10 อันดับ อายครีม ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2019

10 อันดับ อายครีม ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018

สาว ๆ หลายคนอาจจะสงสัยว่า ‘อายครีม’ แตกต่างจากครีมทาหน้าทั่วไปอย่างไร และทำไมถึงต้องทา ทาแค่ครีมทาหน้าอย่างเดียวไม่ได้หรือ คำตอบคือ ‘ควรจะทา’ ค่ะ เพราะผิวบริเวณรอบดวงตามีความบอบบางและแห้งง่ายกว่าส่วนอื่น ๆ ทำให้เกิดรอยคล้ำหรือริ้วรอยได้ง่าย ดังนั้นจึงต้องการครีมที่มีความเข้มข้น ความชุ่มชื่นและอุดมไปด้วยสารสกัดที่มีประโยชน์ในปริมาณที่มากกว่าครีมทาหน้า อย่างไรก็ตาม ในท้องตลาดทุกวันนี้เต็มไปด้วยอายครีมจากหลากหลายแบรนด์ ซึ่งแต่ละรุ่นถูกพัฒนาเพื่อแก้ปัญหาที่ต่างกัน เช่น ช่วยลดความหมองคล้ำ ลดเลือนริ้วรอยและความเหี่ยวย่น ซึ่งทั้งหมดนี้อาจสร้างความสับสนให้กับเหล่ามือใหม่ที่ไม่เคยซื้อเอาได้

ในครั้งนี้ผู้เขียนจึงรวบรวมบทความดี ๆ ที่มีประโยชน์กับสาว ๆ โดยจะแบ่งออกเป็น 2 หัวข้อด้วยกัน นั่นคือ “วิธีการเลือก” และ “10 อันดับ อายครีม ยอดฮิตขายดี” ที่ผ่านการเปรียบเทียบทั้งคุณสมบัติ ราคาและจากรีวิวผู้ใช้จริง เพื่อให้สาว ๆ ได้มีข้อมูลไว้ศึกษาก่อนการตัดสินใจเลือกซื้ออายครีมสักหนึ่งชิ้น

สารบัญ

วิธีการเลือกอายครีม

ตามที่เกริ่นไว้ในตอนต้น อายครีมแต่ละยี่ห้อมีสรรพคุณที่แตกต่างกัน ดังนั้นสิ่งแรกที่สาว ๆ ควรจะรู้ก่อนการซื้อเลยคือ ‘ปัญหาของเราคืออะไร’ และอายครีมแบบไหนที่ตอบโจทย์เราได้มากที่สุด ซึ่งจะมีวิธีการเลือกอย่างไรนั้น ตามมาดูกันค่ะ

เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีสารให้ความชุ่มชื้นสูง เช่น เซราไมด์และคอลลาเจน

เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีสารให้ความชุ่มชื้นสูง เช่น เซราไมด์และคอลลาเจน

ความชุ่มชื้นถือเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับอายครีม เพราะผิวบริเวณรอบดวงตามีความบอบบางและแห้งง่ายกว่าส่วนอื่น ๆ ทั้งยังปกป้องได้ยากที่สุดเพราะมักถูกทำร้ายด้วยปัญหาและมลภาวะที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เช่น อายุที่ล่วงเลย แสงแดด การใช้ดวงตามากเกินไป หรือแม้แต่ความอ่อนล้า ดังนั้นการเลือกอายครีมที่มีความชุ่มชื้นสูง จึงเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอยและความเหี่ยวย่นได้ดีที่สุด

สาว ๆ หลายคนอาจจะสงสัยว่า ‘แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าอายครีมมีความชุ่มชื้นสูง’ สามารถดูได้ไม่ยากเลยค่ะ เพียงแค่เราสังเกตชื่อสารเหล่านี้ว่ามีในส่วนประกอบหรือเปล่า เช่น เซราไมด์, ไฮยาลูรอนิค, คอลลาเจนและกลีเซอรีน เพียงเท่านี้เราก็จะได้อายครีมที่มีความชุ่มชื้นสูงแล้ว

เลือกจากส่วนผสมที่จัดการกับปัญหาผิวรอบดวงตาเช่น ริ้วรอย ความเหี่ยวย่น

อายครีมแต่ละรุ่นถูกพัฒนามาเพื่อแก้ปัญหาที่ต่างกัน ถ้าสาว ๆ เลือกผิด ปัญหาที่เรากำลังเป็นอยู่ก็จะไม่ดีขึ้น แล้วเราควรจะเลือกอย่างไร ลองศึกษาจากหัวข้อด้านล่างนี้กันค่ะ

“เซราไมด์” และ “เรตินอล” สำหรับปัญหาริ้วรอยรอบดวงตา ทั้งจากอายุและความแห้งกร้าน

"เซราไมด์" และ "เรตินอล" สำหรับปัญหาริ้วรอยรอบดวงตา ทั้งจากอายุและความแห้งกร้าน

ถ้าสาว ๆ กำลังมีปัญหานี้อยู่ สิ่งแรกที่ควรจะสังเกตคือ ‘ริ้วรอยเหล่านั้นเกิดขึ้นจากอะไร’ หากเกิดจากผิวที่แห้ง หลังอาบน้ำหรือใช้สกินแคร์ ริ้วรอยจะแลดูจางลง ในกรณีนี้สาว ๆ ควรจะเลือกอายครีมที่มีส่วนประกอบของมอยเจอร์ไรเซอร์ เช่น เซราไมด์ กรดไฮยาลูรอนิค ฯลฯ ตามที่ได้กล่าวไปในข้างต้น

อย่างไรก็ตาม ถ้าใช้สกินแคร์แล้ว ริ้วรอยยังไม่ดูจางลง นั่นอาจเป็นเพราะริ้วรอยนั้นมีสาเหตุมาจากความร่วงโรยของวัย จึงควรเลือกอายครีมที่มีสารช่วยบำรุงเช่น เรตินอลและไนอะซิน เพื่อช่วยกระตุ้นเมแทบอลิซึมหรือการทำงานของเซลล์ให้กลับมาเต่งตึงอีกครั้ง

“อิลาสติน” และ “ไนอะซินาไมด์” สำหรับแก้ปัญหารอยเหี่ยวย่น

"อิลาสติน" และ "ไนอะซินาไมด์" สำหรับแก้ปัญหารอยเหี่ยวย่น

ใครที่มีปัญหาผิวบริเวณรอบดวงตาเหี่ยวย่น ควรเลือกอายครีมที่มีส่วนประกอบของอิลาสติน (Elastin) และไนอะซินาไมด์ (Nicotinamide)

ในทางการแพทย์ทดสอบแล้วว่า ‘อิลาสติน’ ช่วยลดเลือนริ้วรอย ชะลอความแก่ ทำให้ผิวยืดหยุ่นและคืนความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ในขณะที่ไนอะซินาไมด์ช่วยบำรุงผิวพรรณ ทำให้ผิวเต่งตึงและกระตุ้นให้เซลล์กลับมาแข็งแรงเช่นเดียวกับเรตินอล ดังนั้นสาว ๆ จึงควรสังเกตริ้วรอยของตัวเอง แล้วเลือกส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการ

เลือกตามประเภทของสีรอยคล้ำใต้ตา

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าสีของรอยคล้ำใต้ตามีอยู่ด้วยกัน 3 สี ได้แก่ น้ำเงิน ดำ และน้ำตาล ซึ่งแต่ละสีต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน

รอยคล้ำสีน้ำเงิน : เลือกครีมที่มีส่วนผสมของ “เรตินอล” เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด

รอยคล้ำสีน้ำเงิน : เลือกครีมที่มีส่วนผสมของ "เรตินอล" เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด

รอยคล้ำสีน้ำเงินมักมีสาเหตุหลักมาจากการที่ระบบหมุนเวียนเลือดในบริเวณดังกล่าวไม่ดี วิธีดูง่าย ๆ ว่าเรามีรอยคล้ำสีนี้หรือเปล่า ให้สังเกตว่าหากเราดึงผิวบริเวณใต้ตาให้ตึงแล้วรอยคล้ำแลดูจางลงหรือไม่ และรอยคล้ำนี้สามารถปกปิดได้ด้วยการทารองพื้นหรือเปล่า ถ้าใช่ เวลาสาว ๆ เลือกซื้ออายครีม ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเรตินอลเลยค่ะ

สาเหตุที่ควรเลือกครีมที่มีส่วนผสมของเรตินอลก็เพราะสารดังกล่าวช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น ช่วยบรรเทารอยคล้ำให้จางลงได้ และนอกจากเรตินอลแล้วยังมีสารอื่น ๆ อีกที่มีคุณสมบัติเหมือนกัน ได้แก่ วิตามิน K วิตามิน P วิตามิน E ฯลฯ โดยสารเหล่านี้จะทำหน้าที่เพิ่มคอลลาเจนให้กับผิวและจะยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากสาว ๆ นวดบริเวณใต้ตาเบา ๆ ขณะทาครีม

รอยคล้ำสีดำ : หลีกเลี่ยงได้ด้วยการทาอายครีมที่มีส่วนผสมของ “อิลาสติน”

รอยคล้ำสีดำ : หลีกเลี่ยงได้ด้วยการทาอายครีมที่มีส่วนผสมของ "อิลาสติน"

วิธีการสังเกตง่าย ๆ ให้สาว ๆ หันหน้าตรงส่องกระจก แล้วกดหน้าลงเล็กน้อย จะเห็นได้ว่ารอยคล้ำมีสีค่อนข้างดำ ซึ่งสาเหตุหลักของรอยคล้ำสีนี้เกิดจากใต้ตาหย่อนคล้อยหรือบาง แต่บางคนอาจจะเกิดจากกรรมพันธุ์ สำหรับกรณีที่เกิดจากใต้ตาบางหรือหย่อนคล้อย สาว ๆ ควรเลือกซื้ออายครีมที่มีส่วนผสมของ ‘อิลาสติน’ เพื่อฟื้นฟูให้รอยคล้ำดูดีขึ้น แทนการปกปิดด้วยเครื่องสำอาง เพราะอย่างไรแล้วรอยคล้ำประเภทนี้ไม่สามารถปกปิดได้ด้วยเครื่องสำอาง

ส่วนเหตุผลที่เราควรเลือกอิลาสติน เพราะทางการแพทย์ได้ทดสอบแล้วว่าสารดังกล่าวมีส่วนช่วยกระตุ้นให้ผิวหนังกลับมายืดหยุ่นและคืนความชุ่มชื้นให้กับผิวตามที่ได้กล่าวไปแล้วในข้างต้น และนอกจากอิลาสตินแล้ว ยังมีไนอะซินาไมด์, เรตินอล, อนุพันธุ์วิตามิน C และไอโซ-ฟลาโวนที่ให้ประสิทธิภาพคล้าย ๆ กันอีกด้วย

รอยคล้ำสีน้ำตาล : เลือกอายครีมที่มีส่วนผสมของ “Whitening” หรือ “อนุพันธุ์วิตามิน C”

รอยคล้ำสีน้ำตาล : เลือกอายครีมที่มีส่วนผสมของ "Whitening" หรือ "อนุพันธุ์วิตามิน C"

สาว ๆ ที่ไม่ชอบทาครีมกันแดดใต้ตาหรือชอบขยี้ตามาก ๆ ต้องระวังให้ดี เพราะการกระทำดังกล่าวจะกระตุ้นเซลล์ให้สร้างเม็ดสีเพิ่มขึ้นจนเกิดเป็นรอยคล้ำสีน้ำตาล รอยคล้ำสีน้ำตาลนี้อาจจะปกปิดได้ด้วยเครื่องสำอางแต่จะไม่จางลงเวลาดึงผิวให้ตึง ดังนั้นการเลือกอายครีมสำหรับรอยคล้ำสีนี้ ควรเลือกที่มีส่วนผสมของ Whitening, อนุพันธุ์วิตามิน C, อาร์บูตินและพลาเซนต้า เพราะสารดังกล่าวจะช่วยบำรุงให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้น ทำให้สีรอยคล้ำแลดูจางลง

หลีกเลี่ยงอายครีมที่มีส่วนผสมของเอทานอลหรือพาราเบน

หลีกเลี่ยงอายครีมที่มีส่วนผสมของเอทานอลหรือพาราเบน

เพราะผิวหนังบริเวณรอบดวงตานั้นบองบางกว่าส่วนอื่น ๆ ทำให้ระคายเคืองและแพ้ได้ง่าย สาว ๆ จึงควรหลีกเลี่ยงครีมที่มีส่วนประกอบของสารที่อาจก่อให้เกิดความระคายเคืองมากไปกว่าเดิม แม้จะมีอัตราส่วนเล็กน้อยก็ตาม เช่น เอทานอล, พาราเบน, น้ำหอม ฯลฯ

เลือกครีมที่มีเนื้อสัมผัสนุ่มละเอียดและเกลี่ยง่ายโดยอ้างอิงจากรีวิว

เลือกครีมที่มีเนื้อสัมผัสนุ่มละเอียดและเกลี่ยง่ายโดยอ้างอิงจากรีวิว

เทคเจอร์ของเนื้อครีมมีความสำคัญมาก สาว ๆ ควรเลือกเนื้อครีมที่ค่อนข้างนุ่ม เนียนละเอียด ยืดหยุ่น ให้สัมผัสเหมือนโลชั่นนมหรือเจล ทาแล้วรู้สึกอ่อนโยนต่อผิวรอบดวงตา และควรหลีกเลี่ยงเนื้อครีมที่หนาหรือเกลี่ยยาก เพราะจะยิ่งทำให้ผิวหนังใต้ตาระคายเคืองและอาจทำให้ดูแห้งยิ่งกว่าเดิมอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม สำหรับการซื้อของออนไลน์ การทดสอบครีมด้วยตัวเองคงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ดังนั้นสาว ๆ จึงควรอ่านรีวิวของสินค้าที่สนใจก่อนการสั่งซื้อ และเปรียบเทียบหลาย ๆ สินค้า เพื่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง

เลือกผลิตภัณฑ์ที่แพ็กเกจใช้ง่าย

เลือกผลิตภัณฑ์ที่แพ็กเกจใช้ง่าย

อายครีมส่วนมากมักทำแพ็กแกจ 2 แบบ คือ ‘แบบหลอด’ และ ‘แบบกระปุก’ โดยแต่ละแบบมีข้อดี ข้อเสีย และเหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน

แบบหลอด ใช้งานง่าย และพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก ทำให้สาว ๆ ไม่ต้องกังวลว่าจะหกเลอะเทอะในกระเป๋าจนต้องทำความสะอาดให้วุ่นวาย ส่วนแบบกระปุก มีปริมาณมากกว่าแบบหลอด จึงทำให้คุ้มค่ากับราคามากกว่า แต่กลับไม่เหมาะสำหรับการพกพา ดังนั้นสาว ๆ จึงควรตัดสินใจเลือกซื้อแพ็กเกจที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้มากที่สุด

10 อันดับ อายครีม ยี่ห้อไหนดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

หลังจากที่เรารู้วิธีการเลือกอายครีมให้เหมาะกับปัญหาของตัวเองไปแล้ว เรามาดูกันดีกว่าว่าอายครีมยอดฮิตขายดีในปัจจุบันนี้มีอะไรกันบ้าง เผื่อว่าสาว ๆ จะได้ลองนำข้อมูลไปศึกษาก่อนการเลือกซื้อ

10. Etude House Collagen Moistfull Firming Eye Cream

10. Etude House Collagen Moistfull Firming Eye Cream

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 990 บาท

ชุ่มชื้นด้วยคอลลาเจน กลีเซอรีนและน้ำมันสารสกัดจากต้นเบาบับ

เริ่มต้นกันที่แบรนด์ Etude House เครื่องสำอางและสกินแคร์สัญชาติเกาหลี เน้นทำตลาดกับกลุ่มวัยรุ่นเป็นหลัก อายครีมรุ่นนี้จึงเหมาะสมกับสาว ๆ วัย 20-30 ผู้ที่ยังไม่มีปัญหารอบดวงตามากนัก แค่ต้องการคืนความชุ่มชื้นให้กับผิว มีจุดเด่นอยู่ที่ส่วนประกอบที่อุดมไปด้วยคอลลาเจน กลีเซอรีน และน้ำมันสารสกัดจากต้นเบาบับ ช่วยป้องกันไม่ให้ผิวสูญเสียน้ำ ลดความเสี่ยงที่ผิวจะแห้งตึงอันเป็นสาเหตุนำไปสู่การเกิดริ้วรอยก่อนวัย

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นครีมที่เน้นเรื่องความชุ่มชื่นจึงไม่สามารถลดรอยคล้ำสีต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีราคาค่อนข้างสูงและมีแพ็กเกจที่พกพาได้ยากอีกด้วย

9. Oriental Princess Natural Power C Miracle Brightening Complex Clear Eye Lightening Gel

9. Oriental Princess Natural Power C Miracle Brightening Complex Clear Eye Lightening Gel

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 345 บาท

อนุพันธุ์วิตามิน C ช่วยให้ผิวใต้ตาและรอยคล้ำกระจ่างใส

Oriental Princess แบรนด์สกินแคร์และเครื่องสำอางของคนไทย มุ่งเน้นเผยความงามของโลกตะวันออก ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติทำให้อายครีมรุ่น ‘Natural Power C’ เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่อุดมไปด้วยอนุพันธุ์วิตามิน C ช่วยให้ผิวใต้ตากระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ สามารถลดเลือนริ้วรอยได้เล็กน้อยและช่วยป้องกันการเกิดถุงน้ำใต้ตา เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสาว ๆ ช่วงวัย 20-30 ปี ผู้ที่มีปัญหารอยคล้ำสีน้ำตาล

ข้อเสียของอายครีมรุ่นนี้ คือ ให้ความชุ่มชื้นได้ไม่มากนัก สาว ๆ ที่มีปัญหาผิวแห้งร่วมด้วยอาจต้องมองหาผลิตภัณฑ์รุ่นอื่นใช้ควบคู่กัน แต่ถ้าใครมีสภาพผิวธรรมดาหรือมัน และมีปัญหาตามที่กล่าวมา รุ่นนี้ก็เป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจ

8. Olay Pro-Retinol Eye Treatment

8. Olay Pro-Retinol Eye Treatment

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 999 บาท

Retinyle Propionate ช่วยลดเลือนริ้วรอยร่องลึก

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่านอกจากครีมทาหน้าแล้ว Olay ยังมีอายครีมที่คุณสมบัติค่อนข้างน่าสนใจด้วยเหมือนกัน โดยรุ่นนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ผสม Retinyle Propionate สารในกลุ่มเรตินอล มีส่วนช่วยลดเลือนริ้วรอยร่องลึกและป้องกันไม่ให้เกิดเพิ่ม ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับสาว ๆ วัย 30-40 และผู้ที่มีรอยคล้ำสีน้ำเงิน นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของกลีเซอรีนและไนอะซินาไมด์ ช่วยล็อกความชุ่มชื้นให้กับผิวและช่วยให้ผิวกลับมาเต่งตึง

ในส่วนของเนื้อครีมและแพ็กเกจ ผู้ใช้หลายท่านต่างบอกเป็นเสียงเดียวว่าเนื้อเนียนละเอียด ทาแล้วไม่เหนียวเหนอะหนะ สามารถซึมซับเข้าผิวได้เร็ว แพ็กเกจมาในแบบหลอด ทำให้พกพาสะดวก ง่ายต่อการใช้งาน

7. L’oreal Revitalift Laser X3 Anti-Aging Transforming Eye Cream

7. L'oreal Revitalift Laser X3 Anti-Aging Transforming Eye Cream

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 999 บาท

คุณค่าสารโปรไซเลนช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว

อายครีมจากแบรนด์ที่สาวไทยหลายคนคงคุ้นเคยกันดี โดยรุ่นนี้มีจุดเด่นอยู่ที่มีส่วนผสมของโปรไซเลนช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว สารสกัดจากเมล็ดกาแฟช่วยให้ผิวเต่งตึงและรู้สึกสดชื้น และอะดีโนซีนช่วยลดเลือนริ้วรอย นอกจากนี้ยังมีกลีเซอรีน ช่วยให้ความชุ่มชื้น และซิลิก้าที่ทำหน้าที่ควบคุมความมัน เหมาะกับสาว ๆ ผู้มีปัญหาเรื่องริ้วรอย ใต้ตาหย่อนคล้อย และต้องการความชุ่มชื้นให้กับผิวในปริมาณที่พอเหมาะ

แพ็กเกจของอายครีมรุ่นนี้ค่อนข้างน่าสนใจ เพราะถูกออกแบบให้อยู่ในหลอดที่มีปากเป็นหัวกลมมน ทำให้สาว ๆ สามารถบีบแล้วปาดที่ใต้ตาได้ทันที นอกจากนี้ยังสะดวกต่อการพกพาอีกด้วย

6. Pro You Lip & Eye Wrinkle Spot Cream

6. Pro You Lip & Eye Wrinkle Spot Cream

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 600 บาท

อุดมไปด้วยกรดไฮยาลูรอนิค ช่วยลดเลือนริ้วรอย

อายครีมจาก Pro You แบรนด์สกินแคร์เกาหลีซึ่งสาวไทยอาจจะยังไม่ค่อยคุ้นหูกันมากนัก มีความพิเศษเพราะนอกจากจะใช้ทารอบดวงตาแล้ว ยังสามารถทาปากได้อีกด้วย มีส่วนผสมซึ่งอุดมไปด้วยกรดไฮยาลูรอนิค ช่วยลดเลือนริ้วรอยและกระตุ้นให้ผิวกลับมาเต่งตึง เชียร์บัตเตอร์ มอบความชุ่มชื้น และน้ำมันจากเมล็ดคามีเลียญี่ปุ่น ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอย ความเหี่ยวย่นและต้องการความชุ่มชื้นมากเป็นพิเศษ

จากรีวิวผู้ใช้จริงพบว่าเนื้อครีมนุ่ม เนียนละเอียด ซึบซับสู่ผิวได้ง่าย มาในแพ็กเกจแบบหลอด ลักษณะปากกลมมน ทำให้สามารถกดแล้วทาหรือนวดเบา ๆ รอบดวงตาได้ทันที

5. Cute Press Juvena White Line Erasing Eye Cream

5. Cute Press Juvena White Line Erasing Eye Cream

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 499 บาท

วิตามิน C และ วิตามิน B3 ช่วยกระตุ้นให้ผิวขาวกระจ่างใส

หลายคนอาจจะไม่เคยรู้ว่า Cute Press นอกจากจะเด่นในเรื่องเครื่องสำอางแล้ว ด้านสกินแคร์เขาก็พัฒนาด้วยเหมือนกัน โดยอายครีมรุ่นนี้มีส่วนผสมจากไซโคลเปปไทด์ ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ที่มีผลต่อริ้วรอย ไฮยาลูรอน ฟิลเลอร์ ช่วยเติมเต็มร่องริ้วรอยให้ดูตื้นขึ้น วิตามิน C และวิตามิน B3 ช่วยกระตุ้นให้ผิวขาวกระจ่างใส เหมาะสำหรับสาวผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยอันเกิดมาจากผิวแห้งหรือรอยคล้ำใต้ตาสีน้ำตาล

นอกจากนี้ยังปราศจากน้ำหอมและแอลกอฮอล์ จึงอ่อนโยนต่อผิว ส่วนในเรื่องเทคเจอร์ของครีม ผู้ใช้จริงต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเนื้อเนียนละเอียด ทาแล้วไม่รู้สึกระคายเคือง ดังนั้นใครที่ต้องการทาอายครีมเพื่อป้องกันปัญหาไม่พึงประสงค์ทั้งหลาย รุ่นนี้ก็เป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจเลยทีเดียว

4. Cute Press Wine Eye Therapy

4. Cute Press Wine Eye Therapy

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 459 บาท

สกัดจากผลและเมล็ดองุ่น ช่วยลดเลือนริ้วรอย ผิวพรรณแลดูเปล่งปลั่ง

สาว ๆ หลายคนคงจะคุ้นเคยกับสรรพคุณขององุ่นกันมาบ้างแล้ว เพราะมีหลายแบรนด์เลือกใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ และสำหรับอายครีมรุ่นนี้ก็เช่นกัน Cute Press ได้ผสมสารสกัดจากผลและเมล็ดองุ่น ช่วยลดเลือนริ้วรอย ทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่นมากขึ้น นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามิน C และ E ช่วยลดเลือนความหมองคล้ำ จึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาตาอ่อนล้า ผิวรอบดวงตาแห้งและมีปัญหารอยคล้ำสีน้ำตาล

เทคเจอร์ของครีมค่อนข้างเข้มข้นและมีความชุ่มชื้นสูง ทำให้เกลี่ยไปกับผิวแล้วซึบซับได้ง่าย สาว ๆ หลายคนที่ใช้ต่างบอกว่าสามารถลดอาการบวมของใต้ตาได้ในระดับหนึ่ง ใช้แล้วรู้สึกสบายตา

3. Estee Lauder Advanced Night Repair Eye Supercharged Complex

3. Estee Lauder Advanced Night Repair Eye Supercharged Complex

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 770 บาท (5 ml x 2 )

มอบความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก ฟื้นฟูผิวล้าจากการนอนดึก

มาต่อกันที่อายครีมจากแบรนด์ Hi-End อย่าง Estee Lauder ที่เอาใจทั้งสาวไทยและต่างชาติ โดยรุ่นนี้เน้นมอบความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึกให้กับผิวหนังใต้ดวงตาที่แห้งหรือเหนื่อยล้า พร้อมฟื้นฟูรอยคล้ำที่เกิดจากการนอนดึกพักผ่อนไม่เพียงพอให้เลือนลาง สว่างและกระชับมากขึ้น นอกจากนี้ผู้ใช้จริงหลายท่านยังพบว่าใช้แล้วถุงใต้ตาลดลงแต่ต้องอาศัยเวลาสักระยะหนึ่ง เหมาะสำหรับสาว ๆ ที่กำลังประสบปัญหาตาแพนด้าทุกช่วงวัย

เนื้อครีมมีลักษณะคล้ายเจล เข้มข้น ซึมซาบสู่ชั้นผิวได้ดี ไม่เหนียวเหนอะหนะ ทาแล้วรู้สึกเหมือนมีชั้นฟิล์มมาเคลือบผิว แถมยังให้สัมผัสที่ผ่อนคลาย แม้จะมีราคาค่อนข้างสูงแต่เรียกได้ว่าเป็นตัวช่วยชั้นดีสำหรับคนนอนดึกเลยทีเดียว

2. Himalaya Herbals Under Eye Cream

2. Himalaya Herbals Under Eye Cream

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 250 บาท

สกัดจาก Winter Begonia ปกป้องผิวจากแสงแดด ปัจจัยที่ทำให้เกิดรอยคล้ำสีน้ำตาล

อายครีมของ Himalaya Herbals เป็นอีกหนึ่งไอเทมที่เลื่องลือในโลกโซเชียล ด้วยส่วนผสมหลักที่สกัดจาก Cipadessa baccifera ช่วยบำรุงผิวรอบดวงตาให้มีความชุ่มชื้น และ Winter Begonia ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดริ้วรอย ลดเลือนความหมองคล้ำใต้ตาและปกป้องผิวจากแสงแดดซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดรอยคล้ำสีน้ำตาล เหมาะกับสาว ๆ ที่มีปัญหาริ้วรอยไม่มากนักหรือต้องการป้องกันริ้วรอยก่อนวัย

สาวที่ใช้จริงชื่นชอบในเนื้อครีมที่เข้มข้นแต่ซึบซับเข้าสู่ผิวได้ง่าย อ่อนโยนต่อผิว ไม่เกิดการระคายเคือง มาในปริมาณเยอะเมื่อเทียบกับราคา นอกจากนี้หากทาอายครีมรุ่นนี้ก่อนลงคอนซีลเลอร์ทับ จะรู้สึกว่ารอยดูตื้นขึ้นและช่วยปกปิดข้อบกพร่องได้ดี

1. Garnier Brightening Eye Roll-On

1. Garnier Brightening Eye Roll-On

ดูรายละเอียดได้ที่ LAZADA

ราคา 209 บาท

สกัดจากมะนาวและกาแฟ ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสและเต่งตึง

มาถึงอันดับ 1 ของเรา หากพูดถึงอายครีมแล้วจะไม่พูดถึง Garnier Brightening Eye Roll-On บทความนี้ก็คงไม่สมบูรณ์แบบ โดยจุดเด่นของรุ่นนี้อยู่ที่ส่วนผสมจากสารสกัดมะนาวเข้มข้น ทำให้มีวิตามิน C สูง ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส ยับยั้งการทำงานของเมลานิน (เซลล์สร้างเม็ดสี)  และชะลอการเกิดริ้วรอย นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยสารสกัดจากกาแฟ  ช่วยให้ผิวเต่งตึงและกระชับ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาใต้ตาหย่อนคล้อย ดวงตาอ่อนล้าและรอยคล้ำสีน้ำตาล

แพ็กเกจมาในรูปแบบแท่งโรลออนขนาดเล็ก ทำให้สะดวกในการใช้ สามารถกลิ้งทาเนื้อครีมที่ใต้ตาได้เลย ที่สำคัญยังพกพาไปไหนมาไหนได้ง่าย ซึ่งทั้งหมดนี้มาในราคาหลักร้อยต้น ๆ จึงทำให้สาว ๆ หลายคนเลือกซื้อติดโต๊ะเครื่องแป้งไว้

บทส่งท้าย

ตอนนี้สาว ๆ คงได้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนการเลือกซื้ออายครีมดี ๆ สักชิ้นหนึ่งแล้ว เห็นไหมคะว่าไม่ยากเลย เพียงแค่เราสังเกตใต้ตาของเราว่ามีปัญหาอย่างไร แล้วเลือกซื้ออายครีมที่มีส่วนผสมในการช่วยแก้ปัญหานั้น ๆ อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดนี้เหมาะสำหรับแก้ปัญหาผิวที่มีสาเหตุมาจากมลภาวะภายนอก หากใครที่มีรอยคล้ำใต้ตาจากภูมิแพ้หรือเกิดจากกรรมพันธุ์ ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการรักษาที่ตรงจุด

เมื่อเราได้อายครีมดี ๆ สักหนึ่งชิ้นแล้ว อย่าลืมปรับพฤติกรรมของเราควบคู่กันไปด้วยนะคะ เช่น หลีกเลี่ยงการใช้สายตานาน ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ และหมั่นทาครีมกันแดดค่า SPF น้อย ๆ บริเวณใต้ตาอยู่เสมอ เพื่อให้เรามีสุขภาพผิวใต้ตาที่ดียั่งยืนค่ะ

Popular Posts