10 อันดับ ครีมรองพื้น ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2019

10 อันดับ ครีมรองพื้น ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018

สาวๆอาจจะเคยเห็น “ครีมรองพื้น” กันมาบ้าง แต่เชื่อว่าบางคนอาจจะยังไม่รู้ว่ามันแตกต่างจากเนื้อรองพื้นแบบอื่นๆอย่างไร โดยทั่วไปครีมรองพื้นจะมีน้ำมันมากกว่า ทำให้ผิวคงความชุ่มชื้นได้นาน ให้การปกปิดในระดับที่สูงและฟินิชลุคเผยผิวโกลว์ ซึ่งปัจจุบันมีแบรนด์เครื่องสำอางมากมายออกผลิตภัณฑ์มาเอาใจสาวๆ ทั้งสูตรสำหรับผิวแห้ง, ผิวแพ้ง่าย, สูตรเพิ่มสารบำรุงผิว ฯลฯ

ฟังแล้วดูน่าใช้มากเลยใช่ไหมล่ะคะ แต่อย่าเพิ่งรีบเข้าเว็บไปซื้อออนไลน์นะคะ! สาวๆควรอ่าน “วิธีเลือก” เสียก่อน จะได้รู้ว่าผลิตภัณฑ์ลักษณะไหนที่เหมาะกับตัวเอง จากนั้นลองอ่าน “10 อันดับ ครีมรองพื้น ยอดฮิตขายดี” ซึ่งผ่านการเปรียบเทียบคุณสมบัติ, ราคา และรีวิวผู้ใช้จริง เพื่อเป็นไกด์ไลน์ในการตัดสินใจเลือกซื้อและเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เราไปอ่านกันเลยดีกว่าค่ะ

สารบัญ

วิธีเลือกครีมรองพื้น

ตามที่เกริ่นไปในตอนต้น เนื้อครีมรองพื้นจะเต็มไปด้วยน้ำมันและมอยเจอร์ไรส์เซอร์ ทำให้เทคเจอร์ข้น จึงให้การปกปิดในระดับที่สูง ได้ฟินิชลุคค่อนข้างแวววาว เหมาะสำหรับสาวๆที่มีสภาพผิวแห้งหรือต้องการลุคผิวสุขาพดี แต่เราจะไม่มีทางได้ลุคที่สมบูรณ์เลยค่ะหากเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับปัญหาผิวหน้าของตัวเอง และเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น เรามาลองทำตามวิธีด้านล่างนี้ดูสิคะ

เลือกจากสี

เลือกจากสี

แน่นอนว่าสิ่งแรกที่สาวๆควรคำนึงเวลาเลือกซื้อรองพื้น คือ “สี” เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีจุดประสงค์เพื่อปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนและปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ ดังนั้นหากเป็นไปได้จึงควรลองสีรองพื้นที่หน้าร้านด้วยตัวเองหรือหากซื้อผ่านเว็บออนไลน์ก็ควรเลือกสีที่ใกล้เคียงกับตัวเองมากที่สุด

สำหรับใครที่เคยซื้อครีมรองพื้นรุ่นนั้นๆ แล้วต้องการจะซื้อซ้ำ ส่วนใหญ่ก็มักจะเลือกสีเดิมกันใช่ไหมล่ะคะ แต่ระวังนะคะ เพราะสีผิวของคุณอาจเปลี่ยนไปเนื่องจากถูกปัจจัยภายนอกเร่งเร้า เช่น แสงแดดหรือการเปลี่ยนสกินแคร์ จึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่คุณจะลองสีทุกครั้งที่ซื้อ

ส่วนใครที่เคยคิดว่าการเลือกซื้อรองพื้นที่สีสว่างหรือเข้มกว่าสีผิวจะช่วยทำให้ใบหน้าของคุณดูโดดเด่นหรือกลมกลืนเป็นธรรมชาติ ต้องเปลี่ยนความคิดแล้วล่ะค่ะ เพราะการกระทำเช่นนั้นจะยิ่งทำให้ลุคของคุณดูไม่น่ามอง ทางที่ดีควรเลือกสีที่เข้ากับสีผิวมากที่สุดนะคะ

เลือกจากความสามารถในการปกปิด

คำถามที่หลายคนมักตั้งกับตัวเองคือ “ต้องปกปิดได้แค่ไหนล่ะ ถึงจะพอ?” วิธีเลือกนั้นไม่ยากเลยค่ะ ขึ้นอยู่กับ “ปัญหาผิวหน้าของสาวๆ” ใครที่รูขุมขนกว้าง, มีจุดด่างดำ, ฝ้ากระหรือข้อบกพร่องต่างๆมาก ครีมรองพื้นที่มีพลังการปกปิดสูงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีที่สุดของคุณเลยค่ะ ยิ่งถ้ารุ่น Full Coverage ยิ่งเนียนกริบเข้าไปอีก

จากที่กล่าวมา เชื่อว่าสิ่งที่หลายคนคงกังวลต่อไป คือ “ปกปิดเนียนกริบขนาดนี้ หนักหน้าแน่เลย” ไม่จริงเสมอไปนะคะ เพราะเดี๋ยวนี้แบรนด์เครื่องสำอางหลายแบรนด์พัฒนาเนื้อครีมให้ “ปกปิดแต่บางเบา” เพื่อเอาใจสาวๆ ที่ต้องการลุคธรรมชาติกันแล้ว ดังนั้นใครต้องการการปกปิดแบบไหน ลองนำไปปรับใช้ให้เข้ากับตัวเองกันดูนะคะ

เลือกจากฟินิชลุค

เลือกจากฟินิชลุค

สาวๆหลายคนค่อนข้างละเลยเรื่องนี้และหันไปให้ความสำคัญกับการปกปิดมากกว่า แต่ฟินิชลุคเป็นอีกสิ่งที่ต้องคำนึงเลยค่ะ เพราะเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยทำให้ลุคของเราดูดีขึ้นหรือแย่ลงนั่นเอง

หากคุณเป็นคนมีสภาพผิวมันหรือผิวผสมควรใช้ครีมรองพื้นที่ให้ฟินิชลุคแมทท์แล้วตบด้วยแป้งฝุ่นเบาๆ เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์แบบ แต่ถ้าใครมีปัญหาเรื่องริ้วรอย, รูขุมขนหรือฝ้ากระ ให้เลือกครีมรองพื้นที่ให้ฟินิชลุคผิวโกลว์ เพราะจะช่วยให้ผิวของคุณแลดูสุขภาพดี มีน้ำมีนวลขึ้น

เลือกจากส่วนประกอบ

เลือกจากส่วนประกอบ

ตามปกติครีมรองพื้นจะมีส่วนประกอบของสารบำรุงและมอยเจอร์ไรส์เซอร์สูงอยู่แล้ว ทำให้สาวๆได้ดูแลผิวขณะแต่งหน้าไปด้วย แต่ถ้ารุ่นนั้นๆมีสารกันแดดด้วยแล้วล่ะก็จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้นไปอีกค่ะ สาวๆจึงควรเช็คค่า SPF และ PA ก่อนการซื้อทุกครั้ง

เลือกจากบรรจุภัณฑ์

เลือกจากบรรจุภัณฑ์

อาจจะดูไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่าไรนัก แต่ “บรรจุภัณฑ์” จะส่งผลต่อ “ความสะดวกสบายในการใช้ค่ะ” ซึ่งปัจจุบันนี้ครีมรองพื้นในท้องตลาดมีแพ็กเกจให้เลือกเยอะเหลือเกิน ทั้งแบบกระปุก, หลอดหรือแม้แต่แบบตลับ สาวๆควรเลือกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของสาวๆมากที่สุด เช่น หากแต่งหน้าที่บ้านอย่างเดียว ควรเลือกแบบกระปุกหรือขวด แต่ถ้าต้องใช้งานยามเดินทางหรือพกไปเติมระหว่างวัน ควรเลือกแบบตลับหรือแบบหลอด

10 อันดับ ครีมรองพื้น ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

หลังจากที่รู้วิธีการเลือกไปแล้ว สาวๆคงมีคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ในใจกันเรียบร้อยแล้วใช่ไหมล่ะคะ แต่จะให้ไปนั่งอ่าน นั่งลองทุกรุ่นในตลาดเลยก็คงจะเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นวันนี้ผู้เขียนจึงขอแนะนำสินค้าที่น่าสนใจมาให้สาวๆได้ลองศึกษากันค่ะ

10. L’OCEAN Perfection Cover Foundation

10. L'OCEAN Perfection Cover Foundation

ดูรายละเอียดได้ที่ Lazada

ราคา 1,250 บาท

เนื้อแน่น ปกปิดเนียนกริบ แต่ลุคบางเบา

ครีมรองพื้นถูกอัดมาในแพ็กเกจแบบตลับ เนื้อครีมเนียนนุ่ม สามารถปกปิดได้ในระดับกลาง-สูง แต่ให้ฟินิชลุคที่บางเบาดูเป็นธรรมชาติ ผิวกึ่งแมทท์ มีความแวววาวเล็กน้อย สามารถควบคุมความมันได้ดีในระดับหนึ่ง ระหว่างวันไม่เป็นคราบและไม่ตกร่อง ปัจจุบันมีให้เลือก 3 เฉดสี ครอบคลุมสีผิวของคนไทย นอกจากนี้ยังสามารถใช้รองพื้นสีที่เข้มกว่าสีผิวจริงเป็นคอนซีลเลอร์ปกปิดข้อบกพร่องต่างๆได้อีกด้วย

ข้อเสียเล็กน้อยอยู่ที่เนื้อครีมไม่มีสารกันแดด และเนื่องจากถูกอัดมาในตลับ จึงควรวอร์มก่อนใช้และควรใช้นิ้วมือหรือพัฟในการลงรองพื้นเท่านั้น โดยค่อยๆทาทีละน้อย เพื่อไม่ให้ดูหนาจนเกินไป

9. Wet n Wild Cover All Crème Foundation

9. Wet n Wild Cover All Crème Foundation

ดูรายละเอียดได้ที่ Lazada

ราคา 299 บาท

เทคโนโลยี VisiBright ช่วยลดเลือนริ้วรอยและจุดด่างดำให้แลดูจางลง

ครีมรองพื้นราคาถูก มีจุดเด่นอยู่ที่เทคโนโลยี VisiBright ช่วยลดเลือนริ้วรอยและจุดด่างดำให้แลดูจางลงได้ในระดับหนึ่ง พร้อมเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว เนื้อครีมค่อนข้างเข้มข้น ควรใช้นิ้วมือหรือฟองน้ำในการเกลี่ย สามารถปกปิดได้ในระดับกลาง-สูง ขึ้นอยู่กับปริมาณในการลง ได้ฟินิชลุคแบบซาติน ไม่แมทท์หรือฉ่ำวาวจนเกินไป ควบคุมความมันได้เล็กน้อย-ปานกลาง แต่กันน้ำกันเหงื่อได้ดี และติดทนนานตลอดทั้งวัน เหมาะสำหรับสาวผิวผสมหรือผิวมัน

อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้ไม่มีสารกันแดดและเฉดสีค่อนข้างอันเดอร์โทนชมพู ใครที่สนใจควรลองสีให้ดีเสียก่อนจะซื้อ แต่ถ้าใครมีสีผิวในโทนดังกล่าว รุ่นนี้ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยค่ะ

8. 3CE Cover Cream Foundation SPF30 PA++

8. 3CE Cover Cream Foundation SPF30 PA++

ดูรายละเอียดได้ที่ Lazada

ราคา 1,390 บาท

สารสกัดจากธรรมชาติ ช่วยคงความชุ่มชื้น พร้อมเผยผิวโกลว์

หลายคนคงคุ้นชื่อแบรนด์นี้ดี แต่นอกจากลิปสติกแล้ว เขายังมีครีมรองพื้นที่น่าสนใจอีกด้วยค่ะ โดยรุ่นนี้ถือเป็นอีกรุ่นที่สาวผิวผสมหรือผิวแห้งน่าจะชื่นชอบ เพราะมีกลีเซอรีน, น้ำมันคาเมลเลียและน้ำมันมะกอก คอยให้ความชุ่มชื้นกับผิว ขณะเดียวกันก็มีซิลิก้าช่วยควบคุมความมันในระดับหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีน้ำมันแครนเบอรี่ช่วยชะลอริ้วรอย พร้อมทั้งปกป้องผิวด้วยสารกันแดด SPF30 PA++

ผู้ที่ใช้จริงต่างบอกว่าเนื้อครีมเนียนนุ่ม มีน้ำมันอยู่เยอะ ให้การปกปิดสูง ได้ลุคผิวฉ่ำวาวอย่างคนมีสุขภาพดี สามารถกันน้ำกันเหงื่อได้ดี แต่เฉดสีส่วนใหญ่ค่อนข้างขาวกว่าสีผิวของคนไทยเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ควรลองสีให้ดีก่อนซื้อนะคะ

7. KMA Nourishes Foundation

7. KMA Nourishes Foundation

ดูรายละเอียดได้ที่ Lazada

ราคา 590 บาท

มีสาร Nanovita A ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น และช่วยให้ใบหน้าเรียบเนียน

ครีมรองพื้นเนื้อเนียนนุ่ม มีส่วนผสมของน้ำมันสูงและอุดมไปด้วยสาร Nanovita A กักเก็บความชุ่มชื้นใต้ชั้นผิวยาวนานตลอดทั้งวันและเติมเต็มร่องริ้วรอยหรือแผลสิวให้แลดูเรียบเนียนขึ้น ทำให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์ พร้อมปกป้องผิวจากแสงแดดด้วย SPF 30 มีเฉดสีให้เลือก 3 สี แต่ครอบคลุมโทนสีผิวของสาวไทยทั้งหมด

สาวๆที่ใช้จริงรีวิวไว้ว่าเนื้อครีมเกลี่ยง่าย ให้การปกปิดระดับกลาง-สูง ได้ฟินิชลุคค่อนข้างธรรมชาติ สามารถกันน้ำกันเหงื่อได้ดีและติดทนนานตลอดทั้งวัน แต่เนื่องจากยังเป็นรองในเรื่องการควบคุมความมัน จึงเหมาะสำหรับสาวผิวแห้งหรือสาวผิวผสม ถ้าสาวผิวมันอยากใช้จริงๆ แนะนำให้ลงไพรเมอร์ช่วยคุมมันเสียก่อนนะคะ

6. Cute Press Evory Plus Vitamin E Super Cover Foundation

6. Cute Press Evory Plus Vitamin E Super Cover Foundation

ดูรายละเอียดได้ที่ Lazada

ราคา 199 บาท

ปกปิดเนียนกริบ ได้ลุคเป็นธรรมชาติ และชุ่มชื้นด้วยวิตามิน อี

สาวๆที่มีปัญหาผิวค่อนข้างมาก รุ่นนี้อาจเป็นรุ่นที่คุณกำลังตามหาอยู่เลยค่ะ เพราะให้การปกปิดในระดับที่สูง แต่ได้ลุคเป็นธรรมชาติ ติดทนนาน เนื้อครีมเนียนนุ่มอุดมไปด้วยวิตามิน อี ช่วยคงความชุ่มชื้นให้กับผิว และสารสกัดจากโอรีซานอล ปกป้องผิวจากมลภาวะ พร้อมสารกันแดด SPF30 ให้ผิวของคุณเสมือนสวมเกราะป้องกันตลอดทั้งวัน เหมาะสำหรับสาวสภาพผิวมัน

เนื่องจากเนื้อครีมเข้มข้นมากจึงควรวอร์มก่อนใช้และทาทีละน้อยเท่านั้น โดยเริ่มจากการเบลนด์ให้กลืนไปกับผิวช้าๆ ปัจจุบันมี 2 สีให้เลือก ครอบคลุมสีผิวของคนไทย นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นคอนซีลเลอร์ได้อีกด้วย

5. Kanebo Luster Cream Foundation SPF15

5. Kanebo Luster Cream Foundation SPF15

ดูรายละเอียดได้ที่ Lazada

ราคา 1,000 บาท

ทฤษฎีสี 5R ช่วยให้ผิวเปล่งประกาย พร้อมปกปิดเรียบเนียนดูเป็นธรรมชาติ

ครีมรองพื้นที่ผสานหลายเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ความสามารถในการปกปิดระดับสูงและเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ ด้วยทฤษฎีสี 5R สีที่มีสีแดงเป็นหลัก ช่วยให้ผิวดูเปล่งประกาย แม้เทคเจอร์ครีมจะเข้มข้น แต่เมื่อทาลงไปแล้วกลับให้สัมผัสที่บางเบา ได้ฟินิชลุคผิวค่อนข้างฉ่ำวาว แลดูสุขภาพดี ระหว่างวันสีไม่ดรอป ไม่หลุดลอก กันน้ำกันเหงื่อได้ดีและติดทนนาน

นอกจากจะทำหน้าที่สร้างผิวสวยแล้ว รุ่นนี้ยังช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะภายนอกด้วยสารกันแดด SPF15 อีกด้วย ทั้งยังสามารถควบคุมความมันได้ในระดับหนึ่ง จึงเหมาะกับสาวผิวแห้งหรือผิวผสม และผู้ที่มีปัญหาผิวปานกลาง-มาก

4. Covermark Covering Foundation UV JQ

4. Covermark Covering Foundation UV JQ

ดูรายละเอียดได้ที่ Lazada

ราคา 580 บาท

ปกปิดระดับสูง กันน้ำและช่วยปกป้องจากแสงแดด

อีกหนึ่งครีมรองพื้นที่น่าสนใจ มีความพิเศษอยู่ที่ “ปกปิดระดับสูงและกันน้ำ” ดังนั้นใครที่มีปัญหาผิวมาก สภาพผิวมันหรือเหงื่อออกง่าย รุ่นนี้เป็นอีกรุ่นที่เหมาะกับคุณค่ะ ด้วยเนื้อครีมเข้มข้นช่วยอำพรางข้อบกพร่องพร้อมกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้ดี ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด สามารถควบคุมคความมันได้ปานกลาง ติดทนนาน ระหว่างวันสีไม่มีดรอป ไม่หลุดลอก

อย่างไรก็ตาม รองพื้นรุ่นนี้ต้องอาศัยทักษะในการเกลี่ยนิดนึง เพราะเนื้อข้นและแน่นมาก โดยเริ่มจากการเบลนด์ทีละน้อยๆเท่านั้น แล้วค่อยๆไล่เลเยอร์เพิ่มขึ้นเมื่อรู้สึกว่าไม่พอ ไม่เช่นนั้นหน้าของสาวๆจะดูหนาหนักเอาได้ค่ะ

3. Laura Mercier Silk Creme Moisturizing Photo Edition Foundation

3. Laura Mercier Silk Creme Moisturizing Photo Edition Foundation

ดูรายละเอียดได้ที่ Lazada

ราคา 1,950 บาท

ปกปิดแต่บางเบา พร้อมให้ความชุ่มชื่นด้วยสารสกัดจากใบคาเมลเลีย

ใครที่ตามหารองพื้นปกปิดดีแต่บางเบาเตรียมกรี๊ดรัวๆเลยค่ะ เพราะรุ่นนี้สามารถตอบโจทย์ของคุณได้ทั้งหมด ด้วยเนื้อครีมเนียนละเอียด อุดมไปด้วยสารสกัดจากใบคาเมลเลียและฮันนี่บุช ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวและให้การปกปิดในระดับกลาง-สูง ได้ฟินิชลุคผิวผ่องอย่างเป็นธรรมชาติ สามารถกันน้ำกันเหงื่อได้ดี ติดทนนานตลอดทั้งวัน ปัจจุบันมีหลายเฉดสีให้เลือก ครอบคลุมสีผิวของคนไทย

เนื้อครีมเกลี่ยง่าย แห้งไว ใช้แล้วสีกลืนไปกับผิว แต่เมื่อเปิดแล้วควรใช้ให้หมดภายใน 6 เดือน และเนื่องจากเป็นสูตรมอยเจอร์ไรส์เซอร์จึงไม่ค่อยคุมมันเท่าไรนัก เหมาะสำหรับสาวผิวแห้งมากกว่า

2. Covermark Jusme Essence Foundation

2. Covermark Jusme Essence Foundation

ดูรายละเอียดได้ที่ Lazada

ราคา 1,700 บาท

ปกปิดอย่างเป็นธรรมชาติ สูตรอีมัลชั่นติดทนนาน พร้อมให้ความชุ่มชื้น

ครีมรองพื้นสูตรอีมัลชั่นแบบ W/O (น้ำในน้ำมัน) ช่วยให้รองพื้นติดทนนานด้วยการระเหยของน้ำมันซึ่งเป็นองค์ประกอบหลัก อุดมไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น โสมเกาหลี ลิ้นจี่ ลูกเดือยและว่านหางจระเข้ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว พร้อมเทคโนโลยีสี Jusme ทำให้รองพื้นกลืนไปกับผิวอย่างเป็นธรรมชาติและเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิวดูสุขภาพดี ขณะเดียวกันก็ยังให้การปกปิดในระดับกลาง-สูง

เทคเจอร์ของครีมค่อนข้างเหลว เกลี่ยง่าย แห้งไวและไม่หนักหน้า เหมาะสำหรับสาวๆผิวแห้งหรือผิวผสมที่มีปัญหาเรื่องริ้วรอยหรือจุดด่างดำไม่มาก

1. Ver.88 Bounce Up Pack SPF50 PA+++

1. Ver.88 Bounce Up Pack SPF50 PA+++

ดูรายละเอียดได้ที่ Lazada

ราคา 790 บาท

เนื้อครีมดินน้ำมัน ปกปิดเรียบเนียน ผิวกึ่งแมทท์ ลุคเป็นธรรมชาติ

หากพูดถึงครีมรองพื้นจะต้องมีชื่อของ “แป้งดินน้ำมัน” รุ่นนี้ติดเข้าไปด้วยค่ะ เพราะถือเป็นรุ่นที่สาวๆหลายคนหลงรัก ด้วยนวัตกรรมเนื้อรองพื้นเนียนนุ่ม ไม่เหลวหรือแข็งจนเกินไป มาในแพ็กเกจแบบตลับ สะดวกต่อการใช้ สามารถพกพาไปเติมระหว่างวันโดยไม่ต้องวอร์มครีมก่อน เพียงแค่ใช้พัฟในตลับแตะรองพื้นเล็กน้อย แล้วทาหน้าก็จะได้การปกปิดระดับกลาง-สูง ฟินิชลุคผิวกึ่งแมทท์ เรียบเนียนเป็นธรรมชาติ กันน้ำกันเหงื่อได้ดีและติดทนนาน

นอกจากนี้ยังมีสารกันแดด SPF50 PA+++ ช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะที่จะเร่งให้เกิดปัญหาผิว และควบคุมความมันได้ในระดับหนึ่ง จึงเหมาะสำหรับทุกสภาพผิว

บทส่งท้าย

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับบทความดีๆที่วันนี้เรานำมาให้อ่านกัน การเลือกครีมรองพื้นดีๆสักหนึ่งชิ้นนั้นไม่ยากเลย เพียงแค่เลือกสีที่เข้ากับสีผิวของเรา คำนึงถึงการปกปิดและใส่ใจกับฟินิชลุค ซึ่งตอนนี้หลายคนก็คงจะมีรุ่นในดวงใจเรียบร้อยแล้ว ก่อนตัดสินใจซื้อก็อย่าลืมตรวจสอบความน่าเชื่อถือของร้านค้านั้นๆด้วยนะคะ เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง

สุดท้ายนี้ การหาคลีนซิ่งดีๆสักชิ้นหนึ่งก็ถือเป็นสิ่งสำคัญนะคะ เพราะไม่ว่าจะใช้รองพื้นที่ดีสักแค่ไหน แต่ถ้าเราล้างหน้าไม่สะอาด ปัญหาผิวก็จะตามมาเหมือนเดิมและอาจทวีความรุนแรงขึ้นด้วย สาวๆคงไม่อยากเป็นอย่างนั้นกันใช่ไหมเอ่ย