10 อันดับ บลัชออนปัดแก้ม ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2019

10 อันดับ บลัชออนปัดแก้ม ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018

หนึ่งในเครื่องสำอางที่สาว ๆ ต้องมีคือ “บลัชออน” เพราะช่วยเพิ่มสีสันให้กับพวงแก้ม ทำให้แลดูเป็นคนมีสุขภาพดีและที่สำคัญช่วยเปลี่ยนลุคในแต่ละวันของสาว ๆ ได้อีกด้วย การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้จึงมีความสำคัญมาก แต่คำถามต่อมาคือ “จะเลือกอย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง!?” เพราะทุกวันนี้บลัชออนมีหลายสี หลายเนื้อเหลือเกิน ถ้าเลือกผิดขึ้นมาหน้าได้พังแน่ ๆ ค่ะ!

ในครั้งนี้ผู้เขียนจึงขอแนะนำ “วิธีการเลือก” และ “10 อันดับ บลัชออนปัดแก้ม ยอดฮิตขายดี” ซึ่งผ่านการเปรียบเทียบทั้งคุณสมบัติ, รีวิวผู้ใช้จริงและราคา เพื่อให้สาว ๆ ได้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนการสั่งซื้อ ซึ่งจะน่าสนใจแค่ไหนนั้น ตามมาอ่านกันเลยค่ะสาว ๆ

สารบัญ

บลัชออนมีหน้าที่อะไร

บลัชออนมีหน้าที่อะไร

เพราะคนที่แก้มมีสีสัน หน้ามีเลือดฝาดจะแลดูเป็นคนที่ร่างกายแข็งแรง อ่อนวัย ผู้ผลิตเครื่องสำอางจึงพัฒนา “บลัชออน” ขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ช่วยเหลือสาว ๆ ให้เติมแต้มสีที่แก้มได้สมบูรณ์แบบมากขึ้น หากทาบลัชออนในปริมาณที่พอดี ไม่ว่าจะสีส้มหรือสีชมพู ก็จะให้ภาพลักษณ์ของสาวอ่อนเยาว์ สุขภาพดี หรือจะเพิ่มสีแดงเข้าไปให้แลดูเซ็กซี่น่าค้นหาก็ได้ เห็นไหมคะว่าบลัชออนเป็นไอเทมสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการแต่งหน้าเลยค่ะ

วิธีเลือกบลัชออนปัดแก้ม

หลายคนอาจจะคิดว่าวิธีการเลือกบลัชออนนั้นไม่ใช่เรื่องยาก ก็แค่เลือกสีที่ชอบหรือที่ดูแล้วเข้ากับสีผิวก็พอ แต่ในความเป็นจริงมีสิ่งที่ต้องคำนึงมากกว่านั้นอีกค่ะสาว ๆ  และเพื่อไม่ให้ชาว mybest ต้องเลือกพลาด ผู้เขียนได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาให้แล้วค่ะ

เลือกจาก “ฟินิชลุค”, “เนื้อสัมผัส (Texture)” หรือ “ความสะดวกในการใช้”

โดยทั่วไปบลัชออนมีอยู่ด้วยกัน 3 ประเภท ได้แก่ “แบบฝุ่น”, “แบบครีม” และ “แบบลิควิด” ซึ่งแต่ละประเภทมีวิธีการใช้, ฟินิชลุคและเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันออกไป สาว ๆ ควรเลือกให้เหมาะกับตัวเอง เพื่อให้ได้ลุคที่สมบูรณ์แบบที่สุดนะคะ

แบบฝุ่น : ฟินิชลุคผิวแมตต์ สามารถใช้แปรงปัดหรือนิ้วทาก็ได้

แบบฝุ่น : ฟินิชลุคผิวแมตต์ สามารถใช้แปรงปัดหรือนิ้วทาก็ได้

ถือเป็นประเภทของบลัชออนยอดฮิตที่แบรนด์เครื่องสำอางมักจะผลิตออกมาจำหน่ายค่ะ ลักษณะเด่นคือสามารถใช้ได้ง่าย ได้ฟินิชลุคแบบแมตต์ ต่อให้เป็นสาวผิวมันมากแค่ไหนใช้ยังไงก็รอด เพราะเนื้อบลัชออนไม่ทำให้ผิวของคุณดูแวววาวมากขึ้น (สำหรับแบบที่ไม่ผสมชิมเมอร์) ที่สำคัญบลัชออนประเภทนี้ยังมีสีให้เลือกมากมายอีกด้วย

อย่างไรก็ตามแม้ว่าบลัชออนประเภทนี้จะทนทานต่อความมันแต่กับเหงื่อหรือน้ำคุณเขาสู้ไม่ไหวนะคะ สามารถหลุดหรือจางง่ายมาก นอกจากนี้ยังควรใช้แปรงในการปัดโดยเลือกแปรงที่ขนนุ่มอ่อนโยนต่อผิวมากที่สุด ปัดเบา ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวถูกเสียดสีจนระคายเคืองค่ะ

แบบครีม : ฟินิชลุคผิวฉ่ำวาว ติดทนนานและสีสวย

แบบครีม : ฟินิชลุคผิวฉ่ำวาว ติดทนนานและสีสวย

เนื้อครีมมีความชุ่มชื้นอยู่สูง ทำให้ฟินิชลุคดูฉ่ำวาว บางเบาสบายผิว ที่สำคัญยังติดทนนาน เบลนด์แล้วสีสวยและใช้งานง่าย เพียงแค่ใช้นิ้วเกลี่ยไปกับผิวอย่างช้า ๆ เท่านี้แก้มของคุณก็จะดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติแล้ว เหมาะสำหรับสาวผิวแห้ง แต่สาวผิวมันก็อย่าเพิ่งเสียใจนะคะ คุณสามารถใช้ได้ด้วยเหมือนกันเพียงแต่ต้องระวังถ้าทาเยอะเกินไปอาจจะเป็นคราบได้

Tip : หลังจากใช้แบบครีมแล้ว ให้ปัดแบบฝุ่นทับอีกทีหนึ่ง จะทำให้สีชัดเจนติดทนนานมากยิ่งขึ้น

แบบลิควิด : ฟินิชลุคเป็นธรรมชาติ/ต้องอาศัยทักษะในการใช้

แบบลิควิด : ฟินิชลุคเป็นธรรมชาติ/ต้องอาศัยทักษะในการใช้

สาวสายเกาจะต้องชอบบลัชออนประเภทนี้ค่ะ เพราะให้ฟินิชลุคที่เป็นธรรมชาติที่สุดในบรรดาเนื้อบลัชออนทั้งหมด แก้มของคุณจะดูมีเลือดฝาด แถมยังฉ่ำวาวเล็กน้อยราวกับคนมีสุขภาพดีมาจากภายใน นอกจากนี้เนื้อลิควิดยังออกสีบนพวงแก้มได้ชัดเจน ไม่ต้องทาย้ำหลายครั้ง

อย่างไรก็ตาม เนื้อบลัชออนประเภทนี้ค่อนข้างไม่ทนเหงื่อจึงควรเลี่ยงในวันที่คุณต้องออกกำลังกายหรือช่วงหน้าร้อน ยิ่งไปกว่านั้นยังเบลนด์สียาก ต้องอาศัยทักษะ จึงไม่เหมาะสำหรับมือใหม่

Tip : ควรเริ่มใช้ทีละน้อยแล้วรีบเกลี่ยให้เร็วที่สุด เพราะเนื้อครีมแห้งไวและเป็นปื้นสีได้ง่ายหากใช้เยอะมากเกินไป

เลือกเฉดสีที่เข้ากับสีผิวและลุคที่ต้องการ

เลือกเฉดสีที่เข้ากับสีผิวของคุณ

ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่สาว ๆ ใส่ใจ เพราะลุคของเราจะสวยหรือไม่ขึ้นอยู่กับ “สี” นี่แหละค่ะ ซึ่งแต่ละโทนก็จะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป ให้สาว ๆ เลือกตามบรรยากาศที่ต้องการและถ้ายิ่งแมทช์กับสีเสื้อผ้าของคุณด้วยแล้วล่ะก็ยิ่งเพอร์เฟ็คเลยค่ะ

  • โทนสีชมพู : ดูน่ารักใส ๆ
  • โทนสีกุหลาบ : สุขุมนุ่มลึก เป็นผู้ใหญ่
  • โทนสีแดง : ให้ความรู้สึกเซ็กซี่น่าค้นหา
  • โทนสีส้ม : สดใสร่าเริง กระตือรือร้น
  • โทนสีส้มนู้ด : เป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาเล็กน้อย
  • โทนสีเบจ : เป็นธรรมชาติ เหมือนผิวสุขภาพดีจากภายใน

อย่างไรก็ตาม อย่าลืมเลือกให้ตรงกับสกินโทนของตัวเองด้วยนะคะ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 โทน ได่แก่ โทนเหลืองและน้ำเงิน ถ้าอันเดอร์โทนของเราเป็นสีเหลือง ให้เลือกบลัชออนโทนอุ่นอมส้ม แต่ถ้าเป็นสีน้ำเงินให้เลือกใช้สีโทนชมพูอมม่วง

Tip : วิธีตรวจดูสกินโทนของตัวเอง ให้สาว ๆ ยืนท่ามกลางแสงธรรมชาติ พลิกข้อมือของตัวเองขึ้นดูเส้นเลือด ถ้าเส้นเลือดเป็นสีน้ำเงินหรือม่วง = สกินโทนสีน้ำเงิน (Cool Tone) แต่ถ้าเส้นเลือดเป็นสีเขียว = สกินโทนสีเหลือง (Warm Tone)

เลือกจากการ “ทดลองด้วยตัวเอง”, “ความอ่อนโยนต่อผิว” และ “เบลนด์สีง่าย”

เลือกจากการ "ทดลองด้วยตัวเอง", "ความอ่อนโยนต่อผิว" และ "เบลนด์สีง่าย"

เพราะการแต่งหน้าคือการเสริมบุคลิกให้ดูดีขึ้น ดังนั้น “ความเป็นธรรมชาติของเนื้อบลัชออน”, “ปัดแล้วอ่อนโยนต่อผิวไหม” และ “เบลนด์สีง่ายหรือเปล่า” จึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่สาว ๆ จะต้องคำนึงถึง ซึ่งเราไม่มีทางตอบคำถามเหล่านี้ได้เลย หากไม่ทดสอบด้วยตัวเองหรืออ่านจากรีวิวต่าง ๆ เพราะฉะนั้นก่อนการซื้อ สาว ๆ อย่าลืมหาข้อมูลของสินค้านั้น ๆ ให้ดีนะคะ

เลือกจากราคาของผลิตภัณฑ์และความหลากหลายของสี

เลือกจากราคาของผลิตภัณฑ์

ของถูกและดีมีในโลก แต่สำหรับเครื่องสำอางต้องเลือกกันสักนิดนึงค่ะ เพราะเป็นสิ่งที่ต้องใช้กับผิวของเราโดยตรง ซึ่งโดยทั่วไปบลัชออนที่มีราคาถูกมักจะมีไม่กี่สีและมักเป็นโทนสีทั่วไป แต่ถ้าแบรนด์ Hi-End สีสันจะมีให้เลือกเยอะกว่า

อย่างไรก็ตาม “ของถูก” ไม่ได้หมายความว่าไม่ดีหรือเป็นอันตรายต่อผิวนะคะ หากคุณชอบสีสันและลองทดสอบคุณสมบัติต่าง ๆ ดูแล้วว่าเหมาะกับตัวเอง การเลือกซื้อของที่ถูกกว่าก็เป็นการประหยัดงบไปได้เยอะเลยล่ะค่ะ คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับสาว ๆ แล้วว่าต้องการลุคแบบไหน

10 อันดับ บลัชออนปัดแก้ม ยี่ห้อไหนดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

ลำดับต่อไปผู้เขียนจะขอแนะนำผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ต่าง ๆ ทั้งราคาถูกและแพง ที่สาว ๆ ให้การยอมรับ เพื่อให้ชาว mybest ได้ลองเลือกสิ่งที่ดีที่สุดกับตัวเองและเป็นข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อกันนะคะ มาดูกันเลยดีกว่าค่ะว่าจะมียี่ห้อไหนดี ยี่ห้อไหนดังกันบ้าง

10.  e.l.f Studio HD Blush

10. e.l.f Studio HD Blush

ดูรายละเอียดได้ที่ Lazada

ราคา 379 บาท

สีสวยเป็นธรรมชาติ เนื้อครีมผสมวิตามินอี ช่วยให้ใบหน้าชุ่มชื้น

ประเดิมกันด้วยบลัชออนเนื้อครีม ยี่ห้อนี้ค่อนข้างได้รับความนิยมเพราะสีสวย ออกระเรื่อ ๆ อมเลือดฝาดนิด ๆ เนื้อครีมเข้มข้นสูตรผสานวิตามินอี ช่วยให้ใบหน้าชุ่มชื้น ใช้แล้วไม่แห้งตึงจนเกินไป ทาแล้วสีกลืนไปกับผิว แลดูเป็นธรรมชาติ กันน้ำกันเหงื่อได้ดี ทนต่อความมัน ระหว่างวันไม่มีหลุดและติดทนนาน

ข้อเสียของบลัชออกยี่ห้อนี้คือ เฉดสียังมีให้เลือกน้อยและเนื้อครีมค่อนข้างหนัก ควรกดออกมาใช้ทีละน้อยเท่านั้น แล้วค่อย ๆ สร้างเลเยอร์ของสีอย่างช้า ๆ เหมาะสำหรับผู้ที่มีทักษะพอสมควร ไม่เช่นนั้นพวงแก้มอาจจะดูเป็นปื้นสีได้

ชนิดบลัชออน แบบครีม
ปริมาณบรรจุ 15 ml

9. Glossier Cloud Paint

9. Glossier Cloud Paint

ดูรายละเอียดได้ที่ Lazada

ราคา 769 บาท

บลัชเนื้อครีมเจล แต่งเติมหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ

บลัชออนที่มาในหลอดเก๋ไก๋เหมือนอุปกรณ์วาดภาพ มีเนื้อเจลครีมที่บางเบา เกลี่ยง่าย เหมาะสำหรับคนที่ชอบใช้นิ้วลงบลัชและต้องการลุคที่เป็นธรรมชาติ เฉดสีได้แรงบันดาลใจมาจากแสงพระอาทิตย์ตกที่นิวยอร์คที่สวยแบบอบอุ่นมีระดับ เนื้อครีมยังผสมคอลลาเจนช่วยรักษาให้ผิวอ่อนเยาและไม่ผสมสารกันบูดให้ระคายเคืองอีกด้วย

เสียดายอย่างเดียวคือ Glossier แม้จะมีชื่อฮือฮาในต่างประเทศ แต่ยังไม่มีร้านใหญ่ ๆ ในบ้านเราก็เลยอาจจะหาซื้อกันยากสักหน่อย แต่ว่าถ้าร้านออนไลน์ก็จะมีขายบ้าง อย่างที่เราหามาให้นี่แหละค่ะ ถ้าสนใจก็กดลิ้งก์ได้เลยอย่ารอช้า

ชนิดบลัชออน แบบครีม
ปริมาณบรรจุ 10 ml

8. Canmake Glow Fleur Cheeks

8. Canmake Glow Fleur Cheeks

ดูรายละเอียดได้ที่ Lazada

ราคา 380 บาท

บลัชออนไล่สี ปัดแล้วได้ลุคละมุนเป็นธรรมชาติ

แน่นอนว่าถ้าพูดถึงบทความแนะนำบลัชออนจะต้องมีแบรนด์นี้ติดอยู่เสมอ เพราะแต่ละสีของบลัชออนไล่ระดับกัน เมื่อปัดแล้วจึงได้สีที่ละมุน แถมเม็ดสียังนุ่มนวลอ่อนหวาน เหมาะกับสาวที่อยากได้ลุคร่าเริงสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ มาพร้อมกับชิมเมอร์เล็กละเอียด ทำให้ใบหน้าของคุณเปล่งประกายและมีมิติ ระหว่างวันสีไม่ดรอป ติดทนในระดับหนึ่ง

แม้ว่ายี่ห้อนี้จะมีราคาค่อนข้างถูกซึ่งเป็นจุดเด่นของ Canmake แต่กลับมีสีให้เลือกถึง 8 สี ตอบโจทย์สาวไทยทุกคน ที่สำคัญในหีบห่อยังมาพร้อมกับแปรงปัดขนนุ่ม ช่วยให้ใช้งานสะดวกขึ้น

ชนิดบลัชออน แบบฝุ่น
ปริมาณบรรจุ 6.3 g

7. Sleek MakeUP Blush

7. Sleek MakeUP Blush

ดูรายละเอียดได้ที่ Lazada

ราคา 450 บาท

เพิ่มเลเยอร์ได้โดยไม่เป็นปื้น ปัดแล้วบางเบาเป็นธรรมชาติ

ยี่ห้อนี้ถือเป็นหนึ่งในลูกรักของสาว ๆ หลายคนเลยค่ะ เพราะเนื้อนุ่ม โทนสีละมุน เม็ดสีชัด ใช้นิดเดียวก็เพียงพอ สามารถเพิ่มเลเยอร์ได้โดยไม่เป็นปื้น ปัดแล้วบางเบาเป็นธรรมชาติ มีหลายเฉดสีและหลาย Texture ให้เลือก ทั้งแบบแมตต์และแบบเชียร์ (ผสมชิมเมอร์) สำหรับสาวผิวแห้งและผิวผสมจะติดทนนานเป็นพิเศษ ส่วนสาวผิวมันช่วงเย็นอาจต้องปัดซ้ำหรือควรทาไพรเมอร์ควบคุมความมันก่อนแต่งหน้า

แพ็กเกจหรูหรามาพร้อมกระจก สามารถพกพาไปเติมระหว่างวันได้ ให้ปริมาณค่อนข้างเยอะเมื่อเทียบกับราคา ข้อดีเยอะแบบนี้จึงถือว่าเป็นอีกยี่ห้อที่คุ้มค่าแก่การซื้อมาครอบครอง

ชนิดบลัชออน แบบฝุ่น
ปริมาณบรรจุ 8 g

6. IN2IT Sheer Shimmer Blush

6. IN2IT Sheer Shimmer Blush

ดูรายละเอียดได้ที่ Lazada

ราคา 159 บาท

ผสมวิตามินอี เพิ่มความชุ่มชื้น เนื้อชิมเมอร์ละเอียด ได้ฟินิชลุคผิวบ่มแดด

บลัชออนแบบฝุ่นจาก IN2IT เป็นอีกหนึ่งไอเทมที่ได้รับความนิยมมาก ด้วยเนื้อละเอียดผสมชิมเมอร์ ช่วยกระจายแสงให้ผิว แต่ไม่แวววาวมากจนดูมัน ได้ฟินิชลุคผิวบ่มแดด แลดูมีสุขภาพดี เม็ดสีชัด สีละมุนเป็นธรรมชาติ ปัดแล้วไม่บาดผิว กันน้ำกันเหงื่อและติดทนนานในระดับหนึ่ง นอกจากนี้ เนื้อบลัชยังผสมวิตามินอี ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว

ถึงจะมีราคาถูกแต่ยี่ห้อนี้กลับมีเฉดสีให้เลือกเยอะ ซึ่งครอบคลุมความชอบของสาวไทย เหมาะสำหรับสาวผิวแห้งหรือผิวผสม ส่วนสาวผิวมันถ้าอยากใช้จริง ๆ แนะนำให้ปัดแต่น้อย ๆ และอย่าลืมลงไพรเมอร์ควบคุมความมันก่อนแต่งหน้าด้วยนะคะ เพื่อยืดความคงทนของเนื้อบลัช

ชนิดบลัชออน แบบฝุ่น
ปริมาณบรรจุ 4 g

5. Majolica Majorca Cream De Cheek

5. Majolica Majorca Cream De Cheek

ดูรายละเอียดได้ที่ Lazada

ราคา 350 บาท

ครีมบลัชกึ่งลิควิด สีสวย เกลี่ยง่าย แห้งไวและชุ่มชื้น

สำหรับสาวคนไหนที่อยากใช้ลิควิดบลัช แต่ก็กลัวว่าจะเกลี่ยไม่เป็น ยี่ห้อนี้อาจเหมาะสำหรับคุณค่ะ เพราะแม้จะเป็นเนื้อครีมแต่มีลักษณะค่อนข้างเหลว ให้สัมผัสเหมือนเจลมากกว่า ทำให้เกลี่ยง่ายและเบลนด์สีได้เป็นธรรมชาติ ส่วนเรื่องเม็ดสีค่อนข้างชัดเจน กันน้ำกันเหงื่อได้ดี ไม่เป็นคราบ สีติดทนนานตลอดทั้งวันและยังมีหลายเฉดให้เลือกอีกด้วย

เนื้อครีมอุดมไปด้วยสารสกัดจากน้ำมันแมคคาเดเมียและวิตามินอี ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว และถูกพัฒนาด้วยเทคโนโลยี Thickening Oil Base ทำให้เนื้อครีมแห้งเร็ว จึงเหมาะสำหรับทุกสภาพผิว

ชนิดบลัชออน แบบลิควิด
ปริมาณบรรจุ 5.4 ml

4. MAC Powder Blush

4. MAC Powder Blush

ดูรายละเอียดได้ที่ Lazada

ราคา 1,120 บาท

เม็ดสีชัดเจน ปัดแล้วเป็นธรรมชาติ มีหลายสี หลาย Texture ให้เลือก

บลัชออนตัวนี้จาก MAC เป็นอีกตัวหนึ่งที่มักจะติดอันดับในบทความแนะนำบลัชออนอยู่เสมอ ด้วยเนื้อแป้งฝุ่น ให้สัมผัสเนียนนุ่ม เม็ดสีชัดเจน มีให้เลือกหลากหลายเฉดและเนื้อสัมผัส ทั้งแบบแมตต์ ซาตินและเชียร์ ผ่านการทดสอบแล้วว่าไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง ปัดแล้วสีสวยเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องใช้ในปริมาณเยอะ

อย่างไรก็ตาม สำหรับสาวผิวมัน ควรเลือก Texture แบบแมตต์ เพื่อไม่เป็นการเน้นความมันบนใบหน้าและอย่าลืมลงไพรเมอร์ควบคุมความมันก่อนปัดแก้ม เพื่อให้เม็ดสีคงทนนานขึ้น

ชนิดบลัชออน แบบฝุ่น
ปริมาณบรรจุ 6 g

3. NYX Professional Makeup Ombre Blush

3. NYX Professional Makeup Ombre Blush

ดูรายละเอียดได้ที่ Lazada

ราคา 499 บาท

สีแบบออมเบร สวยเป็นธรรมชาติ อย่างมีมิติ

ช่วงนี้สีแบบออมเบรหรือการไล่สีถือว่าเป็นเทรนด์กำลังฮิตอย่างหนึ่งในเครื่องสำอางหลายแบรนด์ หนึ่งในบลัชออนแบบไล่สีที่เราจะขอแนะนำในวันนี้คือ บลัชของ NYX แบรนด์คุณภาพดีราคาประหยัด ที่มีหลายเฉดสวยให้สาว ๆ เลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว

ในหนึ่งตลับจะเบลนด์ไล่ 2 สีทำให้เมื่อทาออกมาแล้วหน้าดูมีมิติได้ง่าย ๆ ได้ฟินิชลุคแบบโกลว์ดูสุขภาพดี และด้วยความที่เกลี่ยง่าย เนื้อบลัชบางเบาแต่ออกสีชัด แค่ทานิดเดียวสาว ๆ ก็ได้ลุคที่ต้องการอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะกับใครที่ต้องการเพิ่มลูกเล่นให้ลุคเมคอัพค่ะ

ชนิดบลัชออน แบบฝุ่น
ปริมาณบรรจุ 8 g

2. NARS Blush

2. NARS Blush

ดูรายละเอียดได้ที่ Lazada

ราคา 1,250 บาท

สีชัด ติดทนนาน มีหลายเฉดสีและหลาย Texture ให้เลือก

ฮอตฮิตตลอดกาลกับบลัชออนจาก NARS จุดเด่นอยู่ที่เม็ดสีชัด โทนสีเป็นธรรมชาติ เนื้อฝุ่นนุ่มละมุนและบางเบา ปัดแล้วไม่บาดหน้า ได้ฟินิชลุคเป็นธรรมชาติ สามารถเพิ่มเลเยอร์ของสีได้โดยไม่เป็นปื้น กันน้ำกันเหงื่อได้ดี ทนความมันได้ในระดับหนึ่ง ระหว่างวันสีไม่จืดจางและติดทนนานตลอดทั้งวัน

จุดเด่นอีกข้อหนึ่งของยี่ห้อนี้ คือ มีหลายเฉดสีและหลาย Texture ให้เลือก ทั้งแบบแมตต์ เชียร์และชิมเมอร์ ซึ่งแต่ละแบบสามารถสร้างลุคนั้น ๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ จึงตอบโจทย์สาว ๆ ได้ทุกคน ถือเป็นอีกไอเทมที่น่าสนใจไม่น้อยเลยค่ะ

ชนิดบลัชออน แบบฝุ่น
ปริมาณบรรจุ 4.8 g

1. MAYBELLINE NEW YORK FIT ME BLUSH

1. MAYBELLINE NEW YORK FIT ME BLUSH

ดูรายละเอียดได้ที่ Lazada

ราคา 249 บาท

เนื้อแมตต์ละมุน ปัดง่าย ได้ใจคนไทยทั่วทุกทิศ

บลัชออนที่ถือว่าอยู่ในดวงใจของสาว ๆ หลายคนและส่วนใหญ่มักจะเป็นชิ้นแรก ๆ ที่ซื้อด้วย เพราะเนื้อเป็นแบบแมตต์ให้สัมผัสนุ่มละมุนและบางเบา ทำให้ปัดง่ายและไม่ทำให้หน้ามัน สามารถเพิ่มเลเยอร์ได้เมื่อรู้สึกว่าสีไม่เข้มพอ

ส่วนเรื่องโทนสี สาว ๆ ชมกันแทบทุกคนว่าสวยและค่อนข้างสดใสเป็นธรรมชาติ ให้ฟินิชลุคผิวสุขภาพดี ครอบคลุมรสนิยมของสาวไทยและทุกสภาพผิว เหมาะกับการทาไปเรียน ไปทำงานในชีวิตประจำวัน ที่สำคัญราคาของบลัชยี่ห้อนี้ยังย่อมเยา สาว ๆ นักเรียนนักศึกษาก็ใช้ได้ไม่ต้องกังวล ปริมาณเยอะและมีแพ็กเกจที่ใช้งานง่ายอีกด้วย

ชนิดบลัชออน แบบฝุ่น
ปริมาณบรรจุ 4.5 g

“รูปหน้า” “อายุ” กับการลงบลัชออน

"รูปหน้า" "อายุ" กับการลงบลัชออน

วิธีการลงบลัชออนให้สวยนั้นต้องสัมพันธ์กับรูปหน้า และเกี่ยวข้องกับอายุด้วยนะคะ เราขอแนะนำการลงบลัชออนที่ถูกต้องให้สาว ๆ เข้าใจได้ง่าย ๆ ดังนี้เลยค่ะ

  • สาวหน้ากลม : ให้ทาบนจุดที่สูงที่สุดของโหนกแก้ม ไล่ไปที่ขมับ
  • สาวหน้ายาว : ให้ทาต่ำกว่าโหนกแก้ม ปาดเป็นทางยาวไปด้านข้าง
  • สาวหน้ารูปหัวใจ : ให้ทากลางโหนกแก้ม วนเป็นทรงกลม
  • สาวหน้าเหลี่ยม : ให้ทาจากกลางโหนกแก้ม ปาดเป็นวงรีไปที่ขมับ และทาบาง ๆ ตรงบริเวณกรามด้วย

ถ้าทาบลัชออนต่ำเกินไปก็จะทำให้ดูแก้มตก เหมือนคนมีอายุได้ค่ะ ดังนั้นการลงบลัชออนตรงโหนกแก้มด้านบน ๆ หน่อยแล้วปาดไปที่หางตา จะได้ผลเหมือนการยกหน้าให้สูงขึ้น เป็นการลิฟท์หน้าให้ดูอ่อนวัยได้ด้วยนะคะ

บทส่งท้าย

ตอนนี้หลายคนก็คงจะรู้แล้วว่าการเลือกบลัชออนไม่ได้คำนึงถึงสีเพียงอย่างเดียว เพราะต้องใส่ใจกับฟินิชลุคและความยากง่ายในการใช้งาน ดังนั้นการเลือกบลัชออนจาก 10 อันดับสินค้าที่ผู้เขียนแนะนำจึงอาจไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด แต่สาว ๆ ควรเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด เพื่อให้ลุคของเราดูสมบูรณ์แบบนะคะ

เมื่อได้ผลิตภัณฑ์ที่ถูกใจกันไปแล้ว อย่าลืมหาแปรงหรือฟองน้ำดี ๆ สักชิ้นหนึ่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของบลัชออนและเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหน้าถูกนิ้วมือหรือแปรงขนแข็งเสียดสีจนระคายเคืองเอาได้ โดยปัดให้เข้ากับรูปหน้า

Popular Posts