10 อันดับ เป้อุ้มเด็ก ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2019

10 อันดับ เป้อุ้มเด็ก ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018

สมัยนี้ แทนที่จะมานั่งเหมื่อยหลังหรือเมื่อยแขนเวลาที่อุ้มลูกน้อยเป็นเวลานาน คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ได้เริ่มหันมาใช้เป้อุ้มเด็กกันมากขึ้น เนื่องจากใช้งานสะดวกสบาย เคลื่อนไหวได้คล่องตัว ไม่ต้องแบกรถเข็นให้เป็นภาระ ซึ่งปัจจุบันเป้อุ้มเด็กที่เป็นที่นิยมในเมืองไทยก็มีหลายแบรนด์หลายยี่ห้อให้เลือกซื้อ เช่น Aprica, BABYBJORN แถมแต่ละแบรนด์ยังดีไซน์ผลิตภัณฑ์ให้มีลักษณะการใช้งานที่หลากหลายตามความถนัดของเหล่าคุณพ่อคุณแม่ไม่ว่าจะอุ้มด้านหน้า อุ้มเข้าสะโพกหรือแม้กระทั่งสะพายหลัง ทำเอาคุณพ่อคุณแม่มือใหม่หลายท่านสับสนอย่างแน่นอนว่าควรเลือกซื้อเป้อุ้มเด็กอย่างไรถึงจะได้สิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกน้อย

บทความในครั้งนี้ ผู้เขียนจึงขอกล่าวถึงวิธีการเลือกเป้อุ้มเด็ก แนะนำเป้อุ้มเด็กยอดฮิตขายดีที่สามารถซื้อออนไลน์ได้และสุดท้ายอธิบายเกี่ยวกับข้อดีของเป้อุ้มเด็กลักษณะต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลดีๆ ในการเลือกซื้อเป้อุ้มเด็กสักชิ้น หวังว่าจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่โดยเฉพาะท่านที่เป็นมือใหม่เพิ่งมีลูกคนแรกเลือกเป้อุ้มเด็กที่มีคุณภาพดีให้แก่ลูกน้อยได้นะคะ

สารบัญ

วิธีการเลือกเป้อุ้มเด็ก

ถัดจากนี้เราจะแนะนำวิธีการเลือกเป้อุ้มเด็กและตอบคำถามที่เหล่าคุณพ่อคุณแม่มือใหม่สงสัย เช่น ใช้เป้อุ้มเด็กเมื่อไหร่ ใช้จนลูกน้อยอายุกี่ขวบ ใช้ยังไง เป็นต้น จะน่าสนใจแค่ไหนนั้นไปติดตามอ่านกันได้เลยค่ะ

เลือกตามลักษณะการใช้งาน

เป้อุ้มเด็กเมื่อแบ่งตามลักษณะการใช้งานใหญ่ๆ แล้วจะแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ แบบสะพายและแบบสลิง (เปล) ซึ่งทั้งสองประเภทนี้จะแตกต่างกันอย่างไร เราได้อธิบายไว้ด้านล่างนี้แล้วค่ะ

แบบสะพาย:เปลี่ยนท่าทางการอุ้มได้หลากหลาย เหมาะกับหลายสถานการณ์

แบบสะพาย:เปลี่ยนท่าทางการอุ้มได้หลากหลาย เหมาะกับหลายสถานการณ์

เป้อุ้มเด็กแบบสะพายมีจุดเด่นที่ความคงทนแข็งแรง อีกทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนท่าทางการอุ้มทารกได้หลายท่าในใบเดียว โดยมีทั้งท่าอุ้มทารกหันหน้าเข้าหาตัวผู้อุ้ม, อุ้มในท่านอน, อุ้มทารกหันหน้าออกด้านหน้า, อุ้มเข้าสะโพกและสะพายหลัง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป้อุ้มเด็กแบบสะพายที่วางขายอยู่จะเปลี่ยนท่าทางการอุ้มได้ 3 ถึง 5 ท่า เรียกได้ว่ารองรับการใช้งานได้หลากหลายสถานการณ์และเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้อุ้มมากเลยทีเดียว

นอกจากนี้บางรุ่นบางยี่ห้อยังมีสายรองตรงบริเวณสะโพก จึงช่วยถ่ายเทน้ำหนักของทารกจากบริเวณบ่าไปยังสะโพกของผู้อุ้มได้ ทำให้อุ้มทารกได้นานขึ้นโดยที่ร่างกายไม่รู้สึกเมื่อยล้า เหมาะอย่างยิ่งกับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ที่มีปัญหาปวดแขน ปวดไหล่เวลาอุ้มลูกน้อยนานๆ

อย่างไรก็ตามด้วยรูปแบบการใช้งานที่ปรับท่าทางการอุ้มได้หลากหลาย จึงทำให้เป้มีขนาดใหญ่ พับเก็บได้ยากและพกพาไม่สะดวก เหมาะสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ใช้วิธีการเดินบ่อยๆ เวลาออกนอกบ้านหรือตอนไปเที่ยวต่างประเทศ

แบบสลิง (เปล):ถอดง่าย เหมาะแก่การพกพา สะดวกในการให้นม

แบบสลิง (เปล):ถอดง่าย เหมาะแก่การพกพา สะดวกในการให้นม

เป้อุ้มเด็กแบบสลิง (เปล) เป็นเป้ที่มีลักษณะเป็นผ้าห่อหุ้มตัวทารกเอาไว้ ไม่มีฟองน้ำนิ่มๆ ซัพพอร์ตเหมือนเป้อุ้มเด็กแบบสะพาย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้มือของผู้อุ้มเป็นตัวซัพพอร์ต ส่วนในด้านดีไซน์นั้นหากเทียบกับเป้อุ้มเด็กแบบสะพายแล้ว มักดูสวยงามเรียบง่ายกว่า จุดเด่นของเป้ชนิดนี้ คือสะดวกต่อการให้นมลูก จึงเหมาะสำหรับคุณแม่ลูกอ่อนที่อยู่ในระยะให้นมค่ะ

นอกจากจุดเด่นที่กล่าวไปแล้ว เป้แบบสลิงยังสามารถพับให้มีขนาดเล็กได้ คุณจึงพกไว้ในถุงย่ามหรือพกติดไปในเบบี้คาร์ได้อย่างสะดวก แต่อย่างไรก็ตามหากใช้เป้อุ้มเด็กชนิดนี้ไม่ถูกวิธี อาจเป็นอันตรายต่อทารกได้ เช่น เกิดการเคลื่อนที่ของกระดูกสะโพกของทารก ทารกหายใจไม่ออกหรือทำทารกลื่นหล่น ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรใช้งานอย่างระมัดระวังและศึกษาคู่มือการใช้ให้ระเอียดรอบคอบ

เลือกการใช้งานตามอายุเด็ก

เลือกการใช้งานตามอายุเด็ก

เป้อุ้มเด็กจะเริ่มใช้ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่นั้น ให้ดูจากอายุของเด็ก สำหรับทารกแรกเกิด ให้เลือกเป้อุ้มเด็กชนิดนอนราบเนื่องจากคอของทารกวัยนี้ยังไม่แข็ง หากคุณแม่ไม่ได้มีโอกาสที่ต้องพาลูกน้อยออกไปข้างนอกบ่อย แนะนำว่าให้รอจนลูกชันคอได้ก่อน ซึ่งจะมีอายุราวๆ 3 เดือน แล้วค่อยซื้อเป้ที่ใช้กับเด็กอายุ 3 เดือนจะคุ้มค่ากว่า

มาถึงตรงนี้ พ่อแม่หลายๆ ท่านคงจะคิดว่าทำไมไม่ซื้อแบบที่ใช้งานได้จนถึงตอนลูกอายุ 3 ขวบเลยล่ะ จะได้ประหยัดเงินตั้งแต่ครั้งแรก แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องไม่ลืมว่าในขณะเดียวกันทารกก็มีขนาดตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ตามระยะเวลา ส่งผลให้ท่าทางในการอุ้มต้องเปลี่ยนแปลงไปด้วย เป้ที่คิดว่าใช้งานได้นานอาจไม่ได้สัดส่วนกับขนาดของลูกเมื่อเวลาผ่านไป ดังนั้นเพื่อให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยต่อตัวเด็ก ผู้เขียนแนะนำให้ซื้อเป้อุ้มเด็กตามอายุและขนาดของเด็กจะดีกว่า

เลือกเป้อุ้มเด็กที่คุณแม่ใช้งานถนัด

เลือกเป้อุ้มเด็กที่คุณแม่ใช้งานถนัด

ลักษณะท่าทางในการอุ้มของเป้อุ้มเด็กแบ่งได้ออกเป็น 5 ท่าทางด้วยกัน

  • อุ้มแนวนอน (แบบนอนราบ)
  • อุ้มแนวตั้งแบบหันหน้าทารกเข้าหาผู้อุ้ม
  • อุ้มแนวตั้งแบบหันหน้าทารกออกทางด้านหน้า
  • อุ้มเข้าสะโพก
  • สะพายหลัง

เป้อุ้มเด็กที่ขายอยู่ตามท้องตลาดจะมีท่าทางการอุ้มที่แตกต่างกัน คุณแม่จึงควรเลือกเป้อุ้มเด็กที่รองรับท่าทางการอุ้มในแบบที่คุณแม่ถนัด โดยเฉพาะเป้อุ้มเด็กสำหรับทารกแรกเกิดจะแบ่งออกเป็น 2 ท่าทางคือ อุ้มแนวนอนและแนวตั้ง ผู้อุ้มต้องศึกษารายละเอียดของสินค้าให้ดีและใช้งานด้วยความระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุกับลูกน้อยของคุณ

บทความหลังจากนี้ได้อธิบายถึงลักษณะจุดเด่นต่างๆ ซึ่งผู้เขียนคิดว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับพ่อแม่มือใหม่

เลือกเป้อุ้มเด็กที่ปรับขนาดได้หลากหลาย เพื่อให้คุณพ่อใช้งานได้ด้วย

เลือกเป้อุ้มเด็กที่ปรับขนาดได้หลากหลาย เพื่อให้คุณพ่อใช้งานได้ด้วย

เป้อุ้มเด็กส่วนใหญ่จะปรับขนาดได้เพื่อให้มีขนาดที่เหมาะสมกับผู้อุ้มเนื่องจากส่วนสูงและลักษณะร่างกายของแต่ละคนต่างกัน ทั้งนี้จะปรับได้มากน้อยนั้นก็ขึ้นอยู่กับรุ่นและยี่ห้อ แต่หากคุณแม่ท่านไหนมีแผนว่าจะซื้อไปใช้งานร่วมกับคุณพ่อด้วย แนะนำให้เลือกซื้อเป้ที่ปรับขนาดได้มากๆ เพราะผู้ชายมักมีสัดส่วนและโครงร่างที่ใหญ่กว่าผู้หญิงค่อนข้างเยอะ หากซื้อที่ปรับขนาดได้น้อย คุณพ่ออาจเกิดอาการเจ็บหรือไม่สบายตัวขณะอุ้มเด็ก ทำให้ใช้งานได้ไม่คุ้มค่าเอาได้

เลือกเป้อุ้มเด็กที่วัสดุเป็นตาข่ายจะช่วยระบายอากาศได้ดี

เลือกเป้อุ้มเด็กที่วัสดุเป็นตาข่ายจะช่วยระบายอากาศได้ดี

เด็กทารกจะมีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่าผู้ใหญ่และมีเหงื่อออกง่ายกว่า ยิ่งเมืองร้อนแบบบ้านเราด้วยแล้ว ยิ่งร้อนและเหงื่อออกง่ายเข้าไปใหญ่ ดังนั้นผู้เขียนจึงขอเสนอว่าหากเป็นไปได้ให้เลือกเป้อุ้มเด็กที่ผลิตจากวัสดุที่เป็นตาข่ายเพราะช่วยระบายอากาศได้ดี แถมยังลดปัญหาอบอ้าวและกลิ่นอับอีกด้วย

แต่ถ้าคุณแม่และทารกที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย แนะนำว่าควรเลือกเป้อุ้มเด็กที่ทำจากผ้า Cotton 100% เพราะจะอ่อนโยนและนุ่มสบายต่อผิว ลดโอกาสที่ผิวทารกจะเสียดสีกับตัวเป้จนเป็นรอยแดง

เลือกเป้อุ้มเด็กที่ถอดออกได้ง่ายด้วยตัวเอง

เลือกเป้อุ้มเด็กที่ถอดออกได้ง่ายด้วยตัวเอง

ปัจจัยสำคัญอีกอย่างในการเลือกซื้อเป้อุ้มเด็กที่ไม่ควรมองข้ามเลยคือ ความง่ายในการถอดออก ในจุดนี้แนะนำว่าหากเป็นไปได้ ก่อนซื้อคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ควรไปทดลองที่ร้านด้วยตัวเอง สำหรับใครที่ซื้อออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ตอาจศึกษาดูจากรีวิวของผู้ใช้งานท่านอื่นหรือไปดูของจริงที่ห้างสรรพสินค้าก่อนแล้วค่อยตัดสินใจสั่งซื้อออนไลน์ภายหลัง

หากสั่งซื้อออนไลน์ควรระวังของเลียนแบบ โปรดสังเกตสัญลักษณ์ SG

หากสั่งซื้อออนไลน์ควรระวังของเลียนแบบ โปรดสังเกตสัญลักษณ์ SG

มีสินค้าลอกเลียนแบบเป้อุ้มเด็กแบรนด์ที่มีชื่อเสียงอยู่มากมาย แม้ว่าจะมีราคาที่ไม่แพงเมื่อเทียบกับของแท้ แต่ว่าคุณภาพอาจแตกต่างไปจากเนื้อหาที่เขียนไว้ในบทความนี้ โดยเฉพาะในเรื่องของความปลอดภัย ดังนั้นผู้เขียนจึงแนะนำให้ซื้อสินค้ากับเว็บไซต์ทางการของผลิตภัณฑ์หรือเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ที่เชื่อถือได้เท่านั้น

นอกจากนี้เป้อุ้มเด็กแบรนด์จากประเทศญี่ปุ่นที่กำลังเป็นที่นิยมสำหรับเหล่าพ่อแม่มือใหม่ เช่น ยี่ห้อ Aprica จะมีเครื่องหมาย SG ซึ่งเป็นเครื่องหมายที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลจาก Consumer Product Safety Association ประเทศญี่ปุ่น ดังนั้นหากผู้อ่านเจอสินค้ายี่ห้อเดียวกันแต่ไม่มีเครื่องหมายนี้ควรระวังว่าอาจเป็นของลอกเลียนแบบ

10 อันดับ เป้อุ้มเด็ก ยี่ห้อไหนดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

หลังจากที่ได้รู้วิธีการเลือกซื้อเป้อุ้มเด็กไปแล้ว ถัดไปผู้เขียนจะขอนำเสนอเป้อุ้มเด็กที่ขายดีเป็นที่นิยมทั้งในไทยและต่างประเทศมาฝากผู้อ่านกันค่ะ

10. Boba รุ่น Boba Wrap Bamboo

10. Boba รุ่น Boba Wrap Bamboo

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 4,113 บาท

ระบายความร้อนได้ดีเพราะผลิตจากเยื่อไม้ไผ่ 

เป้อุ้มเด็กรุ่นนี้ ไม่ได้มาในรูปแบบของเป้ แต่มาในแบบผ้าผืนกว้างทำจากเยื่อไม้ไผ่ถึง 65%, ผ้าฝ้าย 28.5%, และ Spandex 5%  ซึ่งประโยชน์ของไม้ไผ่คือช่วยควบคุมอุณหูมิได้ดี ให้ความอบอุ่นในฤดูหนาวและให้ความรู้สึกเย็นสบายในฤดูร้อน ช่วยกรองรังสี UV และยังต้านเชื้อจุลินทรีย์ เหมาะสำหรับทารกแรกเกิด – เด็กอายุ 1 ขวบครึ่งที่มีน้ำหนักไม่เกิน 15 kg หากคุณแม่จะให้นมลูกจากเต้าก็ทำได้ง่ายๆ ไม่ต้องหาผ้าอะไรมาปิดคลุมเพิ่มความยุ่งยาก

คุณแม่ที่ไม่เคยใช้เป้แบบนี้ ในช่วงแรกอาจรู้สึกว่ายุ่งยาก แต่หากฝึกใช้งานจนชินแล้ว จะพบว่าใช้งานง่าย ทั้งยังจัดเก็บและพกพาได้สะดวก อย่างไรก็ตาม เป้นี้ออกแบบมาให้อุ้มลูกหันหน้าเข้าหาตัวแม่ ไม่เหมาะสำหรับใช้อุ้มลูกหันหน้าออกด้านนอกนะคะ และข้อเสียอีกอย่างคือ ผ้าจะกดทับบริเวณแขน ทำให้ลูกไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ดังนั้นถ้าใช้เป็นเวลานานอาจทำให้ลูกไม่สบายตัวได้ค่ะ

9. Punnita รุ่น Babysling

9. Punnita รุ่น Babysling

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 1,700 บาท

น้ำหนักเบา พกพาสะดวก

เป้อุ้มเด็ก Baby Sling สำหรับทารกแรกเกิด – 10 kg สะพายได้ 2 ท่าทาง คือ แนวนอนสำหรับทารกแรกเกิดที่ยังไม่สามารถชันคอได้และท่าอุ้มเข้าเอวสำหรับเด็กที่คอเริ่มแข็งแล้ว สะดวกสำหรับคุณแม่ที่ให้นมหรือใช้ตอนป้อนอาหารลูกน้อย นอกจากนี้ตัวเป้ยังมีการพัฒนาให้ปรับความยาวสายได้ง่ายโดยใช้เพียงแค่มือเดียว จัดเก็บสะดวกและเหมาะแก่การพกพาไปใช้ยามเดินทาง

แต่เนื่องจากเป้มีสายพาดบ่าข้างเดียว หากอุ้มเป็นเวลานาน อาจมีโอกาสทำให้เมื่อยไหล่ได้เช่นกัน ดังนั้นจึงแนะนำให้ใช้กับทารกแรกเกิดที่มีน้ำหนักไม่มากหรือไม่ได้อุ้มเป็นเวลานานค่ะ นอกจากนี้เพื่อความปลอดภัย คุณพ่อคุณแม่ควรศึกษาวิธีการใช้งานให้ดีก่อนใช้จริง

8. Boba รุ่น Boba 4G Carrier

8. Boba รุ่น Boba 4G Carrier

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 8,170 บาท

ผลิตจากผ้าฝ้ายทั้งใบ ให้ความรู้สึกนุ่มสบาย

เป้อุ้มเด็กที่ทำจากผ้าฝ้าย 100% ช่วยให้ระบายอากาศได้ดี มีน้ำหนักเบา ทำความสะอาดได้ด้วยเครื่องซักผ้า รับน้ำหนักได้ 9-20 kg สามารถใช้งานกับทารกได้ด้วยแต่ต้องมี infant insert เพื่อให้ทารกนั่งในตำแหน่งที่สูงขึ้น มาพร้อม Hood ที่พับเก็บได้ใช้ปิดป้องกันแสงแดดหรือใช้เวลาที่ลูกน้อยของคุณหลับ นอกจากนี้ยังมีช่องให้คุณแม่ใส่กุญแจหรือกระเป๋าสตางค์เวลาไปซื้อของใกล้ๆ บ้าน

ใช้งานได้ 2 ท่าทาง คือ สะพายด้านหน้าในแนวตั้ง(เด็กหันหน้าเข้าหาผู้อุ้ม)และสะพายหลัง ออกแบบให้คุณแม่เอาลูกเข้า-ออกเป้ได้ด้วยตัวคนเดียว ดีไซน์เท่ คุณพ่อก็ใช้งานได้ด้วยนะคะ แต่เป้รุ่นนี้ยังมีข้อเสียคือ ไม่สามารถให้เด็กนั่งหันหน้าออกข้างนอกได้ ดังนั้นหากลูกของคุณเริ่มโตและเริ่มสนใจสิ่งแวดล้อมรอบข้าง อาจต้องมองหารุ่นอื่นแทนค่ะ

7. Punnita รุ่น Is your way

7. Punnita รุ่น Is your way

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 2,890 บาท

รับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 18 kg

เป้อุ้มเด็กบางรุ่นที่วางขายตามท้องตลาดอาจมีส่วนโฟมบริเวณที่รองรับน้ำหนักก้นของลูก ซึ่งส่วนนี้เองที่จะมากดบริเวณท้องของคุณแม่ หากคุณแม่คลอดลูกโดยการผ่าตัดอาจเจ็บแผลได้เมื่ออุ้มเป็นเวลานาน แต่เป้อุ้มเด็กจาก Punnita ออกแบบมาให้ Hip Seat  มีขอบเอวที่นุ่ม ไม่กดหน้าท้องของคุณแม่ สามารถปรับเปลี่ยนการอุ้มได้ถึง 5 ท่า ไม่ว่าจะเป็นอุ้มท่านอน หันหน้าเข้า หันหน้าออก อุ้มเข้าสะโพกและสะพายหลัง รองรับน้ำหนักได้ถึง 18 kg

ข้อดีอีกอย่างคือ สามารถพับเก็บได้สะดวกเป็น Pocket Seat มีขนาดกะทัดรัดเท่ากระเป๋าสะพายข้างใบหนึ่ง เหมาะแก่การพกพาไปท่องเที่ยว คุณภาพดีแถมยังราคาไม่แพงแบบนี้  คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องรีบไปจับจองกันแล้วค่ะ

6. Ergobaby รุ่น 360 All Positions Baby Carrier

6. Ergobaby รุ่น 360 All Positions Baby Carrier

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 16,017 บาท

ออกแบบมาให้เหมาะสมกับสรีระของลูกน้อย

เป้อุ้มเด็กที่ใช้งานได้ตั้งแต่ทารกแรกเกิด (ต้องใช้ baby insert เพิ่ม) จนถึงอายุ 6 เดือนขึ้นไป ผลิตจากผ้าฝ้าย 100% ทั้งด้านในและด้านนอก รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 15 kg ปรับเปลี่ยนการอุ้มได้ถึง 4 ท่าทาง ไม่ว่าจะเป็นหันหน้าเข้า, หันหน้าออก, อุ้มเข้าสะโพกและสะพายหลัง มีที่รองรับตรงส่วนศีรษะทำให้ศีรษะของลูกไม่ให้เคลื่อนไหวไปมาขณะนอนหลับ แถมยังมี Hood ป้องกันรังสี UV เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเมืองร้อนอย่างประเทศไทยเรา

จากความคิดเห็นส่วนใหญ่กล่าวว่าใช้งานง่าย ไม่ประสบปัญหาเมื่อยล้าเพราะมี Pad รองรับที่ด้านหลัง ทั้งยังไม่ทำให้ผิวลูกน้อยระคายเคือง อย่างไรก็ตามด้วยความที่ผลิตจากผ้าฝ้ายหนาและทนทานสูง จึงทำให้การระบายอากาศไม่ดีเท่าที่ควร นอกจากนี้ยังจัดเก็บได้ลำบากเพราะมีขนาดใหญ่ ส่วนเรื่องราคาค่อนข้างสูง จึงเหมาะกับผู้ที่ใช้งานเป็นประจำทุกวัน

5. Aprica รุ่น BELT-FIT COLAN CTS

5. Aprica รุ่น BELT-FIT COLAN CTS

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 8,500 บาท

สามารถใช้งานร่วมกับรถเข็นเด็กได้

Aprica แบรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในไทย ออกแบบร่วมกับกุมารแพทย์ประเทศญี่ปุ่น เหมาะกับทารกแรกเกิดจนถึงอายุ 3 ปี ปรับการใช้งานได้ 4 รูปแบบ คือ ท่านอน (มีแผ่นรองหลัง) ท่าอุ้มหันหน้าเข้า ท่าอุ้มหันหน้าออกและท่าสะพายหลัง สายสะพายที่บ่าและเอวมีขนาดใหญ่ แข็งแรงทนทาน ด้านนอกเป็นผ้าตาข่ายทำให้ระบายอากาศได้ดี บริเวณสายสะพายมีผ้าคลุมกันน้ำลายที่สามารถถอดซักได้ ทำให้ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น

รุ่นนี้ยังออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับรถเข็นเด็กรุ่น Karoon Plus CTS ได้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ที่ต้องการไปท่องเที่ยวต่างประเทศกับลูกน้อย เช่น เมื่อคุณใช้เป้อุ้มเด็กระหว่างการท่องเที่ยวแล้วลูกน้อยหลับ ก็ย้ายมานอนที่รถเข็นต่อได้อย่างง่ายดายโดยไม่ทำให้ลูกตื่นกลางคัน

4. BABYBJORN รุ่น Baby Carrier One

4. BABYBJORN รุ่น Baby Carrier One

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 5,999 บาท

ผ่านการผลิตร่วมกับกุมารแพทย์

ใช้งานกับลูกน้อยได้ตั้งแต่อายุ 0-3 ขวบ (ไม่ต้องใช้ baby insert เพิ่ม) รองรับน้ำหนักสูงสุดได้ถึง 15 kg เรียกได้ว่าใช้งานได้ยาวนานคุ้มค่า โดยเป้รุ่นนี้ได้รับการคิดค้นร่วมกับกุมารแพทย์ คุณจึงมั่นใจได้ว่าจะไม่ส่งผลเสียต่อสรีระของลูกน้อยอย่างแน่นอน ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ถึง 4 ท่าทางด้วยกันคือหันหน้าเข้าตัว หันหน้าเข้าหาตัวแบบมีแผ่นรองคอของทารกแรกเกิด หันหน้าออกและสะพายหลัง

ผ้าด้านในที่ต้องสัมผัสกับผิวของลูกน้อยผลิตจาก Cotton 100% บริเวณส่วนอื่นๆ จะเป็น Polyester และ Cotton ผ่านการการันตีว่าวัสดุทุกส่วนไม่เป็นอันตรายต่อผิวอันบอบบางของทารก มีสายสะพายไหล่ที่หนาทำให้ผู้อุ้มไม่เมื่อย สามารถสวมใส่และถอดออกได้ด้วยตัวเอง ถือว่าสะดวกอย่างมากสำหรับคุณแม่คุณพ่อที่อยู่บ้านหรือออกไปไหนเพียงลำพัง

3. Sorbebe รุ่น Stella

3. Sorbebe รุ่น Stella

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 5,280 บาท

อ่อนโยนต่อผิวของลูกน้อยด้วย Organic Cotton 100%

จุดเด่นของเป้แบรนด์เกาหลีตัวนี้อยู่ที่เนื้อผ้า Organic Cotton 100% ซึ่งมีผิวสัมผัสนุ่มมาก ปราศจากสารเคมี จึงปลอดภัยต่อผิวของลูกน้อย ตัวล็อกด้านหลังของผู้อุ้มมีแผ่นรองกันเจ็บเวลาที่นั่งพิงเก้าอี้ สายสะพายหนาช่วยให้ไม่เจ็บบ่า มี TPU Band ทำหน้าที่พยุงหลังของผู้อุ้มให้ตรงขณะอุ้ม ลดความเจ็บปวดเมื่อใช้งานเป็นเวลานาน หากอากาศร้อนก็สามารถเปิดซิปด้านหน้าออกเพื่อช่วยระบายอากาศ นอกจากนี้ยังมีแผ่นซับน้ำลาย 3 ชิ้นและหมวกให้อีก 2 ใบ

ใช้ได้กับเด็กทารกแรกเกิดจนถึงอายุ 3 ปี ใช้อุ้มได้ 2 แบบ คือแบบหันหน้าเข้าหาผู้อุ้มและแบบ Hip Seat หรือเบาะรองนั่ง ตัว Hip Seat เบาแต่เข็งแรง ออกแบบให้เป็นมุมเอียง 30 องศา ป้องกันเด็กขาโก่ง ปลอดภัยเพราะมีผ้ากันลื่นติดไว้ บริเวณขอบสัมผัสโคนขาเด็กบุด้วยผ้าชนิดที่นุ่มเป็นพิเศษ จึงไม่เสียดสีให้เกิดเป็นแผล ผู้ใช้จริงต่างการันตีว่าใช้แล้วไม่ปวดหลัง อุ้มลูกได้ตลอดทั้งวัน

2. Pognae รุ่น No.5 Hipseat Baby Carrier

2. Pognae รุ่น No.5 Hipseat Baby Carrier

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 6,694 บาท

เหมาะกับทั้งผิวเด็กและผิวผู้อุ้มด้วยวัสดุจากผ้าฝ้ายออร์แกนิคและผ้าตาข่าย

เป้ที่ใช้สำหรับเด็กอายุ 3 เดือน ถึง 3 ปี (น้ำหนักไม่เกิน 20 kg) ใช้สะพายได้ 3 ท่าด้วยกัน ได้แก่ ลูกหันหน้าเข้า หันหน้าออกและท่าสะพายหลัง เนื้อผ้าด้านนอกเป็นผ้า Polyester ซึ่งให้ความรู้สึกเย็นสบายและกันน้ำได้ ส่วนเนื้อผ้าบริเวณที่สัมผัสกับผิวของลูกน้อย เช่น โคนขาหรือหน้าอกจะเป็นผ้าฝ้ายออร์แกนิค บริเวณคางและสายเป้ทั้ง 2 ข้างมีผ้าซับน้ำลายติดอยู่ ซิปด้านหน้าใช้ใส่ของได้ หากอากาศร้อนก็สามารถเปิดซิปออกเพื่อระบายอากาศให้ลูกไม่ร้อนอบอ้าว มีแผ่นรองคอและมีหมวกผ้าฝ้ายให้ด้วยค่ะ

จุดเด่นอีกอย่างที่แตกต่างจากรุ่นอื่นๆ คือ สายล็อกด้านหลังสามารถปรับระดับความสูงได้ ทำให้หมดปัญหาการเอื้อมไม่ถึงเวลาที่จะล็อกสายด้านหลัง ส่วน Hip Seat ทำจากโฟม EPP แข็งแรงและเบา ทำความสะอาดได้ง่ายๆ ด้วยเครื่องซักผ้า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับอากาศร้อนๆ อย่างประเทศเรา

1. Pognae รุ่น No.5 Plus-All In One Baby Carrier

1. Pognae รุ่น No.5 Plus-All In One Baby Carrier

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 11,990 บาท

ปรับเปลี่ยนท่าอุ้มได้หลายสถานการณ์

เป้อุ้มเด็กที่เหมาะสำหรับทารกแรกเกิดถึงเด็กอายุ 3 ปี (น้ำหนักไม่เกิน 20 kg) ผลิตจากวัสดุกันน้ำและลม ด้านในเป็นผ้าฝ้ายออร์แกนิคอ่อนโยนต่อผิวเด็ก มีจุดเด่นตรงที่ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ถึง 9 ท่าทางด้วยกัน โดยเอา Carrier มาประกอบเข้ากับ Hip Seat ก็จะได้เป็น Hip Seat Carrier เหมือนกับรวมเอา 3 ฟังก์ชันการใช้งานมาไว้ในหนึ่งผลิตภัณฑ์ จุดเด่นถัดไปคือ เสียงที่เงียบเวลาใส่หรือถอดเป้จึงไม่รบกวนเวลานอนหลับของลูกน้อย

บริเวณซิปด้านหน้าเมื่อเปิดออกจะเป็นผ้าตาข่าย ช่วยให้เด็กรู้สึกเย็นสบาย สายสะพายไหล่และเอวยังออกแบบมาอย่างแข็งแรง นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันอีกหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้งานได้แก่ ผ้าคลุมศีรษะ ส่วนรองคอ ช่องกระเป๋าใส่ของด้านหน้าที่มีพื้นที่ใหญ่พอสมควร เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ที่มีลูกหลายคน เพราะสามารถใช้งานได้ยาวนานและเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลาย

ท่าอุ้มลักษณะต่างๆ เหมาะกับสถานการณ์แบบไหนกันนะ?

เป้อุ้มเด็กสามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลายท่าทางการอุ้ม คงมีพ่อแม่มือใหม่บางท่านยังไม่ค่อยเข้าใจว่าท่าอุ้มแต่ละท่าควรใช้ในสถานการณ์ไหน มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร เนื้อหาต่อไปนี้จะอธิบายให้คุณได้ไขข้อข้องใจกันค่ะ

อุ้มแนวนอน : เหมาะสำหรับทารกแรกเกิด

ทารกแรกเกิด (อุ้มในแนวนอน)

เชื่อว่าบางทีคุณพ่อคุณแม่มือใหม่อาจมีความกลัวหรือกังวลเวลาที่ต้องอุ้มทารกแรกเกิดว่าจะอุ้มอย่างไรดี เพราะลูกยังตัวเล็กมากทั้งยังคอไม่แข็ง ดังนั้นแนะนำว่าให้อุ้มในท่านอนราบ อย่าเพิ่งอุ้มเข้าสะโพกหรืออุ้มในท่าแนวตั้งเพราะอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บระยะยาวได้

อุ้มแบบหันหน้าเข้าหากัน อุ้มแบบแนวตั้ง : เพิ่มความปลอดภัยให้ลูกน้อยและความสบายใจให้คนอุ้ม

เพิ่มความปลอดภัยและสบายใจให้ลูกน้อย : อุ้มแบบหันหน้าเข้าหากัน อุ้มแบบแนวตั้ง

ท่าอุ้มแบบนี้ถือเป็นท่าที่ดีที่สุดเพราะใบหน้าของทารกจะอยู่ที่ระดับหน้าอกของผู้อุ้ม ทำให้ทารกรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มองเห็นหน้าของลูกได้ทันทีหากมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับลูกน้อย

ท่าอุ้มแบบหันหน้าออกด้านนอก : เปิดโลกทัศน์ให้ทารก

เปิดโลกทัศน์ให้ทารก : ท่าอุ้มแบบหันหน้าออกด้านนอก

ท่าอุ้มแบบนี้เป็นท่าที่แม่และเด็กหันหน้าออกไปทางเดียวกัน ดังนั้นคุณแม่สามารถเปิดโลกทัศน์ให้ลูกน้อยและสนุกไปพร้อมกันได้ เหมาะสำหรับเด็กที่ร้องไห้บ่อยๆ เพราะวิวจากภายนอกจะสร้างความน่าสนใจให้กับเด็กได้

ท่าอุ้มเข้าสะโพก : ไม่สร้างความลำบากให้แก่คุณแม่

ไม่สร้างความลำบากให้แก่คุณแม่ (อุ้มเข้าสะโพก)

ท่าอุ้มท่านี้เป็นท่าที่ทั้งคุณแม่และลูกน้อยมองเห็นสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวได้พร้อมๆ กัน มีข้อดีตรงที่ตัวคุณแม่เองก็มองเห็นทางข้างหน้าได้ชัดเจน เวลาจะซื้อของหรือลงบันไดก็สะดวก

ท่าสะพายหลัง : ทำงานบ้านได้สะดวก

ท่าสะพายหลัง : ทำงานบ้านได้สะดวก 

ท่าอุ้มท่านี้มีลักษณะคล้ายกับเวลาสะพายเป้ โดยลูกจะหันหน้าเข้าหาหลังของผู้อุ้ม เป็นท่าที่เหมาะสมที่สุดตอนทำงานบ้านเพราะไม่มีอะไรมาถ่วงน้ำหนักด้านหน้าหรือบดบังการมองเห็น ทั้งยังช่วยทำให้ลูกน้อยของคุณหลับได้อย่างสบาย แต่มีข้อเสียคือ หากทารกมีอาการผิดปกติใดๆ เกิดขึ้น คุณแม่จะไม่สามารถมองเห็นหน้าของลูกน้อยได้ ดังนั้นหากจะอุ้มในลักษณะนี้ ควรทำในช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น

บทส่งท้าย

เป็นอย่างไรบ้างคะ สำหรับ 10 อันดับ เป้อุ้มเด็กขายดีที่เราคัดสรรมาให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ จะเห็นได้ว่าแต่ละแบรนด์ก็มีจุดเด่นและดีไซน์ที่ต่างกัน อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงแต่ดีไซน์และคุณสมบัติเพียงอย่างเดียว คุณพ่อคุณแม่ควรพิจารณาขนาดตัวและอายุของลูกน้อย รวมทั้งเลือกซื้อให้ตรงกับลักษณะการใช้งานและกิจวัตรประจำวันของคุณพ่อคุณแม่เองด้วย

นอกจากนี้เรายังแนะนำให้ทดลองใช้ก่อนซื้อหรือศึกษารีวิวจากพ่อแม่ท่านอื่นให้มากที่สุด เพื่อให้ใช้งานได้อย่างคุ้มค่าและปลอดภัย ไม่ใช่ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้งานแล้วแขวนไว้เฉยๆ จะทำให้เสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ได้ค่ะ ที่สำคัญเมื่อซื้อมาใช้แล้วควรหมั่นซักทำความสะอาดให้ดีโดยเฉพาะส่วนที่เลอะน้ำลายของลูก จะได้ไม่มีเชื้อโรคเข้าสู่ปากเด็กและเป็นการรักษาสุขอนามัยที่ดีของครอบครัวนะคะ

Popular Posts