10 อันดับ ผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่หลัง ยี่ห้อไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2019

10 อันดับ ผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่หลัง ยอดฮิตขายดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้ ฉบับล่าสุดปี 2018

มีใครที่กำลังประสบปัญหาเป็นสิวที่แผ่นหลังบ้างหรือไม่คะ สิวที่แผ่นหลังนี้ แม้จะไม่โดดเด่นเหมือนบนใบหน้า แต่ก็เป็นปัญหาที่สร้างความไม่มั่นใจให้กับสาว ๆ กันอย่างมาก อยากจะใส่ชุดราตรีโชว์หลังไปงานหรือใส่ชุดบิกินี่สุดเซ็กซี่ไปลงทะเลกับเพื่อน ๆ ก็ต้องมานั่งทาคอนซีลเลอร์หรือลงรองพื้นปกปิด นอกจากจะเสียเวลาแล้ว ยังทำให้หมดสนุกกับการแต่งตัวไปได้ง่าย ๆ ด้วย นอกจากนี้ ปัญหาสิวที่แผ่นหลังนั้นไม่ได้เกิดเฉพาะกับสาว ๆ เท่านั้น หนุ่มหลายคนก็ประสบปัญหากันไม่น้อย จะถอดเสื้อโชว์กล้ามทีก็ต้องคิดแล้วคิดอีก ด้วยเหตุนี้หลายคนจึงหันมาแก้ปัญหาด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่หลังกัน

เนื่องจากปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่หลังวางขายอยู่มากมายหลายชนิด หนุ่มสาวหลายคนอาจเกิดความสับสนว่าจะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชนิดไหนดีที่จะเข้ากับอาการที่เป็นอยู่และช่วยแก้ปัญหาได้จริง วันนี้เราจึงมาไขข้อข้องใจให้กับทุกคนที่กำลังประสบปัญหานี้ค่ะ โดยในบทความนี้เราจะแบ่งผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่หลังออกเป็น 3 ประเภท คือ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดแผ่นหลัง สเปรย์ฉีดรักษาสิวที่หลังและมอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิว ยังไงก็ลองเลือกให้ตรงกับอาการและความต้องการในการใช้งานดูกันนะคะ

สารบัญ

วิธีการเลือกผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่หลัง

ลำดับแรกผู้เขียนจะขออธิบายวิธีการเลือกผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่หลังก่อนค่ะ ทุกคนจะได้พอมีไอเดียก่อนว่า ผลิตภัณฑ์นี้มีประเภทอะไรบ้างและใช้งานแตกต่างกันอย่างไร

เลือกประเภทผลิตภัณฑ์

อย่างที่ได้กล่าวไปในช่วงต้น ผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่หลังจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดแผ่นหลัง สเปรย์ฉีดรักษาสิวที่หลัง และมอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิว จะมีรายละเอียดอย่างไรบ้างนั้น เราไปดูวิธีการเลือกแต่ละประเภทกันเลยค่ะ

สบู่และครีมอาบน้ำ : พิจารณาส่วนผสมว่ามีสารที่ก่อให้เกิดการแพ้หรือไม่

สบู่และครีมอาบน้ำ : พิจารณาส่วนผสมว่ามีสารที่ก่อให้เกิดการแพ้หรือไม่

ก่อนอื่น ผู้ที่เป็นสิวที่แผ่นหลังต้องกลับมาพิจารณาสบู่หรือครีมอาบน้ำที่กำลังใช้อยู่ว่ามีส่วนผสมที่แรงต่อผิวเกินไปหรือไม่ และมีสารที่ก่อให้เกิดการแพ้หรือเปล่า ลำดับที่สองคือ เลือกใช้สบู่ที่มีส่วนผสมรักษาสิวโดยตรง ซึ่งสบู่หรือครีมอาบน้ำที่ดีควรมีส่วนผสมอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลยค่ะ

สบู่หรือครีมอาบน้ำที่เหมาะกับผู้ที่เป็นสิวที่หลังไม่ควรมีฤทธิ์การชำระล้างที่แรงต่อผิวเกินไป ควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารกันเสีย สีสังเคราะห์ กลิ่นสังเคราะห์ น้ำมันสังเคราะห์และแอลกอฮอลล์ แต่ผสมสารต้านการอักเสบอย่างเช่น Glycyrrhizic Acid ที่มีอยู่ในชะเอมเทศและสาร Isopropyl Methylphenol ซึ่งช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของการเกิดสิวอุดตัน

สเปรย์ฉีดรักษาสิวที่หลัง: เลือกที่ป้องกันผิวแห้ง ไม่ระคายเคืองต่อผิวและให้ความชุ่มชื้นสูง

สเปรย์ฉีดรักษาสิวที่หลัง:เลือกที่ป้องกันผิวแห้ง ไม่ระคายเคืองต่อผิวและให้ความชุ่มชื้นสูง

สเปรย์รักษาสิวที่หลังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้ง่ายและรวดเร็วกว่าประเภทอื่น ใช้ฉีดทันทีหลังจากอาบน้ำชำระร่างกายเสร็จ ซึ่งสเปรย์ที่ดีควรช่วยเพิ่มสมดุลระหว่างประมาณน้ำและน้ำมันบนผิวหนัง ช่วยป้องกันไม่ให้ผิวแห้ง และเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ประเภทสบู่ ควรปราศจากสารกันเสีย กลิ่น และสีสังเคราะห์

หากเป็นไปได้ สาว ๆ หนุ่ม ๆ ควรเลือกสเปรย์ฉีดรักษาสิวที่หลังที่มีส่วนผสมของเซราไมด์ วิตามิน C และมอยส์เจอไรเซอร์ในปริมาณสูงเพื่อช่วยลดเลือนรอยดำจากสิว ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ให้ผิวกลับมาเรียบเนียนและปราศจากรอยแผลเป็น

มอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิว (ครีมหรือเจล):ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นใต้ผิว

มอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิว (ครีมหรือเจล):ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นใต้ผิว

สำหรับผู้ที่มีผิวแห้งหรือผู้ที่คิดว่าการฉีดสเปรย์อย่างเดียวจะให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวได้ไม่เพียงพอ ควรทาผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้นกับผิวเพิ่มเติม เช่น ผลิตภัณฑ์จำพวกครีมที่มีเนื้อเข้มข้นและมีมอยส์เจอไรเซอร์สูงกว่า สำหรับผู้ที่ไม่ชอบความมัน เหนียวเหนอะหนะ อาจเลือกทาชนิดเจลแทนซึ่งจะมีเนื้อบางเบากว่า โดยทาซ้ำอีกชั้นหลังจากลงสเปรย์ฉีดสิวแล้ว หรือจะทาเดี่ยว ๆ ก็ได้ อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้จะมีข้อเสียตรงที่สามารถทาให้ทั่วหลังได้ยากกว่าแบบสเปรย์ ลองแยกใช้ตามความชอบและตามอาการดูนะคะ

เลือกผลิตภัณฑ์ที่ราคาไม่แพงเกินไปเพื่อความต่อเนื่องในการใช้งาน

เลือกผลิตภัณฑ์ที่ราคาไม่แพงเกินไปเพื่อความต่อเนื่องในการใช้งาน

ไม่ว่าคุณจะเลือกผลิตภัณฑ์ได้ดีเพียงใด สิ่งสำคัญที่ละเลยไม่ได้คือ คุณจะต้องใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพราะสำหรับบางคนแล้ว การรักษาสิวไม่ได้หายขาดภายในเดือนหรือสองเดือน บางคนใช้เวลารักษาเป็นปี ๆ ก็มี ดังนั้น จึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีราคาเหมาะสม ไม่แพงจนเกินไป สามารถซื้อมาใช้ได้อย่างต่อเนื่องเพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดีกว่าเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีแต่มีราคาสูงจนทำให้ใช้บ้างไม่ใช้บ้าง หรือใช้ทีละนิดจนไม่เกิดประสิทธิภาพใด ๆ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้แล้วรับรองว่าสิวไม่หายแน่นอนค่ะ

อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์รักษาสิวก็เหมือนกับการเลือกสกินแคร์ อาจซื้อมาแล้วใช้ดีบ้างไม่ดีบ้าง หรือใช้แล้วไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เลยก็มี ดังนั้น ขอแนะนำว่าให้ลองซื้อผลิตภัณฑ์ที่คุณคิดว่าคุณภาพดี เข้ากับผิวในราคาที่จ่ายได้มาใช้ดูก่อนนะคะ

4 อันดับ สบู่รักษาสิวที่หลัง ยี่ห้อไหนดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

ลำดับแรก เรามาดูผลิตภัณฑ์ประเภทสบู่และครีมอาบน้ำสำหรับรักษาสิวที่หลังกันดีกว่าค่ะ ใครที่รู้สึกว่าสบู่ยี่ห้อเดิมที่ใช้อยู่ใช้แล้วแพ้ ระคายเคือง ลองเปลี่ยนมาใช้ตามยี่ห้อที่เราแนะนำต่อไปนี้ก็ได้นะคะ

4. Oxe’Cure – Body Wash pH 5.5

4. Oxe'Cure - Body Wash pH 5.5

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 195 บาท

ดูแลผิวอย่างอ่อนโยนด้วย pH 5.5 ฟองน้อย ล้างออกง่ายไม่เหลือสารตกค้าง

เจลอาบน้ำสูตรดับเบิ้ลแอ๊คชั่น มี pH 5.5 ซึ่งเป็นค่าใกล้เคียงกับผิวของคนเรา มีส่วนผสมจากสารสกัดจากมังคุดและชาเขียว ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบและอาการแพ้ ลดการติดเชื้อแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดสิว นอกจากนี้ ยังช่วยลดกลิ่นตัวและไม่ทำให้ผิวแห้งเพราะมีมอยส์เจอไรเซอร์ หากใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องร่วมกับสเปรย์ฉีดหลัง Oxe’Cure ก็จะช่วยให้สิวหายเร็วขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย ผู้ที่มีปัญหากลิ่นตัว หรือแม้แต่ผู้ที่มีสิวบริเวณหน้าอก

เนื่องจากเนื้อผลิตภัณฑ์ไม่ค่อยมีฟองซึ่งทำให้ล้างออกได้ง่าย แต่บางคนอาจรู้สึกว่าต้องใช้ในปริมาณเยอะ ดังนั้น สำหรับคนที่ชอบให้มีฟองนุ่มฟู แนะนำให้ใช้ร่วมกับตาข่ายตีฟองเพื่อช่วยเพิ่มปริมาณฟองให้มากขึ้น

ส่วนผสมสำคัญ สารสกัดเปลือกมังคุด, สารสกัดใบชา, วิตามิน E
ปริมาณ 150 ml

3. Madame Heng – Acne Clear Soap

3. Madame Heng - Acne Clear Soap

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 125 บาท

สบู่แบรนด์เก่าแก่ แก้ทั้งปัญหาสิวและกลิ่นตัว กลิ่นหอมสมุนไพรโบราณ

สบู่แบรนด์ดังอย่างมาดามเฮงรุ่นนี้มีส่วนผสมของสารสกัดจากกรีนทีหรือชาเขียว ซึ่งช่วยลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียได้ดี ลดความมันส่วนเกิน ทำให้สิวลดลง ผิวพรรณเนียนใสขึ้น ช่วยปรับสภาพผิวให้สมดุล นอกจากนี้ ยังมีกลิ่นหอมสะอาดแบบสมุนไพรโบราณช่วยให้สดชื่นผ่อนคลาย ระงับกลิ่นกายได้ดี

ผู้ใช้ส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่าฟองเยอะ ล้างออกง่าย รักษาสิวที่บริเวณหลังให้ดีขึ้นได้จริง แต่หากใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจทำให้ผิวแห้งได้ จึงควรทาโลชั่นที่ให้ความชุ่มชื้นหลังอาบน้ำเสร็จ หรือเว้นระยะการใช้งานดูบ้าง และยังมีผู้ใช้หลายคนรีวิวว่าผิวดูกระจ่างใสขึ้นด้วย เหมาะกับผู้ที่มีผิวมัน มีสิวและผู้ที่มีกลิ่นตัว ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์ทำให้ซื้อใช้ได้ต่อเนื่อง แต่มีข้อเสียคือ เนื้อสบู่ละลายง่าย ควรวางให้พ้นน้ำทุกครั้งหลังใช้งาน

ส่วนผสมสำคัญ สารสกัดชาเขียว
ปริมาณ 150 g

2. Acne Aid – Soap Bar

2. Acne Aid - Soap Bar

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 278 บาท

ปราศจาก SLS อ่อนโยนต่อผิว ช่วยขจัดแบคทีเรียและความมัน ให้สิวค่อย ๆ หายไป

สบู่จากแบรนด์ที่โดดเด่นเรื่องการรักษาสิวรุ่นนี้ปราศจากน้ำหอมและสาร Sodium Lauryl Sulfate ซึ่งเป็นสารลดแรงตึงผิว ทำให้ลดโอกาสระคายเคือง ทำความสะอาดได้ลึกถึงรูขุมขน ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและขจัดความมันส่วนเกินได้ดี สามารถใช้ร่วมกับยารักษาสิวได้ มี pH 4.5-6.5 ช่วยเสริมสร้างเกราะภูมิคุ้มกันให้กับผิว นอกจากนี้ ยังเพิ่มความชุ่มชื้นให้ด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ จึงเป็นสบู่ที่เภสัชกรหลายคนแนะนำให้ใช้ สำหรับผู้ที่มีผิวมันและผู้ที่มีแนวโน้มเป็นสิวได้ง่าย

สบู่ตัวนี้ จริง ๆ แล้วสามารถใช้ที่ใบหน้าได้ด้วย แต่ผู้ใช้จริงส่วนใหญ่ให้ความคิดเห็นว่าไม่เหมาะกับผิวหน้าสักเท่าไร เพราะทำให้หน้าแห้งเกินไป อย่างไรก็ตาม สำหรับสิวบริเวณแผ่นหลังถือว่าดีเยี่ยม เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง สิวจะค่อย ๆ แห้งหายไป สิวที่เกิดใหม่ก็ลดน้อยลง ราคาอาจจะค่อนข้างสูงแต่ใช้ได้นานทีเดียวค่ะ

ส่วนผสมสำคัญ Sulphonated Surfactant Blend
ปริมาณ 100 g

1. ก๊กเลี้ยง – สบู่สมุนไพรจีน

1. ก๊กเลี้ยง - สบู่สมุนไพรจีน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 48 บาท

ทำความสะอาดล้ำลึกด้วยสมุนไพรจีน 5 ชนิด กลิ่นหอม ใช้ได้นาน

สบู่ที่รวมเอาสมุนไพรกว่า 5 ชนิดมารวมกันในก้อนเดียวได้แก่ บัวหิมะมีสรรพคุณช่วยลดอาการอักเสบของสิว รากโสมช่วยให้เลือดหมุนเวียนได้ดี ไข่มุกจีนลดรอยหมองคล้ำ พิมเสนช่วยลดปัญหาผดผื่น ลดกลิ่นตัว และชามะลิช่วยลดรอยดำให้ผิวเนียน ซึ่งนอกจากสิวที่แผ่นหลังและหน้าอกแล้วยังใช้กับใบหน้าได้ด้วย หากใช้อย่างต่อเนื่องติดต่อกันประมาณ 2 สัปดาห์ก็จะเริ่มเห็นผล

ผู้ใช้จริงกล่าวว่าสิวผดลดลงและสิวอักเสบก็แห้งเร็วขึ้น เมื่อใช้ไปสักพักจะเห็นได้ชัดเจนว่าผิวที่หลังเนียนขึ้น รอยแผลเป็นจากสิวก็ค่อย ๆ จางลง ฟอกแล้วฟองเยอะ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเวลาอาบน้ำ กลิ่นหอมสดชื่นติดตัว ก้อนใหญ่ใช้ได้นานและราคาไม่แพง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เป็นสิวประเภทสิวผด

ส่วนผสมสำคัญ บัวหิมะ, รากโสม, ไข่มุกจีน, ชามะลิ
ปริมาณ 150 g

3 อันดับ สเปรย์ฉีดรักษาสิวที่หลัง ยี่ห้อไหนดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

อย่างที่ได้กล่าวไป สเปรย์เป็นประเภทที่ใช้งานง่าย สะดวกและเร็วรวด ว่าแต่จะมีสเปรย์ยี่ห้อไหนน่าสนใจ ใช้แล้วไม่ทำให้ผิวเราแห้งบ้างนั้น ไปดูกันเลยค่ะ

3. Oxe’Cure – Body Acne Spray

3. Oxe'Cure - Body Acne Spray

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 255 บาท

หลากหลายส่วนผสมจากธรรมชาติ รักษาสิวและดูแลผิวใน 4 ขั้นตอน

สเปรย์ยี่ห้อนี้นอกจากจะรักษาสิวที่บริเวณแผ่นหลัง หน้าอกและลำคอแล้ว ยังช่วยป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นสิวใหม่อีกด้วย โดยมีหลักการทำงานคือ ขจัดเชื้อแบคทีเรีย P.Acnes ที่เป็นสาเหตุของสิว ด้วยส่วนผสมจากเปลือกมังคุดและ Triclosan หลังจากสิวหายแล้วจะผลัดเซลล์ผิวเก่าออกจากรูขุมขนด้วยกรด Sallicylic 1% และสารสกัด Bearberry Extract ที่ช่วยรักษารอยดำที่ทิ้งไว้หลังจากสิวหายให้กลับมาขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์จากสมุนไพรธรรมชาติอย่าง Jojobar Oil, ว่านหางจระเข้และวิตามิน B3

ผู้ใช้ส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่าสิวแห้งเร็วขึ้น แต่ในเรื่องรอยดำอาจต้องใช้ระยะเวลานานถึงจะเห็นผล ขณะเดียวกันหากใช้บ่อยเกินไปก็อาจเป็นสาเหตุให้ผิวแห้งได้ เนื่องจากมีกรด Sallicylic ผสมอยู่ ในบางรายที่มีแผลจากสิว เมื่อฉีดสเปรย์ลงไปอาจมีอาการแสบได้ นอกจากนี้ยังมีกลิ่นฉุนเล็กน้อย

ส่วนผสมสำคัญ สารสกัดเปลือกมังคุด, สารสกัด Bearberry, กรด Sallicylic, Jojobar Oil, ว่านหางจระเข้, วิตามิน B3
ปริมาณ 50 ml

2. VITARA – SE Body Acne Spray

2. VITARA - SE Body Acne Spray

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 250 บาท

กลิ่นไม่ฉุนและไม่เหนอะหนะ รักษาสิวและรอยสิวที่หลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สเปรย์ฉีดรักษาสิว ลดการเกิดสิวอุดตัน มีส่วนผสมของกรด Sallicylic ช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วและ Allium Cepa หรือเรียกให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ สารสกัดหัวหอมซึ่งมีสรรพคุณช่วยต้านการอักเสบ ยับยั้งแบคทีเรีย ช่วยสมานแผลและรักษารอยแผลเป็นได้ดี เพื่อผิวที่เนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ที่สำคัญ ช่วยลดการอุดตันของรูขุมขนจึงลดการเกิดสิวได้ดี

สเปรย์ยี่ห้อนี้มีข้อดีตรงที่กลิ่นไม่ฉุนเมื่อเทียบกับหลาย ๆ ยี่ห้อ ฉีดแล้วไม่เหนียวเหนอะหนะ นอกจากนี้ ยังไม่ทำให้ผิวแห้งและไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง รอยดำจากสิวค่อย ๆ จางขึ้นเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง ใช้งานได้ง่ายและสามารถใช้ได้ทั้งเช้า-เย็น

ส่วนผสมสำคัญ กรด Sallicylic, สารสกัดหัวหอม
ปริมาณ 50 ml

1. Mistine – Acne Double Acton Clarifying Spray

1. Mistine - Acne Double Acton Clarifying Spray

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 139 บาท

รักษาสิวและช่วยผลัดเซลล์ผิวด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ ลดเลือนรอยแผลเป็นจากสิวได้

Mistine ไม่ได้มีแค่เครื่องสำอางอย่างเดียวนะคะ ผลิตภัณฑ์รักษาสิวเค้าก็ผลิตออกมาด้วย โดยรุ่นนี้มีส่วนผสมของ Triple Anti-Bacteria และกรด Sallicylic ซึ่งทำหน้าที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว กำจัดสิ่งอุดตันที่ฝังอยู่ในรูขุมขนได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังอุดมไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ ได้แก่ ว่านหางจระเข้ที่ช่วยลดอาการอักเสบและบำรุงผิวให้ชุ่มชื่น, สารสกัด Mulberry ที่มีวิตามิน C สูงช่วยลดเลือนรอยดำจากสิว และวิตามิน B3 ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวใหม่ให้มีสุขภาพดี

แม้กลิ่นจะฉุนและมีกลิ่นของแอลกอฮอล์ผสมอยู่ แต่ก็ช่วยรักษาสิวที่หลังได้จริงจนหลายคนติดใจ สิวค่อย ๆ ยุบและหายไปในที่สุด ที่สำคัญคือราคาไม่แพง สามารถใช้ได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สเปรย์ตัวนี้มีกรด Sallicylic ผสมอยู่ ดังนั้นอาจส่งผลให้ผิวแห้งได้เมื่อใช้ต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน แนะนำว่าให้ใช้ร่วมกับมอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวจะดีกว่า

ส่วนผสมสำคัญ กรด Sallicylic, ว่านหางจระเข้, สารสกัด Mulberry
ปริมาณ 50 ml

3 อันดับ มอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิว ยี่ห้อไหนดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

สำหรับใครที่ผิวแห้งหรือใครที่รู้สึกว่าใช้สบู่กับสเปรย์แล้วไม่ได้ผล อยากได้ผลิตภัณฑ์ที่เนื้อเข้มข้นให้ความชุ่มชื้นสูงขึ้นกว่าเดิม แนะนำให้ลองมองหาผลิตภัณฑ์ประเภทครีม/เจลมอยส์เจอไรเซอร์จากด้านล่างนี้เลยค่ะ

3. Provamed – Aloe Vera Gel

3. Provamed - Aloe Vera Gel

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 125 บาท

อุดมด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ ให้ความชุ่มชื้นสูงแต่ไม่เหนียวเหนอะหนะ ใช้แล้วสดชื่น

เจลบำรุงผิวที่ผลิตจากว่านหางจระเข้ออร์แกนิค 100% ซึ่งมีสรรพคุณลดการอักเสบของสิว ลดรอยสิวให้ค่อย ๆ จางลง ผสมผสานด้วยสารสกัดจากแตงกวาที่ทำหน้าที่เติมน้ำให้ผิว ช่วยให้ผิวที่แห้งเพราะได้รับผลข้างเคียงจากยาทาสิวค่อย ๆ ชุ่มชื้นขึ้น และยังมี GOTU KOLA หรือสารสกัดจากใบบัวบก ที่เป็นตัวช่วยสร้างคอลลาเจนและสมานแผล นอกจากนี้ ยังมีลิขสิทธิ์เฉพาะของ Provamed ที่เรียกว่า HYDRACTIN® ที่ใส่ลงไปในเนื้อเจล ทำให้ผิวที่เหนื่อยล้ารู้สึกสดชื่นขึ้นหลังใช้งาน

ผู้ใช้จริงให้ความเห็นว่าให้ความชุ่มชื้นกับผิวได้ดี เนื้อเจลไม่เหนียวเหนอะหนะ ทาแล้วสบายผิว ไม่แพ้ แต่กลิ่นอาจจะไม่ค่อยหอมและมีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ ดังนั้น ควรทดสอบก่อนว่ามีอาการแพ้หรือไม่ก่อนใช้จริงนะคะ ส่วนเรื่องราคาอาจแรงไปเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปริมาณ เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแห้งหรือมีปัญหาสิวที่ไม่รุนแรงมาก

ส่วนผสมสำคัญ สารสกัดว่านหางจระเข้, สารสกัดแตงกวา, สารสกัดใบบัวบก
ปริมาณ 50 g

2. VITARA – Aloe Vera Gel Plus Panthenol

2. VITARA - Aloe Vera Gel Plus Panthenol

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 215 บาท

มี Panthenol ให้ความชุ่มชื่น อ่อนโยน ปราศจากสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองกับผิว

เนื่องจากสิวที่เกิดบริเวณแผ่นหลังอาจมีสาเหตุมาจากอาการแพ้เช่น แพ้ยาสระผม แพ้น้ำยาปรับผ้านุ่ม ดังนั้น เพื่อไม่ให้ผิวเกิดการระคายเคืองมากไปกว่าเดิม ครีมหรือเจลรักษาสิวที่เลือกใช้จึงควรมีความอ่อนโยนต่อผิวด้วยอย่างเช่น คุณสมบัติของเจล VITARA นี้ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม, สีสังเคราะห์, พาราเบน, Menthol, Alcohol และ Camphor แต่อุดมไปด้วย Panthenol หรือวิตามิน B5 ที่ทำหน้าที่เป็นเกราะเก็บกักความชุ่มชื้นให้กับผิว ลดอาการแพ้ ลดรอยแดง ช่วยเร่งสร้างเนื้อเยื่อใหม่จึงทำให้สมานแผลเป็นจากสิวได้เร็วขึ้น

เจลรักษาสิวรุ่นนี้เหมาะกับผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายและผู้ที่ต้องการผลิตภัณฑ์บำรุงผิวในช่วงหยุดใช้ยารักษาสิวในกลุ่มสเตียรอยด์ มาด้วยปริมาณเยอะแถมราคาน่าคบหาแบบนี้ ใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานเลยค่ะ

ส่วนผสมสำคัญ สารสกัดว่านหางจระเข้, Panthenol
ปริมาณ 120 g

1. Burnova Gel Plus

1. Burnova Gel Plus

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SHOPEE

ราคา 180 บาท

ให้ความชุ่มชื้นและอ่อนโยนต่อผิวอย่างแท้จริง ด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ 99.5%

เจลรักษาสิวที่อุดมไปด้วยประโยชน์จากพืชพันธุ์ธรรมชาติมากถึง 99.5% ได้แก่ ว่านหางจระเข้ ที่ช่วยลดความมันบนใบหน้า ยับยั้งการติดเชื้อและลดรอยดำจากสิว ใบบัวบกที่ช่วยฟื้นฟูผิวที่เป็นแผลจากการบีบสิว แตงกวาช่วยขจัดสิ่งสกปรกในรูขุมขน เติมน้ำให้ผิวพร้อมป้องกันสิว และกลีเซอรีนที่ทำหน้าที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิว นอกจากนี้ ยังไม่มีส่วนผสมของสารเคมีใด ๆ เช่น แอลกอฮอล์ น้ำหอม ทำให้มั่นใจได้อีกขั้นว่าเมื่อใช้แล้วจะไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวที่เป็นสิวอย่างแน่นอน

มีเนื้อเจลใสไม่มีสี เกลี่ยง่าย แห้งเร็ว เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีผิวมันเพราะทาแล้วให้ความรู้สึกเย็นสบายผิว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ให้ความชุ่มชื้นกับผิวที่ผ่านการทำเลเซอร์รักษารอยสิวมาได้เป็นอย่างดี นอกจากปริมาณ 25 กรัมแล้วยังมีปริมาณ 70 กรัมจำหน่ายด้วย ราคาก็แสนถูก ใช้ได้อย่างต่อเนื่องแน่นอนค่ะ

ส่วนผสมสำคัญ สารสกัดว่านหางจระเข้, สารสกัดแตงกวา, สารสกัดใบบัวบก
ปริมาณ 70 g

บทส่งท้าย

เป็นอย่างไรบ้างคะ กับเนื้อหาที่เรานำมาฝากกันในครั้งนี้ ปัญหาสิวที่หลังนั้นส่วนใหญ่จะเกิดจากแบคทีเรีย ความมันและเซลล์ผิวที่ตายแล้วไปอุดตันในรูขุมขน เป็นสิวที่รักษายากและใช้เวลานาน เบื้องต้นหากเป็นไม่มาก ลองใส่ใจในการทำความสะอาดโดยการเปลี่ยนสบู่หรือครีมอาบน้ำดู ถ้าเป็นมานานแล้วหรือเป็นสิววงกว้าง ให้ลองใช้สเปรย์ฉีดรักษาสิว และสำหรับใครที่มีปัญหาผิวแห้งร่วมด้วยก็ให้เลือกเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดครีมหรือเจลแทน เพื่อให้ความชุ่มชื้นกับผิวได้เต็มที่ค่ะ

ทั้งนี้ หากคุณเป็นสิวในปริมาณมากทั้งสิวอุดตันและสิวอักเสบ รักษาเบื้องต้นด้วยตนเองไม่ได้ผล ขอแนะนำว่าควรไปพบแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางเพื่อหาสาเหตุต่อไป จะได้รักษาได้ตรงจุดมากขึ้น ไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นสิวเรื้อรังซึ่งจะยิ่งทำให้หายช้าเข้าไปอีกนะคะ

Popular Posts