10 อันดับ ลิปบาล์ม ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2019

10 อันดับ ลิปบาล์ม ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018

แม้ว่าฤดูหนาวของประเทศไทยจะได้หายสาบสูญไปนานมากแล้ว แต่อาการปากแห้งยังอยู่คู่กับคนไทยค่ะ! ด้วยเพราะไลฟ์สไตล์การชอบอยู่ในห้องแอร์หรือจิบน้ำไม่เพียงพอ ทำให้หลายคนต้องหาตัวช่วยอย่าง “ลิปบาล์ม” มาใช้ แต่เชื่อว่าหลายคนคงเคยมีคำถามว่า “ลิปบาล์มคืออะไร” และ “ทำไมถึงให้ความชุ่มชื้นได้” แถมเดี๋ยวนี้คุณเขายังมีหลายรุ่นหลายสูตรให้เลือกเหลือเกิน ซื้อผิดทีอาจผิดหวังเอาได้ และเพื่อไม่ให้เพื่อนๆต้องเจอเหตุการณ์อย่างนั้น ในครั้งนี้ผู้เขียนได้นำข้อมูลดีๆมาฝากกันถึง 2 หัวข้อด้วยกันค่ะ!

ก่อนอื่น เราจะไม่มีทางได้สิ่งที่เหมาะกับตัวเองเลยหากไม่รู้จัก “วิธีการเลือก” ซึ่งแต่ละวิธีที่ผู้เขียนนำมาเสนอนั้นทำตามได้ง่ายมากๆค่ะ และลำดับต่อมา คือ “10 อันดับ สินค้ายอดฮิตขายดี” ซึ่งผ่านการเปรียบเทียบทั้งราคา, คุณสมบัติและรีวิว เพื่อให้ชาว mybest ได้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนการซื้อ ส่วนจะมีอะไรบ้าง เราตามมาอ่านกันเลยดีกว่าค่ะ

สารบัญ

ลิปบาล์มคืออะไรกันนะ

ลิปบาล์มคืออะไรกันนะ

มาถึงคำถามธรรมด๊าธรรมดาที่หลายคนอาจจะไม่เคยสงสัยมาก่อน แต่พอลองมองหน้าน้องเขา เราก็จะคิดขึ้นมาว่า “ลิปบาล์มคืออะไร”  ในครั้งนี้ผู้เขียนมีคำตอบมาให้กับทุกคนแล้วค่ะ

ลิปบาล์มมีลักษณะคล้ายกับขี้ผึ้ง เนื้อสัมผัสให้ความชุ่มชื้นสูง เหมาะกับการทาริมฝีปากซึ่งเป็นเนื้อเยื่อส่วนที่ค่อนข้างบาง มีโอกาสแห้งกร้านและหมองคล้ำจากการโดนรังสี UV ได้ง่ายกว่าส่วนอื่นๆในร่างกาย การทาลิปบาล์มจึงเปรียบเสมือนการสร้างเกราะป้องกันให้กับริมฝีปากของเราจากมลภาวะต่างๆ

โดยทั่วไปแพ็กเกจของลิปบาล์มมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบใหญ่ๆ คือ แบบแท่งลิปสติกและตลับ ซึ่งแบบที่สองจะให้ความชุ่มชื้นและมีเนื้อสัมผัสนุ่มมากกว่าแบบแรก ทำให้เกลี่ยไปกิบริมฝีปากได้ง่ายและให้การปกป้องที่ดีกว่า โดยมีวิธีใช้ง่ายๆเพียงแค่ใช้นิ้วแตะ, แปรงทาลิปหรือจะคอตตอนบัดก็ได้

วิธีการเลือกลิปบาล์ม

เมื่อก่อนทุกคนก็คงจะเลือกลิปบาล์มจากกลิ่น สี หรือแม้แต่แพ็กเกจใช่ไหมล่ะคะ ซึ่งบางครั้งก็ให้ผลลัพธ์ที่ดี แต่บางทีก็อาจจะผิดหวังกันไปเพราะลิปไม่ชุ่มชื้นพอ แต่ปัญหาเหล่านั้นจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วค่ะ เพราะวันนี้ผู้เขียนได้นำวิธีการเลือกให้เหมาะกับตัวคุณมาฝากกันแล้ว จะเป็นอย่างไรไปอ่านกันเลย

เลือกจากวัตถุประสงค์

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า ลิปบาล์มมีด้วยกัน 3 ประเภท! ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการใช้ ได้แก่ “ใช้เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น”, “เพื่อปกป้องไม่ให้ปากแห้งแตก” และ “ฟื้นฟูริมฝีปากที่ขาดการดูแล” ดูเผินๆแล้วคล้ายกัน แต่มีวิธีการเลือกที่แตกต่างกันนะคะ ซึ่งจะมีอะไรบ้าง เรามาดูกัน

สังเกต “ลักษณะริมฝีปาก” ของเราก่อนเลย

ก่อนอื่นให้ทุกคนลองสังเกตลักษณะของริมฝีปากของเรากันค่ะ ถ้าไม่มีปัญหาอะไรมาก เช่น ริมฝีปากไม่แห้งแตกและไม่ลอกเป็นขุย ให้คุณเลือกใช้ลิปบาล์มประเภทปกป้องอาการดังกล่าวเพราะนอกจากจะช่วยยับยั้งไม่ให้เกิดแล้วยังทำให้ริมฝีปากของคุณแลดูมีสุขภาพดี ซึ่งลิปบาล์มประเภทนี้หาซื้อได้ง่าย มักเป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกสีระเรื่อนิดๆ บางรุ่นก็ให้สัมผัสแวววาวแบบพอดี เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบให้ริมฝีปากฉ่ำวาวหรือแมตต์จนเกินไป

สำหรับคนที่มีอาการริมฝีปากแห้งแตกเล็กน้อยให้เห็น ควรเลือกลิปบาล์มจากแบรนด์ที่มุ่งแก้ปัญหาผิวหนังโดยเฉพาะแทนลิปบาล์มจากแบรนด์ที่เน้นความสวยงามค่ะ ซึ่งลิปบาร์มจากแบรนด์เหล่านี้มักไม่ออกสีใดๆ แต่จะเน้นให้ความชุ่มชื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนถ้าใครมีริมฝีปากแห้งแตกอย่างรุนแรง แนะนำให้เลือกลิปบาล์มประเภท “ยา” ค่ะ เพราะมีส่วนผสมของสารที่ช่วยรักษาอาการดังกล่าวและฟื้นฟูให้กลับมาเป็นปกติได้ แต่หากอาการไม่ดีขึ้นควรลองไปปรึกษาแพทย์เพื่อได้รับการรักษาเฉพาะด้านค่ะ

อย่าลืมคิดนะว่า 1 วัน เจอแสง UV มากน้อยแค่ไหน

อย่าลืมคิดนะว่า 1 วัน เจอแสง UV มากน้อยแค่ไหน

เชื่อว่าหลายคนไม่เคยคิดถึงสิ่งนี้ แต่เรื่องนี้ถือเป็นอีกเรื่องที่สำคัญมากเลยค่ะ เพราะรังสี UV เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ริมฝีปากหมองคล้ำ แห้งกร้านและเหี่ยวหย่น และตามที่เราได้เกริ่นไปในตอนต้น ริมฝีปากเป็นเนื้อเยื่อส่วนที่ไวต่อเจ้ารังสีตัวร้ายนี้มากกว่าส่วนอื่นๆในร่างกาย การเลือกลิปบาล์มให้สัมพันธ์กับการใช้ชีวิตของเราจึงเป็นสิ่งสำคัญมากๆ

เพื่อนๆควรสังเกตว่าในแต่ละวันของเราต้องเจอรังสี UV มากน้อยแค่ไหน ซึ่งรังสีนี้ไม่ได้มีแค่ในแสงแดดอย่างเดียวนะคะ สามารถมาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือแม้แต่หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ก็ได้ด้วยเหมือนกัน ซึ่งถ้าต้องรับรังสีนี้มาก แนะนำให้เลือกใช้ลิปบาล์มที่มีสารกันแดดค่ะ เพื่อช่วยปกป้องริมฝีปาก

อย่างไรก็ตาม สำหรับคนผิวแพ้ง่าย การใช้ลิปดังกล่าวในปริมาณมากหรือบ่อยครั้งจนเกินไปอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองได้ ทางที่ดีควรใช้ครั้งละพอประมาณและทาในตอนกลางวันดีกว่าช่วงกลางคืนนะคะ

เลือกจากปริมาณของลิป

เลือกจากปริมาณของลิป

เพราะแพ็กเกจของลิปบาล์มเป็นแบบตลับ เวลาเปิดฝาจึงมีโอกาสที่เนื้อของลิปจะสัมผัสกับอากาศมาก นอกจากนี้การใช้นิ้วทาลิปยังเพิ่มโอกาสในการสะสมของเชื้อโรคได้มากกว่าแบบแท่ง ก่อนซื้อเพื่อนๆจึงควรคำนึงถึงดูคุณภาพของสินค้า, แพ็กเกจป้องกันปัญหาดังกล่าวได้มากน้อยแค่ไหน และที่สำคัญ “ปริมาณของลิปสามารถใช้หมดได้ภายใน 6 เดือนไหม” เพราะถ้านานเกินไป โอกาสที่ลิปจะกลายเป็นที่เพาะเชื้อโรคนั้นมีสูงเชียวค่ะ

นอกจากนี้ ลิปบาล์มหลายรุ่นยังพัฒนาสูตรเพื่อใช้กับส่วนอื่นๆในร่างกายได้ด้วย ถ้าใครอยากได้ผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุม ลองซื้อติดกระเป๋ากันดูนะคะ จะได้ช่วยประหยัดเงินช็อปปิ้ง

10 อันดับ ลิปบาล์ม ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

ตอนนี้ทุกคนก็คงจะรู้แล้วว่าลิปบาล์มลักษณะไหนที่เหมาะกับตัวเอง แต่จะให้ชาว mybest ไปนั่งหาสินค้าอ่านรีวิวเองก็ดูจะยุ่งยากใช่ไหมล่ะคะ ในครั้งนี้ผู้เขียนจึงรวบรวมข้อมูลสินค้าที่น่าสนใจมาให้อ่านกันเรียบร้อย อย่างไรก็ตาม อย่าลืมเลือกที่เหมาะสมกับปัญหาริมฝีปากตัวเองมากที่สุดกันนะคะ

10. สีผึ้งแม่เลียบ (3 g. x 3)

10. สีผึ้งแม่เลียบ (3 g x 3)

ดูรายละเอียดได้ที่ Lazada

ราคา 199 บาท

สกัดจากรังผึ้งล้างและน้ำมันมะพร้าว ชุ่มชื้นยาวนาน

ถือเป็นลิปบาล์มของไทยระดับตำนานที่มีคนใช้เยอะ ด้วยส่วนผสมหลักจากรังผึ้งร้างและน้ำมันมะพร้าว ค่อนข้างอ่อนโยนต่อริมฝีปาก มีกลิ่นหอมคล้ายน้ำอบ ไม่มีสี เนื้อค่อนข้างเหนียวหนืด มีความชุ่มชื้นสูง ช่วยกักเก็บน้ำไว้ในเซลล์ได้ดี พร้อมทั้งกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว แก้ปัญหาริมฝีปากหมองคล้ำ เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาริมฝีปากแห้งหรือลอกเป็นขุย

ข้อเสียเล็กน้อย คือ ปริมาณค่อนข้างน้อย ปัจจุบันมีให้เลือกซื้อแค่ขนาดเดียว ซึ่งอาจยังไม่ครอบคลุมทุกความต้องการ นอกจากนี้ยังไม่เหมาะกับคนที่แพ้เกษรดอกไม้อีกด้วย

9. Bobbi Brown Lip Balm SPF15 (15 g)

9. Bobbi Brown Lip Balm SPF15 (15 g)

ดูรายละเอียดได้ที่ Lazada

ราคา 1,150 บาท

ผสานคุณค่าจากจมูกข้าวสาลีและน้ำมันมะกอก พร้อม SPF 15

ใครที่ตามหาลิปบาล์มมีสารกันแดดแต่ยังบำรุงริมฝีปากได้ดีต้องรีบมาตามซื้อรุ่นนี้เลยค่ะ เพราะผลิตจากขี้ผึ้ง ผสานคุณค่าจากจมูกข้าวสาลีและน้ำมันมะกอก ช่วยคืนความชุ่มชื้น พร้อมทั้งปกป้องริมฝีปากจากรังสี UV ด้วย SPF15

ผู้ที่ใช้จริงส่วนใหญ่ต่างชื่นชอบในเนื้อสัมผัสที่แน่น เมื่อวอร์มแล้วค่อนข้างลื่น เกลี่ยง่าย ซึมซาบไว ไม่ทิ้งคราบและติดทนนาน ช่วยลดอาการปากแห้งได้ดี ริมฝีปากเนียนนุ่ม เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการปากแห้งเล็กน้อย-กลาง แต่ยังมีข้อเสียเล็กน้อย คือ ราคาค่อนข้างสูง หาซื้อได้เฉพาะตามช็อปของแบรนด์หรือออนไลน์เท่านั้น

8. Skinfood Honey Pot Lip Balm (6.5 g)

8. Skinfood Honey Pot Lip Balm (6.5 g)

ดูรายละเอียดได้ที่ Lazada

ราคา 490 บาท

แพ็กเกจช่วยรักษาความสะอาด เนื้อชุ่มชื้นเฉดสีสวย

ถ้าพูดถึงเครื่องสำอางเกาหลี สิ่งที่ทุกคนนึกถึงเป็นสิ่งแรกๆน่าจะเป็น “แพ็กเกจน่ารัก” ซึ่งแน่นอนว่าลิปบาล์มจากแดนกิมจิรุ่นนี้จุดเด่นจึงอยู่ที่ “แพ็กเกจ” คล้ายโถน้ำผึ้ง มาพร้อมไม้คน ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้ แถมยังรักษาความสะอาด ลดโอกาสที่เชื้อโรคจากนิ้วมือจะสะสมอยู่ในเนื้อลิป

มาดูกันที่คุณสมบัติอื่นๆกันบ้าง ลิปรุ่นนี้มีส่วนผสมจาก Viscous Oil ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปาก ในขณะที่เนื้อมีลักษณะเป็นเจลใส สัมผัสเนียนลื่น เกลี่ยง่าย สีระเรื่อเป็นธรรมชาติ ปัจจุบันมีให้เลือกหลายสี เหมาะกับคนที่อยากได้ลิปบาล์มปกป้องปากแห้งหรือใช้ทาเพิ่มความมันเงาดูมีสุขภาพดี

7. Skinfood Avocado Lip Balm (12 g)

7. Skinfood Avocado Lip Balm (12 g)

ดูรายละเอียดได้ที่ Lazada

ราคา 490 บาท

สารสกัดจากน้ำมันอะโวคาโดและน้ำมันมะกอก คืนความชุ่มชื้น

อีกหนึ่งลิมบาล์มที่ฮอตฮิตเป็นที่นิยมในหมู่ของนักเรียนนักศึกษา ด้วยแพ็กเกจสุดน่ารัก มาพร้อมเนื้อลิปที่อุดมไปด้วยสารสกัดจากน้ำมันอะโวคาโดและน้ำมันมะกอก ช่วยให้ความชุ่มชื้นกับริมฝีปาก

เนื้อลิปเป็นสีขาว ควรวอร์มก่อนใช้ หลายคนที่ใช้รีวิวว่าทาแล้วไม่เป็นคราบ ซึมซาบไว กักเก็บน้ำไว้ได้นาน ช่วยให้ริมฝีปากเนียนนุ่ม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการป้องกันปากแห้งหรือมีอาการปากแห้งแล้วเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้มีกลิ่นคล้ายอะโวคาโด ใครที่ไม่ชอบกลิ่นตระกูลพืชผักอาจต้องลองมองหารุ่นอื่นแทนนะคะ

6. Ira Natural Lip Balm (10 g)

6. Ira Natural Lip Balm (10 g)

ดูรายละเอียดได้ที่ Lazada

ราคา 199 บาท

กลิ่นหอมสุดหวาน อุดมไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ

อีกหนึ่งลิปบาล์มที่โด่งดังในโลกโซเชียลอย่างมาก ด้วยกลิ่นหอมหวานเป็นเอกลักษณ์ เนื้อลิปทำจากขี้ผึ้ง ผสานด้วยคุณค่าจากสารสกัดจากธรรมชาติมากมาย เช่น เชียร์บัตเตอร์, น้ำมันแมคคาเดเมี่ยและน้ำมันเมล็ดคาเมลเลีย อุดมไปด้วยวิตามิน อี ช่วยบำรุงริมฝีปากให้ชุ่มชื้น ลดร่องลึกของปาก ปรับให้แลดูเรียบเนียนขึ้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการป้องกันปากแห้งหรือมีอาการเล็กน้อย-ปานกลาง

เนื้อลิปเป็นสีขาว ควรวอร์มก่อนใช้ ทาแล้วซึมซาบไว ไม่เหนอะหนะปาก กักเก็บน้ำในเซลล์ไว้ได้นาน เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องผู้ใช้หลายคนรู้สึกว่าสีปากอ่อนลง เรียกได้ว่าน่าสนใจไม่น้อยสำหรับผู้ที่มีปัญหาริมฝีปากคล้ำเลยค่ะ

5. Blistex Lip Medex (10.75 g)

5. Blistex Lip Medex (10.75 g)

ดูรายละเอียดได้ที่ Lazada

ราคา 180 บาท

ลิปบาล์มสูตรเย็น ทาแล้วสดชื่นพร้อมชุ่มชื้นยาวนาน

มาถึงลิปบาล์มจากแบรนด์ที่หลายคนคงคุ้นเคยกันดี เพราะหาซื้อค่อนข้างง่าย โดยรุ่นนี้เป็นสูตร “เย็น” มาพร้อมเนื้อสัมผัสเนียนลื่น สามารถแตะใช้ได้เลยโดยไม่ต้องวอร์ม เมื่อทาแล้วจึงรู้สึกสดชื่น เนื้อซึมซาบไว ไม่ทิ้งความเหนอะ ริมฝีปากชุ่มชื้นและเนียนนุ่ม เหมาะกับคนที่ต้องการป้องกันอาการปากแห้งหรือมีอาการอย่างรุนแรง

ถือเป็นอีกรุ่นที่มีปริมาณค่อนข้างเยอะเมื่อเทียบกับราคา โดยทาครั้งหนึ่งใช้ในปริมาณที่ไม่เยอะ ทำให้ 1 กระปุกใช้ได้นาน อย่างไรก็ตาม กลิ่นรุ่นนี้ค่อนข้างจะคลายยาหม่องเย็นๆ ใครที่ไม่แน่ใจ ควรลองดมด้วยตัวเองหรืออ่านรีวิวประกอบมากขึ้น

4. Nivea Lip Butter (16.7 g)

4. Nivea Lip Butter (16.7 g)

ดูรายละเอียดได้ที่ Lazada

ราคา 159 บาท

กลิ่นหอมหวานเหมือนขนม พร้อมชุ่มชื้นด้วยเชียร์บัตเตอร์

ถ้าพูดถึงลิปบาล์มหลายคนคงนึกถึงแบรนด์นี้ เพราะค่อนข้างมีให้เลือกหลากหลายแพ็กเกจและหลายกลิ่น สำหรับรุ่นนี้เองก็เช่นกัน โดยจะเน้นกลิ่นโทนผลไม้ผสมกับดอกไม้ ซึ่งผู้ที่ใช้จริงต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ากลิ่นหอมหวานคล้ายขนม เนื้อสัมผัสแน่นต้องวอร์มก่อนใช้ ทาแล้วให้ความชุ่มชื้นพอเหมาะ เหมาะสำหรับการทาเพื่อป้องกันไม่ให้ปากแห้ง

มาดูส่วนประกอบของรุ่นนี้กันบ้าง เนื้อลิปผสานคุณค่าจากพืชพรรณธรรมชาติ ได้แก่ เชียร์บัตเตอร์ น้ำมันเมล็ดอัลมอนด์และน้ำมันเมล็ดละหุ่ง เพื่อนๆจึงมั่นใจได้ว่าใช้แล้วจะอ่อนโยนต่อผิว แต่สำหรับแพ็กเกจรุ่นนี้อาจมีขนาดใหญ่กว่าลิปบาล์มทั่วไป ใครที่ต้องการพกติดตัวไว้หยิบขึ้นมาทาอาจต้องมองหารุ่นอื่นค่ะ

3. Eos Smooth Lip Balm Sphere (7 g)

3. Eos Smooth Lip Balm Sphere (7 g)

ดูรายละเอียดได้ที่ Lazada

ราคา 235 บาท

ลิปออร์แกนิค กลิ่นหอม ใช้งานง่ายไม่สะสมเชื้อโรค

ลิปไข่ในตำนานที่สาวๆตามหากันให้ควั่ก เป็นที่เลื่องลือกันมานานว่า “ชุ่มชื้นและกลิ่นหอม” ด้วยเนื้อลิปแน่นไม่ละลายเยิ้ม ไม่มีสี แพ็กเกจใช้งานสะดวก ด้านข้างมีส่วนเว้าสำหรับจับ สามารถใช้ทาไปกับริมฝีปากได้เลยโดยไม่ต้องใช้นิ้ว ช่วยลดการสะสมเชื้อโรค เหมาะสำหรับคนที่ต้องการป้องกันปากแห้งและบำรุงขั้นพื้นฐาน

อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ “ส่วนผสม” เพราะเกือบทั้งหมดมาจากธรรมชาติ ลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการแพ้ โดยปัจจุบันมีให้เลือกมากมายหลายกลิ่น

2. Carmex Classic Lip Balm Medicated (7.5 g)

2. Carmex Classic Lip Balm Medicated (7.5 g)

ดูรายละเอียดได้ที่ Lazada

ราคา 140 บาท

สารสกัดจากโกโก้บัตเตอร์มอบความชุ่มชื้นให้เรียวปาก

อีกหนึ่งลิปบาล์มที่โด่งดังมีคนเลือกใช้กันเยอะมาก โดยรุ่นนี้เป็นสูตรไม่มีสี เน้นการบำรุงเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปากเพียงอย่างเดียว เนื้อลิปอุดมไปด้วยสารสกัดจากโกโก้บัตเตอร์ สัมผัสเนียนลื่น สามารถทาโดยไม่ต้องวอร์ม หลังใช้แล้วผู้ที่ใช้จริงต่างรู้สึกว่าริมฝีปากเนียนนุ่ม และเมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องพบว่าสีปากอ่อนลง แลดูมีสุขภาพดี

ปัจจุบันรุ่นนี้มีให้เลือก 2 กลิ่น ซึ่งอาจจะไม่ครอบคลุมทุกความต้องการนัก แต่เมื่อเทียบกับราคาและคุณภาพถือว่าคุ้มค่าทีเดียวค่ะ นอกจากนี้ยังหาซื้อง่ายทั้งตามร้านค้าทั่วไปและออนไลน์

1. Vaseline Lip Therapy Lip Balm (7 g)

1. Vaseline Lip Therapy Lip Balm (7 g)

ดูรายละเอียดได้ที่ Lazada

ราคา 190 บาท

ปิโตรเลียมเจลเนียนลื่น ทาง่าย เรียวปากชุ่มชื้น

สำหรับอันดับ 1 ของเราจะยกให้ใครเป็นไปไม่ได้นอกจากลิปบาล์มรุ่นนี้ ด้วยส่วนผสมทั้งหมดจากปิโตรเลียมเจล เนื้อลิปมีกลิ่นหอมอ่อนๆ สัมผัสเนียนลื่น แต้มทาได้ทันทีโดยไม่ต้องวอร์ม เกลี่ยง่าย เนื้อบางเบา ซึมซาบไว ทาแล้วริมฝีปากชุ่มชื้นเนียนนุ่ม และสำหรับรุ่นที่มีโทนสีค่อนข้างเป็นธรรมชาติ ทาแล้วปากจึงระเรื่อดูสุขภาพดี เหมาะสำหรับทุกคน

รุ่นนี้มีด้วยกัน 2 แพ็กเกจ ขึ้นอยู่กับความจุ โดยขนาดเล็กจะเป็นกระปุก ส่วนขนาดใหญ่จะเป็นตลับ นอกจากนี้ยังมีหลายกลิ่นและหลายสีให้เลือก ครอบคลุมทุกความต้องการ

เคล็ดลับการทาลิปบาล์ม

นอกเหนือจากการซื้อสินค้าดีๆสักชิ้นหนึ่งแล้ว การทาลิปบาล์มอย่างถูกวิธีก็เป็นอีกตัวช่วยให้ริมฝีปากของคุณสุขภาพดีขึ้น เพราะตามธรรมชาติของริมฝีปากเราจะมีชั้นฟิล์มไขมันเคลือบบางๆอยู่แล้ว เพียงแต่มีปริมาณน้อยกว่าส่วนอื่นๆของร่างกาย ถ้าทาลิปมาก-น้อยเกินไปหรือทาไม่ถูกวิธีอาจทำให้ผิวเสียสมดุลและได้ผลลัพธ์ที่แย่ลงไปกว่าเดิมได้

เคล็ดลับในการทาลิปบาล์มให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุดมีอยู่ด้วยกัน 3 ข้อ ซึ่งล้วนแล้วแต่ทำตามได้ง่ายๆ ส่วนจะมีอะไรบ้าง ตามอ่านได้จากด้านล่างนี้เลยค่ะ

สำหรับใครที่ปากแห้ง ไม่ควรทาเกิน 5 ครั้งใน 1 วัน

สำหรับใครที่ปากแห้ง ไม่ควรทาเกิน 5 ครั้งใน 1 วัน

หลายๆคนอาจเคยคิดว่าถ้าปากแห้งก็ทาลิปเยอะๆสิ จะได้หายสักที แต่อะไรที่มากเกินไปมักไม่ดีค่ะ การสัมผัสริมฝีปากที่แห้งอยู่แล้วบ่อยๆจะยิ่งกระตุ้นให้เป็นหนักมากขึ้น ทางที่ดีไม่ควรทาเกิน 5 ครั้งต่อวัน โดยควรทาเมื่อรู้สึกว่าริมฝีปากแห้งมากเท่านั้น หรืออย่างง่ายที่สุดคือ ทาหลังแปรงฟัน, อาบน้ำ, หลังทานอาหารแต่ละมื้อ เพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้วค่ะ

สำหรับใครที่ชอบเติมลิปบาล์มบ่อยๆ เพราะปากแห้งไวเสียเหลือเกิน แนะนำให้ลดความถี่ลงนะคะ เพราะการเติมความชุ่มชื้นหรือฉาบสารต่างๆเคลือบริมฝีปากมากเกินไป จะยิ่งทำให้เกิดการระคายเคือง

วอร์มเนื้อลิปก่อนทาและเกลี่ยบนริมฝีปากเบาๆ

วอร์มเนื้อลิปก่อนทาและเกลี่ยบนริมฝีปากเบาๆ

เนื้อลิปบาล์มมักถูกบีบอัดใส่ในตลับ ซึ่งแต่ละแบรนด์และแต่ละรุ่นมีความนิ่มต่างกันไป แต่สำหรับชนิดที่ค่อนข้างแน่น แนะนำให้เพื่อนๆวอร์มลิปด้วยนิ้วมือให้ละลายจนเนื้อนุ่มก่อนจะทานะคะ เพราะถ้าทาตอนที่ครีมยังแข็งอยู่ เราจะต้องออกแรงถูเนื้อลิปกับริมฝีปากมากกว่า เสี่ยงที่อาการแห้งลอกจะรุนแรงมากขึ้น ผลสุดท้ายปากอาจจะพังได้นะจ๊ะ

นอกจากนี้ การใช้นิ้วทาลิปยังช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนของเลือดในบริเวณดังกล่าวให้ทำงานดีขึ้น ทำให้ริมฝีปากของเราแลดูมีสุขภาพดี

ทาลิปตามแนวร่องปาก

ทาลิปตามแนวร่องปาก

ถ้าใครเคยสังเกตจะเห็นว่าริมฝีปากของเราไม่ได้เรียบเนียน แต่จะมีเส้นร่องปากอยู่ วิธีทาลิปที่ถูกต้องจึงควรทาไปตามแนวเส้นร่องปาก (แนวดิ่ง) เพราะถ้าคุณทาในทางตรงกันข้าม (แนวนอน) การเสียดสีจะยิ่งกระตุ้นให้ริมฝีปากยิ่งแห้งและแตกเป็นร่องลึกมากยิ่งขึ้น โดยวิธีนี้นอกจากจะไม่ทำให้ระคายเคืองเพิ่มแล้ว ยังช่วยให้ร่องปากที่แห้งได้รับความชุ่มชื้นอย่างเต็มที่อีกด้วย

อีกหนึ่งสิ่งที่สาวๆควรหลีกเลี่ยง คือ “การเม้มแล้วขยับปากซ้ายขวาหรือขึ้นลงหลังทาเสร็จ” เพราะริมฝีปากที่แห้งจะยิ่งเสียดสีกัน อาการอาจยิ่งหนักขึ้น

บทส่งท้าย

ตอนนี้หลายคนคงจะทราบแล้วว่าการเลือกซื้อลิปบาล์มมีอะไรมากกว่าที่คิด เพราะนอกจากไอเทมชิ้นนี้จะช่วยบำรุงแล้วยังช่วยกู้ริมฝีปากให้กลับมามีสุขภาพดี ดังนั้นก่อนการซื้อทุกครั้ง เพื่อนๆอย่าลืมทำตามวิธีที่ผู้เขียนแนะนำกันนะคะ จะได้มีริมฝีปากที่สวยสมบูรณ์แบบ

นอกจากนี้ การศึกษาและเปรียบเทียบข้อมูลสินค้าต่างๆก่อนการซื้อก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญ เพื่อให้ได้สินค้าที่เหมาะกับคุณมากที่สุด สุดท้ายนี้ถ้าใครสนใจสั่งซื้อจากร้านค้าออนไลน์ อย่าลืมตรวจสอบความน่าเชื่อถือกันด้วยนะคะ จะได้ไม่พลาดซื้อสินค้าคุณภาพแย่มาใช้จนทำให้ริมฝีปากสวยๆของคุณมีสุขภาพแย่ไปกว่าเดิม

  • 10 อันดับ ลิปมันกันแดด ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018
    เชื่อว่าทุกคนทาครีมกันแดดที่บริเวณใบหน้ากันอยู่แล้วแต่คงมีไม่กี่คนที่จะทาลิปมันกันแดดเพื่อป้องกันริมฝีปากจากรังสียูวีด้วย อย่างที่เรารู้กันดีว่าประเทศไทยเป็นเมืองร้อนและมีแดดแรงตลอดปี ฉะนั้นการใช้ลิปมันที่มีส่วนผสมแค่มอยส์เจอร์ไรเซอร์อย่างเดียวคงไม่เพียงพอ เพราะรังสียูวีอาจทำร้ายริมฝีปากของคุณให้หมองคล้ำหรือแห้งแตกได้ คุณควรหันมาใช้ลิปมันที่มีส่วนผสมของสารกันแดดด้วยเพื่อให้ริมฝีปากของคุณเรียบเนียนอมชมพูและดูมีสุขภาพดีอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตามลิปมันกันแดดในปัจจุบันไม่ได้มีคุณสมบัติแค่ป้องกัน UV เพียงอย่างเดียว ผลิตภัณฑ์บางยี่ห้อยังสามารถเปลี่ยนสีได้และอุดมไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาติที่ช่วยบำรุงให้ริมฝีปากนุ่มน่าสัมผัส ดังนั้นเพื่อให้ทุกคนได้มีผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับตัวเอ

  • 10 อันดับ ลิปมัน ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018
    ลิปมันช่วยปกป้องริมฝีปากของสาวๆ ให้ห่างจากปัญหาริมฝีปากแห้ง ลอก เป็นขุย ซึ่งลิปมันที่ขายอยู่นั้นมีหลากหลายยี่ห้อ เช่น MENTHOLATUM, NIVEA, DHC, ลิปมันที่ทำจากส่วนผสมออร์แกนิคจากธรรมชาติ, ลิปมันที่ให้ความชุ่มชื่นสูง, ลิปมันที่เปลี่ยนสีได้ เป็นต้น เมื่อหาข้อมูลในในเว็บไซต์แนะนำเครื่องสำอางก็มีเขียนข้อดีข้อเสียของลิปมันมากมายจนทำให้สาวๆ ประสบปัญหาในการเลือกซื้อ ว่าลิปมันยี่ห้อไหนดีนะที่เหมาะกับเรา บทความนี้แนะนำเกี่ยวกับการเลือกซื้อลิปมันและแนะนำ 10 อันดับลิปมันคุณภาพดีที่ไม่เพียงแต่สาวๆ เท่านั้นที่ใช้ได้ หนุ่มๆ ก็สามารถใช้ได้ด้วย หลังจากอ่านบทความนี้จบแล้วหวังว่าผู้อ่านจะสามารถเลือกซื้อลิปมันที่เหมาะกับตัวเอง เพื่อให้ริมฝีปากของคุณเนียนนุ่มน่าสัมผัสป้องกันปัญหาริมฝีปากแห้ง ลอกกันค่ะ วิธีการเลือ

  • 10 อันดับ โลชั่นผิวขาว ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018
    หนึ่งในค่านิยมของสาวไทยคือ “ผิวขาว” ทำให้หลายคนต้องไปหาไอเทมที่ช่วยเปลี่ยนสีผิวของตัวเองได้อย่างทันตาเห็น ไม่ว่าจะเป็นสบู่ ครีม หรือโลชั่น ซึ่งไอเทมยอดฮิตได้ใจหลายๆ คนที่สุดเห็นจะเป็นโลชั่น เพราะใช้ง่าย ราคาย่อมเยาแถมยังมีให้เลือกหลากหลายสูตรจากแบรนด์ต่างๆ เช่น Nivea,Vaseline และ Bhaesaj เป็นต้น แต่เพราะเหตุนี้เอง ทำให้มือใหม่หัดซื้ออาจเลือกไม่ถูกเอาได้ และแย่กว่านั้นคือไม่รู้ว่าชิ้นไหนปลอดภัย ในครั้งนี้ผู้เขียนจึงรวบรวมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์มาให้เพื่อนๆได้อ่านกัน เนื้อหาทั้งหมดจะแบ่งออกเป็น 2 หัวข้อ ในส่วนแรกผู้เขียนจะขออธิบายถึง “วิธีการเลือก” ซึ่งสามารถทำตามกันได้ง่ายๆ ส่วนลำดับต่อไปคือ “10 อันดับสินค้ายอดฮิตขายดี” ซึ่งคัดมาเฉพาะรุ่นที่ปลอดภัยโดยเปรียบเทียบทั้งจากราคา, คุณสมบัติและรีวิว ให้ชาว mybes

  • 10 อันดับ เซ็ทแปรงแต่งหน้า ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018
    สำหรับสาว ๆ ที่แต่งหน้า ไม่ว่าจะเป็นการลงฟาวน์เดชั่น แป้งฝุ่น บลัชออน ไฮไลท์ดั้ง หรือแม้แต่การเขียนคิ้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ แปรงแต่งหน้า นอกจากนี้เพื่อน ๆ คงเคยได้ยินว่า เวลาที่แต่งหน้าหากใช้แปรงที่ถูกออกแบบและผลิตมาเพื่อการลงเมคอัพในแต่ละพื้นที่โดยเฉพาะนั้นจะช่วยทำให้เกลี่ยเมคอัพได้เนียนและสวยงามมากขึ้นใช่ไหมล่ะคะ แล้วทีนี้คงมีอีกหลาย ๆ คนที่ไม่แน่ใจว่าจะต้องเลือกใช้แปรงแบบไหนดีถึงจะเหมาะสม ครั้งนี้ เราจะมาแนะนำเคล็ดลับในการเลือกซื้อและเลือกใช้เซ็ตแปรงแต่งหน้ายอดนิยมให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันค่ะ คนไหนที่กำลังลังเลเลือกไม่ถูก ลองนำบทความของเราไปใช้เลือกเซ็ตแปรงที่ถูกใจดูนะคะ วิธีการเลือกเซ็ตแปรงแต่งหน้า ก่อนอื่นเลย เราจะมาแนะนำ 3 จุดสำคัญหลัก ๆ ในการเลือกซื้อเซ็ตแปรงแต่งหน้ากั

  • SHISEIDO Urea 10% Hand Cream Hand And Feet 100 g.
    การเลือกใช้แฮนด์ครีมหรือครีมบำรุงมือที่เหมาะกับสภาพผิวจะช่วยให้คุณมีผิวพรรณที่ชุ่มชื้น พร้อมรับมือได้ในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศที่แห้งชื้น หรืออุณหภูมิในห้องทำงานที่เย็นเฉียบทั้งวัน โดยเฉพาะกลุ่มแม่บ้านและผู้ที่ต้องสัมผัสกับน้ำ หรือความเปียกชื้นอยู่ตลอดเวลา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าจะต้องทนทุกข์ทรมานกับสภาพผิวเช่นนั้นเพียงไร แต่ปัญหาเหล่านี้จะหมดและบรรเทาลงไปได้ เมื่อคุณได้เลือกใช้ครีมทามือที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ เช่น ครีมทามือของ Vaseline, Shisedo, Jergens และ Jurlique ฯลฯ เพราะผลิตภัณฑ์ดูแลมือเหล่านี้จะช่วยฟื้นฟูผิวพรรณที่แห้งกร้าน และช่วยต่ออายุเซลล์ผิวทำให้ผิวแข็งแรง บางตัวมีส่วนผสมของวิตามินช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้ผิวผลัดเซลล์ใหม่ พร้อม ๆ กับเข้าล็อกความชุ่มชื้น หรือหลาย ๆ ตัวก็

  • 10 อันดับ สบู่ล้างหน้า ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018
    สมัยก่อนเมื่อเราพูดถึงสบู่ก้อน เรามักจะนึกถึงสบู่ที่ใช้ทำความสะอาดร่างกายที่มีคุณสมบัติในการล้างสิ่งสกปรกออกจากร่ายกายได้ดี แต่ก็มีข้อเสียคือทำให้ผิวแห้งกร้านได้ง่าย ทำให้หลายๆคนเมื่อพูดถึงผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มาในรูปแบบสบู่แล้วอาจจะรู้สึกไม่กล้าใช้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีเทคโนโลยีในการผลิตที่ดีขึ้น มีการสรรหาวัตถุดิบธรรมชาติที่มีความอ่อนโยนต่อผิวและมีประสิทธิภาพช่วยล้างสิ่งสกปรกออกจากรูขุมขนบนผิวหน้าได้เกลี้ยงเกลามาเป็นส่วนผสม ทำให้สบู่ล้างหน้าเป็นหนึ่งในตัวเลือกของผลิตภัณฑ์สำหรับล้างหน้าที่ได้รับความนิยมสูงไม่แพ้ผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นๆ ในบทความนี้ผู้เขียนขอกล่าวถึงข้อดีของการใช้สบู่ล้างหน้า แนะนำวิธีการเลือกผลิตภัณฑ์สบู่ล้างหน้า และนำ 10 อันดับผลิตภัณฑ์สบู่ล้างหน้าที่ไ

  • 10 อันดับ ลิปเครยอน ยอดฮิตขายดีที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018
    สำหรับสาวๆที่รักการแต่งหน้า แน่นอนว่าไอเทมที่ขาดไม่ได้ คือ “ลิปสติก” เพราะช่วยเพิ่มสีสันให้กับเรียวปาก ทำให้ใบหน้าไม่จืดชืดจนเกินไป และในปัจจุบันเจ้าลิปสติกนี้ไม่มีแค่แบบแท่งสุดคลาสสิคเท่านั้นนะคะ แบรนด์เครื่องสำอางต่างๆ ยังพัฒนาลิปสติกออกมาให้มีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบลิควิดปาดง่าย หรือจะแบบครีมที่ใช้ได้ทั้งปากและแก้ม ฯลฯ ซึ่งแต่ละประเภทเหมาะสมกับการใช้งานที่ต่างกัน โดยวันนี้เราจะมาทำความรู้จัก “ลิปเครยอน” ไอเทมที่หลายคนยังไม่ค่อยรู้จักกันค่ะ “ลิปเครยอน” ลิปสติกรูปร่างคล้ายสีเทียนที่ช่วยให้การใช้งานเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น ซึ่งทุกวันนี้มีให้เลือกหลากหลายเนื้อสัมผัส สีสันและดีไซน์ อย่างไรก็ตาม กลับมีบทความแนะนำทั้ง “วิธีการเลือก” และ “10 อันดับสินค้า” ที่ผ่านการเปรียบเทียบทั้งจากร

  • 10 อันดับ ครีมทาผิว สำหรับผิวแห้ง ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2019
    สวัสดีค่ะคุณผู้อ่าน mybest ทุกท่าน “ครีมทาผิว” นั้นเป็นไอเทมที่มีคุณสมบัติในการคงความชุ่มชื่นให้ผิว ช่วยป้องกันไม่ให้ผิวแห้งกร้าน ไม่ว่าจะเป็นนีเวีย, Vaseline, Lush หรือแบรนด์อื่น ๆ ต่างก็พัฒนาครีมทาผิวออกมาหลายสูตรหลายกลิ่นเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ทุกเพศทุกวัย แถมบางสูตรสามารถใช้ได้แม้กระทั่งผิวหน้า เรียกได้ว่ามีมากมายจนเลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียวค่ะ ในครั้งนี้ ผู้เขียนจึงได้นำ “ครีมทาผิว” โดยเฉพาะสำหรับแก้ปัญหาผิวแห้งมาจัดเป็น 10 อันดับโดยเปรียบเทียบจากความนิยมของผู้ใช้ รวมถึง ‘วิธีการเลือกครีมทาผิว’ ที่เหมาะกับสภาพผิวแต่ละแบบ หวังว่าผู้ที่กำลังมองหาครีมทาผิวอยู่นั้นจะสามารถนำบทความนี้ไปปรับใช้ แล้วเลือกครีมทาผิวที่เหมาะกับตนเองได้นะคะ วิธีการเลือกครีมทาผิว ในการเลือกครีมทาผิวนั้น สิ่งสำคัญในขั้นตอนแร

  • 10 อันดับ Lip & Cheek ยอดฮิตขายดีที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018
    แค่สาวๆ เห็นหัวข้อก็คงจะรู้กันแล้วว่าไอเทมชิ้นนี้สามารถใช้ได้ทั้งริมฝีปากและพวงแก้ม ทำให้การแมทช์สีกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นและยังช่วยลดจำนวนเครื่องสำอางที่ต้องพกพาไปเติมระหว่างวันหรือการเดินทางได้อีกด้วย เหมาะสำหรับสาวรุ่นใหม่ที่เน้นความสะดวกสบายเป็นพิเศษ และเช่นเดียวกับเครื่องสำอางส่วนใหญ่ เจ้าไอเทมนี้มีหลายเนื้อสัมผัส โดยทั่วไปจะมีทั้งแบบทิ้นท์น้ำ เจล และแบบครีม นอกจากนี้ยังมีให้เลือกหลายเฉดสี ซึ่งความแตกต่างเหล่านี้เองที่จะทำให้แต่ละรุ่นมีคุณสมบัติการใช้งานที่ต่างกัน ดังนั้นการศึกษา “วิธีการเลือก” ก่อนตัดสินใจซื้อจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก แน่นอนว่าการเลือกจากการอ่านฉลากหรือคำโฆษณาสินค้าเท่านั้นไม่อาจทำให้รู้คุณสมบัติการใช้งานจริงได้ แต่จะให้ซื้อมาลองเองเลยก็เสี่ยงเกินไป แถมย

  • 10 อันดับ ขนตาปลอมที่ดูเป็นธรรมชาติ ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018
    ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้ “ขนตาปลอม” กลายเป็นหนึ่งในอุปกรณ์แต่งหน้าชิ้นหลักไปแล้ว เพราะช่วยให้ดวงตาคมชัดและโดดเด่นอย่างเป็นธรรมชาติแตกต่างจากการปัดมาสคาร่า ซึ่งขนตาปลอมมักถูกผลิตโดยการใช้เส้นใยไฟเบอร์หรือเส้นผมตัดแต่งให้ใกล้เคียงกับขนตาจริงมากที่สุด ใช้งานไม่ยาก แค่ทากาวติดให้ชิดขอบตา เพียงเท่านี้ดวงตาของเราก็จะเป๊ะปังมากขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่ที่มือใหม่หัดซื้อทุกคนต้องเจอคือ “ไม่รู้จะเลือกอย่างไร” เพราะทุกวันนี้มีขนตามากมายหลายแบบเหลือเกิน แถมแต่ละแบบยังมีแกนที่แตกต่างกันอีก ในครั้งนี้ผู้เขียนจึงรวบรวมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับขนตาปลอมมาให้กับสาวๆ ค่ะ หัวข้อแรกคือ “วิธีการเลือก” ซึ่งรับประกันเลยค่ะว่าทำตามง่ายมากๆ และลำดับต่อไปคือ “10 อันดับ สินค้ายอดฮิตขายดี” ที่ผ่า