10 อันดับ รองพื้นสำหรับผิวผสม ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2019

10 อันดับ รองพื้น สำหรับผิวผสม ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018

หนึ่งในปัญหาของสาวผิวผสมคือ “หารองพื้นที่เข้ากับตัวเองยาก” รุ่นนั้นก็ชุ่มชื้นไป ส่วนรุ่นนี้ก็แห้งเกิน รุ่นที่ผลิตมาเพื่อผิวผสมโดยเฉพาะก็แทบไม่มี เพราะสภาพผิวของคนส่วนใหญ่มีด้วยกัน 2 ลักษณะ คือ แห้งกับมัน สาวผิวผสมอย่างเรา ๆ เลยต้องมานั่งควานหารองพื้นที่ใช่ท่ามกลางผลิตภัณฑ์มากมาย ทำให้บางครั้งก็ได้ของดี แต่บางครั้งก็ผิดหวังกันไป และเพื่อไม่ให้เพื่อน ๆ ต้องเจอปัญหาเหล่านั้นอีก ในครั้งนี้ผู้เขียนได้เตรียมตัวช่วยมาให้แล้วค่ะ

ตัวช่วยที่ 1 คือ “วิธีการเลือก” โดยแต่ละขั้นตอนสามารถทำตามได้ง่าย ๆ ไม่ยุ่งยากเสียเวลา ส่วนตัวช่วยที่ 2 คือ “10 อันดับสินค้ายอดฮิตขายดี” ที่ผ่านการเปรียบเทียบทั้งราคา, คุณสมบัติและรีวิว เพื่อให้สาว ๆ ได้ประหยัดเวลาการเลือกซื้อของ ว่าแล้วก็อย่ารอช้า ไปตามอ่านกันเลยค่ะ!

สารบัญ

ผิวผสมมีลักษณะยังไงกันนะ?

ผิวผสมมีลักษณะยังไงกันนะ?

ก่อนที่จะไปดูรองพื้นกัน สำหรับคนที่ยังไม่แน่ใจว่าผิวเราแบบนี้คือผิวผสมหรือเปล่า เรามีคำอธิบายลักษณะของผิวผสมให้อ่านกันตรงนี้ค่ะ

ผิวผสมคือการที่บนผิวหน้าของเรามีทั้งบริเวณที่ผิวแห่งและผิวมันอยู่ด้วยกัน โดยบริเวณ T Zone (หน้าผาก, จมูกและคาง) มักจะมีชั้นฟิล์มไขมัน (Sebum) ออกมามากและหน้าจะดรอปได้ง่าย ในขณะที่บริเวณแก้มมักจะแห้งกร้านแต่งหน้าแล้วชอบเป็นขุย การเลือกใช้รองพื้นที่ดีที่สุดคงหนีไม่พ้น การแยกใช้รองพื้นที่เนื้อแตกต่างกัน 2 ชนิดให้เหมาะกับสภาพผิวแต่ละส่วนค่ะ

วิธีการเลือกรองพื้นสำหรับผิวผสม

ที่นี้มาถึงเวลาที่เราจะมาดูกันแล้วค่ะว่า ผิวผสมอย่างเรา ๆ สมควรใส่ใจและสังเกตุเรื่องใดในการเลือกซื้อรองพื้น เพื่อจะได้แต่งหน้าได้สวยเนี๊ยบไม่ไหลย้อยหรือหลุดลอกระหว่างวันนะคะ

ควรใช้รองพื้นแบบลิควิดและแป้งควบคู่กัน

แม้จะเรียกรวม ๆ ว่าเป็นสาวผิวผสม แต่ทว่าผิวของแต่ละคนก็ยังแตกต่างกันออกไปอีก บางคนอาจจะติดใจกับส่วนที่แห้งกร้านมากกว่า บางคนอาจจะอยากแก้ไขส่วนที่มัน ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการเลือกรองพื้นให้เข้ากับลักษณะผิวตนเองค่ะ

บริเวณที่ผิวมันให้เลือกใช้ “รองพื้นแบบแป้ง”

บริเวณที่ผิวมันให้เลือกใช้ "รองพื้นแบบแป้ง"

บริเวณ T Zone แถวหน้าผากและจมูกที่ผิวมันมาก กับตรง บริเวณ U Zone (บริเวณคางทั้งหมด) แนะนำให้ใช้รองพื้นที่มีส่วนผสมเป็นน้ำมันอยู่น้อยอย่างรองพื้นแบบแป้ง ซึ่งจะช่วยควบคุมความมันและให้สัมผัสที่สบายผิว

เนื้อรองพื้นแบบแป้งมีด้วยกันหลายลักษณะ เช่น แบบอัดแข็งและแบบฝุ่น โดยเนื้อสัมผัสอัดแข็งหรือแป้งพัฟจะให้การปกปิดที่สูงกว่า ในขณะที่แบบฝุ่นหรือ Loose Powder จะบางเบาสบายผิว และให้ฟินิชลุคที่เป็นธรรมชาติมากกว่า สาว ๆ ลองเลือกให้เหมาะกับตัวเองกันดูนะคะ

บริเวณที่ผิวแห้งให้เลือกใช้ “รองพื้นแบบลิควิด” หรือ “รองพื้นแบบครีม”

บริเวณที่ผิวแห้งให้เลือกใช้ "รองพื้นแบบลิควิด" หรือ "รองพื้นแบบครีม"

บริเวณที่ผิวค่อนข้างแห้งอย่างบริเวณแก้ม แนะนำให้ใช้รองพื้นที่มีส่วนผสมของน้ำมันมากขึ้น อย่างรองพื้นแบบลิควิดและรองพื้นแบบครีมค่ะ

แบบลิควิดจะเกลี่ยได้ง่าย ทาได้ในบริเวณกว้าง ปกปิดส่วนที่มีความแห้งกร้านได้ดี ในปัจจุบันก็มีรองพื้นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากนั่นคือรองพื้นแบบคุชชั่นที่รวมเอารองพื้นลิควิดและพัฟไว้ในตลับเดียว ช่วยให้ทัชอัพหน้าได้ง่ายขึ้น เหมาะกับคนที่กลัวเครื่องสำอางหลุดลอกระหว่างวัน ส่วนรองพื้นแบบครีมมีความสามารถในการปกปิดรอยแดง รอยสิว หรือจุดตำหนิต่าง ๆ บนใบหน้าได้อย่างดีเยี่ยม ใครที่มีปัญหาดังกล่าวแนะนำให้ใช้รองพื้นชนิดนี้ค่ะ

เลือกรองพื้นที่ควบคุมความมันได้

เลือกรองพื้นที่ควบคุมความมันได้

สาวผิวผสมมีแนวโน้มที่หน้าจะมันบริเวณ T Zone และ U Zone ดังนั้นให้พยายามใช้รองพื้นที่ควบคุมความมันตรงผิวส่วนนั้น แนะนำให้ใช้รองพื้นแบบแป้ง หรือแบบลิควิดที่เป็นสูตร Oil Control เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหน้ามันเงา เหนียวเหนอะหนะ และยังช่วยให้เครื่องสำอางไม่หลุดลอก ไม่ต้องคอยเติมหน้าบ่อย ๆ อีกด้วยค่ะ

อย่าลืมเลือกรองพื้นที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว

อย่าลืมเลือกรองพื้นที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว

“ยิ่งผิวมันยิ่งต้องเติมน้ำให้ผิว” นี่คือคำคมที่สาว ๆ ต้องจำให้ขึ้นใจ โดยเฉพาะคนที่มักเลือกรองพื้นโดยดูแค่รุ่นที่เลื่องลือกันว่าคุมมันดีเยี่ยมเพียงอย่างเดียว การทำอย่างนั้นอาจกำลังเร่งให้ตัวเองหน้าแก่เร็วอยู่ก็ได้!

เพราะสาเหตุที่ผิวมันอาจเกิดจากการที่ผิวด้านในขาดความชุ่มชื้น ทำให้ตามธรรมชาติต่อมไขมันใต้ผิวหนังของเราพยายามหลั่งน้ำมันออกมาเพื่อมอบความชุ่มชื้นและปกป้องผิว สาว ๆ จึงควรเลือกรองพื้นที่มีมอยส์เจอร์ไรเซอร์เพียงพอต่อผิว อย่างประเภทลิควิดหรือครีมเพราะมีผสมของน้ำมันอยู่ด้วย หากเลือกแบบแป้งก็พยายามหาสูตรที่มีส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้นด้วยนะคะ

หากมีสารกันแดดในรองพื้นด้วยก็จะดีเยี่ยม

หากมีสารกันแดดในรองพื้นด้วยก็จะดีเยี่ยม

ผิวบริเวณหน้าผากหรือสันจมูกมักจะเป็นส่วนที่ได้รับผลกระทบการรังสี UV ก่อนใครเพื่อน ส่งผลให้เกราะป้องกันผิวเสื่อมลงจนเกิดอาการผิวแห้ง และในที่สุดก็เป็นสาเหตุให้ต่อมไขมันหลั่งไขมันออกมากเกินไป โดยเฉพาะในช่วงที่แสงแดดจ้าเราสมควรที่จะเลือกใช้รองพื้นที่มีส่วนผสมของสารกันรังสี UV ค่ะ

ส่วนระดับในการป้องกันรังสี UV นั้น สาว ๆ ควรเลือกรองพื้นที่มีสารกันแดดให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ถ้าต้องเจอแดดต่อวันไม่มาก โดยครั้งละไม่นาน ให้เลือก SPF 10-20 แต่ถ้าต้องเจอมากกว่านั้นให้เลือกรุ่นที่มีค่า SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป และถ้าต้องออกกลางแจ้งตากแดดแรง แนะนำให้เลือกรุ่นที่มีค่า PA + เยอะ ๆ ด้วยนะคะ

ผิวแพ้ง่ายควรเลือกใช้รองพื้นประเภท Mineral

ผิวแพ้ง่ายควรเลือกใช้รองพื้นประเภท Mineral

แม้ว่าสภาพผิวผสมจะไม่ได้มีความมันหรือแห้งทั่วหน้า แต่ลักษณะดังกล่าวทำให้มีปัญหาผิวยิบย่อยต่าง ๆ ที่แก้ยากตามมา นั่นคือ “เป็นสิวที่หน้าผากง่าย” แต่ “แก้มแห้งลอกจนคัน” ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถทวีความรุนแรงได้ง่ายมากหากใช้เครื่องสำอางที่มีสารเคมีรุนแรง ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยสาว ๆ จึงควรใช้รองพื้นแบบ Mineral กันนะคะ

หลายคนอาจจะงงว่า “Mineral คืออะไร” รองพื้นประเภทนี้ คือ รองพื้นที่มีส่วนผสมทั้งหมดจากแร่ธาตุธรรมชาตินานาชนิด ซึ่งส่วนมากมักปราศจากสารเคมีอันตราย จึงอ่อนโยนต่อผิว ทำความสะอาดง่าย ช่วยลดการขัดถูขณะเช็ดเมคอัพ แต่หลายคนมักไม่เลือกใช้เพราะติดภาพว่าให้การปกปิดน้อย อย่างไรก็ตามปัจจุบันหลายแบรนด์ได้พัฒนารองพื้น Mineral ให้มีประสิทธิภาพปกปิดได้ดีขึ้น ดังนั้นก่อนซื้อสาว ๆ ควรลองทดสอบด้วยตัวเองหรืออ่านจากรีวิวให้มากที่สุดดูนะคะ

10 อันดับ รองพื้นสำหรับผิวผสม ยี่ห้อไหนดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

ตอนนี้สาว ๆ คงอยากจะรู้กันแล้วว่ารองพื้นยี่ห้อไหนดีอย่างไร ว่าแล้วจะช้าอยู่ไย เราไปตามอ่านกันเลยค่ะ แต่อย่าลืมนะคะ เลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวคุณมากที่สุด โดยอ้างอิงจากอันดับสินค้าเป็นรอง เพราะแต่ละคนมีลักษณะผิวและปัญหาปลีกย่อยที่แตกต่างกัน

10. Giorgio Armani POWER FABRIC FOUNDATION BALM (9 g)

10. Giorgio Armani POWER FABRIC FOUNDATION BALM (9 g)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 2,750 บาท

รองพื้นจากเนื้อครีม สร้างผิวใสดั่งรูปปั้น

โด่งดังกันไปแล้วกับรองพื้นแบบลิควิดของ Armani คราวนี้นำรองพื้นเนื้อครีมมาเสนอกันบ้างค่ะ ถึงบอกว่าเป็นเนื้อครีมแต่ก็ไม่ใช่เนื้อครีมธรรมดา เพราะหลังจากทาลงบนผิวเนื้อสัมผัสจากครีมจะเปลี่ยนไปเป็นเนื้อกำมะหยี่คล้ายเนื้อแป้ง อเมซซิ่ง!

วิธีการใช้ก็แค่ใช้พัฟในตลับตบ ๆ เนื้อครีมลงบนใบหน้า ฟินิชลุคที่ได้จะดูเป็นธรรมชาติ ปกปิดแบบ Full Coverage แต่ไม่มันวาว เนื้อรองพื้นเกาะผิวได้ดี ทำให้แต่งหน้าแล้วอยู่ติดทนนานทั้งวัน  ที่สำคัญตลับสวยหรูนี้พกพาง่ายมาก ไม่ต้องกังวลว่าจะหกเลอะเทอะแน่นอน เสียตรงที่ราคาสูงแต่ไม่เน้นเกี่ยวกับสารบำรุงผิวมากมายอย่างที่คาดหวังค่ะ

ประเภทของรองพื้น รองพื้นแบบครีม
มีสารให้ความชุ่มชื้นผิว
มีสารปกป้องผิวจากรังสี UV

9. Sheene Oil Free Cake Powder  (9 g)

9. Sheene Oil Free Cake Powder (9 g)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 245 บาท

Anti-Shinesystem ควบคุมความมันพร้อมเผยผิวกระจ่างใสเป็นธรรมชาติ

หนึ่งในแป้งผสมรองพื้นอันโด่งดังที่ครองใจสาวผิวผสม รองพื้นมีเทคโนโลยี Anti-Shinesystem ยับยั้งการสร้างน้ำมันบนใบหน้า มาพร้อม Bio Compatible Complex ช่วยให้แป้งเนียนลื่นเกลี่ยง่าย ผสานด้วย Luminous Powder ช่วยเผยผิวกระจ่างใส ทั้งยังช่วยอำพรางรูขุมขนด้วย Pore Eraser และสร้างเกราะป้องกันให้ผิวจากรังสี UV ด้วยค่า SPF25 PA++

สาว ๆ ที่ใช้จริงชื่นชอบในเนื้อแป้งที่บางเบา ทาแล้วดูเป็นธรรมชาติ ให้การปกปิดระดับกลาง ควบคุมความมันได้ในระดับหนึ่ง ระหว่างวันสีไม่หมอง ติดทนนาน มีหลายเฉดสีให้เลือก ตอบโจทย์ทุกสีผิวของสาวไทย ที่สำคัญบรรจุอยู่ในตลับขนาดเล็กเหมาะแก่การพกพา มาในราคาน่าคบหา สำหรับนักเรียน-นักศึกษาถือเป็นรุ่นที่น่าสนใจเลยค่ะ

ประเภทของรองพื้น รองพื้นแบบแป้ง
มีสารให้ความชุ่มชื้นผิว
มีสารปกป้องผิวจากรังสี UV

8. KMA Water Resist Liquid Foundation (30 ml)

8. KMA Water Resist Liquid Foundation (30 ml)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 420 บาท

เนื้อเนียนเกลี่ยง่าย ปกปิดสูง คุมมันได้ดีและติดทนนาน

รองพื้นเนื้อลิควิดอีกรุ่นที่สาวผิวผสมหลายคนเลือกใช้ พิเศษด้วยเทคโนโลยี Multi Film Complex เนื้อครีมจึงเนียนลื่น เกลี่ยง่าย เนื้อบางเบา ปรับผิวให้ดูเรียบเนียน พร้อมให้การปกปิดในระดับกลาง-สูง ได้ฟินิชลุคผิวกึ่งแมตต์อย่างเป็นธรรมชาติ ควบคุมความมันได้ดี กันน้ำกันเหงื่อ ระหว่างวันสีไม่ดรอปและติดทนนาน

นอกจากนี้ยังปกป้องผิวจากรังสี UV ด้วยค่า SPF 30 และมีเฉดสีเหมาะกับสีผิวของคนไทยโดยส่วนใหญ่ แนะนำอย่างยิ่งสำหรับใช้แต่งหน้าเวลาไปออกงานเพราะช่วยกระจายแสงให้ใบหน้าขึ้นกล้องได้ดีเยี่ยม

ประเภทของรองพื้น รองพื้นแบบลิควิด
มีสารให้ความชุ่มชื้นผิว
มีสารปกป้องผิวจากรังสี UV

7. Laura Mercier Foundation Powder (7.2 g)

7. Laura Mercier Foundation Powder (7.2 g)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 1,850 บาท

บางเบาแต่ปกปิด ควบคุมความมัน คืนความชุ่มชื้น สร้างลุคได้หลากหลาย

ถือเป็นแป้งผสมรองพื้นตัวท็อปของแบรนด์ มีสาว ๆ หลายคนเลือกใช้ คุณสมบัติเด่นอยู่ที่เนื้อแป้งบางเบาแต่ปกปิดดี พร้อมผสานเทคโนโลยีช่วยควบคุมความมันได้ในระดับหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของ Lauroyl Lysine ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว ทำให้ผิวหน้าของคุณไม่แห้งหรือฉ่ำน้ำจนเกินไป และ Magnesium Myriststate ช่วยให้แป้งติดทนนาน

อีกหนึ่งจุดเด่นที่น่าสนใจคือแป้งรุ่นนี้สามารถสร้างฟินิชลุคได้ 2 ลุค ขึ้นอยู่กับวิธีการลงแป้ง ถ้าอยากได้การปกปิดสูงอย่างเป็นธรรมชาติ ให้ใช้พัฟชุบน้ำพอหมาดแล้วทาแป้ง แต่ถ้าอยากได้การปกปิดปานกลางฟินิชลุคผิวแมตต์ให้ใช้พัฟทาแป้งได้เลย

ประเภทของรองพื้น รองพื้นแบบแป้ง
มีสารให้ความชุ่มชื้นผิว
มีสารปกป้องผิวจากรังสี UV

6. CEZANNE UV Foundation EX Plus  (11 g)

6. CEZANNE UV Foundation EX Plus  (11 g)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 520 บาท

คุมมันระดับหนึ่งพร้อมให้ความชุ่มชื้น ตบได้ทั้งหน้า

รองพื้นแป้งพัฟอีกรุ่นที่โด่งดัง มีสาว ๆ ผิวผสมหลายคนเลือกซื้อ เพราะเนื้อแป้งมีนวัตกรรมสูตรพิเศษ ช่วยควบคุมความมันได้ในระดับหนึ่ง พร้อมผสานกรดไฮยาลูรอนิค ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างพอเหมาะ นอกจากนี้ยังปกป้องผิวจากมลภาวะด้วย SPF 23/Pa++ ผู้ที่ใช้จริงชื่นชอบสัมผัสที่เนียนนุ่มของเนื้อแป้ง ปกปิดได้ปานกลาง ไม่โบ๊ะ ได้ฟินิชลุคผิวแมตต์ กันน้ำกันเหงื่อ ติดทนนาน สามารถทาได้ทั้งใบหน้าเพราะไม่แมตต์หรือชุ่มชื้นจนเกินไป

ข้อเสียเล็กน้อย คือ มีเฉดสีให้เลือกค่อนข้างน้อย ไม่ครอบคลุมทุกสีผิว นอกจากนี้ยังไม่มี Refill สำหรับเติม หมดแล้วต้องซื้อทั้งตลับใหม่

ประเภทของรองพื้น รองพื้นแบบแป้ง
มีสารให้ความชุ่มชื้นผิว
มีสารปกป้องผิวจากรังสี UV

5. Cute Press Evory Retouch Oil Control Foundation Powder (12 g)

5. Cute Press Evory Retouch Oil Control Foundation Powder (12 g)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 359 บาท

สารสกัดจากดอกกุหลาบพันปีช่วยบำรุงผิว กระจายแสงได้ดี ปกปิดเนียนกริบ

แป้งผสมรองพื้นตลับม่วงถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่โด่งดังของแบรนด์นี้ ด้วยแป้งสูตร Mineral พัฒนาด้วยนวัตกรรมอณูแป้งรูปทรงคล้ายกุหลาบ ช่วยกระจายแสงให้กับใบหน้า ทำให้ดูเรียบเนียนเปล่งปลั่ง ผสานคุณค่าจากสารสกัดจากดอกกุหลาบพันปี ช่วยบำรุงผิวพรรณพร้อมเติมความชุ่มชื้น ปกป้องผิวจากรังสี UV ด้วย SPF 30/PA+++ นอกจากนี้ยังปราศจากน้ำมัน ใช้แล้วจึงอ่อนโยนต่อผิว

สาว ๆ ที่ใช้จริงชื่นชอบในการปกปิดสูง คุมมันได้ค่อนข้างดี กันน้ำกันเหงื่อ ติดทนนาน เฉดสีเข้ากับสีผิวคนไทย ที่สำคัญยังมีขายรีฟิลแยกให้เติมด้วย อย่างไรก็ตามใครที่ชอบความบางเบาแนะนำให้ใช้แปรงลงแทนพัฟนะคะ เพราะเนื้อแป้งค่อนข้างหนาเลยทีเดียว

ประเภทของรองพื้น รองพื้นแบบแป้ง
มีสารให้ความชุ่มชื้นผิว
มีสารปกป้องผิวจากรังสี UV

4. GUERLAIN L’essentiel Natural Glow Foundation (30 ml)

4. GUERLAIN L'essentiel Natural Glow Foundation (30 ml)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SEPHORA

ราคา 2,550 บาท

หรูหรา บางเบา ปรับระดับให้เข้ากับทุกสภาพผิว

รองพื้นใหม่ล่าสุดที่เป็นที่ฮือฮากันมากจากแบรนด์ Guerlain รองพื้นที่ขวดน่ารักขวดนี้มีดีมากกว่าแค่แพ็กเกจเก๋ ๆ (แต่อันที่จริงก็อยากได้เพราะแพ็กเกจก่อนเลย) ด้วยส่วนผสมที่มีสารบำรุงผิวอัดแน่น ผลิตด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติถึง 97 % จึงมอบความสมดุลให้ผิว ปกป้องผิวอย่างอ่อนโยน แม้ผู้ที่มีผิวบอบบางก็ใช้ได้ค่ะ

แม้เนื้อรองพื้นจะบางเบา แต่ช่วยปกปิดริ้วรอยหรือความบกพร่องของผิวได้เป็นอย่างดี เพราะเนื้อผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ผิวหายใจได้ จึงสามารถลงได้หลายชั้นตามความต้องการโดยไม่รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ อีกทั้งมี SPF 20 ช่วยดูแลผิวอีกด้วยค่ะ

ประเภทของรองพื้น รองพื้นแบบลิควิด
มีสารให้ความชุ่มชื้นผิว
มีสารปกป้องผิวจากรังสี UV

3. Maybelline Clear Smooth All In One (9 g)

3. Maybelline Clear Smooth All In One (9 g)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 219 บาท

โปร-วิตามินซี ปรับสีผิวให้กระจ่างใสและควบคุมความมันได้ดี

สำหรับแป้งผสมรองพื้นราคาน่าคบหารุ่นนี้มีเทคโนโลยีช่วยกันน้ำกันเหงื่อ พร้อมผสานคุณค่าจากโปร-วิตามินซี ปรับสีผิวให้กระจ่างใส และเทคโนโลยีเม็ดสีธรรมชาติ เอกสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์ ปกปิดข้อบกพร่องต่าง ๆ ได้ในระดับหนึ่ง นอกจากนี้ยังเสริมเกราะป้องกันให้ผิวด้วยค่า SPF32 PA+++

ผู้ที่ใช้จริงต่างรีวิวไว้ว่าเนื้อแป้งบางเบา ควบคุมความมันได้ดี ได้ฟินิชลุคผิวกึ่งแมตต์ สีเข้ากับโทนผิว ระหว่างวันไม่เป็นคราบ ติดทนนานตลอดทั้งวัน แพ็กเกจใช้งานสะดวก มีรีฟิลขายแยก

ประเภทของรองพื้น รองพื้นแบบแป้ง
มีสารให้ความชุ่มชื้นผิว
มีสารปกป้องผิวจากรังสี UV

2. Estee Lauder Double Wear Stay-in-Place Makeup (30 ml)

2. Estee Lauder Double Wear Stay-in-Place Makeup (30 ml)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 1,950 บาท

ปกปิดเนียนกริบพร้อมเผยผิวสวยเป็นธรรมชาติและคุมมันดีเยี่ยม

หนึ่งในรองพื้นเนื้อลิควิดระดับตำนาน แทบไม่มีสาวคนไหนไม่รู้จัก ด้วยเนื้อค่อนข้างเหลว เนียนลื่น เกลี่ยง่าย ให้การปกปิดสูงโดยสามารถเพิ่มเลเยอร์ได้ ได้ฟินิชลุคผิวกึ่งแมตต์อย่างเป็นธรรมชาติ ควบคุมความมันได้ดี ระหว่างวันสีไม่ดรอปและไม่เป็นคราบ นอกจากนี้ยังกันน้ำกันเหงื่อและติดทนนานตลอดทั้งวัน

อีกหนึ่งจุดเด่นที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ ปราศจากส่วนผสมของน้ำหอมและน้ำมัน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีสภาพผิวแพ้ง่ายด้วยค่ะ ส่วนเฉดสีก็มีให้เลือกมากมาย ครอบคลุมทุกสีผิวของคนไทย สำหรับรุ่นนี้แนะนำให้ใช้ฟองน้ำในการเกลี่ยนะคะ เพราะจะได้ลุคที่ไม่หนาจนเกินไป

ประเภทของรองพื้น รองพื้นแบบลิควิด
มีสารให้ความชุ่มชื้นผิว
มีสารปกป้องผิวจากรังสี UV

1. Revlon Colorstay Makeup Foundation (30 ml)

1. Revlon Colorstay Makeup Foundation (30 ml)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 580 บาท

เนื้อเนียนลื่น เกลี่ยง่าย ปกปิดเนียนกริบ

ถ้าพูดถึงรองพื้นที่ให้การปกปิดสูงพร้อมควบคุมความมันได้ดีโดยไม่ทำให้ผิวหน้าเสียความชุ่มชื้นมากเกินไปจะต้องหนีไม่พ้นรุ่นนี้ค่ะ โดยรุ่นนี้เขาผลิตมาเพื่อสาวผิวผสมโดยเฉพาะ สาว ๆ ที่ใช้จริงต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเนื้อรองพื้นเนียนลื่น เกลี่ยง่าย แห้งไว ฟินิชลุคผิวค่อนข้างแมตต์ แถมยังกันน้ำกันเหงื่อ ระหว่างวันสีไม่ดรอป ไม่มีปัญหาเรื่องเยิ้มเป็นคราบและยังติดทนนานตลอดทั้งวัน

อีกหนึ่งคุณสมบัติที่สำคัญ คือ ปราศจากน้ำหอมและน้ำมัน พร้อมปกป้องผิวจากรังสี UV ด้วยค่า SPF 15 มีหลายเฉดสีให้เลือก ครอบคลุมทุกสีผิวของสาวไทย

ประเภทของรองพื้น รองพื้นแบบลิควิด
มีสารให้ความชุ่มชื้นผิว
มีสารปกป้องผิวจากรังสี UV

เคล็ดลับการทารองพื้นสำหรับสาวผิวผสม

สัมผัสสาวผิวผสมที่กลุ้มใจกับปัญหาเครื่องสำอางไม่ติดหน้า เรามีเคล็ดลับในการทารองพื้นมาฝากกันค่ะ

เตือนตัวเองไว้ว่า ทาบาง ๆ ก็พอ

เตือนตัวเองไว้ว่า ทาบาง ๆ ก็พอ

เคยไหมคะด้วยความกลัวหน้าจะดรอปหรือต้องการปกปิดกระ ฝ้า รูขุมขนมากไปหน่อย บางคนอาจจะโบกหน้าเอาไว้เสียหนาเตอะ แต่จริง ๆ แล้วยิ่งทาหนาเท่าไหร่รองพื้นก็จะยิ่งไหลย้อยมากองรวมได้มากเท่านั้น สำหรับคนผิวผสมโซนที่เป็นโซนผิวมันต้องเตือนตัวเองให้ทาบาง ๆ เข้าไว้อาจจะทาเป็นเลเยอร์บาง ๆ ซ้ำลงไป หรือว่าถ้าต้องการปกปิดมาก ๆ จริง ๆ แนะนำให้ทาคอนซีลเลอร์เสริมเข้าไป แล้วให้แป้งลงตามค่ะ

การแต่งหน้าให้สวย เริ่มจากผิวหน้าที่ชุ่มชื้น

การแต่งหน้าให้สวย เริ่มจากผิวหน้าที่ชุ่มชื้น

บริเวณที่เครื่องสำอางหลุดลอกง่ายอย่าง T Zone และ U Zone จำเป็นต้องบำรุงด้วยโลชั่น หรือครีมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวก่อน หลังจากนั้นจึงลงมือแต่งหน้าโดยเริ่มจากการลงเมคอัพเบสแล้วค่อยตามด้วยรองพื้น

ตอนเย็นหลังจากล้างหน้าเสร็จ การมาส์กหน้าเพื่อเติมน้ำให้ผิวก็เป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยไม่ให้ผิวหนังผลิตน้ำมันออกมามากเกินไปค่ะ แน่นอนที่สุดค่ะว่าถ้าผิวหน้าของเราเปล่งปลั่งชุ่มชื้นแล้วล่ะก็ จะแต่งหน้ายังไงก็สวยค่ะ

บทส่งท้าย

แม้ว่ารองพื้นสำหรับสาวผิวผสมโดยเฉพาะจะไม่ค่อยมีในท้องตลาด แต่เคล็ดลับการเลือกซื้อง่าย ๆ ที่วันนี้เรานำมาฝากกันก็จะช่วยให้คุณได้รองพื้นที่เหมาะกับตัวเองไม่ยาก เพียงแค่เลือกใช้แบบลิควิดลงบริเวณแก้มและแบบฝุ่นบริเวณ T Zone หรือถ้าใครไม่อยากซื้อรองพื้นซ้ำซ้อน แนะนำให้มองหารุ่นที่เนื้อไม่ข้นหรือไม่เหลวจนเกินไป ให้ฟินิชลุคแบบเวลเว็ทแทนดูนะคะ

สุดท้ายก่อนจะจากกัน สาว ๆ อย่าลืมเลือกเมคอัพรีมูฟเวอร์ที่คุณภาพดี อ่อนโยนต่อผิวหน้า เพื่อลดการขัดถูที่อาจก่อให้เกิดอาการระคายเคือง และบำรุงผิวหน้าอย่างสม่ำเสมอ ผิวของเราจะได้เรียบเนียนน่าสัมผัส ไร้ปัญหาใด ๆ ให้กลุ้มใจนะคะ

Popular Posts