ครูสอนภาษาแนะนำสื่อการเรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ครูสอนภาษา Raririn Kongkutong (陳俐玲)
ครูสอนภาษา
Raririn Kongkutong (陳俐玲)
จบการศึกษาจากคณะศึกษาศาสตร์ สาขาการสอนภาษาญี่ปุ่นมหาวิทยาลัยขอนแก่น และได้ทำงานเป็นครูสอนภาษาญี่ปุ่นในโรงเรียนมัธยมที่เมืองไทยประมาณ 4 ปี หลังจากนั้นแต่งงานกับสามีชาวไต้หวันและย้ายไปใช้ชีวิตที่นั่น ต่อมามีโอกาสเข้าอบรมการสอนภาษาไทยโดยใช้ภาษาจีนซึ่งเป็นโครงการหนึ่งของกระทรวงศึกษาธิการไต้หวันและสอบผ่านการสอนภาษาไทยโดยใช้ภาษาจีนผ่าน 2 ปีซ้อน ปัจจุบันเป็นครูสอนภาษาไทยอยู่ที่โรงเรียนประถมและในส่วนของมหาวิทยาลัยที่ประเทศไต้หวัน

นอกจากงานสอนเธอยังมี Facebook Fanpage ชื่อว่า "สะใภ้ไต้หวันพาเที่ยว" และเว็บไซต์ www.saphaitaiwan.com โดยจะเน้นเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในประเทศไต้หวัน รวมถึงถ่ายทอดในส่วนของวัฒนธรรมประเพณีของชาวไต้หวัน อีกทั้งยังสอนภาษาไทย ภาษาจีนและภาษาไต้หวันให้กับเพื่อน ๆ ชาวไทยและชาวต่างชาติที่สนใจและรักในการเรียนรู้ภาษา
ปัจจุบันตลาดแรงงานส่วนใหญ่ล้วนมีความต้องการผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการใช้ภาษาญี่ปุ่น และบริษัทญี่ปุ่นที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยก็มีจำนวนไม่น้อย หากเราสามารถสื่อสารภาษาญี่ปุ่นได้โอกาสที่เราจะได้ทำงานร่วมกับองค์กรญี่ปุ่นย่อมมีมากกว่าคนอื่นอย่างแน่นอน ผู้เขียนเองทำงานด้านการเรียนการสอนมาอย่างยาวนาน ปรับเปลี่ยนเทคนิคการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละช่วงวัยอยู่เสมอ วันนี้จึงอยากแนะนำถ่ายทอดประสบการณ์ของตนเองกับเทคนิควิธีการเรียนภาษาญี่ปุ่น รวมถึงสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อเสริมให้การเรียนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

หากใครมีพื้นฐานในส่วนของการเรียนภาษาจีนกันมาบ้างแล้วอาจจะมองว่าภาษาญี่ปุ่นไม่ยากสักเท่าไร แต่สำหรับใครที่ไม่มีพื้นฐานทางภาษาจีนมาก่อน อาจจะมองว่าการเรียนภาษาญี่ปุ่นนั้นเป็นเรื่องยาก แต่อย่าเพิ่งท้อไปค่ะเพราะภาษาทุกภาษาย่อมมีวิธีการเรียนเพื่อให้นำไปใช้อย่างได้ผล ขอแค่เพื่อน ๆ มุ่งมั่น ตั้งใจที่จะเรียนรู้ รวมถึงมีวินัยในตนเอง หมั่นฝึกฝนจดจำคำศัพท์ พยายามนำไปใช้ในสถานการณ์จริงอย่างไม่เขินอาย ก็จะทำให้การเรียนภาษาทุกภาษาประสบความสำเร็จได้อย่างราบรื่นค่ะ

Item สุดโปรดของ Raririn Kongkutong (陳俐玲)

สำนักพิมพ์เอ็มไอเอส(MIS)  คัด เขียน เรียนญี่ปุ่น

สำนักพิมพ์เอ็มไอเอส(MIS)  คัด เขียน เรียนญี่ปุ่น

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 49 บาท

ปูพื้นฐานการเรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยวิธีการเขียนตัวอักษรฮิรางานะและคาตากะนะ

พื้นฐานของการเรียนภาษาญี่ปุ่นสำหรับผู้เริ่มต้นเลยนั่นก็คือ ควรจดจำตัวอักษรฮิรางานะและคาตากานะให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก ตัวอักษรฮิรางานะและคาตากานะถือเป็นเครื่องหมายในการออกเสียงภาษาญี่ปุ่น เราแค่จำว่าตัวอักษรนั้นออกเสียงอย่างไรก็จะสามารถสะกดคำได้แล้ว

เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ จะบอกวิธีการเขียนลำดับเส้นของตัวอักษรแต่ละตัวอย่างละเอียด เพื่อน ๆ สามารถเรียนรู้วิธีการเขียนตัวอักษรฮิรางานะและคาตากานะได้ด้วยตัวเองจากหนังสือเล่มนี้ มีช่องให้เราฝึกเขียนด้วยตัวเองอีก 40 ช่อง อีกทั้งยังมีในส่วนของคำศัพท์เพิ่มเติมให้เราได้เรียนรู้ เรียกได้ว่าสามารถเขียนอักษรฮิรางานะ, คาตากานะและท่องคำศัพท์ได้ในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ในท้ายเล่มยังมีตารางแบบฝึกหัดให้คัดทบทวนด้วยตัวเองอีกด้วย ที่สำคัญราคาไม่แพงเลยค่ะ

Book Time ชุดบัตรคำญี่ปุ่นมหาสนุก

Book Time ชุดบัตรคำญี่ปุ่นมหาสนุก

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 398 บาท

เรียนรู้คำศัพท์ฮิรางานะและคาตากะนะ

หลังจากที่พอจะจดจำตัวอักษรฮิรางานะและคาตากะนะกันได้บ้างแล้ว ก็ควรเริ่มจดจำฝึกอ่านจากคำศัพท์ภาษาญี่ปุ่นในลำดับถัดไป แต่การที่จะนั่งท่องจำคำศัพท์จากกระดาษใบเดียวคงสร้างความน่าเบื่ออยู่ไม่น้อย เราจึงอยากแนะนำวิธีที่ใช้ได้ผลในการจดจำคำศัพท์ นั่นก็คือ การใช้การ์ดบัตรคำและรูปภาพเพื่อช่วยให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพ ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

โดยบัตรคำมหาสนุกนี้มีทั้งหมด 2 กล่อง รวมทั้งหมด 96 ใบ ความพิเศษของบัตรคำชุดนี้คือ นอกจากจะมีภาษาอังกฤษเป็นตัวกำกับเสียงแล้ว ยังมีเสียงอ่านที่ถอดเป็นภาษาไทย ทำให้เรามั่นใจได้ยิ่งขึ้นว่าสำเนียงที่เปล่งออกมานั้นใกล้เคียงกับเจ้าของภาษา โดยประโยชน์ของการ์ดชุดนี้คือ ช่วยให้เราฝึกอ่านออกเสียงจากคำศัพท์ จดจำคำศัพท์และตัวอักษรภาษาญี่ปุ่น หากเรียนรู้พร้อมกันหลาย ๆ คนสามารถนำมาดัดแปลงเป็นเกมต่าง ๆ ได้อีกด้วยค่ะ

Book Time คู่ต่างอัจฉริยะ บัตรคำตรงข้าม

Book Time คู่ต่างอัจฉริยะ บัตรคำตรงข้าม

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 199 บาท

เสริมคลังคำศัพท์พื้นฐาน ต่อยอดเกมสนุกได้อย่างหลากหลาย

หลักการจำคำศัพท์ที่ได้ผลดีอีกวิธีหนึ่งนั่นก็คือ การจำศัพท์แบบเป็นคู่จะทำให้เราเรียนรู้คำศัพท์ได้ไวยิ่งขึ้น เพราะเป็นคำศัพท์หมวดหมู่เดียวกัน โดยเฉพาะคำจำพวก adj.いและ adj.な เช่น สั้น (短い), ยาว (長い), สูง (高い), ต่ำ (低い), สวย (きれい), สกปรก (汚い) เป็นต้น

โดยบัตรคำชุดนี้จะมีคำศัพท์ทั้งหมด 112 คำ ซึ่งจะเป็นคำคู่ตรงข้ามทั้งหมด 56 คู่ การ์ดนี้มาพร้อมคำอ่านออกเสียงและคำแปลภาษาไทย สามารถใช้เป็นสื่อการสอนในโรงเรียน หรือใช้ต่อยอดด้วยการปรับเปลี่ยนเป็นเกมต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างกิจกรรมการเรียนรู้ รวมถึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาญี่ปุ่นด้วยวิธีการที่สนุกสนานไม่น่าเบื่อสอดคล้องกับการเรียนรู้ในโลกยุคปัจจุบัน

SE-ED ลำดับการเขียนคันจิ 漢字書き順

SE-ED ลำดับการเขียนคันจิ 漢字書き順

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 395 บาท

เรียนรู้ลำดับเส้นของคันจิและคำศัพท์

นอกจากตัวอักษรฮิรางานะและคาตากานะแล้ว ในภาษาญี่ปุ่น ตัวอักษรคันจิก็มีความสำคัญเช่นกัน "คันจิ" ก็คือตัวอักษรที่ญี่ปุ่นรับมาจากภาษาจีน ดังนั้นวิธีการเขียนลำดับเส้นของตัวอักษรจีนจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะทำให้เราได้เรียนรู้โครงสร้างของตัวอักษรนั้น ๆ แล้ว ยังทำให้เราจดจำตัวอักษรคันจิแต่ละตัวได้อย่างแม่นยำและมีการจดจำที่เป็นระบบ เมื่อก่อนในช่วงที่เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นนั้น ผู้เขียนเองก็รู้สึกท้อใจอยู่ไม่น้อยเพราะลำดับเส้นที่เยอะและซับซ้อนเห็นแล้วก็ถอดใจแทบทุกครั้ง แต่หลังจากที่คลุกคลีกับการเรียนภาษาญี่ปุ่นและได้มีโอกาสย้ายมาอาศัยที่ประเทศไต้หวัน ก็พบว่าตนเองมีความชื่นชอบตัวอักษรจีนตัวเต็มเป็นอย่างมาก การเรียนคันจิจากภาษาญี่ปุ่นทำให้การเรียนภาษาจีนที่ไต้หวันของผู้เขียนเป็นไปอย่างราบรื่น ทำให้ผู้เขียนได้นำความรู้ที่สั่งสมมาต่อยอดประกอบอาชีพครูที่ประเทศไต้หวันได้เป็นอย่างดีจนถึงปัจจุบัน

ที่ผ่านมา หนังสือเล่มนี้ก็เป็นอีกตัวช่วยของผู้เขียน โดยหนังสือเล่มนี้รวบรวมตัวอักษรคันจิไว้ทั้งหมด 2,136 ตัวและรวบรวมคำศัพท์ไว้กว่า 5,000 คำ ในส่วนของตัวอักษรคันจิจะเป็นเรื่องใกล้ตัวในชีวิตประจำวันของเราและสอนลำดับการเขียนทีละขีดแบบเส้นต่อเส้น อีกทั้งยังมีการจัดเรียงวิธีการค้นหาคำด้วยจำนวนขีดเพื่อให้ง่ายต่อการค้นหา เหมาะสำหรับผู้ที่เรียนรู้ตัวอักษรคันจิด้วยตนเองและบุคคลทั่วไปที่สนใจในภาษาญี่ปุ่น

SE-ED Mind Map พูดญี่ปุ่นแบบเน้น ๆ

SE-ED Mind Map พูดญี่ปุ่นแบบเน้น ๆ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 229 บาท

เรียนรู้บทสนทนา "ภาษาญี่ปุ่น" หลากหลายสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน

ในช่วงที่เรียนภาษาจีนและภาษาญี่ปุ่นอยู่นั้น ผู้เขียนเองมักจะทำสรุปสั้น ๆ เป็นแผนภาพให้ตัวเองเข้าใจได้ง่ายที่สุด เพราะการจดจำเนื้อหายาว ๆ แน่นอนว่าไม่นานก็ลืม แต่การจำเป็นแผนภาพจะทำให้สมองเราได้เรียนรู้วิธีการจดจำแบบเป็นระบบได้อย่างยาวนาน

หนังสือเล่มนี้ออกแบบมาสำหรับผู้ที่ต้องการฝึกทักษะการพูดภาษาญี่ปุ่นในชีวิตประจำวัน โดยเนื้อหานั้นจะครอบคลุมหลายสถานการณ์ มีแผนภาพและภาพวาดสีสันสดใส ช่วยให้จำได้แม่นยำและรวดเร็ว พร้อมเกร็ดความรู้ต่าง ๆ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยตนเอง หรือแม้แต่ผู้ที่ต้องการนำไปใช้ในการสอนก็ได้เช่นกัน

ไทยควอลิตี้บุ๊คส์ เก่งพูดภาษาญี่ปุ่นในทุกสถานการณ์ฉบับ 360 องศา

ไทยควอลิตี้บุ๊คส์ เก่งพูดภาษาญี่ปุ่นในทุกสถานการณ์ฉบับ 360 องศา

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 260 บาท

ฝึกทักษะการพูดภาษาญี่ปุ่นหลากหลายสถานการณ์

เพื่อน ๆ อย่าลืมว่า การเรียนภาษานั้นต่อให้เราท่องจำคำศัพท์มากเพียงใด แต่หากไม่ใช้สนทนากับเจ้าของภาษาเลยเราก็จะได้แค่ทักษะการอ่าน ซึ่งผู้เขียนเองมองว่ายังไม่บรรลุตามเป้าหมายของการเรียนภาษาอย่างแท้จริง ดังนั้นเราควรนำคลังศัพท์ในสมอง มาต่อยอดทักษะการพูดกับเจ้าของภาษาในสถานการณ์ต่าง ๆ

โดยหนังสือเล่มนี้จะรวบรวมบทสนทนาในสถานการณ์ต่าง ๆ เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำตัว สถานการณ์ในร้านอาหาร ร้านตัดผม โรงแรม ร้านค้า การบอกเวลา การสนทนาทางโทรศัพท์ และสำนวนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อ่านจบเล่มนี้แล้วเรียกได้ว่าเจอสถานการณ์ไหนก็เอาอยู่ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นด้วยตนเองและนำไปใช้สื่อสารกับคนญี่ปุ่นได้จริงในชีวิตประจำวัน

Pround  All-in-one Japanese ภาษาญี่ปุ่นครบ

Pround  All-in-one Japanese ภาษาญี่ปุ่นครบ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LAZADA

ราคา 155 บาท

ตอบโจทย์ผู้ที่กำลังเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นด้วยตนเองแบบครบจบในเล่มเดียว

หนังสือเล่มนี้รวบรวมในส่วนของคำศัพท์เรื่องใกล้ตัวในชีวิตประจำวันกว่า 750 คำ ยกตัวอย่างเช่น สภาพอากาศ, อุณหภูมิ และประโยคสนทนา โดยจะแบ่งเป็นหัวข้อตามสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น การอวยพร รวมถึงมีการรวบรวมไวยากรณ์ที่ต้องรู้เอาไว้ในเล่ม

และนอกจากจะมีภาษาญี่ปุ่นแล้วยังมีภาษาอังกฤษและภาษาไทยกำกับไว้เพื่อการออกเสียงที่ใกล้เคียงกับเจ้าของภาษา มีการอธิบายความหมายแบบที่เข้าได้ง่าย เรียกได้ว่าครบจบในเล่มเดียว ผู้เขียนจึงอยากแนะนำหนังสือเล่มนี้ให้ทุกคนมีไว้ในครอบครองกันค่ะ

บทส่งท้าย

สิ่งสำคัญที่สุดของการเรียนภาษานั่นก็คือ การหมั่นฝึกฝนทักษะในด้านต่าง ๆ ทั้งฟัง, พูด, อ่าน, เขียน ในส่วนของทักษะฟัง-พูดนั้น ผู้เขียนแนะนำว่าให้ค้นหารายการที่สนใจจากช่องยูทูปหรือซีรีส์เพื่อฝึกทักษะการฟังให้ได้มากที่สุด ส่วนทักษะการพูด พยายามเลียนเสียงเจ้าของภาษาโดยการฝึกพูดซ้า ๆ ตามเสียงที่ได้ยินหลาย ๆ รอบ พยายามเปล่งเสียงออกมาดัง ๆ และในส่วนของทักษะอ่าน-เขียน พยายามจดจำคำศัพท์ คัดศัพท์เก็บสะสมไว้ในคลังสมองให้ได้มากที่สุด

สุดท้ายคือการลองใช้ความรู้ที่เรียนมาในสถานการณ์จริง เช่น หากมีเพื่อนชาวต่างชาติให้พิมพ์ข้อความสื่อสารกับเพื่อนชาวต่างชาติอยู่เป็นประจำ และควรหาโอกาสนำไปใช้พูดสนทนาสื่อสารจริงกับเจ้าของภาษา เพียงใช้เทคนิคเหล่านี้ซ้ำ ๆ จนเป็นนิสัย การเรียนภาษาของเราก็จะมีความก้าวหน้าในขั้นสูงต่อไปอย่างแน่นอน

Popular Posts