงซึมสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว

หลายเสียงบอกกันว่าชื่นชอบที่ตัวน้ำตบสามารถช่วยปลอบประโลมผิว และลดอาการอักเสบจากรอยแดงต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะคนที่ประสบปัญหาผิวเป็นโรค Sebderm ก็สามารถใช้น้ำตบตัวนี้บรรเทาอาการได้ แต่รุ่นนี้จะมีส่วนผสมของน้ำหอม อาจจะต้องระวังสำหรับสาว ๆ ที่แพ้น้ำหอมค่ะ

ปริมาณ 125 ml
ส่วนผสมสำคัญ Glycerin/Maris Aqua/Grape Seed Extract
เหมาะสำหรับสภาพผิว ผิวผสม ผิวมันและผิวแพ้ง่าย
สูตร Hypoallergenic

5. D PROGRAM Moist Care Lotion

5. D PROGRAM Moist Care Lotion

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 1,290 บาท

ปลอบประโลมผิวที่อักเสบและเพิ่มเกราะป้องกันให้ผิว เน้นส่วนผสมธรรมชาติ

อีกหนึ่งรุ่นจากแบรนด์ดังของญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อในเรื่องของส่วนประกอบที่อ่อนโยนและไม่ระคายเคืองต่อผิว ทั้งยังเพิ่มสารสกัดจากพืชหลากหลายชนิด เช่น สารสกัดแปะก๊วย สารสกัดโรสแมรี่ เป็นต้น ที่จะช่วยปลอบประโลมผิวจากอาการอักเสบต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ฟื้นฟูผิวจากภายใน และเพิ่มเกราะป้องกันให้ผิวกลับมาแข็งแรงมีสุขภาพดี

ความเห็นจากสาว ๆ ที่ได้ลองใช้แล้วชื่นชอบที่น้ำตบตัวนี้ช่วยแก้ไขปัญหาในเรื่องของการลอกของผิวได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะบริเวณรอบริมฝีปาก ใช้แล้วรู้สึกเหมือนผิวได้รับการบำรุงให้กลับมาเนียนนุ่ม นอกจากนี้ ยังปราศจากส่วนประกอบที่อาจก่อให้เกิดการแพ้อย่างเช่นแอลกอฮอล์และน้ำหอมด้วย

ปริมาณ 125 ml
ส่วนผสมสำคัญ Glycerin/Castor Oil/สารสกัดแปะก๊วย/สารสกัดโรสแมรี่
เหมาะสำหรับสภาพผิว ผิวธรรมดาถึงผิวแห้ง
สูตร Hypoallergenic

4. MIZUMI Marine Sugar White Essence

4. MIZUMI Marine Sugar White Essence

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 1,390 บาท

กระตุ้นให้ผิวผลิตความชุ่มชื้นและสร้างคอลลาเจน คืนความกระจ่างใส

น้ำตบขวดนี้ทางแบรนด์ได้ใส่ส่วนผสมหลักที่น่าสนใจ 4 ตัวได้แก่ NAG ซึ่งเป็นสารสกัดจากเปลือก Shellfish ใต้ท้องทะเลลึก เป็นสารโมเลกุลเล็กที่สามารถกระตุ้นให้ผิวผลิตความชุ่มชื้นออกมา มี Niacinamide วิตามินบี 3 เข้มข้นที่ช่วยลดการอักเสบของผิว เสริมด้วย GO-VC ซึ่งเป็นวิตามินซีที่มีความเสถียรสูงไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ปิดท้ายด้วยว่านหางจระเข้ที่ช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองและปลอบประโลมผิว

ความเห็นผู้ใช้โดยส่วนใหญ่นอกจากจะชื่นชอบส่วนผสมตัวเอกที่ทางแบรนด์ใส่มาแล้ว ยังปลื้มที่ไม่มีส่วนผสมของสารระคายเคืองต่าง ๆ ด้วย คนที่มีผิวแพ้ง่ายจึงสามารถใช้ได้ อีกทั้งเนื้อผลิตภัณฑ์ยังซึมสู่ผิวได้ไว ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะไว้บนใบหน้า เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ไทยที่คุณภาพระดับสากลตามคำร่ำลือจริง ๆ

ปริมาณ 125 ml
ส่วนผสมสำคัญ NAG/Niacinamide/GO-VC/ว่านหางจระเข้
เหมาะสำหรับสภาพผิว ทุกสภาพผิว
สูตร Hypoallergenic

3. CUREL Intensive Moisture Care Moisture Lotion III Enrich

3. CUREL Intensive Moisture Care Moisture Lotion III Enrich

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 800 บาท

เสริมสร้าง Ceramide ให้ผิวกลับมาแข็งแรงมีสุขภาพดี ปลอบประโลมผิวได้ดี

น้ำตบรุ่นนี้มีการผสมผสานสารสกัดจากยูคาลิปตัสที่ซึมลงผิวได้ง่าย ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวด้วยการกระตุ้นการสร้าง Ceramide ธรรมชาติบนชั้นผิว อีกทั้งยังมี Allatonin ที่นอกจากจะช่วยเรื่องของการเติมน้ำให้ผิวแล้ว ยังช่วยลดการระคายเคืองได้ด้วย หลายคนชอบใช้น้ำตบตัวนี้เวลาผิวหน้าเกิดอาการระคายเคือง เพราะจะช่วยไม่ทำให้กระตุ้นให้เกิดการแพ้เพิ่มขึ้นแล้ว ยังช่วยปลอบประโลมผิวในช่วงที่อ่อนแอเป็นพิเศษได้ดีอีกด้วย

Curel ถือเป็นแบรนด์ดังในเรื่องสกินแคร์สำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ ด้วยสูตรที่ปราศจากสารระคายเคืองต่าง ๆ ซึ่งทางแบรนด์ได้เคลมไว้เลยว่าเป็น Hypoallergenic อีกทั้งยังได้ผ่านการทดสอบทางการแพทย์มาแล้วว่าปลอดภัยต่อผิวบอบบางค่ะ

ปริมาณ 150 ml
ส่วนผสมสำคัญ Eucalyptus Globulus Leaf Extract/Allatonin/Glycerin
เหมาะสำหรับสภาพผิว ผิวธรรมดาถึงผิวแห้ง
สูตร Hypoallergenic

2. TONYMOLY Wonder Ceramide Mocchi Toner

2. TONYMOLY Wonder Ceramide Mocchi Toner

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 654 บาท

อุดมไปด้วย Ceramide เข้มข้น กักเก็บความชุ่มชื้นในผิวได้ดีเยี่ยม

น้ำตบตัวดังที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในต่างประเทศ ซึ่งในไทยของเราเองก็มีกระแสเช่นเดียวกัน เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Ceramide แบบเข้มข้นจึงกักเก็บความชุ่มชื้นในผิวได้ดีเยี่ยม เสริมจุดเด่นด้วย Panthenol ที่มีวิตามินบี 5 และกรด Hyaluronic เรียกได้ว่าเสริมพลังมาเป็นพิเศษเพื่อเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิวจากความแห้งกร้านโดยเฉพาะ

หลายคนต่างติดใจในเรื่องของความชุ่มชื้นที่ได้รับ ทั้งยังเพิ่มจุดเด่นด้วยส่วนผสมของสารสกัดจากใบบัวบกที่สามารถต้านทานการอักเสบและปลอบประโลมผิวจากความระคายเคืองต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี จะใช้เป็นโทนเนอร์เช็ดกับสำลี หรือใช้เป็นมาส์กบำรุงผิวหน้าในยามเร่งด่วนก็ได้ผลลัพธ์ดีงามไม่แพ้กัน แถมมีขวดขนาดใหญ่จุใจสามารถใช้งานได้นานด้วยค่ะ

ปริมาณ 500 ml
ส่วนผสมสำคัญ Ceramide/Panthenol/Hyaluronic Acid/สารสกัดใบบัวบก
เหมาะสำหรับสภาพผิว ทุกสภาพผิว
สูตร Hypoallergenic

1. ORIGINS Mega Mushroom Relief & Resilence Treatment Lotion

1. ORIGINS Mega Mushroom Relief & Resilence Treatment Lotion

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 1,800 บาท

เต็มไปด้วยสารสกัดจากเห็ดหลายชนิด ฟื้นฟูผิวให้กลับมาแข็งแรงและมีสุขภาพดี

เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนต้องได้ยินชื่อรุ่นยอดฮิตตัวนี้จาก ORIGINS อย่างแน่นอนค่ะ น้ำตบเนื้อบางเบาที่มีจุดเด่นด้วยส่วนผสมของสารสกัดจากเห็ดนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นเห็ดหลินจือ (Reishi) เห็ดถั่งเฉ้า (Cordyceps) เห็ด Chaga และเห็ด Coprinus ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของทางแบรนด์ เน้นช่วยในเรื่องการปลอบประโลมผิว บรรเทาอาการอักเสบต่าง ๆ ของผิวได้เป็นอย่างดี เสริมด้วยพืช Sea Buckthorn และแลคโตบาซิลลัสที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวอีกด้วย

ต้องบอกเลยว่าน้ำตบตัวนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในบรรดาผู้ที่ประสบปัญหาผิวแพ้ ระคายเคืองมายาวนานในเรื่องฟื้นฟูผิวให้กลับมาแข็งแรงและชุ่มชื้นกว่าที่เคย ที่สำคัญ รุ่นนี้ยังปราศจากสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองได้ง่ายอย่างเช่น แอลกอฮอล์ ซัลเฟตและสารพาราเบนด้วยค่ะ

ปริมาณ 200 ml
ส่วนผสมสำคัญ สารสกัดจากเห็ด/Lactobacillus/Sea Buckthorn
เหมาะสำหรับสภาพผิว ทุกสภาพผิว
สูตร Hypoallergenic

วิธีการใช้น้ำตบที่ถูกต้องสำหรับผิวแพ้ง่าย

ถึงจะเลือกน้ำตบที่เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่ายของคุณไปแล้ว สิ่งสำคัญอีกเรื่องที่ต้องรู้จักเอาไว้ก็คือวิธีการใช้น้ำตบอย่างถูกวิธีว่าใช้อย่างไรให้เกิดการบำรุงผิวได้อย่างดีที่สุด

ใช้สำลีแผ่นในการเช็ดน้ำตบลงบนผิว

ใช้สำลีแผ่นในการเช็ดน้ำตบลงบนผิว

การใช้ฝ่ามือตบหรือนวดลงบนผิวหน้าอาจจะไม่ใช่วิธีที่เหมาะสมสำหรับการใช้น้ำตบของผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย เนื่องจากแรงสัมผัสของนิ้วมือบนผิวอาจจะทำให้เกิดการเสียดสีที่ก่อให้เกิดรอยแดงตามมาได้ ขอแนะนำให้ใช้สำลีแผ่นในการเช็ดผลิตภัณฑ์น้ำตบลงไปบนผิว โดยหลังจากเช็ดสำลีแผ่นทั่วใบหน้าแล้ว แนะนำให้แปะสำลีแผ่นบนผิวหน้าของคุณเอาไว้สัก 3 นาที แต่อย่าให้นานกว่านั้นเพราะสำลีแผ่นจะดึงน้ำออกจากผิวของได้หากทิ้งไว้นานเกินความจำเป็น

ใช้น้ำตบที่แตกต่างกันตามสภาพผิวบริเวณต่าง ๆ บนใบหน้า

ใช้น้ำตบที่แตกต่างกันตามสภาพผิวบริเวณต่าง ๆ บนใบหน้า

บางคนอาจจะมีสภาพผิวแพ้ง่าย ที่มีความมันหรือแห้งไม่เหมือนกันตามจุดต่าง ๆ บนใบหน้า เช่น บางคนอาจจะมีความมันส่วนเกินมากเป็นพิเศษบริเวณ T-Zone หรือมีควาแห้งเป็นพิเศษบริเวณแก้มและรอบริมฝีปาก ดังนั้น การใช้น้ำตบสำหรับผิวแห้งหรือผิวมันเท่านั้นเพียงขวดเดียวอาจจะเป็นการบำรุงที่ผิดวิธี เราจึงขอแนะนำให้คุณเลือกใช้ให้แตกต่างกันตามสภาพผิวบริเวณต่าง ๆ ของใบหน้าเพื่อความเหมาะสม

บทส่งท้าย

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับวิธีการเลือกน้ำตบสำหรับผู้ที่มีสภาพผิวแพ้ง่ายที่เราได้แนะนำไปทั้งหมด หวังว่าสาว ๆ หลายคนจะได้รับความรู้เพิ่มเติมในการเลือกใช้น้ำตบได้อย่างถูกต้องและได้ผลิตภัณฑ์จาก 10 อันดับน้ำตบตัวดังสำหรับผิวแพ้ง่ายที่เราได้รวบรวมมาแชร์กันในวันนี้ไปพิจารณากันด้วยนะคะ

อย่างที่ทราบกันดีว่า ผิวแพ้ง่ายนั้นต้องระมัดระวังอย่างมาก ทั้งเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่าง ๆ ฉะนั้น หลังจากที่อ่านบทความนี้แล้ว ขอให้คุณกลับไปสำรวจเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์รอบตัวที่ใช้อยู่ด้วยนะคะว่า มีส่วนผสมที่เป็นอันตรายหรือระคายเคืองต่อผิวหรือไม่ หากมีก็ควรเลิกใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นไปเลยและมองหาตัวสกินแคร์ที่ระบุไว้ว่าเป็นมิตรสำหรับผิวแพ้ง่ายมาใช้แทน เพื่อคุณจะได้ฟื้นฟูบำรุงผิวจากความบอบบางที่มีมายาวนานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดค่ะ

Popular Posts