10 อันดับ รองเท้ากีฬาสำหรับวิ่ง ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2019

10 อันดับ รองเท้ากีฬา สำหรับวิ่ง ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018

ทุกวันนี้เทรนด์สุขภาพกำลังมาแรง อาจเพราะทุกคนเริ่มตระหนักแล้วว่าความเจ็บป่วยมาเยือนเราได้ทุกเมื่อ การวิ่งก็เป็นการออกกำลังกายที่หลายคนนิยม ทำได้ง่ายๆ ไม่ต้องลงทุนเยอะ แค่มีรองเท้ากีฬาสำหรับวิ่งดีๆ สักหนึ่งคู่ก็พอแล้ว ขณะที่วิ่งคุณจะได้บริหารทั้งหัวใจและกล้ามเนื้อ และถ้ามีโอกาสได้ไปวิ่งที่สวนสาธารณะจะยิ่งดีเพราะจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าอย่างเต็มปอด ปัจจุบัน “รองเท้าวิ่ง” มีวางขายอยู่หลายยี่ห้อ เช่น Nike, Adidas, Asics เป็นต้น ไม่เพียงแต่เรื่องรูปร่างหน้าตา แต่ยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัย การรองรับน้ำหนักได้ดี ประสิทธิภาพในการรับแรงกระแทกของวัสดุรองฝ่าเท้า ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้แตกต่างกันไปตามระดับการวิ่งตั้งแต่นักวิ่งหน้าใหม่จนถึงนักวิ่งมืออาชีพ

หลายคนคงมีคำถามต่างๆ เกี่ยวกับการเลือกรองเท้าวิ่ง เช่น จะเลือกอย่างไรให้ถูกต้องเหมาะสม? รองเท้าวิ่งต่างจากรองเท้าผ้าใบทั่วไปอย่างไร? แล้วยี่ห้อไหนถึงจะดี? ครั้งนี้ ทีมงานจึงจะมาบอกวิธีการเลือกรองเท้ากีฬาสำหรับวิ่งให้กับท่านผู้อ่านค่ะ แล้วในตอนท้ายบทความเรายังได้แนะนำ 10 อันดับรองเท้าวิ่งยอดนิยมที่หาซื้อได้ง่ายทางออนไลน์ เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับการเลือกซื้อรองเท้าของทุกท่านด้วย

สารบัญ

วิธีการเลือกรองเท้ากีฬา สำหรับวิ่ง

การเลือกรองเท้าวิ่งควรเลือกอย่างพิถีพิถัน ไม่เพียงเลือกจากดีไซน์ที่ถูกใจเท่านั้น แต่อาจต้องลงลึกถึงรายละเอียดโครงสร้างและวัสดุรองเท้าด้วย

เลือกไซซ์ให้เหมาะกับความกว้าง-ยาวของฝ่าเท้า

ไซซ์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการเลือกรองเท้า คุณจึงจำเป็นต้องเลือกอย่างพิถีพิถันโดยใช้หลักการดังต่อไปนี้

เมื่อสวมใส่แล้วมีพื้นที่เหลือให้ “นิ้วโป้งมือ” สอดลงไปได้

เมื่อสวมใส่แล้วมีพื้นที่เหลือให้ "นิ้วโป้งมือ" สอดลงไปได้

การเลือกรองเท้าวิ่งแตกต่างจากการเลือกรองเท้าสำหรับใส่ทั่วไปในชีวิตประจำตรงที่ต้องเลือกซื้อขนาดรองเท้าให้ไม่พอดีและไม่หลวมเกินไป เมื่อสวมใส่แล้วควรมีพื้นที่เหลือให้สอดนิ้วโป้งมือลงไปได้จึงจะเรียกว่า “เหมาะสม” เพราะอย่าลืมว่าเท้าเราจะบวมขึ้นขณะวิ่ง ทำให้เราต้องเผื่อพื้นที่ให้เท้าได้ยืดหยุ่น เท้าจะได้ไม่เสียดสีกับรองเท้ามากเกินไป มิฉะนั้นอาจเกิดการบาดเจ็บได้

ระวังเรื่องไซซ์ของสินค้าที่มาจากผู้ผลิตแต่ละประเทศ

ระวังเรื่องไซซ์ของสินค้าที่มาจากผู้ผลิตแต่ละประเทศ

แม้ว่าส่วนใหญ่แล้วรองเท้ายี่ห้อต่างๆ จะใช้มาตรวัดที่เป็นสากล แต่การเลือกขนาดรองเท้าก็ควรระมัดระวังให้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมดิจิทัลที่คุณหาซื้อของทางออนไลน์ได้ง่ายและสะดวก เพราะอาจเกิดความผิดพลาดได้หากไม่ตรวจสอบให้ดี รองเท้าที่ผลิตจากประเทศต่างๆ อาจมีขนาดต่างกันเล็กน้อย เช่น รองเท้าที่ผลิตจากยุโรปอาจจะใหญ่กว่าทางเอเชีย แม้จะระบุว่าเป็นเบอร์เดียวกัน นั่นเพราะมาตรฐานร่างกายของคนในแต่ละทวีปแตกต่างกัน

นอกจากนี้หน่วยวัดของแต่ละประเทศก็อาจแตกต่างกันด้วย เช่น ผู้ผลิตจากญี่ปุ่นจะบอกไซซ์เป็นหน่วยเซนติเมตร แต่หน่วยวัดจากยุโรป (EU), อเมริกา (US) และสหราชอาณาจักร (UK) จะต่างออกไป เช่น ความยาวเท้า 26 ซม. จะเท่ากับเบอร์ 8 ของ US หรือเท่ากับขนาด 7 ของ UK ดังนั้น จึงควรตรวจสอบประเทศผู้ผลิตสินค้านั้นให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อนะคะ

วัดขนาดความกว้างของเท้าก็สำคัญ!

วัดขนาดความกว้างของเท้าก็สำคัญ!

นอกจากการทราบความยาวเท้าเพื่อเลือกขนาดรองเท้าตามหัวข้อด้านบนแล้ว การเลือกรองเท้าวิ่งคุณควรใส่ใจขนาดความกว้างของหน้าเท้าหรือเส้นรอบวงของเท้าด้วย เพราะถ้าใส่รองเท้าที่หน้าแคบเกินไปจะทำให้นิ้วเท้าคุณถูกบีบรัดจนไม่สบายเท้า ซึ่งการวัดความกว้างนี้ทำได้โดยใช้สายวัดพันรอบตั้งแต่ส่วนด้านข้างที่ยื่นออกมามากที่สุดของนิ้วโป้งไปยังนิ้วก้อย

ส่วนตารางความกว้างของเท้าที่ใช้อ้างอิงโดยพื้นฐานแล้วจะใช้อักษรภาษาอังกฤษมากำหนด เช่น B, D, E, 2E, 3E และ 4E ขนาดปกติของผู้ชายจะอยู่ที่ D ในขณะที่ขนาดของผู้หญิงทั่วไปจะอยู่ที่ B คุณสามารถสังเกตอักษรเหล่านี้ได้ที่ป้ายบอกขนาดรองเท้าที่ส่วนใหญ่จะติดอยู่ด้านในค่ะ

เพื่อความมั่นใจ ต้องลองสวมใส่ด้วยตนเอง

ก่อนตัดสินใจหยิบใส่ตะกร้าและโอนเงินชำระสินค้า คุณควรตรวจสอบรายละเอียดของรองเท้ารุ่นนั้นให้แน่ใจเสียก่อนว่าใช่สำหรับคุณแล้วหรือยัง

เช็คก่อนว่ารองเท้ารองรับส้นเท้าดีหรือไม่?

เช็คก่อนว่ารองเท้ารองรับส้นเท้าดีหรือไม่?

รองเท้าวิ่งที่ดีควรกระชับพอดีกับส้นเท้าซึ่งจะส่งผลให้คุณวิ่งแล้วทรงตัวได้ดีและปลอดภัยต่อข้อเท้าด้วย เราจึงแนะนำให้ทดลองใส่แล้ววิ่งเบาๆ ดูเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าสวมใส่แล้วสบายเท้า ช่วงส้นเท้าไม่กว้างหรือหลวมเกินไปจนทำให้รองเท้าหลุดออกจากเท้าได้ง่ายขณะวิ่ง

ช่วงเวลาที่ลองใส่ก็สำคัญ!

ช่วงเวลาที่ลองใส่ก็สำคัญ!

หลายคนอาจคิดไม่ถึงว่าขนาดเท้าคนเราจะเปลี่ยนได้แค่ต่างช่วงเวลา นั่นคือความจริงค่ะ! เท้าคนเราขยายตัวในช่วงเย็นของวัน เช่น ตอนเช้าวัดเท้าได้ 26 เซนติเมตร แต่ประมาณ 4 – 5 โมงเย็นเท้าคุณอาจขยายตัวขึ้นเป็น 27 เซนติเมตรก็ได้

ดังนั้น ก่อนซื้อรองเท้าวิ่งจึงควรคิดให้ดีก่อนว่าคุณจะใช้มันช่วงเวลาไหน เช่น ถ้าต้องการหารองเท้าไปวิ่งงานมาราธอน ให้คุณไปลองรองเท้าในช่วงเช้าของวันเพราะงานวิ่งมาราธอนส่วนใหญ่จัดในช่วงเช้ามืด – สายๆ จะทำให้คุณได้รองเท้าที่ขนาดพอดีกับเท้าค่ะ

ยืนก้มมองรองเท้าจากมุมสูงขณะลอง เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติช่วยทรงตัวที่มั่นคงและสมดุล

ยืนก้มมองรองเท้าจากมุมสูงขณะลอง เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติช่วยทรงตัวที่มั่นคงและสมดุล

สำหรับใครที่ต้องการรองเท้าวิ่งที่ช่วยเรื่องการทรงตัวอย่างสมดุลและมั่นคงให้ลองมองรองเท้าจากมุมสูงดู เพราะรูปเท้าแต่ละคนมีลักษณะแตกต่างกัน ถ้าเห็นฝ่าเท้าใหญ่กว่าส่วนบน (Upper) นั่นแสดงว่าฐานรองเท้ากว้างทำให้ทรงตัวได้มั่นคงดี

นอกจากความกว้างของฐานรองเท้าแล้ว ความแข็งของพื้นรองเท้าก็สำคัญเช่นกัน หลายคนอาจเคยชินกับความคิดที่ว่าต้องเลือกรองเท้าพื้นนิ่มๆ จะได้ใส่สบาย แต่ความสบายนี้อาจกลายเป็นความเจ็บปวดได้หากใส่ระยะยาว ดังนั้นคุณควรเลือกรองเท้าวิ่งที่มีพื้นแข็งเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความสมดุลขณะสวมใส่ค่ะ

ควรคำนึงถึง “ความหนาของถุงเท้า” ด้วย

ควรคำนึงถึง "ความหนาของถุงเท้า" ด้วย

การวิ่งที่ดีและปลอดภัยควรตระหนักถึงเรื่องรองเท้าควบคู่ไปกับถุงเท้าที่สวมใส่ เพราะความหนา-บางของถุงเท้าสามารถส่งผลให้ไซซ์เท้าเราเปลี่ยนไปได้ ดังนั้น เพื่อป้องกันเหตุดังกล่าว เราขอแนะนำให้ซื้อถุงเท้าสำหรับวิ่งแทนการซื้อถุงเท้าทั่วไปมาใช้ดีกว่าค่ะ และอย่าลืมใส่ถุงเท้าดังกล่าวขณะลองใส่รองเท้าวิ่งด้วยนะคะ

ถุงเท้าสำหรับวิ่งควรมีความหนาที่พอเหมาะ ยืดหยุ่นและระบายอากาศได้ดี ถ้าถุงเท้าไม่มีความยืดหยุ่นอาจหลุดออกจากเท้าขณะวิ่งอยู่ได้

เลือกรองเท้าที่ส่วนหลังเท้า (Upper) ทำจากวัสดุยืดหยุ่นได้ดี

เลือกรองเท้าที่ส่วนหลังเท้า (Upper) ทำจากวัสดุยืดหยุ่นได้ดี

หลังเท้าเป็นจุดสำคัญอีกหนึ่งจุดที่เราต้องใส่ใจ เพราะอาการรองเท้ากัดมักมีต้นเหตุมาจากส่วนหลังเท้าแข็งเกินไป โดยรองเท้าวิ่งที่เหมาะสมควรกระชับบริเวณหลังเท้าได้ดี แต่ก็ต้องมีความนุ่ม ยืดหยุ่น ระบายอากาศและไม่แข็งตัวเพื่อที่สวมใส่แล้วคุณจะได้รู้สึกสบาย คุณควรเลือกซื้อรองเท้าที่ทำมาจากวัสดุที่ยืดขยายและหดคืนรูปกระชับกับเท้าได้ ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้บางยี่ห้อได้ทำรองเท้าวิ่งให้ส่วนหลังเท้ายืดหยุ่นดีโดยการใช้ผ้าใยมาถักถอแทนการใช้หนังหรือยางที่แข็งเกินไป ผู้ใช้จึงสวมใสได้สบายเท้ามากขึ้น

เลือกน้ำหนักและพื้นรองเท้าตามระดับความชำนาญในการวิ่ง

รองเท้าสำหรับนักวิ่งหน้าใหม่กับเหล่านักวิ่งอาชีพจะมีน้ำหนักและลักษณะตัวรองรับฝ่าเท้าต่างกัน ให้คุณเช็คดูด้วยว่ารองเท้าที่คุณจะซื้อนั้นช่วยลดการกระแทกได้ดีและเหมาะกับรูปแบบการวิ่งหรือไม่

แนะนำ! รองเท้าสำหรับมือใหม่หัดวิ่งควรมีน้ำหนัก 250–280 กรัมและมีตัวรองรับฝ่าเท้าหนา

แนะนำ! รองเท้าสำหรับมือใหม่หัดวิ่งควรมีน้ำหนัก 250–280 กรัมและมีตัวรองรับฝ่าเท้าหนา

ตามหลักทฤษฎีนั้นรองเท้าวิ่งยิ่งเบาจะยิ่งดี ซึ่งน้ำหนักของรองเท้าจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้นี้แหละค่ะ แต่สำหรับเหล่ามือใหม่หัดวิ่งทั้งหลายแล้วควรเลือกรองเท้าที่มีน้ำหนักประมาณ 250 – 280 กรัม และมีตัวรองรับฝ่าเท้า (Cushion) ที่หนาเพียงพอต่อการรับแรงกระแทก ซึ่งรองเท้าวิ่งบางรุ่นจะถูกออกมาให้พื้นรองเท้าและช่วงฝ่าเท้ามีความหนาขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับน้ำหนักและแรงกระแทก จึงมั่นใจว่าจะช่วยปกป้องเท้าและข้อเท้าคุณได้แน่นอนค่ะ

นักวิ่งระดับระดับกลาง–มืออาชีพ ให้เลือกรองเท้าเบาขึ้นแต่รับแรงกระแทกอย่างมีประสิทธิภาพ

นักวิ่งระดับระดับกลาง–มืออาชีพ ให้เลือกรองเท้าเบาขึ้นแต่รับแรงกระแทกอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับนักวิ่งตั้งแต่ระดับกลาง–ระดับมืออาชีพ ควรเลือกรองเท้าที่มีฝ่าเท้าบางและมีน้ำหนักเบาขึ้น แต่ขณะเดียวกัน ยังคงต้องรักษาประสิทธิภาพการรับน้ำหนักและแรงกระแทกไว้ด้วย

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าหากคุณไม่ได้ต้องการรองเท้าสำหรับวิ่งแข่งที่ต้องวัดกันที่ความเร็วก็ไม่จำเป็นต้องเลือกรองเท้าที่มีน้ำหนักเบาเสมอไป แต่ควรให้ความสำคัญกับการรองรับน้ำหนักมากกว่า โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้ในการวิ่งมาราธอนระยะไกล (Full Marathon)

เลือกซื้อจากลักษณะพิเศษของแต่ละแบรนด์ (Brands)

เมื่อต้องเลือกรองเท้าวิ่งควรเลือกจากคุณสมบัติเด่นๆ ที่แต่ละยี่ห้อมี ลองมาดูกันว่ามีลักษณะแบบใด/ยี่ห้อใดบ้าง อย่าลืม! พิจารณาเรื่องขนาดรองเท้าของผู้ผลิตจากต่างประเทศก่อนซื้อด้วยนะคะ

ASICS และ MIZUNO: รองเท้าที่เหมาะกับการวิ่งมาราธอน

ASICS และ MIZUNO: รองเท้าที่เหมาะกับการวิ่งมาราธอน

รองเท้าวิ่งจากทั้ง 2 แบรนด์นี้มาจากผู้ผลิตสัญชาติญี่ปุ่น เหมาะกับขนาดเท้าของคนญี่ปุ่นและคนเอเชียส่วนใหญ่ มีหน่วยวัดเป็นเซนติเมตร ส่วนใหญ่เหมาะกับการวิ่งมาราธอน แต่รุ่นใหม่ๆ ก็มีหลายตัวที่ออกแบบมาเพื่อให้ใช้ได้ง่ายในชีวิตประจำวัน

Adidas: ดีไซน์ถูกใจคนรุ่นใหม่ ครอบคลุมการใส่ในชีวิตประจำวัน

Adidas: ดีไซน์ถูกใจคนรุ่นใหม่ ครอบคลุมการใส่ในชีวิตประจำวัน

เทคโนโลยีเด่นที่ Adidas นำมาใช้กับรองเท้ากีฬาคือ “Boost” หรือตัวพื้นโฟมออกแบบมาเพื่อให้นักวิ่งทั้งหลายเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ซัพพอร์ตส้นเท้าและรับน้ำหนัก ช่วยไม่ให้ฝ่าเท้ากระแทกแรงจนเกิดการบาดเจ็บ มาพร้อมกับดีไซน์ให้ทะมัดทะแมง ดูทันสมัย ซึ่งอาดิดาสทำออกมาหลายรุ่นตั้งแต่รุ่นลำลองจนถึงการวิ่งมาราธอน

อย่างไรก็ตาม ใครที่ต้องการแค่รองเท้าผ้าใบลำลองก็ไม่ต้องเลือกรุ่น Boost ก็ได้ค่ะ เพราะเขามีรองเท้าผ้าใบลำลอง (Sneakers) หลากหลายสไตล์ให้คุณเลือกซื้อเป็นเจ้าของอยู่

Nike: รองเท้าวิ่งที่เหมาะกับนักวิ่งขั้นสูง (Advanced runners)

Nike: รองเท้าวิ่งที่เหมาะกับนักวิ่งขั้นสูง (Advanced runners)

Nike เป็นแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในการผลิตรองเท้าวิ่งสำหรับนักวิ่งขั้นสูง ซึ่งรวมถึงนักวิ่งมืออาชีพ แข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ ทั้งนี้ ในบรรดารองเท้าวิ่งเหล่านั้นก็มีรุ่นที่ออกแบบเพื่อนักวิ่งมือใหม่ด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งตัดตัวเลือกจากแบรนด์นี้ทันทีนะคะ

New Balance: รองเท้าที่เหมาะกับการใส่เป็นรองเท้าลำลองไปจนถึงการวิ่งหลากหลายระดับ

New Balance: รองเท้าที่เหมาะกับการใส่เป็นรองเท้าลำลองไปจนถึงการวิ่งหลากหลายระดับ

New Balance เป็นแบรนด์รองเท้าที่ถูกวางตัวอยู่ระหว่าง Adidas กับ Nike ผลิตรองเท้ามาตอบโจทย์หลากหลายกลุ่มผู้ใช้ตั้งแต่นักวิ่งมืออาชีพที่ใส่ใจคุณสมบัติรองเท้า โครงสร้างระดับลึกและวัสดุที่ใช้ไปจนถึงคนที่อยากวิ่งเพื่อออกกำลังกายเบาๆ หรือคนที่ต้องการใส่ไปเที่ยว ใช้เป็นรองเท้าลำลอง

อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจมีแบรนด์ในใจที่ไม่ได้ถูกกล่าวถึงและอาจสงสัยว่าทำไม? อาทิ Reebok, Under Armour ซึ่งเป็นแบรนด์รองเท้าสำหรับออกกำลังกายเหมือนกัน แต่รองเท้าจากแบรนด์เหล่านั้นอาจเหมาะกับการออกกำลังกายประเภทอื่นๆ มากกว่าการวิ่งอย่างจริงจัง เช่น คาร์ดิโอ, เวทเทรนนิ่ง รวมถึงการวิ่ง Jogging

10 อันดับ รองเท้ากีฬาสำหรับวิ่ง ยี่ห้อไหนดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

เมื่อได้รู้จักรองเท้าวิ่งและวิธีการเลือกรองเท้าให้เหมาะสมกันไปแล้ว ต่อจากนี้ทีมงานจะขอแนะนำ 10 อันดับรองเท้ากีฬาสำหรับวิ่งให้ทุกท่าน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจเลือกซื้อ เชิญติดตามกันได้เลยค่ะ

10. MIZUNO – รุ่น Wave Mujin 3

10. MIZUNO - รุ่น Wave Mujin 3

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 4,800 บาท

รองรับการกระแทกดีทั้งด้านในและนอก พื้นยางยึดเกาะดี แข็งแรงทนทาน

รองเท้าคุณภาพดีจากมิซูโนะ ได้รับความนิยมจากผู้ใช้ เห็นได้จากเสียงรีวิวในโลกออนไลน์หลายเสียง เป็นรองเท้ากีฬาสำหรับวิ่งที่ออกแบบด้วยยาง Michelin ทำให้ยึดเกาะพื้นถนน/ลู่วิ่งทุกสภาพผิวได้ดี วิ่งในวันที่ฝนตกพื้นเปียกได้ไม่มีปัญหา ส่วนฝ่าเท้ามีตัวรับแรงกระแทกที่มีประสิทธิภาพ ประกอบกับส่วนบนทำด้วยตาข่ายที่สามารถยืดหยุ่นให้เข้ากับการขยับเท้าทุกรูปแบบและระบายอากาศได้ดีทำให้ใส่วิ่งแล้วสบายเท้า

นอกจากนี้ยังโด่ดเด่นอย่างยิ่งในเรื่องความแข็งแรงทนทาน เหมาะกับนักวิ่งที่ต้องการรองเท้าวิ่งที่คุณภาพดีและใช้ได้นานๆ เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าแน่นอนค่ะ

9. Mizuno – รุ่น Maximizer 19

9. Mizuno - รุ่น Maximizer 19

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 2,590 บาท

รองเท้าหน้ากว้าง รองรับและกระจายแรงกระแทก พื้นยางแข็งแรง เพิ่มความมั่นคงในการวิ่ง

รองเท้าแบรนด์มิซูโนะ มาในดีไซน์คลาสสิค สวยเฉียบ สีสันสะอาดไม่ฉูดฉาดเกินไป ส่วนบนเป็นตาข่ายช่วยระบายอากาศไม่ให้เท้าเกิดความอับชื้นจากความร้อนที่กระจายตัวออกมาขณะวิ่ง สวมใส่แล้วรู้สึกสบาย ส่งเสริมการวิ่งให้ยาวนานยิ่งขึ้น มีน้ำหนักเบา เพิ่มความคล่องตัวในการวิ่งที่ใช้ความเร็ว

เป็นรุ่นที่มีพื้นรองเท้าด้านนอกขยายกว้างออก ทำจากวัสดุแข็งแรงทนทาน เพิ่มความสมดุลและความมั่นคงให้กับทุกก้าววิ่งของคุณ ช่วยรับและกระจายแรงกระแทกได้ดี รวมถึงช่วยกระจายนัำหนักที่เทลงสู่พื้นด้วย เหมาะกับนักวิ่งตั้งแต่ระดับเริ่มต้นถึงแอดวานซ์ รวมถึงคนที่ชอบวิ่งจ๊อกกิ้งและแอโรบิคอีกด้วยค่ะ

8. Nike – รุ่น LunarEpic Low Flyknit 2

8. Nike - รุ่น LunarEpic Low Flyknit 2

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 5,200 บาท

เป็นได้ทั้งรองเท้าลำลองและรองเท้าออกกำลังกาย น้ำหนักเบา

รองเท้าวิ่งจากผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬาชื่อดังอย่าง Nike รุ่นนี้มีน้ำหนักเบากว่าหลายๆ ยี่ห้อ ทำให้คุณวิ่งและเดินได้เสมือนอยู่บนปุยเมฆ มาพร้อมคุชชั่นรองรับแรงกระแทกอย่างดี เหมาะกับการวิ่งระยะไกล วิ่งฝึกต่อเนื่องหรือแม้แต่การวิ่งมาราธอน นอกจากนี้ยังมีดีไซน์ที่เหมาะกับการใช้เป็นรองเท้าลำลองในวันสบายๆ อีกด้วย

ใครที่กำลังกังวลว่ารองเท้าจาก Nike จะมีส่วนหน้าเท้าแคบเหมือนกับหลายๆ รุ่นที่ผลิตออกมาก็ไม่ต้องห่วงเพราะรุ่นนี้ออกแบบมาให้มีหน้าเท้ากว้างกว่ารุ่นก่อนๆ วัสดุที่ใช้ระบายอากาศและยืดหยุ่นกระชับกับเท้า มีให้เลือกทั้งแบบของผู้หญิงและผู้ชาย

7. New Balance – รุ่น 1080v6 Fresh Foam Running Shoes

7. New Balance - รุ่น 1080v6 Fresh Foam Running Shoes

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 3,944 บาท

รุ่นสำหรับผู้ชาย น้ำหนักเบา มีแผ่นรองฝ่าเท้าเสริมการทรงตัว พื้นยางด้านนอกยึดเกาะดี

นิว บาลานซ์ คือผู้ผลิตสินค้ากีฬาสัญชาติอเมริกัน เป็นที่รู้จักดีในแง่รองเท้าที่ได้คุณภาพมาตรฐานสูง รองเท้ารุ่นนี้มีรูปแบบที่เหมาะกับการวิ่งเป็นอย่างยิ่ง มีตัวรองรับฝ่าเท้าทำจาก OrthoLite Foam ช่วยเรื่องการทรงตัวอย่างมั่นคงและพื้นผิวที่นุ่ม ใส่แล้วสบายเท้า รองรับการกระแทกได้ดี ส่วนหลังเท้าทำจากวัสดุที่ระบายอากาศ ทำให้เท้าคุณไม่อับชื้นแม้จะวิ่งต่อเนื่องเป็นเวลานาน

ส่วนหน้าของรองเท้าถูกออกแบบให้มีพื้นที่หน้ากว้างเพื่อให้นิ้วเท้าคุณอยู่ในตำแหน่งปกติ ไม่ถูกบีบรัดเหมือนกับรองเท้าบางรุ่น เป็นรองเท้าวิ่งที่เหมาะกับคนวิ่งระยะไกลมากกว่าวิ่งแข่งขันความเร็ว เพราะมีความแข็งแรงทนทานแต่น้ำหนักมากกว่ารุ่น/ยี่ห้ออื่นๆ เล็กน้อย

6. Adidas – รุ่น ALPHABOUNCE BEYOND SHOES

6. Adidas - รุ่น ALPHABOUNCE BEYOND SHOES

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 4,000 บาท

รุ่นสำหรับผู้ชาย Cushion ยืดหยุ่นสูง หลังเท้าถักทอสวยงาม ดีไซน์หรูหราทันสมัย

พูดถึงสินค้ากีฬาและเสื้อผ้าทรงสปอร์ต ไม่มีใครไม่นึกถึง Adidas แน่นอนค่ะ รุ่นนี้เป็นรองเท้าสำหรับวิ่งยอดฮิตขายดีในช่องทางออนไลน์รุ่นหนึ่ง มีความพิเศษตรงที่ส่วนรองรับฝ่าเท้าทำออกมาให้นุ่มและยืดหยุ่นสูง จึงรองรับการกระแทกได้หลายระดับ เหมาะกับการวิ่งและการออกกำลังกายหลายรูปแบบ นอกจากนี้ยังเสริมการเคลื่อนไหวให้เป็นไปตามธรรมชาติ มี Fitcounter ช่วยกระชับส้นเท้า ป้องกันเอ็นร้อยหวายบาดเจ็บขณะวิ่ง

ส่วนบนหลังเท้าถักทอด้วยเทคโนโลยีแบบไร้ตะเข็บจึงมีดีไซน์สวยงามทันสมัย ให้ฟีลลิ่งแบบนักกีฬาสุดเท่ห์ ไม่เพียงเท่านั้น นวัตกรรมดังกล่าวยังทำให้รองเท้ายืดหยุ่นดี ใส่แล้วรู้สึกสบายเท้า พื้นรองเท้าทำจากวัสดุยางที่เกาะพื้น ไม่ต้องกลัวลื่นล้มแม้บนพื้นเปียกค่ะ อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้มีเฉพาะของผู้ชายเท่านั้น สาวๆ ก็อาจเก็บเป็นไอเดียเผื่อซื้อเป็นของขวัญให้แฟนหนุ่มได้นะคะ

5. ASICS – รุ่น GEL-Kayano 23

5. ASICS - รุ่น GEL-Kayano 23

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 6,500 บาท

เทคโนโลยีเพื่อความสมดุล รองรับแรงกระแทกได้ดี เสริมแรงส่งให้วิ่งราบรื่น

รองเท้ารุ่น GEL-Kayano 23 มีจุดเด่นเรื่องเทคโนโลยี FlyteFoam หรือเทคโนโลยีการใช้เส้นใยธรรมชาติที่มีน้ำหนักเบาในการผลิตพื้นรองเท้า ทำให้มีแรงส่งที่ดีเยี่ยมและช่วยให้ออกตัวแต่ละก้าวได้อย่างราบรื่น ไม่เพียงเท่านี้ ตัวพื้นรองเท้ายังถูกออกแบบมาให้เหมาะกับผู้มีปัญหาเท้าบิดใน (Overpronate)  มาพร้อมตัวรองรับแรงกระแทก (Cushioning) ที่นุ่มสบาย มีประสิทธิภาพเหมาะกับการวิ่งระยะยาว ส่วนบนหลังเท้าก็ถักทอไร้รอยต่อเสริมการซัพพอร์ตเท้าด้านหน้าได้ดี

นักวิ่งมืออาชีพที่กำลังมองหารองเท้าคู่ใหม่หรือใครที่มีแพลนจะไปวิ่งมาราธอน รีบหยิบใส่ตะกร้าเลยนะคะ

4. Adidas – รุ่น EDGE LUXE SHOES

4. Adidas - รุ่น EDGE LUXE SHOES

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 3,390 บาท

รองรับฝ่าเท้าอย่างดี ออกแบบส่วนหลังให้กระชับเท้า

เป็นรองเท้าวิ่งอีกรุ่นจาก Adidas ที่ผลิตออกมาเอาใจผู้หญิง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการวิ่งโดยออกแบบแผ่นรองรับฝ่าเท้าให้มีความนุ่ม สวมใส่แล้วสบายเท้า ทำให้วิ่งเก็บไมล์ได้มากขึ้น ส่วนหลังเท้าทำจากผ้าถักทอ มีช่องระบายอากาศได้ดี มีความยืดหยุ่นสูง ใส่แล้วกระชับกับหลังเท้าคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่ว่าจะใส่ถุงเท้าแบบไหนก็ตาม

ยิ่งไปกว่านั้นตัวรองเท้า (size 7) มีน้ำหนักเบาเพียงแค่ 240 กรัม เพิ่มความคล่องตัว ดีไซน์เป็นแบบที่ใส่ลำลองได้ เหมาะกับใส่วิ่งระยะสั้น ทำกิจกรรมกลางแจ้งและในร่ม หรือจะใส่ไปทำงานในวันสบายๆ ก็ได้เช่นกัน

3. Adidas – รุ่น Duramo 8

3. Adidas - รุ่น Duramo 8

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 2,300 บาท

ดีไซน์สวย รองรับฝ่าเท้าส่วนกลางได้ดี สวมใส่สบาย คงทนเป็นพิเศษ

เป็นรองเท้าที่อาจกล่าวได้ว่ารวมทุกคุณสมบัติที่คุณต้องการไว้ในคู่เดียว เริ่มตั้งแต่รูปลักษณ์มีความทันสมัย ทรงสวย ส่วนบนทำจากผ้าตาข่ายระบายอากาศได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากจะใส่วิ่งได้สบายแล้วยังสามารถใส่ลำลองในวันสบายๆ หรือใช้ในการเล่นเทรนนิ่งได้อีกด้วยค่ะ

รุ่นนี้พิเศษตรงที่มี TPU เป็นเสมือนเกราะหลักช่วยรองรับแรงกระแทกช่วงกลางเท้า พร้อมมีแผ่นรองพื้นเท้าแบบ OrthoLite และพื้นรองเท้าที่ผลิตจากวัสดุคลาวด์โฟมเสริมความนุ่มขณะสวมใส่ นอกจากนี้ พื้นรองเท้าส่วนด้านนอกก็มีเทคโนโลยีที่ช่วยให้รองเท้ามีความทนทานเป็นพิเศษ เหมาะสมกับนักวิ่งมือใหม่ถึงระดับกลางและผู้ที่ออกกำลังกายง่ายๆ หลายรูปแบบที่ไม่อยากหาซื้อรองเท้าหลายคู่

2. MIZUNO – รุ่น WAVE RIDER 20 (Fuji)

2. MIZUNO - รุ่น WAVE RIDER 20 (Fuji)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 5,490 บาท

น้ำหนักเบาสบาย เพิ่มประสิทธิภาพการวิ่งเร็ว รองรับฝ่าเท้าดีเยี่ยม

มิซูโนะ (Mizuno) เป็นแบรนด์ผลิตอุปกรณ์กีฬาจากญี่ปุ่นที่กำเนิดมากว่า 110 ปีแล้ว สำหรับรองเท้าวิ่งรุ่นนี้ถูกพัฒนาให้เหมาะกับการวิ่งมากกว่าเดิม มีคอนเซปต์ว่า “The speed meets comfort runOne of its kind” ให้ความสำคัญกับการสวมใส่สบายและต้องมาพร้อมกับความรวดเร็วด้วย เรียกได้ว่าใส่คุณสมบัติสำคัญที่รองเท้าวิ่งควรมีแบบไม่กั๊กเลยทีเดียว

ตัวรองเท้ามีน้ำหนักเบากว่าเดิม เหมาะกับการวิ่งเร็วบนพื้นราบ เน้นการรองรับแรงกระแทก ทำพื้นให้รองรับฝ่าเท้าได้นุ่มขึ้นโดยการติดตั้ง U4icX ไว้บริเวณส้นเท้า ส่วนบนถักทอเป็นตาข่ายเพื่อระบายอากาศและให้มีความยืดหยุ่น เหมาะกับคนที่วิ่งตั้งแต่ระดับกลางถึงขั้นแอดวานซ์ที่ต้องการความรวดเร็วค่ะ

1. ASICS – รุ่น GEL-Noosa Tri 11

1. ASICS - รุ่น GEL-Noosa Tri 11

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 5,500 บาท

ระบายอากาศได้ดีขึ้น น้ำหนักเบา เชือกรองเท้ายางยืดไม่ต้องผูกเอง ใช้วิ่งแข่งความเร็วได้

รองเท้ารุ่น GEL-Noosa Tri 11 ของแบรนด์ Asics จากประเทศญี่ปุ่นถูกออกแบบมาเพื่อการวิ่งจริงจังถึงขั้นแอดวานซ์โดยเฉพาะ เส้นใยตาข่ายถักทอไร้ตะเข็บด้วยเทคนิคพิเศษ ขอบนิ่มไม่ขูดผิว ผู้ผลิตเคลมถึงขั้นว่าไม่ต้องใส่ถุงเท้าเลยก็ได้ นอกจากนี้ยังทำส้นรองเท้าให้พร้อมรับแรงกระแทกได้ทุกระดับ มีคุณสมบัติการยึดเกาะพื้นได้ดี ผู้อ่านไม่ต้องกลัวลื่นล้มเลยค่ะ

มีน้ำหนักเบา ใช้เทคโนโลยีการซัพพอร์ตแรงซึ่งเสริมการเคลื่อนไหวเท้าทำให้วิ่งเร็วได้ดีเยี่ยม พร้อมกับมี DYNAMIC DUOMAX SUPPORT SYSTEM เสริมเรื่องการทรงตัวให้มั่นคง เหมาะกับใครที่กำลังมองหารองเท้ากีฬาเพื่อวิ่งแข่งไตรกีฬา อีกทั้งมี Elastic laces หรือเชือกรองเท้าแบบยางยืดทำให้คุณไม่ต้องเสียเวลาผูกเชือกรองเท้าให้มั่นคงทุกครั้งก่อนวิ่ง

อายุการใช้งานของรองเท้าขึ้นอยู่กับระยะทางวิ่งกับเวลาที่ใช้

เป็นเรื่องยากสำหรับบางคนที่จะตัดใจทิ้งรองเท้าวิ่งคู่โปรดทั้งที่ภายนอกยังคงสภาพดี แล้วจะดูอย่างไรว่ารองเท้านั้นเสื่อมสภาพจนไม่เหมาะกับการวิ่งแล้ว?

รองเท้าจะเริ่มเสื่อมสภาพหลังจากวิ่งเป็นระยะทาง 800 กม. ขึ้นไป

รองเท้าจะเริ่มเสื่อมสภาพหลังจากวิ่งเป็นระยะทาง 800 กม. ขึ้นไป

โดยทั่วไปแล้ว เราสามารถประมาณอายุการใช้งานของรองเท้าวิ่งได้จากระยะทางการวิ่ง ปกติรองเท้าจะเริ่มเสื่อมสภาพเมื่อวิ่งครบ 800 – 1,000 กิโลเมตรโดยประมาณ ตัวอย่างเช่น คุณใส่รองเท้าคู่นี้วิ่ง 10 กิโลเมตรทุกๆ วัน แสดงว่าภายใน 2.5 – 3 เดือนข้างหน้าคุณต้องเริ่มมองหารองเท้าวิ่งคู่ใหม่มาแทนได้แล้ว

อย่างไรก็ดี เวลาหลายเดือนอาจทำให้หลงลืมไปบ้างว่าใช้งานรองเท้าคู่ดังกล่าวไปเท่าไรแล้ว เราจึงแนะนำให้ใช้ GPS หรืออุปกรณ์อื่นๆ มาช่วยจับระยะทางไว้เป็นเครื่องเตือนความจำอีกทาง

ดูจากพื้นรองเท้าว่าสึกแล้วหรือยัง

ดูจากพื้นรองเท้าว่าสึกแล้วหรือยัง

สิ่งสำคัญของรองเท้าวิ่งคือประสิทธิภาพการรองรับแรงกระแทกและสภาพพื้นรองเท้า รองเท้าที่ใช้งานจนพื้นสึกหรอไม่เพียงจะทำให้สูญเสียประสิทธิภาพการยึดเกาะพื้นผิวถนน แต่อาจส่งผลถึงตัวรองรับแรงกระแทกที่จำเป็นต่อการรับน้ำหนักขณะวิ่งด้วย

ดังนั้น ควรหมั่นพลิกตรวจสอบพื้นรองเท้าว่าอยู่ในสภาพเหมาะสมต่อการใช้งานต่อหรือไม่ หากพื้นเริ่มสึกแล้ว เราแนะนำว่าคุณควรเริ่มมองหารองเท้าคู่ใหม่มาทดแทน เพื่อให้การวิ่งและการออกกำลังกายตลอดจนการแข่งขันงานกีฬาต่างๆ ของคุณไม่สะดุดค่ะ

บทส่งท้าย

การเลือกรองเท้าวิ่งเป็นสิ่งที่ต้องพิถีพิถัน เพราะการเคลื่อนไหวของเท้าเราขณะวิ่งแตกต่างจากการเดินปกติ ต้องคำนึงถึงรูปทรงของรองเท้าไม่ให้บีบรัดหน้าเท้า-ปลายนิ้วเกินไป และต้องมีคุณสมบัติเรื่องการรับแรงกระแทกได้ดีด้วย สำหรับการวิ่งแข่งขันระดับอาชีพยิ่งต้องการรองเท้าน้ำหนักเบาเพื่อเพิ่มความคล่องตัวและความเร็ว ตลอดจนเทคโนโลยีแรงส่งการเคลื่อนตัวของเท้า เป็นต้น

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ท่านผู้อ่านได้ทราบการเลือกรองเท้าสำหรับวิ่งที่เหมาะสมกับตัวเองและ 10 อันดับรองเท้าวิ่งที่เรานำมาฝากกันในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจของท่าน แล้วไว้พบกันใหม่ครั้งหน้าค่ะ

Popular Posts