Eye catch Bacidea

10 Gadgets ที่ BACIDEA พกติดตัวเป็นประจำในปี 2018

Tech Blogger BACIDEA
Tech Blogger
BACIDEA
BACIDEA เริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยการเป็น Programmer และชื่นชอบด้าน Artificial Intelligence รักที่จะเรียนรู้และสร้างโอกาสให้ตัวเอง จึงได้เข้าไปอยู่ในแวดวงต่างๆ เช่น พัฒนาระบบตรวจสอบสัญญาณโครงข่ายมือถือ, อุตสาหกรรมความงาม, ที่ปรึกษาร้านอาหาร ฯลฯ รวมถึงการร่วมงานกับรายการไอทีชื่อดังอย่าง “แบไต๋” และ “ล้ำหน้าโชว์”

นอกจากนี้ยังรักที่จะแบ่งปัน โดยมีผลงานสร้างชื่อคือการเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Xiaomi Fansite ในประเทศไทย โดยมีจุดประสงค์เพื่อแบ่งปันความรู้และแนะนำการใช้งานพร้อมทั้งผลักดัน Xiaomi ในประเทศไทย จนได้รับการบันทึกชื่อลงบนสมาร์ทโฟนของ Xiaomi ทุกเครื่อง
เราอาจเรียกปี 2018 ว่าเป็นยุคเฟื่องฟูของเทคโนโลยีเลยก็ว่าได้ เพราะมีแบรนด์ใหญ่ค่ายดังตบเท้าเข็นของดีลงสนาม ทำให้มีสินค้าด้านเทคโนโลยีพรั่งพรูออกมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นส่วนของ Smartphone, Smart Home, IoT, Wearable และ Gadget ต่างๆ ตั้งแต่ของชิ้นใหญ่ที่ใช้ในบ้านอย่างเครื่องกรองอากาศหรือเครื่องดูดฝุ่นที่เชื่อมต่อกับมือถือได้ ไปจนถึงอุปกรณ์ที่เหมาะแก่การพกพาจำพวกมือถือและโน้ตบุ๊ก ซึ่งอุปกรณ์แต่ละรุ่นแต่ละชิ้นก็มีความโดดเด่นในแบบของตัวเอง ที่หลายคนคงเคยผ่านตากับรีวิวต่างๆ มามากมาย แต่เคยสงสัยกันไหมครับว่าผู้ที่ผ่านการสัมผัสสินค้ามามากมายนับไม่ถ้วนในฐานะนักรีวิวนั้น ในชีวิตจริงเขาเลือกใช้สินค้าอะไรกันบ้างและทำไมเค้าถึงเลือกใช้สิ่งนั้น? ... และนี่ก็คือที่มาของเรื่องราวในครั้งนี้กับ “10 Gadget ที่ BACIDEA พกติดตัวเป็นประจำในปี 2018”

Item สุดโปรดของ BACIDEA

Huawei  P20 Pro

Huawei  P20 Pro

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 27,990 บาท

สมาร์ทโฟนที่สื่อส่วนใหญ่ทั้งไทยและเทศยกให้เป็นสมาร์ทโฟนที่มีกล้องดีที่สุด

ในบทบาทความเป็นบล็อกเกอร์ที่ต้องรีวิวสินค้าเป็นประจำ ทำให้ต้องหากล้องพกติดตัวเพื่อถ่ายรูปให้น่ามอง ซึ่งผมเคยลองมาหลายอย่างตั้งแต่กล้อง Mirrorless กระทั่งลดขนาดเปลี่ยนมาใช้ Hi-End Compact จนสุดท้ายก็พบว่า HUAWEI P20 Pro คือคำตอบของนักรีวิว นอกจากจะมีคุณสมบัติความเป็นสมาร์ทโฟนรอบด้านแล้ว ยังโดดเด่นด้วยกล้องที่สื่อแทบทุกสำนักเทใจให้เป็นมือถือที่กล้องดีที่สุด ทั้งการซูมที่ทำได้คมชัดมาก ถ่ายแสงน้อยก็มีตัวช่วยอย่าง Night Mode ที่สามารถลากชัตเตอร์สปีดได้โดยไม่ต้องใช้ขาตั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่รุ่นอื่นทำไม่ได้

นอกจากนี้ยังมีโหมดถ่ายภาพบุคคลให้สวยได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องถอยหาระยะแบบบางรุ่น รวมถึงโหมดจำลองรูรับแสงที่ถ่ายง่ายกว่าคู่แข่งหลายๆ เจ้าเพราะสามารถถ่ายก่อนแล้วเลือกจุดโฟกัสทีหลังได้ รวมถึงการจิ้มหน้าจอเพื่อเลือกจุดชัดจุดเบลอได้ง่าย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผมต้องพก HUAWEI P20 Pro ติดตัวทุกวัน

Apple iPhone X 256GB

Apple iPhone X 256GB

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 46,500 บาท

สมาร์ทโฟนอีกรุ่นที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก โดดเด่นในด้าน Ecosystem อันเลื่องชื่อของ Apple

แม้ว่าในปี 2018 จะมีสมาร์ทโฟนหลายรุ่นที่น่าสนใจ แต่รุ่นที่ผมเลือกพกเป็นเครื่องหลักคือ iPhone X ด้วยคุณสมบัติที่ครอบคลุมครบเครื่อง และในภาพรวมแล้วแอปพลิเคชันมีคุณภาพกว่าคู่แข่ง รวมถึงมี Ecosystem ที่ดีที่สุด ทำให้สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ ของ Apple ได้ง่าย

ซึ่งในการทำงานของผมที่ห้ามมีข้อผิดพลาดก็เรียกได้ว่าสินค้าของ Apple ทำให้งานของผมราบรื่นและไว้ใจได้ ไม่ต้องกังวลปัญหากวนใจอย่างเช่นไวรัสหรือโฆษณาแอบแฝงที่ติดมาจากการเข้าเว็บ รวมถึงการซิงค์ข้อมูลที่แนบเนียนและมีข้อผิดพลาดน้อยที่สุด ทำให้ผมเลือกพก iPhone X เป็นสมาร์ทโฟนเครื่องหลัก

Apple iPhone SE 64GB

Apple iPhone SE 64GB

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 17,400 บาท

iPhone อีกรุ่นที่มีขนาดกะทัดรัดแต่อัดแน่นไปด้วยแอปฯคุณภาพและ Ecosystem จาก Apple

มีหลายคนบอกว่า iPhone 4s เป็นรุ่นหนึ่งที่สร้างชื่อและผู้คนชื่นชอบ จนเป็นที่มาของ iPhone SE ที่สานต่อแนวทางของตัวเครื่องที่มีขนาดเล็กแต่แฝงไปด้วยพลังที่เกินตัว และด้วยขนาดที่เล็กนี้เองทำให้ผมเลือกที่จะพกติดตัวทุกวัน โดยจะหยิบมาใช้ในช่วงเวลาระหว่างการเดินทาง โดยเฉพาะการโดยสารรถไฟฟ้า BTS และใต้ดิน MRT ที่มือหนึ่งต้องจับราว ถ้าหยิบ HUAWEI P20 Pro หรือ iPhone X ก็อาจจะใหญ่เกินกว่าจะควบคุมได้ด้วยมือข้างเดียว และก็ถือไม่กระชับทำให้มีโอกาสโดนชนและหล่นง่าย

นอกจากนี้ Apple ยังมีข้อดีที่รับสายผ่านเครื่องใดก็ได้ ทำให้ผมสามารถรับสายโทรเข้า iPhone X ด้วย iPhone SE ได้ ซึ่งสะดวกเวลาต้องถือโทรศัทพ์นานๆ เพราะตัวเครื่องที่มีขนาดเล็กนั่นเอง ดังนั้นการพก iPhone SE อีกเครื่องจึงเป็นตัวช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นเช่นกัน

Apple  iPad Pro รุ่น 10.5 นิ้ว

Apple  iPad Pro รุ่น 10.5 นิ้ว

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 34,900 บาท

อุปกรณ์ที่เป็นทุกสิ่งตั้งแต่ความบันเทิงไปจนถึงการนำเสนองานให้กับลูกค้า

iPad Pro เป็นอุปกรณ์อีกชิ้นที่ผมขาดไม่ได้ เพราะสามารถทดแทนการทำงานพื้นฐานโดยไม่จำเป็นต้องพกโน้ตบุ๊ก แถมยังมีจุดเด่นอีกหลายข้อที่โน้ตบุ๊กส่วนใหญ่ทำไม่ได้ อย่างเช่นหน้าจอระบบสัมผัส, การ Stand by ที่พร้อมเปิดใช้งานได้ทันที, การใส่ซิมใช้เน็ตได้ตลอดเวลา ฯลฯ และเมื่อใช้คู่กับ Apple Pencil และ Keyboard ก็ทำให้ iPad Pro ตอบโจทย์การสร้างสรรค์ผลงานยิ่งขึ้นไปอีก พร้อมกับระบบ Ecosystem ที่สามารถโยนไฟล์ไปมาระหว่าง iPad, iPhone และ iMac ได้ง่าย

นอกจากนี้ยังสามารถใช้ทำสตูดิโอถ่ายทอดสดได้ง่ายๆ ด้วยแอปฯ Switcher ที่ใช้ iPad Pro เป็นเสมือนห้องควบคุมตัดต่อ โดยสลับภาพแต่ละมุมที่ได้จาก iPhone X และ iPhone SE ซึ่งเป็นกระบวนท่าที่สะดวกมาก และยังสามารถใช้ทำ Presentation เพื่อนำเสนองานได้ง่ายไม่ว่าจะเป็นบนหน้าจอ iPad Pro เองที่ใหญ่พอสมควร หรือแม้กระทั่งต่อออกหน้าจอใหญ่ผ่าน AirPlay หรือ HDMI

Apple AirPods

Apple AirPods

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 6,900 บาท

ที่สุดของหูฟังสำหรับการพกพาในแบบฉบับของ Apple

แม้ว่าตอนเปิดตัวจะมีหลายคนหัวเราะเยาะกับดีไซน์ของ AirPods แต่พอระยะเวลาผ่านไปก็เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่านี่คือหูฟังรุ่นหนึ่งที่น่าใช้ที่สุด เนื่องจากการพกพาและจัดเก็บระหว่างวันที่ทำได้ง่าย รวมถึงการสวมใส่ที่สะดวกไม่มีปัญหากับการใส่แว่นเหมือนกับหลายๆ รุ่น แถมยังมีคุณภาพไมค์และเสียงที่ตอบโจทย์การใช้งาน

นอกจากนี้สัญญาณก็มีประสิทธิภาพดี ไม่ค่อยมีปัญหาสัญญาณหลุด รวมถึงจุดเด่นด้านการสลับ Pair ข้ามเครื่อง ทำให้ผมสามารถกดสลับการเชื่อมต่อระหว่าง iPhone X, iPad Pro, iMac ได้ง่าย ต่างจากหูฟังบลูทูธทั่วไปที่มักจะต้องกดยกเลิกการเชื่อมต่อเพื่อสลับไปยังเครื่องอื่น

Plantronics BackBeat FIT

Plantronics BackBeat FIT

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 4,690 บาท

หูฟังไร้สายที่เสียงดีและถึกทนไม่กลัวเหงื่อ เหมาะสำหรับใช้งานประจำวันหรือแม้แต่บุกตะลุย

การใช้ชีวิตในเมืองกรุง บ่อยครั้งก็ต้องเดินทางท่ามกลางแดดร้อนกับฝุ่นและควัน การเลือกใช้หูฟังที่ทนทานต่อเหงื่อก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่ดี และนั่นคือสาเหตุที่ผมเลือกพก Plantronics BackBeat FIT

แม้ว่าที่จริงแล้วรุ่นนี้จะถูกออกแบบไว้สำหรับการออกกำลังกาย แต่เพราะคุณสมบัติด้านออกกำลังกายนี่เองทำให้หูฟังมีน้ำหนักที่เบา ทนทานต่อฝุ่นและเหงื่อ สวมใส่ได้กระชับ และที่สำคัญเลยคือเสียงดีเมื่อเทียบกับหูฟังสไตล์นี้ ทำให้ผมสามารถใส่บุกตะลุยทุกการเดินทางได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะหลุดหรือจะเสียหาย

Apple  Watch Nike+ Series3

Apple  Watch Nike+ Series3

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 16,390 บาท

สมาร์ทวอทช์ที่เติมเต็มประสบการณ์ให้ iPhone ด้วยการเชื่อมต่อที่เสถียรที่สุด

นับเป็นเรื่องน่าเสียดายถ้าใช้ iPhone แต่ไม่ใช้ Apple Watch เพราะว่านี่คือส่วนผสมที่ลงตัวที่สุด ทั้งความเข้ากันได้ของแอปพลิเคชันต่างๆ รวมถึงประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อ ซึ่งก่อนที่ผมจะตัดสินใจใช้ Apple Watch ผมเคยพยายามเอาสมาร์ทวอทช์หลายรุ่นมาใช้กับ iPhone และพบว่ามันทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพและสัญญาณหลุดบ่อยมาก ทำให้ผมพลาดการแจ้งเตือนงานสำคัญอยู่บ่อยครั้ง แต่พอเปลี่ยนมาใช้ Apple Watch ก็พบว่ามันทำให้ผมไม่พลาดงานสำคัญอีกเลย

การแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันต่างๆ มาครบถ้วน และยังสามารถตอบกลับด้วยระบบเสียง หรือแม้แต่การใช้งาน Siri ก็ยังได้ และที่ผมใช้บ่อยในฐานะนักรีวิวก็คือการควบคุมกล้อง iPhone ด้วย Apple Watch ทำให้ผมสามารถถ่ายทำอัดคลิปรีวิวได้ด้วยตัวคนเดียว โดยไม่ต้องกังวลว่าจะตกเฟรมหรือภาพไม่สวย เพราะภาพทั้งหมดจะถูกแสดงอยู่บนหน้าปัด Apple Watch

XIAOMI  Mi Band 2

XIAOMI  Mi Band 2

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 990 บาท

ที่สุดของความคุ้มค่าของอุปกรณ์สวมใส่ที่ราคาถูกและแบตเตอรี่อึดที่สุด

ความจริงแล้วผมเป็นคนที่ติดนาฬิกามากๆ และใส่ตลอดเวลามาตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะเป็นตอนนอนหรืออาบน้ำก็ไม่ถอดนาฬิกา เพราะชอบดูเวลาเพื่อจะได้บริหารเวลาได้ถูก แต่พอเข้าสู่ยุคของสมาร์ทวอทช์ก็พบว่าปัญหาหลักของสมาร์ทวอทช์ส่วนใหญ่ก็คือแบตเตอรี่ ซึ่งใช้งานต่อเนื่องได้ราว 2 วันเท่านั้น จึงทำให้ผมมองหาอะไรที่ใช้ได้ยาวนานกว่า

จนมาจบที่ Mi Band 2 ที่สามารถแจ้งเตือนจากมือถือและตรวจจับการเคลื่อนไหวได้ และที่สำคัญคือแบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่องได้ราว 20 วันต่อการชาร์จเพียง 1 ครั้ง ทำให้ผมสามารถใส่ได้ทั้งวันทั้งคืน ลืมตามาดูนาฬิกาตอนดึกได้ตามที่คุ้นเคย

Yoobao Q20C

Yoobao Q20C

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 1,090 บาท

แบตเตอรี่สำรองความจุเยอะ ปลอดภัย พร้อมระบบชาร์จเร็ว

ตั้งแต่เข้าสู่ยุคมือถือสมาร์ทโฟนที่แบตเตอรี่ไม่ได้อยู่นานเป็นสัปดาห์เหมือนแต่ก่อน ก็ทำให้คนส่วนใหญ่พกพาวเวอร์แบงค์ติดตัวด้วย ซึ่งผมเองก็มีอยู่หลายรุ่นหลายความจุ แต่ตัวที่ผมเลือกพกติดตัวบ่อยที่สุดคือ Yoobao Q20C เพราะมีความจุสูงถึง 20,000 mAh และยังรองรับ USB-C รวมถึงระบบชาร์จเร็วทั้งของ HUAWEI Fast Charge และ Qualcomm Quick Charge 3.0 ซึ่งนับว่าครอบคลุมการชาร์จเร็วของมือถือส่วนใหญ่แล้ว

ยิ่งไปกว่านั้นการชาร์จพลังงานเข้า Yoobao Q20C ก็รองรับระบบชาร์จเร็ว Qualcomm Quick Charge 2.0 เช่นกัน ทำให้ชาร์จเร็วขึ้นไปอีก นอกจากนี้ยังมีหน้าจอที่แสดงปริมาณแบตเตอรี่คงเหลือรวมถึงปริมาณการจ่ายไฟด้วย

ACER Swift SF514-52T-57ZG/i5-8250U

ACER Swift SF514-52T-57ZG/i5-8250U

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 32,990 บาท

โน้ตบุ๊กที่บางเบาแต่ยังแฝงไปด้วยสเปกที่จัดเต็มและดีไซน์หรูหรา

แม้ว่าอุปกรณ์ข้างต้นจะตอบโจทย์การใช้งานเกือบหมด แต่บางอย่างก็ยังจำเป็นต้องพึ่งพาระบบ Windows นั่นทำให้ผมเลือกใช้ Acer Swift 5 ที่จัดเต็มสเปก มีให้เลือกทั้ง Intel Core i5 และ i7 พร้อมกับหน่วยความจำภายในแบบ SSD สูงสุดที่ 512 GB และแรม 8GB กับหน้าจอขนาด 14 นิ้วแบบสัมผัส พร้อมกับพอร์ตการเชื่อมต่อหลักๆ ที่ครบถ้วนทั้ง USB, USB-C, HDMI ภายใต้น้ำหนักของตัวเครื่องเพียง 0.97 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าเบากว่าโน้ตบุ๊ก 14 นิ้วทั่วไปราวเท่าตัว

นอกจากตัวเครื่องที่บางเบาพกง่ายแล้วยังเลือกใช้วัสดุตัวเครื่องที่ทนทาน รวมถึงมีปลั๊ก Adapter ที่มีขนาดเล็กให้สอดคล้องกับการพกพาที่สะดวกยิ่งขึ้น

บทส่งท้าย

ความจริงแล้วยังมีอุปกรณ์อีกหลายชิ้นที่น่าสนใจและผมก็ใช้ในชีวิตจริง โดยสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนตามสถานการณ์ที่ต่างกันออกไป เช่นบางวันที่ต้องถ่ายวีดีโอก็จะพก Stabilizer หรือที่เรียกติดปากกันว่า Gimbal โดยผมมีทั้ง Snoppa M1, Zhiyun Smooth 4, Remax Studio Gimbal XS-01 ซึ่งแต่ละตัวก็มีความโดดเด่นเฉพาะตัว หรือแม้แต่โปรเจคเตอร์ขนาดพกพาอย่าง Orimag P6 ที่มีขนาดเล็กกว่าฝ่ามือ เหมาะสำหรับการดูหนังหรือแม้แต่การนำเสนองานต่อหน้าลูกค้า รวมถึงเลนส์สำหรับมือถืออย่าง Sandmarc ที่เก็บภาพได้กว้างมากโดยที่ภาพยังคมชัดด้วย แต่ถ้าต้องคัดเลือกอุปกรณ์ที่ผมพกพาและหยิบมาใช้บ่อยที่สุดให้เหลือเพียงแค่ 10 ชิ้น ก็คงไม่พ้นรายการที่ผมกล่าวไปข้างต้น

Popular Posts