10 อันดับ ผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่หลัง ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2019

10 อันดับ ผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่หลัง ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018

มีใครที่กำลังประสบปัญหาเป็นสิวที่แผ่นหลังบ้างหรือไม่คะ สิวที่แผ่นหลังเป็นปัญหาที่สร้างความไม่มั่นใจให้กับสาวๆ อย่างมาก อยากจะใส่ชุดราตรีโชว์หลังไปงานแต่งงานหรือใส่ชุดบิกินี่สุดเซ็กซี่ไปลงทะเลกับเพื่อนๆ ก็ต้องมานั่งทาคอนซีลเลอร์หรือลงรองพื้นปกปิด นอกจากจะเสียเวลาแล้วยังทำให้หมดสนุกกับการแต่งตัวไปได้ง่ายๆ เลยค่ะ นอกจากนี้ปัญหาสิวที่แผ่นหลังยังไม่ได้เกิดเฉพาะกับสาวๆ เท่านั้น หนุ่มๆ บางท่านก็ประสบปัญหานี้ด้วย จะถอดเสื้อโชว์กล้ามทีก็ต้องคิดแล้วคิดอีก ด้วยเหตุนี้หลายคนจึงหันมาแก้ปัญหาด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่หลังกันค่ะ

เนื่องจากปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่หลังวางขายอยู่มากมายหลายชนิด หนุ่มสาวหลายท่านอาจเกิดความสับสนว่าจะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชนิดไหนดีที่จะเข้ากับอาการที่เป็นอยู่และช่วยแก้ปัญหาได้จริง วันนี้เราจึงมาไขข้อข้องใจให้กับคุณผู้อ่านที่กำลังประสบปัญหานี้ค่ะ โดยในบทความเราจะแบ่งผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่หลังออกเป็น 3 ประเภท คือ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดแผ่นหลัง สเปรย์ฉีดรักษาสิวที่หลังและมอยส์เจอร์ไรเซอร์บำรุงผิว คุณผู้อ่านลองเลือกให้ตรงกับอาการและความต้องการใช้งานดูนะคะ

สารบัญ

วิธีการเลือกผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่หลัง

ลำดับแรกผู้เขียนจะขออธิบายวิธีการเลือกผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่หลังก่อนค่ะ คุณผู้อ่านจะได้พอมีไอเดียว่าผลิตภัณฑ์นี้มีประเภทอะไรบ้างและใช้งานแตกต่างกันอย่างไร

เลือกประเภทผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่หลัง

อย่างที่ได้กล่าวไปในช่วงต้น ผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่หลังแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดแผ่นหลัง สเปรย์ฉีดรักษาสิวที่หลังและมอยส์เจอร์ไรเซอร์บำรุงผิว จะมีรายละเอียดอย่างไรบ้างนั้นเราไปดูวิธีการเลือกแต่ละประเภทกันเลยค่ะ

สบู่และครีมอาบน้ำ : พิจารณาส่วนผสมว่ามีสารที่ก่อให้เกิดการแพ้หรือไม่

สบู่และครีมอาบน้ำ : พิจารณาส่วนผสมว่ามีสารที่ก่อให้เกิดการแพ้หรือไม่

ก่อนอื่น ผู้ที่เป็นสิวที่แผ่นหลังต้องกลับมาพิจารณาสบู่หรือครีมอาบน้ำที่กำลังใช้อยู่ว่ามีส่วนผสมที่แรงต่อผิวเกินไปหรือไม่และมีสารที่ก่อให้เกิดการแพ้หรือเปล่า หากมี ให้เปลี่ยนไปใช้ยี่ห้ออื่นเลยค่ะ ลำดับที่สองคือเลือกใช้สบู่ที่มีส่วนผสมรักษาสิวโดยตรง ซึ่งสบู่หรือครีมอาบน้ำที่ดีควรมีส่วนผสมอะไรบ้างนั้น ลงไปอ่านที่ย่อหน้าข้างล่างได้เลยค่ะ

สบู่หรือครีมอาบน้ำที่เหมาะกับผู้ที่เป็นสิวที่หลังไม่ควรมีฤทธิ์การชำระล้างที่แรงต่อผิวเกินไป ควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารกันเสีย สีสังเคราะห์ กลิ่นสังเคราะห์ น้ำมันสังเคราะห์และแอลกอฮอลล์แต่ผสมสารต้านการอักเสบอย่างเช่น Glycyrrhizic acid ที่มีอยู่ในชะเอมเทศและสาร Isopropyl methylphenol ซึ่งช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของการเกิดสิวอุดตัน

สเปรย์ฉีดรักษาสิวที่หลัง:เลือกที่ป้องกันผิวแห้ง ไม่ระคายเคืองต่อผิวและให้ความชุ่มชื้นสูง

สเปรย์ฉีดรักษาสิวที่หลัง:เลือกที่ป้องกันผิวแห้ง ไม่ระคายเคืองต่อผิวและให้ความชุ่มชื้นสูง

สเปรย์รักษาสิวที่หลังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้ง่ายและรวดเร็วกว่าประเภทอื่น ใช้ฉีดทันทีหลังจากอาบน้ำชำระร่างกายเสร็จ ซึ่งสเปรย์ที่ดีควรช่วยเพิ่มสมดุลระหว่างประมาณน้ำและน้ำมันบนผิวหนัง ช่วยป้องกันไม่ให้ผิวแห้ง และเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ประเภทสบู่ ควรปราศจากสารกันเสีย กลิ่นและสีสังเคราะห์

หากเป็นไปได้ สาวๆหนุ่มๆควรเลือกสเปรย์ฉีดรักษาสิวที่หลังที่มีส่วนผสมของเซราไมด์ วิตามิน C และมอยส์เจอร์ไรเซอร์ในปริมาณสูงเพื่อช่วยลดเลือนรอยดำจากสิว ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ให้ผิวกลับมาเรียบเนียนปราศจากรอยแผลเป็น

มอยส์เจอร์ไรเซอร์บำรุงผิว (ครีมหรือเจล):ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นใต้ผิว

มอยส์เจอร์ไรเซอร์บำรุงผิว (ครีมหรือเจล):ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นใต้ผิว

สำหรับผู้ที่มีผิวแห้งหรือผู้ที่คิดว่าการฉีดสเปรย์อย่างเดียวจะให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวได้ไม่เพียงพอ ควรทาผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้นกับผิวเพิ่มเติม เช่น ผลิตภัณฑ์จำพวกครีมที่มีเนื้อเข้มข้นและมีมอยส์เจอร์ไรเซอร์สูงกว่า สำหรับผู้ที่ไม่ชอบความมัน เหนียวเหนอะหนะอาจเลือกทาชนิดเจลแทนซึ่งจะมีเนื้อบางเบากว่า โดยจะทาซ้ำอีกชั้นหลังจากลงสเปรย์ฉีดสิวแล้วก็ได้

เลือกผลิตภัณฑ์ที่ราคาไม่แพงเกินไปเพื่อความต่อเนื่องในการใช้งาน

เลือกผลิตภัณฑ์ที่ราคาไม่แพงเกินไปเพื่อความต่อเนื่องในการใช้งาน

ไม่ว่าคุณจะเลือกผลิตภัณฑ์ได้ดีเพียงใด สิ่งสำคัญที่ละเลยไม่ได้คือคุณจะต้องใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพราะสำหรับบางท่านการรักษาสิวไม่ได้หายขาดภายในเดือนหรือสองเดือน บางคนใช้เวลารักษาเป็นปีๆ ก็มี ดังนั้นจึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีราคาเหมาะสม ไม่แพงจนเกินไป สามารถใช้ได้อย่างต่อเนื่องเพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดีกว่าเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีแต่มีราคาสูงจนทำให้ใช้บ้างไม่ใช้บ้าง หรือใช้ทีละนิดจนไม่เกิดประสิทธิภาพใดๆ หากเป็นอย่างนี้แล้วรับรองว่าสิวไม่หายแน่นอนค่ะ

อย่างไรก็ตามผลิตภัณฑ์รักษาสิวก็เหมือนกับการเลือกสกินแคร์ อาจซื้อมาแล้วใช้ดีบ้างไม่ดีบ้าง หรือใช้แล้วไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ เลยก็มี ดังนั้นแนะนำว่าให้ลองซื้อผลิตภัณฑ์ที่คุณคิดว่าคุณภาพดีและราคาไม่แพงมาลองใช้ก่อนนะคะ

4 อันดับ สบู่รักษาสิวที่หลัง ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

ลำดับแรก เรามาดูผลิตภัณฑ์ประเภทสบู่และครีมอาบน้ำสำหรับรักษาสิวที่หลังกันดีกว่าค่ะ ใครที่รู้สึกว่าสบู่ยี่ห้อเดิมที่ใช้อยู่ใช้แล้วแพ้ ระคายเคือง ลองเปลี่ยนมาใช้ตามยี่ห้อที่เราแนะนำก็ได้นะคะ

4. Oxe’Cure Body Wash pH5.5 (150 ml)

4. Oxe'Cure Body Wash pH5.5 (150 ml)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA 

ราคา 195 บาท

ดูแลผิวอย่างอ่อนโยนด้วย pH 5.5

เจลอาบน้ำสูตรดับเบิ้ลแอ๊คชั่น มี pH 5.5 ซึ่งเป็นค่าใกล้เคียงกับผิวของคนเรา ปกป้องผิวให้มีสุขภาพดี มีส่วนผสมอาทิ สารสกัดจากมังคุดและชาเขียว มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและอาการแพ้ ลดการติดเชื้อแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดสิว นอกจากนี้ยังช่วยลดกลิ่นตัวและไม่ทำให้ผิวแห้งเพราะมีมอยส์เจอร์ไรเซอร์อีกด้วย หากใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องร่วมกับสเปรย์ฉีดหลัง Oxe’Cure จะทำให้สิวหายเร็วขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ผิวแพ้ง่าย ผู้ที่มีปัญหากลิ่นตัวหรือแม้แต่ผู้ที่มีสิวบริเวณหน้าอก

อย่างไรก็ตามเนื่องจากเนื้อผลิตภัณฑ์เป็นแบบเจลเลยทำให้ไม่ค่อยมีฟอง บางคนอาจรู้สึกว่าต้องใช้ในปริมาณเยอะ ดังนั้นจึงแนะนำให้ใช้ร่วมกับแปรงขัดหลังหรือผ้าขัดหลังเพื่อช่วยให้มีปริมาณฟองมากขึ้น

3. Madame Heng Acne Clear Soap (150 g)

3.  สบู่ก้อน Madame Heng Acne Clear Soap (150 g)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA 

ราคา 499 บาท (6 ก้อน)

แก้ทั้งปัญหาสิวและกลิ่นตัว กลิ่นหอมสมุนไพรโบราณ

สบู่แบรนด์ดังอย่างมาดามเฮงรุ่นนี้มีส่วนผสมของสารสกัดจากกรีนทีหรือชาเขียว ซึ่งช่วยลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย ลดความมันส่วนเกิน ทำให้สิวลดลง ผิวพรรณเนียนใสขึ้น ปรับสภาพผิวให้สมดุล นอกจากนี้ยังมีกลิ่นหอมสะอาดแบบสมุนไพรโบราณช่วยให้สดชื่นผ่อนคลาย ระงับกลิ่นกายได้ดี

ผู้ใช้ส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่าฟองเยอะ ล้างออกง่าย รักษาสิวที่บริเวณหลังให้ดีขึ้นได้จริง แต่หากใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจทำให้ผิวแห้งได้ จึงควรทาโลชั่นให้ความชุ่มชื้นซ้ำหลังอาบน้ำเสร็จหรือเว้นระยะการใช้งานดูบ้าง บางรายยังกล่าวว่าผิวดูกระจ่างใสขึ้นด้วย เหมาะกับผู้ที่มีผิวมัน มีสิวและผู้ที่มีกลิ่นตัว ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์ทำให้ซื้อใช้ได้ต่อเนื่อง ข้อเสีย คือเนื้อสบู่ละลายง่าย ควรวางให้พ้นน้ำหลังใช้งาน

2. Acne Aid Soap Bar (100 g)

2. Acne Aid Soap Bar (100 g)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA 

ราคา 278 บาท

อ่อนโยนต่อผิว ช่วยให้สิวค่อยๆ หายไป

สบู่จากแบรนด์ที่โดดเด่นเรื่องการรักษาสิวรุ่นนี้ปราศจากน้ำหอมและสาร Sodium Lauryl Sulfate ซึ่งเป็นสารลดแรงตึงผิว ทำให้ลดโอกาสระคายเคือง ทำความสะอาดได้ลึกถึงรูขุมขน ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและขจัดความมันส่วนเกินได้ดี สามารถใช้ร่วมกับยารักษาสิวได้ มี pH 4.5-6.5 ช่วยเสริมสร้างเกราะภูมิคุ้มกันให้กับผิว นอกจากนี้ยังให้ความชุ่มชื้นด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ เป็นสบู่ที่เภสัชกรหลายคนแนะนำให้ใช้ เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวมันและผู้ที่มีแนวโน้มเป็นสิวได้ง่าย

สบู่ตัวนี้ จริงๆ แล้วสามารถใช้ที่ใบหน้าได้ด้วย แต่ผู้ใช้จริงส่วนใหญ่ให้ความคิดเห็นว่าไม่เหมาะกับผิวหน้าสักเท่าไรเพราะทำให้หน้าแห้งเกินไป อย่างไรก็ตามสำหรับสิวบริเวณแผ่นหลังถือว่าดีเยี่ยม เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง สิวจะค่อยๆ แห้งหายไป สิวที่เกิดใหม่ก็ลดน้อยลง ราคาค่อนข้างสูงแต่ใช้ได้นาน

1. ก๊กเลี้ยง สบู่สมุนไพรจีน  (150 g)

1. ก๊กเลี้ยง สบู่สมุนไพรจีน  (150 g)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA 

ราคา 48 บาท

ทำความสะอาดล้ำลึกด้วยสมุนไพรจีน

สบู่ที่รวมเอาสมุนไพรกว่า 5 ชนิดมารวมกันในก้อนเดียวได้แก่ บัวหิมะมีสรรพคุณช่วยลดอาการอักเสบของสิว รากโสมช่วยให้เลือดหมุนเวียนได้ดี ไข่มุกจีนลดรอยหมองคล้ำ พิมเสนช่วยลดปัญหาผดผื่น ลดกลิ่นตัว และชามะลิช่วยลดรอยดำให้ผิวเนียน ซึ่งนอกจากสิวที่แผ่นหลังและหน้าอกแล้วยังใช้กับใบหน้าได้ด้วย หากใช้อย่างต่อเนื่องติดต่อกันประมาณ 2 สัปดาห์ก็จะเริ่มเห็นผล

ผู้ใช้จริงกล่าวว่าสิวผดลดลงและสิวอักเสบก็แห้งเร็วขึ้น เมื่อใช้ไปสักพักจะเห็นได้ชัดเจนว่าผิวที่หลังเนียนขึ้น รอยแผลเป็นจากสิวก็ค่อยๆ จางลง ฟอกแล้วฟองเยอะ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเวลาอาบน้ำ กลิ่นหอมสดชื่นติดตัว ก้อนใหญ่ใช้ได้นานและราคาไม่แพง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เป็นสิวประเภทสิวผด

3 อันดับ สเปรย์ฉีดรักษาสิวที่หลัง ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

อย่างที่ได้กล่าวไป สเปรย์เป็นประเภทที่ใช้งานง่าย สะดวกและเร็วรวด ว่าแต่จะมีสเปรย์ยี่ห้อไหนน่าสนใจ ใช้แล้วไม่ทำให้ผิวแห้งบ้างนั้น เราไปดูกันเลยค่ะ

3. Oxe Cure Body Acne Spray (50 ml)

3. Oxe Cure Body Acne Spray (50 ml)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA 

ราคา 255 บาท

รักษาสิวและดูแลผิวใน 4 ขั้นตอน

สเปรย์ยี่ห้อนี้นอกจากจะรักษาสิวที่บริเวณแผ่นหลัง หน้าอกและลำคอแล้วยังช่วยป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นสิวใหม่อีกด้วย มีหลักการทำงานคือขจัดเชื้อแบคทีเรีย P.Acnes ที่เป็นสาเหตุของสิว ด้วยส่วนผสมจากเปลือกมังคุดและ Triclosan หลังจากสิวหายแล้วจะผลัดเซลล์ผิวเก่าออกจากรูขุมขนด้วยกรด Sallicylic 1% และสารสกัด Bearberry Extract ช่วยรักษารอยดำที่ทิ้งไว้หลังจากสิวหายให้กลับมาขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์จากสมุนไพรธรรมชาติอย่าง Jojo Bar Oil, ว่านหางจระเข้และวิตามิน B3

ผู้ใช้ส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่าสิวแห้งเร็วขึ้น แต่ในเรื่องรอยดำอาจต้องใช้ระยะเวลานานถึงจะเห็นผล ขณะเดียวกันหากใช้บ่อยเกินไปก็เป็นต้นเหตุทำให้ผิวแห้งได้เนื่องจากมีกรด Sallicylic ผสมอยู่ ในบางรายที่มีแผลจากสิวเมื่อฉีดสเปรย์ลงไปอาจมีอาการแสบได้ นอกจากนี้ยังมีกลิ่นฉุนเล็กน้อย

2. Vitara SE Body Acne Spray (50 ml)

2. Vitara SE Body Acne Spray (50 ml)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA 

ราคา 280 บาท

กลิ่นไม่ฉุนและรักษาสิวที่หลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สเปรย์ฉีดรักษาสิว ลดการเกิดสิวอุดตัน มีส่วนผสมของกรด Sallicylic ช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วและ Allium Cepa หรือเรียกให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือสารสกัดหัวหอมซึ่งมีสรรพคุณช่วยต้านการอักเสบ ยับยั้งแบคทีเรีย ช่วยสมานแผลและรักษารอยแผลเป็น เพื่อผิวที่เนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

สเปรย์ยี่ห้อนี้มีข้อดีตรงที่กลิ่นไม่ฉุนเมื่อหลายๆ ยี่ห้อ ฉีดแล้วไม่เหนียวเหนอะหนะ นอกจากนี้ยังไม่ทำให้ผิวแห้งและไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง รอยดำจากสิวค่อยๆ จางขึ้นเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง

1. Mistine Acne Double Acton Clarifying Spray (50 ml)

1. Mistine Acne Double Acton Clarifying Spray 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA 

ราคา 139 บาท

รักษาสิวและลดเลือนรอยแผลเป็นจากสิวได้

Mistine ไม่ได้มีแค่เครื่องสำอางอย่างเดียวนะคะ ผลิตภัณฑ์รักษาสิวเขาก็ผลิตออกมาด้วย โดยรุ่นนี้มีส่วนผสมของ Triple anti bacteria และกรด Sallicylic ซึ่งทำหน้าที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว กำจัดสิ่งอุดตันที่ฝังอยู่ในรูขุมขนได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาติได้แก่ ว่านหางจระเข้ช่วยลดอาการอักเสบและบำรุงผิวให้ชุ่มชื่น, Mulberry Extract มีวิตามิน C สูงช่วยลดเลือนรอยดำจากสิว และวิตามิน B3 ช่วยผลัดเซลล์ผิวใหม่ให้มีสุขภาพดี

แม้กลิ่นจะฉุนและมีกลิ่นของแอลกอฮอล์ผสมอยู่แต่ก็ช่วยรักษาสิวที่หลังได้จริงจนหลายคนติดใจ สิวค่อยๆ ยุบและหายไปในที่สุด ที่สำคัญคือราคาไม่แพง สามารถใช้ได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามสเปรย์ตัวนี้มีกรด Sallicylic ผสมอยู่ ดังนั้นอาจส่งผลให้ผิวแห้งได้เมื่อใช้ต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน แนะนำว่าให้ใช้ร่วมกับมอยส์เจอร์ไรเซอร์บำรุงผิวจะดีกว่า

3 อันดับ มอยส์เจอร์ไรเซอร์บำรุงผิว ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

สำหรับใครที่ผิวแห้งหรือใครที่รู้สึกว่าใช้สบู่กับสเปรย์แล้วไม่ได้ผล อยากได้ผลิตภัณฑ์ที่เนื้อเข้มข้นให้ความชุ่มชื้นสูงขึ้นกว่าเดิม แนะนำให้ลองมองหาผลิตภัณฑ์ประเภทครีม/เจลมอยส์เจอร์ไรเซอร์จากด้านล่างนี้เลยค่ะ

3. Provamed Aloe Vera Gel (50 g)

3. Provamed Aloe Vera Gel (50 g)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA 

ราคา 220 บาท

อุดมไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ ให้ความชุ่มชื้นสูงแต่ไม่เหนียวเหนอะหนะผิว

เจลบำรุงผิวที่ผลิตจากว่านหางจระเข้ออร์แกนิค 100% ซึ่งมีสรรพคุณลดการอักเสบของสิว ลดรอยสิวให้ค่อยๆ จางลง, สารสกัดจากแตงกวาที่ทำหน้าที่เติมน้ำให้ผิว ช่วยให้ผิวที่แห้งเพราะได้รับผลข้างเคียงจากยาทาสิวค่อยๆ ชุ่มชื้นขึ้น และ GOTU KOLA หรือสารสกัดจากใบบัวบก ช่วยสร้างคอลลาเจนและสมานแผลจากสิว นอกจากนี้ยังมีลิขสิทธิ์เฉพาะของ Provamed ที่เรียกว่า HYDRACTIN® ที่ใส่ลงไปในเนื้อเจล ช่วยทำให้ผิวที่เหนื่อยล้ารู้สึกสดชื่นหลังใช้งาน

ผู้ใช้จริงให้ความเห็นว่าให้ความชุ่มชื้นกับผิวได้ดี เนื้อเจลไม่เหนียวเหนอะหนะ ทาแล้วสบายผิว ไม่แพ้ แต่กลิ่นไม่ค่อยหอมและมีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ ดังนั้นควรทดสอบก่อนว่ามีอาการแพ้หรือไม่ก่อนใช้จริงนะคะ ส่วนเรื่องราคาอาจแรงไปเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปริมาณ เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแห้งหรือมีปัญหาสิวที่ไม่รุนแรงมาก

2. Vitara Aloe Vera Plus Panthenol (120 g)

2. Vitara Aloe Vera Plus Panthenol (120 g)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA 

ราคา 215 บาท

อ่อนโยน ปราศจากสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองกับผิว 

เนื่องจากสิวที่เกิดบริเวณแผ่นหลังอาจมีสาเหตุมาจากอาการแพ้เช่น แพ้ยาสระผม แพ้น้ำยาปรับผ้านุ่ม ดังนั้นเพื่อไม่ให้ผิวเกิดการระคายเคืองมากไปกว่าเดิม ครีมหรือเจลรักษาสิวที่เลือกใช้จึงควรมีความอ่อนโยนต่อผิวด้วยอย่างเช่นคุณสมบัติของเจล Vitara นี้ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม, สี, พาราเบน, Menthol, Alcohol และ Camphor แต่อุดมไปด้วย Panthenal หรือวิตามิน B5 ทำหน้าที่เป็นเกราะเก็บกักความชุ่มชื้นให้กับผิว ลดอาการแพ้ ลดรอยแดง ช่วยเร่งสร้างเนื้อเยื่อใหม่จึงทำให้สมานแผลเป็นจากสิวได้เร็วขึ้น

เจลรักษาสิวรุ่นนี้เหมาะกับผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายและผู้ที่ต้องการผลิตภัณฑ์บำรุงผิวในช่วงหยุดใช้ยารักษาสิวในกลุ่มสเตียรอยด์ ปริมาณเยอะแถมมาในราคาน่าคบน่าหาแบบนี้ ใช้งานต่อเนื่องได้นานเลยค่ะ

1. Burnova Gel Plus (25 g)

1. Burnova Gel Plus (25 g)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA 

ราคา 50 บาท

ให้ความชุ่มชื้นและอ่อนโยนต่อผิวอย่างแท้จริง

เจลรักษาสิวยี่ห้อนี้อุดมไปด้วยประโยชน์จากพืชพันธุ์ธรรมชาติถึง 99.5% ได้แก่ ว่านหางจระเข้ช่วยลดความมันบนใบหน้า ยับยั้งการติดเชื้อและลดรอยดำจากสิว ใบบัวบกช่วยฟื้นฟูผิวที่เป็นแผลจากการบีบสิว แตงกวาช่วยขจัดสิ่งสกปรกในรูขุมขน เติมน้ำให้ผิวพร้อมป้องกันสิว และกลีเซอรีนทำหน้าที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิว นอกจากนี้ยังไม่มีส่วนผสมของสารเคมีเช่น แอลกอฮอล์ น้ำหอมและการบูรอีกด้วย ทำให้มั่นใจได้อีกขั้นว่าเมื่อใช้แล้วจะไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวที่เป็นสิวอย่างแน่นอน

เนื้อเจลใสไม่มีสี เกลี่ยง่าย แห้งเร็ว เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีผิวมันเพราะทาแล้วให้ความรู้สึกเย็นสบายผิว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ให้ความชุ่มชื้นกับผิวที่ผ่านการทำเลเซอร์รักษารอยสิวมาได้เป็นอย่างดี นอกจากปริมาณ 25 กรัมแล้วยังมีปริมาณ 70 กรัมจำหน่ายด้วยนะคะ ราคาก็แสนถูก ใช้ต่อเนื่องได้แน่นอนค่ะ

บทส่งท้าย

เป็นอย่างไรบ้างคะกับเนื้อหาที่เรานำมาฝากกันในครั้งนี้ ปัญหาสิวที่หลังนั้นส่วนใหญ่เกิดจากแบคทีเรีย ความมันและเซลล์ผิวที่ตายแล้วอุดตันในรูขุมขน เป็นสิวที่รักษายากและใช้เวลานาน เบื้องต้นหากเป็นไม่มาก ลองใส่ใจในการทำความสะอาดโดยการเปลี่ยนสบู่/ครีมอาบน้ำดู ถ้าเป็นมานานแล้วหรือเป็นสิววงกว้าง ให้ลองใช้สเปรย์ฉีดรักษาสิว และสำหรับใครที่มีปัญหาผิวแห้งร่วมด้วยก็ให้เลือกเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดครีมหรือเจลเอานะคะเพื่อให้ความชุ่มชื้นกับผิวได้เต็มที่ค่ะ

ทั้งนี้หากเป็นสิวในปริมาณมากทั้งสิวอุดตันและสิวอักเสบ รักษาเบื้องต้นด้วยตนเองไม่ได้ผล ผู้เขียนแนะนำว่าควรไปพบแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางเพื่อหาสาเหตุต่อไป จะได้มีความมั่นใจในการโชว์หลังสวยๆ เวลาที่ต้องใส่เสื้อเปิดหลังอย่างเต็มที่นะคะ