10 อันดับ ครีมทาส้นเท้าแตก ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2019

10 อันดับ ครีมทาส้นเท้าแตก ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018

เมื่อเราต้องใส่รองเท้าแตะและรองเท้าส้นสูง เพื่อนๆ ที่มีปัญหาส้นเท้าแตกอาจเกิดความกังวลกับรอยแตกของส้นเท้าจนทำให้เสียความมั่นใจ เสียบุคลิกภาพ นอกจากนี้รอยแตกดังกล่าวยังสร้างความเจ็บปวดให้กับเราเวลาเดินอีกด้วย แต่ปัญหาเหล่านี้จะทุเลาและค่อยๆหายไปหากเพื่อนๆหมั่นทาครีมรักษาส้นเท้าแตก ซึ่งครีมทาส้นเท้าแตกนี้มักมีส่วนผสมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ในการรักษาหลายอย่างเช่น UREA, Shea Butter, วิตามิน E ทั้งยังมีวางขายอยู่หลากหลายยี่ห้อ เช่น ครีม 91 อี, Ellgy, Polka ดังนั้น เพื่อนๆ อาจลังเลได้ว่าครีมยี่ห้อไหนที่มีประสิทธิภาพในการรักษามากที่สุด

วันนี้เราจะมาแนะนำครีมทาส้นเท้าแตกที่เป็นที่นิยม เปรียบเทียบในแง่ของราคาและส่วนผสม สามารถซื้อทางออนไลน์ได้ พร้อมทั้งอธิบายวิธีการเลือกเพื่อให้เพื่อนๆ เอาไปปรับใช้ในการซื้อ เท้าเป็นอวัยวะที่เสียความชุ่มชื่นได้ง่ายและเป็นอวัยวะที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยใส่ใจดูแล ดังนั้นเรามาดูแลเท้าของเราให้สวย มีสุขภาพดีกันเถอะค่ะ

สารบัญ

วิธีการเลือกซื้อครีมทาส้นเท้าแตก

ก่อนอื่นเรามาดูวิธีการเลือกครีมทาส้นเท้าแตกกันก่อนนะคะ

พิจารณาส่วนผสมตอบโจทย์สภาพส้นเท้า

ก่อนอื่นพิจารณาสภาพส้นเท้าของตัวเองก่อนว่าเป็นแบบไหน แล้วทำการหาครีมทาส้นเท้าแตกที่มีส่วนผสมที่เหมาะสมกับสภาพเท้าของเรา

สภาพเท้าแห้งขาดความชุ่มชื่น ให้เลือกครีมที่มีส่วนผสมของของน้ำมัน

สภาพเท้าแห้งขาดความชุ่มชื่น ให้เลือกครีมที่มีส่วนผสมของของน้ำมัน

จุดสำคัญในการเลือกครีมทาส้นเท้าแตกคือ ครีมนั้นสามารถให้ความชุ่มชื่นได้เพียงพอหรือไม่ เพราะส้นเท้าที่แตกนั้นส่วนใหญ่มักมีต้นเหตุจากการสูญเสียน้ำและน้ำมันในผิว แม้ว่าการเลือกครีมที่มีน้ำปริมาณมากเป็นส่วนประกอบจะเป็นเรื่องดีก็จริง แต่หากครีมดังกล่าวมีส่วนผสมจากน้ำมันธรรมชาติเช่น วาสลีน, กลีเซอรอลหรือ Shea Butter ด้วย ครีมก็จะยิ่งให้ความชุ่มชื่นและเก็บรักษาความชุ่มชื่นได้ยาวนานมากขึ้น

ส้นเท้าที่แตกให้เลือกครีมที่มีส่วนผสมของยูเรีย (UREA)

ส้นเท้าที่แตกให้เลือกครีมที่มีส่วนผสมของยูเรีย (UREA)

ยูเรีย (UREA) เป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ธรรมชาติที่มีสรรพคุณเป็นยารักษาโรคผิวหนัง ยูเรียจะช่วยลอกเซลล์ผิวหนังที่แข็งให้หลุดลอกออก จึงสามารถช่วยรักษาหนังบริเวณส้นเท้าที่แข็งหนาให้อ่อนนุ่มลงได้

อย่างไรก็ตาม ถ้าใช้ครีมที่มีส่วนผสมของยูเรียเข้มข้นติดต่อกันนานเกินไปอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ โดยครีมดังกล่าวจะทำให้เคราตินหรือเส้นใยบริเวณชั้นหนังกำพร้าบางลง ส่งผลให้เเป็นแผลได้ง่าย ดังนั้นเมื่ออาการส้นเท้าแตกดีขึ้นแล้ว แนะนำว่าควรเปลี่ยนมาใช้ครีมที่มีส่วนผสมของยูเรียที่มีความเข้มข้นต่ำหรือใช้ครีมปกติทั่วไปที่ไม่มียูเรียแทนจะดีกว่า

เพิ่มการไหลเวียนเลือดที่ดีและป้องกันความหนาวเย็นด้วยวิตามิน

เพิ่มการไหลเวียนเลือดที่ดีและป้องกันความหนาวเย็นด้วยวิตามิน

เพื่อนๆ คงเคยได้ยินกันมาเยอะแล้วใช่ไหมคะว่าวิตามินนั้นดีต่อผิว วิตามินสามารถป้องกันผิวแห้งขาดความชุ่มชื่น โดยเฉพาะวิตามิน A และวิตามิน C ที่ไม่เพียงแต่ให้ความชุ่มชื้นแต่ยังช่วยปรับสภาพผิวไม่ให้หยาบกร้านอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีวิตามิน E ที่ช่วยในการเผาผลาญอาหารและกระตุ้นการหมุนเวียนโลหิต ดังนั้น การเลือกครีมทาส้นเท้าแตกที่มีส่วนผสมของวิตามินจึงช่วยรักษาส้นเท้าให้กลับมาเนียนนุ่มเหมือนเดิมได้เร็วขึ้น

ครีมที่มีส่วนผสมบำรุงผิวจะเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษามากขึ้น

ครีมที่มีส่วนผสมบำรุงผิวจะเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษามากขึ้น

ในบรรดาครีมทาส้นเท้าแตกนั้นบางยี่ห้อจะมีสารบำรุงผิวประกอบอยู่ด้วยเช่น คอลลาเจนและไฮยาลูรอน ซึ่งไฮยาลูรอนจะทำหน้าที่ในการเก็บกักความชุ่มชื่นได้มากกว่าปกติ ทำให้สามารถป้องกันผิวแห้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่คอลลาเจนมีคุณสมบัติให้ความยืดหยุ่นสูง ช่วยให้ผิวเด้งนุ่ม สำหรับเพื่อนๆ ที่อยากให้ส้นเท้านุ่มลื่น แนะนำว่าควรเลือกซื้อครีมทาส้นเท้าแตกที่มีคอลลาเจนเป็นส่วนผสม

ถึงแม้ว่าเพื่อนๆ จะมีสภาพส้นเท้าจะเป็นอย่างไรก็ตาม หากคิดจะซื้อครีมทาส้นเท้าแตกแล้วก็แนะนำให้ลองเลือกครีมทาส้นเท้าแตกที่มีส่วนผสมของสารบำรุงผิวดูนะคะ

10 อันดับ ครีมทาส้นเท้าแตก ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018

หลังจากนี้ผู้เขียนจะขอแนะนำ 10 อันดับ ครีมทาส้นเท้าแตก ซึ่งครีมบางยี่ห้อสามารถนำไปทาเพื่อบำรุงผิวส่วนอื่นๆ ของร่างกายที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษได้ด้วยค่ะ ครีมตัวไหนมีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร เพื่อนๆ เลื่อนลงไปอ่านด้านล่างได้เลยค่ะ

10. นิจิดีส์ ครีมผิวหนัง (15.3 g) แพค 3 กล่อง

10. นิจิดีส์ ครีมผิวหนัง (15.3 g) แพค 3 กล่อง

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 290 บาท

รักษาผิวทั่วร่างกายให้กลับมาสวย

ครีมของคนไทยที่มีมายาวนานกว่า 50 ปี ใช้ทาบริเวณส้นเท้าที่แตกให้กลับมาเนียนนุ่มและช่วยปรับสีผิวให้เท่ากันโดยจะให้ผลชัดเจนภายใน 1-2 สัปดาห์ นอกจากนี้ยังสามารถใช้แก้ปัญหาสิว ฝ้าได้อีกด้วย ยังไม่หมดค่ะ บริเวณข้อศอกหรือหัวเข่าที่ดำแห้งกร้าน ผู้ที่มีผิวแตกลาย ครีมนิจิดีส์ก็สามารถรักษาได้นะคะ โดยรอยคล้ำจะค่อยๆ จางลงเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง

เนื้อครีมค่อนข้างแข็งจึงทำให้ซึมเข้าสู่ผิวได้ยาก ดังนั้นก่อนจะทาที่ส้นเท้าแนะนำว่าให้เอาครีมมาวอร์มที่มือก่อนเพื่อให้ครีมอ่อนนุ่มขึ้นจะได้ทาได้ง่ายและซึมเข้าสู่ผิวได้ดีขึ้น

9. ชีววิถี ครีมนวดส้นเท้าแตกกล้วยหอม (30 g) แพ็ค 3 กล่อง

9. ชีววิถี ครีมนวดส้นเท้าแตกกล้วยหอม (30 g) แพค 3 กล่อง

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 180 บาท

ให้คุณค่าของวิตามินจากกล้วยดูแลเท้าคุณ

แบรนด์ธรรมชาติชีววีถี ใช้สมุนไพรจากธรรมชาติแท้ๆ บำรุงผิวบริเวณส้นเท้าที่แตกด้วยสารสกัดเข้มข้นจากกล้วยหอม เพื่อนๆ ทราบไหมคะว่าในเปลือกกล้วยหอมนั้นอุดมไปด้วยวิตามินมากมายเช่นวิตามิน B2, B6, B12, E และ A ซึ่งวิตามินเหล่านี้นั้นจำเป็นต่อการบำรุงผิวและช่วยให้ผิวเนียนนุ่มกระจ่างใสอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมจากเชียร์บัตเตอร์ ให้ความชุ่มชื่น สามารถรักษารอยเท้าที่แตกเป็นร่องลึกให้ตื้นขึ้น

เมื่อเปิดฝาออกมา เนื้อครีมจะมีสีเหลือง เข้มข้น มีกลิ่นคล้ายกล้วยหอม นอกจากบริเวณส้นเท้าแล้ว ยังนำมาใช้กับบริเวณข้อศอกหรือเข่าที่แห้งแตกกระด้างได้อีกด้วย เหมาะกับผู้ที่มีผิวแห้งกร้านต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

8. ครีม 91 อี ทาส้นเท้าแตก (8.3 g)

8. ครีม 91 อี ทาส้นเท้าแตก (8.3 g)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 70 บาท

ให้ความชุ่มชื่นด้วยวิตามิน E

หากนึกถึงครีมทาส้นเท้าแตก หลายๆ คน คงนึกถึงครีม 91 อี ที่ประกอบด้วยวิตามิน E  ให้ความชุ่มชื่นและป้องกันผิวแห้งสูญเสียน้ำให้กลับมานุ่มชุ่มชื่นอีกครั้ง มีส่วนผสมของ SALICYLIC ACID (BHA) ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออก ทำห้ผิวขาวขึ้น สามารถใช้ได้ทั้งกับผิวหน้า ข้อศอก หัวเข่า ตาตุ่ม หรือบริเวณอื่นๆที่มีอาการแตกลาย ผ่านการทดสอบการระคายเคืองจากประเทศฝรั่งเศส (Under Dermatological Tested)

ครีม 91 อี นั้นหลังจากทาแล้วไม่เหนียวเหนอะหนะ ล้างออกง่าย ใช้ทาก่อนนอนแล้วใส่ถุงเท้า แต่ต้องใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานถึงจะเห็นผล ราคาถูกและหาซื้อได้ง่าย

7. Mistine Foot Fix Cracked Heel Cream (50 g)

7. Mistine Foot Fix Cracked Heel Cream (50 g)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 99 บาท

อุดมด้วยสารบำรุงจากธรรมชาติ

ครีมที่อุดมด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ เพื่อการบำรุงส้นเท้าโดยเฉพาะ ส่วนผสมประกอบไปด้วย ยูเรียที่ให้ความชุ่มชื่น, Saccharide Isomerate ช่วยบรรเทาผื่นแดง คัน และ Tocopheryl Acetate หรือวิตามิน E เสถียรช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระ ปกป้องผิวจากริ้วรอยก่อนวัย คืนความเนียนนุ่มให้ส้นเท้าที่แตก แห้งกร้านและรักษาสมดุลน้ำหล่อเลี้ยงให้ผิวชุ่มชื่น

เนื้อครีมไม่เข้มข้นมาก สีขาวมีกลิ่นหอม ให้ความรู้สึกผิวลื่นขึ้นหลังทา ไม่เหนียวเหนอะหนะ เพียงใช้แค่ 2 สัปดาห์ ส้นเท้าที่แห้งแตกจะค่อยๆ เนียนนุ่มขึ้นอย่างชัดเจน ควรใช้ในตอนกลางคืน โดยนวดให้ครีมซึมลงผิวแล้วสวมถุงเท้าทับไว้

6. Jergens Ultra Healing (100 ml)

6. Jergens Ultra Healing (100 ml)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 350 บาท

ฟื้นบำรุงผิวที่แห้งกร้าน เผยผิวสว่างมีสุขภาพดี

ครีมจาก Jerhens ตัวนี้จริงๆ แล้วเป็นครีมสำหรับทาผิวกายแต่เนื่องจากเป็นสูตร Ultra Healing ซึ่งให้ความชุ่มชื่นสูงมาก จึงสามารถใช้กับผู้ที่มีผิวแห้งมากและผิวบริเวณที่แห้งกร้าน เช่น หัวศอก หัวเข่า ตาตุ่ม และส้นเท้าได้ อุดมไปด้วยวิตามินที่เป็นประโยชน์ต่อผิวเช่น วิตามิน C ช่วยให้ผิวกระจ่างใส, วิตามิน E ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิว, วิตามิน B5 ช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง ทั้งยังมีเทคโนโลยี HYDRALUCENCE ช่วยให้ผิวเปล่งประกาย บำรุงผิวลึกถึงระดับชั้นผิว

เนื้อโลชั่นเข้มข้นมากจึงค่อนข้างเหนียวเหนอะหนะ แนะนำให้ทาก่อนนอนหรือทาขณะอยู่ในห้องแอร์  หลังการใช้งานใช้เพียงแค่ 1 อาทิตย์ เท้าที่แตกก็เนียนนุ่มขึ้นอย่างชัดเจน

5. Vin21 ProZoft Cream (30 g) แพค 2 กล่อง

5. Vin21 ProZoft Cream (30 g) แพค 2 กล่อง

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 480 บาท

มอยส์เจอร์ไรเซอร์เข้มข้นให้ส้นเท้าเนียนนุ่ม

ครีมจาก Vin21 ตัวนี้มีส่วนผสมของ AHA ที่สกัดจากผลไม้ธรรมชาติช่วยในการผลัดเซลล์ผิวที่แห้งแตกออก สมานผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวเรียบเนียน รอยแตกดูตื่นขึ้น มาพร้อมกับเทคโนโลยี Hydrovance (Hydroxyethyl UREA) ที่ให้ความชุ่มชื้นและเก็บกักความชุ่มชื่นไว้ในผิว

หากเพื่อนๆ ไม่ชอบครีมทาส้นเท้าแตกที่มีลักษณะเหนียว ลองพิจารณาครีมตัวนี้ดูค่ะ ครีมตัวนี้มีจุดเด่นที่เนื้อครีมซึมซาบเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ มีกลิ่นมินต์อ่อนๆ ใช้เพียงแค่ 3-7 วัน ผิวก็นุ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

4. Himalaya Herbals Foot Care Cream (50 g)

4. Himalaya Herbals Foot Care Cream (50 g)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 490 บาท

บำรุงฝ่าเท้าด้วยสมุนไพรจากธรรมชาติ

ครีมที่ช่วยรักษาส้นเท้าที่แห้ง แตกให้กลับมามีสุขภาพดีอีกครั้งด้วยส่วนผสมจากสมุนไพรธรรมชาติอย่าง Sal Tree (ต้นสาละ) ที่ใช้ในการรักษาโรคผิวหนัง มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ, ขมิ้นที่ใช้ฆ่าเชื้อโรค, Fenugreek (เม็ดลูกซัด) และน้ำผึ้งที่มีสรรพคุณให้ความชุ่มชื่นสูง

เนื้อครีมสีเบจเข้มข้น เกลี่ยง่าย ซึมเข้าสู่ผิวได้เร็ว ไม่ติดที่นอน มีกลิ่นหอม ผู้ใช้ทั้งในและต่างประเทศต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอาการส้นเท้าแตกที่เป็นร่องลึกค่อยๆ ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดภายใน 3-5 วัน เหมาะกับผู้ที่มีส้นเท้าแตกทุกระดับความรุนแรง

3. Shiseido Urea 10% Hand Cream And Feet (100 g)

3. Shiseido Urea 10% Hand Cream And Feet (100 g)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 500 บาท

ครีมทามือและเท้าที่ขายดีในญี่ปุ่น

ครีมยอดฮิตตัวนี้มีส่วนผสมของยูเรีย (10%) ช่วยกักเก็บความชุ่มชื่นในผิวได้ยาวนาน ไฮยาลูรอนเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวและ Squalane จากผลมะกอกที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ต่อต้านริ้วรอย เนื้อครีมมีกลิ่นหอมอ่อนๆ เหนอะหนะเล็กน้อยในช่วงแรกแต่ซึมเข้าผิวได้เร็ว ช่วยให้เท้าที่แตกเป็นแผลค่อยๆ เนียนนุ่มขึ้น

นอกจากทาที่เท้าแล้ว ยังสามารถใช้ได้กับมือที่สากหรือเปื่อยลอก จมูกเล็บฉีก ข้อศอกและหัวเข่าที่แห้งกร้านได้อีกด้วย เป็นครีมที่ใช้งานได้หลากหลาย สะดวก มีทั้งแบบกระปุกและแบบหลอด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีสภาพผิวแห้ง

2. Polka Crack Heel Cream (25 g)

2. Polka Crack Heel Cream (25 g)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 190 บาท

รักษารอยเท้าแตกและปรับสภาพสีผิวในหลอดเดียว

ครีมสมานรอยเท้าแตกที่ประกอบไปด้วยส่วนผสมมอยส์เจอร์ไรเซอร์จากธรรมชาติอย่างแร่ธาตุและสารสกัดจากสาหร่ายทะเล ทำหน้าที่ป้องกันการสูญเสียน้ำ เก็บกักความชุ่มชื่นเป็นเวลานาน ส่วนผสมของ AHA และวิตามิน B3 ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า ปรับสีผิวให้ขาวกระจ่างใสและช่วยให้ริ้วรอยดูจางลง วิตามิน E ช่วยคืนความยืดหยุ่นให้แก่ผิวให้กลับมาเนียนนุ่มอีกครั้ง

เนื้อครีมเกลี่ยง่าย แต่ต้องนวดเล็กน้อยกว่าจะซึมเข้าสู่ผิว ได้รับการยืนยันจากผู้ใช้จริงจำนวนมากว่าส้นเท้าที่แข็ง แตกและแห้งกร้านค่อยๆ นุ่มขึ้นหลังใช้เป็นประจำ

1. Ellgy Plus Cracked Heel Cream (50 g)

1. Ellgy Plus Cracked Heel Cream (50 g)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 289 บาท

ให้ความชุ่มชื่นถึงผิวหนังชั้นใน

หากคุณมีปัญหาส้นเท้าแตกและลองรักษามาหลายวิธีแล้วแต่ก็ยังไม่หาย เราขอเสนอ Ellgy Plus จากมาเลเซีย ด้วยสูตร Intensive Moisturising System ที่ให้ความชุ่มชื่นลึกถึงผิวชั้นใน มีส่วนประกอบเด่นๆ อยู่ 3 ชนิดได้แก่ Saccharide Isomerase เป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์เข้มข้น Portulaca Extract จากโอเมก้า-3 ทำหน้าที่เหมือนเกราะป้องกันผิวหนังไม่ให้ความชุ่มชื่นระเหยออกไป และ 7-Dehydrocholesterol ช่วยในการฟื้นฟูบำรุงผิว

ครีมทาส้นเท้าแตกตัวนี้ยังได้รับรีวิวเป็นเสียงเดียวกันว่า สามารถช่วยแก้ปัญหาส้นเท้าแตกได้จริง ซึมซาบเข้าสู่ผิวเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ หากทาติดต่อกันประมาณ 1-2 สัปดาห์จะเห็นผลชัดเจน หักคะแนนนิดหน่อยเรื่องกลิ่น ราคาสมเหตุสมผลแถมประสิทธิภาพดีขนาดนี้จึงเป็นครีมที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย

บทส่งท้าย

เป็นอย่างไรบ้างคะกับบทความเกี่ยวกับครีมทาส้นเท้าแตกที่เรานำมาฝาก เพื่อนๆ ได้เทคนิคการเลือกครีมทาส้นเท้าแตกและมองหาผลิตภัณฑ์ดีๆ สำหรับใช้ในการบำรุงบริเวณเท้ากันได้หรือเปล่าคะ ครีมทาส้นเท้าแตกนี้ไม่จำเป็นต้องใช้เมื่อประสบปัญหาส้นเท้าแตกเท่านั้นนะคะ เพื่อนๆ ที่อยากบำรุงผิวบริเวณเท้าเพื่อป้องกันปัญหาเท้าแห้งแตกก็สามารถใช้ได้เช่นกัน

นอกจากใช้ครีมทาส้นเท้าแล้ว เพื่อนๆ ก็ต้องหมั่นทำความสะอาดรองเท้าเพื่อลดความอับชื้น เลือกซื้อรองเท้าที่ถ่ายเทอากาศได้ดีเพื่อป้องกันปัจจัยเสี่ยงของปัญหาส้นเท้าแตก หลีกเลี่ยงการใช้สบู่ที่มีฤทธิ์รุนแรง เพียงเท่านี้ เพื่อนๆ ก็จะมีความมั่นใจในการใส่รองเท้าที่โชว์เท้ามากขึ้น บอกลาส้นเท้าที่แตก แห้งกร้านแล้วกลับมามีเท้าที่สวยกันเถอะค่ะ